หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | บทความ
บทความ คำนูณ สิทธิสมาน, หน้ากระดานเรียงห้า

สุญญากาศ? ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี!

โดย คำนูณ สิทธิสมาน 2 มีนาคม 2557 14:44 น.
ถ้าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรภายในสิ้นเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน 2557 อะไรจะเกิดขึ้น
       
        สุญญากาศทางอำนาจจะเกิดขึ้น?
       
        จะมีโอกาสตั้งนายกรัฐมนตรีรักษาการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดจากทุกฝ่าย??

       
        ฝ่ายรัฐบาลดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไร เพราะเชื่อว่าต่อให้แม่นางนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของพวกเขาต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการเพราะเหตุถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสาม ก็ยังมีรองนายกรัฐมนตรีรักษาการและรัฐมนตรีรักษาการอีกหลายคนที่จะขึ้นมารักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน และก็ดูเหมือนจะวางแผนไว้แล้วว่าจะเป็นนายพงษ์เทพ เทพกาญจนาที่จะเป็นตัวเต็งขึ้นมารับไม้ต่อรักษาการแทน
       
        ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเองก็ดูเหมือนจะเห็นพ้องด้วยพอสมควร แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ที่เห็นวิเคราะห์สถานการณ์กันส่วนใหญ่ก็จะออกไปในทำนองว่าการชี้มูลความผิดแม่นางนายกรัฐมนตรีของ ป.ป.ช.ตามมาตรา 272 วรรคสามนี้ยังไม่ใช่หมัดน็อก คณะรัฐมนตรียังไม่พ้นตำแหน่งทั้งคณะ
       
        ลึกๆ แล้วฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเองก็ยังมองไม่เห็นว่านอกจากให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพร้อมใจกันลาออกจากการรักษาการแล้ว จะมีบทกฎหมายใดทำให้พวกเขาทั้งหมดพ้นไปจากการรักษาการ
       
       ข้อเท็จจริงหรืออย่างน้อยความทรงจำที่เสมือนจะเป็นข้อเท็จจริงที่สนับสนุนมุมมองนี้คือเหตุการณ์เมื่อปี 2549 หลังยุบสภาผู้แทนราษฎร แล้วพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรที่เป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปพักหนึ่ง พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีรักษาการในขณะนั้นก็ขึ้นมารักษาการแทน แต่กรณีนั้นแตกต่างกันกับที่จะพูดกันในวันนี้ เพราะครั้งนั้นไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะผลของกฎหมาย แต่ขอลาพักผ่อนเท่านั้น
       
        ผมเองก็เคยเชื่อเคยคิดเช่นนี้ เคยพูดผ่านหน้าจอ ASTV ด้วยซ้ำ
       
        แม้หลังจากจบรายการวันนั้นผู้อาวุโสที่เคารพนับถือกันมานานท่านกรุณาโทรศัพท์มาแสดงความเห็นแย้ง ผมก็ได้แต่แลกเปลี่ยนความเห็นโดยยกข้อกฎหมายชี้แจงท่าน และรับฟังความเห็นต่างของท่านไว้ ทว่าในใจยังไม่ถึงกับเห็นพ้องเต็มที่ ไม่ได้นำมาคิดต่ออย่างจริงจัง และก็ไม่เห็นใครถกเถียงประเด็นนี้กันมากนัก
       
        จนกระทั่งวินาทีก่อนเขียนงานชิ้นนี้!
       
        ผู้อาวุโสท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนไว้อย่างไรก็ไปว่ากัน แต่หลักสำคัญที่สุดที่ท่านเชื่อมาตลอดคือประเทศเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ไปเลือกรัฐมนตรีมาประกอบเป็นคณะรัฐมนตรีอีกทอดหนึ่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีแต่นายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่บังคับว่าต้องเป็น ส.ส. รัฐมนตรีคนอื่นที่นายกรัฐมนตรีไปเลือกมาไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.ด้วยซ้ำ
       
        เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีคนอื่นก็พ้นจากตำแหน่งตามไปด้วยแม้ไม่อยากพ้นก็เถอะ
       
        แล้วเมื่อนายกรัฐมนตรีต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่โดยผลของกฎหมาย รัฐมนตรีคนอื่นจะอยู่ต่อได้อย่างไร
       
        ถึงจะไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดเขียนไว้ก็เถอะ แต่นี่คือหลักการทั่วไปของระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา เป็นหลักการทั่วไปในระดับสัจธรรมพื้นฐานที่ไม่จำเป็นต้องเขียนไว้
       
        จริงของท่าน!
       
