หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Live-Lite
 

อาชีพสุดฮิต!! รับจ้างกด LIKE ไม่กด LOVE

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 23 สิงหาคม 2555 19:08 น.

อาชีพสุดฮิต!! รับจ้างกด LIKE ไม่กด LOVE

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อาชีพสุดฮิต!! รับจ้างกด LIKE ไม่กด LOVE

อาชีพสุดฮิต!! รับจ้างกด LIKE ไม่กด LOVE

อาชีพสุดฮิต!! รับจ้างกด LIKE ไม่กด LOVE

อาชีพสุดฮิต!! รับจ้างกด LIKE ไม่กด LOVE

 
       “รับจ้างกดไลค์” หลายคนอาจทำหน้างงๆ และมีคำถามอยู่ในใจเกี่ยวกับที่มาของอาชีพนี้!?
        เมื่อพูดถึงคำว่า “Like” ในโลกยุคใหม่ คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการกดไลค์บนเฟซบุ๊ก เพื่อแสดงความชื่นชอบสิ่งที่คนอื่นโพสต์ ซึ่งการกดไลค์เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของนักการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายทางธุรกิจในแฟนเพจ และบ่งบอกว่าแบรนด์สินค้านั้นๆ ประสบความสำเร็จหรือไม่ หรือเป็นที่นิยมมากน้อยแค่ไหน จึงเกิดมีอาชีพ “รับจ้างกดไลค์” ขึ้นมา แต่ก็เป็นคำถามตามมาอีกว่า เมื่อมีการจ้างไลค์ได้ แล้วแบรนด์สินค้าจะมีความน่าเชื่อถือได้มากแค่ไหนกัน
       
        การกด Like คือ ผลการตอบรับที่ดี เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของ Marketing ในเชิง Customer Relationship ซึ่งปัจจุบันหลายต่อหลายแบรนด์สินค้า หรือบริษัทต่างๆ นำการกด Like มาใช้วัดความนิยมของตัวเอง โดยพวกเขามีกลยุทธ์หลากหลายที่จะให้ลูกค้ามากด Like ให้บนเพจหรือคอมเมนต์ รวมถึงการใช้กลโกงซื้อไลค์จากคนรับจ้างทำไลค์เองเสียเลย
       
       แจ้งเกิด! อาชีพรับจ้างกดไลค์
        ยิ่งมีจำนวนไลค์มาก ยิ่งถือว่าได้รับความนิยมมาก จึงตอบสนองช่องทางของอาชีพรับจ้างกดไลค์ หากลองค้นหาคำว่า “รับจ้างกดไลค์” ในอินเทอร์เน็ตหรือช่องคำค้นของเฟซบุ๊กดู จะเห็นว่ามีคนรับเพิ่มยอดไลค์นับสิบราย ซึ่งมีการทำอย่างจริงจังแบบยึดเป็นอาชีพกันเลยทีเดียว
       
        จากการสังเกตในแต่ละเพจที่มีการโพสต์สนทนากันระหว่างคนรับทำและลูกค้า ซึ่งก็เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลง และข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป
       
        โดยหลักของการกดไลค์ จะแยกเป็นการไลค์เพจ คือการเพิ่มจำนวนไลค์หน้าแฟนเพจ และไลค์โพสต์ คือการเพิ่มจำนวนไลค์ข้อความ หรือรูปภาพที่มีการโพสต์ ซึ่งมีการกำหนดราคาค่าไลค์แตกต่างกันไป มีตั้งแต่ 0.50 บาท จนถึง 4 บาทต่อ 1 ไลค์ หากซื้อจำนวนไลค์มาก ราคาจ้างก็ยิ่งถูกลง เช่น จ้างกด 3,000 ไลค์ จากอัตราไลค์ละบาท จะถูกลงเป็นไลค์ละ 0.50 บาท เป็นต้น
       
