ชม"บิ๊กแป๊ะ"ปิดจ๊อบฆ่ายกครัว "บังฟัต"รับเลียนแบบฮอลลีวูด

โดย ผู้จัดการรายวัน   
18 กรกฎาคม 2560 02:17 น.
        ผู้จัดการรายวัน360-"ประวิตร" ออกปากชม "บิ๊กแป๊ะ" ทำงานดี ปิดจ๊อบคดีฆ่าโหดยกครัว 8 ศพได้รวดเร็ว ยันไม่เคยมีการสัญญาว่าจะให้เป็นผบ.ตร.แค่ 2 ปี ด้านตำรวจเร่งออกหมายจับทีมฆ่า หลังใกล้ครบกำหนดควบคุมตัวของทหาร ด้านลูกน้อง "บังฟัต" แฉได้ค่าจ้างคนละ 1 พันบาท ขณะที่เจ้าตัวอ้างเคยถูกผู้ใหญ่ลอบยิงเมื่อปี 56 แต่ไม่ได้แจ้งความ พร้อมสารภาพชอบดูหนังสืบสวนสอบสวน นำเทคนิคมาใช้เพื่อเบี่ยงประเด็นให้ตำรวจสับสน
       
       พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมผู้ต้องหาคดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่ จ.กระบี่ ว่า ขอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานเพียง 1-2 วัน ก็สามารถคลี่คลายคดีและจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด โดยเฉพาะพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ลงไปทำคดีด้วยตัวเอง ซึ่งทำงานได้ดี เรียกได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามทำงานให้เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการได้ ดังนั้น ขอให้มั่นใจได้ว่าทุกคดีที่เกิดขึ้น ทั้งคดีระเบิดรพ.พระมงกุฎเกล้า คดีฆ่าคนตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด
       
       "ผมขอให้กำลังใจและชื่นชมว่าตำรวจพยายามทำงานอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ จนประชาชนได้ชื่นชมการทำงานด้วย โดยเฉพาะนักข่าว ก็ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุเป็นร้อยสำนัก เพื่อไปติดตามการทำงานของตำรวจอย่างใกล้ชิด" พล.อ.ประวิตร กล่าว
       
       เมื่อถามว่ากระแสเปลี่ยน ผบ.ตร. มีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน ซึ่งทาง ผบ.ตร.คนปัจจุบัน ก็ยังเหมาะสมในการทำหน้าที่อยู่ และขอยืนยันว่า ตนไม่เคยมีสัญญากับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ว่าจะให้นั่งในตำแหน่ง 2 ปี อีกทั้งก็ไม่มีความลำบากใจอะไร ที่มีรุ่นน้องมาต่อคิวอยู่ เราพิจารณาดูว่าคนใดมีความเหมาะสม
       
       ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร จ.กระบี่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าคลี่คลายคดียิงยกครัว 8 ศพ โดยมีพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.จ.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนร่วมด้วย
       
       พล.ต.อ.สุชาติกล่าวภายหลังการประชุมว่า วันที่ 21 ก.ค.นี้ จะครบกำหนดควบคุมตัว 7 วันตามอำนาจของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ขณะนี้ควบคุมผู้ต้องหาได้ 7 คน และผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนการออกหมายจับและส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนนั้น คาดว่าจะขออนุมัติจากศาลได้ไม่เกินวันที่ 20 ก.ค.นี้ เพราะยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานทั้งหมด
       
       "ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าการส่งมอบผู้ต้องหาจะดำเนินการที่ใด แต่ในการสอบสวนผู้ต้องหาพบว่าในคืนเกิดเหตุ บังฟัตตัวการใหญ่ได้บังคับให้นายวรยุทธ ผู้ตายเซ็นโอนเอกสารรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีเทาให้ จึงนำรถติดตัวไปด้วย และยังต้องตรวจสอบเรื่องที่มาที่ไปและการจำนองที่ดินปมขัดแย้งที่ยังมีข้อสงสัยอยู่บ้าง” พล.ต.อ.สุชาติกล่าว
       
       ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า ปมการขัดแย้งเรื่องการจำนองที่ดินระหว่างนายวรยุทธ สังหลัง กับนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต เริ่มจากปี 2552-2554 โดยนายวรยุทธได้นำที่ดินของพ่อตามาจำนองหลายครั้งรวมเป็นเงินล้านกว่าบาท ต่อมานายวรยุทธได้นำเงินไปไถ่ถอน ปรากฏว่าบังฟัตไม่ยอมคืนโฉนดให้ จึงเกิดความขัดแย้งจนถึงขั้นนายวรยุทธขู่ยิงบังฟัต
       
       "บังฟัตให้การว่า เมื่อปี 2556 เคยถูกนายวรยุทธลอบยิงแล้วหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้แจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีนี้จะต้องตรวจสอบในรายละเอียดด้วย” พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สามารถควบคุมตัวคนร้ายได้แล้วรวม 9 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 1 ราย ซึ่งเป็นกิ๊กของบังฟัต ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนชุดลายพรางและจัดหาอาหารและน้ำดื่ม และล่าสุดได้ควบคุมตัวชายอีก 1 ราย ซึ่งเป็นเจ้าของรถฟอร์จูนเนอร์ที่ใช้ในคืนก่อเหตุ โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาประกอบด้วย ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน , ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยทำร้ายจิตใจผู้อื่น , แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร และยังมีข้อหาอื่นๆ ที่เป็นส่วนย่อยที่จะต้องแจ้งกับผู้ต้องหาบางรายด้วย
       
       ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายจักร หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากบังฟัตให้ไปทวงหนี้ ได้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท ทุกครั้งไม่บังฟัตไม่เคยปิดบังใบหน้า แต่ครั้งนี้สวมหมวกไหมพรมปิดหน้า และให้ใส่ชุดทหาร เรียกตัวเองว่า ผู้พัน อีก 4 คนให้เรียกจ่า ที่เหลือเรียกผู้กอง และหมวด เพื่อแสดงตัวว่าเป็นทหาร และไม่คิดว่า จะมีเหตุร้าย โดยบังฟัตได้ยิงเหยื่อทีละคนอย่างไม่สะทกสะท้าน
       
       ส่วนการสอบปากคำ บังฟัต ให้การว่า ในการก่อเหตุฆ่ายกครัวครั้งนี้ ตนพยายามที่จะเบี่ยงประเด็นการสังหาร ให้เป็นเรื่องความเครียดในเรื่องหนี้สินของนายวรยุทธ จึงก่อเหตุฆ่ายกครัว แล้วฆ่าตัวตายตาม โดยตนเป็นคนชอบดูภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวน ฆาตกรรม ลึกลับซ่อนเงื่อน จึงได้นำพล็อตเรื่องและเทคนิคของคนร้ายในภาพยนตร์ต่างประเทศ มาใช้ในการหลอกล่อเจ้าหน้าที่ให้ไขว้เขว มาประยุกต์ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ และก่อนเกิดเหตุได้มีการวางแผนหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ รวมทั้งเอาเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในบ้านไปทำลายด้วย
       
       ชุดสืบสวนระบุด้วยว่า กลุ่มบังฟัต มีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้ และออกทวงหนี้ในพื้นที่ จ.กระบี่ พังงา ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช มาตั้งแต่ปี 2555 หากลูกหนี้รายไหนไม่ยอมจ่ายหนี้ ก็จะนำกลุ่มลูกน้องเข้าทวงหนี้ โดยสวมเครื่องแบบชุดลายพราง ติดอาวุธครบมือ และยังมีพฤติกรรมไม่คืนโฉนดที่ดิน หลังลูกหนี้นำเงินมาไถ่ถอนอยู่หลายครั้ง จนทำให้มีฐานะร่ำรวยขึ้น มีทั้งเงินสด ที่ดิน และบ้าน อยู่ในหลายจังหวัดทางภาคใต้

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017