        สภาผู้แทนฯ เลือกนายกรัฐมนตรีคนเดียว ไม่ได้เลือกรัฐมนตรี นี่เป็นไปตามหลักการของระบบรัฐสภาแบบอังกฤษที่เราเข้ามาใช้ เคยเรียนเคยสอนกันในวิชารัฐศาสตร์พื้นฐานว่าคณะรัฐมนตรีให้รับความรับผิดชอบร่วมกัน รัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับนี้เขียนไว้ในมาตรา 171 เลยว่า
       
        “พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคนประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน”
       
       สำคัญนะครับตรงคำว่า “...ตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน” ที่ผมขีดเส้นใต้ไว้น่ะ
       
       ถ้าคณะรัฐมนตรียังปฏิบัติราชการอยู่เต็มรูปแบบ ไม่ใช่ช่วงรักษาการหลังยุบสภาเช่นทุกวันนี้ แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นญัตติเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีคนเดียวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 แล้วสภาผู้แทนราษฎรมีมติตามวรรคห้าไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี อะไรจะเกิดขึ้น
       
       ประการแรกก็คือความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 182 (4)
       
       ประการต่อมารัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 180 (1)
       
       น่าเสียดายเท่าที่จำความได้ ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญบทว่าด้วยการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเป็นต้นมา มีแต่การอภิปรายของฝ่ายค้านและการตอบโต้ของฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่เคยมีการลงมติไม่ไว้วางใจสำเร็จ พวกเราก็เลยไม่คุ้นเคยกับหลักการนี้
       
       แต่เราก็ยังคุ้นเคยกับการปรับคณะรัฐมนตรีที่เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีคนเดียวโดยตรง
       
       และพอคุ้นเคยกับการลาออกของนายกรัฐมนตรีที่มีผลให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นตำแหน่งไปด้วย
       
       หลักการเดียวกันทั้งนั้น
       
       แม่ตาย ลูกก็อยู่ไม่ได้ต้องตกตายไปตามกัน!
       
       เรื่องการต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะเหตุ ป.ป.ช.ชี้มูลตามมาตรา 272 วรรคสามก็เหมือนกัน เรายังไม่เคยมีประสบการณ์โดยตรงเลย เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.เพิ่งมีขึ้นในรัฐธรรมนูญ 2540 และกระบวนการทำงานของ ป.ป.ช.ค่อนข้างช้ากว่าการดำรงตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เวลาชี้มูลก็มักจะพ้นตำแหน่งไปแล้ว
       
       ประเด็นนายกรัฐมนตรีถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดขณะอยู่ในตำแหน่งจึงยังไม่เคยมีตัวอย่างมาก่อน
       
       ก็เลยไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติเป็นบรรทัดฐาน
       
       มิพักต้องพูดถึงว่าขณะนี้คณะรัฐมนตรีทั้งชุดพ้นจากตำแหน่งไปหมดแล้วด้วยซ้ำตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 เมื่อมีการยุบสภา ทั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 (2)
       
       ไอ้ที่อยู่รักษาการกันทุกวันนี้ก็เพื่อรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เท่านั้น ตามมาตรา 181 อำนาจมีจำกัด
       
       ผมจึงเห็นว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะถูกชี้มูลความผิดโดย ป.ป.ช.ตามมาตรา 272 วรรคสามแล้ว แม้เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปกติที่ไม่ใช่รักษาการในช่วงยุบสภา ก็ยังมีปัญหาข้อกฎหมายเลยนะครับว่าจะให้รัฐมนตรีคนอื่นขึ้นมารักษาการแทนได้หรือไม่
       
       ถึงรัฐธรรมนูญจะไม่ได้เขียนไว้ แต่การตีความกฎหมายเท่าที่ผมเล่าเรียนมาต้องตีความตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์ไปพร้อมๆ กัน ซี่งเมื่อพิจารณาตามหลักพื้นฐานของระบบรัฐสภา รัฐธรรมนูญมาตรา 171 ว่าด้วยหลักความรับผิดชอบร่วมกัน มาตรา 182 ว่าด้วยการพ้นตำแหน่งเฉพาะตัวของรัฐมนตรี มาตรา 180 (1) ว่าด้วยการพ้นตำแหน่งทั้งคณะของรัฐมนตรี มาประกอบกันแล้ว หากนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ปกติถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดก็ยังไม่น่าจะให้รัฐมนตรีคนอื่นขึ้นมารักษาการแทนได้ด้วยซ้ำ
       
