หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ รอยมาร

รอยมาร ตอนที่ 11

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กันยายน 2554 08:42 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2

รอยมาร ตอนที่ 11

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รอยมาร ตอนที่ 11

รอยมาร ตอนที่ 11

รอยมาร ตอนที่ 11

รอยมาร ตอนที่ 11

รอยมาร ตอนที่ 11

รอยมาร (ต่อ)
       เมื่อไปถึงบ้านครูกรรณิการ์ สไบนางฝึกรำศรีวิชัยอยู่กับครูกรรณิการ์ ครูรำนำอยู่ข้างหน้า สไบนางรำตามไปอย่างสวยงาม อาทิตย์นั่งมองดูอยู่ยิ้มชื่นชม สไบนางเป็นนางรำที่ดูเรียบร้อย สง่างามผิดกับทโมนที่อาทิตย์คุ้นเคย ครูกรรณิการ์หยุดรำนำแล้วเดินไปตบจังหวะ ยืนดูท่าทางลูกศิษย์ คอยจับแต่งท่าทางไปขณะที่ สไบนางรำ อาทิตย์นั่งมองดูไปเพลินๆ ยิ้มชื่นชมตลอดเวลา
       หลังจากซ้อมรำเสร็จแล้ว สไบนางเดินคุยกับอาทิตย์ มาในสวนที่ร่มรื่นของบ้านครู
       “บีอยากให้ซันนี่พามาที่บ้านอาจารย์อีกวัน แต่ต้องไม่ให้คุณย่ารู้นะว่าเรามาที่นี่ คุณเป็นตำรวจวางแผนเก่งอยู่แล้วนี่”
       “คิดดูก่อน”
       สไบนางทำหน้าอ้อนๆ
       “โห...นะๆ วันเดียวเอง แล้วบีจะไม่รบกวนอะไรซันนี่อีกเลยตลอดชีวิต”
       อาทิตย์ยิ้มๆ
       “ขนาดนั้นเลย”
       “อือ”
       “โอเค”
       “ซันนี่น่ารักที่สุด”
       สไบนางเดินรื่นเริงนำไปก่อนจะหยุดหันมาเผชิญ หน้ากับอาทิตย์
       “รู้อะไรมั้ยซันนี่”สไบนางทำหน้าบึ้งๆใส่ “บางครั้งบีเกลียดขี้หน้าซันนี่ที่สุดเลย ทำไมต้องเป็นเพื่อนพี่เมก่อนเป็นเพื่อนบี ทำไมบีจะต้องคอยรับสมบัติหรืออะไรทุกอย่าง รองจากพี่เมด้วย”
       “แต่พี่ขอเป็นเพื่อนบีเองนะ คุณเมไม่ได้แนะนำซะหน่อย”อาทิตย์แย้ง
       สไบนางคิดตาม
       “ก็จริงนะ บีรู้ว่าซันนี่เป็นคนดี...การจะมีเพื่อนดีๆ สักคน คงไม่แปลกอะไรถ้าจะรู้จักหลังพี่เม”
       สไบนางเดินนำกลับไป อาทิตย์ติดใจสงสัยมานาน
       “บีมีปัญหาอะไรกับคุณเมรึเปล่า”
       สไบนางหยุดกึกหันมองหน้าอาทิตย์
       “ทำไมซันนี่คิดยังงั้นล่ะ เราเป็นพี่น้องกันนะ”
       “พี่น้องคนละพ่อคนละแม่”
       “แต่ย่าเดียวกัน”
       อาทิตย์สงสัย
       “เวลาไปที่บ้านคุณย่า พี่ไม่ค่อยเห็นพี่น้องสองคน คุยกันเท่าไหร่เลย”
       “เราคุยกันจนเบื่อ อยู่บ้านเดียวกัน คุยกันได้ทุกเวลา คุยกันมากก็ เหม็นขี้หน้ากันมาก”
       อาทิตย์ยิ้มๆ สไบนางจ้องหน้า
       “รู้อะไรมั้ยซันนี่ บีเป็นนักฉกฉวยตัวยง ขี้อิจฉานางรอง จอมแย่ง สังเกตให้ดีนะ สมบัติของรักของชอบของพี่เมทุกชิ้นมันตกเป็นของบีในที่สุด บีเป็นมารร้ายคอยแย่งชิงทุกอย่างจากพี่เม ตอนนี้ซันนี่คือเพื่อนที่บีแย่งมาจากพี่เม”สไบนางสะใจอาทิตย์ขำๆ
       
