หน้าแรกผู้จัดการ Online | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ณ บ้านพระอาทิตย์ โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง "หลอกลวง" (ตอนที่ 1)

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 10 พฤษภาคม 2556 18:08 น.

เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง หลอกลวง (ตอนที่ 1)

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง หลอกลวง (ตอนที่ 1)

เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง หลอกลวง (ตอนที่ 1)

เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง หลอกลวง (ตอนที่ 1)

ณ บ้านพระอาทิตย์
       โดย : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
       สำหรับผมแล้วการถกเถียงกันเรื่องล้างพิษตับด้วยน้ำมันมะกอกนั้น ไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เพราะเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันทั่วโลก และก่อนที่ผมจะเริ่มเขียนบทความการล้างพิษตับนั้น ก็ได้ค้นหาข้อมูลในต่างประเทศที่โต้แย้งมาแล้วทั้งสิ้น
       
        แต่ดูเหมือนช่วงเวลานี้จากเดิมที่มีกระแสค่อนข้างแรงตามลำดับแล้ว เมื่อรายการ "คน ค้น คน" ได้ออกอากาศเผยแพร่การล้างพิษตับของศีรษะอโศกเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ที่มีการสัมภาษณ์ทั้ง อ.แก่นฟ้า แสนเมือง และ อ.ขวัญดิน สิงห์คำ ผู้บุกเบิกหลักสูตรนี้จนได้รับการตอบสนองเป็นจำนวนมาก ก็ยิ่งทำให้กระแสนี้แรงขึ้นไปอีก
       
        และเป็นไปตามคาด เรื่องที่กระแสแรงก็มักจะมีคนเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาความจริงหรือจับผิดเป็นธรรมดา บ้างก็ตรวจสอบเพราะหวังดีกับประชาชน บ้างก็ไม่ได้รู้จริง บ้างก็ลองวิชา บ้างก็ต้องการโหนกระแสสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองบ้าง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราน่าจะศึกษาหาคำตอบนี้ด้วย "ความจริง" ที่ไม่ใช่ "ความเชื่อ"
       
        น่าเสียดายบางคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์เน้นการจับผิดโดยใช้ความเชื่อในเรื่องที่เล็กที่สุดซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญเพื่อหวังสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองมากที่สุด และบางคน "หลงในอัตตาตนเอง" ถึงขนาดต้องอ้างเหตุผลหรือความสำเร็จในการตรวจสอบในอดีตเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังคัดค้านต้องเป็นจริงด้วย ซึ่งผมเห็นว่าการพูดสิ่งที่เคยพิสูจน์ว่าถูกต้องในเวลาหนึ่งแล้วอ้างว่าเรื่องที่ “พูดอีกเรื่องหนึ่งในปัจจุบัน” จะต้องถูกต้องด้วยนั้น...ไม่จริงเสมอไป และเป็นคำพูดที่ใช้ไม่ได้ในตรรกะทางวิทยาศาสตร์
       
        ในทำนองเดียวกันคนที่สนับสนุนการล้างพิษตับเองก็ไม่ใช่ว่าจะหาคำตอบได้ทุกอย่าง ชาวอโศกเขาเป็นชาวบ้านที่ต้องการช่วยเหลือคนแบบบุญนิยมและไม่ได้ทำการค้า ถือศีลมีคุณธรรมยิ่งกว่านักวิทยาศาสตร์ที่กล่าวหาว่าพวกเขาหลอกลวงเสียอีก เมื่อเห็นผลดีเป็นที่ประจักษ์กับคนที่ป่วยจำนวนมากก็เดินหน้าช่วยเหลือคนอื่นก่อนที่จะมาสนใจเรื่องวิจัยหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับจนแทบไม่มีเวลา จนงานล้นมือ และอาจเป็นเพราะชาวอโศกไม่ได้ดำเนินการไปเพื่อความร่ำรวยหรือสร้างชื่อเสียง จึงไม่ได้มีเวลามาใส่ใจกับงานวิจัยเพื่อหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้คนอื่นเชื่อหรือไม่เชื่อ และไม่ได้ใส่ใจว่าจะมีคนโจมตีอย่างไรเสียด้วยซ้ำ (เพราะที่ผ่านมาก็มีเรื่องที่ถูกโจมตีมากยิ่งกว่านี้หลายเท่า)

       
        ความจริงแล้วในเรื่องสุขภาพในแพทย์ทางเลือกหลายอย่างดูจะเหมือนเป็นความเชื่อ (เช่นเดียวกับฝ่ายที่ต่อต้าน) แต่ผู้ที่เข้าหลักสูตรล้างพิษตับจำนวนมากมีรายงานที่มีผลตรวจทางการแพทย์ว่าได้รับผลดีเป็นที่ประจักษ์หลายด้าน ย่อมแสดงว่าการล้างพิษตับย่อมมีผลดีที่คนสามารถเลือกดูแลตัวเองได้ไม่น้อย และเมื่อมีคนได้ผลมากจึงทำให้มีการบอกต่อถึงความสัมฤทธิ์ผล หลายคนจึงเสนอให้ผู้ที่จัดหลักสูตรล้างพิษหรือในทางธรรมชาติบำบัดในเวลานี้รวบรวมสถิติข้อมูลที่เกิดขึ้นไปแล้ว เพื่อต่อยอดหาคำตอบให้ได้ในทางวิทยาศาสตร์ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น เพื่อช่วยให้คนได้สร้างบุญให้คนป่วยไม่เสียโอกาสล้างพิษตับเพียงเพราะหลงเชื่อข้อมูลหรือการจั่วหัวของผู้ต่อต้านที่ใช้ความเชื่อของตัวเองมาคัดค้านในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และพิสูจน์ไม่ได้
       
        บางคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังตอบโต้โจมตีเรื่องการล้างพิษตับ แต่เมื่อถูกโจมตีและไล่ต้อนมากๆจากคนที่ได้รับผลดีจากการล้างพิษตับที่เห็นผลดีเป็นที่ประจักษ์ ก็พยายามหดและบิดขอบเขตของการถกเถียงจากคำว่า "ล้างพิษตับเป็นเรื่องหลอกลวง" มากลายเป็น "ที่เรียกว่านิ่วเป็นเรื่องที่หลอกลวง" ซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นคนละ "หัวข้อ" จะมาแก้ตัวภายหลังในเรื่อง "ขอบเขต" ที่กำลังกล่าวหากันขณะนี้ แต่ก็ไม่ว่ากันที่จะมาแก้เขินกันบ้าง เพราะอย่างไรเสียต้องถือว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี
       
        ผมเห็นว่าเรื่องนี้หลายคนน่าจะสนใจและติดตามในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น จึงขออนุญาตรวบรวมผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และตรวจสอบจากศูนย์ล้างพิษหลายแห่งเพื่อมาประกอบการพิจารณาเพื่อมาช่วยหาความจริงในการล้างพิษตับว่าอะไรคือผลดี อะไรคือผลร้าย อะไรคือความจริง และอะไรคือสิ่งที่ไม่ใช่ความจริงที่ต้องระมัดระวังในการนำเสนอ ซึ่งคงใช้เวลามากกว่า 1 ตอนในการนำเสนอชุดนี้
       
        เพื่อเป็นการยืนยันว่าผมเองตระหนักในเรื่องเหล่านี้ดี ผมขอเริ่มจากบทความที่ผมได้เขียนเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2555 แล้ว ในบทความที่ชื่อว่า "ตามหาความจริง...อะไรกันแน่ที่ออกมาจากการล้างพิษตับ !?" ซึ่งปรากฏหลักฐานอยู่ในหนังสือที่ผมเขียนชื่อ "ปฏิวัติสุขภาพด้วยธรรมชาติบำบัด กิน-ดื่มด่าง ล้างพิษตับ" ดังนี้
       
        "ตามปกติแล้วเมื่อดูวิธีการในต่างประเทศ พบว่า การล้างลำไส้จะใช้เวลาอดอาหารนานกว่าการล้างพิษออกจากตับ แต่เมื่อมาผนวกกันจึงทำให้การล้างพิษตับต้องอดอาหารนานเพิ่มขึ้นไปด้วย แต่ข้อดีสำหรับผู้ที่เข้าหลักสูตรครั้งนี้จะมีความเข้าใจเป็นที่ประจักษ์มากขึ้นว่าเมื่อล้างลำไส้จนสะอาดแล้วไม่เหลืออะไรแล้ว จึงทำให้มั่นใจว่าคืนสุดท้ายที่ล้างพิษตับจะมีผลิตภัณฑ์อีกชุดหนึ่งที่ออกมาจากส่วนอื่นที่ไม่ใช่ออกมาจากลำไส้ ซึ่งก็ย่อมออกมาจาก ตับ หรือ ถุงน้ำดี และบางส่วนก็ต้องออกมาจากสิ่งที่เราดื่มเข้าไปในคืนสุดท้ายของหลักสูตรนี้
       
        โดยเฉพาะในช่วงเวลาคืนสุดท้ายที่มีการดื่มน้ำมันมะกอก 150 ซีซี ที่ผสมเขย่าจนเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำมะนาวอีก 150 ซีซี ในเวลา 22.00 น. - 22.30 น. ซึ่งความจริงแล้วตามตำราแพทย์อายุรเวทระบุแค่ว่าให้ดื่มน้ำมันพืชผสมกับน้ำผลไม้รสเปรี้ยวเท่านั้น
       
        แต่ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในเวลานี้ว่าน้ำมันมะกอกที่ผสมเขย่าจนเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำมะนาวนั้น เข้าไปทำอะไรกับร่างกายเรากันแน่?
       