        ข้อมูลในเว็บเพจหนึ่งระบุราคาว่า 1,000 Like = 500บาท/ 2,000 Like = 900บาท/ 3,000 Like = 1,300บาท/ 5,000 Like = 2,200บาท/ 10,000 Like = 3,800บาท ต้องการไลค์รูป หรือไลค์ข้อความ รับ like ละ 2 บาท (ขั้นต่ำ 100 ไลค์) **ระบุเพศ ไลค์ ละ 1 บาท **ระบุเพศ และ ระบุอายุ ไลค์ ละ 2 บาท **ออกแบบแฟนเพจ ดีไซต์ เพจละ 1,500 บาท ช่วงนี้มีโปรโมชั่น 1 แสนไลค์ 35,000 บาท รับจำนวนจำกัด 10 ท่านแรกเท่านั้น
       
        สาเหตุที่การกดไลค์รูป หรือข้อความ มีราคาแพงกว่าไลค์แฟนเพจ เนื่องจากมีขั้นตอนการทำที่ยากกว่า โดยเฉพาะการระบุเพศ และกลุ่มอายุ รวมถึงจังหวัดที่อาศัยอยู่ จึงต้องมาจากการเจาะข้อมูลดูเป็นรายๆ ไปเพื่อให้ได้คนที่ต้องการเข้ามากดไลค์ ซึ่งเว็บเหล่านี้อ้างว่าทำได้จริง และสามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอน
       
        เช่นเดียวกับ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ พิธีกรทางด้านรายการไอทีชื่อดัง กล่าวไว้ในรายการWeekly C3ว่า ลูกค้าสามารถเลือกID คนที่เข้ามากดไลค์ได้ อาจจะเป็นชาวต่างชาติ หรือเป็นคนไทย ทั้งสามารถระบุเพศหรืออายุก็ทำได้ สั่งให้เพิ่มไลค์ภายในวันเดียว หรือทยอยกดเป็นล็อตๆ เดือนละ 100,000 ไลค์ก็ได้ ซึ่งมีตั้งแต่หลักร้อย ถึงหลักแสนไลค์ต่อเดือน
       
       กลยุทธ์สร้าง 1,000 ไลค์ในคืนเดียว
        “ยังไม่ทันข้ามคืน จำนวนไลค์ก็เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว” นั่นคือเสียงจากลูกค้าที่เคยใช้บริการ ได้ยืนยันถึงความเป็นมืออาชีพของคนรับจ้างกดไลค์ แต่กลายเป็นคำถามที่ค้างคาใจว่าคนกลุ่มนี้มีวิธีการหาคนกดไลค์ได้อย่างไร?
       
        ส่วนใหญ่มีคนที่เปิดแฟนเพจเพื่อขายของในเฟซบุ๊กจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจ และแวะเวียนเข้ามาซักถาม ถึงกระบวนการเพิ่มไลค์จำนวนมาก ซึ่งหลายคนมีความลังเลและไม่แน่ใจว่าการรับจ้างกดไลค์ของเว็บต่างๆ เหล่านี้น่าเชื่อถือมากแค่ไหน กับการที่ต้องยอมจ่ายเงินก่อนเพื่อแลกกับจำนวนไลค์ หรือจำนวนลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นตามมาในอนาคตจริงหรือไม่
       
        จากการได้พูดคุยกับ บอย-ปริชญา ธรรมชาติ เจ้าของและผู้ดูแลเพจ “รับจ้างไลค์ เพิ่มlike จ้างกดไลค์” ได้บอกวิธีการเพิ่มจำนวนไลค์แก่ลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาซื้อไลค์ให้ฟังว่า เรามีเฟซบุ๊กของตัวเองที่ใช้งานอยู่จริงมานาน 4-5 ปีแล้ว ซึ่งมีเพื่อนในเพจจำนวนมาก ประมาณล้านกว่าๆ เกือบสองล้านคนแล้ว ก็จะให้เพื่อนในเพจที่มีอยู่นี้เป็นคนช่วยกดไลค์ โดยการเอาข้อมูลของลูกค้าที่ต้องการเพิ่มจำนวนไลค์ไปโพสต์แปะไว้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง เมื่อได้จำนวนไลค์ตามที่ต้องการก็ลบโพสต์นั้นออกไป
       
