กองทัพคุมสภาสูง กรธ.ล็อกเก้าอี้ตามสั่ง ให้คสช.เลือกส.ว.เองด้วย

โดย ผู้จัดการรายวัน   
25 มีนาคม 2559 00:04 น.
กองทัพคุมสภาสูง กรธ.ล็อกเก้าอี้ตามสั่ง ให้คสช.เลือกส.ว.เองด้วย
        ผู้จัดการรายวัน360 - กรธ.สั่งได้ ล็อก 6 เก้าอี้ ส.ว.ประเคน ผบ.เหล่าทัพ แถมให้สิทธ์ คสช.ตั้ง 9 อรหันต์เลือก 194 ส.ว. ไม่ปิดทางนั่งเองด้วย พร้อมลดเสียงสภาขอเว้น รธน.เปิดช่องเลือก “นายกฯ คนนอก” ง่ายขึ้น “มีชัย” ตะแบงข้อดีทหารคุมสภาสูง “ประยุทธ์” แย้มต่อสายตรง กรธ.ตลอด โอ่วางแผนไว้ปรับได้แค่ไหน “วิษณุ” ปัดข่าวนัดประชุมแม่น้ำ 4 สาย เชื่อ กรธ.แจงได้คว่ำข้อเสนอ คสช. ติง กกต.ตั้งงบประชามติสูงเวอร์ “พรเพชร” รูดซิปปากงดวิพากษ์ กรธ.
       
       วานนี้ (24 มี.ค.) ที่โรงแรมอิมพีเรียล หัวหิน บีช รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนร่างรัฐธรรมนูญว่า กรธ.ได้พิจารณาในส่วนบทเฉพาะกาล ตามข้อเสนอของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งประเด็นที่มา ส.ว.สรรหาในบทเฉพาะกาลนั้น กรธ.ได้กำหนดให้มี ส.ว.จำนวน 250 คน โดย 200 คนแรกนั้น มาจากกรรมการสรรหาจำนวน 9 คนที่ คสช.แต่งตั้งขึ้น เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม จำนวนไม่เกิน 400 คน เสนอให้ คสช.เลือกเหลือ 194 คน โดยอีก 6 คน ให้มาจากตำแหน่งที่ประกอบไปด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ ผู้บัญชาการตำรจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งเป็นการแต่งตั้งโดยตำแหน่ง จากเดิมที่ กรธ.ไม่ได้กำหนดว่า เป็นข้าราชการประจำในตำแหน่งใดบ้าง ทั้งนี้จะมีสำรองไว้อีก 50 คน โดยใช้คุณสมบัติ ส.ว.ตามบทถาวร แต่ยกเว้นให้ 194 คน เรื่องของการเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน ซึ่งบทหลักได้ห้ามต้องเว้นวรรค 5 ปี หลังพ้นจากตำแหน่ง สำหรับข้าราชการส่วนอื่นๆหากได้รับเลือกให้เป็น ส.ว.ก็ต้องไปลาออกจากราชการ
       
       “หากเราตั้ง 6 ตำแหน่งไว้กว้างๆ ก็อาจมีเสียงวิจารณ์จากข้าราชการประจำอื่นๆ ว่าทำไมไปเลือกตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ คิดว่า คสช.น่าจะสบายใจ เพราะไม่ต้องไปตอบคำถามข้าราชการส่วนอื่นๆ คสช.เองก็คงมีเหตุผลที่เสนอมาแบบนี้ ให้คนที่ดูแลความมั่นคงมาอยู่วงใน จะได้เข้าใจการทำงานในรัฐสภาด้วย”
       
       ** ชี้ช่องเลือกนายกฯคนนอกง่ายขึ้น
       
       นายอุดม กล่าวต่อว่า ส่วนอำนาจหน้าที่ของ ส.ว.นั้น กรธ.เห็นว่า ควรให้ติดตามการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ และกำหนดบทบาทการเร่งรัดรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศ โดยให้รัฐบาลรายงานผลการปฏิรูปทุก 3 เดือนให้วุฒิสภาทราบ เพื่อให้การปฏิรูปเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนบทลงโทษหากทำไม่ได้ กรธ.ไม่ได้กำหนดไว้ ในประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีที่ คสช.เสนอมาว่า เห็นควรไม่ต้องบังคับให้เปิดรายชื่อนายกฯ 3 ชื่อนั้น กรธ.เห็นว่าช่วง 5 ปีแรก อาจจะหาทางแก้ หากเกิดปัญหาได้ จึงกำหนดในบทเฉพาะกาลว่า หากสภาผู้แทนฯไม่สามารถเลือกนายกฯ ตามเกณฑ์ปกติได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ ส.ส.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเสนอเรื่องต่อประธานสภาฯเพื่อเรียกประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาขอเว้นการเสนอชื่อนายกฯนอกเหนือจากรายชื่อ 3 ชื่อ ที่พรรคการเมืองเสนอได้ หากได้เสียง 3 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาหรือ 450 คนเห็นชอบ ก็ให้สภาผู้แทนฯ ไปเลือกนายกฯ โดยคนในหรือนอกบัญชีก็ได้จากเดิมที่กรธ.กำหนดให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภาหรือ 500 คน
       