        ความเชื่อแรก เชื่อว่าน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว ได้เข้าไปในท่อน้ำดี(ในช่วงเวลาที่ท่อน้ำดีเปิดกว้างที่สุดตามนาฬิกาชีวิต) แล้วเข้าไปดึงสิ่งตกค้างในถุงน้ำดีและตับออกมา เสมือนคราบน้ำมันในตับและถุงน้ำดีต้องล้างด้วยน้ำมันจึงจะสามารถเอาออกได้
       
        ความเชื่อที่สอง เชื่อว่าน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว ไม่ได้เข้าไปในตับและถุงน้ำดี แต่เชื่อว่าน้ำมันมะกอกเป็นลิพิดซึ่งกระตุ้นทำให้ตับและถุงน้ำดีซึ่งหยุดพักจากการย่อยอาหารในช่วงเวลาหนึ่ง ได้ผลิตน้ำดีออกมาเพื่อย่อยน้ำมันมะกอกพร้อมๆกันจำนวนมาก จึงเป็นผลทำให้สิ่งตกค้างในตับและถุงน้ำดีจึงหลุดออกมาด้วย
       
        ความเชื่อที่สาม เชื่อว่าน้ำมันมะกอกผสมกับน้ำมะนาว เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วน้ำดีจะออกมาทำปฏิกิริยาเคมีที่มีลักษณะเป็นสบู่ที่เรียกว่า “Saponification” ที่เกิดจากไขมันหรือน้ำมันทำปฏิกิริยากับน้ำดีซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง
       
        พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ 2 ความเชื่อแรกเชื่อว่า สูตร น้ำมันมะกอกผสมกับน้ำมะนาวช่วยล้างพิษออกจากตับได้จริง แต่ความเชื่อที่สามกลับไม่เชื่อแต่เชื่อว่าเป็นสิ่งหลอกลวงและไม่น่าเชื่อถือ
       
        ความจริงแล้วการทำ"สบู่ก้อน"ที่ทำจากน้ำมันมะกอกนั้นต้องใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ซึ่งมีค่าเป็นด่าง (Alkaline) เข้มข้นสูงสุดถึง pH 14 ในอัตราส่วนน้ำมันมะกอก 100 กรัม และใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) 12.46 กรัม จึงจะมีโอกาสทำเป็นสบู่ก้อนได้
       
        แต่ความเป็นจริงน้ำดีของมนุษย์มีค่าความเป็นด่าง (Alkaline) ที่มีค่า pH เพียงแค่ 7.5 ถึง 8.8 ซึ่งห่างไกลจากค่าความเป็นด่างที่จะทำสบู่ก้อนที่ต้องมีค่า pH สูงถึง 14 จึงไม่น่าจะมีความสามารถพอที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาการทำเสมือนสบู่ก้อนได้ หากสมมุติทำได้อย่างมากก็เป็นแค่สบู่เหลวเท่านั้น

       
        ผลิตภัณฑ์ก้อนสีเขียว ที่มีการถ่ายออกมจากาการล้างพิษตับ จริงอยู่ที่ว่าที่มีการเรียกกันว่า "นิ่ว" นั้นอาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะ"นิ่ว"ที่เป็นเหมือนก้อนหินนั้นต้องจมน้ำและไม่สามารถลอยน้ำได้ แต่ก้อนสีเขียวที่ลอยน้ำได้นั้นแท้ที่จริงแล้วน่าจะเป็น"ก้อนไขมัน"มากกว่าที่อาจมีการผสมทั้งน้ำดี (จึงทำให้เป็นสีเขียว) และบางส่วนอาจมาจากสิ่งที่ดื่มเข้าไป (น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว) และบางส่วนอาจผสมกับเป็นก้อนไขมันและผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ออกมาจากตับหรือถุงน้ำดีได้ด้วย ซึ่งก้อนเหล่านี้หากทิ้งไว้ในอากาศก็จะพบว่าจะค่อยๆละลายจนเป็นของเหลวได้จนหมด เพราะอย่างไรเสียเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เราดื่มเข้าไปนั้นคงต้องออกมาจากร่างกายในการขับถ่ายอย่างแน่นอนอยู่แล้ว เพียงแต่มันมีสิ่งอื่นที่ออกมาด้วยหรือไม่น่าจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า
       
        แม้ว่าจะยังความน่าสงสัยสำหรับคนที่ช่างสงสัยว่าสิ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์ออกมานั้น เป็นเพียงการทำปฏิกิริยาระหว่างน้ำดีกับน้ำมันมะกอกที่ผสมกับน้ำมะนาวหรือไม่ แต่ก็มีเรื่องให้น่าคิดอีกด้านหนึ่งเช่นกัน ดังนี้
       
        1. ถ้าเป็นเพียงการทำปฏิกิริยาจากสิ่งที่ดื่มเข้าไปในคืนที่ดื่มน้ำมันมะกอกกับน้ำมะนาวแล้ว เหตุใดการล้างพิษตับในแต่ละครั้งจึงมีผลิตภัณฑ์ออกมาของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน และเหตุใดคนๆเดียวกันในการล้างพิษตับในแต่ละครั้งก็ได้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน เช่น ก้อนสีเขียว วุ้นสีขาว แผ่นไขมันสีน้ำตาล หรือแม้แต่ไม่มีอะไรออกมาเลย ฯลฯ ?
       
        2. ถ้าสิ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีเฉพาะการทำปฏิกิริยากระหว่างน้ำมันมะกอกกับน้ำมะนาว แล้วเหตุใดในหลายกรณีจึงเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ที่ต้องผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแต่เมื่อเข้าหลักสูตรล้างพิษแล้วกลับมีนิ่วจริงๆออกมาได้โดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด โดยบางกรณีพบก้อนไขมันที่ลอยน้ำแต่เคลือบไว้ด้วยนิ่วที่เป็นก้อนหิน และเหตุใดในบางกรณีจึงมีกลิ่นเหม็นเน่า ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ได้มีการล้างลำไส้หมดแล้ว ในขณะที่หลายคนไม่มีกลิ่นใด และเหตุใดจึงมีบางคนได้มีผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นไขมันสีน้ำตาลหรือดำจำนวนมากเป็นนับเป็นกิโลกรัมซึ่งมากกว่าน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวที่ดื่มเข้าไป?
       
        3. เหตุใดในกรณีจึงเกิดเหตุผู้ที่ป่วยในโรคตับ โดยเฉพาะโรคไวรัสตับอักเสบชนิด บี จึงหายจากโรคนี้ได้เป็นจำนวนหลายคนโดยอาศัยการเข้าหลักสูตรล้างพิษอย่างเดียว โดยเฉพาะกรณีล่าสุด นายชัชชัย คาวีสุทธิกร ได้เข้าตรวจที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2554 พบไวรัสตับอักเสบ บีสูงถึง 18,100,000 IU/mL ต่อมาเข้าหลักสูตร 8 อ. (ล้างพิษตับ)ของชาวสันติอโศกไป 4 ครั้งเป็นเวลา 4 เดือน ในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พบไวรัสตับอักเสบ บีลดลงเหลือ 20,400 IU/mL หลังจากนั้นจึงเข้าหลักสูตรล้างพิษตับอีก 5 ครั้ง ในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555 พบไวรัสตับบีลดลงเหลือเพียงแค่ 111 IU/mL ต่อมาจึงเข้าหลักสูตรล้างพิษเป็นครั้งที่ 12 พบว่าไวรัสตับอักเสบชนิด บี ลดลงเหลือเพียง 22 IU/mL เท่านั้น
       
        แต่ที่น่าสนใจมีหลายคนที่เข้าหลักสูตรล้างพิษแล้ว มีผลตรวจทางการแพทย์ที่แสดงถึงดัชนีชี้วัดว่ามีสุขภาพที่ดีขึ้น !?"
       
        ผมแปลกใจมากคนที่เรียกตัวเองว่านักวิทยาศาสตร์กลับตัดตอนบทความผมข้างต้นที่พูดถึงเรื่องที่ว่าก้อนสีเขียวที่ลอยน้ำไม่ควรเรียกว่านิ่วเท่านั้น แต่กลับมาใช้อ้างอิงเรื่องเล็กๆนี้เพื่อโจมตีในเรื่องใหญ่ว่าล้างพิษตับเป็นเรื่องหลอกลวง ทั้งๆที่เป็นสาระสำคัญในเรื่องนี้คือคนที่เคยเข้าหลักสูตรได้รับผลดีขึ้นอย่างไร และดีขึ้นจริงหรือไม่? และคนที่อ้างตนว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์กลับไม่ยอมอ้างอิงในส่วนที่ผมกล่าวถึงและตั้งข้อสังเกตว่าการเกิด "สบู่ก้อน"ทำไม่ได้เพราะน้ำดีมีค่าความเข้มข้นของด่างเพียงแค่ pH 7.5 - 8.8 และหลีกเลี่ยงข้อสังเกตุของผมที่ได้ตั้งคำถามเอาไว้ทั้ง 3 ประการข้างต้น ผมจึงเห็นว่าการโต้แย้งลักษณะนี้ไม่ใช่การโต้แย้งแบบวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการเลือกใช้บางข้อมูลที่ไม่ครบในการนำเสนอเพื่อสนองอัตตาและอคติส่วนตัวเท่านั้น ไม่สมควรเป็นวิสัยของคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดี

       
        นี่ขนาดยังไม่นับเลยว่าการล้างพิษตับน้ำมันมะกอกนั้นไม่ได้มีน้ำมันมะกอกอย่างเดียว ยังมีน้ำมะนาวอีกครึ่งหนึ่งซึ่งเป็นกรดซิตริกที่มีความเป็นกรดรุนแรงด้วย คำถามจึงตามมาด้วยว่าคำว่า “สบู่ก้อน”จะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า หากทำได้นั้นมีค่า pH เท่าไหร่ และหากเป็นสบู่จริงเมื่อถูแล้วเป็นฟองจริงหรือไม่?
       
        ผมได้สอบถาม อ.แก่นฟ้า แสนเมือง ที่ริเริ่มหลักสูตรนี้และเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการทำสบู่ก้อนว่า ทำไมจึงไม่เคยเห็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต่อต้านในเรื่องนี้ได้แต่เขียนและพูด แต่ไม่ยอมพิสูจน์ให้สาธารณชนได้เห็นด้วยการทดสอบเอา NaOH ที่เจือจางจนใกล้น้ำดีคือ pH 7.5 -8.8 มาผสมกับน้ำมันมะกอก และมะนาว และ ดีเกลือ เพื่อมาทำ "สบู่ก้อน" ให้เราทดลองถูสบู่ก้อนนี้ให้ฟองกันให้สนุกไปเลย ดีเสียอีกร่างกายผลิตสบู่ก้อนเองได้ ไม่ต้องซื้อหาจากไหน?
       
        อ.แก่นฟ้า แสนเมือง
ไม่ตอบอะไรมากได้แต่ ขำๆ เพราะที่จริงเราต่างรู้อยู่แก่ใจว่า ที่นักวิทยาศาสตร์ที่โจมตีในเรื่องนี้หากไม่มีความรู้และไม่เคยทำเรื่องการทำสบู่ก้อนมาก่อนเมื่อทดสอบแล้วคงรู้ผลแล้วว่าเป็นอย่างไรจึงมักจะเงียบไป และหากมีความรู้เรื่องทำสบู่ก้อนจริงก็คงไม่อยากทดสอบเพราะรู้อยู่แก่ใจเช่นกันว่ามันเกิดสบู่ก้อนไม่ได้เช่นกัน !!!!
       