        “ลองนึกสภาพคนจำนวนเกือบ 2 ล้านคน พอเราโพสต์เพจลูกค้าเพื่อให้เพื่อนเรากดไลค์แค่ 1,000 คน ไม่ต้องใช้เวลาคืนหนึ่งหรอก แค่ครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว จะเห็นว่าเราไม่ได้ใช้โปรแกรมหรือบ็อทในการช่วยกดไลค์ แต่เป็นคนจริงๆ ที่เล่นเฟซบุ๊กเป็นประจำมากดไลค์ให้ หรือที่เรียกกันว่า ไลค์ธรรมชาตินั่นแหละ สามารถตรวจเช็กได้แน่นอน”
       
        ทั้งนี้ในหน้าเพจรับจ้างกดไลค์ ซึ่งใช้เจรจากับลูกค้า จะมีผลงานที่เคยทำมาแสดงไว้ให้ดู ส่วนใหญ่มีข้อความโพสต์ซักถามข้อมูลการจ้าง ส่วนหนึ่งเป็นเสียงติชมจากลูกค้าที่เคยใช้บริการมาก่อน รวมถึงกลุ่มคนที่เข้ามาจับผิด และสำรวจความเคลื่อนไหวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
        “ขอชมหน่อยนะ ทำงานไวมากๆ 1,000ไลค์ ในคืนเดียวเอง ปลื้มค่ะ”
        “มีแบบนี้ด้วยหรอครับ เพิ่งรู้นะเนี่ย!”
        “เห็นเอารูปแต่ละแฟนเพจลง ว่าเป็นตัวอย่างลูกค้า เป็นการเปิดโปรงรึเปล่าว่าคนนี้เพจนี้เขาจ้างให้กด แล้วจะน่าเชื่อถือดีไหม?!” นี่เป็นข้อความบางส่วนที่โพสต์ไว้
       
       อย่าหลงเชื่อกับจำนวนไลค์มหาศาล
        การกดไลค์มีผลต่อจิตวิทยาของผู้ใช้ทั่วไป หากมีตัวเลขผู้ชื่นชอบเพจนั้นจำนวนมาก ผู้เข้ามาดูก็จะคิดว่าเพจนี้เป็นที่นิยมของคนทั่วไป ดูแล้วน่าเชื่อถือ แต่หากลองคิดอีกแง่หนึ่ง ถ้ายอดไลค์เหล่านั้นมาจากการจ้าง ก็ถือว่าเป็นช่องโหว่ให้มีการโกงเกิดขึ้น
       
       หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และพิธีกรรายการแบไต๋ไฮเทค กล่าวถึงจำนวนไลค์กับความน่าเชื่อถือของแฟนเพจว่า ถ้าจะดูว่าแฟนเพจนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เราควรสังเกตที่หัวข้อ หัวเรื่องนั้นว่าสมควรมีไลค์ได้เป็นแสนไลค์รึเปล่า ถ้าเป็นพวกเพจโนเนม แต่มีจำนวนการกดไลค์เว่อร์ๆ ห่างจาก talking about สิ่งที่พูดคุยกันคนละขั้ว หรือไม่มีความเคลื่อนไหวของคอมเมนต์ใดๆ คิดเลยว่าอาจทำไลค์ปลอมขึ้นมา
       
        “คนทำการตลาดออนไลน์บางคน เก่งกว่า ดีกว่า ดิจิตอล เอเยนซี่ด้วยซ้ำ เขาอาจมีกลยุทธ์ดีกว่า แต่มันไม่มีอะไร 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะคนคิดกระจอกต้องหาช่องทางโกงจนได้ จึงต้องดูจากเนื้อหาเป็นหลัก”
       
        แต่ในมุมมองของลูกค้า การกด Like นั้น บางครั้งก็ไม่ได้ทำไปเพื่อส่วนลด ของแถม หรือรายการส่งเสริมการขายแต่อย่างใด อาจมาเป็นข้อความแท็ก และสแปมที่น่าปวดหัว แต่ก่อนมักจะเห็นในอีเมล แต่เดี๋ยวนี้อยู่ในเฟซบุ๊กแทน ฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีผลต่อคนใช้มากเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับร้านค้าที่ขายของอยู่บนเฟซบุ๊ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขายของเหมือนแชร์ลูกโซ่ หรือสินค้าที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
        