       ** เชื่อ คสช.ไม่นั่งกรรมการเลือก ส.ว.เอง
       
       ด้าน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ชี้แจงการกำหนดให้ คสช.เลือกคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ว่า กำหนดไว้ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 คน โดย กรธ.ไม่ได้ระบุคุณสมบัติว่าต้องมาจากไหน แค่บอกว่าต้องมีประสบการณ์ความรู้ด้านต่างๆเป็นกลางทางการเมือง เพื่อจะได้ไปคัดเลือก ส.ว.ได้อย่างเหมาะสม ส่วน คสช.นั้นแม้จะไม่ขัดคุณสมบัติ ไม่มีอะไรห้าม แต่ก็เชื่อว่า จะไม่มาทำตรงนี้ให้เป็นที่ครหา และไม่มีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะคสช.ก็เป็นผู้ตั้งคณะกรรมการสรรหาอยู่แล้ว
       
       “เรากำหนดแค่ 9 คน ถ้าจะให้กำหนดว่าด้านไหน ก็จะมีข้อถกเถียงว่า คนที่เขาอยู่ด้านอื่นเขาจะทวงถาม ก็เลยทิ้งไว้อย่างนี้ ขึ้นกับคนที่ตั้งคือ คสช.เอง และเชื่อว่า คสช.ก็จะไม่มานั่งสรรหาเองให้วุ่นวายใจ ให้คนมาเล่นงานเขาทำไม เขาไม่ทำหรอก" ประธาน กรธ. กล่าว
       
       ** วอนอย่าเพิ่งมอง ส.ว.ท๊อปบูตแง่ร้าย
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า หากได้ ผบ.เหล่าทัพมาเป็น ส.ว. จะช่วยเรื่องปฏิรูปอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า คงช่วยได้ในแง่ของการบอกเล่าข้อเท็จจริง ความเป็นไปของสถานการณ์ให้ ส.ว.ได้รับรู้ ในเวลาที่จะต้องทำงานหรือตัดสินใจอะไร แทนที่ ส.ว.จะต้องยกกันไปถามในที่ทำงาน ซึ่งมองในแง่ดี ก็พอได้ ส่วนในทางร้าย ก็อย่าไปคิด เพราะของทุกอย่างมันมีสองแง่ เพียงแค่ 6 คน เวลาทำงานทางการเมืองลงคะแนน 6 เสียงไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก แต่สิ่งที่ได้คือข้อมูล ความเป็นไปที่แท้จริง โดยเฉพาะการดูแลเรื่องปฏิรูปที่เขาเคยดูมาก่อน
       
       ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เรียกร้องให้ กรธ.กำหนด ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งนั้น นายมีชัย กล่าวว่า ถึงไม่ระบุก็รู้อยู่แล้วว่าจะได้ใครมาเป็น ถ้ายังอยากให้ระบุ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร
       
       เมื่อถามว่าได้รับการติดต่อแสดงความเห็นจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ต่อเนื้อหาที่ กรธ.ปรับแก้แล้วหรือยัง นายมีชัย กล่าวว่า ยัง แต่แว่วๆ มาว่าท่านไม่ว่าอะไร
       
       ** “บิ๊กป้อม” ย้ำเปลี่ยนผ่าน 5 ปีเป๊ะลดไม่ได้
       
       ทางด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าว่า รัฐธรรมนูญมีความสำคัญต่อบ้านเมืองในอนาคต ซึ่งตนก็บอกไปแล้วว่ามีความคิดแบบนี้ในช่วง 5 ปีเพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้า และให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปตามกลไก ตามรูปแบบที่รัฐบาล และ คสช.วางไว้ ก็แล้วแต่ กรธ. เห็นสมควรว่าอะไรเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ส่วนข้อดีข้อเสียของข้อเสนอ คสช.แต่ละข้อ อาทิ การไม่ประกาศชื่อนายกรัฐมนตรี หรือหน้าที่ของ ส.ว.นั้น สามารถเห็นต่างกันได้ ซึ่ง กรธ.และ คสช.เองก็หวังดีกับบ้านเมืองก็ให้ชั่งน้ำหนักกันดู
       
       เมื่อถามว่า กรธ.ตอบรับในบางส่วน ถือว่าเป็นการพบกันครึ่งทางใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อย่าบอกว่าพบกันครึ่งทาง อะไรรับได้ก็รับ อะไรรับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ อะไรที่เป็นประโยชน์ก็ทำ ไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ต้องทำ
       
