หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | บทความ
บทความ สิริอัญญา, ข้างประชาราษฎร์

ศาลโลกตัดสินแล้ว...เอาไงต่อ?

โดย สิริอัญญา 13 พฤศจิกายน 2556 12:28 น.
       ศาลโลกตัดสินคดีเขาพระวิหารแล้ว และเกิดความสับสนกันเป็นอันมากว่าศาลโลกตัดสินอย่างไร และจะเอาอย่างไรกันต่อไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกล่าวถึงเรื่องนี้สักครั้งหนึ่ง
       
       ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่าผลการตัดสินของศาลโลกที่ออกมานั้นมีผู้รู้ผลล่วงหน้ามาร่วมเดือนแล้ว
       
       กระทั่งมีการเตือนบรรดาพวกอัปรีย์จัญไรว่าที่วางแผนสมคบกันยืมมือศาลโลกยกแผ่นดินไทยและผลประโยชน์ในพลังงานทั้งบนบกและในอ่าวไทยให้เขมรเพื่อเอามาแบ่งปันกันต่อไปนั้นอาจจะผิดหวัง เพราะบ้านเมืองนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชมีจริง
       
       เหตุที่ต้องเตือนกันเช่นนั้นก็เพราะว่าพวกอัปรีย์จัญไรได้สมคบกับเขมรเพื่อยกแผ่นดินไทยและผลประโยชน์ในพลังงานทั้งบนบกและในอ่าวไทยต่อเนื่องยาวนานมากว่าสิบปีแล้ว เป็นเรื่องเดียวที่พวกอัปรีย์และจัญไรทำเหมือนกัน ทำต่อเนื่องกัน และทำกันอย่างจริงๆ จังๆ ทั้งในรูป MOU แถลงการณ์ร่วม บันทึกการเจรจา บันทึกการประชุมของคณะกรรมการต่าง ๆ
       
       ซึ่งทั้งหมดนี้มุ่งโฉมหน้าไปยังการยกแผ่นดินไทยให้เขมร และยกผลประโยชน์ในพลังงานของไทยทั้งบนบกและในอ่าวไทยให้กับเขมรเพื่อจะได้มาแบ่งปันกัน
       
       แล้วก็สมคบกับเขมรให้เขมรเอาคดีขึ้นฟ้องต่อศาลโลกเรียกเอาดินแดนไทย 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งจะมีผลในกาลข้างหน้าให้ไทยเสียดินแดนเพิ่มอีกร่วม 19 ล้านไร่ ตามแนวเขตแผนที่อัตราส่วน 1:200,000
       
       จากนั้นก็ล้มมวยในทางคดี ไม่ต่อสู้คดีอย่างสมศักดิ์ศรี ไม่นำพยานหลักฐานอันสมควรเข้าพิสูจน์ กระทั่งไม่ไปชี้แนวเขตประเทศไทยในการที่ศาลโลกออกมาเผชิญสืบถึงสองครั้ง ปล่อยให้เขมรชี้แนวเขตเอาแต่ข้างเดียว
       
       สมคบสุมหัวกันและล้มมวยกันถึงขนาดนี้ ก็เป็นที่แน่ชัดว่าไทยต้องแพ้คดีและเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งจะลามไปอีก 19 ล้านไร่อย่างแน่นอน
       
       พวกอัปรีย์จัญไรมั่นใจว่าการขายชาติปล้นแผ่นดินจะสำเร็จเป็นแน่แท้ จึงแอบตกลงกันมากมายหลายสถาน ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จากนั้นก็เร่งจัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ชำเรารัฐสภาจนผ่านวาระ 3 และกำลังติดค้างอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ
       
       และวันนี้สิ่งที่บอกกล่าวเล่าเตือนก็บังเกิดขึ้นแล้ว คือแผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชมีจริง และทำให้พวกอัปรีย์จัญไรหงายท้องไปตามๆ กัน
       
