ปูดธรรมกายเดินแผนยึดวัดชม. พระผู้น้อยเผยถูกรังแกสารพัด

โดย ผู้จัดการรายวัน   
18 มิถุนายน 2560 22:26 น. (แก้ไขล่าสุด 19 มิถุนายน 2560 00:57 น.)
        สะพัดพระชั้นผู้ใหญ่สายธรรมกาย กรุยทางยึดเมืองเชียงใหม่ในอนาคต เผยยอมลดชั้นตัวเองลงมาคุม 2 วัดราษฎร์ใน อ.เมืองฯ เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าเม็งราย วอนขอความเป็นธรรม "นายกฯ-ไพบูลย์-พุทธะอิสระ-กมธ.ศาสนาสภาฯ" หลังเป็นเหยื่อ ถูกรังแกสารพัด
       
       วานนี้ (18 มิ.ย.) พระมหารวีวัฒน์ เจ้าอาวาส วัดพระเจ้าเม็งราย ต.พระสิงห์ อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน ผ่านไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย , กมธ.ศาสนาศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สนช. และกมธ. ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม (สปท.) เพื่อขอความเป็นธรรม ภายหลังถูกพระราชรัชมุนี เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ด้วยการแต่งตั้งพระเทพมังคลาจารย์ อายุ 67 พรรษา รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเจ้าอาวาสวัดท่าตอน (วัดอารามหลวง) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส 2 วัดพร้อมกัน ในตัวเมืองเชียงใหม่ คือวัดพระเจ้าเม็งราย และ รักษาการเจ้าอาวาสวัดเชตวัน ต.ช้างม่อย โดยไม่ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคม
       
       พระมหารวีวัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังที่อาตมาถูกคำสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดพระเจ้าเม็งราย ในปี 2555 เป็นเวลา 3 เดือน และผ่านพ้นช่วงระยะเวลามานานแล้ว ก็ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสมาโดยปกติ และยังไม่มีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง จนกระทั่งเมื่อเดือนเม.ย.60 พระชั้นผู้ใหญ่ใน อ.เมืองเชียงใหม่ กลับแต่งตั้งให้ พระเทพมังคลาจารย์ มาดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระเจ้าเม็งราย และ วัดอาวาสวัดเชตวัน ที่เจ้าอาวาสอาพาธอยู่ โดยไม่ปฏิบัติตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2536 ) ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ข้อ 5 ในกรณีไม่มีเจ้าอาวาสปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้เจ้าคณะตำบล ด้วยความเห็นชอบของเจ้าคณะอำเภอ สั่งแต่งตั้งรองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส หรือ พระภิกษุรูปใด รูปหนึ่งที่สมควร ตามข้อเสนอของเจ้าอาวาส
       
       นอกจากนี้ การแต่งตั้งดังกล่าว ยังผิดประเพณี และถือเป็นการกระทำหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่มีการแต่งตั้งพระชั้นผู้ใหญ่ระดับรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ และดูแล วัดอารามหลวง แต่ลดชั้นมารักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสในวัดราษฎร์เล็กๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ จึงอยากถามว่า มีเจตนาพิเศษอะไรแอบแฝงหวังผลอะไรหรือไม่ในการย้ายครั้งนี้ จากอ.แม่อาย มารักษาการเจ้าอาวาสวัดในตัวเมืองเชียงใหม่
       
       "อาตมากำลังตกเป็นเหยื่อ และตอนนี้มีความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก เพราะถูกขับไล่ และถูกตั้งกรรมการสอบ และอาตมาก็ชี้แจงความบริสุทธิ์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะข้ออ้างเรื่องพระเก่าแก่หาย หรือไม่แสดงบัญชีทรัพย์ของทางวัด สุดท้ายทุกอย่างก็นำมาแสดงความบริสุทธิ์ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบทั้งหมด แต่ขณะนี้พระชั้นผู้ใหญ่ในจ.เชียงใหม่ ก็ยังไม่คืนตำแหน่งให้ จึงอยากฝากไป นายกฯ พระพุทธะอิสระ ท่านไพบูลย์ และผู้เกี่ยวข้อง ช่วยทวงถามความเป็นธรรมให้พระชั้นผู้น้อยอย่างอาตมาด้วย" เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าเม็งราย กล่าว
       
       สำหรับพระเทพมังคลาจารย์ วัดท่าตอน (วัดอารามหลวง) ถือเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความอาวุโสอันดับที่ 1 และเป็นแคนดิเดตสำคัญ ที่จะขึ้นมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ แทนพระเทพปริยัติ อายุ 76 พรรษา เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่องค์ปัจจุบัน ที่จะพ้นจากตำแหน่ง เมื่ออายุครบ 80 พรรษาในอีก 4 ปีข้างหน้า แต่ต้องขับเคี่ยวกับ พระเทพสิงหวราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร (วัดอารามหลวง) อ.เมืองฯ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความอาวุโส ลำดับที่ 2 และมีจุดแข็งสำคัญคือ มีวัดใหญ่ระดับ วรมหาวิหาร อยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่
       
       อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าอาวาสวัดท่าตอน จะมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ติดปัญหาสำคัญคือ วัดท่าตอน อยู่ใน อ.แม่อาย ซึ่งระยะทางห่างจากอ.เมืองฯ ประมาณ 180 กม. และตามประเพณีปฏิบัติของการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ จะไม่แต่งตั้งพระชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่เปรียบนำเมืองหลวงไปอยู่ชายแดน เพราะจะส่งผลให้พระชั้นผู้ใหญ่จากในเมืองเชียงใหม่ เดินทางไปหาเจ้าคณะจังหวัดในพื้นที่ห่างไกล และถือเป็นเรื่องลำบากมาก
       
       นอกจากนี้ยังพบว่า พระเทพมังคลาจารย์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวัดพระธรรมกาย โดยวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้เคยนำพระสงฆ์จำนวนมาก รวมตัวกัน ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ให้รัฐบาลยกเลิก มาตรา 44 หลังออกคำสั่งให้ตรวจค้นวัดเพื่อนำตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 1,400 ล้านบาท มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งในวันที่ 7 ก.ค. 59 ยังได้ร่วมกับพระสงฆ์ประมาณ 300 รูปใน จ.เชียงใหม่ และจ.น่าน เดินทางไปให้กำลังพระธัมมชโย ที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี อีกด้วย"

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017