       “ผมไม่ได้บอกว่ารับได้หรือไม่ได้ เพียงแต่ยื่นข้อเสนอไป เพราะ ส.ว.สรรหาเป็นกลไกช่วยปฏิรูป ขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ออกเลย อย่าไปพูดว่า ครึ่งใบหรือเต็มใบ เพียงแต่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องทำเรื่องปฏิรูปให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าต่อไป ซึ่งขณะนี้สถานการณ์กำลังเดินไปด้วยดี ประเทศก็สงบ”
       
       เมื่อถามว่า หากทุกอย่างไปด้วยดี จะปรับลดเวลาช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีลงมาบ้างได้หรือไม่พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขากำหนดมาแล้วว่า 5 ปี ทำเป็นเด็กเล่นไปได้
       
       ** นายกฯเผยเกาะติดแก้ร่าง รธน.
       
       ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังกลับจากสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า ได้ติดตามความคืบหน้าจาก กรธ.และรู้เรื่องหมดอยู่แล้ว ต้องหารือกันตลอดโทรศัพท์ก็มี ตนได้วางแผนของตนไว้ว่า ยอมปรับได้แค่ไหน และไม่อยากให้มีการโจมตีเรื่องที่ทหารเข้าไปเป็น ส.ว. เพราะทหารอยู่ด้วยวินัย ไม่ว่าจะตั้งใคร ขัดคำสั่งไม่ได้ ขัดคำสั่งก็ปลดเท่านั้นเอง ขอให้คนสั่งทำให้ถูกต้องก็แล้วกัน อยากให้พอกันเสียทีกับการที่จะเอาชนะคะคาน ไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญทำไม่ได้ ประชามติทำไม่ได้ แล้วกลับมาโทษว่ารัฐบาลทำให้ไม่ผ่าน เพราะอยากจะอยู่ต่อ พูดอย่างนี้ไม่ถูกต้อง
       
       “เมื่ออยากจะเลือกตั้ง ก็ให้ อยากมีรัฐธรรมนูญ ก็ให้ ในเมื่อผมให้ตั้งเยอะตั้งแยะ ผมขอไว้บ้าง ขอเพื่อใคร ขอเพื่อบ้านเมืองหรือเปล่า คิดให้ดี อย่าเขียนอะไรที่ทำให้วุ่นวาย” นายกฯ กล่าว
       
       เมื่อถามว่า พอใจกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าประชาชนพอใจหรือเปล่า เราทำเพื่อประชาชนไม่ได้ทำเพื่อฝ่ายไหน ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองด้วยซ้ำ
       
       ** “วิษณุ” เผยยังไม่มีนัดแม่น้ำ 4 สายถก
       
       ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่า จะมีการหารือแม่น้ำ 4 สายว่า ไม่เคยได้ยิน ไม่ทราบว่าจะมีการเรียกประชุมแม่น้ำ 4 สายอีก คงต้องรอการยืนยันจาก พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้แม้ว่าแม่น้ำ 4 สายกับ กรธ.จะยังไม่เข้าใจกัน แต่ก็ไม่จำเป็นที่ต้องประชุม เพราะวันที่ 29 มี.ค.นี้ กรธ.ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว และคงเตรียมชี้แจงแล้วว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ แม้ไม่ได้เป็นการแก้ไขตามข้อเสนอของ คสช. แต่เราไม่ขัดข้องและไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดภาพความขัดแย้งกัน เพราะ กรธ.ก็อธิบายด้วยเหตุผลที่รับฟังได้ ซึ่งไม่มีใครขัดข้อง
       
       นาขยวิษณุ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดงบประมาณสำหรับการจัดทำประชามติของ คณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยว่า ส่วนตัวมองว่า 2,900 ล้านบาทนั้นยังสูงเกินไป เพราะก่อนหน้านี้กำหนดให้แจกรัฐธรรมนูญร้อยละ 80 ของครัวเรือน ผู้มีสิทธิออกเสียง แต่คราวนี้ได้ปรับลดลงแล้ว เหตุใดจำนวนเงินยังเท่าเดิมอยู่ ซึ่งจะมีการพูดคุยเรื่องนี้อีกครั้ง หลังวันที่ 29 มี.ค.นี้
       
       ** “พรเพชร” เสียงอ่อยงดวิจารณ์ กรธ.
       
       ด้าน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.กบ่าวถึงกรณีที่ กรธ.ปรับแก้ให้ ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งว่า ไม่อยากพูด หรือวิจารณ์ เพราะหากพูดอีกก็จะวิจารณ์กันไปผิดๆ
       
       เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่เคยเสนอให้ กรธ.ทบทวนการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามที่ คสช.เสนอ เมื่อมีการปรับบางส่วนแล้วรับได้หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า กรธ.จะปรับแก้เนื้อหาอย่างไร ตนอยากให้เป็นดุลพินิจของ กรธ.โดยแท้ ไม่อยากให้สัมภาษณ์ ขอให้รอดูร่างสุดท้ายออกมาก่อนจะดีกว่า.

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016