การขุดเจาะน้ำมัน...กับน้ำตาชาวประมง

โดย บรรจง นะแส   
3 ธันวาคม 2555 15:28 น.
การขุดเจาะน้ำมัน...กับน้ำตาชาวประมง
        อาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่อำเภอสทิงพระ สิงหนคร ในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้ให้ข้อมูลแก่ทีมวิจัยผลกระทบจากการพัฒนาในภาคใต้ที่นำโดยดร.อาภา หวังเกียรติ แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับพี่น้องประมงชายฝั่งในพื้นที่ 4 จังหวัดที่เข้าร่วมในโครงการ คือ ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สตูล และสงขลา เป็นอีกครั้งที่น้ำตาของชาวประมงชายฝั่งต้องหลั่งออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจในชะตากรรมที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา ที่พื้นที่ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ต้องมาล่มสลายลงด้วยอุตสาหกรรมการขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง
       
        บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด (ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ซี.อี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด (สาขาประเทศไทย) ได้รับสัมปทานแปลงสำรวจเพิ่มในทะเลอ่าวไทยหมายเลข จี5/43 จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในสมัยที่นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ และมีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2546 ในช่วงเวลาดังกล่าวมีการออกมาท้วงติงจากหลายๆ ฝ่ายว่าการให้สัมปทานในครั้งนั้นมีเงื่อนงำที่ยังเป็นประเด็นข้อสงสัยจากสังคมโดยเฉพาะบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่จดทะเบียนที่เกาะเคแมน ที่ไม่สามารถตรวจสอบการลงทุนได้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังและเป็นเจ้าของบริษัทดังกล่าว และมีการพูดถึง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมที่เปิดโอกาสให้ต่างชาติมาหาผลประโยชน์จากแหล่งพลังงานของชาติโดยให้ผลตอบแทนเพียงน้อยนิด มีการเรียกร้องให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.ดังกล่าว ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้มีการให้สัมปทาน แต่เสียงเรียกร้องดังกล่าวหาได้รับความสนใจจากนักการเมืองที่มีอำนาจในสมัยนั้นแต่อย่างใด ยังคงเดินหน้าเปิดให้มีการสัมปทานและกลไกรัฐได้ร่วมกันผลักดันให้ทางบริษัทได้ดำเนินการขุดเจาะจนสำเร็จตามสัมปทานที่ได้รับเป็นเวลา 16 ปี
       
        ในส่วนของชาวประมงชายฝั่งในเขตที่จะได้รับผลกระทบในอ.สทิงพระ จ.สงขลา มีความพยายามที่จะลุกขึ้นมารักษาสิทธิในการประกอบอาชีพของตัวเอง ได้มีการชุมนุมประท้วงโดยรวมตัวกันของเรือประมงพื้นบ้านและเรือประมงอวนลากเล็กที่จะได้รับผลกระทบในการมาแย่งที่ทำกินที่ทำการประมงบริเวณที่จะมีการขุดเจาะน้ำมัน มีการนำเรือประมงพื้นบ้านมาทำการปิดปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลาถึง 2 ครั้ง มีการนำเรือประมงอวนลากเล็กไปทำการล้อมแท่นเจาะเพื่อไม่ให้มีการขุดเจาะ แต่พลังของชาวประมงชายฝั่งก็ไม่สามารถต้านทานการผนึกกำลังกันของฝ่ายบริษัท และหน่วยงานราชการที่เลือกยืนอยู่ฝ่ายบริษัทได้ รวมไปถึงนักการเมืองทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติต่างดาหน้ากันออกมาแยกสลายพลังของพี่น้องในทุกรูปแบบ ทั้งเจรจาไกล่เกลี่ยให้ยอมรับเงื่อนไขจากทางบริษัท ข่มขู่คุกคาม จนพี่น้องชาวประมงต้องพ่ายแพ้แก่อำนาจต่างๆ ที่ถาโถมกันลงมา
       
