หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Live-Lite
 

พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย เงินสะพัด 6 พันล.!!!

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 4 มิถุนายน 2555 15:23 น.

พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย  เงินสะพัด 6 พันล.!!!

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย  เงินสะพัด 6 พันล.!!!

พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย  เงินสะพัด 6 พันล.!!!

พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย  เงินสะพัด 6 พันล.!!!

วัดครึ่งนึง กรรมการครึ่งนึง...พุทธพาณิชย์เบ่งบานมาช้านาน เป็นเงามืดด้านหนึ่งของพระพุทธศาสนา จึงมีคำถามว่า ศาสนาพุทธนั้น เน้นเรื่องพระธรรมคำสอน ยึดถือปฏิบัติ ไม่ใช่หรือ ทำไมวัด พระสงฆ์ ในสังคมพระพุทธศาสนาของไทย จึงมุ่งแต่การเรี่ยไรเงิน ทรัพย์สิน เพื่อมาสร้างวัตถุ เช่น ศาลา โบสถ์ วิหาร อย่างยิ่งใหญ่เกินตัว
       
       มีการวิเคราะห์พบว่า ในวันพระใหญ่แต่ครั้ง มีเงินสะพัดจากเงินทำบุญถึงครั้งละ 6 พันล้านบาท แต่ขณะที่ปีหนึ่งคนไทย ทำบุญเข้าวัดถึงปีละ 3.5 หมื่นล้านบาท
       
       เศรษฐกิจเงินบุญ
       
       ศาสนาพุทธในเมืองไทยนั้นมีธรรมชาติอยู่อย่างหนึ่งคือดำรงอยู่ด้วยศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน และยอมรับว่าการจะดำรงคงอยู่ของพุทธศาสนาในเมืองไทยจำเป็นต้องมีเงินเข้ามาหล่อเลี้ยง ทว่าด้วยศรัทธาของสังคมที่มีรากฐานความเชื่อในพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน
       
       การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้คนนั้นแขวนเกี่ยวอยู่กับความเชื่อเรื่องบุญกรรมก็ทำให้ประเทศไทยถึงขั้นติดอันดับหนึ่งเรื่องใจบุญที่สุดในโลกมาแล้ว จากการเปิดเผยของมูลนิธิช่วยเหลือการกุศลแชริตี เอด ฟาวน์เดชั่น (ซีเอเอฟ) แห่งสหราชอาณาจักรโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อประชากรพบว่าคนไทยร้อยละ85 บริจาคเงินเป็นประจำ
       
       เกียรติอนันท์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยถึงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า คนไทยทำบุญเฉลี่ย 250 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน ทำให้เห็นได้ว่าตลาดการทำบุญนั้นมีมูลค่าถึง 5 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยมีทั้งบริจาคเข้าวัดและบริจากเพื่อการกุศลอื่นๆด้วย และคิดรวมถึงการบริจาคเป็นสิ่งของ
       
       “ผมคิดว่าทำบุญเข้าวัดก็ไม่ต่ำกว่า3หมื่น 5 พันล้านบาทต่อปี โดยในวันพระใหญ่แต่ละวันผมคิดว่าน่าจะมีเงินไหลเวียนไม่ต่ำกว่า 6พันล้านบาท ซึ่งการที่เงินไหลเวียนระดับนี้ เรากำลังพูดถึงธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของศาสนาพุทธเป็นหลัก”
       
       ในมุมด้านการตลาดนั้น ความศรัทธาต่อวัดคือส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนแห่แหนกันไปร่วมทำบุญบริจาค ซึ่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยดังกล่าว มองว่า คนไทยจะบริจาคเงินเกิดจากความเชื่อเรื่องบุญที่จะได้รับผลตอบแทน ได้ขึ้นสวรรค์ ได้พบประสบสิ่งดี ดังนั้นการทำบุญกับวัดที่ดีน่าเลื่อมไส หรือกับพระที่ประพฤติตนให้เป็นที่ศรัทธาจึงเป็นสิ่งที่ชาวพุทธยึดถือปฏิบัติกัน
       
