4 ยมทูตของบริษัทไฟฟ้า

โดย ประสาท มีแต้ม   
9 เมษายน 2560 17:24 น.
        เกือบปีมาแล้วผู้อาวุโสท่านหนึ่งเคยเสนอให้ผมเขียนหนังสือเกี่ยวกับพลังงานที่อ่านได้ง่ายๆ เป็นฉบับการ์ตูน แล้วท่านจะหาคนวาดการ์ตูนพร้อมกับสนับสนุนการจัดพิมพ์ให้ ผมไม่ได้รับปากเพราะไม่มีประสบการณ์และรู้ตนเองดีว่าไม่มีความถนัดในแนวนั้น
       
        มาวันนี้ผมได้เห็นสถาบันทางวิชาการแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า “สถาบันเพื่อการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่น” (Institute for Local Self-Reliance) ได้ออกภาพโปสเตอร์มาแผ่นหนึ่ง แม้ข้อความค่อนข้างจะเข้าใจยากเพราะต้องมีพื้นฐานทางศาสนาคริสต์และภาษาอังกฤษ แต่ภาพตกแต่งที่ออกมาพร้อมรูปประกอบทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่ายจริงๆ เดี๋ยวจะกลับมาขยายความครับ

4 ยมทูตของบริษัทไฟฟ้า
        ขณะเดียวกัน ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็ได้ออกเอกสารรูปการ์ตูนในชุดที่ชื่อว่า “ถ่านน้อยมีคำตอบ” ด้วยฝีมือการวาดที่สวยงาม คงจะเป็นแนวคิดเดียวที่พี่ผู้อาวุโสได้แนะนำให้ผมทำ ผมได้นำมาเสนอให้ดูกัน 2 ภาพหวังว่าตัวหนังสือคงไม่เล็กเกินไป กรุณาตีความระหว่างบรรทัดของข้อความด้วยนะครับ

4 ยมทูตของบริษัทไฟฟ้า
        เราจะเห็นว่าทั้งสององค์กรนี้มีทัศนะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ ทาง กฟผ.ซึ่งมองผ่าน “ถ่านน้อยที่เฉลียวฉลาดและมีความรู้ครบถ้วน” ว่า “ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนการใช้ในการผลิตไฟฟ้าในโลกถึง 40%”
       
        แต่ทางสถาบันเพื่อการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่นซึ่งเป็นองค์กรทางวิชาการที่ไม่แสวงหากำไร และเป็นผู้ริเริ่มโครงการประชาธิปไตยพลังงาน (Energy Democracy Initiative) กลับมองไปในอนาคต (ซึ่งทางกฟผ.จงใจไม่มองเลย) ว่าจะเป็นจุดจบที่กำลังจะมาถึงหรือหายนะอย่างสิ้นเชิง (Apocalypse) ของบริษัทไฟฟ้า เพราะ “4 ยมทูตของบริษัทไฟฟ้า” (The Four Horsemen for Utilities Apocalypse)

4 ยมทูตของบริษัทไฟฟ้า
        เรื่องนี้เป็นการล้อมาจากพระคัมภีร์ในศาสนาคริสต์ที่มีภูตสี่ตนขี่ม้า 4 ตัวๆ ละสีซึ่งตีความถึงการเกิดจากโรคระบาด การเกิดสงคราม เกิดความอดอยากหิวโหยและความตายที่นำไปสู่จุดจบของโลกหรือวันสิ้นโลก เรื่องนี้ได้มีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เงียบในปี 1921 และมีภาพวาดประกอบเกือบ 200 ปีมาแล้ว
       
        แต่ในโปสเตอร์ที่ทางสถาบันเพื่อการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่นได้จัดทำขึ้นนี้ 4 ยมทูตดังกล่าวไม่ใช่ยมทูตของชาวโลก แต่เป็นเฉพาะของบริษัทไฟฟ้าเท่านั้น ยมทูตดังกล่าวประกอบด้วย (1) แบตเตอรี่ (2) สมาร์ทโฟน (3) แผ่นโซลาร์เซลล์ และ (4) รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเทคโนโลยีทั้ง 4 นี้จะทำลายรูปแบบทางธุรกิจของระบบไฟฟ้าในปัจจุบันซึ่งเป็นระบบที่รวมศูนย์และผูกขาดการผลิตด้วยบริษัทจำนวนน้อยราย แต่ให้บริการกับคนจำนวนมากนับล้านๆ มีการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งก็รวมศูนย์เช่นเดียวกันและใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 ใช้ระบบสายส่งที่ไกลนับพันกิโลเมตร
       
        ระบบดังกล่าวนอกจากจะล้าหลังและประสิทธิภาพต่ำเพราะพลังงานส่วนใหญ่กลายเป็นความร้อนที่เราไม่ต้องการ ไม่ใช้ไฟฟ้าแล้ว ยังส่งผลให้เกิดปัญหาโลกร้อนและมลพิษรอบๆ โรงไฟฟ้าอีกด้วย ระบบดังกล่าวจะถูกกำจัดให้หมดไปหรือสิ้นสุดลงด้วย 4 ยมทูตที่กล่าวแล้ว
       
