หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Live-Lite
 

พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย เงินสะพัด 6 พันล.!!!

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 4 มิถุนายน 2555 15:23 น.

พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย  เงินสะพัด 6 พันล.!!!

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย  เงินสะพัด 6 พันล.!!!

พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย  เงินสะพัด 6 พันล.!!!

พุทธพาณิชย์อู้ฟู่!! วิสาขะ..วัดรวย  เงินสะพัด 6 พันล.!!!

วัดครึ่งนึง กรรมการครึ่งนึง...พุทธพาณิชย์เบ่งบานมาช้านาน เป็นเงามืดด้านหนึ่งของพระพุทธศาสนา จึงมีคำถามว่า ศาสนาพุทธนั้น เน้นเรื่องพระธรรมคำสอน ยึดถือปฏิบัติ ไม่ใช่หรือ ทำไมวัด พระสงฆ์ ในสังคมพระพุทธศาสนาของไทย จึงมุ่งแต่การเรี่ยไรเงิน ทรัพย์สิน เพื่อมาสร้างวัตถุ เช่น ศาลา โบสถ์ วิหาร อย่างยิ่งใหญ่เกินตัว
       
       มีการวิเคราะห์พบว่า ในวันพระใหญ่แต่ครั้ง มีเงินสะพัดจากเงินทำบุญถึงครั้งละ 6 พันล้านบาท แต่ขณะที่ปีหนึ่งคนไทย ทำบุญเข้าวัดถึงปีละ 3.5 หมื่นล้านบาท
       
       เศรษฐกิจเงินบุญ
       
       ศาสนาพุทธในเมืองไทยนั้นมีธรรมชาติอยู่อย่างหนึ่งคือดำรงอยู่ด้วยศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน และยอมรับว่าการจะดำรงคงอยู่ของพุทธศาสนาในเมืองไทยจำเป็นต้องมีเงินเข้ามาหล่อเลี้ยง ทว่าด้วยศรัทธาของสังคมที่มีรากฐานความเชื่อในพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน
       
       การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้คนนั้นแขวนเกี่ยวอยู่กับความเชื่อเรื่องบุญกรรมก็ทำให้ประเทศไทยถึงขั้นติดอันดับหนึ่งเรื่องใจบุญที่สุดในโลกมาแล้ว จากการเปิดเผยของมูลนิธิช่วยเหลือการกุศลแชริตี เอด ฟาวน์เดชั่น (ซีเอเอฟ) แห่งสหราชอาณาจักรโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อประชากรพบว่าคนไทยร้อยละ85 บริจาคเงินเป็นประจำ
       
       เกียรติอนันท์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยถึงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า คนไทยทำบุญเฉลี่ย 250 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน ทำให้เห็นได้ว่าตลาดการทำบุญนั้นมีมูลค่าถึง 5 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยมีทั้งบริจาคเข้าวัดและบริจากเพื่อการกุศลอื่นๆด้วย และคิดรวมถึงการบริจาคเป็นสิ่งของ
       
       “ผมคิดว่าทำบุญเข้าวัดก็ไม่ต่ำกว่า3หมื่น 5 พันล้านบาทต่อปี โดยในวันพระใหญ่แต่ละวันผมคิดว่าน่าจะมีเงินไหลเวียนไม่ต่ำกว่า 6พันล้านบาท ซึ่งการที่เงินไหลเวียนระดับนี้ เรากำลังพูดถึงธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของศาสนาพุทธเป็นหลัก”
       
       ในมุมด้านการตลาดนั้น ความศรัทธาต่อวัดคือส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนแห่แหนกันไปร่วมทำบุญบริจาค ซึ่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยดังกล่าว มองว่า คนไทยจะบริจาคเงินเกิดจากความเชื่อเรื่องบุญที่จะได้รับผลตอบแทน ได้ขึ้นสวรรค์ ได้พบประสบสิ่งดี ดังนั้นการทำบุญกับวัดที่ดีน่าเลื่อมไส หรือกับพระที่ประพฤติตนให้เป็นที่ศรัทธาจึงเป็นสิ่งที่ชาวพุทธยึดถือปฏิบัติกัน
       
       “เหมือนคนจะมองว่าการบริจาคให้พระนั้น ความบริสุทธิ์ของพระจะมีผลต่อปริมาณบุญที่จะได้รับกลับมา แต่เราไม่มีเครื่องวัดความบริสุทธิ์ของพระ เพราะฉะนั้นจึงยึดเอาชื่อเสียงมาเป็นเกณฑ์ พระเกจิอาจารย์ดังๆ ทำบุญกับท่านรับพรจากท่านก็น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่า
       
       “เพราะฉะนั้นถึงแม้เงินจะไหลเวียนสูงถึง 35พันล้าน แต่จริงๆ กระจุกอยู่ในวัดใหญ่มากกว่าวัดเล็กๆ เราจึงเห็นวัดบางวัดต้องปิดตัวไป หรือต้องอยู่กันแบบสภาพทรุดโทรม บางวัดศาลามูลค่า 50-60ล้านได้ แต่ว่าบางวัดแค่ศาลายังไม่มีเลย”
       
       ความศรัทธาของชาวพุทธนอกจากศรัทธาในตัวพระเป็นรายบุคคล ซึ่งอาจเกิดจากการที่ลูกศิษย์บางคนเคารพนับถือแล้วได้โชคได้ดี จึงนำไปเล่าลือกลายเป็นชื่อเสียงของท่าน พุทธศาสนิกชนก็ยังศรัทธาในวัดใหญ่ๆที่มีชื่อเสียงด้านความดีของพระในวัด ซึ่งเกียรติอนันท์เห็นว่า วัดเหล่านี้เปรียบเสมือนแบรนด์ที่มีความแข็งแรงอยู่แล้ว ขณะที่วัดเล็กๆก็ลำบากในการดำรงไว้ซึ่งพุทธศาสนา
       
       “การทำบุญของคนไทยนั้นไม่ได้ทำบุญจนเกินตัว ก็จะรู้จักประมาณตนอยู่ในระดับนึงอยู่แล้ว ซึ่งก็จะเป็นการทำบุญเพื่อผ่อนคลายจากความตึงเครียดจากการทำงาน ผมคิดว่าต่อให้มูลค่าการทำบุญตรงนี้มันโตขึ้นก็ไม่เสียหาย เพราะผลที่ได้รับนั้นมันมากกว่า นั่นคือการที่คนไทยมีสำนึกทางจิตใจที่ดีขึ้น”
       
       ทำบุญให้ถึงแก่น
       
       จากมูลค่าของเงินที่ไหลเวียนอยู่ในการทำบุญของชาวพุทธ ด้านหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการเสาะหาผลประโยชน์จากบุคคลบางกลุ่ม กรณีของพระจัดงานบุญเรี่ยไรจึงเกิดขึ้นบ่อยๆ บางครั้งถึงขั้นนำสวรรค์นำนิพพานมาขาย ในมุมมองของผู้ที่ดำรงอยู่ในแวววงพุทธศาสนาอย่าง หลวงพ่อทอง อาภากโร เจ้าอาวาสวัดสนามใน ให้ข้อคิดว่า ถ้าพูดถึงเรื่องพระแสวงหาผลประโยชน์ก็เห็นจะพูดกันได้ไม่จบ
       
       “หลายครั้งมันเกินความจำเป็น บางวัดสร้างกันจนไม่มีที่ยืนให้กับต้นไม้ มันโฆษณากันเกินไป เดี๋ยวก็สร้างเจดีย์ ศาลา เดี๋ยวก็สร้างอะไรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มันกลายเป็นทำให้คนโลภ คนไม่โลภในวัตถุ แต่โลภบุญ เรียกอีกอย่างว่า เมาบุญ จิตใจมันก็ตกต่ำเหมือนกัน”
       
       อย่างไรก็ตามเป็นข้อสังเกตว่า บางทีการทำบุญมากๆในสังคมไทย อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่า เพราะผลประโยชน์ที่มากขึ้น ทำให้คนที่จิตใจอ่อนแออาจไหลเอนไปตามเงินที่มากองตรงหน้า
       
       “ถ้าฝึกมาไม่ดี จิตใจอ่อนแอเรียกว่าเสียพระเลยนะ กลายเป็นทำให้พระโลภ แล้วพระก็นำให้คนโลภไปอีก บวชซื้อรถ บวชผ่อนบ้าน พระบางรูปทำเป็นธุรกิจเลยนะ พุทธศาสนาในสังคมไทยเป็นเรื่องของรูปแบบมากจนเกินไป”
       