       “เหมือนคนจะมองว่าการบริจาคให้พระนั้น ความบริสุทธิ์ของพระจะมีผลต่อปริมาณบุญที่จะได้รับกลับมา แต่เราไม่มีเครื่องวัดความบริสุทธิ์ของพระ เพราะฉะนั้นจึงยึดเอาชื่อเสียงมาเป็นเกณฑ์ พระเกจิอาจารย์ดังๆ ทำบุญกับท่านรับพรจากท่านก็น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่า
       
       “เพราะฉะนั้นถึงแม้เงินจะไหลเวียนสูงถึง 35พันล้าน แต่จริงๆ กระจุกอยู่ในวัดใหญ่มากกว่าวัดเล็กๆ เราจึงเห็นวัดบางวัดต้องปิดตัวไป หรือต้องอยู่กันแบบสภาพทรุดโทรม บางวัดศาลามูลค่า 50-60ล้านได้ แต่ว่าบางวัดแค่ศาลายังไม่มีเลย”
       
       ความศรัทธาของชาวพุทธนอกจากศรัทธาในตัวพระเป็นรายบุคคล ซึ่งอาจเกิดจากการที่ลูกศิษย์บางคนเคารพนับถือแล้วได้โชคได้ดี จึงนำไปเล่าลือกลายเป็นชื่อเสียงของท่าน พุทธศาสนิกชนก็ยังศรัทธาในวัดใหญ่ๆที่มีชื่อเสียงด้านความดีของพระในวัด ซึ่งเกียรติอนันท์เห็นว่า วัดเหล่านี้เปรียบเสมือนแบรนด์ที่มีความแข็งแรงอยู่แล้ว ขณะที่วัดเล็กๆก็ลำบากในการดำรงไว้ซึ่งพุทธศาสนา
       
       “การทำบุญของคนไทยนั้นไม่ได้ทำบุญจนเกินตัว ก็จะรู้จักประมาณตนอยู่ในระดับนึงอยู่แล้ว ซึ่งก็จะเป็นการทำบุญเพื่อผ่อนคลายจากความตึงเครียดจากการทำงาน ผมคิดว่าต่อให้มูลค่าการทำบุญตรงนี้มันโตขึ้นก็ไม่เสียหาย เพราะผลที่ได้รับนั้นมันมากกว่า นั่นคือการที่คนไทยมีสำนึกทางจิตใจที่ดีขึ้น”
       
       ทำบุญให้ถึงแก่น
       
       จากมูลค่าของเงินที่ไหลเวียนอยู่ในการทำบุญของชาวพุทธ ด้านหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการเสาะหาผลประโยชน์จากบุคคลบางกลุ่ม กรณีของพระจัดงานบุญเรี่ยไรจึงเกิดขึ้นบ่อยๆ บางครั้งถึงขั้นนำสวรรค์นำนิพพานมาขาย ในมุมมองของผู้ที่ดำรงอยู่ในแวววงพุทธศาสนาอย่าง หลวงพ่อทอง อาภากโร เจ้าอาวาสวัดสนามใน ให้ข้อคิดว่า ถ้าพูดถึงเรื่องพระแสวงหาผลประโยชน์ก็เห็นจะพูดกันได้ไม่จบ
       
       “หลายครั้งมันเกินความจำเป็น บางวัดสร้างกันจนไม่มีที่ยืนให้กับต้นไม้ มันโฆษณากันเกินไป เดี๋ยวก็สร้างเจดีย์ ศาลา เดี๋ยวก็สร้างอะไรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มันกลายเป็นทำให้คนโลภ คนไม่โลภในวัตถุ แต่โลภบุญ เรียกอีกอย่างว่า เมาบุญ จิตใจมันก็ตกต่ำเหมือนกัน”
       
       อย่างไรก็ตามเป็นข้อสังเกตว่า บางทีการทำบุญมากๆในสังคมไทย อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่า เพราะผลประโยชน์ที่มากขึ้น ทำให้คนที่จิตใจอ่อนแออาจไหลเอนไปตามเงินที่มากองตรงหน้า
       
       “ถ้าฝึกมาไม่ดี จิตใจอ่อนแอเรียกว่าเสียพระเลยนะ กลายเป็นทำให้พระโลภ แล้วพระก็นำให้คนโลภไปอีก บวชซื้อรถ บวชผ่อนบ้าน พระบางรูปทำเป็นธุรกิจเลยนะ พุทธศาสนาในสังคมไทยเป็นเรื่องของรูปแบบมากจนเกินไป”
       
