เมื่อ...ความบ้า...มาเยือน!!!

   
13 สิงหาคม 2560 17:53 น.
เมื่อ...ความบ้า...มาเยือน!!!
โดนัลด์ ทรัมป์
        วันนี้...สงสัยคงต้องไปว่าเรื่องโลกกันต่อ เพราะสำหรับบ้านเรานั้น แม้ยังมีผู้สนุกสนานเมามันซ์ซ์ซ์กับการ “เชียร์ประยุทธ์” หรือ “ด่าประยุทธ์” แบบวนไป-วนมา แต่เมื่อเจอเข้ากับการดุด่า โจมตี ตอบโต้ระหว่าง “คิมน้อย” แห่งเกาหลีเหนือกับ “ทรัมป์บ้า” แห่งอเมริกา ต้องเรียกว่า...เล่นเอาขาเชียร์ ขาด่า ในบ้านเรา เป็นอะไรที่ “จืดสนิท” อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้เลย...
       
        คือแม้จะเป็นเพียงคำพูด คำจา ไม่ถึงขั้นลงมือ ลงตีน ให้เห็นกันจะจะ แต่โดยวาทะโวหารในแต่ละครั้ง แต่ละคราของทั้งสองประเทศ สามารถดลบันดาลให้โลกทั้งโลกขนตั้ง หัวนมตั้งเอาง่ายๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะการวาดฉาก วาดจินตนาการ ว่าผืนแผ่นดินฝ่ายตรงข้ามจะต้องตกอยู่ใน “ทะเลเพลิง” หรือต้องเจอกับ “เพลิงพิโรธโกรธแค้นที่โลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน” เท่านั้น ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้นำอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” ยังหันไปงัดสำนวนพระเอกหนังอย่าง “จอห์น เวย์น” ในหนังเรื่อง “สงครามอิโวจิมา” มาป่าวประกาศว่า ทางเลือกในการใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือนั้น อยู่ในสภาพ “Locked and Loaded” หรือ “พร้อมแล้วที่จะลุย” (Prepare a Weapon for Battle) ได้โดยทันที!!!
       
        แถม “แหล่งข่าว” ในเพนตากอนของสำนักข่าวตะวันตก ยังออกมาเล่นบทเป็นลูกขุนพลอยพยัก ด้วยการบอกกับสำนักข่าวบางแห่งว่า “สหรัฐฯ พร้อมแล้วที่จะรบในคืนนี้” อีกทั้งยังอวดโชว์รูปเครื่องบินทิ้งระเบิด “B-1B” ที่ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมงจากฐานทัพอากาศที่เกาะกวม มายังน่านฟ้าเกาหลีเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว ด้วยเหตุนี้...จึงไม่ถึงกับเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ที่เหตุใดตลาดหุ้นในเอเชียและทั่วทั้งโลก จึงตกลงปลงใจปักหัวดิ่งกันไปเป็นแถบๆ แนสแด็กหรือนาสดาก ร่วงไป 2.13 เปอร์เซ็นต์สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ หล่นไป 1.45 นิเคอิหายวูบไป 2.20 เปอร์เซ็นต์ ขณะราคาทองคำอันเป็นสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงใดๆ พุ่งพรวดเดียวไปถึง 16 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดราคาที่ 1,2830.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ ตลาดโคเม็กซ์ เมื่อช่วงสิ้นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา...

เมื่อ...ความบ้า...มาเยือน!!!
เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B
        เรียกว่า...ถึงแม้แค่พูดๆ โต้กันไปโต้กันมา ยังหนักหนาสาหัสถึงขั้นนี้ แต่ถ้าไปไกลกว่าขั้นนั้น จะหนักหนาสาหัสไปถึงขั้นไหนก็ยังมิอาจคาดคะเนได้ เพราะอย่างที่หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ ของทางการจีน เขาได้ให้ “สติ” เอาไว้ในบทบรรณาธิการเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั่นแหละว่า ภายใต้ “เกมอันบ้าระห่ำ” ของทั้งฝ่าย... “แม้ว่าทั้งวอชิงตันและเปียงยาง ต่างไม่น่าต้องการที่จะให้เกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ แต่สงครามนั้น...ย่อมสามารถอุบัติขึ้นได้ทุกเมื่อ ถ้าหากต่างฝ่ายต่างขาดประสบการณ์ในการควบคุมเกมที่อันตรายเช่นนี้ได้อย่างจริงๆจังๆ...” แต่จะด้วยความมีสติครบถ้วน สมบูรณ์ จนอาจกลัว “สตางค์” หายหรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ บทนำชิ้นดังกล่าวจึงได้ประกาศ “จุดยืน” ของจีนไว้อย่างแจ้งชัดประมาณว่า...ถ้าหากเกาหลีเหนือยิงใส่อเมริกันก่อน และถูกแก้แค้น-เอาคืนอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จีนก็จะ “วางตัวเป็นกลาง” สำหรับกรณีเช่นนี้ แต่ถ้าหากอเมริกาไปจนถึงพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ คิดจะใช้กำลังทหารเพื่อล้มล้างอำนาจ เพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองในเกาหลีเหนือ หรือเพื่ออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ จีนย่อมไม่อาจเอามือซุกหีบไว้เฉยๆ จำเป็นต้องเข้าขัดขวาง หรือปกป้องไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้...
       