       โดยชาวพุทธในเมืองไทยนั้นการทำบุญ รักษาศีลเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ยังขาดการปฏิบัติ ในที่นี้ก็คือการมีสติอยู่กับปัจจุบัน การตื่นรู้ในทุกขณะจิตของชีวิต รู้ถึงทุกข์ รู้ถึงเหตุแห่งทุกข์ แล้วถึงลงมือดับทุกข์ด้วยตัวเอง
       
       “คราวนี้เราไม่รู้ คนไม่รู้ไม่เข้าใจ มันก็เดินผิดทิศหลงทาง ไปแก้กรรมบ้าง ไปสะเดาะเคราะห์ ศาสนาพุทธตอนนี้มันติดอยู่ที่พิธีกรรมมากจนเกินไป ถ้ารู้มีสติก็แก้ไขมันดำรงอยู่ในการใช้ชีวิตปกติ”
       
       ในความเห็นของเจ้าอาวาสวัดสนามในมองว่า ทางออกนั้นต้องเริ่มจากคณะสงฑ์ที่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่ควรนั่นคือการมุ่งเน้นที่การปฏิบัติ เพราะอย่างไรเสียพระก็ต้องเป็นฝ่ายนำผู้คนในสังคมให้ไปพบกับหนทางที่ถูกต้อง
       
       “คือถ้าให้คนธรรมดาหันมานำพระ เลิกบริจาค คนธรรมดาก็จะรู้สึกบาป ไปเถียงพระ ดังนั้นพระต้องเป็นฝ่ายนำ”
       
       ในวันพระใหญ่แต่ละวันนั้น หลวงพ่อทอง อาภากโรให้คำแนะนำง่ายๆว่า วันเหล่านี้ถือเป็นหมุดหมายหนึ่งในการริเริ่มในการปฏิบัติธรรม
       
       “ไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องมีวัตถุเยอะแยะ ปฏิบัติก็คือให้เราอยู่กับตัวเอง มีสติ รู้ตัว แค่นี้ก็เป็นการกระทำบุญที่ถูกที่ตรง ไม่ต้องเอาวัตถุมากมายมาสักการะบูชา มันเป็นแค่ส่วนประกอบนิดหน่อย การปฏิบัติบูชาเป็นที่สุด ไม่ต้องมีการบริกรรมคาถา ให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน การยืน การนั่ง การนอน การเดิน การพูด การเหยียด การเคลื่อน การไหวยิ่งเป็นบุญสูงเป็นบุญที่สุดเลย ให้เรามีสตินี่แหละ”
        
       
       วิธีทำบุญในวันพระใหญ่
       
       1.ให้ทำบุญกับวัดที่คนไม่ค่อยไปเพื่อกระจายเงินไปยังวัดที่ยังขาดแคลนบ้าง
       2.เลือกวัดที่ดีที่ตอบแทนกลับสู่สังคมด้วย
       3.หากทำไม่ได้ทั้งสองข้อแรก (ไม่มีเวลาพอจะหาวัด) ก็อาจจะไม่ต้องทำบุญเป็นสิ่งของ หรือเงินทอง เพียงแค่ปฏิบัติธรรมด้วยตัวเองก็ถือเป็นบุญที่สูงสุดแล้ว
        
       ภาพประกอบจาก อินเทอร์เน็ต

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ผิดหรือไม่? บริการด้วย(สินน้ำ)ใจ...ตำรวจไทยนำขบวน
ระวัง!! โจรกรรมนัมเบอร์ สวมสิทธิ์ก่ออาชญากรรม [Info]
อนิจจาวัยคะนอง โพสต์ประจานไม่ยั้ง กระทั่งภาพเสร็จกิจ!!?
ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗
เกาะกระแสล้อเลียน “ผมนี่...” ฮาเลย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 1 +43 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากเห็นพุทธพาณิชย์ของจริง แนะนำ ไปที่ รังสิตคลองสองครับ
ทำบุญมาก ได้ขึ้นยานแม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +34 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่อยากจะให้ใช้คำว่าพุทธพาณิชย์ เพราะปัจจัยทั้งหลายที่วัดได้มาเกิดจากความสัทธาและเต็มใจที่ให้ เรายอมรับว่ามีบางวัดที่อาจจะทำให้รู้ไม่ดีไปบางแต่ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าปัจจุบันเจ้าอาวาสต้องหาปัจจัยมาจ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ และซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ในวัดอีกหลายอย่าง อยากให้คนที่ต่อว่าพระ ขอให้ออกไปดูตามวัดที่อยู่บ้านนอกบ้างอย่างไปมุ่งดูและจับผิดวัด เพียงไม่กี่วัดแล้วเหมาร่วมทั่งประเทศ ขอให้ท่านทำใจเป็นกลางๆ และให้ความธรรมกับพระบางก็น่าจะดี ท่านจะตำหนิวัดใดวัดหนึ่งท่านก็พูดไปเลยว่าวัดนั้นๆ เป็นอย่างไร พูทธศาสนาอยู่ไม่ได้ถ้าประชาชนที่นับถือไม่ช่วยกันเอง คนที่พูดว่านับถือนับศาสนาพูทธและตำหนิพระสงฆ์ ในศาสนาพุทธมากมาย ถามจริงๆ พวกท่านเคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ บาง และเคยไปตรวจสอบตำหนิศาสนาเหล่านั้นบางหรือไม่ ถ้าจะตำหนิศาสนาเรากันเองก็ทำให้ถูกต้องตรงๆ ตัวบุคคลและสถานที่ไปเลยจะได้แก้ให้ถูกต้อง ฟ้องร้องให้ถูกบุคคล อย่าเหมารวมแบบนี้นรกกินหัวพวกท่านแล้ว ไม่ลองดูว่าท่านมีความสูขดีหรือที่ด่าวัดแบบนี้ อ้อเราไม่ใช่พระนะ แต่เป็นคนที่เข้าใจและรู้บุญคุณของวัดและศาสนาเท่านั้นเอง
Kyu
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พุทธพาณิชย์ คือ พุทธ+พานิชย์ ศาสนาพุทธในเชิงของการค้าขาย ซึ่งมันแปลกแยก และไม่ควรมี
วัดมีสิ่งที่ต้องดูแลนั่นก็ใช่ แต่ไม่ใช่จะต้องสร้างกันไม่หยุดหย่อน-ต้องสะสมกันเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน
ยิ่งสร้างมากย่อมต้องดูแลมาก และทำบุญแล้วเงินเข้าวัดนะ ไม่เสียหายหรอก แต่ไอ้ที่มันเสีย คือมันไม่เข้าวัดนะสิ

พุทธพานิขย์ ส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยคือเรื่องของการสร้างวัตถุมงคล คิดให้ดีมันก็ดี
แต่เดี๋ยวนี้มันก็มีอะไรที่หลงไปมาก พิสดาร ถึงขนาดมีชูชกและสัตว์ประหลาดมาให้เช่าบูชากันมามาย
จริงๆแล้วอย่างหลังนี่จะว่าเป็นพุทธก็ไม่ใช่ แต่ในเมื่อได้มาอยู่รวมกันในตู้พระเครื่อง ก็โดนเหมาว่าเป็นพุทธพานิชย์หมดแหล่ะ

สิ่งที่เป็นปัญหากันมากตอนนี้ คือการที่ชาวพุทธสมัยนี้
นิยมสร้างบุญกุศลโดยการให้ทาน โดยมักเป็นทานที่สำเร็จได้ด้วยปัจจัยเงินทอง
(ซึ่งพระสมัยนี้ก็ชอบกันมาก)มากกว่าการให้ทานด้วยใจ ด้วยการรักษาศีล การเจริญภาวนา
ซึ่งเป็นวิธีการการสร้างบุญใหญ่ กุศลใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงิน

ในเมื่อการทำบุญด้วยเงิน เป็นอะไรที่สะดวก ง่าย ทำให้อลัชชี+ผู้มีส่วนได้เสียใช้เป็นช่องทาง
ทำมาหากินไม่ใช่น้อยๆ และญาติโยมสมัยนี้ก็นิยมเอาปัจจัยใส่ย่ามมากกว่า
ที่จะไปซื้อหา-หุงหาข้าวปลามาใส่บาตรเป็นไหนๆ เพราะต่างก็มีเหตุผลเรื่องเร่งรีบ ไม่มีเวลา
และก็คิดว่าเป็นการทำบุญที่มีอานิสงฆ์เหมือนกัน
แล้วหลายๆวัดในเขตเมืองใหญ่ อย่างกทม. เส้นทางการเดินบิณฑบาตของพระ แทบต้องขอสัมปทานกัน
ขืนไปเดินทับเส้นกันก็เท่ากับทับเส้นทางทำมาหากินกัน จนเกิดเรื่องเอาฝาบาตรวิ่งไล่ตีกันก็มีข่าวให้เห็นเป็นระยะ
ลองไปสำรวจสิ วัดใหญ่ๆในกทม. การเดินบิณฑบาตสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าอย่างน้อยก็ 4-500
ไปจนถึง 1000 กว่าบาท และพระหัวแถว(ผู้มีพรรษาอาวุโส) อาจได้ถึง2-3000บาท แทบทุกวัน
นี่ยังไม่รวมกิจนิมนต์เลย การบิณฑบาตครั้งนึงก็ไม่เกิน 1 ชั่วโมง รายได้งามไหม พระดีก็ดีไป ที่เขวไปก็ไม่ใช่น้อย

และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการความเชื่อที่ทำให้คนหลงเข้าใจผิดว่า
การทำบุญด้วยเงินมีอานิสงฆ์ที่ยิ่งทำบ่อยยิ่งทำมาก ยิ่งได้บุญมาก โดยไม่สนใจที่มาของเงิน
ว่ามันจะได้มาด้วยวิธีการใด ต้องไปประกอบกรรมดีกรรมชั่วใดๆมาบ้าง ความเชื่อนี้ เป็นอันตรายต่อทั้งศาสนาและสังคม
เพราะความเชื่อเหล่านี้ก็คือ บุญที่ซื้อหากันได้ด้วยเงิน และเมื่อความเชื่อนี้ขยายวงกว้าง
ฝังรากลึกลงไปเมื่อใด สิ่งที่ชั่ว สิ่งที่ผิดบาปมหันต์ โทษดูจะทุเลาเบาบางลงไปทันที
การหมายถึงว่า คนก็กล้าที่จะทำชั่วทำบาปมากขึ้น หากว่าการกระทำนั้นสามารถแสวงหา
ผลกำไร ได้ผลประโยชน์ ได้เงินได้ทองเป็นกอบเป็นกำได้ ก็กล้าทำ เมื่อทำไปแล้วโกยเงินมาได้
ก็แบ่งไปทำบุญบ้าง บาปโทษหนักก็จะเบาหรือบางทีทำมากก็อาจหลุดจากบาปไปได้ เป็นซะงั้น
ด้วยความหลงเชื่อว่าทำบุญด้วยเงิน ยิ่งทำมากยิ่งได้บุญมาก
ถ้าอย่างนั้น โกงมามาก ก็ทำบุญให้มากหน่อย ก็หายกัน ไม่ใช่เหรอ
สอนกันดีๆนะ ไม่งั้นสังคมก็วิบัติ ศาสนาก็มัวหมอง เสื่อมเสียไปด้วย
แต่ยังไงเสีย ทุกวันนี้ วัดดี พระแท้ก็ยังมีอยู่ อย่าเพิ่งหลงทางไปไกลนัก
ศิษย์มีครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้นั่งอัด ซีด๊ให้คุณยายจากเครื่องที่บันทึกในตอนเช้ามืดของทุกวัน เบื่อมากกับการที่พระออกมาโฆษณาให้สร้างโน่นนี่ ตั้งแต่ตึกหอต่าง ๆ พระรูปที่ใหญ่ที่สุด ๆ เพื่อรำลึกถึงพระรูปโน้นรูปนั้น มันไร้สาระทางธรรมอย่างสิ้นเชิง
เซ็งพระงก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 37 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้คนไทยเน้น ปฏิบัติธรรม มากกว่า พิธีกรรมทางศาสนา
คนไทยยังสวดมนต์ นั่งสมาธิน้อย
มีปัญหาในชีวิตก็เข้าวัด ทำบุญ สบายใจได้ไม่นาน
แต่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแก้ปัญหาชีวิตได้ถาวร เพราะเปลี่ยนวิธีคิดของชีวิตเรา เหมือนทางส่องสว่างให้จิตเป็นสุขได้
123
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 36 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้บุญแค่ไหนดูที่ใจตัวเองก็รู้ ไม่รู้ใจตัวเองก็ไม่รู้ว่าบุญ
อยู่ที่ไหน

ผู้สมควรแก่ทานในพุทธศาสนามีอยู่คือสงฆ์สาวกที่เป็นอริสงฆ์ คือบุรุษสี่คู่ในบทสวดพระรัตนไตร คือพระสงฆ์สาวกที่เป็นพระโสดา สกิทาคา อนาคามี และอรหันต์ ผลของทานเหมือนกับการหว่านข้าวในนาที่ดินอุดมสมบูรณ์ย่อมให้ผลไม่มีประมาณ หาพระท่านเหล่านี้ให้เจอแล้วจะทำทานแค่ไหนอยู่ทีใจของแต่ละคน
เถียงกันอยู่ได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 35 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วัดที่มีเงินมาก ควรเอาเงินมาทำประโยชน์แก่สังคมให้มากกว่านี้ เลิกบ้าสร้างวิหารพันล้าน เจดีย์ร้อยล้าน แม่แต่สร้างที่จอดรถก็ตั้งบเป็นร้อย เรี่ยไรไม่รู้ จบ ส่วนตัวขอทำปฏิบัติบููชา ไม่ทำแล้วอามิสบูชา ถ้าจะทำก็ไปบริจาคทุกปี กับเด็กพิการซ้าซ้อน สบายใจกว่าไปให้วัด
008
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกเมิง นอกจากไปประท้วงแล้ว ทำอะไรบ้าง นั่งเทียนเขียนข่าวเรี่อยไป จะบอกว่าวัดทั่วประเทศไทย เป็นพุทธพาณิชย์ว่างั้นเถอะ แล้วไง ปากก็บอกว่า ประท้วงเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พาดหัวข่าวไม่สร้างสรรค์เลย
นั่งเทียนเขียนข่าว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว่าเขาทำไม เขากำลัง ระดม ทุน สร้าง จานผี ไป เฝ้า องคสมเสร็จลามกอยู่
;jkg-k
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กว่าจะโตมาได้ก็ใช้ทรัพยากรของโลกไปเยอะแยะ กว่าจะตายคงต้องสิ้นเปลืองอากาศอีกไม่น้อย ลองตั้งคำถามว่าถ้าคนเราอายุสั้นมากๆ เกิดแล้วตายภายใน 1 ปี แล้วคุณเชื่อว่า คุณจะต้องกลับมาเกิดอีกคุณจะเลือกทำอะไรบ้าง บังเอิญเรามักจะคิดว่าเราอายุจะยืนยาวถึงเกิน 60 ปี ก็เลยชะล่าใจ ถ้าคุณรู้ว่าเดือนหน้าจะไปจริงๆ บางทีคุณอาจจะต้องไปถามเด็กอายุ 1 ขวบ ก็ได้น่ะ ว่าหนูอยากทำอะไร..
ต้องถามเด็ก ???
 
ความคิดเห็นที่ 34 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นชาวพุทธที่ดีไม่ต้องไปวัดก็ได้ ที่หลอกล่อคนทำบุญมันเกินคำว่าศาสนาไปแล้ว ศีล 5 ทำให้ได้พอ โลกสงบสุขแล้ว ผู้สืบทอดศาสนาคือทุกคนทำความดี มันก็จะถูกส่งต่อ หาใช่คนจำวัด
123
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยคะ เพราะไปวัดหลายแห่ง มีแต่ชวนทำบุญสร้างนั่น สร้างนี่ แต่พอสร้างเสร็จแล้วก็ไม่เห็นจะรักษาให้ดูดี

กลุ่มเพื่อนเราก็ช่วยกันสร้่างโบสถ์ ที่ลพบุรี สร้างพระประธาน ทุกอย่างครบ แต่เจ้าอาวาสไม่เก่ง หรือ ไม่่ขยันก็ไม่รู้
พวกเราไปทำบุญทีไร เห็นแต่สิ่งปลูกสร้างทั้งหลาย โทรมลงเรื่อย ๆ เดี๋ยวนี้ เจริญภาวนา สวดมนต์ หน้าโต๊ะหมู่บูชา ที่บ้าน ไม่ดั้นด้นไปไหนอีก
ป้าเอง
 
ความคิดเห็นที่ 33 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาเงินสร้างวัดเป็นพันล้าน เอาเงินไปสร้างคลีนิคหน้าวัดรักษาคนในราคาถูกดีกว่า
..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 32 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แนะนำให้อ่านหนังสือดีชื่อ "ฉลาดทำบุญ" ของ พระไพศาล วิสาโล จะได้ทำบุญอย่างถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ทำบุญเอาหน้า หรือทำบุญเพื่อหวังผลบุญ
ฉลาดทำบุญ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันนี้เป็นวันดี วันวิสาขบูชา อย่าด่ากันเลยครับ พรุ่งนี้ก็ได้ เว้นไว้ซักวันเถอะ พ่่อคุณแม่คุณทั้งหลาย
ken
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 30 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เกจิชื่อดังที่มีฉายาเสือ...สิงห์กระทิงแรดแถวๆบางแคก็อีกคนหนึ่งที่ทำมาหากินบนความเดือดร้อน หรือความทุกข์ของชาวบ้าน ยิ่งกว่า 18 มงกุฎอีก นรกคงจะถามหาเร็วๆนี้
p.kajudmarnsasana@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 29 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในความรู้ที่ผมมีและได้เจอมานะครับ สรุปได้ว่า