        อ.แก่นฟ้า แสนเมือง
ฝากข้อความให้ได้คิดทั่วกันเกี่ยวกับการล้างพิษที่มีคนได้รับผลดีเป็นที่ประจักษ์เป็นจำนวนมากว่า:
       
        พระพุทธองค์ตรัสว่า "เมื่อบุรุษต้องศรปักอก ผู้เป็นบัณฑิตจะรีบถอนศรออกจากอกโดยพลัน ผู้โง่เขลาจักกุมศรนั้นเที่ยวตามหาว่าศรนี้มาจากไหน ใครยิงเรา"
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ปฏิวัติน้ำมันพืช (ตอนที่ 7): สัมมนาตามหาความจริง "น้ำมันมะพร้าวแก้โรคความจำเสื่อม"(2)
ปฏิวัติน้ำมันพืช (ตอนที่ 6): สัมมนาตามหาความจริง "น้ำมันมะพร้าวแก้โรคความจำเสื่อม"(1)
ปฏิวัติน้ำมันพืช (ตอนที่ 5) : พลาดไม่ได้ ! เรื่องโกหกครั้งสำคัญ ของน้ำมันพืชและคอเลสเตอรอล
ปฏิวัติน้ำมันพืช (ตอนที่ 4) : เมื่อเราถูกบริษัทยาหลอกเรื่อง "คอเลสเตอรอล" !?
ปฏิวัติน้ำมันพืช (ตอนที่ 3): ไขมันทรานส์อันตรายที่สุด กินอยู่ทุกวันแต่ดันไม่รู้ตัว
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 84 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 1 +108 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณปานเทพครับ สิ่งทีคุณทำหรือแสดงออกมาบนสื่อทุกตัวอักษร และยังทดลองกับตัวเองมายาวนาน เมื่อใด้ผลลัพท์ที่ถูกต้องแล้วยังเผื่อแผ่ อีกทั้งที่จริงแล้วพวกพ่อค้า มักจดลิขสิทธิ์ หรือเอามาค้ามาขายคุณนี่ เสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมจริง ผมไม่รู้จักหรือพบเจอคุณมาก่อน แต่ติดตามอ่านมานาน แสดงความเห็นบ้างไม่แสดงบ้าง อย่างหลายอาทิตย์ก่อนคุณพูดถึงเรื่องงาดำ ก็เป็นประโยชน์กับการรับชมมาก ขอชมเชยครับ
eddkrub
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่พูดว่าหลอกลวงคือผู้ที่ยังไม่เคยทำ
ส่วนคนที่ทำมาแล้วจะไม่พูดคำนี้
ถ้าถูกหลอกจริง ผมถูกหลอกมา 5 ครั้งแล้วครับ
ครั้งที่ 6 ก็กำลังจะถูกหลอกอีกแล้วครับ
ในวันที่ 7-9 มิย นี้ครับ เพราะจองแล้วที่ขอนแก่นครับ
รู้สึกว่าว่าจะจัดโดยหอการค้าขอนแก่นด้วยนะครับ
ถ้าใครอยากถูกหลอก รีบโทรจองนะครับ
เพราะแต่ละครั้งเขาหลอกได้ไม่หลายคนนะครับ
เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกัน
สุดยอด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้ศึกษาจากตำราของ Andre Moritz และ คำบรรยายของคุณแก่นฟ้า-ขวัญดิน ใน youtube

แล้วก็นำเอาวิธีการ มาลองปฏิบัติด้วยตัวเอง...โดยตรวจเช็คเลือดทุกๆ 3 เดือน ขณะนี้ได้ทำไปแล้ว 8 ครั้ง

สรุปผล
* ค่าใขมันในเส้นเลือดลดลง 15-20% และ SGOT & GPT ลดลง 10-12%
* น้ำหนักตัวลดลง 15-20 lbs
* อาการภูมิแพ้ (ที่เริ่มจะเป็นมากขึ้นในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา) ก่อนหน้านี้ หายไปเป็นปลิดทิ้ง อย่างน่ามหัศจรรย์

ปล.
ตามปกติ ผมเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ จะต้องมีการตรวจสอบ-ทดสอบให้เป็นที่แน่ใจก่อนที่จะเชื่อ
ตถตา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ต้องไปสนใจมันครับอาจารย์ มันมั่ว..พวกหมาเห่าเครื่องบิน (วิทยา + ประสาท = นักวิทยาสาท) ผมทำมาแล้วด้วยตัวเอง ยังอัศจรรย์ใจมาจนถึงทุกวันครับ..
flyhighest@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +18 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จากประสบการณ์ล้างพิษตับสองรอบ

รอบแรก ได้ ก้อนนิ่วขนาดประมาณ 0.2-0.3 มม. ประมาณไม่เห็น 20 ก้อน เมื่อกลับมา ดีท๊อกซ์ที่บ้านอีก 7 วัน เห็นว่า3วันแรกมีนิ่วออกมาอีกแต่ไม่สามารถนับได้ เพียงแต่มีความรู้สึกสบายตัวมากขึ้น จึงรู้สึกอยากทำการล้างพิษตับอีก โดยหวังว่าถ้าไปทำอีก อาการปวดหลังปวดขาปวดข้อกระดูกจากการกินยาเบาหวานมา 6-7 ปีคงทุเลาลง

เดือนถัดมา (เดือน เมษา 56).จึงมาล้างพิษตับรอบสอง

ผลการล้างพิษตับรอบสอง มี นิ่ว ขนาด เกือบ 2 ซม. ออกมาทั้งหมดเกิน 60 ลูก แผ่นวุ้นสีขาว (หมอนาที่ตรวจดู บอกว่า คือ เซลมะเร็ง) เกิน 50 ชิ้น

ซึ่งผมเองก็บอกไม่ได้หรอกว่า สิ่งที่ได้ออกมาจากล้างพิษตับคืออะไร แต่ดูแล้ว .สิ่งที่ได้จากการล้างพิษตับมีหลากหลายจนไม่น่าจะเป็นเพียง การที่น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวผสมกับน้ำดีเท่านั้น .ที่สำคัญ! สิ่งที่ได้ จากการล้างพิษตับของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ซึ่ง ถ้าหากสิ่งที่ได้นั้นคือ น้ำดี บวก น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาวจริง ก็ควรออกมาเหมือนกันทุกคน แต่นี่กลับไม่ใช่!

แต่เหนืออื่นใด ผมกลับได้รับผลดีอย่างสุดแสนวืเศษจากการที่อาการที่ผมได้รับจากการกินยาเบาหวานมา 6-7 ปี กลับหายเป็นปลิดทิ้งจากการล้างพิษตับรอบที่สองนี้เท่านั้นเอง (ตอนแรกผมแค่หวังว่า ล้างพิษตับ อีกหลายๆ ร้อยแก้ว ทุเลา อาการจากการกินยาเบาหวานได้เอง แต่นี่เกินคาด หายเหมือน 'ปลิดทิ้ง' เพียงจากการ ล้างพิษตับ รอบที่สองนี่เอง).ผมจึงตั้งใจจะ ล้างพิษตับ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีอะไรผิดปกติออกมา แล้วค่อยลดการล้างพิษลงเหลือปีละครั้ง ตา
I Pad (otto101 สมาชิก)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 65 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลอกหรือไม่หลอกผมไม่รู้ รู้แต่ว่าผมเข้าคอร์ส ล้างพิษตับมา 2 ครั้งแล้ว รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ใครที่ออกมาพูดว่าหลอกลวง ผมอยากให้คุณมาทดลองครับ ถ้าคุณทำใจเป็นกลาง อย่าอคติ ผมว่าสุขภาพคุณดีขึ้นแน่ครับ ผมเห็นหลายกระทู้ เต็มไปหมด หลายเว็บต่อหลายเว็บที่มีหมอบางคนออกมาพูดว่า "หลอกลวง" แบบสุดทิ่ม ไปทดลองกับผมมั้ย เชิญได้เลยคอร์สที่ไหนก็ได้ครับ ดีทุกที่เหมือนกันแหละ เพราะจุดประสงค์ของคนทำคอร์สล้างพิษก็คือ ช่วยให้คน มีสุขภาพที่ดีขึ้น เพียงแค่นี้ก็ได้บุญแล้วครับ
บ้านสุขภาพดี.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 61 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมกินน้ำมันมะกอกและดีเกลือ(ขับน้ำดีออกจากร่างกาย)จึงมีผลกับโรคต่างๆหลายชนิด เช่น เบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเลือด ลดไขมันในตับ ลดการอักเสบ ลดการกระตุ้นการแบ่งตัวของมะเร็งบางชนิด

เรื่อง การสื่อสัญญาณเซลล์ของกรดน้ำดี
http://digital_collect.lib.buu.ac.th/journal/Science/v15n2/107-115.pdf
สรุปสั้นๆนะครับ
- กรดน้ำดีชนิด DCA TDCA TCA กระตุ้นการเก็บกลูโคสในรูปแบบไกลโคเจน ลักษณะเดียวกับอินซูลิน
- ลดสะสมไขมันในตับ ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด กรดน้ำดีชนิด CA TCA DCA กระตุ้นการสังเคราะห์ไกลโคเจน
กรดน้ำดีชนิดอื่นๆที่เหลือกระตุ้นการสลายไกลโคเจน
(ผมคิดว่าการขับน้ำดีทิ้ง น่าจะช่วยลดปริมาณของกรดน้ำดีทุติยภูมิชนิดLCAในร่างกายที่กระตุ้นการสลายไกลโคเจน และกระตุ้นการสังเคราะห์กรดน้ำดีใหม่ แต่การรักษาแผนปัจจุบันเราใช้ ยาลดระดับโคเลสเทอรอลในเลือดชนิด bile acid binding agents (ยานี้ทำให้ปริมาณกรดน้ำดีลดลง และกระตุ้นการสังเคราะห์กรดน้ำดีใหม่คล้ายกัน) ร่วมกับ การหลั่งกรดน้ำดีเป็นการขับโคเลสเตอรอลออกจากร่างกายโดยตรง
- มะเร็งลำไส้บางชนิด กรดน้ำดีชนิด DCA กระตุ้นการแบ่งตัวของมะเร็ง
(ผมคิดว่าการขับน้ำดีทิ้ง น่าจะช่วยลดปริมาณของกรดน้ำดีทุติยะภูมิชนิดDCA แต่การรักษาแผนปัจจุบันเราใช้ยายับยั่งสัญญาณจากDCA)
- กระตุ้นการอักเสบ กรดน้ำดีชนิด CDCA DCA LCA ผ่าน inflammatory gene
(ผมคิดว่าการขับน้ำดีทิ้ง น่าจะช่วยลดปริมาณของกรดน้ำดีทุติยะภูมิชนิดLCA,DCA จึงลดอาการอักเสบลง)
*กรดน้ำดีทุติยะภูมิเกิดจาก จุลินทรีย์ในลำไส้เล็กเปลี่ยน CDCA-->LCA และCA-->DCA แล้วดูดกลับที่ลำไส้ใหญ่
และพบอีกว่า เมื่อกรดน้ำดีทุติยภูมิในเลือดสูงขึ้น จะสัมพันธ์ต่ออัตราการเกิดโรคนิ่วชนิดโคเลสเตอรอลและมะเร็งในลำไส้ใหญ่

ความเห็นของผม
การล้างพิษตับ ทำไมจึงเห็นผลได้อย่างชัดเจนในกลุ่มผู้ป่วยที่กล่าวมาข้างต้น เพราะ การขับน้ำดีทิ้ง ช่วยขับกรดน้ำดีชนิดทุติยภูมิที่สะสมเพิ่มขึ้นในร่างกายและกรดน้ำดีปริมาณน้อยชนิดอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการของโรคต่างๆที่กล่าวมา ลักษณะคล้ายกับยาในกลุ่ม bile acid binding agents แต่อาจเห็นผลได้ชัดเจนหลังจากทำมากกว่ายา เนื่องจาก เป็นการขับน้ำดีทิ้งในปริมาณมาก