       โดยชาวพุทธในเมืองไทยนั้นการทำบุญ รักษาศีลเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ยังขาดการปฏิบัติ ในที่นี้ก็คือการมีสติอยู่กับปัจจุบัน การตื่นรู้ในทุกขณะจิตของชีวิต รู้ถึงทุกข์ รู้ถึงเหตุแห่งทุกข์ แล้วถึงลงมือดับทุกข์ด้วยตัวเอง
       
       “คราวนี้เราไม่รู้ คนไม่รู้ไม่เข้าใจ มันก็เดินผิดทิศหลงทาง ไปแก้กรรมบ้าง ไปสะเดาะเคราะห์ ศาสนาพุทธตอนนี้มันติดอยู่ที่พิธีกรรมมากจนเกินไป ถ้ารู้มีสติก็แก้ไขมันดำรงอยู่ในการใช้ชีวิตปกติ”
       
       ในความเห็นของเจ้าอาวาสวัดสนามในมองว่า ทางออกนั้นต้องเริ่มจากคณะสงฑ์ที่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่ควรนั่นคือการมุ่งเน้นที่การปฏิบัติ เพราะอย่างไรเสียพระก็ต้องเป็นฝ่ายนำผู้คนในสังคมให้ไปพบกับหนทางที่ถูกต้อง
       
       “คือถ้าให้คนธรรมดาหันมานำพระ เลิกบริจาค คนธรรมดาก็จะรู้สึกบาป ไปเถียงพระ ดังนั้นพระต้องเป็นฝ่ายนำ”
       
       ในวันพระใหญ่แต่ละวันนั้น หลวงพ่อทอง อาภากโรให้คำแนะนำง่ายๆว่า วันเหล่านี้ถือเป็นหมุดหมายหนึ่งในการริเริ่มในการปฏิบัติธรรม
       
       “ไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องมีวัตถุเยอะแยะ ปฏิบัติก็คือให้เราอยู่กับตัวเอง มีสติ รู้ตัว แค่นี้ก็เป็นการกระทำบุญที่ถูกที่ตรง ไม่ต้องเอาวัตถุมากมายมาสักการะบูชา มันเป็นแค่ส่วนประกอบนิดหน่อย การปฏิบัติบูชาเป็นที่สุด ไม่ต้องมีการบริกรรมคาถา ให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน การยืน การนั่ง การนอน การเดิน การพูด การเหยียด การเคลื่อน การไหวยิ่งเป็นบุญสูงเป็นบุญที่สุดเลย ให้เรามีสตินี่แหละ”
        
       
       วิธีทำบุญในวันพระใหญ่
       
       1.ให้ทำบุญกับวัดที่คนไม่ค่อยไปเพื่อกระจายเงินไปยังวัดที่ยังขาดแคลนบ้าง
       2.เลือกวัดที่ดีที่ตอบแทนกลับสู่สังคมด้วย
       3.หากทำไม่ได้ทั้งสองข้อแรก (ไม่มีเวลาพอจะหาวัด) ก็อาจจะไม่ต้องทำบุญเป็นสิ่งของ หรือเงินทอง เพียงแค่ปฏิบัติธรรมด้วยตัวเองก็ถือเป็นบุญที่สูงสุดแล้ว
        
