หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Live-Lite
 

คลายปม ผ้าเหลืองร้อน “พระมิตซูโอะ” ลือหนีพุทธพาณิชย์

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 11 มิถุนายน 2556 21:21 น.

คลายปม ผ้าเหลืองร้อน “พระมิตซูโอะ” ลือหนีพุทธพาณิชย์

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คลายปม ผ้าเหลืองร้อน “พระมิตซูโอะ” ลือหนีพุทธพาณิชย์

คลายปม ผ้าเหลืองร้อน “พระมิตซูโอะ” ลือหนีพุทธพาณิชย์

คลายปม ผ้าเหลืองร้อน “พระมิตซูโอะ” ลือหนีพุทธพาณิชย์

คลายปม ผ้าเหลืองร้อน “พระมิตซูโอะ” ลือหนีพุทธพาณิชย์

คลายปม ผ้าเหลืองร้อน “พระมิตซูโอะ” ลือหนีพุทธพาณิชย์

คลายปม ผ้าเหลืองร้อน “พระมิตซูโอะ” ลือหนีพุทธพาณิชย์

ปรากฏการณ์ฮือฮา สร้างความตะลึง สะเทือนวงการศาสนา หลังข่าวลาสิกขาบทของพระชื่อดัง “มิตซูโอะ คเวสโก” พระชาวญี่ปุ่น เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม ลูกศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อชา สุภทฺโท ผู้ซึ่งมีคำกล่าวเปรียบเปรยว่า “ซากุระผลิบานเป็นดอกบัว” แพร่กระจายออกไป ท่ามกลางความสับสน แปลกใจ มีการแถลงข่าว เกิดการตั้งคำถาม เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย เหตุใดพระอาจารย์จึงเลือกเดินทางสู่โลกแห่งความวุ่นวายอีกครั้ง
       
       ปมปริศนา ผ้าเหลืองร้อน
       
        อยู่ใต้ร่มกาสาวพักตร์มานานกว่า 37 พรรษา สำหรับพระชาวญี่ปุ่นชื่อดัง “มิตซูโอะ คเวสโก” พระนักคิด นักเขียน นักพูด เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนหลายๆ คน แต่จู่ๆ กลับมีข่าวว่าพระมิตซูโอะลาสิกขาแบบกะทันหัน โดยไม่มีใครทราบเรื่องมาก่อน สร้างความตกใจและแปลกใจไม่น้อยให้กับลูกศิษย์ ลูกหาที่เคารพในตัวท่าน และเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนก็ยืนยันแล้วว่า พระอาจารย์มิตซูโอะได้ลาสิกขาบทจริง ณ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร กทม. เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2556 แล้วเดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดคือประเทศญี่ปุ่นโดยไม่มีกำหนดการกลับ
       
        คลื่นคำถามซัดเข้ามามากมาย เหตุใดพระอาจารย์มิตซูโอะจึงต้องสึก?? ถึงแม้มีการยืนยันสาเหตุแล้วว่า เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพจากโรคเบาหวานที่รุมเร้า แต่ด้วยการไม่รู้กำหนดการลาสิกขาล่วงหน้า คำตอบและท่าทีอึกอักของทางมูลนิธิมายาโคตมี รวมถึงคำให้สัมภาษณ์จากพระอาจารย์หนูพรม สุชาโต รองเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม ที่กล่าวว่า “การลาสิกขาของท่าน ทางวัดไม่ทราบว่าไปสึกที่ไหนและอาการป่วยของท่านก็เป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเงินของมูลนิธิแต่อย่างใด และการที่ท่านจะกลับมาหรือไม่ก็ไม่มีใครจะทราบได้" เลยทำให้เราต้องสืบค้นข้อมูลเพื่อตอบคำถามค้างใจนี้ให้กระจ่าง
       
        แหล่งข้อมูลหนึ่งที่เชิญพระอาจารย์คนดังมาร่วมงานและกำลังจะถึงวันงานอีกไม่นานนี้ ได้กล่าวกับทีมงาน ASTV ผู้จัดการ Live ว่าตอนนี้คิวงานถูกยกเลิกทั้งหมด และกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระมิตซูโอะลาสิกขาแบบเงียบๆ นั้น เพราะมีปัญหากับกรรมการชุดปัจจุบัน ที่มีแนวทางการดำเนินงานแบบพุทธพาณิชย์
       
        “คณะกรรมการใหม่เนี่ย เค้าเพิ่งทำงานมาได้ปี สองปีนะ ไม่ใช่คณะกรรมการที่เคยรู้ใจกันมาตลอด จนท่านเป็นท่านทุกวันนี้ พอเปลี่ยนคณะกรรมการใหม่เค้าก็เปลี่ยนมุมมอง วิธีการ เลยอาจทำให้ขาดความเข้าใจบางอย่าง เพราะท่านเป็นคนจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่ท่านไม่พูด คือท่านไม่อยากแตะเงินหรอก แต่คนรอบตัวท่านเป็นฝ่ายจัดการ ด้วยวิธีใดบ้างล่ะ มันมากเกินไปจนท่านไม่มีลมหายใจเป็นของตนเอง ท่านเลยสละ และไม่พูดถึงใครตรงนั้นเลยไง ท่านเต็มที่แล้วก็ไปเลย ท่านก็วิเวกของท่านเอง แล้วท่านอาจจะคิดได้ด้วยซ้ำไปนะว่า ในสิ่งที่มันมากเกินไปเนี่ยนะ มันก็เป็นธุรกิจทั้งนั้น
       