       สถานการณ์หลังยุบสภาในขณะนี้ยิ่งไปกันใหญ่
       
       เพราะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นตำแหน่งไปแล้วเมื่อ 9 ธันวาคม 2556 ตามมาตรา 180 (2)
       
       จะให้รัฐมนตรีที่พ้นตำแหน่งไปแล้วมารักษาการแทนนายกรัฐมนตรีรักษาการที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะผลของกฎหมายได้อย่างไรกัน
       
       สุญญากาศจึงมีโอกาสเกิดขึ้นแน่
       
       และบทใหม่ของหนทางแก้ปัญหาจึงมีโอกาสเกิดขึ้นแน่

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เลือกตั้งโมฆะ สงครามใหญ่ยังไม่เริ่มต้น
สุญญากาศ? ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี!
The big map แผนที่ที่ศาลไม่สนใจเมื่อ 50 ปีก่อน
อย่าพูดด้านเดียว
เป้าหลอก !
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 28 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 1 +27 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว หากนายกรัฐมนตรีต้องยุติการปฏิบัติหน้าท่ ครม ทั้งหมดก็ต้องไปด้วยเพราะเป็นผู้ที่มีสภาพการเกิดขึ้นมาจากนายกรัฐมนตรี และข้อเท็จจริงคือ ได้มีการยุบสภาไปนานแล้ว นายกรัฐมนตรีเป็นแค่รักษาการ หากสั่งให้หัวหน้า ครม หยุดทำงานแล้ว ครม.รักษาการจะอยู่ได้อย่างไร จะใช้กฏหมาย
อะไรรองรับ

แล้วจะโทษใครเล่า ในเมื่อทั้งหมดคือการกระทำของสมาชิกพรรคเพื่อใครและครม.เอง ที่นำพาพวกของตัวมาถึงจุดจบ เคยบอกแล้วว่าแผ่นดินนี้ศักดิสิทธิ์ ใครท่คิดร้ายทำลายแผ่นดินไทยมักจะมีอันเป้นไปเช่นนี้

พวกเราอย่ามัวไปคิดเรื่องอดีตเลย มาคิดกันดีกว่าว่าใครควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๗

ต้องขอชมผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ที่มองเห็นการณืไกลและเขียนมาตรานี้เอาไว้ มิฉนั้นคงไม่มีทางออกจากวิกฤตนักการเมืองชั่วและฉ้อฉลจนบ้านเมืองถึงทางตันอย่างทุกวันนี้แน่