       ศาลโลกตัดสินคดีว่าอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่จะออกความเห็นกันเล่นๆ ได้ หากต้องคำนึงถึงคำฟ้อง คำให้การ คำวินิจฉัย และคำตัดสิน ส่วนที่จะพูดถึงในวันนี้ก็คือคำตัดสินอันเป็นหัวใจของคำพิพากษา ซึ่งย่อมขึ้นอยู่กับประเด็นตามคำฟ้องและคำให้การของทั้งสองฝ่าย
       
       ขอสรุปคำตัดสินให้เข้าใจได้โดยง่ายดังนี้
       
       ข้อแรก ไทยยกข้อเถียงว่าศาลโลกไม่มีอำนาจตีความคำตัดสินปี 2505 ในข้อนี้ศาลโลกตัดสินว่าศาลมีอำนาจตีความ แต่อำนาจตีความนั้นจะต้องอยู่ภายในกรอบของคำตัดสินปี 2505 ศาลไม่สามารถตัดสินออกนอกกรอบหรือเลยเถิดจากคำตัดสินปี 2505 ได้ ในข้อนี้รัฐบาลไทยแพ้คดี แต่ไม่ได้เสียหายอะไร
       
       ข้อสอง เป็นคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับดินแดนโดยตรง ซึ่งเขมรฟ้องและมีคำขอให้ศาลตัดสินเป็นสองประเด็น คือ
       
       ประเด็นแรก เขมรฟ้องว่าศาลโลกเคยตัดสินในปี 2505 ให้ใช้แผนที่อัตราส่วน 1:200,000 เป็นเขตแดนไทย-เขมร ซึ่งฝ่ายไทยก็ไม่สู้คดีเพราะทั้งพวกอัปรีย์และจัญไรสุมหัวกันล้มมวยมาตั้งแต่ต้น และยังทำหลักฐานเท็จเผยแพร่ไปทั่วโลกว่าศาลโลกเคยตัดสินเช่นนั้นเสียอีก ถ้าหากไทยแพ้ในประเด็นนี้ก็จะเสียดินแดน 19 ล้านไร่ทั้งบนบกและในอ่าวไทย
       
       ในประเด็นนี้ศาลโลกตัดสินว่า ในคำตัดสินปี 2505 ศาลไม่ได้ตัดสินให้ใช้แผนที่อัตราส่วน 1:200,000 เป็นเขตแดนไทย-เขมร ประเด็นนี้ไทยจึงชนะเด็ดขาดในเรื่องดินแดน 19 ล้านไร่ซึ่งเป็นที่วิตกกันมานับแต่มีการทำ MOU 2543
       
       ใครเอาเงินงบประมาณ 70 ล้านบาท ไปจ้างนักวิชาการขายชาติให้ทำหลักฐานแจกไปทั่วโลกว่าเขตแดนไทยคือเขตแดนตามแผนที่อัตราส่วน 1:200,000 จะต้องถูกประหารชีวิต!
       
       ประเด็นที่สอง เขมรฟ้องว่าดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทพระวิหารเป็นอธิปไตยของเขมร ซึ่งศาลโลกเคยตัดสินให้เป็นของเขมรมาตั้งแต่ปี 2505 ซึ่งพวกอัปรีย์จัญไรก็ล้มมวย ไม่ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ใดๆ เลย
       
       ในประเด็นนี้ศาลตัดสินว่าในคดีปี 2505 ศาลไม่ได้ตัดสินว่าดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทพระวิหารเป็นอธิปไตยของเขมรดังที่ฟ้อง ประเด็นนี้ไทยจึงชนะเด็ดขาด และสมควรที่ต้องเอาพวกอัปรีย์จัญไรที่ขายชาติล้มมวยในเรื่องนี้ไปประหารชีวิตด้วย
       
       ดังนั้นในประเด็นคำฟ้องและคำขอตามฟ้องของเขมรที่จะให้ศาลตัดสินเอาดินแดนไทยเป็นของเขมรไม่ว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทพระวิหาร หรือพื้นที่ 19 ล้านไร่ตามแผนที่อัตราส่วน 1:200,000 ก็ดี พระสยามเทวาธิราช และประเทศไทยชนะคดีโดยตรง
       
       เป็นสิ่งที่ชนชาวไทยทั้งผองพึงประนมมือสาธุการก้มกราบผืนแผ่นดิน แล้วเปล่งวาจาว่า “ขอทรงพระเจริญ ขอทรงพระเจริญ ขอทรงพระเจริญ”
       