หวังว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจเพิ่มขึ้นนะครับ ^^
พบจุดเชื่อมโย่งแล้วครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 59 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
องค์ความรู้จะสมบูรณ์มากขึ้น หากมีการตั้งข้อสงสัยและพิสูจน์
ผมว่าเป็นเรื่องดีที่ทั้งสองฝ่ายได้มาถกกัน
ประเด็นคือ เรื่องนี้ไม่ยากที่จะทดลองด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ถ้าเป็นไปได้น่าจะมีคนขอทุนทำการวิจัยนะ
ทุกคนมีจิตใจดี พร้อมที่จะให้ ขอให้กุศลผลบุญมีแก่ท่านเยอะๆ
ปล. ติดตามหว้ากอมานาน รู้ว่า อ.jd300 แกไม่ค่อยชอบเหลืองอยู่แล้ว
เอก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 55 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลองหาคนป่วยที่ป่วยเรื่องตับ
ไขมันพอกตับ นิ่วในตับ

โดยทำอัลตราซาวน์จากหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องตับ
แล้วทดลองเข้าคอร์สนี้ ตามกระบวนการ
จากนั้นตรวจทุกขั้นตอนตามกระบวนการแพทย์
เอามายืนยัน

เหตุผลอุปาทาน หรือเขาเล่าว่า เขารู้สึกว่า copy เอกสาร
พักวางไว้ก่อน

ทดลองจากคนไข้จริงๆดีกว่า ผลอัลตราซาวด์ นี์ก่อนและหลังการทดลองนี่คือของจริง

ถ้าดีจริง ไม่ต้องกลัวเลย
ประเภทไปมาสิบกว่าครั้ง มาคุย เก็บไว้ก่อน รอผลตรวจทางแล๊บมาแสดงดีกว่านะ


หว้ากอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากพิสูจน์ก็เตรียมตัวพร้อมข้อมูล
สมัครเข้าคอร์สที่เปิดบริการเลย
แล้วหาเหตผลโต้แย้ง
เก็บตัวอย่างก้อนบุญมาพิสูจน์(ไม่อยากเรียกนิ่วเด๋วโดนอัด)
แล้วนำข้อมูลออกเผยแพร่
แค่นี้ ทำได้มั๊ย
คุณจะเรียกร้องให้ใครทำตามที่คุณต้องการ
เพราะเขาเข้าคอร์สด้วยสบายใจ
มิใช่ไปจับผิด
หากประสงค์อย่างไร เชิญ
สุวรรณ ภูเก็ต
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าเลยจุดนั้นไปไกลแล้วลุง ที่อโศกที่ทำกันไปแล้วไม่รู้กี่พันกี่หมื่นคน มีคนที่นิ่วถุงน้ำดีหาย ไขมัน น้ำตาลลด แม้แต่มะเร็ง มีจำนวนมากด้วย คนทำจริงๆเค้าไม่ได้อยากมาเถียงกับคุณหรอก หลักฐานมันชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าอยากรู้เข้าไปหาเค้าเอง เค้าใจดีครับ ไม่มีอะไรปิดบังแอบแฝง

คนที่ต้องการพิสูจน์หาเหตุผลในทางวิทยาศาสตร์จริงๆผมไม่กลัว ดีครับ จะได้ความรู้เพิ่ม กลัวแต่
- นักวิทยาศาสตร์เลื่อนลอย โม้อย่างเดียว ไม่มาพิสูจน์ด้วยตัวเอง อยากทดสอบอะไรได้เลย ผมว่าไม่มีใครห้ามคุณหรอก
- พวกบริษัทยาแฝงตัวเข้ามา
เหยี่ยวดง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปิดดูคลิปตามลิ้งค์ข้างล่างนี้นะ

รศ.นพ.อนัน คณะแพทย์ ม.ขอนแก่น โชว์็หลักฐานไว้ชัด

เป็นภาพถ่ายการทำอัลตร้าซาวน์ ก่อนเข้าคอร์สล้างพิษ เห็นนิ่วในถุงน้ำดีชัดเจน หลังทำก้อนนิ่งหายไป

กรุณาเปิดดูนะครับ จะได้ทราบข้อมูลมากขึ้น จะได้ไม่ถูกคนไม่รู้ใส่ไฟให้เข้าใจผิดอีก

รายการ ..คน ค้น ฅน.. ตอนที่ 2 (ออกอากาศวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556)
http://www.youtube.com/watch?v=ESX04BmVtXI
m
 
ความคิดเห็นที่ 53 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เหมือนกับคนมั่นใจใน GT200 ว่าใช้ได้นั่นแหละ พูดยังไงก็ไม่สน
เพียงแต่ GT200 มีผลเสียต่อคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องด้วย แต่ล้างพิษตับ คนทำเชื่อว่าดี คนไม่ทำเชื่อว่าไม่ดี ไม่เกี่ยวข้องโดยงตรงกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
ที่จริงน่าจะทำการทดลองให้กินน้ำมันหลอก เป็นแบบ double-blinded randomized controlled trial กันไปเลย ปัญหาคือกล้ากันหรือเปล่าเพราะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องมากทีเดียว
delusion disorder
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 52 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณปานเทพเขียนตอนสอง

1) หลักฐานทางการแพทย์ที่พิสูจน์ว่า ตับสะอาดขึ้น

2) การอดอาหารหรือกินผลไม้อย่างเดียวต่อเนื่อง มันคือกระบวนการล้างลำไส้ปรับค่ากรดด่าง ในกระเพาะ สำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไม่ต่างจากวิธีของชีวจิต

3) อะไรทำให้เชื่อว่า ก้อนที่ออกมาจากอุจจาระ มาจากก้อนนิ่ว จากตับ

4) ทำไมจึงเชื่อเป็นตุเป็นตะว่า ก้อนสีดำเล็กๆที่แขวนลอยในถังนั้น คือ มะเร็ง โดยดูจากตาเปล่าเท่านั้น

5) สาธิตวิธีการผสมน้ำมันมะกอก กับโซดาไฟ ให้ดูหน่อย

ุ6) สาธิตผสมน้ำมันมะกอก กับ น้ำดีของคน หรือสัตว์ให้ดู จะพบว่ามันจะได้ก้อนเชียว เหลือง จริงไหม

ึ7) ส่งก้อนที่หลุดมาจากอุจจาระในวันสุดท้าย มาที่แล๊บทางการแพทย์ เพื่อตรวจว่าสิ่งนั้นคืออะไรบ้าง

8) ขอผลการตรวจเลือดของคนสองกลุ่ม เจาะแบบทุกวันไปตรวจค่าเลือดและค่าตับ ก่อนหลังทดลอง
กลุ่มแรกไม่ต้องกินน้ำมันมะกอก
กลุ่มที่สองกินทุกอย่างตามขั้นตอน

ขอบคุณล่วงหน้า
ตับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่เสนอหัวข้อการวิจัย เข้าใจว่าคงมีงบวิจัยเตรียมไว้ให้แล้ว ขอบคุณ
th
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พี่ครับ เขาต้องการสร้างบุญด้วยการทำบุญ
หลักการเริ่มต้นคือเขามาให้ ไม่ใช่มาขอ
พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็จะขอโน่นขอนี่
หลักการและประจักษ์หลักฐานร้อยแปดก็คงจะแก้ข้อสงสัยไม่ได้
พี่รอไปก่อนเถอะครับ ไม่ต้องรีบ แค่หลักธรรมพื้นฐานยังไม่เข้าใจ
ant
 
ความคิดเห็นที่ 51 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอความช่วยเหลือ ผมอ่านไม่ได้แม้จะเปลี่ยนText size ตัวอักษรให้ใหญ่สุด แต่พักเดียวก็กลับตัวอักษรเล็กเหมือนเดิมครับ
Trakarnboon@yahoo.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ของผมก็เช่นเดียวกันครับ.
ขอบคุณ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กด Control (Ctrl) และเครื่องหมาย + (ที่อยู่ด้านบนของ Enter)
แล้วตัวอักษรจะใหญ่ขึ้น
 
ความคิดเห็นที่ 50 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้คนที่ไม่เชื่อทั้งหลาย แจ้งเอาผิดหลอกลวง เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าตรวจสอบซิ !!! (จะได้หายโง่ซะที)

กรมแพทย์ทางเลือก เขาประชุมร่วมกับทางกลุ่มอโศกแล้วเกี่ยวกับเรื่อง ล้างพิษตับ เพื่อหาทางพัฒนาปรับปรุง หาคลิปย้อนหลังดูได้ ใน astv นี่แหละ

และก็แจ้งเอาผิดหมอที่เข้าร่วมประชุมที่มาจากกรมแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข คนนี้ด้วยนะ

ที่คนเค๊าหลอกให้ซื้อพวกวิตามินบำรุงกล่องหลาย ๆ พัน ก็โง่ซื้อกันเป็นแถว ๆ

เขาถึงได้บอกว่า คนหมดกรรม จึงจะได้เข้าคอร์สล้างพิษนี้
มาลองดูกันเถิด จริงก็วางลง ไม่จริงก็วางลง ตถาคตท่านตรัสไว้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยดูเทปนี้ตอนออกอากาศสดทางเอเอสทีวี เมื่อเดือนที่แล้ว
กลับไปหาคลิปวิดีโอเพื่อมาดูย้อนหลัง ปรากฏว่าคลิปนี้มันตกหน้าไปแล้ว เพราะผ่านมาประมาณ 1 เดือนแล้ว

เจอแต่ที่เป็นคลิปเสียง ตามนี้
13/04/56 เสวนาเพื่อยกระดับการล้างพิษสู่กลไกการสร้างสุขภาพแบบองค์รวม ตอนที่1
http://radio.manager.co.th/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1025&mmsID=1025%2F1025%2D3353%2Ewma+&program_id=48175

14/04/56 เสวนาเพื่อยกระดับการล้างพิษสู่กลไกการสร้างสุขภาพแบบองค์รวม ตอนที่2
http://radio.manager.co.th/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1025&mmsID=1025%2F1025%2D3354%2Ewma+&program_id=48190
m
 
ความคิดเห็นที่ 49 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณชาวอโศก astv อ.ปานเทพ และทุกท่านที่นำเรื่องดีๆมาสู่ประชาชน และนี่หละกุญแจดอกสำคัญในการปฎิวัติสุภาพของคนไทย

สภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบัน บ.ยา โกยเงินโดยมีหมอเป็นเซลขายยาให้ ใครจะตายอย่างทรมาน ไม่มีใครสนใจ หมอหรือหมาได้กับได้ เป็นอยู่อย่างนี้ ประเทศไม่มีทางเจริญก้าวหน้า ก้มหัวให้ต่างชาติ ดูถูกกันเอง ความจริงอาหารไทยพื้นบ้านดีที่สุดในโลกแล้ว ยังราคาถูกอีก