        ระบบใหม่ที่เข้ามาแทนที่จะเป็นตัวผลักดันให้อำนาจในการผลิตไฟฟ้าและการเก็บไฟฟ้ามาสู่มือของผู้ใช้ไฟฟ้าเอง ในระบบใหม่การผลิตจะกระจายตัวอยู่ทั่วไปใช้วัสดุใหม่ที่ผ่านการวิจัยด้วยองค์ความรู้ระดับสูง ระดับควอนตัมฟิสิกส์ซึ่งเพิ่งเกิดใหม่สามารถสั่งการและควบคุมการผลิตด้วยสมาร์ทโฟน ผู้ใช้ไฟฟ้าหรือผู้บริโภคจะกลายเป็นผู้บริโภคและผู้ผลิตไปพร้อมกันด้วย ในระบบการผลิตเดิมผู้ใช้ไฟฟ้าได้ถูกบังคับให้เป็นผู้ซื้อไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ในระบบใหม่นี้ผู้บริโภคจะเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วย
       
        การผลิตและการใช้ไฟฟ้าในระบบใหม่จึงเป็นการกระจายอำนาจและกระจายรายได้หรือเป็นประชาธิปไตยพลังงาน (Energy Democracy) และเนื่องจากแสงอาทิตย์เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ได้กระจายตัวอยู่ทุกท้องถิ่น ระบบการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่จึงทำให้คนท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องมีการขนส่งถ่านหินข้ามทวีป จึงต้องถือว่าเป็นไปตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่รัฐบาลไทยมักจะนำมาอ้างแต่กลับกระทำในสิ่งตรงกันข้าม
       
        อะไรที่ทำให้สถาบันเพื่อการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่นจึงได้กล้าหาญที่จะกล่าวว่าบริษัทไฟฟ้าในปัจจุบันจะถึงจุดจบด้วย 4 ยมทูตดังกล่าว
       
        ก่อนจะตอบคำถามนี้ อาจมีผู้สงสัยว่า แล้วรถยนต์ไฟฟ้ามาเกี่ยวอะไรกับจุดจบของบริษัทไฟฟ้า เพราะตัวรถยนต์เองก็ต้องใช้ไฟฟ้า น่าจะทำให้กิจการไฟฟ้าเฟื่องฟูเสียด้วยซ้ำ เรื่องนี้ดูเผินๆ แล้วก็น่าจะจริงอย่างที่ว่า
       
        แต่อย่าลืมว่า ปัจจุบันต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 1 ใน 3 มาจากต้นทุนของแบตเตอรี่ เมื่อราคาแบตเตอรี่ลดลง ราคารถยนต์ไฟฟ้าก็ย่อมลดตามลงด้วย เมื่อราคารถยนต์ลดลง ยอดจำหน่ายรถยนต์ก็สูงขึ้น ดังนั้น บทบาทยมทูตของแบตเตอรี่ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้จุดจบของบริษัทไฟฟ้าก็มาถึงเร็วขึ้น
       
        นอกจากนี้ พลังงานไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่รถยนต์ซึ่งมาจากโซลาร์เซลล์ ก็สามารถนำมาใช้ในบ้านได้ด้วย กล่าวคือ เราเคยคิดว่าเราจะชาร์จไฟฟ้าจากบ้านสู่รถยนต์ ในปัจจุบันนี้กลายเป็นว่า ไฟฟ้าจากรถยนต์สามารถนำมาใช้ในบ้านได้ด้วย และเวลาในการชาร์จไฟฟ้าที่เคยใช้เวลานานถึง 4-5 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 นาทีเท่านั้น หรือในบางกรณีไม่ต้องมีการชาร์จแต่สามารถเปลี่ยนได้เลยโดยใช้สมาร์ทโฟนเป็นตัวส่งข่าวสื่อสาร หาร้านและจ่ายเงิน
       
        สิ่งที่ทำให้สถาบันเพื่อการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่นมีความมั่นใจว่าบริษัทไฟฟ้าจะถึงจุดจบก็คือสิ่งที่เรียกว่า Exponential Technologyในฐานะนักคณิตศาสตร์ผมขอแปลว่า “เทคโนโลยีแบบยกกำลัง”
       
        Tony Seba แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ให้ความหมายว่า “หมายถึงเทคโนโลยีที่ถ้าลงทุนต่อหน่วยเท่าเดิมแต่ได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 10% ทุกปีหรือประสิทธิภาพเท่าเดิมแต่ต้นทุนการผลิตลดลงเหลืออย่างมาก 90% ทุกปี”
       