       ภาพประกอบจาก อินเทอร์เน็ต

ข่าวล่าสุด ในหมวด
บทสรุปรักแตกหัก? 'เจนี่-เอ๋' หรือรักแท้แพ้ความรุนแรง!
'4 เสมอ' เทคนิคเลือกคู่ก่อนแต่งงาน [info]
ดวงประจำวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗
คอลัมภ์ส่องฟ้าชะตาลิขิต // พยากรณ์ระหว่างวันที26กรกฎาคม-1สิงหาคม 2557
Oops! ยัยตัวร้ายสุดแซ่บ 'มิน – พีชญา'
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้นั่งอัด ซีด๊ให้คุณยายจากเครื่องที่บันทึกในตอนเช้ามืดของทุกวัน เบื่อมากกับการที่พระออกมาโฆษณาให้สร้างโน่นนี่ ตั้งแต่ตึกหอต่าง ๆ พระรูปที่ใหญ่ที่สุด ๆ เพื่อรำลึกถึงพระรูปโน้นรูปนั้น มันไร้สาระทางธรรมอย่างสิ้นเชิง
เซ็งพระงก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 35 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วัดที่มีเงินมาก ควรเอาเงินมาทำประโยชน์แก่สังคมให้มากกว่านี้ เลิกบ้าสร้างวิหารพันล้าน เจดีย์ร้อยล้าน แม่แต่สร้างที่จอดรถก็ตั้งบเป็นร้อย เรี่ยไรไม่รู้ จบ ส่วนตัวขอทำปฏิบัติบููชา ไม่ทำแล้วอามิสบูชา ถ้าจะทำก็ไปบริจาคทุกปี กับเด็กพิการซ้าซ้อน สบายใจกว่าไปให้วัด
008
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นชาวพุทธที่ดีไม่ต้องไปวัดก็ได้ ที่หลอกล่อคนทำบุญมันเกินคำว่าศาสนาไปแล้ว ศีล 5 ทำให้ได้พอ โลกสงบสุขแล้ว ผู้สืบทอดศาสนาคือทุกคนทำความดี มันก็จะถูกส่งต่อ หาใช่คนจำวัด
123
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาเงินสร้างวัดเป็นพันล้าน เอาเงินไปสร้างคลีนิคหน้าวัดรักษาคนในราคาถูกดีกว่า
..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 29 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในความรู้ที่ผมมีและได้เจอมานะครับ สรุปได้ว่า

1.ธุรกิจในวัดมีจริง
2.การถวายเงินแก่พระสงฆ์ต้องอาบัติผิดธรรมวินัย
3.การถวายค่าไฟวัดสงฆ์ไม่ต้องอาบัติ แต่ต้องมีโยมที่จัดตั้งคณะกรรมการคอยดูแลทรัพย์ส่วนนี้ คือพูดง่ายๆ ญาติโยมต้องทำกันเองเพื่อให้ สงฆ์อาศัย
4.แต่ถ้าถวายเงินแก่พระสงฆ์เอาให้พระสงฆ์ดูแลเงินเอาไปจ่ายค่าไฟ สงฆ์ต้องอาบัติ
5.พุทธแท้ไม่ต้องพึ่งวัตถุ เครื่องรางของขลัง ไปศึกษาพระธรรมดีๆจะเห็นว่าเป็นอย่างนั้น
6.บุญเกิดจากการให้ หรือ เสีลสละ ไม่ใช่เกิดจากการให้แล้วมีเงื่อนไข เช่น ทำบุญแล้วอ้อนวอนขอ
เมื่อเราเข้าใจหลักการแล้ว เราจะไม่หลงไปตามยุคกระแส
พระธรรมของพระพุทธเจ้า จะเปลี่ยนตามยุคตามสมัยไม่ได้
อ้าวอย่าเถียงกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระควรเป็นผู้นำ เป็นตัวอย่างของการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงในญาติโยมเห็นเป็นแบบอย่าง ซึ่งตรงตามหลักสันโดษที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้สำหรับผู้ครองสมณเพศ แต่กลับกลายเป็นว่าพระนี่แหละที่แสดงความโลภโดยอาศัยบุญเป็นเครื่องล่อ ทั้งโลภอยากใหญ่เป็นเจ้าอาวาส เป็นเจ้าคณะฯ ไต่เต้าเรื่อยไป สร้างสิ่งก่อสร้างเป็นล้านๆ แต่ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า พวกนี้ไม่เห็นคุณค่าของเงินที่ญาติโยมบริจาคแต่ละบาทแต่ละสตางค์ ผลาญเงินบริจาคกันสนุกมือ (กรรมการวัดก็มีส่วน) ทำอะไรไม่เคยขอความเห็นคณะสงฆ์ในวัด เจ้าอาวาสถืิอความเห็นตนเองเป็นใหญ่ (ทำตัวเป็น CEO. บางรูปคิดว่าเป็นวัดของตนเองเลยด้วยซ้ำ พาครอบครัวญาติพี่น้องมาอาศัยเต็มไปหมด) พระในวัดเป็นเพียงพนักงานในวัด เป็นเพียงตัวประกอบที่ไม่ต้องมีบทพูดใดๆ มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายเจ้าอาวาสเท่านั้น (ถ้ายังอยากอยู่วัดนี้ต่อไป) วันๆ เจ้าอาวาสคุยกับญาติโยมมากกว่าพระในวัดด้วยกันเสียอีก หลายวัดมีการปฏิบัติธรรมดึงญาติโยมเข้าวัด ขอให้ญาติโยมพิจารณาให้ดี เพราะเดี๋ยวนี้เจ้าอาวาสพวกนี้ Fake เนียนมากๆ ญาติโยมแก่ๆ ก็มักตายกับพระปากหวาน พวกที่เข้าทำนองประจบคฤหัสถ์ เดี๋ยวนี้มีเยอะ ยิ่งตลาดของสำนักปฏิบัติมีการแข่งขันกันสูง ทุกที่จึงต้องการดึงลูกค้าเอาไว้ให้มากที่สุด (ต่อไปจะสร้างอะไรก็ง่ายขึ้นเยอะ) เดี๋ยวนี้เป็นกันเยอะ พวกที่ใช้ชื่อว่าวัดป่า...หลายแห่งก็เอากับเขาด้วย พวกนี้บางที่ชอบเอาครูบาอาจารย์เป็นจุดขาย ยังไงเสียก็ของให้ใช้ปัญญามากๆ อย่าใช้แต่ศรัทธาอย่างเดียว เพราะมันจะถูกหลอกลวงเอาได้ง่าย อย่างที่หลวงพ่อทองได้กล่าวไว้ ขอให้เน้นปฏิบัติบูชาให้มาก อย่าเอาแต่พิธีกรรมกันนักเลย แทนที่จะปฏิบัติธรรมอย่างเบาสบาย กลับเอาเครื่องทรงอะไรไม่รู้ม่ใส่ให้หนัก ไปๆมาๆก็มัวเพลิดเพลินแต่กับการเล่นประดับประดาเครื่องทรงอยู่นั่นเอง
พระเมืองชล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 27 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ธุรกิจนี้หากินง่ายสุด ฟอกเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องเสียภาษี