        ท่านถูกนิมนต์ไปไหนต่อไหน โดยมีคนจัดการให้ตลอด ตัวท่านเองไม่ได้ใส่ใจเรื่องเงินหรอก แต่วิธีคิด การดำเนินงาน กลายเป็นว่าท่านเลยมานึกว่า ตัวท่านกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งคิดว่าท่านเก็บความรู้สึกนี้มานานแล้ว ท่านรู้มานานแล้วว่ากลุ่มคนพวกนี้วางกำหนดการให้ท่านไปนู่น ไปนี่ แต่ท่านไม่ว่าใคร เป็นนิสัยของท่านอยู่แล้ว คือท่านไม่อยากว่าใคร แล้วคำที่แถลงๆ กัน ที่ออกมาพูด คือไม่อยากให้มีเรื่องราว เพราะจะกระทบกับคนที่อยู่ตามมูลนิธิ ทั้งงานเขียนของท่านต่างๆ สิ่งต่างๆ มันยังต้องดำเนินอยู่ ทีนี้ก็รู้แล้วว่าไอ้สิ่งต่างๆ ดำเนินอยู่ อย่างน้อยสะท้อนไปถึงพระชื่อดังรูปอื่นๆ ที่ทำธุรกิจในเชิงจัดกิจกรรมต่างๆ มันเป็นสิ่งที่ควรระวัง เพราะอาจทำให้เสียบุคลากรคือพระดีๆ ได้ ซึ่งครั้งนี้ท่านสอนให้ทุกคนอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง จะได้รู้ว่า ที่เอาท่านมาบังหน้าเนี่ย คนไม่ปฏิบัติตามคำสอนท่านเลย คนที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดไม่ปฏิบัติแบบท่าน คนใกล้ชิดไม่นึกถึงหัวใจท่าน”
       
       ชี้ให้เห็น ความไม่เที่ยง
       
        อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์การลาสิกขาของพระขวัญใจคนไทยครั้งนี้ ก็เป็นเหตุการณ์ที่เตือนสติชาวพุทธได้เป็นอย่างดี ถึงความไม่เที่ยง พระอาจารย์ที่ศึกษาและเผยแพร่ธรรมะมาอย่างยาวนาน มีผลงานเขียนที่ประทับใจคนอ่าน มีมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในหลายๆ ด้าน แน่นอนว่าสร้างความตะลึงให้ประชชาชนที่เลื่อมใสในตัวท่านไม่น้อย นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกตกใจเช่นกันกับการลาสิกขาแบบกะทันหันของพระมิตซูโอะเช่นนี้
       
        “ตอนแรกที่ทราบข่าวก็ไม่อยากเชื่อ ช็อกไปเลย เพราะไม่คิดว่าท่านมิตซูโอะจะสึก แต่คนจะคลอดลูก พระจะสึก ห้ามกันไม่ได้ ถือเป็นเรื่องของความพอใจของท่าน ท่านน่าจะคิดทำดีที่สุดแล้ว ส่วนเหตุผลของการสึกครั้งนี้น่าจะเป็นเหตุผลส่วนตัว ที่เรามิอาจจะทราบได้ เพราะที่ผ่านมาท่านไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย หรือมีปัญหา มีความขัดแย้งเรื่องใดๆ ท่านทำดีมาโดยตลอด เมื่อท่านสึกออกไปก็น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ท่านได้สร้างแนวทางปฏิบัติไว้จะมีลูกศิษย์สืบทอดต่อไป อย่างไรก็ตาม กรณีมีกระแสข่าวว่าพระมิตซูโอะสึกที่วัดชนะสงครามฯ นั้น บอกตรงๆ ผมไม่ทราบว่าท่านสึกที่ไหนจริงๆ เพราะการสึกอยู่ที่ผู้บวชพอใจว่าจะสึกที่ไหน กับใคร”
       
        อีกด้านหนึ่ง ในพระธรรมวินัย การลาสิกขา ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป ที่พึงกระทำได้ หากกายไม่พร้อม ใจไม่พร้อม อย่างที่ตัวท่านเองมีปัญหาด้านสุขภาพ อาจทำให้ปฏิบัติกิจของสงฆ์ไม่สะดวก การลาสิกขาออกมาเป็นฆราวาสเพื่อได้รักษาสุขภาพ และทำงานเผยแพร่ศาสนาก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เช่นที่ ดร.บุญรอด บุญเกิด คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวอธิบาย
       
        “โดยหลักการทางพุทธศาสนานิกายเถรวาทในประเทศไทยไม่ค่อยยึดติดกับการลาสิกขาอยู่แล้ว การบวชแล้วสึกเป็นเรื่องปกติ ถ้าคุณพร้อมทั้งร่างกายและด้านจิตใจเนี่ย ก็คงอยู่ในสมณเพศต่อไป แต่ถ้าเกิดว่าร่างกายไม่พร้อม จิตใจไม่พร้อม มีปัญหาอะไรต่างๆ เหล่านี้ก็สามารถที่จะลาสิกขาได้ปกติ แต่ว่าพอดีท่านเป็นชาวต่างชาติส่วนนึง อีกส่วนนึงคือท่านเป็นคนมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับ คนไทยก็เลยจะคิดว่าท่านจะอยู่ตลอดไป อย่างหลวงพ่อปัญญาฯ ท่านพุทธทาสฯ
       
        พอท่านลาสิกขา อาจทำให้คนมองว่าท่านมีปัญหาหรือเปล่า แต่ตามความเป็นจริง ท่านจะมีปัญหาหรือไม่มีปัญหา ท่านก็สามารถที่จะลาสิกขาหรือจำพรรษาต่อไปได้ โดยไม่ผิดระเบียบตรงไหนของพระวินัย แล้ววันนี้ท่านสึกไปแล้ว วันหน้าถ้าท่านพร้อม ท่านจะกลับมาบวชอีกก็ถือเป็นสิทธิพื้นฐานที่ท่านสามารถทำได้ เพราะสาเหตุที่ท่านสึก ท่านไม่ได้มีข้อผิดพลาด แต่ถ้าสึกโดยมีข้อผิดพลาดก็จะไม่สามารถกลับมาบวชได้อีก ซึ่งข้อผิดพลาดเนี่ย หมายถึงต้องอาบัติขั้นหนักของวินัยสงฆ์”
       
       ขอชาวพุทธ “อย่า ยึด ติด”
       
        กล่าวได้ว่าพระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นดั่งร่มไม้ใหญ่ของพุทธศาสนาในประเทศไทย ชาวพุทธหลายคนที่ชื่นชอบในคำสั่งสอนของท่าน แนวคิดที่เอามาประยุกต์ได้จริง จากจุดนี้เอง โลกออนไลน์จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย ส่วนมากยินดีกับเส้นทางที่ท่านเลือก บางส่วนอาจคิดร้ายไม่น่าฟัง ไปจนถึงบางส่วนที่ว่า เสียใจที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมกับพระมิตซูโอะอีก บางส่วนเลยคิดออกมาเสียงดังว่า คงไม่ไปปฏิบัติธรมแล้ว ประโยคนี้สามารถบอกอะไรหลายอย่างกับเราว่าตอนนี้ผู้คน “ยึดมั่นในตัวพระ” หรือ “ยึดมั่นในคำสอน” กันแน่
       
