หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Live-Lite
 

ย้อนตำนานไอศกรีม สู่วัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 17 เมษายน 2555 11:36 น.

ย้อนตำนานไอศกรีม สู่วัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ย้อนตำนานไอศกรีม สู่วัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย

ย้อนตำนานไอศกรีม สู่วัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย

ย้อนตำนานไอศกรีม สู่วัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย

ย้อนตำนานไอศกรีม สู่วัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย

ย้อนตำนานไอศกรีม สู่วัฒนธรรมการกินที่หลากหลาย

ต้นกำเนิดของไอศกรีมนั้น ไม่เป็นที่แน่ชัดมาเริ่มจากไหน บ้างก็ว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโรห์แห่งอาณาจักรโรมัน ที่ได้มีการพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมทหาร โดยในสมัยนั้นทำจากเกล็ดน้ำแข็ง(หิมะ)ผสมน้ำผึ้งและผลไม้ ซึ่งเรียกว่าไอศกรีมเชอร์เบ็ทในปัจจุบัน แต่บ้างก็ว่ามาจากประเทศจีน เกิดจากเมื่อสมัยโบราณที่นมถือเป็นของหายาก จึงได้มีการคิดวิธีเก็บรักษาโดยการเอาไปฝังในหิมะ จึงเกิดเป็นไอศกรีมขึ้น แม้จะไม่ได้มีลักษณะเหมือนกับไอศกรีมอย่างทุกวันนี้
       
       แต่บ้างก็ว่ามาจากอิตาลีโดยมาร์โค โปโล กลับจากจีนแล้วเอาสูตรไอศกรีมมาเผยแพร่ ซึ่งในตอนนั้นไอศกรีมของจีนยังไม่มีนม เป็นคล้ายน้ำแข็งไสมากกว่า ยังมีจุดเริ่มต้นจากอังกฤษเมื่อสมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 1 พ่อครัวคนหนึ่งมีสูตรเด็ดเป็นครีมแช่แข็งปรุงรส ซึ่งเป็นสูตรลับสุดยอดที่ส่งเป็นของหวานถวายพระองค์ ทว่าเมื่อพระองค์ถูกปลงพระชนม์โดยโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ระหว่างสงครามกลางเมืองอังกฤษปี 1642-1651 พ่อครัวต้องลี้ภัยไปยุโรปจึงได้นำสูตรไอศกรีมนี้เผยแพร่ออกไป
       
       ไม่ว่าความเป็นมาของไอศกรีมจะเป็นอย่างไร ท่ามกลางฤดูร้อนนี้ กับประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตรอย่างประเทศไทยที่ยิ่งนับวันจะยิ่งร้อนขึ้น ไอศกรีมย่อมเป็นของหวานของโปรดของใครหลายคน และแน่นอนว่าการกินไอศกรีมของไทยนับวันก็ยิ่งจะมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นด้วย
       
       ความเป็นมาของไอศกรีมในเมืองไทย
       
       ในประเทศไทยนั้น ว่ากันว่าไอศกรีมเริ่มเข้ามาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมตะวันตกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาเผยแพร่ในสยาม หลังเสร็จประพาสอินเดีย ชวาและสิงคโปร์ น้ำแข็งในตอนแรกๆ ก็ยังไม่สามารถผลิตในประเทศได้ จึงต้องนำเข้าจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อไทยสั่งเครื่องทำน้ำแข็งเข้ามาก็เริ่มมีการทำไอศกรีมกินกันมากขึ้น ถือว่าไอศกรีมเป็นของเสวยเฉพาะสำหรับเจ้าขุมมูลนายเท่านั้น ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพบันทึกไว้ว่า
       
       “ไอศกรีมเป็นของที่วิเศษในเวลานั้น เพราะเพิ่งได้เครื่องทำน้ำแข็งอย่างเล็กที่เขาทำกันตามบ้านเข้ามา ทำบางวันน้ำก็แข็งบางวันก็ไม่แข็ง มีไอศกรีมบ้างบางวันก็ไม่มี จึงเห็นเป็นของวิเศษ”
       