       ข้อสาม ตัวปราสาทพระวิหาร ศาลตัดสินว่าคำตัดสินในปี 2505 ตัดสินให้เป็นอธิปไตยของเขมรและไทยก็ไม่ได้คัดค้าน แม้ในคดีนี้ก็มิได้โต้แย้ง และยังยอมรับว่าได้ปฏิบัติตามคำตัดสินปี 2505 แล้ว ดังนั้นศาลจึงตัดสินยืนยันว่าตัวปราสาทพระวิหารเป็นอธิปไตยของเขมร
       
       ประเด็นนี้ไทยไม่แพ้คดีและไม่เกี่ยวกับดินแดน แต่รัฐบาลต้องรับผิดชอบที่ไม่เอ่ยถึงคำสงวนสิทธิ์และจะต้องรีบปฏิเสธไม่ยอมรับและสงวนสิทธิ์ในอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร ตามที่รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้สงวนสิทธิ์ไว้ต่อไป
       
       ข้อสี่ เป็นเรื่องพื้นที่ถอนทหาร ซึ่งเป็นคำขอตามคำฟ้องเพื่อป้องกันการสู้รบระหว่างไทย-เขมร และการบำรุงรักษาดูแลปราสาทพระวิหารอันเป็นมรดกโลก ในประเด็นนี้ต้องเข้าใจว่าเป็นประเด็นพื้นที่ถอนทหารเพื่อไม่ให้เกิดสงครามหรือฆ่ากัน ไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวกับดินแดน ก็จะเป็นทางแห่งความเข้าใจที่ถูกต้องได้
       
       ในประเด็นนี้ศาลตัดสินว่าทั้งสองฝ่ายต้องถอนทหารออกจากพื้นที่แคบๆ รอบปราสาทพระวิหาร แต่พื้นที่แคบๆ ที่ว่านี้คำตัดสินปี 2505 ไม่ได้กำหนดไว้ ศาลก็กำหนดให้ไม่ได้ จึงมีคำตัดสินเป็นสามประเด็นคือ
       
       ประเด็นแรก พื้นที่แคบๆ ที่ว่านี้ไม่ใช่พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรตามที่เขมรอ้างและร้องขอให้ศาลกำหนด
       
       ประเด็นที่สอง พื้นที่แคบๆ ที่ว่านี้ไม่ใช่พื้นที่ในเขตรั้ว ซึ่งกั้นไว้ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งไทยอ้างว่าได้ปฏิบัติตามคำตัดสินปี 2505 แล้ว
       
       ประเด็นที่สาม พื้นที่แคบๆ นี้อยู่ที่ไหน อย่างไร ศาลโลกตัดสินในภาษาชาวบ้านว่า “กูก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกมึงสองประเทศอยู่ติดกันยังไม่รู้ จะให้กูรู้ได้ยังไง? พวกมึงไปตกลงกันเอาเอง” จึงให้ทั้งสองฝ่ายเจรจากันเองเพื่อให้มีการดูแลรักษาปราสาทพระวิหารอันเป็นมรดกโลกได้
       
       คำตัดสินนี้จึงเปิดช่องให้ประเทศไทยในการเข้าจัดการมรดกโลกร่วมกับเขมรแทนที่เขมรจะจัดการฝ่ายเดียวดังที่เป็นมา ดังนั้นไทยจึงไม่ต้องถอนทหารใดๆ และสามารถส่งคนไทยเข้าไปในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารได้ แต่ต้องไม่ใช่ทหาร ซึ่งรัฐบาลและกองทัพจะต้องดำเนินการ ส่วนการเจรจาจะเจรจาหรือไม่เจรจาก็ได้แต่ต้องไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบ เสียหาย เสียดินแดน ตามที่ปรากฏในคำตัดสินนี้!