        ดังนั้นเมื่อจะตัดสินใจซื้อสินค้าบนเฟซบุ๊ก สิ่งที่ต้องดูให้ละเอียดก็คือ “คอมเมนต์” หรือ “ฟีดแบ็ค” จากคนที่เคยซื้อไปแล้ว อย่าดูจากจำนวนของการกดไลค์เท่านั้น
       
        แต่เฟซบุ๊กก็มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับหนึ่ง ถ้าระบบคอมพิวเตอร์เห็นความผิดปกติทางการรีพอร์ต อย่างการโพสต์ข้อมูลเดียวกันซ้ำๆ ในเวลาเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กจะลบ ID นั้นทิ้งออกไปทันที จึงถือว่าเป็นการช่วยผู้บริโภคป้องกันการโดนหลอกลวงอีกทางหนึ่ง
       
        หากลองจับผิดเบื้องต้นในมุมของเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเพิ่มไลค์แบบเนียนๆ จะเห็นได้ว่าคนรับจ้างกดไลค์ที่มีอยู่ตอนนี้กว่า 10 เพจ ขณะที่เพจหนึ่งผู้คนคับคั่ง แต่อีกเพจหนึ่งกลับดูเงียบเหงา ไม่มีการพูดคุย หรือมีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้น “ผมจะซื้อไลค์นะครับ อยู่ไหมเนี่ย!” นั่นคือเสียงจากลูกค้ารายหนึ่ง แต่ก็ดูไร้วี่แววการตอบกลับ แค่นี้ก็พอจะสังเกตคร่าวๆ ได้แล้วว่า เพจนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่
        
        นอกจากนี้เมื่อมีไลค์ธรรมชาติ ที่มาจากการเล่นเฟซบุ๊กจริงอยู่เป็นประจำ ก็ต้องมีไลค์ปลอมที่ทำขึ้นเพื่อหลอกลวงธุรกิจที่ต้องการซื้อไลค์ รวมถึงหลอกลวงลูกค้าหรือผู้ใช้ต่อกันไปเป็นทอดๆ
       
        แหล่งข่าวจากเจ้าของเพจรับจ้างกดไลค์รายหนึ่งในข้อมูลว่า บางเพจเขาจะมีวิธีการทำไลค์ปลอมขึ้น ใช้แค่หนึ่งคน แต่สามารถกดไลค์ได้จำนวนมาก โดยมาจากการสมัคร ID หลายๆ ครั้ง ใช้ข้อมูลที่แตกต่างกันในการสมัคร ซึ่งผู้จ้างจะให้ค่าสมัคร ID ละ 3 บาท ฉะนั้นหากคนหนึ่งทำขึ้นมา 20 ID ก็เท่ากับกดไลค์ได้ถึง 20 ครั้งต่อคน จึงไม่ใช่เฟซบุ๊กที่เล่นอยู่ประจำ ไม่ใช่ไลค์ธรรมชาติ
        
        สอดคล้องกับ พิธีกรรายการแบไต๋ไฮเทคที่กล่าวว่า กรุงเทพฯ มีคนเล่นเฟซบุ๊กเป็นอันดับต้นๆ ของโลก บางคนมี 2-3 แ็อ็กเคานต์ มีไว้เล่นเกมเพื่อแลกไอเทม และมีคนประเภทที่ทำไว้หลายแ็อ็กเคานต์เพื่อทำกิจกรรมเชิงไลค์ปลอม เพื่อผลของการตลาด ถ้าทำเพื่อหลอกขายสปอนเซอร์ก็ถือว่าเข้าข่ายคอร์รัปชั่น เหตุการณ์นี้จึงไม่ต่างจากให้เด็กแจกใบปลิวตามสะพานลอย
       
        การจ้างกดไลค์เพื่อเพิ่มยอดขาย ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งของการขายของบนเฟซบุ๊กที่มีอยู่มากมายบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะมีจำนวนไลค์มากหรือน้อย ไลค์ปลอมหรือไลค์จริง ย่อมส่งผลทั้งแง่ดีและแง่ลบตามมา เพียงแค่อย่าหลงเชื่อกับจำนวนไลค์อย่างงมงาย และควรกดไลค์อย่างมีสติ ไลค์ได้ ถ้าถูกใจ แต่อย่าเข้าทำนองว่าเห็นเขาไลค์ก็ไลค์ตาม เหมือนอย่างที่มีคนกล่าวไว้ว่า “มนุษย์ไม่มีอะไรนอกเหนือจากการอุปาทานหมู่”
        