       “ผมมีค่าควรแก่การฉกชิงวิ่งราว ของใครด้วยเหรอ”
       “ซันนี่พูดเหมือนดูถูกพี่เม...”สไบนางน้ำเสียงแดกดัน สายตาเย้ยหยัน “พี่เมคือที่สุดแห่งความเพอร์เฟ็กต์...การเรียนดี การงานเริ่ด มารยาทเยี่ยม เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ ใช้ของแบรนด์เนมหัวจรดเท้า ซันนี่ก็คือสิ่งดีๆ อีกอย่างหนึ่งที่เสริมบารมีให้พี่เมดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก”สไบนางพูดอย่างหมั่นไส้
       “แต่พี่ไม่ได้ผูกขาด จะต้องเป็นเพื่อนเมคนเดียวนี่นา”
       สไบนางจ้องหน้า
       “ซันนี่จะแต่งงานกับพี่เมมั้ย”
       “ยังไม่รู้ ยังไม่ถึงเวลาของมัน...บู้บี้อยากรู้ความเคลื่อนไหวของพี่กับเมไปทำไม”
       “เตรียมตัว”
       อาทิตย์เลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย
       “เตรียมตัวอะไร”
       สไบนางจ้องหน้าอาทิตย์ เสียงแข็งกร้าว ดูจริงจัง หน้าตาโกรธเกรี้ยว
       “บีจะเกลียด ซันนี่ หน้าก็ไม่อยากจะมอง”
       “ทำไมล่ะ”
       สไบนางเสียงดุดัน ดังขึ้นมา
       “เพราะว่าบีแย่งซันนี่มาจากพี่เมไม่ได้น่ะสิ”
       