สั่งสอนเยอะๆหน่ะดีเเล้ว มนุษย์อ่อนเเอจะตาย อยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีสิ่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เอาเงินไปทำบุญกันเยอะๆนะ ศาสนาจะได้เจริญ ไปดูเเถวต่างจังหวัดซิ วัดวาใหญ่โตเป็นทองเหลืออร่าม ส่วนโรงเรียนที่อยู๋ตรงข้ามกับวัด เเม้เเต่รองเท้าเด็กยังไม่มีจะใส่ อุปกรณ์การเรียน เครื่องเล่นกีฬาขาดหมด เเต่ช่างมันเหอะ เด็กๆก็เเต่อนาคตของชาติ ไม่ต้องให้เรียนมากหรอก สอนศาสนาให้เข้าหัวเด็กเป็นพอ พอเค้าโตมาเค้าจะได้ไหว้เเมวสามขาหมาสองหาง เค้าจะได้ทำงานหัวปักหัวปำเพื่อที่จะเอาเงินมาบริจาคให้กับศาสนา

เขาทำให้คุณมีความเชื่อ เพื่อที่คุณจะได้ทำงานให้เค้า เเลกกับสิ่งยืดเหนี่ยวจิตใจ กงเกวียนมันวนเวียนมาเเบบนี้ :D

อย่าลืมนะ ไม่ต้องให้เยาวชนเรียนเยอะ ไม่ต้องสนับสนุน เดี๋ยวมันจะฉลาดซะ คนโ.ง่ๆมันควบคุมง่ายกว่าคนฉลาด ไม่ว่าจะสอนอะไรมันก็เชื่อ ทำบุญเยอะๆนะตัวเอง จะได้ขึ้นสวรรค์ ฮิ้วววว

ทำดีขึ้นสวรรค์ ทำชั่วลงนรก ส่วนเดี๊ยนตายเมื่อไหร่ บริจาคร่างกายให้กาชาดเอาไปช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ยังมีทางรอด สงสัยว่าคงจะวนเวียนอยู๋บนโลกมนุษย์นี่เเหละมั๊งหว่า เหมือนจะอมตะเลยนิตัวเรา เง้อออออ
สุดใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พุทธพาณิชย์ คือ พุทธ+พานิชย์ ศาสนาพุทธในเชิงของการค้าขาย ซึ่งมันแปลกแยก และไม่ควรมี
วัดมีสิ่งที่ต้องดูแลนั่นก็ใช่ แต่ไม่ใช่จะต้องสร้างกันไม่หยุดหย่อน-ต้องสะสมกันเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน
ยิ่งสร้างมากย่อมต้องดูแลมาก และทำบุญแล้วเงินเข้าวัดนะ ไม่เสียหายหรอก แต่ไอ้ที่มันเสีย คือมันไม่เข้าวัดนะสิ