       โดยไอศกรีมในพระราชวังนั้นจะทำจากน้ำมะพร้าวอ่อน ใส่เม็ดมะขามคั่ว จนต่อมาเมื่อคนไทยมีโรงงานทำน้ำแข็ง แต่ก็ยังถือเป็นของชั้นดี โดยมีไอศกรีมระดับชาวบ้านทำเองด้วย ในช่วงแรกๆ นั้นไอศกรีมกะทิมีลักษณะเป็นน้ำแข็งละเอียดใสๆ รสหวานไม่มาก และมีกลิ่นหอมของดอกนมแมว ในสมัยนั้นวิถีการกินของผู้คนจะนิยมกินอาหารกันในเรือนแพ เหมือนที่สมัยนั้นจะขายก๋วยเตี๋ยว กาแฟกันบนเรือ
       ภาพของไอศกรีมกะทิใส่ถ้วยพร้อมโรยด้วยถั่วลิสงคั่วก็มีมาตั้งแต่สมัยนั้น ซึ่งต่อมาไอศกรีมกะทิก็มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้น จากกะทิใสๆ ก็มีความเข้มข้น มีการใส่ลอดช่อง เม็ดแมงลัก และขนุนฉีกเข้าไป
       
       ต่อมาไอศกรีมหลอด หรือไอศกรีมแท่งก็เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 ใช้น้ำหวานใส่หลอดสังกะสีและเขย่าให้แข็ง และมีก้านไม้เสียบ โดยจะใส่ถังขับไปขายตามถนน สั่นกระดิ่งเป็นสัญญาณเพื่อเรียกลูกค้า นอกจากนี้ยังมีจุดขายที่การลุ้นไอศกรีมฟรีจากไม้เสียบที่หากมีสีแดงป้ายอยู่ก็จะได้กินฟรีอีกหนึ่งแท่งด้วย ซึ่งไอศกรีมแบบหลอดก็มีการพัฒนาจนมาเป็นไอศกรีมโบราณที่มีส่วนผสมของนมโดยมีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยม อาจทานเป็นแท่ง หรือตัดใส่ถ้วยรับประทานก็ได้
       
       จนเมื่อมีการผลิตไอศกรีมแบบอุตสาหกรรม ไอศกรีมแบบมีฝาปิดที่วางขายตามร้านจึงเริ่มมีขาย โดยเรียกกันว่า ไอศกรีมห้องเย็น
       
       และถึงยุคสมัยหนึ่งที่ไอศกรีมเป็นที่นิยมกันอย่างมาก ที่เป็นสัญลักษณ์ไอศกรีมในยุคสมัยนั้นเลยคือ ไอศกรีมไข่แข็ง ย่านถนนเจริญกรุง ใกล้กับถนนบริพัตรกับสะพานเหล็ก ในย่านนั้นมีหลายร้านที่ขายแต่ไอศกรีม แต่ยุคสมัยก็แปรเปลี่ยนไปจนไอศกรีมแบบนั้นหมดความนิยม และเมื่อ 40 ปีที่แล้ว เป็นก้าวแรกของไอศกรีมแบบตะวันตกที่เข้ามาในประเทศ เป็นไอศกรีมยี่ห่อ pop ขายครั้งแรกที่โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย ก้อนไอศกรีมสามรส ช็อกโกแล็ก วานิลลา สตอเบอร์รี่เรียงกันบนชิ้นกล้วยแบบที่เรียกกันว่า บานาน่าสปริท ได้ชื่อว่าเป็นของไฮโซเลยก็ว่าได้
       
       มาถึงปัจจุบัน ดูเหมือนวัฒนธรรมการกินไอศกรีมจะมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น จากความทันสมัยและรสนิยมของผู้คนที่แปรเปลี่ยนไป
       
       วัฒนธรรมการกินที่หลากหลายในปัจจุบัน
       
       ไอศกรีมท่ามกลางเมืองร้อนอย่างประเทศไทยก็ถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่น่าจับตา ด้วยเสน่ห์ลูกเล่นของความอร่อย บวกกับสีสันที่ผู้คนสามารถปรับเสริมเติมแต่งได้อย่างไม่มีขีดจำกัด จึงทำให้ไอศกรีมเป็นสิ่งหนึ่งที่ปรับแปรเปลี่ยนแปลงไปอย่างหลากหลายตามรสนิยมที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน
       
       โดยไอศกรีมแบบที่ยืนอยู่กับสังคมไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานแบบหนึ่งเลยคือ ไอศกรีมกะทิแบบรถถีบ ยี่ห่ออย่างลูกเสือ แสงจันทร์ หรือไผ่ทอง มีให้เห็นในรูปของการเป็นไอศกรีมคลายร้อนที่ขับรถขายกันตามบ้านมาอย่างช้านาน โดยบุญชัย ชัยผาติกุล เจ้าของธุรกิจไอศกรีมกะทิไผ่ทองรุ่นที่สอง เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ต้นกำเนิดของไอศกรีมมาตั้งแต่รุ่นพ่อที่เข้ามาจากเมืองจีนเพื่อขายไอศกรีม
       