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดูโฉมหน้าการปฏิวัติประชาชาติของไทย
ศาลโลกตัดสินแล้ว...เอาไงต่อ?
ดับไฟผลาญชาติ...ต้องกวาดคนสุมไฟ!
เรื่องใหญ่...ไทยต้องรู้...ใครทำเสียดินแดนครั้งที่ 15?
รัฐสภาไทยล่มสลายแล้ว!
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศาลโลกแมร่งจะตัดสินอย่างไร ไม่สน
บอกคำเดียวว่า กรูจะไม่ยอมถอยออกมาแม้แต่ก้าวเดียว พวกกรูเสียดินแดนสมัยล่าอาณานิคมให้เมิงมามากพอแล้ว ได้ยินมั้ย
ไม่ยอมแม้แต่นิ้วเดียว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากได้คนที่รู้จริงๆว่าคำตัดสินเป็นอย่างไรกันแน่
พูดให้ชัดเจนลงไปว่าไทยต้องเสียหรือไม่ต้องเสียดินแดน เอากันให้ชัดๆไม่ต้องใช้ภาษาที่ต้องมาตีความกันอีก
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หาเรื่องต่อซิวะ ว่าประเทศไทยโดยเขมรยึดแล้วทุกหน่วยงานมีคนเขมรเข้ามาสอดแทรกอยู่
สิทธิเท่ากัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยที่สุดตรงที่บอกว่าต้องเอาไปตัดหัวให้หมดแหละค่า....
ขอพระบารมีปกปักไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อศาลบิดเบี้ยวแบบนี้
ไทยจะเบี้ยวก็ไม่น่าเกลียด
แต่ปัญหาคือผู้มีอำนาจต้องการแบบเบี้ยวๆคตๆ
มันอร่อยมาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 -2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าทั้งสองชาติตกลงกันร่วมดูแลพระวิหาร
นักท่องเที่ยวจะขึ้นทางฝั่งไทยหรือกัมพูชาก็ได้
พัฒนาบริเวณโดยรอบเป็นอุทยานและรีสอร์ทให้ร่มรื่นสวยงาม นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล
แบ่งปันผลประโยชน์กันให้ลงตัว
น่าจะดีกว่ามาทะเลาะกันอย่างนี้อีกไม่รู้จบ

ไทยเองก็ค้าขายได้ดุลจากกัมพูชาปีละหลายหมื่นล้านบาท
ชาวบ้านทังสองฝั่งคบค้าสมาคมกันอย่างสันติสุข
นักการเมืองนี่แหละคือตัวปัญหา
น่าจะให้ UN เข้ามาจัดการ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดได้งัยเนี่ย

ไม่ได้หาร 2 นะโว๊ย น่าจะ 1 ใน 7 แล้วค่าส่วนกลางอีกล่ะ ฯลฯ

ว้าย...ควาย..เอ่ย
zaaa.soda@gmail.com
 
ความคิดเห็นที่ 8 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในเมื่อสมัยจอมพลสฤษดิ์ ได้ขอสงวนสิทธิในการเสนอเอาประสาทพระวิหารคืนมา ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเป็นของไทยเรา ทำไมไม่ให้มีการอ้างถึงการเป็นดินแดนของไทยเรา แต่ไปเคารพในความเห็นแก่ตัวของฝรั่งเศส ควรจะมีการเสนอให้นานาประเทศได้ทราบถึงความถูกต้อง ซึ่งไทยครอบครองมาโดยตลอด
ผมไม่เข้ใจในประเด็นนี้ครับ
abc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การประกาศปฏิวัติประชาชนของลุงปรีชาต้องถือว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี สำหรับเรื่องเขาพระวิหาร แต่ก็เสี่ยงต่อคดีความถ้าหากว่าแพ้ วิธีการของลุงปรีชา ก็คล้ายๆเสรีไทย สมัยสงครมโลกครั้งที่2 ที่ไทยรอดพ้นจากการร่วมมือกับญี่ปุ่น เพราะหากประชาชนะ ก้สามารถนำเป้นข้ออ้างได้ เพราะได้ประกาศต่อหน้าสาธารณชนเป็นที่รับรู้กันทั่วไป ถือว่ารัฐบาลใหม่ของประชาชน ได้ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก แม้เราจะดูว่าเหมือนเรื่องเล่น หรือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และไม่มีข้าราชการหน่วยไหนทำตาม แต่เมื่อประชาชนชนะ ทุกอย่างมันจะกลับกันหมด สิ่งที่ดูเหมือนเล่นๆก็จะกลายเป็นจริง
@@@ศรีเปียก@@@
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนในประเทศนี้ ก็กินขี้ปี้นอน ต่อไปตามปกติครับ เพราะที่ดิน
บ้านมันยังอยุ่ มีให้ซุกหัวนอน ที่อื่นใครจะเอาไม่เอา มันไม่เกี่ยว
นี่คือคนส่วนใหญ่เขาคิด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังงงๆอยู่ไม่แน่ชัดว่าพท.ที่ต้องร่วมจัดการเป็นเท่าไหร่แน่