        “จริงๆ แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น สมมติว่ามีคนพูด “ฉันไม่เป็นคนไทยแล้ว” เอ้า ทำไมล่ะ “คนไทยไม่ดี คนไทยมีคดีข่มขืน ขอลาออกจากความเป็นคนไทย อย่างนั้นหรือเปล่า ตรงนี้นะ พระพุทธเจ้าเองก็ตรัสว่า ไม่ให้เรายึดติดกับตัวบุคคล เพราะตัวบุคคลมันไม่แน่ อาจจะดีหรือชั่ว อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เพราะเหตุปัจจัยต่างๆ แต่ให้ยึดในหลักการหรือองค์กรหลัก
       
        สมมติอย่างในมหาวิทยาลัย เราชอบผู้ชายคนนึง แล้วเค้าลาออก ต่อไปเราจะไม่เรียนที่มหาวิทยาลัยนั้นแล้วหรอ ซึ่งความจริงถึงจะเปลี่ยนอธิการบดี คณบดี เปลี่ยนอาจารย์สอน มหาวิทยาลัยก็ยังอยู่ได้ เพียงแต่ว่าคนที่เข้ามาก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตรงนี้ก็เช่นเดียวกัน คือพระอาจารย์ตอนที่เป็นสมณเพศอยู่ ก็สอน คนก็เลยยึดติดในตัวท่าน แล้วพอคิดว่าท่านสึกไปแล้ว ก็คงจะไม่มีคนดีๆ คนเก่งๆ อย่างนี้อีกแล้ว ก็เลยไม่มาปฏิบัติธรรม ซึ่งนั่นแสดงว่าเรายึดติดอยู่กับบุคคล ดังนั้นถ้าบุคคลเปลี่ยน แต่องค์กรยังอยู่ เราก็ต้องปฏิบัติตามหลักธรรมที่ท่านอาจารย์มิตซูโอะ หรือที่ตามหลักพุทธศาสนาสอนไว้ ถ้าหลักการมันถูกต้อง จะใครสอนก็เหมือนกัน ท่านสึกไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นฆราวาสจะมาสอนก็ได้ ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก เพราะปัจจุบันสำนักธรรมที่เป็นฆราวาสก็เยอะแยะไป” ดร.บุญรอด กล่าว
       
        ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ ที่ทำให้ (อดีต) พระอาจารย์มิตซูโอะ เลือกกลับมาครองฆราวาสอีกครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังทำให้ผู้คนยังเคารพและศรัทธาในตัวท่านคือการยืนยันที่จะเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาต่อไป เพราะการลาสิกขาไม่ใช่อุปสรรคในการปฏิบัติธรรม ถ้าใจนั้นยังคงเป็นพระ
       
       // เปิดประวัติพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก //
       พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เป็นพระภิกษุชาวญี่ปุ่น บวชในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท คณะมหานิกาย ท่านเป็นศิษย์รุ่นแรกของพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท)
       พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก มีชื่อเดิมว่า "มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ" เป็นชาวจังหวัดอิวะเตะ ประเทศญี่ปุ่น เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2494 สำเร็จการศึกษาในระดับไฮสคูล (เทียบเท่าระดับ ปวช. หรือ มศ.5 ตามระบบการศึกษาไทย) สาขาเคมี ณ เมืองโมะริโอะกะ จังหวัดอิวะเตะ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจึงทำงานจนสามารถเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง และออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกเพื่อแสวงหาความหมายของชีวิตตั้งแต่ พ.ศ. 2514
       
       พระอาจารย์มิตซูโอะ ได้เดินทางมาสู่ประเทศไทย หลังจากได้เดินทางแสวงหาธรรมะที่แท้จริงมาแล้วจากหลายประเทศทั่วโลกทั้งอินเดีย, เนปาล, อิหร่าน, ยุโรป แล้วเปลี่ยนความตั้งใจที่เดิมจะไปยังแอฟริกา ไปเป็นที่อินเดียอีกครั้งในปี พ.ศ. 2517 แต่ได้เปลี่ยนใจเมื่อระลึกได้ถึงพุทธคยา เห็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ก็ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าและประจักษ์ต่อใจตนเองว่า แท้จริงแล้วความสุขที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจภายในตนเอง จึงหยุดการแสวงหาจากภายนอก มาสู่การแสวงหาจากภายใน
       
       ในชั้นแรกท่านไปฝึกโยคะอยู่ที่สำนักโยคีแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย และเกิดความพอใจที่จะเป็นโยคีอยู่ที่อินเดียตลอดชีวิต แต่ต่อมาเกิดปัญหาว่าวีซ่าของท่านหมดอายุ ท่านจึงเดินทางมาประเทศไทยอีกครั้งเพราะมีผู้แนะนำให้ท่านไปศึกษาพุทธศาสนาที่ประเทศไทย เมื่อมาถึงเมืองไทยแล้วท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ หลังจากนั้นเมื่อท่านบรรพชาได้ 3 เดือน ท่านได้แสวงหาสถานที่ปฏิบัติธรรม มีผู้แนะนำท่านให้ไปกราบหลวงพ่อชา สุภทฺโท ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งท่านก็ได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อตั้งแต่บัดนั้น และได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ได้รับฉายา "คเวสโก" หมายถึง "ผู้แสวงหาซึ่งฝั่ง"
       
        หลังพระมิตซูโอะ อุปสมบทได้ 7 ปี จึงขออนุญาตหลวงพ่อชาออกธุดงค์ ปฏิบัติธรรมที่ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 1 ปี และกลับมาที่วัดหนองป่าพง เมื่อทราบว่าหลวงพ่อชาอาพาธ จนเข้าสู่ พ.ศ. 2529 ท่านก็เดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 พระมิตซูโอะ และพระญาณรโต ได้ออกธุดงค์ในประเทศญี่ปุ่นด้วยการเดินเท้า จากสนามบินนาริตะสู่อนุสรณ์สถานแห่งสันติภาพ เมืองฮิโรชิมา ระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 72 วัน สร้างความสนใจแก่คนไทยและคนญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงชีวิตที่เรียบง่ายแบบพระธุดงค์
       