       “ตอนนั้นมีลูกค้าติว่าไอศกรีมไม่อร่อย ไม่หวานมัน พ่อก็ไปแจ้งกับเฒ่าแก่ แต่เฒ่าแก่ก็ตอบกลับมาว่า ถ้าจะปรับปรุงอะไรก็ไปทำเอง”
       
       จากยี่ห่อหมีบินเกาะต้นมะพร้าวในช่วงแรกเริ่ม ก่อนมาเป็นไผ่ทองในปี 2527 เอกลักษณ์ของไอศกรีมประเภทนี้คือมีคนขายถีบรถไปให้ทานกันถึงบ้าน รสชาติหวานหอมทานง่าย เป็นรสดั่งเดิมแบบที่คนคุ้นชินด้วยเพราะขายกันมาเป็นเวลานาน ทั้งยังมีราคาขายที่ถูก จึงไม่แปลกที่ไอศกรีมประเภทนี้จะยังคงเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน
       
       อีกรูปแบบไอศกรีมที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานก็คือไอศกรีมแบบพรีเมียร์ที่ทานตามห้างร้าน แบรนด์หนึ่งที่เป็นที่นิยมมาเนินนานและยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันคือ สเวนเซ่นส์ ซึ่งเมื่อมองมาที่วัฒนธรรมการกินไอศกรีมของเมืองไทยแล้ว วิทยา สินทราพรรทร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สเวนเซ่นส์(ไทย) จำกัด บอกว่า ในเอเชียนั้นนิยมการทานไอศกรีมพร้อมหน้าพร้อมตา และทานเป็นแบบซันเดย์กันมากกว่าในยุโรป
       
       “ในยุโรปอย่างในอเมริกาจะนิยมซื้อกลับบ้านไปทาน หรือทานเป็นควอท(450กรัม) คือที่นั่นคนเขาทานไอศกรีมกันเยอะมากจนเป็นเรื่องปกติ แต่อย่างในบ้านเราจะชอบทานเป็นซันเดย์ซึ่งวัฒนธรรมตรงนี้ก็ถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของร้านที่ทำให้มีบรรยากาศเหมาะสำหรับนั่งกิน หรือถ่ายรูป ตัวเราเองก็มีการพัฒนามาเรื่อย อย่างไอศกรีมมะม่วงมันก็มีการพัฒนาตามความพอใจของบริโภคเพื่อสร้างสีสันอยู่ตลอด และยิ่งตอนนี้เริ่มมีคู่แข่งในตลอดไอศกรีมมากขึ้น ตลาดมันก็ยิ่งคึกคัก”
       
       เพราะมาถึงตอนนี้ก็มีไอศกรีมรูปแบบใหม่ๆเข้ามาเพื่อรองรับรสนิยมอันหลากหลายมากขึ้นของผู้คน ไอศกรีมรสชาติที่ทำจากผลไม้ไทยก็ดูจะเป็นที่นิยมมากขึ้น เป็นไอศกรีมแนวโฮมเมดอย่างไอศกรีมรสกะท้อน มะยม เสาวรสที่มีการออกแบบรรสชาติเพื่อสร้างความแปลกใหม่อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้น
       ความแปลกใหม่ตรงนี้ก็มีแบรนด์ไทยที่น่าสนใจอย่างไอส์เดีย เป็นไอศกรีมที่เน้นประสบการณ์ในการกินโดยจะเล่นกับคนทานด้วยรูปแบบของตัวไอศกรีมที่มีความแปลกและน่าสนใจจนผู้คนต้องถ่ายรูปเก็บเอามาแชล์ผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมที่ทำออกมาในรูปลักษณ์ของซูชิ ข้าวต้มมัด สนามหญ้าฟุตบอล จนถึงที่เขี่ยบุหรี่
       