แต่ผมยกมือไหว้และกล่าว ขอทรงพระเจริญ อย่างยินดีครับ

บาปมี บุญมี นรกมี สวรรค์มี มรรคผลนิพพานมี
ผู้ใดทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จักต้องได้รับผลหรือวิบากของกรรมนั้น
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศาลบอกพื้นที่แคบ ๆ ติดตัวปราสาทไม่ได้บอกจำนวนเนื้อที่ไว้ชัดเจนแต่ให้ประเทศไทยและเขมรไปตกลงกันเองว่ามีเนื้อที่เท่าไหร่ ใครจะไปสรุปว่าเท่านั้นเท่านี้ไม่ได้อยู่ที่สองประเทศจะกำหนดกันเอง และการกำหนดของฝ่ายไทยต้องผ่านรัฐสภาเท่านั้น ครมไม่มีสิทธิ จะ 100 ไร่ 200 ไร่ หรือ 300 ไร่ก็อยู่ที่การเจรจา
seamilar@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านแล้วรู้สึกดีขึ้น...แต่ไม่รู้ว่าไอ้รัฐบาลห่วย ๆ มันจะไปตกลงกับเขมรว่ายังไงนะเซ่...
หุย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สรุปได้ดี แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า เพราะทูตวีรชัยเองก็ยอมรับแล้วว่าพื้นที่ติดปราสาท (เกินออกมาจากแนวรั้วตามมติครม.ปี2505)เป็นของเขมร ซึ่งสว.คำนูณประมาณว่า 600 ไร่บวกลบ
อยากทราบว่าใครเป็นผู้อนุมัติงบ 70 ล้านให้นักวิชาการคนไหนไปทำเรื่องขายชาติ
คงทะเลาะกันอีกนาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คลาดเคลื่อนครับ

7.1 ล้าน จ้างชาญวิทย์ เกษตรศิริ อัครพงษ์ ค่ำคูณ ฯลฯ

นักวิชาการเสื้อแดงทั้งนั้น จ้างโดย รมว ตปท ขณะนั้นคือ กษิต ภิรมย์ครับ
Kob Phuket
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปี 2505 ศาลบอก ปราสาทตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เป็นอธิปไตยของ กพช --- ไทยเราตีความให้แคบที่สุด นั่นคือล้อมรั้วด้วยมติ ครม 05

แต่ปี 2556 ศาลบอกว่า พื้นที่นั้นคือชะง่อนผาทั้งหมด ก็กินบริเวณหลายร้อยไร่แหละครับ เขียนชัดเจน กษิต ยังถามในสภาเมื่อกี้เลยว่าศาลเอา กฏหมายระหว่างประเทศมาตราไหนมาตัดสิน?

ดังนั้น บทความของ อ ไพศาล น่าจะคลาดเคลื่อนหลายจุดครับ

7.1 ล้าน ไม่ใช่ 70 ล้านด้วยครับ

ส่วนประเด็น 1:200000 นั้น ศาลบอกว่าปี 2505 ไม่ได้ตัดสินให้แผนที่นี้ถูกต้อง แล้ววีระชัยบอกว่าเราได้ นั้น ก็จริงครับ แต่อย่าลืมว่าเขมรมันอ้างอย่างอื่นต่อได้อีก นั่นคือ mou43 ไงครับ คราวนี้แหละจะัเถียงไม่ออก
Kob Phuket
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เอาฅามลุงจำลอง
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013