1.ธุรกิจในวัดมีจริง
2.การถวายเงินแก่พระสงฆ์ต้องอาบัติผิดธรรมวินัย
3.การถวายค่าไฟวัดสงฆ์ไม่ต้องอาบัติ แต่ต้องมีโยมที่จัดตั้งคณะกรรมการคอยดูแลทรัพย์ส่วนนี้ คือพูดง่ายๆ ญาติโยมต้องทำกันเองเพื่อให้ สงฆ์อาศัย
4.แต่ถ้าถวายเงินแก่พระสงฆ์เอาให้พระสงฆ์ดูแลเงินเอาไปจ่ายค่าไฟ สงฆ์ต้องอาบัติ
5.พุทธแท้ไม่ต้องพึ่งวัตถุ เครื่องรางของขลัง ไปศึกษาพระธรรมดีๆจะเห็นว่าเป็นอย่างนั้น
6.บุญเกิดจากการให้ หรือ เสีลสละ ไม่ใช่เกิดจากการให้แล้วมีเงื่อนไข เช่น ทำบุญแล้วอ้อนวอนขอ
เมื่อเราเข้าใจหลักการแล้ว เราจะไม่หลงไปตามยุคกระแส
พระธรรมของพระพุทธเจ้า จะเปลี่ยนตามยุคตามสมัยไม่ได้
อ้าวอย่าเถียงกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระควรเป็นผู้นำ เป็นตัวอย่างของการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงในญาติโยมเห็นเป็นแบบอย่าง ซึ่งตรงตามหลักสันโดษที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้สำหรับผู้ครองสมณเพศ แต่กลับกลายเป็นว่าพระนี่แหละที่แสดงความโลภโดยอาศัยบุญเป็นเครื่องล่อ ทั้งโลภอยากใหญ่เป็นเจ้าอาวาส เป็นเจ้าคณะฯ ไต่เต้าเรื่อยไป สร้างสิ่งก่อสร้างเป็นล้านๆ แต่ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า พวกนี้ไม่เห็นคุณค่าของเงินที่ญาติโยมบริจาคแต่ละบาทแต่ละสตางค์ ผลาญเงินบริจาคกันสนุกมือ (กรรมการวัดก็มีส่วน) ทำอะไรไม่เคยขอความเห็นคณะสงฆ์ในวัด เจ้าอาวาสถืิอความเห็นตนเองเป็นใหญ่ (ทำตัวเป็น CEO. บางรูปคิดว่าเป็นวัดของตนเองเลยด้วยซ้ำ พาครอบครัวญาติพี่น้องมาอาศัยเต็มไปหมด) พระในวัดเป็นเพียงพนักงานในวัด เป็นเพียงตัวประกอบที่ไม่ต้องมีบทพูดใดๆ มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายเจ้าอาวาสเท่านั้น (ถ้ายังอยากอยู่วัดนี้ต่อไป) วันๆ เจ้าอาวาสคุยกับญาติโยมมากกว่าพระในวัดด้วยกันเสียอีก หลายวัดมีการปฏิบัติธรรมดึงญาติโยมเข้าวัด ขอให้ญาติโยมพิจารณาให้ดี เพราะเดี๋ยวนี้เจ้าอาวาสพวกนี้ Fake เนียนมากๆ ญาติโยมแก่ๆ ก็มักตายกับพระปากหวาน พวกที่เข้าทำนองประจบคฤหัสถ์ เดี๋ยวนี้มีเยอะ ยิ่งตลาดของสำนักปฏิบัติมีการแข่งขันกันสูง ทุกที่จึงต้องการดึงลูกค้าเอาไว้ให้มากที่สุด (ต่อไปจะสร้างอะไรก็ง่ายขึ้นเยอะ) เดี๋ยวนี้เป็นกันเยอะ พวกที่ใช้ชื่อว่าวัดป่า...หลายแห่งก็เอากับเขาด้วย พวกนี้บางที่ชอบเอาครูบาอาจารย์เป็นจุดขาย ยังไงเสียก็ของให้ใช้ปัญญามากๆ อย่าใช้แต่ศรัทธาอย่างเดียว เพราะมันจะถูกหลอกลวงเอาได้ง่าย อย่างที่หลวงพ่อทองได้กล่าวไว้ ขอให้เน้นปฏิบัติบูชาให้มาก อย่าเอาแต่พิธีกรรมกันนักเลย แทนที่จะปฏิบัติธรรมอย่างเบาสบาย กลับเอาเครื่องทรงอะไรไม่รู้ม่ใส่ให้หนัก ไปๆมาๆก็มัวเพลิดเพลินแต่กับการเล่นประดับประดาเครื่องทรงอยู่นั่นเอง
พระเมืองชล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 27 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ธุรกิจนี้หากินง่ายสุด ฟอกเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องเสียภาษี

สั่งสอนเยอะๆหน่ะดีเเล้ว มนุษย์อ่อนเเอจะตาย อยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีสิ่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เอาเงินไปทำบุญกันเยอะๆนะ ศาสนาจะได้เจริญ ไปดูเเถวต่างจังหวัดซิ วัดวาใหญ่โตเป็นทองเหลืออร่าม ส่วนโรงเรียนที่อยู๋ตรงข้ามกับวัด เเม้เเต่รองเท้าเด็กยังไม่มีจะใส่ อุปกรณ์การเรียน เครื่องเล่นกีฬาขาดหมด เเต่ช่างมันเหอะ เด็กๆก็เเต่อนาคตของชาติ ไม่ต้องให้เรียนมากหรอก สอนศาสนาให้เข้าหัวเด็กเป็นพอ พอเค้าโตมาเค้าจะได้ไหว้เเมวสามขาหมาสองหาง เค้าจะได้ทำงานหัวปักหัวปำเพื่อที่จะเอาเงินมาบริจาคให้กับศาสนา

เขาทำให้คุณมีความเชื่อ เพื่อที่คุณจะได้ทำงานให้เค้า เเลกกับสิ่งยืดเหนี่ยวจิตใจ กงเกวียนมันวนเวียนมาเเบบนี้ :D

อย่าลืมนะ ไม่ต้องให้เยาวชนเรียนเยอะ ไม่ต้องสนับสนุน เดี๋ยวมันจะฉลาดซะ คนโ.ง่ๆมันควบคุมง่ายกว่าคนฉลาด ไม่ว่าจะสอนอะไรมันก็เชื่อ ทำบุญเยอะๆนะตัวเอง จะได้ขึ้นสวรรค์ ฮิ้วววว

ทำดีขึ้นสวรรค์ ทำชั่วลงนรก ส่วนเดี๊ยนตายเมื่อไหร่ บริจาคร่างกายให้กาชาดเอาไปช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ยังมีทางรอด สงสัยว่าคงจะวนเวียนอยู๋บนโลกมนุษย์นี่เเหละมั๊งหว่า เหมือนจะอมตะเลยนิตัวเรา เง้อออออ
สุดใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขียนข่าวไม่รับผิดชอบ พูดมาได้ไงว่าเงินกระจุกตัวที่วัดใหญ่ๆ เป็นพุทธพาณิชย์ วัดใหญ่ๆทางเหนือ ไม่เห็นมีการเรี่ยไรเงิน ไม่มีโฆษณาใดๆ แต่เป็นพลังศรัทธาล้วนๆ ยกตัวอย่าง ขอเ่อยชื่อ วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง วัดพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุแช่แห้ง พระธาตช่อแฮ ฯลน วัดใหญ่ๆ ดังๆ ที่ผมยกตัวอย่าง ผมถามว่าเป็นพุทธพาณิชย์ตรงไหน ??