พุทธพานิขย์ ส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยคือเรื่องของการสร้างวัตถุมงคล คิดให้ดีมันก็ดี
แต่เดี๋ยวนี้มันก็มีอะไรที่หลงไปมาก พิสดาร ถึงขนาดมีชูชกและสัตว์ประหลาดมาให้เช่าบูชากันมามาย
จริงๆแล้วอย่างหลังนี่จะว่าเป็นพุทธก็ไม่ใช่ แต่ในเมื่อได้มาอยู่รวมกันในตู้พระเครื่อง ก็โดนเหมาว่าเป็นพุทธพานิชย์หมดแหล่ะ

สิ่งที่เป็นปัญหากันมากตอนนี้ คือการที่ชาวพุทธสมัยนี้
นิยมสร้างบุญกุศลโดยการให้ทาน โดยมักเป็นทานที่สำเร็จได้ด้วยปัจจัยเงินทอง
(ซึ่งพระสมัยนี้ก็ชอบกันมาก)มากกว่าการให้ทานด้วยใจ ด้วยการรักษาศีล การเจริญภาวนา
ซึ่งเป็นวิธีการการสร้างบุญใหญ่ กุศลใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงิน

ในเมื่อการทำบุญด้วยเงิน เป็นอะไรที่สะดวก ง่าย ทำให้อลัชชี+ผู้มีส่วนได้เสียใช้เป็นช่องทาง
ทำมาหากินไม่ใช่น้อยๆ และญาติโยมสมัยนี้ก็นิยมเอาปัจจัยใส่ย่ามมากกว่า
ที่จะไปซื้อหา-หุงหาข้าวปลามาใส่บาตรเป็นไหนๆ เพราะต่างก็มีเหตุผลเรื่องเร่งรีบ ไม่มีเวลา
และก็คิดว่าเป็นการทำบุญที่มีอานิสงฆ์เหมือนกัน
แล้วหลายๆวัดในเขตเมืองใหญ่ อย่างกทม. เส้นทางการเดินบิณฑบาตของพระ แทบต้องขอสัมปทานกัน
ขืนไปเดินทับเส้นกันก็เท่ากับทับเส้นทางทำมาหากินกัน จนเกิดเรื่องเอาฝาบาตรวิ่งไล่ตีกันก็มีข่าวให้เห็นเป็นระยะ
ลองไปสำรวจสิ วัดใหญ่ๆในกทม. การเดินบิณฑบาตสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าอย่างน้อยก็ 4-500
ไปจนถึง 1000 กว่าบาท และพระหัวแถว(ผู้มีพรรษาอาวุโส) อาจได้ถึง2-3000บาท แทบทุกวัน
นี่ยังไม่รวมกิจนิมนต์เลย การบิณฑบาตครั้งนึงก็ไม่เกิน 1 ชั่วโมง รายได้งามไหม พระดีก็ดีไป ที่เขวไปก็ไม่ใช่น้อย

และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการความเชื่อที่ทำให้คนหลงเข้าใจผิดว่า
การทำบุญด้วยเงินมีอานิสงฆ์ที่ยิ่งทำบ่อยยิ่งทำมาก ยิ่งได้บุญมาก โดยไม่สนใจที่มาของเงิน
ว่ามันจะได้มาด้วยวิธีการใด ต้องไปประกอบกรรมดีกรรมชั่วใดๆมาบ้าง ความเชื่อนี้ เป็นอันตรายต่อทั้งศาสนาและสังคม
เพราะความเชื่อเหล่านี้ก็คือ บุญที่ซื้อหากันได้ด้วยเงิน และเมื่อความเชื่อนี้ขยายวงกว้าง
ฝังรากลึกลงไปเมื่อใด สิ่งที่ชั่ว สิ่งที่ผิดบาปมหันต์ โทษดูจะทุเลาเบาบางลงไปทันที
การหมายถึงว่า คนก็กล้าที่จะทำชั่วทำบาปมากขึ้น หากว่าการกระทำนั้นสามารถแสวงหา
ผลกำไร ได้ผลประโยชน์ ได้เงินได้ทองเป็นกอบเป็นกำได้ ก็กล้าทำ เมื่อทำไปแล้วโกยเงินมาได้
ก็แบ่งไปทำบุญบ้าง บาปโทษหนักก็จะเบาหรือบางทีทำมากก็อาจหลุดจากบาปไปได้ เป็นซะงั้น
ด้วยความหลงเชื่อว่าทำบุญด้วยเงิน ยิ่งทำมากยิ่งได้บุญมาก
ถ้าอย่างนั้น โกงมามาก ก็ทำบุญให้มากหน่อย ก็หายกัน ไม่ใช่เหรอ
สอนกันดีๆนะ ไม่งั้นสังคมก็วิบัติ ศาสนาก็มัวหมอง เสื่อมเสียไปด้วย
แต่ยังไงเสีย ทุกวันนี้ วัดดี พระแท้ก็ยังมีอยู่ อย่าเพิ่งหลงทางไปไกลนัก
ศิษย์มีครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันนี้บริษัืท ธรรมกาย จำกัด จัดอีเว้นท์ใหญ่รีดเงินสมาชิก ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน
ทำมะโกย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถามนักเศรษฐศาสตร์ มันก็ตีทุกอย่างเป็นเงินไปหมด แต่การทำบุญเป็นเรื่องของศรัทธา มันวัดไม่ได้ด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจ
เด็กวัด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพื่ออานิสงค์แห่งการทำบุญขอท่านทั้งหลายเมื่อทำไปแล้วอย่าได้ไปคิดว่าเป็นพาณิชย์หรือการค้า ให้คิดว่าเราได้ละจากความโลภ สละทานบารมี ในปัจจุบันชาติเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ส่วนใครจะเอาเงินของที่เขาทำบุญทำทานไปก็เรื่องของเขาถือว่าเราสละแล้ว อย่าได้ไปคิดเลยเดี่ยวจะไม่ได้บุญ เราก็ทำตามกำลังศรัทธาของเราได้บุญเหมือนกันอยู่ที่จิตใจของเรา และเรื่องแบบนี้ไม่ควรนำมาโต้เถียงหรือจุดประเด็นให้คนต้องก่อกรรมทำเข็ญ หากท่านใดต่อว่าพระภิกษุสงฆ์ท่านก็จะเป็นบาปไปเปล่าๆ ถือเสียว่าเรานับถือพระพุทธเจ้า ไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ และเลวร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้คิดเสียว่าใครทำกรรมใดไว้ วิบากกรรมจะมาสนองเขาเองแค่นี้ก็พอ สาธุ
คนพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมเจ้าอาวาสต้องจับเงินละ ให้บิลค่าอะไรทั้งหลายให้คนอยากช่วยไปจ่ายซิ เคยได้ยินไหมคำว่า money is the root of all devil ตราบใดเงินอยู่ในวัดๆนั้นไม่หมดหรอกคำว่ากิเลสนะ
วัด พระอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าใช้คำว่าพุทธพาณิชย์เลย วัดทุกวัดมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาคนทั้งนั้น ไม่มีอะไรฟรีหรอก ขึ้นรถเมล์ยังไม่เคยฟรีเลย เราก็เป็นไทยด้วยกัน อย่าพูดให้เกิดการแบ่งแยก ชาวพุทธก็เป็นต้นทุนทางสังคมเช่นเดียวกัน ที่รัฐบาลควรจะเหลียวแล กฎหมายรัฐธรรมก็แบ่งไว้ชัดเจน คนไทยทุกคนเท่าเทียมกัน และวัดก็เป็นของทุกคนถึงยาก ดี มีจน ที่เข้าไปใช้ชีวิตในวัดด้วยการบวชเรียนหนังสือ หรือปฎิบัติธรรมได้ ส่วนจะมีเงินมากหรือน้อยก็อยู่ที่ศรัทธาของแต่ละวัด การเมืองก็แบ่งแยกพอแรงแล้ว การศาสนาอย่าให้แบ่งแยกมากนัก
๙๙๙
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นับถือพระธรรม แต่ไม่นับถือพระ. พวก โล้นห่มเหลือง เมืองไทยมีแสนกว่าวัดมีพระหลายแสนองค์ ชายไทยไม่อดตายถ้าห่มเหลือง
ชายไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พุทธวัตถุ ทำพระออกให้เช่า ทำไมไม่ทำขนมหม้อแกงออกขายเลยล่ะครับ เลิกสอนให้งมงายได้ไหม ใหญ่ๆโตๆทั้งน้าน...ที่ทำอยู่
m lek
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพิ่งสึกครับ
พุทธพาณิชย์มีจริงครับ ไม่เถียง แต่ขอให้ดูเป็นเฉพาะบุคคลดีกว่าครับ อย่าเหมาทั้งวัด