        หลังจากที่ท่านกลับมาประเทศไทย ก็ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บุกเบิกสร้างวัดป่าสุนันทวนาราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดป่านานาชาติ พร้อมกับฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมในพื้นที่ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง พระมิตซูโอะ คเวสโก เป็นเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 นับว่าเป็นสาขาที่ 117 ของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี
        
       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ Live 
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
หลวงปู่พุทธะอิสระโพสต์วิพากษ์กรณี "ละสังขาร"
“คลั่งไคล้ - ลุ่มหลง – รุนแรง” โรคติ่งเกาหลีต้องรักษาตัวหรือไม่?
หายใจอย่างถูกวิธี...ชีวิตยืนยาว[Info]
ทดลองเล่นแต่เอาจริง! “เมื่อฉันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์” โลกโซเชียลสนใจนมที่สุด
ดวงประจำวันจันทร์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๗
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 76 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 4 +236 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นของจริง ทนต่อการพิสูจน์ เป็นสัจจะดำรงอยู่โดยไม่ขึ้นกับกาลเวลา ไม่ว่า2556ปีที่แล้ว หรือจะอีก 2556ปีต่อจากนี้

ว่าโดยย่อคือ ศีล สมาธิ ปัญญา คนมีศีล๕ย่อมเป็นสุขกว่าคนผิดศีล๕
คนมีสมาธิมีจิตใจสงบตั้งมั่น รู้เห็นสิ่งต่างๆได้ตรงและแม่นยำกว่าคนที่ไม่มีสมาธิ(สัมมาสมาธิ)
และ คนมีปัญญาคือปัญญาทางธรรมไม่ใช่แค่ความรู้ที่เรียนกันตามมหาวิทยาลัย คือ เข้าใจความจริงของชีวิต ผิดหวังก็เข้าใจ ไม่ทุกข์หนักและไม่ฆ่าตัวตายหรือทำลายสุขภาพ สมหวังก็เข้าใจ ไม่หลงตัวเอง ไม่ประมาท รู้จักแก่นสารและความเป็นจริงของชีวิต ตั้งแต่ระดับปัญญาที่ทำให้ชีวิตไม่ทุกข์หนัก และรู้จักทำประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น จนถึงปัญญาระดับสูง รู้แจ้ง เห็นจริง ระดับปรมัตถ์(ภาวนา)ตั้งแต่ โสดาบันบุคคลขึ้นไป
ต้องศึกษาและปฏิบัติควบคู่กัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +178 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แก่นที่แท้จริงก็คือหลักธรรมที่พระอาจารย์เคยสอน สิ่งนี่จะยังอยู่และมิได้หายไปไหนเลย
สาธุ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +50 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าคนอย่างท่านต่อให้ไม่บวชก็ยังจะสืบทอดศาสนาต่อไป ผิดกับพวกห่มเหลืองทำให้ศาสนาเสื่อม
คิบะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สำหรับเรา ท่านคือพระในใจเสมอ ไม่ว่าท่านจะอยู่ในเครื่องแบบ หรือ ชุดใด

ยังรู้สึกโหวงๆ ไม่หาย
เคารพนับถือท่านเสมอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 80 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์พระอาจารย์มิตซูโอะ โดยมาปฏิบัติธรรมปีละ 2-5 ครั้ง มาประมาณ 10 ปี มีแต่เพิ่มความศรัทธาในพระอาจารย์ยิ่งขึ้น โดยปราศจากโมหะ แม้ ณ เวลานี้ ที่ท่านได้ลาสิกขาบท ดิฉันมั่นใจว่าในทุกสิ่งที่ท่านทำ ท่านได้ทำโดยเปี่ยมด้วยเมตตาอันประมาณมิได้ ถ้าใครได้เข้าใจในสิ่งที่ท่านสอน และปฏิบัติตามด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ไม่ได้สักแต่ว่าขับรถไปนอน กินข้าววัด และเอาเงินทำบุญ (ขออภัยที่แดกดัน) ก็จะเข้าใจได้ว่าการที่ท่านลาสิกขาเป็นเพราะพวกเราไม่ได้เมตตาท่าน ไม่ได้ปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพอย่างจริงใจ ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของท่าน แม้แต่คนที่เอาข้อความในพระไตรปิฎกมาอ้างว่า แม่น้ำคงคา ไหลบ่าไปทิศบูรพาไม่สามารถทดให้ไหลย้อนคืนได้ เปรียบเสมือนโสดาบันย่อมไม่กลับเป็นปุถุชนข้อความนั้นถูกต้องแล้ว แต่ไม่ใช่การกระทำตามตัวอักษร แต่เป็นเนื้อหาของสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนต่างหากการที่พระนุ่งห่มเหลือง โกนหัว ย่อมไม่ได้แปลว่าเป็นพระฉันใด การสึกของพระอาจารย์ก็ไม่ได้แปลว่า ท่านไม่ได้เป็นบุรุษหนึ่งใน 8 บุรุษของพระผู้มีพระภาคเจ้า ฉันนั้น นี่พอศอไหนแล้ว น้ำยังทำให้ไไหลท่วมดอนเมืองได้ ไม่ไปท่วมหนองงูเห่า ท่านไม่ได้ยึดรูปแบบ ( สีลัพปรามาส) พวกเรามีแต่สมอง แต่มีปัญญาพอที่จะตัดสินท่านหรือ ถ้าไตร่ตรองแล้ว รู้ความคิดผิดของตัวเอง ไม่ว่าจะรักท่านจนเสียใจ หรือโกรธท่านจนทำให้คิดไม่ดี พูดไม่ดี หรือได้ทบทวนสิ่งที่ได้ทำกับท่านแล้วว่าสิ่งใดไม่เหมาะ ไม่ควร ขอให้ คิดใหม่ พูดใหม่ ทำใหม่ ก็จะถือว่า ข้อสอบไล่จบภาคการศึกษาธรรมะครั้งใหญ่นี้ ที่ท่านให้แก่พวกเรา ได้สอนใจตัวเองปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ให้สมกับที่ท่านเมตตา สอนพวกเราด้วยความเหนื่อยยากมาอย่างยาวนาน
ศิษย์ผู้หนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 83 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรากลับมองว่าท่านสึกย่อมเป็นผลดีต่อท่านเอง ควรเคารพการตัดสินใจของท่าน คนเราเมื่อใจหรือกายไม่พร้อม ก็ถอยออกไปก่อนดีกว่า ไม่ว่าท่านจะป่วยจริงหรือออกไปมีภรรยามีครอบครัวก็ตามแต่ นั่นเป็นสิทธิ์ของท่าน ดีกว่าทนอยู่ในผ้าเหลืองด้วยใจหรือกายที่ไม่เป็นสุขไม่สงบ