อย่าสักแต่เขียนเอามันส์ นักวิชาการอย่าสักแค่อยากเป็นข่าว อยากดัง ทำไมไม่เจาะจงเป็นรายตัวรายวัดล่ะครับ ผมรู้ว่ามีแน่ๆวัดพุทธพาณิชย์ แต่วันนี้วันดีวันพระใหญ่ ทำไมจะเสนอด้านดีๆไม่ได้เชียวหรือ อย่างเช่น จำนวนประชากรอายุระหว่าง15-25 ปี เข้าวัดมากขึ้น อย่างนี้ ทำไมไม่เสนอแบบนี้ ???
บวช4เดือน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถึงว่าบวชมาแค่ 4 เดือนเอง ก็เลยยังไม่ซึมซับในธรรมะเท่าไรยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าัมันเป็นพุทธพาณิชย์อย่างนี้มานานแล้ว
พันธมิตร49
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนเขียนข่าวน่าจะมาบวชเป็นพระ และมาบริหารศาสนาให้มันดีตามที่ท่านพูด อย่ามาด่าแล้วก็จากไป
นั่งเทียนเขียนข่าว
 
ความคิดเห็นที่ 25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บุญจะเกิดได้นั้น คือ ทาน ศิล สมาธิ
จะทำทานร้อยล้านพันล้านแต่ไม่มีศิลก็ไม่มีความหมาย
จะถือศิล 5 ศิล 8 ก็ไม่มีความหมาย
ถ้าไม่มีสมาธิ มีสิติ
คนดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนไทยส่วนใหญ่ติดวัตถุนิยม มองอะไรแค่ภายนอก ไม่ค่อยใช้ปัญญาพิจารณาแก่นแท้ที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ศึกษาพระไตรปิฏก เมื่อประสบความทุกข์ก็อยากพ้นทุกข์แต่ไม่มีปัญญา ใครว่าดีก็ไปจึงหลงไปกับวัดที่ทำพุทธพานิช
ส่วนวัดและพระที่ดีๆสอนตามคำสอนพุทธเจ้า ตามพระไตรปิฏก ไม่รับเงินรับทอง ไม่สร้างวัตถุมงคล สอนให้ไม่ยืดติด ให้ใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ กลับถูกพระที่ทำพุทธพานิชและสื่อที่ไร้ปัญญาเสนอข่าวด้านลบจนชาวบ้านที่ไม่มีปัญญาเชื่อและไม่ศรัทธา
สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฉันไปตลาดตอนเช้า เกือบทุกวัน เห็นพระบิณฑบาตร แม่ค้าตลาดสดทุกวัน แม่ค้าไม่มีเวลาซื้อของถวายใส่เห็นคนละ 10-20 บาท ทุกวัน ในแต่วันวันได้หลายร้อย ไม่ทราบว่าการรับบริจาค เงินแบบนี้มันถูกต้องรึเปล่า
พันธมิตรสงขลา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระรับเงินต้องอาบัติครับ
คนถวายเงินแก่พระก็บาปครับแต่สงฆ์ผู้รับบาปหนักกว่า
ปะติโถเถนา
 
ความคิดเห็นที่ 22 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พุทธพาณิชย์ คือ พุทธ+พานิชย์ ศาสนาพุทธในเชิงของการค้าขาย ซึ่งมันแปลกแยก และไม่ควรมี
วัดมีสิ่งที่ต้องดูแลนั่นก็ใช่ แต่ไม่ใช่จะต้องสร้างกันไม่หยุดหย่อน-ต้องสะสมกันเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน
ยิ่งสร้างมากย่อมต้องดูแลมาก และทำบุญแล้วเงินเข้าวัดนะ ไม่เสียหายหรอก แต่ไอ้ที่มันเสีย คือมันไม่เข้าวัดนะสิ

พุทธพานิขย์ ส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยคือเรื่องของการสร้างวัตถุมงคล คิดให้ดีมันก็ดี
แต่เดี๋ยวนี้มันก็มีอะไรที่หลงไปมาก พิสดาร ถึงขนาดมีชูชกและสัตว์ประหลาดมาให้เช่าบูชากันมามาย
จริงๆแล้วอย่างหลังนี่จะว่าเป็นพุทธก็ไม่ใช่ แต่ในเมื่อได้มาอยู่รวมกันในตู้พระเครื่อง ก็โดนเหมาว่าเป็นพุทธพานิชย์หมดแหล่ะ

สิ่งที่เป็นปัญหากันมากตอนนี้ คือการที่ชาวพุทธสมัยนี้
นิยมสร้างบุญกุศลโดยการให้ทาน โดยมักเป็นทานที่สำเร็จได้ด้วยปัจจัยเงินทอง
(ซึ่งพระสมัยนี้ก็ชอบกันมาก)มากกว่าการให้ทานด้วยใจ ด้วยการรักษาศีล การเจริญภาวนา
ซึ่งเป็นวิธีการการสร้างบุญใหญ่ กุศลใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงิน

ในเมื่อการทำบุญด้วยเงิน เป็นอะไรที่สะดวก ง่าย ทำให้อลัชชี+ผู้มีส่วนได้เสียใช้เป็นช่องทาง
ทำมาหากินไม่ใช่น้อยๆ และญาติโยมสมัยนี้ก็นิยมเอาปัจจัยใส่ย่ามมากกว่า
ที่จะไปซื้อหา-หุงหาข้าวปลามาใส่บาตรเป็นไหนๆ เพราะต่างก็มีเหตุผลเรื่องเร่งรีบ ไม่มีเวลา
และก็คิดว่าเป็นการทำบุญที่มีอานิสงฆ์เหมือนกัน
แล้วหลายๆวัดในเขตเมืองใหญ่ อย่างกทม. เส้นทางการเดินบิณฑบาตของพระ แทบต้องขอสัมปทานกัน
ขืนไปเดินทับเส้นกันก็เท่ากับทับเส้นทางทำมาหากินกัน จนเกิดเรื่องเอาฝาบาตรวิ่งไล่ตีกันก็มีข่าวให้เห็นเป็นระยะ
ลองไปสำรวจสิ วัดใหญ่ๆในกทม. การเดินบิณฑบาตสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าอย่างน้อยก็ 4-500
ไปจนถึง 1000 กว่าบาท และพระหัวแถว(ผู้มีพรรษาอาวุโส) อาจได้ถึง2-3000บาท แทบทุกวัน
นี่ยังไม่รวมกิจนิมนต์เลย การบิณฑบาตครั้งนึงก็ไม่เกิน 1 ชั่วโมง รายได้งามไหม พระดีก็ดีไป ที่เขวไปก็ไม่ใช่น้อย

และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการความเชื่อที่ทำให้คนหลงเข้าใจผิดว่า
การทำบุญด้วยเงินมีอานิสงฆ์ที่ยิ่งทำบ่อยยิ่งทำมาก ยิ่งได้บุญมาก โดยไม่สนใจที่มาของเงิน
ว่ามันจะได้มาด้วยวิธีการใด ต้องไปประกอบกรรมดีกรรมชั่วใดๆมาบ้าง ความเชื่อนี้ เป็นอันตรายต่อทั้งศาสนาและสังคม
เพราะความเชื่อเหล่านี้ก็คือ บุญที่ซื้อหากันได้ด้วยเงิน และเมื่อความเชื่อนี้ขยายวงกว้าง
ฝังรากลึกลงไปเมื่อใด สิ่งที่ชั่ว สิ่งที่ผิดบาปมหันต์ โทษดูจะทุเลาเบาบางลงไปทันที
การหมายถึงว่า คนก็กล้าที่จะทำชั่วทำบาปมากขึ้น หากว่าการกระทำนั้นสามารถแสวงหา
ผลกำไร ได้ผลประโยชน์ ได้เงินได้ทองเป็นกอบเป็นกำได้ ก็กล้าทำ เมื่อทำไปแล้วโกยเงินมาได้
ก็แบ่งไปทำบุญบ้าง บาปโทษหนักก็จะเบาหรือบางทีทำมากก็อาจหลุดจากบาปไปได้ เป็นซะงั้น
ด้วยความหลงเชื่อว่าทำบุญด้วยเงิน ยิ่งทำมากยิ่งได้บุญมาก
ถ้าอย่างนั้น โกงมามาก ก็ทำบุญให้มากหน่อย ก็หายกัน ไม่ใช่เหรอ
สอนกันดีๆนะ ไม่งั้นสังคมก็วิบัติ ศาสนาก็มัวหมอง เสื่อมเสียไปด้วย
แต่ยังไงเสีย ทุกวันนี้ วัดดี พระแท้ก็ยังมีอยู่ อย่าเพิ่งหลงทางไปไกลนัก
ศิษย์มีครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนเขียนน่ะ เคยเข้าวัดป่ะเนี่ย
^^
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยเข้า แต่ ไม่ เข้า ใจ ภาษา บาลี ที่ พากัน พนม มือ แต้ อาทิ ชิตังเม แปลว่าอะไร ถึง คราว ที่ จะ ให้ คน นับ ถือ พุทธ รุ่น ไหม่ ที่ พ่อแม่ ปู่ ย่า ตายายพาเข้าวัด ทราบ ได้ หรือ ยัง ว่า ที่ พนม มือ อยู่ ที่ พระ ท่าน สวด ท่าน สวด อะไร มานเป็น หน้าที่ ของใครเอ่ย พระในวัด หรือ กรม อะไร
เคยเข้า
 
ความคิดเห็นที่ 20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แต่ละคนที่นำมาอ้างอิง นับถือศาสนาพุทธแค่ไหน เช่น
มูลนิธิช่วยเหลือการกุศลแชริตี เอด ฟาวน์เดชั่น (ซีเอเอฟ) แห่งสหราชอาณาจักร อันนี้ไม่ใช่พุทธแน่ๆแต่อยากสอดเรื่องพุทธ เห็นพุทธรุ่งเรืองก็เข้ามาแทรก ส่วนอาจารย์นักเศรษฐศาสตร์อะไรนั่นอีก ที่วันๆนั่งแต่อยู่ในห้องสมุด ดูแต่ตำราแล้วเอามาวิเคราะห์ด้านการเงิน

การบริจาค ความศรัทธา มันวัดไม่ได้ด้วยจำนวนตัวเงิน คุณไม่มีสิทธิ์มาบอกว่า "เงินกระจุกตัว" "รายจ่ายการทำบุญต่อหัวต่อปี" "เงินสะพัด" ฯลฯ เพราะนั่นมันคือศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ แต่การทำบุญไม่ใช่เศรษฐศาสตร์

ไอ้ ฟายยยยยยย......
วิถีแห่งพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันวิสาขบูชา แต่มาเล่นข่าวแบบนี้เหรอ?