กล้าๆหน่อย กลัวอะไรกับคนชั่วช้าเพียงไม่กี่คน อย่าให้ประเทศของเราต้องเสียโอกาสไปมากกว่านี้เลย อย่าขึงพือประเทศไทยและประชาชนคนไทยไว้อย่างนี้เลย ลูกหลานไทยจะโง่เขลาเบาปัญญากว่าชาติอื่นๆในอาเซียนและในโลกด้วย ขอให้ทุกหน่วยงานทำหน้าท่ของตนและทำทันทีอย่ารอช้าอีกเลย
คนกรุงเทพ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธฺ์เมื่อคนผิดกำลังออกนอกประเทศ(คนคับบ้านอนุญาตอีกต่างหากบ๊ะอะไรจะขะไหนหนาด)
25012501ss
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทักษิณและชี้ข้าเป็นพวกอย่างหนา ไม่มีทางลาออกเอง หรือพ้นตำแหน่งไปเอง คงต้องอาศัยศาล รธน วินิจฉัย ถึงศาลมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่ง พวกมันก็ไม่ยอมไปง่ายๆ มันจะปลุกระดมพวกควายแดงมาต่อต้านศาล รธน คงต้องอาศัยกองทัพเข้ามาบีบให้มันยอมรับคำวินิจฉัย นอกเหนือไปจากนี้ยังมองไม่เห็นทางออกของประเทศ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขออนุญาติคุณคำนูนครับ
ที่เหตุการณ์มันพามาสู่วิกฤติเลวร้ายได้ถึงขั้นนี้นั้น ล้วนเกิด
จากบรรดาเนติบริกรที่แวดล้อมรับใช้เอาใจนายทักษิณทั้งสิ้น คอยเป็นคณะทำงานหลีกเลี่ยง บิดเบือน แถ แก้ไข
สาระสำคัญและการตีความตามเจตนารมณ์ของกฏหมาย
ใช้สำนวนโวหารแบบศรีธนชัยในการตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม
พวกนี้ได้แก่ วิษณุ(กรณีการแต่งตั้ง ผช.คณะทำการแทน
สมเด็จพระสัฆราชก็หมอนี่แหละ) บวรศักดิ์(ไปออกทีวีแก้
ข่าวเรื่องการผูกดวงทักษิณแบบเถียงแทนนาย)โภคิน(ข่าว
รั่วค่าเงินบาทและเลี้ยงนกมาร์คอร์ด้วยอาหารนกที่แพงที่สุด
โลก) อุกฤษ(ตาเฒ่าสับสนทางเพศ) รวมถึง กมล(มีทอง
เป็นหมื่นๆชั่ง) และนักกฏหมายรุ่นใหม่ที่อาสารับใช้อีกมาก
เช่น นิติเรี่ยราด กลุ่ม ม.เที่ยงคืน(หมาเห่าเที่ยงคืน ไฮแจ๊ค
เมียเพื่อน) และแนวร่วมล้มเจ้าอีกหลายกลุ่ม สมศักดิ์ เจียม
(กำลังหนีหางจุกตูด เพราะไม่อยากกินป๊อปคอร์น) สุธาชัย
(ไอ้อ้วนตือโป๊ยก่าย) โอ๊ยจารนัยไม่หมดไอ้พวกชั่วนี่
สรุป สังคมไทยส่วนหนึ่งยอมกินขี้ผสมข้าว
แต่ พธม.และคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศนี้ขอกินข้าวโดย
ไม่ยอมผสมขี้ แม้แต่กลิ่นขี้ก็ไม่ยอม
ธ.ธรรมนำโลก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จุดเท่าไหร่ก็ไม่ติดหรอก แดงเทียมควรรู้ว่ามุกเดิมๆบวกนำ้จิ้มแบงค์น้อยๆใช้ไม่ได้แล้ว ชาวบ้านเขาเสียค่าโง่หลายครั้งหลายคราแล้ว แกนกลวงอุตส่าห์มั่นใจเอาคอพาดเขียง เกือบซวยตายแล้ว
จำไว้ ชาวนายืนพิงหลักให้เผาไทยโตขึ้นมา
แต่ความโลภของนังโง่กับพวกสัมภเวสีเปรตในพรรคทำให้ชาวนาจะถีบไอ้พรรคซังกะบ๊วยมันลง
ปราสาทฟาง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เล่นกับศรีธนนชัยรัฐบาล เขาไม่ดูเจตนารมณ์ของกฎหมายหรอกค่ะ เราควรจี้ไปที่มันเป็นรัฐบาลรักษาการแต่ไปตั้งศรสและเบิกงบประมาณไปใช้มากกว่า ซึ่งผิดกฎหมายของรัฐบาลรักษาการที่เบิกงบไม่ได้ค่ะ จุดนี้จะทำให้ไปทั้งคณะรัฐบาล และไม่ต้องพิสูจน์หลักฐานนานด้วย เพราะมันไม่ซับซ้อนเหมือนจำนำข้าว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วคอยดูละกัน จะมีวาทกรรมมาแถจนสีข้างถลอกอีก แล้วก็
คงหน้าด้านทำกันต่อไป ใครจะทำไม
ประเทศสารขันธ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สุญญากาศ? ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี!

"""ก็ให้ปูรักษาการต่อไป ตาม ม.๗ รธน ทวย ซิ"""
กร๊ากกกกกก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในคราวที่ในหลวงเสด็จออกให้พวกธนาคารปฏิญานตนต่อหน้าธงชัยเฉลิมพลที่หัวหิน ทรงมีพระราชดำรัสให้ "คนไทยแต่ละคนปฏิบ้ติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด" ทหารที่อยู่ต่อพระพักตร์ควรรับกระแสพระราชดำรัสมาปฏิบัติโดยเคร่งครัด ข้าราชการในพระองค์ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบคือการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเอาไว้ย่ิงชีวิต บัดนี้กลุ่มที่ไม่เอาสถาบันแสดงเจตนารมย์ชัดเจนว่า ต้องการสถาปนารัฐไทยใหม่ ภายใต้การนำของคนเนรคุณแผ่นดิน เหิมเกริมจะแบ่งแยกประเทศ แสดงความเถื่อนและถ่.ย ในหลากหลายรูปแบบสมกับเป็นพวกไพร่ ไร้การอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่จริงๆ จึงถึงเวลาที่ทหาร ข้าราชการทุกหมู่เหล่าต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างจริงจัง
รัชตา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหามันอยู่ที่รัดทะบานนังปูเน่า มันหน้าด้านไร้ยางอาย อ้างแต่ปูมาจากการเลือกต้อง ปูต้องอยู่รักษาประชาธิปไตย พูดวนไปวนมาเป็นแผ่นเสียงตกร่อง
ศักดิ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าถึงวันนั้นจริง ข้าราชการโดยเฉพาะปลัดกระทรวงต่างๆยอมรับคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร (ที่อาจเป็นโมฆะ) คงจะต้องรับผิดชอบเต็มๆ ท่านปลัดต่างๆ ก็พิจารณากันเองก็แล้วกันว่าจะเล่นหมากไหน โดยเฉพาะพวกที่ชอบ "ครับๆๆ"
นพ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงแท้ ดูกระทรวงที่อยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าย่านฝั่งธน นักการเมืองได้สั่งให้จัดสอบวันที่ 5 มีนาคมนี้ เพื่อบรรจุเด็กเส้นเป็นข้าราชการ แทนที่จะเรียกคนที่สอบขึ้นบัญชีของกพ. มาบรรจุ