อย่าลืมว่าพระก็ยังเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง จะให้ละหรือตัดกิเลสทั้งปวง ย่อมเป็นเรื่องยาก ไม่แปลกใจที่ยังเห็นข่าวพระทำผิดมากมาย อยากทำตามใจแต่ไม่ยอมสึกออกไป อันนี้สิแย่มาก ทำให้ศาสนามัวหมอง
อืม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 82 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ท่านสมเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ สอนลูกศิษย์เป็นตัวอย่างไม่ให้ติดยึดในตัวบุคคล ให้ยึดในคำสอนองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านสึกกลับบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน ท่านก็ปฏิบัติธรรมเผยแพร่คำสอนตามแนวหลวงปู่ชาได้เสมอ หากท่านครองผ้าเหลืองอยู่ในประเทศญี่ปุ่นข้อวัตรปฏิบัติของสงฆ์ไทยอาจเป็นข้อจำกัดของท่าน เพชรแท้อยู่ที่ไหนแม้ในที่มืดก็ส่องประกาย ผู้ที่ไม่รู้จริงอย่าดูถูกกล่าวหาท่าน บุญที่คุณทำไว้มันพอที่จะไม่ลงนรกหรือเปล่าอย่าได้เพิ่ม บาปเวรให้ตัวเองอีกเลย
ลูกศิษย์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 80 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์พระอาจารย์มิตซูโอะ โดยมาปฏิบัติธรรมปีละ 2-5 ครั้ง มาประมาณ 10 ปี มีแต่เพิ่มความศรัทธาในพระอาจารย์ยิ่งขึ้น โดยปราศจากโมหะ แม้ ณ เวลานี้ ที่ท่านได้ลาสิกขาบท ดิฉันมั่นใจว่าในทุกสิ่งที่ท่านทำ ท่านได้ทำโดยเปี่ยมด้วยเมตตาอันประมาณมิได้ ถ้าใครได้เข้าใจในสิ่งที่ท่านสอน และปฏิบัติตามด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ไม่ได้สักแต่ว่าขับรถไปนอน กินข้าววัด และเอาเงินทำบุญ (ขออภัยที่แดกดัน) ก็จะเข้าใจได้ว่าการที่ท่านลาสิกขาเป็นเพราะพวกเราไม่ได้เมตตาท่าน ไม่ได้ปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพอย่างจริงใจ ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของท่าน แม้แต่คนที่เอาข้อความในพระไตรปิฎกมาอ้างว่า แม่น้ำคงคา ไหลบ่าไปทิศบูรพาไม่สามารถทดให้ไหลย้อนคืนได้ เปรียบเสมือนโสดาบันย่อมไม่กลับเป็นปุถุชนข้อความนั้นถูกต้องแล้ว แต่ไม่ใช่การกระทำตามตัวอักษร แต่เป็นเนื้อหาของสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนต่างหากการที่พระนุ่งห่มเหลือง โกนหัว ย่อมไม่ได้แปลว่าเป็นพระฉันใด การสึกของพระอาจารย์ก็ไม่ได้แปลว่า ท่านไม่ได้เป็นบุรุษหนึ่งใน 8 บุรุษของพระผู้มีพระภาคเจ้า ฉันนั้น นี่พอศอไหนแล้ว น้ำยังทำให้ไไหลท่วมดอนเมืองได้ ไม่ไปท่วมหนองงูเห่า ท่านไม่ได้ยึดรูปแบบ ( สีลัพปรามาส) พวกเรามีแต่สมอง แต่มีปัญญาพอที่จะตัดสินท่านหรือ ถ้าไตร่ตรองแล้ว รู้ความคิดผิดของตัวเอง ไม่ว่าจะรักท่านจนเสียใจ หรือโกรธท่านจนทำให้คิดไม่ดี พูดไม่ดี หรือได้ทบทวนสิ่งที่ได้ทำกับท่านแล้วว่าสิ่งใดไม่เหมาะ ไม่ควร ขอให้ คิดใหม่ พูดใหม่ ทำใหม่ ก็จะถือว่า ข้อสอบไล่จบภาคการศึกษาธรรมะครั้งใหญ่นี้ ที่ท่านให้แก่พวกเรา ได้สอนใจตัวเองปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ให้สมกับที่ท่านเมตตา สอนพวกเราด้วยความเหนื่อยยากมาอย่างยาวนาน
ศิษย์ผู้หนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แตกฉาน และครอบคลุม ไปด้วยจิตเมตตาค่ะ
สาธุ....
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทองเก๋ 555
....
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เลิกแถโง่ๆได้แล้ว...เข้าใจไหม?......ทองเก๊!!!
.
.
.
น่าสงสารคงจะช็อกมาก...ไปไม่เป็น
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตาสว่างได้แล้ว....เลิกแถโง่ๆ...เข้าใจไหม?..ทองปลอม....ทองเก๊!!
.
.
.
น่าสงสารคงจะช็อกมาก...ไปไม่เป็น
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ยังแถ...กันต่อไป เพราะบางทีมันอาจช่วยให้ลืมความจริงอันโหดร้ายที่ว่า เรามันโง่ .. โดนหลอกให้หลงศรัทธา (อีกแล้ว) จนหมดหัวใจ สุดท้ายชิ่งหนีไปเสพสุขซะงั้น

...พวกสาวกที่ชอบแถ..ย้อมใจตนเอง น่าจะเขกกรโหลกตัวเองบ้างนะ เผื่อจะได้มีสติอย่างที่นายมิตซูโอะเคยสอนไว้
รัก..ศรัทธา..งมงาย..ไร้ปัญญา
 
ความคิดเห็นที่ 73 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฆ่าตำรวจปัญหาทุุกอย่างจบ
มือปืน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 69 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โครงการ ครอบครัวประเทศไทย ที่ท่านฝากไว้ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อพวกเรายังยึดติดตัวท่าน โครงการดีๆ ที่มีไว้เป็นเครื่องเตือนสติ มันเตือนไม่ถึง การลาสิขาของท่าน เป็นปัจจัยที่เหมาะสม เป็นบทเรียนชิ้นสำคัญ ที่ท่านให้ไว้ก่อนจากไป