       สไบนางปั้นหน้าซีเรียส ตาแข็งๆ ขวางๆ ออกแนวแค้นฝังหุ่น อาทิตย์ อึ้งๆ ไปมองหน้าสไบนางตกใจ ความคิดสไบนางดูน่ากลัวออกแนวจิตๆ หรือนี่ แต่แล้วสไบนางก็ระเบิดหัวเราะออกมา
       “หลอกตำรวจซะหน้าซีดเลย”สไบนางทำท่าทำทางหลอกผี “บีเป็นสาวโรคจิต”
       สไบนางหัวเราะชอบใจวิ่งนำไปขึ้นนั่งสบายในรถ อาทิตย์ขำๆ
       “บู้บี้ตัวแสบ”
       อาทิตย์ยิ้มๆส่ายหน้าเดินตามไปที่รถ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       บ้านอัคราชตอนหัวค่ำ...
       อุปมาเดินตามหาเมธาวีมาถึงห้องรับแขกเล็ก...เมธาวีนั่งหน้าตาบึ้งตึงอยู่ในห้อง อุปมาเดินปั้นยิ้มเข้ามานั่งข้างๆ เมธาวีขยับตัวห่างออกไปเล็กน้อย
       “โกรธผมเรื่องอะไร”
       เมธาวีถอนใจออกมา
       “ผมทำอะไรให้คุณเมไม่พอใจเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว”
       เมธาวียังคงบึ้งตึงไม่ตอบคำ
       “คุณเมรังเกียจผมมากเลยเหรอครับ”อุปมาน้อยใจ
       เมธาวีหันมองอุปมา
       “ไม่ใช่ยังงั้นหรอกค่ะ”
       “คุณเมคงรู้สึกว่าถูกดูหมิ่นที่ผมจะซื้อแหวนทำใหม่มาขอหมั้นคุณ ไม่ใช่สมบัติเก่าแก่ของตระกูล ใช่มั้ยครับ”
       เมธาวีอึ้งๆ มองหน้าอุปมา ตนไม่ได้คิดขนาดนั้น ตนเห็นวิมาดาตะหาก แต่ไม่อยากพูดถึงอีก อุปมาล้วงกล่องกำมะหยี่สีเลือดหมูออกมาเปิดออก เห็นแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวเม็ดโตแบบเรียบๆ ส่องประกายอยู่ด้านใน
       “แหวนวงนี้ไม่ใช่ของเก่าแก่อะไร ที่จริงคุณพ่อผมเคยมีแต่สูญหายไปหมดแล้ว คุณแม่ผมก็ชอบมรกตมากกว่าเพชร ผมทราบมาว่าคนไทยนิยมเพชรมากกว่า เท่าที่ตามหาได้ก็มีเหลืออยู่วงนี้วงเดียว”
       เมธาวีชำเลืองมองแหวนเพชรเม็ดโต น้ำงาม เรือนทองคำขาว
       “ผมเห็นว่าแบบมันเรียบจนเกินไป แล้วก็ไม่ใช่ของเก่าซะทีเดียว กลัวคุณเมจะไม่ถูกใจ เลยพาไปเลือกซื้อใหม่แทน”
       เมธาวีใจอ่อนยวบลงเหมือนกัน รู้สึกอุปมาทุ่มเทและตั้งใจจริงกับตน
       “คุณเมครับ พร้อมที่จะรับหมั้นผมรึยัง”
       เมธาวีช้อนตามองตาอุปมา อึกๆอัก หน้าแดงๆ อุปมาหยิบแหวนออกมาจากตลับแล้วจับมือซ้ายเมธาวีขึ้นมา
       “ผมอยากขอหมั้นคุณเมไว้ก่อน”
       อุปมาตั้งท่าจะสวมแหวนเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ เมธาวีน้ำตารื้นๆ ลึกๆก็ดีใจและตื้นตันใจมาก
       “ไม่รู้ว่าจะเร็วไปมั้ยถ้าผมจะบอกคุณเมว่า...”
       เมธาวีลุ้นคำพูดจากปากอุปมาจนใจเต้นไม่เป็นระส่ำ
       “ผมชอบคุณ”
       นิ้วนางเมธาวีกระตุกเล็กน้อย แสดงถึงอารมณ์ไม่พอใจของเธอ เมธาวีดึงมือออก
       “แค่ชอบเหรอคะ เจอกระเป๋ารองเท้าก็ชอบได้ทั้งนั้น ขอบคุณค่ะมาร์ค...คำว่าชอบของคุณมันยิ่งใหญ่เกินไป เมคงไม่คู่ควรที่จะรับมันไว้”เมธาวีเชิ่ด จะลุกเดินหนี
       อุปมาฉวยมือเมธาวีเอาไว้
       “คำนั้นคงต้องใช้เวลาให้กันและกันอีกซักนิด ตอนนี้ผมชอบคุณเม ชอบมาก คำว่ารัก คงใช้เวลาอีกไม่นาน”
       เมธาวีสะบัดมือออก จะเดินหนี อุปมาตามไปกอดเมธาวีเอาไว้จากด้านหลัง