        Tony Sebaได้ยกตัวอย่างว่า อุปกรณ์สำหรับเซนเซอร์ไม่ให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีคนขับชนกับสิ่งอื่น ราคาได้ลดลงจาก 7,000 ดอลลาร์ในปี 2012 ลงมาเหลือ 250 ดอลลาร์ในปี 2016 หรือลดลงเฉลี่ยปีละ 24% ก็ต้องถือว่าเป็นเทคโนโลยีแบบยกกำลังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคารถยนต์ไฟฟ้าได้ลดลง 26% ก็ต้องถือว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นเทคโนโลยีแบบยกกำลัง
       
        คุณ Tony Seba ยังได้กล่าวอีกว่า “ภายในปี 2020 ครอบครัวชาวอเมริกันซึ่งใช้ไฟฟ้าโดยเฉลี่ยวันละ 30 หน่วย จะสามารถชาร์จไฟฟ้าใส่แบตเตอรี่ตอนหลังเที่ยงคืน(เพื่อนำมาใช้ในตอนกลางวัน) ด้วยต้นทุนเพียง 6 ดอลลาร์ต่อเดือนเท่านั้น” ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วทั้งบริษัทผลิตไฟฟ้าและบริษัทที่บริหารสายส่งจะอยู่ได้อย่างไร ต้องถึงจุดจบแน่ๆ
       
        ที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ เป็นเรื่องของอนาคต ยังต้องรออีก 3 ปีกว่า แต่ที่เกิดขึ้นแล้วที่เกาะแห่งหนึ่งในรัฐฮาวาย สหรัฐเมริกา เมื่อเดือนมีนาคม 2560 บริษัทที่ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ขนาด 13 เมกะวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 52 เมกะวัตต์ชั่วโมง สามารถผลิตไฟฟ้าขายในราคาไฟฟ้าเฉลี่ยตลอด 20 ปีเท่ากับ 13.9 เซนต์ต่อหน่วย (ประมาณ 4.80 บาท) หรือประมาณครึ่งหนึ่งของราคาไฟฟ้าของรัฐประจำเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ราคานี้ถูกกว่าราคาที่ผลิตจากน้ำมันดีเซลคือ15.48 เซนต์ต่อหน่วย(ข้อมูลจาก Bloomberg)
       
        ผมขอหยุดเรื่อง จุดจบของบริษัทไฟฟ้าไว้เพียงแค่นี้ก่อนนะครับ แต่ขอกลับมาที่เรื่องการ์ตูนของ กฟผ.
       
        ผมพบว่า มีอยู่ 2 เรื่องที่ “ถ่านน้อย” ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดและรู้ครบถ้วนไม่ได้บอกกับสังคมไทย ทั้งๆ ที่ใช้เงินจากค่าไฟฟ้าของประชาชน คือ
       
        หนึ่ง มูลค่าการส่งออกของถ่านหินทั่วโลกในปี 2015 ได้ลดลงถึง 21% เมื่อเทียบกับปี 2014 หรือในอัตราที่เป็นเลข 2 หลัก จึงควรจะถูกจัดเป็นเทคโนโลยีแบบยกกำลังแต่เป็นการยกกำลังติดลบ (ดูข้อมูลและที่มาในแผ่นภาพ)

4 ยมทูตของบริษัทไฟฟ้า
        สอง 7 ใน 10 ของประเทศที่ยังมีการใช้ถ่านหินมากที่สุดในโลก พบว่าเป็นประเทศที่มีการส่งออกถ่านหินมากจนติดอันดับต้นๆ ของโลกด้วย แต่ประเทศไทยเราไม่ได้มีถ่านหินเป็นของตนเองเลย ต้องนำเข้าอย่างเดียว และบริษัทของคนไทยและบริษัทลูกของ กฟผ.นั่นแหละที่ไปซื้อเหมือนถ่านหินไว้ในต่างประเทศ
       
        เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ผมเคยนั่งฟังคนป่วยในแผนกจิตเวชของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งคุยกัน ผมรู้สึกประทับใจและจำได้มาถึงทุกวันนี้ เด็กหนุ่มซึ่งเป็นคนป่วยได้ขอเงินแม่ผู้มาเยี่ยม หลังจากที่ได้ไปแล้วจำนวนหนึ่ง
       
        แม่ : หมดแล้วพอแล้ว
       
        ผู้ป่วย : นี่ไงยังมีอีก หลังจากค้นกระเป๋าของแม่
       
        แม่ : อันนี้จะเก็บไว้ทำบุญ
       
        ผู้ป่วย : “คนไม่มีบุญนี่ชอบนักกับการทำบุญ”
       
        ประเทศไทยเราไม่มีถ่านหินเป็นของตนเองเลย แต่ผู้มีอำนาจก็ชอบนักที่จะใช้ถ่านหินให้จงได้ อะไรคือวิธีคิดของคนเหล่านี้ นี่ยังไม่ได้พิจารณาถึงเรื่อง 4 ยมทูตที่มีเหตุผลเชิงวิชาการ มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูปที่ใช้ฟิล์ม โทรศัพท์บ้าน ธุรกิจสิ่งพิมพ์ เป็นต้น

จำนวนคนโหวต 28 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017