ธรรมชาติบำบัด + เกษตรธรรมชาติ + เศรษฐกิจพอเพียง นำ 3 อย่างมารวมกัน คนไทยจะมีความสุข เหนือกว่าคนอเมริกัน การแพทย์แผนปัจจุบันเอาไว้กรณีจำเป็น และโกยเงินเอากับคนรวยแขก+ฝรั่ง

ตอนนี้ พธม. มีแนวทางทางด้านการศึกษา เกษตร สาธารณสุข การเมือง ทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว รอเพียงสถานการ์ณสุกงอม ประเทศไทยจะเปลี่ยน (แต่ก่อนเปลี่ยนคงต้องเจอวิกฤติก่อน ไม่งั้นไอ้พวกโง่ๆมันไม่สำนึกง่ายๆหรอก)
เหยี่ยวดง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 48 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แพทย์แผนปัจจุบันตกอยู่ใต้อิทธิพลของบริษัทยา บริษัทยาพากิน เที่ยว โดยใช้ข้ออ้างงานสัมมนา แต่รวมการเที่ยวเข้าไปด้วย ปีๆหนึ่ง บ.ยา ใช้เงินกับหมอ 1 คน คนละเป็นแสน (ระดับผู้เชี่ยวชาญ) สัมนากันทั้งในและนอกประเทศ

สำหรับหมอทั่วไป ได้เที่ยวในประเทศบ่อยๆ รวมๆแล้ว บ.ยา จ่ายให้ปีละน่าจะหลักหมื่นหรือหลายหมื่น ขึ้นอยู่กับคุณวุฒิ วัยวุฒิ และอำนาจการสั่งซื้อ

ดังนั้น หมอคือผู้รักษาโรคปลายเหตุ และไม่ได้ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของประชาชน

แย่กว่านั้น หมอหลายๆคนสูญเสียสัญชาติญาณความเป็นนักวิทยาศาสตร์ไปแล้ว ไม่ยอมเปิดหูเปิดตาหาวิธีการใหม่ๆ ทั้งๆที่วิธีการใช้ยาเคมีถึงทางตันแล้ว ต้องมีสติรู้ตัวได้แล้ว ยังงมงายอยู่
เหยี่ยวดง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 41 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประทานโทษนะครับ อาจารย์ปานเทพ
อาจารย์พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ไหมครับ
ว่าสิ่งที่ขับออกมา นิ่ว สารพิษจากตับ
หรืออะไรก็ตามแต่ที่อาจารย์จะเรียก

สิ่งที่สงสัยและเคลือบแคลง มันคือสิ่งที่ยังไม่ได้พิสูจน์

ทุกคนเชื่อไปกันหมดแล้วว่าสิ่งที่ออกมา
คือของเสียจากตับ แต่จะ จริงหรือไม่
ใครตอบได้ครับ

อย่าเดานะครับ
789
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
“ร่างกายของมนุษย์เราทุกวันนี้ได้รับสารพิษแบบที่ละลายในไขมันได้เข้าไปทุก วัน และสารพิษเหล่านี้จริงๆแล้วก็ไปสะสมต่อในไขมันส่วนต่างๆของร่างกาย ยิ่งคนในปัจจุบันมีปริมาณไขมันส่วนเกินมากกกว่าปกติกันเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะมีสารพิษสะสมอยู่แบบที่เราไม่รู้ตัว มากบ้าง น้อยบ้าง ตามเหตุปัจจัย ลักษณะสิ่งแวดล้อมที่อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อาศัยอยู่เมืองใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะมีสาร พิษเหล่านี้สะสมอยู่ในไขมันของเราครับ

จากประโยคนี้ “หลักฐานของการแพร่กระจายในวงกว้างของสารพิษที่ละลายในไขมันในชั้นบรรยากาศ นั้นได้มาจากการวิเคราะห์เนื้อเยื่อมนุษย์และน้ำนมมนุษย์ เส้นทางหลัก ของการเข้าของสารพิษที่ละลายในไขมันได้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านทางห่วงโซ่ อาหาร และส่วนใหญ่สารพิษเหล่านี้ก็จะถูกสะสมอยู่ในชั้นไขมันในร่างกายเรา เส้นทางปกติในการขับสารพิษตัวนี้คือ น้ำดี ”

ซึ่งผมคิดว่าจากงานวิจัยชิ้นนี้ ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า เมื่อเรากินอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษชนิดที่ละลายในไขมัน เข้าไปแล้ว เราพบว่ามันจะไปสะสมอยู่ในไขมันตามที่ต่างๆในร่างกาย และเมื่อเราอดอาหาร มาจนถึงจุดหนึ่ง ร่างกายจะเริ่มเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงาน ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า สารพิษที่ละลายอยู่ในไขมันก็จะตามออกมาด้วย กระบวนการล้างพิษโดยปกติของร่างกาย (Detoxification process) ซึ่งปกติตับจะเป็นตัวรับผิดชอบขบวนการนี้ จะขับสารพิษผ่านระบบน้ำดีออกมา และโดยปกติแล้ว ถ้าเรามีกากอาหารจำนวนมากค้างอยู่ในลำไส้เป็นจำนวนมาก (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับผู้ที่ท้องผูก อาจจะมีการค้างของกากอาหารในลำไส้นานถึง 3-7 วันเลยทีเดียว) แน่นอนว่า เมื่อน้ำดีที่ปนเปื้อนสารพิษนี้ถูกขับออกมาที่ลำไส้เล็กส่วนต้นแล้ว ถ้าน้ำดีนี้ยังค้างเติ่งอยู่ในระบบลำไส้อยู่ ก็จะทำให้เกิดการดูดซึมระบบน้ำดี (รวมสารพิษด้วย) กลับเข้าไปในหลอดเลือดดำ พอร์ตัล เฮปพาติก(Portal Hepatic Vein) ซึ่งก็จะพาสารพิษกลับเข้าสู่ตับอีกครั้งในที่สุด (หลอดเลือดดำ พอร์ตัล เฮปพาติก เป็นหลอดเลือดดำสำคัญที่มีเส้นทางจากลำไส้เล็กและใหญ่ไปยังตับ) และเมื่อเรากินอาหารตามปกติ อาหารนั้นจะเข้ามายับยั้งกระบวนการสลายไขมันเป็นพลังงาน เกิดกระบวนการสะสมไขมันอีกครั้ง ทำให้สารพิษก็จะตามเข้าไปจะไปสะสมอยู่ในไขมันอีกนั่นเอง และกระบวนการดังกล่าวก็จะมีแต่การเพิ่มการสะสมสารพิษให้เข้าสู่ไขมันในร่าง กายมากขึ้นเรื่อยๆครับ

ในทางกลับกัน ถ้าเราเตรียมลำไส้ให้ดีก่อน ก่อนจะให้เกิดกระบวนการดึงสารพิษออกมาจากไขมันนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทำด้วยวิธีไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสวนล้างลำไส้หรือกินดีเกลือเพื่อให้ถ่ายออกมา ก็ใช้ได้ทั้งสิ้น ขอให้เพียงแค่ทำให้ลำไส้โล่งพอก่อนเท่านั้นเป็นใช้ได้ หลังจากนั้นเมื่อเราเริ่มอดอาหาร พอเราเริ่มเปลี่ยนไขมันในร่างกายออกมาเป็นพลังงานและมีสารพิษที่ละลายใน ไขมันตามออกมาแล้ว เมื่อเรากินน้ำมันเข้าไปในร่างกาย น้ำมันก็จะยิ่งกระตุ้นทำให้เกิดกระบวนการขับน้ำดีออกจากตับเร็วมากขึ้นครับ ซึ่งก่อนหน้านั้น การกินดีเกลือไว้รอกระบวนการนี้ก็ถือเป็นสิ่่งสำคัญมากๆเช่นกัน เพราะจะทำให้ลำไส้บีบตัวเอาน้ำดีที่ปนเปื้อนสารพิษจำนวนมากออกไปจากร่างกาย เพราะฉะนั้น น้ำมันมะกอกจึงเป็นแค่ตัวล่อให้ร่างกาย ทำหน้าที่ช่วยขับหรือ flush ให้น้ำดีออกมามากขึ้นเท่านั้น โดยที่เราไม่ต้องการให้ทั้งน้ำดีและน้ำมันมะกอกที่เป็นตัวล่อนั้นถูกดูดซึม เข้าสู่ร่างกาย หรือ ถูกดูดซึมเข้าหลอดเลือดดำ พอร์ตัล เฮปพาติค (Portal Hepatic vein) นั่นเอง เพราะมันเต็มไปด้วยสารพิษและเราต้องการขจัดมันออกจากร่างกายครับ เพียงเข้าใจทั้งหมดข้างต้นที่ผมอธิบายไปก็จะเข้าใจได้แน่นอนว่า การล้างพิษตับนั้น ล้างพิษตับออกจากร่างกายได้จริง

ตัดส่วนหนึ่งมาจาก ความคิดเห็นที่ 242-1 อ่านเต็มๆได้ที่ > > pantip.com/topic/30447055/comment242-1
m
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ.จุฬาท่านนั้นแกก็พยายามจะ ซตพ. ทางวิทยาศาสตร์ให้ได้เพียงอย่างเดียว "กฎทุกกฎยังมีข้อยกเว้น"
อุสาตห์ตามมาถามในนี้อีก หลายคนอ่านที่เขาเขียนใน เว๊ปพันทิพย์แล้วถึงได้ว่า "อัตตาสูงมาก"
นี่ถ้าถูกยิงด้วยลูกศรปักเข้าที่อก คงจะต้องถามว่า ใครเป็นคนยิง คนยิงเป็นลูกใคร พ่อแม่ชื่ออะไร ลูกศรทำด้วยไม้ชนิดใด ขนนกที่ปลายศรเป็นนกอะไร ฯลฯ ถ้าไม่รู้รายละเอียด จะไม่ยอมรักษา รับรองว่าตายhaกอน
ชาวบ้าน
 