       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ LIVE
       
       

       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ช็อตเดียวเกิด!รวมปรากฏการณ์ หล่อ-สวยดังข้ามคืน!
“ดื่ม” แบบไหน? ไม่ต้องกลัว “ด่าน” [Info]
“ไม่เป่า = เมา” กฎหมายที่ตำรวจไทยกำลังดัน
ดวงประจำวันศุกร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗
สยบดราม่า! ชุดประจำชาติ “เมญ่า” ไม่ใช่ ชุดจริง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 17 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 1 +68 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"มีตั้งแต่ 0.50 สตางค์"

เขียนแบบนั้น ครึ่งสตางค์นะครับ ไม่ใช่ 50 สตางค์
0.50 บาท
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +36 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีรับจ้างกดจอเหลืองบ้างหรือเปล่า ผมกดเองจนเมื่อยแล้ว
หงส์ดรุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +31 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การแท๊กเพื่อนในเฟซเพื่อขายของโดยที่ไม่ขออนุญาตก่อน หรือฟอร์เวิร์ดเมล์ขยะ รวมถึงธุรกิจลูกโซ่แบบ MLM ที่ต้องหลอกคนไปนั่งฟังบรรยายแผนการตลาดและหาควายมาเป็นดาวน์ไลน์ต่อเป็นทอดๆ (แอมเวย์) เป็นอาชีพที่น่าอนาถน่าสมเพชน่าขยะแขยงที่สุดในโลก มีแต่พวดแมลงสาบทำกัน
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็มีแต่ประเทศด้อยพัฒนาเท่านั้นแหละที่ทำกัน

เฮ้อ!
Lexter
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นับถือๆ อย่างน้อยๆ คุณนักข่าวก็แก้ไขให้มีความถูกต้องแล้ว....เมื่อกี้ยังอ่านเป็น สตางค์อยู่ ตอนนี้เป็น บาทแล้ว....ขอชื่นชมที่รีบแก้ไขเพื่อความถูกต้อง
นับถือ ผู้ที่รู้จักแก้ไขให้เกิดความถูกต้อง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดูรายการสรยุทธเมื่อเช้า เขาให้คนดูส่ง like สำหรับข่าวต่าง ๆ ที่นำเสนอ
ดูแล้วสลดใจ เพราะมีคนส่ง like ให้ข่าวผู้หญิงถูกรถเมล์ทับสมองไหลมากที่สุด คล้ายกับคนดูรายการชื่นชอบและยกนิ้วหัวแม่โป้งให้กับผลงานของคนขับรถเมล์
บางความหมายใช้ไม่ได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็มีแต่ประเทศด้อยพัฒนาเท่านั้นแหละที่ทำกัน

เฮ้อ!
Lexter
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ต่างประเทศเขาก็ทำกันครับ ที่เคยมีข่าวว่ามีคนเปลี่ยนชื่อเป็น มาร์ค ซัคเบิร์ก แล้วเปิดบริษัทขายจำนวน LIKE ข่าวเก่าแล้วลองหาดูครับ
ZANZERO
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โดนขโมยข่าวไปเขียนต่อแล้ว ผจก.
http://news.mthai.com/general-news/185444.html
ZANZERO
 
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ็มไทยไง ท้อปคอมเม้นท์มีแต่พวกหัวแดงเชียร์กันเอง เบื่อมาก
ปลาหวาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
50 สตางค์ ก็เขียน 50 สตางค์แบบนี้

ถ้าจะเขียน 0.50 ก็ต้องเป็น 0.50 บาท ไม่ใช่ 0.50 สตางค์

ถามหน่อยเหอะ จบป.ไหนมา?
ไล่ออกเหอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดเชื้อแม่นางปูโพรกเน่าในมา อิอิอิ
555
 
ความคิดเห็นที่ 8 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ควรมี "Dislike" หรือ "ติดตาม" โดยไม่ต้อง "Like"
เช่นอยากติดตามความโง่ของนางโอ๊ค แต่ไม่ต้องการ like
ึ777
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มี white lie แล้วยังมี like lie ด้วยเรอะ....
สังคมเรานี้อะไรมันจะหลอกลวงขนาดนี้
อะไรคือความจริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วง LIPTA มีอยู่ 5 แสนกว่า Like