แบบนี้พันธมิตรจะค่อยๆ เล็กลงเรื่อย เพราะปากหมาไปเรื่อย

ทำไมไม่ตีแผ่นศาสนาอื่นบ้าง?

ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม
ทำไมพวกเมิง ASTV ไม่ตีแผ่สิ่งไม่ดีบ้าง?
อย่างข่าวมุสลิมระเบิดตัวตาย พวกเมิงสัดหมาไม่ให้เม้นท์

พวกเหลืองแมร่งก็ไม่ต่างจากแดงหรอก
อุดมคติพวกกรู ของกรูเหมือนกัน
ดีอย่างเดียว เอาเจ้า
นอกนั้นไม่ต่างกันเลย สัดนรก!!!
(ใครอยาก - ก็ตามสบายว่ะ กรูไม่แคร์พวกพันธมิตรอีกแล้ว)
อดีตพันธมิตร ตอนนี้ ASTV จอดับ กูก็ดูช่องอื่นได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดือนร้อนแทนอะไรครับ คุณ อดีตพันธมิตร
หรือทนยอมรับความจริงไม่ได้
แอมเกรียน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เหรออ...ไอ้สาสสสส แล้วมรึงเสรือกเข้ามาทำไม จะไปดูช่องพ่อมรึงที่ไหนก็ไป ทำไมต้องรอให้ astv จอดับ ไม่ชอบก็ไม่ต้องเข้ามาอ่าน ไม่ต้องเข้ามาดู...
ไอ้กาก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลองศึกษาพุทธศาสนาอีกครั้ง พระพุทธเจ้าสอนให้ลดละความโลภ ความโกรธ และความหลง ซึ่งจะต้องมีสติตลอดเวลา ก็จะเป็นการทำความดี ละความชั่ว และจิตใจผ่องใจ นั่นเป็นแนวทางธรรมะของพระพุทธองค์ ซึ่งท่านก็ใช้ชีวิตความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ตั้งแต่เครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย
แต่วันนี้มีคนบางคนห่มผ้าเหลืองแล้วอ้างว่าเป็นศิษย์ตถาคต แต่ไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่องค์พระศาสดาสอนไว้ แล้วถือว่าเป็นพุทธอีกหรือ
อมิตพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่ขนาดรู้นะว่าวันพระ
เจ้าตัวยังสติแตก โมโห ด่าหยาบคาย
สุดยอดจริงๆ ดีแล้วล่ะครับ ที่เป็นอดีตพธม.
ไปสู่ที่ชอบที่ชอบนะครับ
กรรม
 
ความคิดเห็นที่ 18 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันนี้บริษัืท ธรรมกาย จำกัด จัดอีเว้นท์ใหญ่รีดเงินสมาชิก ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน
ทำมะโกย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มี ลัทธินิกายหนึ่ง ใช้ศาสนาพุทธเป็นแกน เพราะอยู่ในประเทศที่เขานับถือศาสนานี้
ขอตั้งชื่อว่า บริษัทศาสนาพาณิชย์ จำกัด มีนโยบายให้คนทำบุญด้วยเงินทอง สินทรัพย์ ให้มากที่สุด โดยเอาศรัทธาของคนต่อบุญ ไม่ต้องคิดถึงบาปที่ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจะได้รับ
สิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ คือ ให้ทำบุญเท่าที่ตนเองไม่เดือดร้อน เป็นคำสอนที่ขัดต่อนโยบายบริษัท เพราะจะใช้ว่า ยิ่งทำมาก (ประธานบริษัท และบริวาร) ยิ่งได้บุญมาก ถึงขนาดให้คน บริจาคหมดตัว กู้หนี้ยืมสินด้วยความงมงายไร้สติ เพื่อมาสนอง นโยบายบริษัท โดยหวังจะได้ตายไป ได้อยูู่฿วิมานชันเดียวกับ หลงพ่อ ผุ้สวมใส่อาภรณ์ไหม แว่นตายี่ห้อ ฉันภัตตาหารจากภัตตาคาร
มีนักการตลาด ที่เก่งกาจ เข้ามาช่วยวางนโยบายด้านการตลาด หาสมาชิก หากำไรแบบไม่ต้องลงทุนอะไร นอกจากลมปาก และมีการก่อสร้างยิ่งใหญ่ การจัดระเบียบมวลชน ใช้จิตวิทยามวลชนเป็นตัวช่วย
มีนักธุรกิจใหญ่ ที่ทำงานซื้อขายบ้าน ที่ดิน และหลายคนที่นึกไม่ถึงว่าจะงมงายได้ปานนั้น ร่วมเป็นกรรมการบริษัท จนชีวิตครอบครัวแตกกระเจิง เพราะวันวัน มาร่วมคิดกับ ประธานบริษัท จะหาเงินวิธีไหนดี

ซึ่งอาจจะเป็นเพราะในชีวิตไม่เคยได้สัมผัสวัด ที่แท้จริง ธรรมะที่ทำให้คนรู้จักใช้สติปัญญา รู้ทุกข์ รู้บุญ รู้บาป อย่างแท้จริง
นโยบายการสอนธรรมะ คือ สอนห้าบาท ขอบริจาคแสนบาท มีการโฆษณาชวนเชื่อ ว่า มีการจัดสรร สววรค์ วิมาน ตามกำลังทรัพย์ที่บริจาค และหมายเหตุ เศรษฐีเท่านั้นที่จะได้อยู่ ถ้าเข้ามาเป้นสมาชิกบริษัท นี้
ทำเป็นเดินจ๋องเข้ามา มีเงินติดตัว ห้าบาท ขอทำบุญหนึ่งบาท และจะขอข้าวกิน สิบบาท มีหวังถูกตะเพิดไล่ ให้ออกไปวัดอื่นที่มีเมตตาสูงกว่าเงิน
เนื่องจากบริษัท นี้ มีนักธุรกิจที่แฝงมาในรูปนักการเมือง ต้องอาศัยพึ่งพิงคะแนนเสียงจากผู้งายงมเหล่านั้น จึงใช้กรรมวิธียกยอปอปั้น ว่าเป็นผู้เนรมิตที่นั่งในสภาให้ได้
ล่าสุด บริษัทนี้จึงได้ใจ จัดพิธีกรรม เดินรวมหมุ่ เราได้ตังค์ ได้ชื่อ ฝ่าเหล่าประชาชนผู้งงงวย และรถราที่จำต้องให้ทางไม่งั้นชนเหล่าเสื้อเหลือง ซึ่งผิดกฏหมายมาก
ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ ทำให้งวยงงซำ้้ เมื่อ พบว่า มีนักพูดเดี่ยวทำตลกผุ้มีชื่อเสียง ปรากฏกายขึ้นอย่างไร้วี่แววของผู้มีปัญญาคิดไตร่ตรอง มาร่วมนั่งทับกลีบกุหลาบซึ่งโรยลาด พรมนำหอมด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ
เลยถูกถล่มด้วยแรงธรรม ของผุ้ใฝ่ธรรมแท้จริง แทบจะมุดหัวเข้าไมโครโฟน ไม่ผุดเกิด เพราะดันไปบอก เหล่าพุทธศาสนิกชนว่า ไอ้มุกต่าง ๆ ที่คิดได้ มีสมาธิในการฟุ้งฝอย มาจาก บริษัทนี้ล้วน ๆ
อ้าวคุณหอยหลอด ไม่บอกก่อนซื้อบัตร ล่ะพี่
จากการขยายบริษัท ไปยังวัด ทั่วอาณานิคมที่ทั้งขาดแคลน และเจ้าอาวาส มีจิตอ่อน ยังหลงไหลในลาภสักการ ยอมเป้นบริษัทสมาชิก แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง
ทำให้ บริษัทใหญ่ยิ่งมโหฬารพันลึก นี้ เติบโตแบบฉุดไม่อยู่ รั้งไม่ไหว
เพราะจะมีธุรกิจอะไรดีกว่า พูดอย่างเดียว ไม่ต้องมีสินค้า ไม่ต้องลงทุน ก็มีผู้มาประเคนให้ถึงที่แบบคารวะสูงสุด โดยใช้จีวรสีเหลืองคำประกันอย่างเดียว
โอ มายก๊อด ดิฉันสงสัยจะต้องเปลี่ยนศาสนาหรือเปล่านี่ ลูกช้างทนไม่ไหวแล้ว แต่ยังศรัทาสูงสุด ต่อแก่นแท้ของพูทธเรา ที่เป็น ความจริงแท้ ไม่มีการเสแสร้งใด ขอไปวัดป่า ทำใจแผ่เมตตาทั้งวันทั้งคืนก่อน จ้า..........
421
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กรรมของใคร เขาก็รับเอาไปเอง มีสติพิจารณา ปล่อยวางซะบ้าง เดี๋ยวตัวเราเองก็จะรู้ว่าที่เราคิดมันจริงป่ะ...อะไรๆ มันก็เป็นไปได้ทั้งน้าน แต่ถ้ามันไม่ใช่อย่างที่เราคิดนี่ซิ..
จริงๆ
 