        ด้วยเหตุผลข้ออ้างประมาณว่า...เพราะเกาหลีเหนือนั้นไม่ต่างอะไรไปจาก “รัฐกันชน” ที่ช่วยขวางจีนจากกำลังทหารสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่ยุ่มย่ามยั้วเยี้ยในคาบสมุทรแห่งนี้มานานแล้ว บทสรุปของโกลบอลไทมส์ ที่ระบุไว้ว่า “จีนยอมรับว่า ไม่มีขีดความสามารถพอที่จะเกลี้ยกล่อมแต่ละฝ่ายให้กลับมายังจุดๆ เดิม แต่ก็พร้อมที่จะออกมาเตือนทั้ง 2 ฝ่าย ว่าปฏิบัติการใดๆ ที่ทำให้ผลประโยชน์ของจีนตกอยู่ในความเสี่ยง จะต้องได้รับการตอบโต้แบบฉับพลัน-ทันที” จึงทำให้ฉากสถานการณ์ที่หนักๆอยู่แล้ว ยิ่งดูหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นไปใหญ่ ชนิดที่ทำให้ “ข้อเสนอ” ของทั้งรัสเซียและจีน ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายเซอร์เก ลาฟรอฟ” ออกมาจุดพลุไว้ช่วงล่าสุด คือให้เกาหลีเหนือระงับการทดลองอาวุธทั้งมวล พร้อมๆ กับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ระงับการซ้อมรบโดยสิ้นเชิง เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นในการฟื้นหนทางเจรจาอย่างเป็นทางการ ออกจะเป็นอะไรที่เบาโหวงๆ เหวงๆ ไปโดยปริยาย...
       
        แม้วันนี้ หรือ ณ ขณะนี้...เกาหลีเหนือยังไม่คิดส่งจรวด “ฮวาซอง-12” ไปหล่นปุอยู่ห่างๆ ฝั่งเกาะกวมประมาณ 30-40 กิโลเมตร ตามที่วาดฉากจินตนาการเอาไว้ก่อนล่วงหน้า และปฏิบัติการซ้อมรบ “Ulchi-Freedom Guardian” ของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ยังไม่เริ่มต้นขึ้น ตามกำหนดการที่วางเอาไว้ตั้งแต่ 21-23 สิงหาคมเป็นต้นไป แต่ก็ไม่ได้มีบรรยากาศใดๆ ที่พอสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายหวนกลับมาสู่สภาวะ “สติ-สัมปชัญญะ” ครบถ้วนโดยสมบูรณ์อีกครั้ง “ทรัมป์บ้า” ก็ยังคงบ้าไม่เลิก เพราะถ้าหากไม่บ้า ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสดำรงสถานะเป็นประธานาธิบดีต่อไปได้อีกนานเท่าไหร่ ส่วน “คิมน้อย” นั้นแทบไม่ต้องพูดถึง แค่เฉพาะทรงผม “ขัดใจแม่” ทรงเดียว ก็เป็นตัวรับประกันพิกัดความบ้าได้ครบหมด ส่วนความบ้าเหล่านี้จะนำพาโลกไปสู่จุดไหน ต่อจุดไหน อันนี้...คงต้องพยายามเงี่ยหูฟังเอาไว้มั่ง อย่าเอาแต่วนไป-วนมากับการ “ด่าประยุทธ์-เชียร์ประยุทธ์” ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดอะไรงอกเงยขึ้นมามากมายซักเท่าไหร่...

จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017