เพื่อ ให้เราได้มองเห็นกันและกัน
คนไทย ครอบครัวประเทศไทย ต้องช่วยกัน ไม่ยึดติดท่าน

ขออนุโมทนาบุญ ในส่วนที่ท่านทำไว้กับประเทศไทยของเรา จงมีแก่ท่าน มิตซูโอะ เทอญ
รุ่น 111
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 63 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันเป็นธรรมดาพอมีพระดังเข้าองค์หนึ่งจะมีพวกอุบาสกอุบาสิกาเข้ามาห้อมล้อม เพื่อแสดงตนว่าข้านี้แหละเป็นลูกศิษย์ก้นกุฎิ ใครจะเข้าพบพระดังต้องผ่านข้าก่อน พวกนี้แหละจะทำให้พระดังเบื่อและเสื่อมเสียอยากจะเอาพระดังไว้เป็นสมบัตส่วนตัว มาเจอท่านมิตชูโอะเข้าไม่เหมือนพระไทยทั่วไป ท่านเบื่อพวกห้อมล้อมตัวท่านเลยหักดิบลาสิขากลับประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดไปเลย ทำเอาพวกอวดดีที่ห้อมล้อมอยู่อ้าปากตาค้างเลย สมน้ำหน้าอยากอวดดีกันนัก
seamilar@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 62 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จิตที่ส่งออกนอก........... ...............เป็นสมุทัย
ผลอันเกิดจากจิตที่ส่งออกนอก........ เป็นทุกข์
จิตเห็นจิต...................................เป็นมรรค
ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิต................ เป็นนิโรธ

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล (แปลว่า ไม่มีใดเทียม)
นี่ซิของแท้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 61 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าเรื่องสุขภาพเป็นสาเหตุ ท่านก็ตัดสินใจถูกแล้ว เพราะสังขารเป็นเครื่องใช้ในการปฏิบัติเผยแผ่พระธรรม โรคเบาหวานจำเป็นต้องบำบัดด้านโภชนาการเป็นหลักใหญ่ ฯลฯ
Optimist
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 55 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอชาวพุทธ “อย่า ยึด ติด”
สาธุ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 51 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีใครเห็นว่าเป็นเวรกรรม ไหมครับ ? เวรกรรมแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของท่านชัดเจนแล้วว่าออกมาในรูปแบบนี้ เคยมีหลายcase ทั้ง ที่ใหญ่กว่านี้ เท่ากัน หรือ น้อยกว่าดังนี้ครับ
1.พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ป.ธ.6) พระกรรมฐานผู้ใหญ่สมัยหลวงปู่มั่น ท่านเรียบเรียงหนังสือ ทิพยอำนาจอันโด่งดัง รวมทั้งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อพุธ ฐานิโยในสมัยฝึกกรรมฐานใหม่ๆด้วย รูปนี้สึกเมื่อแก่ เพื่อๆปเป็นฤาษีเป็นที่โด่งดังมาก ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่ากรรม
2 พระอาจารย์ทองคำ ญาโณภาโส ทันอยู่กับหลวงปู่มั่นที่วัดหนองผือ ก็ลาสึกภายหลังหลวงปู่มั่นนิพพานไป แต่ก็กลับมาบวชตอนแก่ ชื่อพระทอวคำ จารุวัณโณ และมรณภาพในผ้าเหลืิอง
3 พระเทพสิทธิญาณรังสี (จันทร์ คเวสโก) วัดป่าชัยรังสี ดาวรุ่งพรุ่งแรงก็สึกออกมาเป็นตาจันทร์มีลูกศิษย์มากมาย โดยเฉพาะสายการเมือง ขณะนี้เล่นลิเก ใครสนใจก็ติดต่อไปเล่นได้ครับ
4 พระภาวนาวิมลเถร (เที่ยง โชติธัมโม) สาขาที่1 วัดหนองป่าพง ลูกศิษย์แรกๆก่อนใครๆของหลวงพ่อก็โดนให้สึก แบบมีคดี ข่าวนี้ก็ช้อกวงการมากคณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพง ท่านบอกว่ามันเป็นกรรมของแต่ละคน
5 พระราชอะไรจำชื่อไม่ได้ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น(ธ) วัดศรีจันทร์ ก็สึก
และยังมีอีกมากครับ ที่สึกไป ที่ยกตัวอย่างมาแค่ส่วนหนึ่งครับ พุทธศาสนิกชนเราก็ต้องปลงสังเวชหละครับกรรมใครกรรมมัน ส่วนธรรมะพระพุทธเจ้าก็ยังคงอยู่ผู้ปฏิบัติถึงแก่นธรรมในเบื้องต้นเท่านั้นที่จะรับประกัน ความเที่ยงของเส้นทางนี้ได้ คือผู้เข้าถึงโสดาบันขึ้นไป เรียกว่าเข้าถึงกระแสท่านกล่าวว่า เป็น นิยโต คือเที่ยงแท้ และสัมโพธิปรายาโน ที่จะบรรลุธรรมในเบื้องหน้า โดยไม่หวนลงไปตกต่ำกว่าเดิมเป็นอันขาด ดังนั้น พวกเราต้องรีบขวานขวายตั้งใจประพฤติปฏิบัติอย่าประมทานิ่งนอนใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อยิ่งเมื่อสภาวะแวดล้อมที่คล้ายเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นย่อมมีผลให้จิตใจไขว้เขวได้ง่าย แต่สำหรับผู้ที่เข้าถึงกระแสท่านบอกว่า กรรมครับ กรรมใครกรรมมัน แล้ววาง
ความเพียรเท่านั้น จะจะเอาชนะได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมถูกกดลบเยอะจัง เราเห็นด้วยนะ

วาระกรรมมีวาระของมัน เมื่อแสดงผลถ้าอยากหลุดพ้นก็ต้องสู้ยิบตา
สังสารวัฏน่ากลัวมาก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กิเลสในใจเราเนี่ยแหละคือมาร ธรรมชาติของจิตก็จะเหมือนน้ำคือจะใหลสู่ที่ต่ำ เราจะต้องให้ธรรมมะคอยประคองให้จิตเราใสสะอาดตลอดเวลา
หากเข้าถึงนิพพานแล้ว พระจะไม่กลัวแม้ความตาย
 