ความคิดเห็นที่ 39 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครไม่เชื่อก็ชั่งเขาเพราะมันเป็นกรรมของแต่ละคน ส่วนเราก็ทำต่อไป หวังว่าทุกคนคงให้อภัยคนมีกรรม
ronnakorn4@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีใครมีผลเสียต่อการเข้าคอร์สหรือไม่
kob
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครไม่เชื่อก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เราจิตสะอาดครับอยากเผยแพร่สิ่งที่ดีแก่แค่นั้น อย่าไปคิดมากครับ ใครทำสิ่งใดก็จะได้ในสิ่งนั้นครับ
ลุงยาม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 37 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้คุณปานเทพจัดคอร์สท้าดวลชวนล้างพิษ
สำหรับคนเห็นตต่างไม่ศรัทธาแลสงสัยในก้อนบุญ
จัดราคาเหมาสามพันต่อหัว
เพื่อได้มาอยู่ในฐานเดียวกัน
จะสังเคราะห์หรือวิเคราะห์
มันจะได้เพิ่มองค์ความรู้
สน้บสนุน โหวตหน่อย
จะได้เงียบเสียงคราง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 35 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศึกษาข้อมูลทางเนต จาก อ. ปานเทพ และอ.ขวัญดิน จนมั่นใจทดลองทำกับตัวเอง จากที่เคยปวดข้อมือทั้งสองข้างมานานเป็นปี ตอนตื่นนอนจะใช้มือยันให้ลุกนั่งหรือเคลื่อนไหวตัวยาก ต้องใช้แขนยัน ครั้งที่ ๑ หลังดื่มน้ำมันมะกอก ตื่นเช้ามาหายเป็นปลิดทิ้ง ต่อมาทำให้ลูก ๒ คน สามี ๑ คน ผลที่ออกมาเยอะมาก และหลายครั้งต่อมาแต่ละคน แต่ละครั้งไม่เหมือนกัน บางครั้งของลูก ๑๒ ปี จะมีคราบน้ำมันจนต้องล้างกับน้ำยาล้างจาน บางครั้งของลูก ๑๕ ปี มีไขมันเหลือง ๆ ออกมามาก ปัจจุบัน ใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันหมู ทำกับข้าว น้ำผลไม้กล่อง นมวัว เลิก หันมาทำน้ำสมุนไพรดื่มเอง
และระวังการกินมากขึ้น
หญิง ๔๖ ปี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ล้างแบบหมอเขียว ใช้ได้หรือเปล่า? ช่วยบอกที
แถวบ้านมีหมอเขียว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หมอเขียวไม่ได้ล้างพิษตับครับ แต่เป็นการฟื้นฟูสุขภาพ
a
 
ความคิดเห็นที่ 33 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้คุณปานเทพเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณะสุข
ปรับปรุงแพทย์แผนใหม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เลือกอ.ปานเทพเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขอีก1เสียง
เหมาะมาก
 
ความคิดเห็นที่ 32 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถามมาอย่างนั้นก็จัดให้เลยไปดูภาพจริงได้เลย

http://www.youtube.com/watch?v=dIMrt1KuiFE
นายตับ สะอาด
yyy
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความคิดเห็นที่ 218-3
ผมแปะลิงค์ความเห็นนี้ เรื่องข้อห้ามในการล้างพิษ ไว้ที่ต้นกระทู้แล้วนะครับ ขอบพระคุณมากครับ ยิ้ม

JD300

** ตกลงจากที่บอกว่าหลอกลวง กลับมาแปะข้อห้ามให้อีกนะ ** LOL
555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่พูดว่าหลอกลวงคือผู้ที่ยังไม่เคยทำ
ส่วนคนที่ทำมาแล้วจะไม่พูดคำนี้
ถ้าถูกหลอกจริง ผมถูกหลอกมา 5 ครั้งแล้วครับ
ครั้งที่ 6 ก็กำลังจะถูกหลอกอีกแล้วครับ
ในวันที่ 7-9 มิย นี้ครับ เพราะจองแล้วที่ขอนแก่นครับ
รู้สึกว่าว่าจะจัดโดยหอการค้าขอนแก่นด้วยนะครับ
ถ้าใครอยากถูกหลอก รีบโทรจองนะครับ
เพราะแต่ละครั้งเขาหลอกได้ไม่หลายคนนะครับ
เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกัน
สุดยอด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครอยากพิสูจน์ ก็ยอมเสียเงินเล็กน้อยแล้วเข้าสนามจริง
ก็จบ ผมว่าถูกกว่าซื้อเครื่องมือมาพิสูจน์อีก
เรื่องนี้ ธรรมจัดสรรจริงๆครับ
จะย่างเข้าครั้งที่6เหมือนกัน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ครับคนที่ไม่เคยไปไม่มีวันที่จะเข้าใจ
ถ้าไปสักครั้ง คุณอาจจะพาคนทั้งครอบครัวคุณไปก็ได้
จริงๆ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงแต่งงานหลานเพื่อนที่พูลแมนขอนแก่น
หลอกมาได้อีก4-5คนแระ มีความสุขจริงๆ ที่หลอกเขาให้มีสุขภาพดีขึ้น
เฮ้อเสียดายคนที่ยังไม่ถูกหลอก หรือเคยถูกหลอกแล้วแต่ไม่สำเร็จ
ธรรมะจัดสรรจริงๆ
สุดยอด
 
ความคิดเห็นที่ 23 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฟัง ! คนมีปัญญาสองคนเค้าพูดคุยกันอย่างมีอารยะและเต็มเปี่ยมไปด้วยองค์ความรู้ประกอบมีคุณสมบัติผู้ดีหลังไมค์แล้ว บอกได้คําเดียวว่านี้แหละของจริงครับในการให้สิ่งที่มีคุณค่าประโยชน์สูงสุดแก่เพื่อนมนุษย์

"ผมได้สอบถาม อ.แก่นฟ้า แสนเมือง ที่ริเริ่มหลักสูตรนี้และเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการทำสบู่ก้อนว่า ทำไมจึงไม่เคยเห็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต่อต้านในเรื่องนี้ได้แต่เขียนและพูด แต่ไม่ยอมพิสูจน์ให้สาธารณชนได้เห็นด้วยการทดสอบเอา NaOH ที่เจือจางจนใกล้น้ำดีคือ pH 7.5 -8.8 มาผสมกับน้ำมันมะกอก และมะนาว และ ดีเกลือ เพื่อมาทำ "สบู่ก้อน" ให้เราทดลองถูสบู่ก้อนนี้ให้ฟองกันให้สนุกไปเลย ดีเสียอีกร่างกายผลิตสบู่ก้อนเองได้ ไม่ต้องซื้อหาจากไหน?

อ.แก่นฟ้า แสนเมือง ไม่ตอบอะไรมากได้แต่ ขำๆ เพราะที่จริงเราต่างรู้อยู่แก่ใจว่า ที่นักวิทยาศาสตร์ที่โจมตีในเรื่องนี้หากไม่มีความรู้และไม่เคยทำเรื่องการทำสบู่ก้อนมาก่อนเมื่อทดสอบแล้วคงรู้ผลแล้วว่าเป็นอย่างไรจึงมักจะเงียบไป และหากมีความรู้เรื่องทำสบู่ก้อนจริงก็คงไม่อยากทดสอบเพราะรู้อยู่แก่ใจเช่นกันว่ามันเกิดสบู่ก้อนไม่ได้เช่นกัน !!!!"
paulla2
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
JD300 มีชื่อเสียงเป็นที่เชื่อถือจากกรณีจับโกหก GT200 ได้เมื่อไม่กี่ปีมานี่ และยังบอกในเวปพันทิพไม่กี่วันมานี่ว่านอนตาไม่หลับแน่ หากหมอพรทิพย์ไม่โดนฟ้องคดีในเรื่อง GT200 (' O ')

หมอพรทิพใช้ระยะเวลาและการทำงานอย่างหนักในการแสดงให้สังคมเห็นว่าเธอเสียสละ สุดท้ายก็พลาดเพราะความมั่นใจตัวเองเกินไปโดยยังไม่ได้พิสูจน์ใน GT200 คิดว่าไม่นาน JD300 ก็กำลังจะตามหมอพรทิพย์ที่ตัวเองไล่ล่าเสียเอง จากความที่ทนงตนว่าเป็นผู้ที่เคยเปิดเผยเรื่องหลอกลวงของ GT200 แก่สายตาชาวโลกได้ โดยกำลังพยายามถล่มเรื่องการล้างพิษตับในเวปพันทิปที่แกสิงสถิตย์อยู่ ส่วนพวกสาวก JD300 ก็ไม่ฟังอะไรเลย ศาสดาพูดอะไรก็เฮโลตาม ด่ากราดสันติอโศกเลยว่าหลอกลวง ทั้งๆที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรด้วยตนเองเลย นอกจากเพียงได้ดูคลิปคนอื่นและตั้งสมมุติฐานเอาเองเท่านั้น

พวกนี้ต้องรอวันไม่สบายเป็นโรคก่อน แล้วอาจตาสว่างเมื่อได้ล้างพิษตับ หรือถ้าอีโก้พวกนี้สูงปรี๊ด ก็กรรมของเขาต่อไป
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เชื่อก็ไม่ต้องไปทำ การทำก็เหมือนบำบัดปกติ ไม่ได้ต้องลงทุนทรัพย์มากมาย และการงดอาหารจริงๆ ก็มีแต่ข้อดี และวัตถุดิบที่มาให้เรากินดื่ม ก็ล้วนเป็นสิ่งมีประโยชน์ คนลดความอ้วนต้องอดหนักกว่านี้หลายเท่า นี่ยังเป็นเป็นการฝึกจิตอีกด้วย

ใครทำเขาก็ดีขึ้นไปก็เท่านั้น ใครไม่ทำก็นั่งกังวลกังขาต่อไป ก็หาข้อมูลสิ ว่าผลลัพธ์ คนที่ทำเป็นอย่างไร
ประสงค์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การตรวจการทำงานของตับ (Liver function tests (LFTs หรือ LFs)) คือ กลุ่มของการตรวจทางเคมีคลินิกในเลือดภายในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานะของตับของผู้ป่วย[1] ค่าพารามิเตอร์ที่วัดรวมถึง PT / INR, aPTT, อัลบูมิน (albumin), บิลลิรูบิน (billirubin) และอื่น ๆ แต่บางการทดสอบ เช่น transaminases ของตับ (AST / ALT หรือ SGOT / SGPT) ไม่ถือว่าเป็นการทดสอบการทำงานของตับ แต่เป็น biomarkers สำหรับบ่งบอกการบาดเจ็บของตับในผู้ป่วยซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตับ

โรคตับโดยส่วนใหญ่จะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยในระยะเริ่มต้น แต่การตรวจพบโรคนี้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากนักเทคนิคการแพทย์จะเป็นผู้ตรวจวิเคราะห์จากพลาสมาหรือซีรัมของผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์โดยการเจาะเลือด บางการทดสอบจะเกี่ยวกับข้องกับการทำงานของตับ เช่น อัลบูมิน บางการทดสอบจะเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของเซลล์ เช่น transaminase และบางการทดสอบจะเชื่อมโยงกับระบบทางเดินน้ำดี เช่น Gamma - Glutamyl transferase และ alkaline phosphatase
การทดสอบทางชีวเคมีต่างๆ มีประโยชน์ในการประเมินผลและการจัดการกับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ การทดสอบเหล่านี้สามารถนำไปใช้ (1) ตรวจสอบสถานะของโรคตับ, (2) แยกความแตกต่างระหว่างชนิดของความผิดปกติของตับ (3) วัดขอบเขตของความเสียหายของตับ และ (4) ติดตามการตอบสนองต่อการรักษา
ืืยย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บอกได้คำเดียวดีมาก ๆ ทำมาแล้วยสามครั้งสิ่งที่ออกมาเยอะมากเม็ดเขียว ๆ และขาวๆ ยาวๆ โดยเฉพาะกลิ่นเหม็นสุดจะบรรยาย ทำแล้วดีมาก ๆ แขนที่เคยปวดจากการทำงานด้วยคอมฯ ก็หายปวดไปเลย ขอบคุณมาก ๆ ที่ อ.ปานเทพ มีแต่สิ่งดี ๆ ให้
daorueang charoenchai
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +18 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จากประสบการณ์ล้างพิษตับสองรอบ