       “ออกจะแปลกที่มาออกแบบไอศกรีม ซึ่งการออกแบบแท้จริงแล้วใช้ได้กับทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องออกแบบเฟอร์นิเจอร์ หรือโปรดัคต์อย่างเดียว แต่การออกแบบคือกระบวนการคิด ส่วนวัตถุดิบจะเป็นอะไร ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอากระบวนการคิดไปผนวกกับอะไร ตอนนั้นในท้องตลาดยังไม่มีอะไรแปลก มีอย่างมากก็รสผลไม้ไทย จริงๆ ทำได้เยอะแต่ไม่มีคนทำ” พริมา จักรพันธ์ ณ อยุธยาเจ้าของร้านไอส์เดียและไอเดียไอศกรีมสุดแปลกกล่าว
       
       ขณะเดียวกันไอศกรีมแบบอิตาลีหรือที่เรียกกันว่า ไอศกรีมเจลาโตก็เป็นที่นิยมในหมู่คนรักไอศกรีม เพราะไอศกรีมประเภทนี้แม้จะมีส่วนผสมของครีมน้อยกว่า แต่ก็มีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม และให้รสชาติที่อร่อยกว่า โดยจุดขายจะอยู่ที่คุณภาพของไอศกรีม ซึ่งจะต้องทำกันวันต่อวันเพื่อความสดใหม่และจะเน้นความประณีตจนไอศกรีมประเภทนี้ได้ชื่อว่าเป็นงานหัตถกรรม ทำให้ราคาแพงกว่าไอศกรีมชนิดอื่น และจัดอยู่ในไอศกรีมตลาดบน
       
       เมื่อมองไปในตลาดล่างที่ดูเหมือนไอศกรีมกะทิรถถีบจะครองตลาดอยู่อย่างยาวนาน ขับผ่านบ้านใครก็เรียกจอดกินกันได้ง่ายๆนั้น เมื่อสถานที่ท่องเทียวแนวโบราณ อย่างตลาดรถไฟ ตลาดร้อยปีต่างๆดังขึ้น กระแสวินเทจเริ่มหวนมาให้ผู้คนจับจ่ายชีวิตไปในกระแสนั้น ไอศกรีมโบราณ แบบที่เป็นแท่งสี่เหลี่ยมจึงผุดกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ด้วยเวลาที่ไม่แพงมาก มีรสชาติแบบโบราณให้เลือกอย่างหลอกหลาย
       
       “มันก็ขายได้เรื่อยๆ เพราะราคาแท่งละสิบบาท เด็กมาซื้อก็ง่าย กินกันคนละแท่งไม่คิดอะไรมาก ยิ่งช่วงหน้าร้อนยิ่งขายดี จะมีการขายทั้งแบบออกงานอีเวนท์ และขายแบบตั้งร้านตามตลาดชุมชน คนที่มากินก็เดินกิน ซื้อไปกินเป็นแท่น กินไปเดินตลาดไป” สมพร จันทรลักษณ์ เจ้าของร้านไอศกรีมโบราณในย่านตลาดนัดแห่งหนึ่งเอ่ยถึงการทานไอศกรีมโบราณในปัจจุบัน
       
       การที่ของว่างหวานเย็นอย่างไอศกรีมจะเป็นที่นิยมในบ้านเราก็ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลก ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน ยิ่งกับหน้าร้อนและการพักผ่อน คงไม่ปฏิเสธว่าการได้ไอศกรีมสักแท่ง หรือสักถ้วยมาดับร้อนในช่วงเวลาเหล่านั้น คงจะเป็นอะไรที่ดีไม่ใช่น้อย กับทางเลือกของความหวานเย็นที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายในปัจจุบัน ก็มีแต่กำไรของคนทาน(และคนขายด้วย) ว่าจะเลือกไอศกรีมแบบไหนที่เหมาะกับหน้าร้อนนี้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
หลุดสุดฉาว! “คลิป – ไลน์ - เสียง” บทเรียนราคาแพงของเหล่าซุป'ตาร์
'พลอย จินดาโชติ' นางฟ้าให้พรเด็กน้อย(ไม่)ด้อยโอกาส
อย่าชะล่าใจ! กล้องรูเข็ม+ตู้เอทีเอ็มแฝงมิจฉาชีพ [Info]
เห็นโอกาสในทุกวิกฤต! นี่แหละ “เศรษฐีชาวไร่ยุคใหม่” แห่งญี่ปุ่น
ค่าโง่..ชอปออนไลน์ ถึงเขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก???
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านสนุกดีครับ บางเรื่องก็ลืมไปแล้วอย่าง pop นี่ล่ะครับ
หายร้อนไปได้พอสมควร ขอบคุณเรื่องสำหรับดีๆครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014