ความคิดเห็นที่ 17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนไทยส่วนใหญ่นับถือพุทธ แต่ไม่รู้จริง ๆ ว่าศาสนาพุทธสอนอะไร และมีเป้าหมายอย่างไร
ก็อยู่กันไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อิมานิ มะยัง ภันเต ยังไม่รู้ ว่า แปลว่า อะไรเล๊ย
อิมานิ
 
ความคิดเห็นที่ 16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพราะคนไทย ไม่ว่าจะการศึกษาต่ำหรือสูง "งมงาย"
และไม่เข้าใจคำว่า "ทำบุญ" กับ "ทำทาน"
ขออย่างเดียว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฟังดูน่ากลัวน่ะ แต่ถ้าตีค่าแรงด้วยที่ลงทุนทำไม่ใช้เงินีนี้น่าจะมากกกว่า สามร้อยบาทต่อวัน

พม่าก้อทำเงินมากมาย ดูแต่ละตู้ใส่เงินไว้ทุกตู้เต็มทุกวัด เต็มทุกวัน ใบใหญ่มากเล็กบ้าง

ถ้าเป็นเจดียชเวดากองล่ะก้อ ทุ่มกันให้หมดตัว

ไปดูได้ นู้น พม่า

เมืองไทยเจดีย์ใหญ๋ๆๆบอกทักษิณมาทำหน่อยจิ บอกจตุพร บอกไอ่เสื้อแดงเอาเงินมาทำเจดีย์กันดีกว่า
ฟัว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถามนักเศรษฐศาสตร์ มันก็ตีทุกอย่างเป็นเงินไปหมด แต่การทำบุญเป็นเรื่องของศรัทธา มันวัดไม่ได้ด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจ
เด็กวัด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า

เศรษฐศาสตร์ คือวิชาที่ว่าด้วยการนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ

ส่วนวิชาการค้าการขายอะไรๆก็เป็นเงินเป็นทองมันเรื่องของคระพาณิชย์ศาตร์นะครับ
เศรฐศาสตร์
 
ความคิดเห็นที่ 13 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพื่ออานิสงค์แห่งการทำบุญขอท่านทั้งหลายเมื่อทำไปแล้วอย่าได้ไปคิดว่าเป็นพาณิชย์หรือการค้า ให้คิดว่าเราได้ละจากความโลภ สละทานบารมี ในปัจจุบันชาติเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ส่วนใครจะเอาเงินของที่เขาทำบุญทำทานไปก็เรื่องของเขาถือว่าเราสละแล้ว อย่าได้ไปคิดเลยเดี่ยวจะไม่ได้บุญ เราก็ทำตามกำลังศรัทธาของเราได้บุญเหมือนกันอยู่ที่จิตใจของเรา และเรื่องแบบนี้ไม่ควรนำมาโต้เถียงหรือจุดประเด็นให้คนต้องก่อกรรมทำเข็ญ หากท่านใดต่อว่าพระภิกษุสงฆ์ท่านก็จะเป็นบาปไปเปล่าๆ ถือเสียว่าเรานับถือพระพุทธเจ้า ไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ และเลวร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้คิดเสียว่าใครทำกรรมใดไว้ วิบากกรรมจะมาสนองเขาเองแค่นี้ก็พอ สาธุ
คนพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โมธนาสาธุแด่ผู้มีดวงตาเห็นธรรมครับ..สาธุ
รักเคารพบูชาในอง๕์สัมมาสัมพุทธเจ้าหมดใใจครับ
 
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่แหละต้นเหตุของการคอรัปชั่น
มันถูกปลูกฝังอยู่ในสายเลือดของคนไทยไปแล้วว่า
ทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงิน แม้แต่สิ่งที่เรียกกว่า"บุญ"

ทำบุญเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์
ทำความดีเพื่อจะได้ดี
เวลาทุกคนทำอะไรทุกอย่างจึงหวังว่าจะต้องมีผลตอบแทน
สังคมมันถึงได้เละเทะแบบทุกวันนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมเจ้าอาวาสต้องจับเงินละ ให้บิลค่าอะไรทั้งหลายให้คนอยากช่วยไปจ่ายซิ เคยได้ยินไหมคำว่า money is the root of all devil ตราบใดเงินอยู่ในวัดๆนั้นไม่หมดหรอกคำว่ากิเลสนะ
วัด พระอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
The love of money is a root of all EVIL ครับ ไม่ใช่ DEVIL
BB
 
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าใช้คำว่าพุทธพาณิชย์เลย วัดทุกวัดมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาคนทั้งนั้น ไม่มีอะไรฟรีหรอก ขึ้นรถเมล์ยังไม่เคยฟรีเลย เราก็เป็นไทยด้วยกัน อย่าพูดให้เกิดการแบ่งแยก ชาวพุทธก็เป็นต้นทุนทางสังคมเช่นเดียวกัน ที่รัฐบาลควรจะเหลียวแล กฎหมายรัฐธรรมก็แบ่งไว้ชัดเจน คนไทยทุกคนเท่าเทียมกัน และวัดก็เป็นของทุกคนถึงยาก ดี มีจน ที่เข้าไปใช้ชีวิตในวัดด้วยการบวชเรียนหนังสือ หรือปฎิบัติธรรมได้ ส่วนจะมีเงินมากหรือน้อยก็อยู่ที่ศรัทธาของแต่ละวัด การเมืองก็แบ่งแยกพอแรงแล้ว การศาสนาอย่าให้แบ่งแยกมากนัก
๙๙๙
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าเบี่ยงประเด็น ประเด็นจริงๆอยู่ที่ วัดบางวัดกินอยู่ ใช้จ่าย อู้ฟู้ เกินคำว่า สมรรถะ
วัดก็มีค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงงาน ต้องการเงิน แต่อย่าให้เกินพอดี ก็วัดสอนชาวบ้านให้เดินทางสายกลาง แล้วตัวเองก็ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่หรือ
ศิษตถาคต
 
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นับถือพระธรรม แต่ไม่นับถือพระ. พวก โล้นห่มเหลือง เมืองไทยมีแสนกว่าวัดมีพระหลายแสนองค์ ชายไทยไม่อดตายถ้าห่มเหลือง
ชายไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พูดแล้วคิดว่าจะมีอะไรดีขึ้นไหมครับ?
ถ้าไม่คิดว่าอะไรจะดีขึ้น
ก็อย่าพาดหัวข่าวให้คนยิ่งเกลียดวัด เกลียดพระอย่างนี้เลย
มีสักกี่คนที่จะคลิกเข้ามาแล้วอ่านข่าวให้ละเอียด
แล้วอยากให้เชื่อหรือนี่หวังดีกับพุทธศาสนา
เอาภาพแย่ๆมาขยาย แนะให้เข้าใจดีๆนิดเดียว
น่าจะมีหน่วยคำนวณผลได้ผลเสียในการนำเสนอข่าวบ้างนะ
เบื่ออาชีพด่ากราดบ้างไหม?
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระพูดความจริงก็กลัวความจริง กลัวไรครับ
อุบาสก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนเราถ้ามีปัญญาจริง ก็สามารถแยกแยะได้ การเสนออะไรก็ต้องมีทั้งสองด้านเหมือนเหรียญเพื่อให้คิดตาม แต่ถ้าคิดไม่ได้ ก็....
เหรียญยังมี 2 ด้านเลย
 
ความคิดเห็นที่ 7 [Android Mobile] คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่เดียวนี้เป็นธุรกิจไปหมดเลยครับ
มงคล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เสียดายมาก....

