หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Section1:ข่าวปก
 

"ปู่เณรคำ"ส่อไม่กลับไทย

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 26 มิถุนายน 2556 23:57 น.
       ASTVผู้จัดการรายวัน-"หลวงปูเณรคำ"ส่อแววหนีปัญหา ไม่กลับไทย ตั้ง "หลวงพ่อปานขาว" รักษาการแทน ลูกศิษย์โต้คลิปมีเพื่อนเป็นพระอินทร์ แค่เทศน์ว่ามีเพื่อนเป็นพระชื่ออิน ยันวัดมีสาขาแค่ 11 สาขา ด้านเจ้าคณะภาค 10 ไม่ฟันธงคลิปอวดเป็นพระอรหันต์ผิดอาบัติปาราชิกหรือไม่ หลวงปู่พุทธอิสระ ยันหลวงปู่เณรคำหมดความเป็นพระตั้งแต่อวดอุตริฯ โพลหดหู่ข่าวพระนั่งรถหรู ใช้แบรนด์เนม ด้านยายลอนเดินหน้าตั้งวัดเอง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (26 มิ.ย.) เวลา 14.00น. ที่ห้องประชุม 3502 อาคารรัฐสภา 3 คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ รวมทั้งกลุ่มลูกศิษย์ และตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าชี้แจงกรณีปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับข่าวของหลวงปู่เณรคำ
       
       นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ ประธานคณะกรรมาธิการศาสนาฯ กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ดังนั้น จากการที่เกิดข่าวเกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำ และเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ คณะกรรมาธิการฯ จึงได้ทำหนังสือนิมนต์หลวงปู่เณรคำ เพื่อให้มาชี้แจง แต่ทางหลวงปู่เณรคำยังอยู่ต่างประเทศจึงส่งกลุ่มลูกศิษย์มาเป็นฝ่ายชี้แจงแทน
       
       นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม หนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ กล่าวยืนยันว่า หลวงปู่เณรคำมีการบวชอย่างถูกต้อง และมีหนังสือสุทธิ แต่ในการมาชี้แจงครั้งนี้ ไม่ได้นำมาด้วย และการที่หลวงปู่เณรคำไม่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง เพราะติดกิจนิมนต์ โดยวัดป่าขันติธรรม ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันถึงการมอบให้ตนเป็นตัวแทนของหลวงปู่เณรคำในการเข้าชี้แจงในครั้งนี้
       
       ทั้งนี้ หลวงปู่เณรคำ ได้แจ้งมายังวัดด้วยว่า ในช่วงนี้จะแต่งตั้งให้พระครูภาวนาวรธรรมวิเทศ หรือหลวงพ่อปานขาว เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณราม ประเทศฝรั่งเศส เป็นรักษาการแทนประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม
       
       ส่วนกรณีที่ระบุว่าวัดป่าขันติธรรม มีวัดสาขาถึง 201 วัด และอาจจะมีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินนั้น ไม่เป็นความจริง และเท่าที่ตรวจสอบมาวัดป่าขันติธรรมมีสาขาเพียง 11 สาขาเท่านั้น ส่วนที่มีผู้นำคลิปวิดีโอขณะหลวงปู่เณรคำเทศน์ออกเผยแพร่ ซึ่งในคลิปวิดีโอหลวงปู่เณรคำพูดว่ามีเพื่อนเป็นพระอินทร์นั้น เป็นการกล่าวถึงเพื่อนพระที่มีชื่อว่าพระอิน แต่มีผู้ที่ไม่เข้าใจนำไปตีความผิดๆ ส่วนการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นพระอริยสงฆ์จริงหรือไม่ ขอชี้แจงว่า ตนเป็นผู้เรียกท่านว่าพระอริยสงฆ์เอง และล่าสุด หลวงปู่เณรคำได้ให้พระที่เดินทางไปฝรั่งเศสด้วยกันส่งข้อความผ่านไลน์มาถึงตนว่า หลวงปู่เณรคำเป็นพระสุปฏิปันโน คือ พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 27-30 มิ.ย.นี้ อาจจะมีปาฏิหาริย์หลวงปู่เณรคำเดินทางกลับมาร่วมงานก็เป็นได้
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในแถลงการณ์ของวัดป่าขันติธรรม ที่นำมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการศาสนาฯ ในครั้งนี้ มีการปรับเปลี่ยนชื่อ จากวัดป่าขันติธรรม เป็นที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม โดยมีพระครูภาวนาวรธรรมวิเทศ เป็นรักษาการแทนประธานสงฆ์ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม
       