วัดใหญ่ วัดหลวงหลายๆวัด เจ้าอาวาสหนักใจมากครับ จะว่ากล่าวตักเตือนก็ทำได้ไม่เต็มที่ อย่าลืมนะครับ สังคมพระไม่เหมือนสังคมฆราวาส ที่เจ้านายจะทำอย่างไรก็ได้ให้องค์กรอยู่รอด

ค่านํ้า ค่าไฟ เดือนนึงก็ไม่ใช่น้อยๆ เงินที่ได้มาจากจากตู้บริจาคหลายๆครั้งก็ไม่พอหรอกครับ ผอ.การไฟฟ้ายังต้องไปคุยกับวัดหลายๆแห่งในเรื่องนี้เลยครับ

สังคมพระก็เหมือนสังคมฆราวาส มีทั้งส่วนดี และ ไม่ดรนะครับ
DD
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อคืนพาแม่ไปกราบและเวียนเทียนพระบรมสารีรกธาตุที่สนามหลวง

ตอนจะกลับผมกับแม่ก็ทำบุญเช่าบูชาพระเครื่อง พุทธชยันตี กลับบ้าน 7 องค์

ผมบอกกับแม่ว่า เราต้องช่วยทำบุญบำรุงพระศาสนา รายได้จากการให้เช่าพระเครื่อง พวกเขาก็จะนำไปบำรุงพระศาสนา

แต่ผมจะเลือกเช่าบูชาพระกับวัดที่เชื่อถือได้ว่า รายได้เข้าวัดแน่นอน ไม่ใช่รายได้เข้าเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ชาวพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +34 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่อยากจะให้ใช้คำว่าพุทธพาณิชย์ เพราะปัจจัยทั้งหลายที่วัดได้มาเกิดจากความสัทธาและเต็มใจที่ให้ เรายอมรับว่ามีบางวัดที่อาจจะทำให้รู้ไม่ดีไปบางแต่ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าปัจจุบันเจ้าอาวาสต้องหาปัจจัยมาจ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ และซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ในวัดอีกหลายอย่าง อยากให้คนที่ต่อว่าพระ ขอให้ออกไปดูตามวัดที่อยู่บ้านนอกบ้างอย่างไปมุ่งดูและจับผิดวัด เพียงไม่กี่วัดแล้วเหมาร่วมทั่งประเทศ ขอให้ท่านทำใจเป็นกลางๆ และให้ความธรรมกับพระบางก็น่าจะดี ท่านจะตำหนิวัดใดวัดหนึ่งท่านก็พูดไปเลยว่าวัดนั้นๆ เป็นอย่างไร พูทธศาสนาอยู่ไม่ได้ถ้าประชาชนที่นับถือไม่ช่วยกันเอง คนที่พูดว่านับถือนับศาสนาพูทธและตำหนิพระสงฆ์ ในศาสนาพุทธมากมาย ถามจริงๆ พวกท่านเคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ บาง และเคยไปตรวจสอบตำหนิศาสนาเหล่านั้นบางหรือไม่ ถ้าจะตำหนิศาสนาเรากันเองก็ทำให้ถูกต้องตรงๆ ตัวบุคคลและสถานที่ไปเลยจะได้แก้ให้ถูกต้อง ฟ้องร้องให้ถูกบุคคล อย่าเหมารวมแบบนี้นรกกินหัวพวกท่านแล้ว ไม่ลองดูว่าท่านมีความสูขดีหรือที่ด่าวัดแบบนี้ อ้อเราไม่ใช่พระนะ แต่เป็นคนที่เข้าใจและรู้บุญคุณของวัดและศาสนาเท่านั้นเอง
Kyu
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +43 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากเห็นพุทธพาณิชย์ของจริง แนะนำ ไปที่ รังสิตคลองสองครับ
ทำบุญมาก ได้ขึ้นยานแม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014