        จากปี 2546 ถึงปัจจุบันเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ผลพวงจากการขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดสงขลา ที่มีหลุมขุดเจาะที่ชื่อว่าแหล่งบัวบาน A-D ได้ส่งผลต่ออาชีพการทำประมงของชุมชนประมงชายฝั่งอย่างย่อยยับ ไร้คนรับผิดชอบ บริษัทใช้งบประมาณปิดปากและลดการเคลื่อนไหวของชาวประมงด้วยการจ่ายค่าชดเชยในการสูญเสียอาชีพครอบครัวละไม่ถึง 2,000 บาท/เดือน ในขณะเดียวกันก็ใช้เงื่อนไขลดแรงกดดันจากองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ติดชายฝั่งตั้งแต่อำเภอระโนดจรดอำเภอเทพารวม 28 องค์กรด้วยการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละองค์กร ซึ่งในปีที่ผ่านมา แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับผลประโยชน์ไปเฉลี่ยองค์กรละ 15 ล้านบาท ในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาก็รับไปกว่า 400 ล้านบาท ตัวแทนของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง อบต. อบจ. จึงสงบเสงี่ยมไม่มีปากเสียงต่อความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่       
       
              ปีที่ผ่านมา ในช่วงมรสุมมีก้อนน้ำมันดิบจากแท่นเจาะพัดเข้าหาฝั่งตั้งแต่อำเภอระโนดตลอดแนวชายฝั่งของจังหวัดสงขลา ทำให้ชายฝั่งสกปรก ทางจังหวัดสงขลาต้องจ้างประชาชนเก็บและรับซื้อก้อนน้ำมันดิบที่ทำความสกปรกให้กับพื้นที่ชายหาดในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ชายหาดสมิหลาสงขลาก้อนน้ำมันดิบ ทำให้ชายหาดสมิหลาสกปรก นักท่องเที่ยวเดินเล่นชายหาดมีก้อนน้ำมันดิบติดเท้า จนทางเทศบาลนครสงขลาระดมคนมาช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดชายหาด แต่สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เงียบหายไปในสายลมและกาลเวลาเพราะทางบริษัทได้ใช้เศษกำไรจากผลประกอบการนำมาปิดหูปิดตากลไกของรัฐทุกภาคส่วนจนแน่นสนิท
       
        ในส่วนของชาวประมงได้ลุกขึ้นบอกเล่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพวกเขาว่า เมื่อบริษัทเริ่มขบวนการขุดเจาะ บริเวณใกล้แท่นเจาะจะกลายเป็นพื้นที่หวงห้ามในบริเวณที่กว้าง พื้นที่ที่พวกเขาเคยทำการประมงก็หดหายไป เมื่อมีขบวนการขุดเจาะเสียงระเบิดใต้น้ำ จากขบวนการขุดเจาะทำให้พันธุ์สัตว์น้ำโดยเฉพาะปลาต้องหนีเสียงระเบิดดังกล่าวออกไปไกลพื้นที่ชายฝั่ง การดิ้นรนเพื่อหาทางประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวและปากท้อง ก็ต้องอพยพเรือออกไปหากินนอกชุมชนของตัวเอง บ้างไปไกลถึงเขตอำเภอหัวไทรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้างก็อพยพไปหากินในพื้นที่เกาะสมุย บ้างก็นำเรือขึ้นรถไปหากินฝั่งอันดามัน แรมเดือนที่ตะลอนไปตามที่ต่างๆ เพื่อประกอบอาชีพ พลัดบ้านพลัดถิ่น
       
        คนที่พยายามยืนหยัดอยู่กับบ้านอยู่กับครอบครัว ก็หาทางสร้างเรือให้ลำใหญ่กว่าเดิม ติดตั้งเครื่องเรือเป็น 2 เครื่อง วิ่งออกไปจากฝั่งสุดลูกหูลูกตา ใช้เวลาเดินทางไปถึงจุดที่จะทำการประมงได้ต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงในแต่ละวัน ได้กุ้งหอยปูปลามาก็ต้องชดเชยหมดไปกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะค่าน้ำมัน วันนี้น้ำตาของพวกเขาจึงหลั่งออกมาทุกครั้งของคำถามว่าผลจากการขุดเจาะน้ำมันที่กระทบต่อชีวิต แต่ดูเหมือนน้ำตาของพี่น้องชาวประมง คนที่ใช้แรงงานแรงกายจับปลาหาเลี้ยงชีพจะไร้ความหมาย เพราะน้ำมันที่ได้มาจากการขุดเจาะ มันได้ไหลทับกลบเกลื่อนน้ำตาของพวกเขาไปเสียจนหมดสิ้น.

จำนวนคนโหวต 19 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017