       ***สำนักพุทธฯ ยังไม่เห็นหนังสือสุทธิ
       
       นายวิรอด ไชยพรรณนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ (พศจ.ศรีสะเกษ) กล่าวว่า หลักฐานยืนยันถึงสถานะของหลวงปู่เณรคำได้ดีที่สุด คือ หนังสือสุทธิ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือสุทธิของหลวงปู่เณรคำ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในขณะนี้ ต้องรอทางหลวงปู่เณรคำเดินทางกลับมาจึงจะดำเนินการได้ ขณะที่เรื่องที่ดินบริเวณวัดป่าขันติธรรมนั้น จากการตรวจสอบพบว่าได้รับอนุญาตสร้างวัดมาตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.2545 โดยกำหนดให้มีการก่อสร้างวัด และทำเรื่องขอตั้งวัดภายในวันที่ 9 ม.ค.2550 แต่ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินการในการขอตั้งวัดแต่อย่างใด ขณะเดียวกันทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังให้พศจ.ศรีสะเกษ ดำเนินการตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคของวัดด้วยว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคหรือไม่
       
       ***ยายลอนเดินหน้าสร้างวัดเอง
       
       นายวรัญชัย โชคชนะ ประธานกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย กล่าวว่า ตามที่ตนได้ยื่นหนังสือขอให้ทางกรมที่ดินตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าที่ดินบริเวณของวัดป่าขันติธรรมเป็นที่ดินของใครนั้น ทางกรมที่ดินได้มีหนังสือแจ้งมาที่ตนแล้ว ลงนามโดยนายวานิตย์ อินทรักษ์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมที่ดิน ระบุว่า ที่ดินบริเวณวัดป่าขันติธรรม มีชื่อนางลอน มนัส เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จำนวน 5 แปลง เนื้อที่รวม 14 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา ประกอบด้วยโฉนดที่ดินเลขที่ 44712, 47177, 50067, 50065 และ 50260 อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งโฉนดดังกล่าวอยู่ในการรับผิดชอบของสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรารมย์
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางลอน มนัส อายุ 68 ปี เจ้าของที่ดินตั้งวัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้นำเอกสารเป็นสำเนาโฉนดที่ดิน 5 แปลง ที่เป็นชื่อของตัวเองมาแสดงให้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจพิสูจน์ว่า ตัวเองเป็นเจ้าของที่ดินตั้งวัดป่าขันติธรรมอย่างแท้จริง พร้อมระบุว่า โฉนดตัวจริง จำนวน 3 ฉบับ ได้มอบให้หลวงปู่เณรคำไปแล้ว เพื่อให้ดำเนินการสร้างสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรมให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์แบบ แต่ยังไม่ได้มีการจัดสร้างก่อตั้งให้เป็นวัดกฎหมายแต่อย่างใด
       
       โดยนางลอนยืนยันว่า เมื่อไปสอบถามความคืบหน้าของการจัดตั้งวัดให้ถูกต้อง หลวงปู่เณรคำบอกว่า หากตั้งวัดให้ถูกต้องสำนักงานพระพุทธศาสนารวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาตรวจสอบเกี่ยวกับเงินบริจาคทั้งหมด จะทำให้ใช้จ่ายเงินไม่สะดวก นางลอนจึงได้มีความตั้งใจที่จะดำเนินการจัดตั้งวัดด้วยตัวเอง โดยได้ไปขอคัดสำเนาโฉนดที่ดินเพื่อจะได้นำเอามาประกอบเป็นหลักฐานในการขอจัดสร้างวัดให้ถูกต้องต่อไป
       
       ***ชาวบ้านเมินร่วมงานมหาพิธี
       
       นางอัมพร เกษแก้ว อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2 ม.1 บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การที่วัดป่าขันติธรรมจัดงานมหาพิธีห่มผ้าฤดูฝนพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างวันที่ 27-30 มิ.ย.2556 ตนและเพื่อนบ้านญาติพี่น้องทุกคนจะไม่เข้าไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าขันติธรรม เนื่องจากขณะนี้ชื่อเสียงของหลวงปู่เณรคำมัวหมองมาก ทำให้พวกตนพากันเสื่อมศรัทธา และทำให้ชาวพุทธพากันเสื่อมศรัทธาวัดป่าขันติธรรม
       