ความคิดเห็นที่ 35 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าเป็นห่วงมากกับเรื่องพุทธพาณิชย์ในประเทศไทย จะเห็นว่ามีเจ้าอาวาสจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าการทำนุบำรุงศาสนาคือการสร้างวัดให้สวยงามใหญ่โตอลังกา จากวัดเล็กๆที่พระอยู่กันอย่างสงบเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยเปลี่ยนเป็นวัดใหญ่โตสร้างต่อเติมไม่มีวันจบ มีพ่อค้า หมอดูมาตั้งเต็นท์ให้เช่าพระ เครื่องลาง ขายดอกไม้ธูปเทียน สะเดาะเคราะห์ และมีประชาชนแห่กันไปวัดนับร้อยนับพันเพื่อทำบุญหรือพูดให้ถูกคือไปซื้อบุญในรูปพุทธพาณิชย์ภายในวัด สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการสร้างกิเลศให้พระ ทำให้พระไม่ได้อยู่อยางสงบมีแต่เสียงอึกทึก เป็นการทำร้ายพระทางอ้อม ไม่น่าจะใช่ทางบุญน่าจะเป็นบาบด้วยซ้ำไป เป็นการแสดงถึงความเข้าใจผิดในหลักธรรมคำสอนของพระระดับเจ้าอาวาสและประชาชนและความโลภของพ่อค้า หมอดูที่ใช้วัดเป็นที่ทำมาหากิน
เหลี่ยมนรก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากยึดติดกะตัวบุคคล สิ่งที่ควรยึดถือคือคำสอนของพระพุทธองค์
angeldevil
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +50 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าคนอย่างท่านต่อให้ไม่บวชก็ยังจะสืบทอดศาสนาต่อไป ผิดกับพวกห่มเหลืองทำให้ศาสนาเสื่อม
คิบะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดดี คิดถูก อนุโมทนา
ขอแนะนำท่านทั้งหลายว่า หากไม่รู้ความจริง อย่าด่วนสรุป จะดีกว่า ใครทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลกรรมนั้นอย่างแน่นอน
charoen9face
 
ความคิดเห็นที่ 23 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ยึดติดกับบุคคล.....แต่ยึดติดกับคำสอน ศีล สมาธิ ปัญญา
คนไทยพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สำหรับเรา ท่านคือพระในใจเสมอ ไม่ว่าท่านจะอยู่ในเครื่องแบบ หรือ ชุดใด

ยังรู้สึกโหวงๆ ไม่หาย
เคารพนับถือท่านเสมอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีใครเห็นว่าเป็นเวรกรรม ไหมครับ ? เวรกรรมแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของท่านชัดเจนแล้วว่าออกมาในรูปแบบนี้ เคยมีหลายcase ทั้ง ที่ใหญ่กว่านี้ เท่ากัน หรือ น้อยกว่าดังนี้ครับ
1.พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ป.ธ.6) พระกรรมฐานผู้ใหญ่สมัยหลวงปู่มั่น ท่านเรียบเรียงหนังสือ ทิพยอำนาจอันโด่งดัง รวมทั้งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อพุธ ฐานิโยในสมัยฝึกกรรมฐานใหม่ๆด้วย รูปนี้สึกเมื่อแก่ เพื่อๆปเป็นฤาษีเป็นที่โด่งดังมาก ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่ากรรม
2 พระอาจารย์ทองคำ ญาโณภาโส ทันอยู่กับหลวงปู่มั่นที่วัดหนองผือ ก็ลาสึกภายหลังหลวงปู่มั่นนิพพานไป แต่ก็กลับมาบวชตอนแก่ ชื่อพระทอวคำ จารุวัณโณ และมรณภาพในผ้าเหลืิอง
3 พระเทพสิทธิญาณรังสี (จันทร์ คเวสโก) วัดป่าชัยรังสี ดาวรุ่งพรุ่งแรงก็สึกออกมาเป็นตาจันทร์มีลูกศิษย์มากมาย โดยเฉพาะสายการเมือง ขณะนี้เล่นลิเก ใครสนใจก็ติดต่อไปเล่นได้ครับ
4 พระภาวนาวิมลเถร (เที่ยง โชติธัมโม) สาขาที่1 วัดหนองป่าพง ลูกศิษย์แรกๆก่อนใครๆของหลวงพ่อก็โดนให้สึก แบบมีคดี ข่าวนี้ก็ช้อกวงการมากคณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพง ท่านบอกว่ามันเป็นกรรมของแต่ละคน
5 พระราชอะไรจำชื่อไม่ได้ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น(ธ) วัดศรีจันทร์ ก็สึก
และยังมีอีกมากครับ ที่สึกไป ที่ยกตัวอย่างมาแค่ส่วนหนึ่งครับ พุทธศาสนิกชนเราก็ต้องปลงสังเวชหละครับกรรมใครกรรมมัน ส่วนธรรมะพระพุทธเจ้าก็ยังคงอยู่ผู้ปฏิบัติถึงแก่นธรรมในเบื้องต้นเท่านั้นที่จะรับประกัน ความเที่ยงของเส้นทางนี้ได้ คือผู้เข้าถึงโสดาบันขึ้นไป เรียกว่าเข้าถึงกระแสท่านกล่าวว่า เป็น นิยโต คือเที่ยงแท้ และสัมโพธิปรายาโน ที่จะบรรลุธรรมในเบื้องหน้า โดยไม่หวนลงไปตกต่ำกว่าเดิมเป็นอันขาด ดังนั้น พวกเราต้องรีบขวานขวายตั้งใจประพฤติปฏิบัติอย่าประมทานิ่งนอนใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อยิ่งเมื่อสภาวะแวดล้อมที่คล้ายเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นย่อมมีผลให้จิตใจไขว้เขวได้ง่าย แต่สำหรับผู้ที่เข้าถึงกระแสท่านบอกว่า กรรมครับ กรรมใครกรรมมัน แล้ววาง
ขอให้ชาวพุทธเข้มแข็งต่อไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความเห็นนี้ เป็นประโยชน์ครับ

ขอบคุณที่ยกตัวอย่างมาให้ดู ให้เห็นกันชัด ๆ ว่าเรื่องแบบนี้เคยมี ไม่ใช่ไม่เคยมีมาก่อน

ที่จริงยังมีหลวงพ่อเทียน อีกรูปหนึ่ง ที่เคยบวชหลายวาระ ท่านสึกไปแล้ว ก็กลับมาบวชอีก จนมรณภาพในผ้าเหลือง