รอบแรก ได้ ก้อนนิ่วขนาดประมาณ 0.2-0.3 มม. ประมาณไม่เห็น 20 ก้อน เมื่อกลับมา ดีท๊อกซ์ที่บ้านอีก 7 วัน เห็นว่า3วันแรกมีนิ่วออกมาอีกแต่ไม่สามารถนับได้ เพียงแต่มีความรู้สึกสบายตัวมากขึ้น จึงรู้สึกอยากทำการล้างพิษตับอีก โดยหวังว่าถ้าไปทำอีก อาการปวดหลังปวดขาปวดข้อกระดูกจากการกินยาเบาหวานมา 6-7 ปีคงทุเลาลง

เดือนถัดมา (เดือน เมษา 56).จึงมาล้างพิษตับรอบสอง

ผลการล้างพิษตับรอบสอง มี นิ่ว ขนาด เกือบ 2 ซม. ออกมาทั้งหมดเกิน 60 ลูก แผ่นวุ้นสีขาว (หมอนาที่ตรวจดู บอกว่า คือ เซลมะเร็ง) เกิน 50 ชิ้น

ซึ่งผมเองก็บอกไม่ได้หรอกว่า สิ่งที่ได้ออกมาจากล้างพิษตับคืออะไร แต่ดูแล้ว .สิ่งที่ได้จากการล้างพิษตับมีหลากหลายจนไม่น่าจะเป็นเพียง การที่น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวผสมกับน้ำดีเท่านั้น .ที่สำคัญ! สิ่งที่ได้ จากการล้างพิษตับของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ซึ่ง ถ้าหากสิ่งที่ได้นั้นคือ น้ำดี บวก น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาวจริง ก็ควรออกมาเหมือนกันทุกคน แต่นี่กลับไม่ใช่!

แต่เหนืออื่นใด ผมกลับได้รับผลดีอย่างสุดแสนวืเศษจากการที่อาการที่ผมได้รับจากการกินยาเบาหวานมา 6-7 ปี กลับหายเป็นปลิดทิ้งจากการล้างพิษตับรอบที่สองนี้เท่านั้นเอง (ตอนแรกผมแค่หวังว่า ล้างพิษตับ อีกหลายๆ ร้อยแก้ว ทุเลา อาการจากการกินยาเบาหวานได้เอง แต่นี่เกินคาด หายเหมือน 'ปลิดทิ้ง' เพียงจากการ ล้างพิษตับ รอบที่สองนี่เอง).ผมจึงตั้งใจจะ ล้างพิษตับ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีอะไรผิดปกติออกมา แล้วค่อยลดการล้างพิษลงเหลือปีละครั้ง ตา
I Pad (otto101 สมาชิก)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้ศึกษาจากตำราของ Andre Moritz และ คำบรรยายของคุณแก่นฟ้า-ขวัญดิน ใน youtube

แล้วก็นำเอาวิธีการ มาลองปฏิบัติด้วยตัวเอง...โดยตรวจเช็คเลือดทุกๆ 3 เดือน ขณะนี้ได้ทำไปแล้ว 8 ครั้ง

สรุปผล
* ค่าใขมันในเส้นเลือดลดลง 15-20% และ SGOT & GPT ลดลง 10-12%
* น้ำหนักตัวลดลง 15-20 lbs
* อาการภูมิแพ้ (ที่เริ่มจะเป็นมากขึ้นในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา) ก่อนหน้านี้ หายไปเป็นปลิดทิ้ง อย่างน่ามหัศจรรย์

ปล.
ตามปกติ ผมเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ จะต้องมีการตรวจสอบ-ทดสอบให้เป็นที่แน่ใจก่อนที่จะเชื่อ
ตถตา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทดลองทำทุกอย่าง แต่ไม่ต้องกินน้ำมันมะกอก ก็ได้ผลเหมือนกัน ไม่เชื่อทดลองสิ มันไม่ได้ล้างตับตามที่เข้าใจกันหรอก
ตับ ตับ ตับ
 
ความคิดเห็นที่ 13 +19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ต้องไปสนใจมันครับอาจารย์ มันมั่ว..พวกหมาเห่าเครื่องบิน (วิทยา + ประสาท = นักวิทยาสาท) ผมทำมาแล้วด้วยตัวเอง ยังอัศจรรย์ใจมาจนถึงทุกวันครับ..
flyhighest@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กระทู้พันทิปที่ว่า อยู่ตรงนี้ http://pantip.com/topic/30447055
เข้าไปช่วยกันเม้นต์หน่อย
820154
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านมาแล้ว
ไม่ต้องไปเมนต์กับอัตตาสูง
ไม่ลอง ไม่พิสูจนื เชื่อตนเองสุดๆ
ไม่มีใครเถียงวา่เป็นนิ่ว แกเรียกคนเดียวว่านิ่ว
คุณปานเทพว่าเป็นไขมัน แต่เรียกว่านิ่ว
คือไม่ใช่นิ่วจริง แต่เรียกว่านิ่ว
เราหวังว่าคือหนทางที่จะมีชีวิตต่อไปอย่างสุข
มิใช่หวังอยู่กับยา ยา ยา ยา กินไปไตวาย ค่อยล้างไต
อย่าไปยุ่งกับด๊อกๆเลย ท่านมีชีวิตแบบนั้น
ขออย่างเดียวอย่าไปแอบทำละ
มันตระบัดสัตย์
ให้แกอยู่กับยาเม็ด เพิ่มปีละสองเม็ด คงสุขดี
สุวรรณ ภูเก็ต
 
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้จานปานเทพมาอธิบาย เกี่ยวกับน้ำด่าง ที่มีหมอ(หรือเปล่า)ที่ชื่อ สปาตัน ด็อกเตอร์อะไรนี่แหล่ะ บอกว่า ร่างกายมี buffer ไม่ว่ากินของที่เป็นกรดหรือด่างเข้าไป ร่างกายก็จะรักษาสมดุลในเลือดไว้ที่ pH กลางๆ (จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่) เอาไว้เสมอ ดังนั้นน้ำด่างที่กินเข้าไปก็จะไม่มีผลทำให้เลือดเป็นด่าง
พธม.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ ถูกต้องเเล้วจ๊ะ กินน้ำด่าง(นิดๆน่ะไม่ใช่ด่างจัด)ไปก็ไม่ช่วยให้เลือดเป็นด่างหรอก จริงๆๆ
แต่ถ้าเราไม่ส่งอาหารที่เป็นกรดเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายก็ไม่ต้องสร้างกลไกเพื่อลดความเป็นกรดในเลือดให้กลับสู้ค่า pH ปกติจ๊ะ คือเอาทรัพยากรนั้นไปทำงานที่สำคัญกว่า
ลดภาระร่างกายลง
 
ความคิดเห็นที่ 10 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้คนที่ไปล้างพิษตัยมาแล้วถ่ายทอดประสพการณ์ตรง
ให้ชาวเนต ได้รับรู้ความจริงว่าหลอกหรือไม่
ผมเป็นคนที่เข้าคอร์สที่สมุยมาก่อนสงกรานต์
ก่อนไปเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ไปถึงเห็นกิจกรรมในแคมป์ล้างพิษแล้ว ธรรมดาๆ
และเห็นคนที่เข้ามาในแคมป์เป็นคนที่ผ่านการล้างพิษมาแล้วหลายคน
กลับมาพร้อมลูกสี่คนเข้าคอรสทั้งห้าคนเกือบแสนบาท
ถามว่าคนนี้โง่กว่าอีปูหรือ เงินแสนมาให้เขาหลอกลวง
เขามีอาชีพเภสัชกร มีร้านขายยา
เขาโง่จริงหรือเดินทางจากภาคกลางข้ามทะเลถึงสมุย
ผมไม่ได้ถามรายละเอียดเขามากแต่ฟังว่าเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น
จึงได้นำลูกมาล้างพิษยกครัว
อยากให้เขาถ่ายทอดประสพการ์ณ
ผมเองหลังจากดื่มมันมะกอกแล้วถ่ายรอบแรก อาการแย่ ซ่านพิษ
แต่ได้รับการดูแลจากคุณกอบสามารถผ่านได้ถึงสามกิ๊ก
กิ๊กสามนิ่วในถุงน้ำดี ไต ตับ ออกมาพอสมควร ตามคุณกอบบอก
สิ่งที่หายไปน้ำหนักลดสี่กิโล
ยอกที่เอวขวา ไม่สามารถเอี้ยวตัว ก้มได้ หายไปจนวันี้นี้ยังไม่มาเยือน
เคยตื่นมาฉี่กลางดึกหายไป
เมื่อยตัวหายไป
อยากให้คนที่มีประสพการณ์ แชร์ข้อมูลหน่อย
สุวรรณ ภูเก็ต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่สมุยหนะแพงเพราะเหมือนไปล้างพิษแถมเที่ยว
ถ้าที่พุทธสถานของชาวอโศกจะเรียกว่าฟรีก็ยังได้
July
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดิฉันมีเพื่อนเป็นมะเร็งลำไส้อาการไม่มีแรง ทำงานไม่ไหวแล้ว หลังจากที่เขาล้างพิษไป 8 ครั้งร่างกายแข็งแรงทำงานหนักได้แล้วค่ะ ตอนนี้เขาล้างพิษเองได้แล้ว ทำทุกเดือนมีพิษออกมามากมาย และเขาก็ไม่เคยกินยาเลยค่ะ ยืนยันได้
ปลา
 
ความคิดเห็นที่ 9 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลองทำด้วยตัวเองมาแล้ว 2 ครั้ง จะมีเม็ดเล็กเขียวๆออกมาเยอะ
ผลที่ได้ตอนนี้คือสายตาดีขึ้น แจ่มใส ไม่เป็นไมเกรนแล้ว แต่สิ่งที่ยากคือช่วงเวลาอดอาหารมันโหยมาก

ครั้งแรกอดอาหารได้ 3 วัน พอครั้งที่ 2 อดแค่วันเดียว ไม่เชื่อลองดูครับ
kamikaze
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านคร่าวๆแล้วก็ตั้งข้อสังเกตนิดนึง
1.น้ำดีไม่ได้ทำให้เกิดsaponification แต่หน้าที่หลักคือทำให้ไขมันแตกตัวจนเล็กพอที่จะให้lipaseไปย่อยต่อ ส่วนเบสที่ทำหน้าที่หักล้างหรือneutralizedกรดจากกระเพาะนั้นมาจากตับอ่อน
2.ด้านHepatitis Bที่มีการลดจำนวนของไวรัสลงนั้น เกี่ยวกับการทำหรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่ถ้าร่างกายแข็งแรง จำนวนไวรัสก็น่าจะค่อยๆลดลงเป็นเรื่องปกติ
3.มีกรณีล้มเหลวในการบ้างหรือไม่ นิ่วที่ออกมามีโอกาสค้างในท่อน้ำดีมากแค่ไหน
4.จุดที่จะตัดสินว่าใคร เมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหนในการทำคืออะไร

ถ้าข้อมูลอะไรผิดพลาดต้องขออภัยครับ คิดว่าการทำกระบวนการนี้ก็น่าจะมีผลต่อร่างกายอยู่แล้วแค่อยากให้เกิดการอภิปรายข้อมูลกันอีกเล็กน้อยในบางประเด็น
The.Angelo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
2.ด้านHepatitis Bที่มีการลดจำนวนของไวรัสลงนั้น เกี่ยวกับการทำหรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่ถ้าร่างกายแข็งแรง จำนวนไวรัสก็น่าจะค่อยๆลดลงเป็นเรื่องปกติ

ใช่ครับ การล้างพิษตับ คือ เอาพิษและไขมันออกจากตับ ทำให้ตับแข็งแรงขึ้น จึงกำจัดไวรัสได้ไงครับ

3.มีกรณีล้มเหลวในการบ้างหรือไม่ นิ่วที่ออกมามีโอกาสค้างในท่อน้ำดีมากแค่ไหน

ยังไม่มีรายงานครับว่ามีการค้าง

4.จุดที่จะตัดสินว่าใคร เมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหนในการทำคืออะไร

ที่มีอาการไม่สบายกาย เป็นโรคที่รักษาไม่หาย ควรทำ เขาแนะนำว่าควรทำเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าจะไม่มีอะไรออกมาอีัก
a
 
ความคิดเห็นที่ 7 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆแล้ว อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย

1) ควรนำก้อนสีเขียวนั้นมาวิเคราะห์เชิงเคมี มันคืออะไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง

2) เจาะเลือดไปตรวจค่าตับ ทั้งหมด ก่อนล้าง และหลังล้าง นำมาเปรียบเทียบกัน ด้วยตัวเลขกระบวนการวิทยาศาสตร์

3) ระวังอุปาทาน ทั้งสองฝ่าย อย่าเอาแค่จินตนาการเอง
อย่าตีกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครทะเลาะกะใคร
อย่าจินตนาการเอาเอง
ไปเปิดโลกทัศน์
จะเป็นบุญของตนเอง
คุณเข้าใจแล้ว จากข้อหนึ่งแลสอง
เตรียมค่าที่คุณอยากตรวจแล้วลงพิสูจน์
คุณจะมีคำตอบ
ไม่ต้องทะเลาะกะใคร
สุวรรณ ภูเก็ต
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นคนสุขภาพปกติ อายุ 55 ปี ไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องกินยา ไม่แพ้ยา ไม่แพ้อาหาร ดื่มนมประจำ มีไขมันสูง 277 (ไม่กินยาลด ) ได้ไปเข้าคอร์สล้างพิษตับ ค่าตับก่อนเข้าคอร์ส SGOT 23 SGPT 15 หลังจากเข้าคอร์สหนึ่งครั้ง ไขมันยังคงสูง แต่ค่าตับลดลง SGOT 21 SGPT 11 ซึ่งเป็นการตรวจซ้ำหลังจากเข้าคอร์สได้ 2 สัปดาห์ ที่ลดมากคือน้ำตาล จาก 103 เหลือ 73 รวมทั้งค่าทุกตัวลดลงอย่างไม่ทราบจะอธิบายอย่างไร มีเพียงไขมันเท่านั้นที่ทรงตัว
คนรักสุขภาพ
 
ความคิดเห็นที่ 4 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนในบ้านเมืองเราเรียนหนังสือเก่ง ถนัดในการอ่านแล้วจดจำคำที่ฝรั่งบอก แต่ไม่เคยอยากที่จะพิสูจน์หรือทำซ้ำเพื่อ confirm ว่าจริงอย่างที่ฝรั่งเขียนหรือบอกเล่าไหม แค่เรื่องง่ายๆ กินไข่ทุกวันดีไหม พวกเขาจะออกกลางๆว่าดีแต่อย่ากินมาก ถ้าอายุกลางคนก็อย่ากินทุกวัน ไม่มีใครทำการวิจัยเรื่องง่ายๆแบบนี้ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นกินได้ไหม คำตอบของคนเรียนเก่งคือไม่ดีมีโคเรสเตอรอล ทำไมกระทรวงสาธารณะสุขไม่วิจัยแล้วบอกประชาชนว่าจริงๆแล้วกินได้หรือไม่ น่าเสียดายที่คนเก่งบ้านเราไม่เปิดใจกว้างรับวิทยาการอีกฝั่งหนึ่ง ขณะที่วิทยาการที่คนเก่งมีอยู่ก็ไม่ใช่คำตอบของการมีสุขภาพที่ดี
ทางเลือกสุขภาพดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่บอกว่าน้ำมะพร้าว น้ำมันปาล์ม มีโคเลสเตอรอลมากไม่ใช่คนเก่งหรอก แต่เป็นคนโง่ ที่ถูกแล้วน้ำมันเหล่านี้ไม่มีโคเลสเตอรอลเลย ไม่เชื่อลองดูฉลากที่ติดขวดน้ำมันเหล่านี้ดูสิ ทุกขวดเขียนว่า ปริมาณโคเลสเตอรอลเท่ากับศูนย์
gabrialoak@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่แจ้งไว้ข้างขวดว่าไม่มีคลอเรสตอรอล คงเป็นเพราะได้สกัดออกไปแล้วมั้งครับ เป็นความเข้าใจส่วนตัวหากผิดขออภัย
ชาวบ้านผู้ไม่ปะสีปะสา
 
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยลองทำเอง ..
รู้สึกได้ชัดๆเลยว่า มีวัตถุดันตัวไหลออกทางท่อ

อย่ากให้ แชร์รูปและประสบการณ์ พร้อมผลเลือด
ก่อนและหลัง ว่าสุขภาพดีขึ้นชัดเจนกี่มากน้อย
และควรทำทุกคนเพื่อลดภาระโรงบาลหรือไม่

น่าจะเป็นเป็นแพทย์สมัยใหม่
ส่วนแพ่ทย์ที่รักษาไม่หายเหมือนเมื่อ กว่า 50 ปีที่แล้ว ให้เรียกแพทย์แผนปัจจุบัน
นิวไลฟ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นายเจต วิดยา ตาถั่ว โคตๆๆๆๆๆ
somchaibt@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อาจารย์ท่านสงสัยนะดีแล้ว น่าชื่นชมท่านมากๆที่ตั้งคำถามและสงสัย
ท่านถามมา เราก็ตอบท่านไปจ๊ะ
คอยดู
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสัย"คุณคอยดู" ไม่ได้ติดตามเรื่องราว การสงสัยเป็นวิสัยที่ดีของนักวิทยาสาตร์ครับ แต่การกล่าหาว่าหลอกลวงไม่ใช่การสงสัยนะครับ สงสัยคุณคอยดูไม่ได้ตามเรื่อง
ลองตามดูนายเจตทำตัวเป็น pseudo science เสียเอง ดังนี้
เริ่มจากคุณ varitpum2 ได้ตั้งกระทู้ไว้ว่า "เกาะกระแส detox ในเวบนี้ มีภาพด้วย สรุปว่า ดีทอก มันช่วย/ไม่ช่วยอย่างไรบ้างครับ"
จาก http://detoxificationclub.blogspot.com/ ช่วยไขข้อข้องใจที สรุปมันช่วยได้จริงไหม
นายเจต pseudo science ตอบว่า "หลอกครับ ตับไม่ใช่อวัยวะที่อยู่ในระบบขับถ่าย สิ่งที่เรากินเข้าไปเช่นน้ำมันมะกอกนั้นไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับตับได้ครับ
***เพิ่มเติม - แฉวิธีการหลอก***
ไอ้คราบยาวๆ หรือเม็ดเขียวๆ ที่เห็นออกมาพร้อมกับอึ หลังจากทำ detox แบบนี้ จริงๆ ก็คือ น้ำมันมะกอกนั่นแหล่ะ ที่ทำปฏิกิริยา saponification กับน้ำดี ส่วนสีเขียวๆ ก็มาจากน้ำดีนั่นเอง......." ข้อความที่เหลือไปหาอ่านเอาเองนะครับ

>>> ถ้าอ่านตามคุณ varitpum2 ตั้งคำตาม แล้วนายเจตpseudo science ตอบ สรุปได้ว่า ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะมันหลอกลวง อันนี้ผมเข้าใจภาษาไทยถูกไหมครับ
ทีนี้นานายเจตpseudo science ก็เลยมาตั้งกระทู้ใหม่ ว่า
"แฉการหลอกลวง เรื่อง การล้างพิษตับด้วยน้ำมันมะกอก [ฉายในรายการ "คนค้นคน"]"
ถามคุณคอยดูว่า เป็นการสงสัยหรือกล่าวร้ายครับ? อย่าไปให้ท้ายเลยครับคุณคอยดูมันเป็นภาระสังคมจริงๆ
somchaibt@yahoo.com
 
ความคิดเห็นที่ 1 +108 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณปานเทพครับ สิ่งทีคุณทำหรือแสดงออกมาบนสื่อทุกตัวอักษร และยังทดลองกับตัวเองมายาวนาน เมื่อใด้ผลลัพท์ที่ถูกต้องแล้วยังเผื่อแผ่ อีกทั้งที่จริงแล้วพวกพ่อค้า มักจดลิขสิทธิ์ หรือเอามาค้ามาขายคุณนี่ เสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมจริง ผมไม่รู้จักหรือพบเจอคุณมาก่อน แต่ติดตามอ่านมานาน แสดงความเห็นบ้างไม่แสดงบ้าง อย่างหลายอาทิตย์ก่อนคุณพูดถึงเรื่องงาดำ ก็เป็นประโยชน์กับการรับชมมาก ขอชมเชยครับ
eddkrub
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตั้งแต่รู้จัก อ.ปานเทพ มา ผมยังไม่เห็นว่า อ.ได้อะไรจากกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างนี้เลย อ. ทำมาเป็นระยะเวลายาวนาน และทำด้วยใจรัก ด้วยอุดมการณ์จริงๆ

ต่างกับพวกมัน ทำอะไรให้กับสังคมบ้าง
ถามมันกลับไปซีว่า มีวาระซ่อนเร้นหรือเปล่า
อยากดีสเครดิตใครหรือเปล่า รับจ้างใครมาพูดหรือเปล่า

แทนที่จะค้นคว้า ต่อยอด หรือ วิจัย ให้ชัดแจ้งก่อน
แล้วค่อยออกมาพูด
คลองเตย
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013