       ***ไม่ฟันธง"เณรคำ"อวดอุตริฯ
       
       พระธรรมฐิติญาณ (ศรีจันทร์) เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย จ.ร้อยเอ็ด ในฐานะเจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต ที่กำกับดูแลหลวงปู่เณรคำ กล่าวถึงกรณีคลิปหลวงปู่เณรคำ เทศน์บอกว่าเห็นสวรรค์ คุยกับพระอินทร์ว่า เข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรมหรือไม่นั้น หากเห็นจริง ก็ถือว่าไม่อวดอุตริฯ หากเห็นไม่จริงก็ถือว่า อวดอุตริฯ เหมือนกรณีหลวงตาบัว ท่านเห็นจริงรู้จริง ถือว่า ไม่ได้อวดอุตริฯ ถ้าไม่รู้จริงแล้วพูดออกมาถือว่า อวดอุตริฯ ส่วนการตรวจสอบว่าเห็นจริงหรือไม่จริง ก็ต้องไปดูแนวทางปฏิบัติของหลวงปู่เณรคำประกอบว่าเป็นไปอย่างไร โดยโทษการอวดอุตริฯ มีโทษถึงขั้นอาบัติหนัก คือ อาบัติปาราชิก
       
       ***หลวงปู่พุทธอิสระยันไม่เป็นพระแล้ว
       
       หลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ) ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม กล่าวว่า หลวงปู่เณรคำ ได้ขาดจากการเป็นพระไปแล้ว เพราะมีการอวดอุตริฯ อาตมาฟังแล้วว่าเขาพูดเองว่า เขาจะเกิดเป็นมนุษย์ชาติสุดท้าย ชาติหน้าจะเกิดเป็นเดรฉาน เรื่องนี้มันต้องมีการทำเป็นขบวนการ เพราะอยู่ดีๆ พระบ้านนอกมากจากไหนไม่รู้ ก็ถูกอวดอ้าวว่าเป็นพระอรหันต์ เป็นพระสุปฏิปันโน ต้องมีการกลุ่มคนที่มีเป็นขบวนการที่จัดตั้งขึ้นมาแล้วสร้างภาพมาหลอกลวงประชาชน เรื่องนี้สื่อต้องช่วยกันเปิดเผยความจริงออกมา ฉะนั้นต้องถามว่า มหาเถระสมาคม เจ้าคณะปกครอง สังฆมณฑล ทำอะไรอยู่ นั่นหมายถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
       
       ***โพลไม่เห็นด้วยพระใช้รถหรู-แบรนด์เนม
       
       วันเดียวกันนี้ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) “นิด้าโพล” ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พระสงฆ์กับวัตถุนิยม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-25 มิ.ย.2556 จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,249 หน่วยตัวอย่าง เฉพาะพุทธศาสนิกชน (ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ) กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับพระภิกษุบางรูป มียานพาหนะ เครื่องใช้ส่วนตัว มีทรัพย์สินมีค่าที่ดูเกินความจำเป็น เช่น รถหรูราคาแพง การใช้กระเป๋าแบรนด์เนม จนเป็นกระแสในสังคมถึงความเหมาะสมในสมณรูป ซึ่งพบว่า ประชาชนส่วนเห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะพระสงฆ์อยู่ในสมณเพศ ควรปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างแก่พุทธศาสนิกชน และควรละซึ่งกิเลส
       
       ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ก็ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,075 คน ระหว่างวันที่ 23-26 มิ.ย.2556 สรุปผลได้ว่า ประชาชนรู้สึกหดหู่ใจที่มีการโพสต์ภาพ "เณรคำ" ถ่ายกับเครื่องบินเจ็ต รถยนต์หรู และของแบรนด์เนมต่างๆ และเห็นว่ากระทบต่อความเชื่อมั่นในพุทธศาสนา โดยอยากให้สำนักพุทธศาสนา ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และออกมาชี้แจง

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ชงนขบ.ระบายข้าวสต๊อก เผยเน่าเป็นฝุ่นเหตุเก็บนาน
แฉขายโจ่งครึ่ม กลูตาเร่งผิวขาว จุฬาฯเจ๋งเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
บุกยึดทรัพย์มาเฟียดัตช์ ฟอกเงินค้ายา
คาร์บอมบ์ตลาดชนไก่ ชาวบ้านดับ2เจ็บ8
ลงจอดฉุกเฉิน บินไต้หวันตก ดับกว่าครึ่งร้อย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014