โกหกแหงเลย ต้องใช้วิธีนี้ชัวร์ๆ

ตอนแรกเห็นเกินครึ่งล้านก็ตกใจมาก ไม่อยากเชื่อ ผมเป็นแฟนกีฬาหลายทีม ขนาดทีมกีฬามีชื่อเสียงระดับโลกบางทีม มี update ส่งข่าวสารตลอดยังไม่ได้ขนาดนี้เลย
dar
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ธรรมดาแหละคนไทยชอบบ้า LIKE พอเขามีบทความภาษาอังกฤษ ด่าประเทศไทยเขาแชร์กันมาอ่านไม่รู้เรื่องแต่กด Like ไว้ก่อน
เซ็งเกว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +36 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีรับจ้างกดจอเหลืองบ้างหรือเปล่า ผมกดเองจนเมื่อยแล้ว
หงส์ดรุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +31 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การแท๊กเพื่อนในเฟซเพื่อขายของโดยที่ไม่ขออนุญาตก่อน หรือฟอร์เวิร์ดเมล์ขยะ รวมถึงธุรกิจลูกโซ่แบบ MLM ที่ต้องหลอกคนไปนั่งฟังบรรยายแผนการตลาดและหาควายมาเป็นดาวน์ไลน์ต่อเป็นทอดๆ (แอมเวย์) เป็นอาชีพที่น่าอนาถน่าสมเพชน่าขยะแขยงที่สุดในโลก มีแต่พวดแมลงสาบทำกัน
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจอมากับตัวครับ หลอกให้ไปนั่งฟังมันร่วมชั่วโมง ลุกหนีก็ไม่ได้
อยากจะเลิกคบมันไปเลย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆ ด้วย ยังมีคนเชื่อว่าโลกนี้แบน ไม่กลม ทั้งๆ ที่มีหลักฐานภาพถ่ายจากท้องฟ้า จากนอกโลกมาให้ดูว่าโลกกลม ก็จะยังคงมีคนในปัจจุบันเชื่อว่าโลกนี้แบน ไม่ได้กลม
^_^
 
ความคิดเห็นที่ 1 +67 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"มีตั้งแต่ 0.50 สตางค์"

เขียนแบบนั้น ครึ่งสตางค์นะครับ ไม่ใช่ 50 สตางค์
0.50 บาท
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ควบคุมความถูกต้องของข่าวที่ลงหน่อยครับ
ไม่ว่าเป็นตัวเลข หรือการสะกด
เพราะเห็นบ่อยมาก
เดี๋ยวจะกระทบถึงความถูกต้องเรื่องอื่นด้วย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสัยคนเขียนข่าวติดโรคอีปูแดงแล้วมั้ง
ว.5
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีตั้งแต่ 0.50 สตางค์ จนถึง 4 บาทต่อ 1 ไลค์
ถ้า 2,000,000 ไลค์ ได้เท่าไหร่ครับ
เค้าอาจจะพิมพ์ผิดหรือไม่ผิดก็ได้ครับ
อย่าคิดมากนักเลย
คนแก่อ่านข่าว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แค่ 50 สต. ไม่เป็นไรหรอก ตำแหน่งก็ไม่ใหญ่โตอะไร
ไม่มีใครรู้จัก
เมื่อเทียบกับนังปู อ่าน ห้าหมืนสามแสน
เกิดมา กรูก้เคยได้ยิน
ไม่เป็นไร ไม่ใช่นายก รมต.
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักข่าวต้องมีความรู้รอบตัว
ผิดแล้วต้องรีบแก้ไข
จะอ้างว่าเล็กน้อยไม่ได้
คุณไม่ได้แค่เขียนลงกระทู้หรือฟบ.ส่วนตัว
แต่นี่คือเว็บข่าว (ที่อ้างว่า) มีคุณภาพ
โดยเฉพาะกรณีแบบนี้ถือเป็นการให้ข้อมูลที่ผิด
ไม่ใช่แค่พิมพ์ผิด
แก้ด่วน
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014