ไม่ได้เสียดายที่ไม่ได้ไปทำบุญวันวิสาขะนะแต่เสียดายที่ไม่ได้ไปทุ่งมะขามหย่อง
รักในหลวง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เยี่ยมมาก
รักมากก็เงี้ย
 
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พุทธวัตถุ ทำพระออกให้เช่า ทำไมไม่ทำขนมหม้อแกงออกขายเลยล่ะครับ เลิกสอนให้งมงายได้ไหม ใหญ่ๆโตๆทั้งน้าน...ที่ทำอยู่
m lek
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพิ่งสึกครับ
พุทธพาณิชย์มีจริงครับ ไม่เถียง แต่ขอให้ดูเป็นเฉพาะบุคคลดีกว่าครับ อย่าเหมาทั้งวัด

วัดใหญ่ วัดหลวงหลายๆวัด เจ้าอาวาสหนักใจมากครับ จะว่ากล่าวตักเตือนก็ทำได้ไม่เต็มที่ อย่าลืมนะครับ สังคมพระไม่เหมือนสังคมฆราวาส ที่เจ้านายจะทำอย่างไรก็ได้ให้องค์กรอยู่รอด

ค่านํ้า ค่าไฟ เดือนนึงก็ไม่ใช่น้อยๆ เงินที่ได้มาจากจากตู้บริจาคหลายๆครั้งก็ไม่พอหรอกครับ ผอ.การไฟฟ้ายังต้องไปคุยกับวัดหลายๆแห่งในเรื่องนี้เลยครับ

สังคมพระก็เหมือนสังคมฆราวาส มีทั้งส่วนดี และ ไม่ดรนะครับ
DD
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อคืนพาแม่ไปกราบและเวียนเทียนพระบรมสารีรกธาตุที่สนามหลวง

ตอนจะกลับผมกับแม่ก็ทำบุญเช่าบูชาพระเครื่อง พุทธชยันตี กลับบ้าน 7 องค์

ผมบอกกับแม่ว่า เราต้องช่วยทำบุญบำรุงพระศาสนา รายได้จากการให้เช่าพระเครื่อง พวกเขาก็จะนำไปบำรุงพระศาสนา

แต่ผมจะเลือกเช่าบูชาพระกับวัดที่เชื่อถือได้ว่า รายได้เข้าวัดแน่นอน ไม่ใช่รายได้เข้าเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ชาวพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บริจาคทรัพย์ โรงพยาบาลสงฆ์
บริจาคทรัพย์ ค่าน้ำค่าไฟวัด
ยังได้บุญกว่า เอาทรัพย์ไปแลกวัตถุมงคล แน่นอน

"ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น, หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์, ทรัพย์และรัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตย่อมไม่มี"
ปะติโถเถนา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆแล้วพระสงฆ์เสกพระมาขาย ต้องอาบัติ
ชาวบ้านเอาเงินไปถวายพระสงฆ์รับเงิน ต้องอาบัติ
บริจาคค่าน้ำค่าไฟวัดคือการบริจาคให้วัดไม่ใช่ให้สงฆ์เอาไปเก็บไว้แล้วค่อยเบิกไปจ่าย...
พระถือครองทรัพย์ หรือมีสมุดบัญชีธนาคาร ต้องอาบัติ

ชาวพุทธแท้จงศึกษาการทำบุญให้ถูกต้องตรงกับ ธรรม ของพระพุทธเจ้ากันเถอะครับ

สมัยนี้ คนเราไม่ศึกษาธรรมวินัย ธรรมเนียมประเพณีการทำบุญมันจึงเลยเถิด แล้วจงถามตัวเองเถอะว่า ทำบุญแบบนั้นมันจะได้บุญจริงหรือ...
ว่ากันตามจริง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาเป็นพุทธานุสติว่ะ
าดา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลวงปู่ดู่เคยบอกว่า "ติดวัตถุมงคล ดีกว่าติดวัตถุอัปมงคลนะโยม"
^^
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครจะทำอะไรก็เงินเขา

วัดใหญ่คนศรัทธาเยอะก็มีเหตุ

วัดที่ปิดไปเพราะคนไม่ศรัทธาก็มีเหตุ
^^
 
ความคิดเห็นที่ 2 +34 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่อยากจะให้ใช้คำว่าพุทธพาณิชย์ เพราะปัจจัยทั้งหลายที่วัดได้มาเกิดจากความสัทธาและเต็มใจที่ให้ เรายอมรับว่ามีบางวัดที่อาจจะทำให้รู้ไม่ดีไปบางแต่ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าปัจจุบันเจ้าอาวาสต้องหาปัจจัยมาจ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ และซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ในวัดอีกหลายอย่าง อยากให้คนที่ต่อว่าพระ ขอให้ออกไปดูตามวัดที่อยู่บ้านนอกบ้างอย่างไปมุ่งดูและจับผิดวัด เพียงไม่กี่วัดแล้วเหมาร่วมทั่งประเทศ ขอให้ท่านทำใจเป็นกลางๆ และให้ความธรรมกับพระบางก็น่าจะดี ท่านจะตำหนิวัดใดวัดหนึ่งท่านก็พูดไปเลยว่าวัดนั้นๆ เป็นอย่างไร พูทธศาสนาอยู่ไม่ได้ถ้าประชาชนที่นับถือไม่ช่วยกันเอง คนที่พูดว่านับถือนับศาสนาพูทธและตำหนิพระสงฆ์ ในศาสนาพุทธมากมาย ถามจริงๆ พวกท่านเคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ บาง และเคยไปตรวจสอบตำหนิศาสนาเหล่านั้นบางหรือไม่ ถ้าจะตำหนิศาสนาเรากันเองก็ทำให้ถูกต้องตรงๆ ตัวบุคคลและสถานที่ไปเลยจะได้แก้ให้ถูกต้อง ฟ้องร้องให้ถูกบุคคล อย่าเหมารวมแบบนี้นรกกินหัวพวกท่านแล้ว ไม่ลองดูว่าท่านมีความสูขดีหรือที่ด่าวัดแบบนี้ อ้อเราไม่ใช่พระนะ แต่เป็นคนที่เข้าใจและรู้บุญคุณของวัดและศาสนาเท่านั้นเอง
Kyu
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฮุ่ย...........
...
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขาก็ใช้คำนี้เฉพาะเจาะจงกับบางวัด บางเจ้าอาวาสเท่านั้นนะครับ สาธุชนส่วนใหญ่เขาก็ทราบกันดีว่าอะไรดีไม่ดี อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอยู่จริง ควรช่วยกันเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แพร่หลายออกไปดีกว่า
เป็นความจริง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ่อผมไม่เห็นเค้าด่าวัดตรงไหนเลยครับแค่เค้าชี้แจงว่าเงินส่วนใหญ่ที่บริจาคจะอยู่กับวัดที่มีชื่อเสียง แล้วมีคำอธิบายจากพระสงฆ์เรื่องการทำบุญที่ถูกที่ควร
P99@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราอดีตเด็กวัด ขอบอกได้เลยว่า วัดทุกวัด ทุกศาสนา ทั่วโลก เขาก็ต้องหาทุนมาดูแลวัดของเขาเองไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็ตาม เพื่อความอยู่รอดของเขา ซึ่งถือว่าวัดก็คือบ้านหลังหนึ่งที่มีผู้อยู่อาศัย ต้องมีค่าใช้จ่ายเสมอ เราเห็นว่ามันก็เป็นตรรกะอย่างหนึ่ง ที่ต้องทำเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สำคัญที่การบริหารจัดการเท่านั้น..
เห็นด้วย 100 เต็ม
 
ความคิดเห็นที่ 1 +43 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากเห็นพุทธพาณิชย์ของจริง แนะนำ ไปที่ รังสิตคลองสองครับ
ทำบุญมาก ได้ขึ้นยานแม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำมากทำน้อยก็ได้นั่งวีไอพีเหมือนกัน นะจ๊ะ
นั่งยาง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วัดนี้แตะต้องไม่ได้ ระวัง...
หวังดี
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รังสิต คลอง5ไม่ใช่หรอคับ
ทำมะชัยโย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บริจาคไปเท่าไร ควรมีสกอร์บอร์ดบอกเป็นค่าบุญที่ได้ด้วย
จะได้รู้ว่าบริจาคน้อยได้บุญน้อย บริจาคมากได้มาก
ไม่ได้ประชดนะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คลองหลวงคลอง 2 ต่างหากครับ
มั่วแล้ว
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014