นักการเมืองทำได้ทุกอย่างเชียว !
Angna
 
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาว่าถ้ายิ่งลักษณ์ออกจากรักษาการแล้ว<br>

รัฐมนตรีรักษาการคนอื่นจะมารักษาการแทนนายกยิ่งลักษณ์ได้ด้วยกฏหมายข้อใด<br>

รักษาการในตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" นั้นมีเขียนไว้<br>

แต่รักษาการแทนในตำแหน่ง "ผู้รักษาการนายกรัฐมนตรี" ไม่มีเขียนไว้<br>

รัฐมนตรีรักษาการมีหลายคน <br>
ใครเล่ามีอำนาจออกเสียงเลือกท่านขึ้นมาแทน "รักษาการนายกรัฐมนตรี"

งานนี้....ต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญจริงๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โดยปกติ ทั่วไปถ้าบุคคลใดได้รับเลือกตั้งมา แล้วไปแต่งตั้งคนอื่นมาร่วมงาน เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำผิดกฎหมายต้องพ้นจากหน้าที่ คณะบุคคลที่เขาตั้งเข้ามาก็ต้องพ้นหน้าที่ไปด้วยถูกต้องแล้ว แล้วทำไมไม่พากันเขียนให้รอบคอบเห็นมีแต่เซียนกฎหมายทั้งนั้น หรือเซียนเซ่อ
ลูกอีสาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยครับ
dd
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รับรองได้ว่ารมต.รักษาการณ์ไม่ยอมออกตามไปด้วย แล้วใครจะทำอะไรคนเหล่านี้ได้ นอกจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะโดนมวลชนเสื้อแดงกดดัน และไม่สามารถวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผลก็คือ ไม่สามารถทำอะไรระบอบทักษิณได้ด้วยวิธีนี้
เจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +27 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว หากนายกรัฐมนตรีต้องยุติการปฏิบัติหน้าท่ ครม ทั้งหมดก็ต้องไปด้วยเพราะเป็นผู้ที่มีสภาพการเกิดขึ้นมาจากนายกรัฐมนตรี และข้อเท็จจริงคือ ได้มีการยุบสภาไปนานแล้ว นายกรัฐมนตรีเป็นแค่รักษาการ หากสั่งให้หัวหน้า ครม หยุดทำงานแล้ว ครม.รักษาการจะอยู่ได้อย่างไร จะใช้กฏหมาย
อะไรรองรับ

แล้วจะโทษใครเล่า ในเมื่อทั้งหมดคือการกระทำของสมาชิกพรรคเพื่อใครและครม.เอง ที่นำพาพวกของตัวมาถึงจุดจบ เคยบอกแล้วว่าแผ่นดินนี้ศักดิสิทธิ์ ใครท่คิดร้ายทำลายแผ่นดินไทยมักจะมีอันเป้นไปเช่นนี้

พวกเราอย่ามัวไปคิดเรื่องอดีตเลย มาคิดกันดีกว่าว่าใครควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๗

ต้องขอชมผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ที่มองเห็นการณืไกลและเขียนมาตรานี้เอาไว้ มิฉนั้นคงไม่มีทางออกจากวิกฤตนักการเมืองชั่วและฉ้อฉลจนบ้านเมืองถึงทางตันอย่างทุกวันนี้แน่

กล้าๆหน่อย กลัวอะไรกับคนชั่วช้าเพียงไม่กี่คน อย่าให้ประเทศของเราต้องเสียโอกาสไปมากกว่านี้เลย อย่าขึงพือประเทศไทยและประชาชนคนไทยไว้อย่างนี้เลย ลูกหลานไทยจะโง่เขลาเบาปัญญากว่าชาติอื่นๆในอาเซียนและในโลกด้วย ขอให้ทุกหน่วยงานทำหน้าท่ของตนและทำทันทีอย่ารอช้าอีกเลย
คนกรุงเทพ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014