ส่วนเรื่องโสดาบัน นั้น มองได้ 2 แง่

(1) ตามพุทธพจน์ ภิกษุที่บรรลุโสดาบันแล้ว จะไม่สึกเด็ดขาด อันนี้เป็นพุทธพจน์
(2) หากผู้ปรารถนาโพธิสัตว์ บวชแล้วอาจจะสึกอีกก็ได้ แต่ในชาติสุดท้ายจะไม่สึกอย่างแน่นอน

พระอาจารย์มั่น ท่านเล่าว่า ท่านเคยเกิดในยุคเดียวกับพระพุทธเจ้า เคยนั่งฟังพระธรรมเทศนาจากพระโอษฐ์ด้วย พระอาจารย์มั่นตั้งปรารภว่า จะขอตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

แต่มาในชาติสุดท้ายนี่เอง ท่านตัดใจเสีย ขอมุ่งนิพพานอย่างเดียว แต่ก็ถือว่าสำเร็จเป็นปัจเจกพุทธเจ้า

พระอาจารย์มั่น ยังไปเตือนหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์ของท่านเอง ว่าหากปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ให้ถอนเสีย เพื่อมุ่งนิพพาน
เล่าสู่กันฟัง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความเห็นนี้ก็ให้ข้อมูลดีนี่ครับ
ทำไมมีคนกดลบตั้ง 5
เรืองเดช
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความเห็นที่ดีๆ ในนี้โดย ส่วนใหญ่ จะถูกกดลบแฮะ เป็นไรไปเนี่ยคนเรา
ไม่เข้าใจ
 
ความคิดเห็นที่ 11 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่อยากคิดว่าคห 8-9 น่าจะเป็นหนึ่งในกรรมการวัด หรือบุคคลฝ่ายตรงข้าม แต่ก็อดไม่ได้นะ กรุณาปล่อยท่านไปเถอะ ขออย่าวิพากษ์วิจารณ์ติเตียนอีกเลย ท่านมีสิทธฺเสรี ไม่ว่าจะเป็นสงฆ์หรือฆราวาส ท่านก็ทำความดีได้ อย่างที่ท่านกระทำมาต่อเนื่องจนเป็นที่รู้จักกันทั่ว ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงในคำสอนของท่าน ในแบบอย่างที่ไม่ให้ติดยึด ยึดมั่น ถือมั่น ในตัวตนมากมาย ทางสายกลางดีที่สุดไงพี่น้องค้าบ
คริส
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าเห็นใจท่านมาก แต่คิดว่าเมื่อท่านเจอกับพิษภัยของพุทธพาณิช์ที่มีมากมายในสังคมวัดทั่วๆไป จนท่านเองก็อนาถใจ ควบคุมไม่ได้ ท่านจึงเลือกทางออกที่สันติ ตามแนวทางของท่าน พระวัดป่าสายหลวงปู่ชานั้น จะไม่จับ หรือแตะต้องเงินตราเลย แต่เมื่อกลุ่มที่เข้ามาเรื่องหาผลประโยชน์เข้าวัดหรือเข้ากรรมการ คงน่าจะเป็นจุดวิกฤติที่หนักหนาจนท่านรับไม่ได้ แต่ท่านก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะแก้ไขหรือพูดถึงให้พุทธศาสนาแบบเถรวาทแปดเปื้อนไปมากกว่านี้
คริส
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กดลบทำไม เค้าพูดถูกแล้วนะ
งงอะไรกันรึป่าว
 
ความคิดเห็นที่ 5 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกลูกศิษย์เหลือบนี่แหละตัวดีทั้งนั้น
พระดังจะมีปลิงมาเกาะเป็นฝูงตลอด

พระที่พอจะไหว้ลงเท่าที่นึกออกก็มีแค่
ท่านพุทธทาสเท่านั้นแหละ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +236 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นของจริง ทนต่อการพิสูจน์ เป็นสัจจะดำรงอยู่โดยไม่ขึ้นกับกาลเวลา ไม่ว่า2556ปีที่แล้ว หรือจะอีก 2556ปีต่อจากนี้

ว่าโดยย่อคือ ศีล สมาธิ ปัญญา คนมีศีล๕ย่อมเป็นสุขกว่าคนผิดศีล๕
คนมีสมาธิมีจิตใจสงบตั้งมั่น รู้เห็นสิ่งต่างๆได้ตรงและแม่นยำกว่าคนที่ไม่มีสมาธิ(สัมมาสมาธิ)
และ คนมีปัญญาคือปัญญาทางธรรมไม่ใช่แค่ความรู้ที่เรียนกันตามมหาวิทยาลัย คือ เข้าใจความจริงของชีวิต ผิดหวังก็เข้าใจ ไม่ทุกข์หนักและไม่ฆ่าตัวตายหรือทำลายสุขภาพ สมหวังก็เข้าใจ ไม่หลงตัวเอง ไม่ประมาท รู้จักแก่นสารและความเป็นจริงของชีวิต ตั้งแต่ระดับปัญญาที่ทำให้ชีวิตไม่ทุกข์หนัก และรู้จักทำประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น จนถึงปัญญาระดับสูง รู้แจ้ง เห็นจริง ระดับปรมัตถ์(ภาวนา)ตั้งแต่ โสดาบันบุคคลขึ้นไป
ต้องศึกษาและปฏิบัติควบคู่กัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
...วันนี้วันพุธ ที่ ๑๒มิ.ย.๕๖
...กำลังนั่งดู..ไซอิ๋ว..ทางช่องเจ็ด ดูไปอ่านข่าวไป..เจริญปัญญา..
...เหลืองอ่อน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฟังไม่รู้เรื่องว่ากำลังจะสื่ออะไร รู้แต่ใช้คำหรูหราเหมือนจะฉลาด
คมไม่ชอบแกล้งฉลาด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คมไม่ชอบแกล้งฉลาด ก้ออย่าลำบากแกล้งเลยค่ะ โง่ต่อไปเหอะ
มิน่าถึงไม่เข้าใจ
 
ความคิดเห็นที่ 3 +178 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แก่นที่แท้จริงก็คือหลักธรรมที่พระอาจารย์เคยสอน สิ่งนี่จะยังอยู่และมิได้หายไปไหนเลย
สาธุ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กลุ่มใครอีกละครับ คงรู้กันดีว่ากลุ่มบุคคลใด
เข็มทิศ จะบอกเอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014