       “แล้วคุณล่ะ เคยทำอะไรให้ผมมั่นใจบ้างว่าคุณชอบผม กระซิบให้ผม ได้ยินซักนิดก็ไม่ได้เหรอครับ”
       เมธาวีนิ่งเงียบ อุปมากระชับกอดเธอไว้แน่น
       “เป็นเจ้าสาวให้ผมได้มั้ยครับคุณเม”อุปมาหอมข้างแก้ม
       สไบนางเดินเข้ามาในห้องรับแขก ต่างฝ่ายต่างตกใจ...เมธาวีและอุปมารีบผละออกจากกัน
       “อุบาทว์”
       สไบนางมองทั้งคู่สายตาดูถูก เมธาวีตกใจปนอาย
       “ฟังฉันก่อนบี”
       สไบนางวิ่งกลับออกไปทันที เมธาวีร้อนใจมาก
       “ทำยังไงดีล่ะคะ บีต้องไปฟ้องคุณย่าแน่ๆเลย”
       เมธาวีรู้สึกอับอายและเสียหน้ามากจนน้ำตาคลอขึ้นมา อุปมาใช้ความคิดอย่างนิ่งขรึม
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       บังอรจูงมือคุณหญิงรุจาพาเดินขึ้นบ้านบ้าน อาทิตย์เดินตามคุยมาติดๆ สไบนางเดินหน้าตาบึ้งตึงตรงออกมาหาทุกคน
       “ซันนี่กลับไปก่อนเถอะ”
       อาทิตย์งงๆ
       “ทำไมล่ะ”
       “บอกให้กลับก็กลับไปเถอะน่ะ”สไบนางดันอาทิตย์ออกไป
       “แม่บี...อะไรของเรา ไปไล่พี่เขากลับบ้านทำไม เสียมารยาท”คุณหญิงรุจาปราม
       “เสียมารยาทยังดีกว่าเสียน้ำตา”
       บังอรงงๆ
       “พูดอะไรน่ะบี ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
       อุปมาเดินหน้าเคร่งขรึมออกมาหาทุกคน สไบนางหันขวับ จ้องหน้าอุปมาสายตาแข็งกร้าว ชิงชัง อุปมาหน้าตาจริงจัง พูดกับคุณหญิงรุจา
       “ถ้าคุณย่าไม่เหนื่อยจนเกินไป ผมขอเวลาซัก 5 นาที ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะเรียนให้คุณย่าทราบครับ”
       ทุกคนมองอุปมาด้วยสีหน้าแววตาสงสัย เว้นแต่สไบนางที่จิกตามองอุปมาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามและชิงชัง
       คุณหญิงรุจาเดินเข้ามาในห้องรับแขกเล็ก เห็นเมธาวีนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ในห้อง เมธาวีลุกขึ้นมาประคองคุณหญิงรุจามานั่ง คุณหญิงรุจาเหลือบตาเห็นกล่องแหวนเพชรวางเปิดอ้าที่โต๊ะกลาง ก็แทบจะเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด อุปมาสบตากับเมธาวีก่อนจะนั่งลงไม่ห่างกันนัก
       “มีอะไรก็ว่ามาเลย ย่ากำลังฟังอยู่”
       “คือ ผมกับเม”
       อุปมาสบตาเมธาวี อึกอักพูดไม่ออกเล็กน้อย
       “ว่าไงล่ะ อึกอักพูดไม่ออกเลยเหรอ พูดมาเถอะ”คุณหญิงรุจาทำเหลือบตามองแหวน “แหวนเพชรน้ำงามดีนี่ 3 กะรัตได้ล่ะมั้ง”
       “ครับคุณย่า...”อุปมารวบรวมความกล้า “คือผมจะมาขอหมั้นกับเมน่ะครับ คุณย่า”
       คุณหญิงรุจารู้ทั้งรู้แต่ก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกันเมื่อได้ยินคำสู่ขอจากปากอุปมา เมธาวีก้มหน้างุด คุณหญิงรุจานิ่งขรึม ถอนใจยาวออกมา
       “ย่าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ไอ้เราเป็นคนหนุ่มสาวหัวสมัยใหม่ ถ้าเป็นเป็นสมัยย่า เขาต้องให้เถ้าแก่มาทาบทามสู่ขอกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง”
       เมธาวีสบตามองกับอุปมา
       “แม่เมล่ะว่ายังไง”
       เมธาวีสะดุ้งเฮือก
       “เมแล้วแต่คุณย่าค่ะ”
       “แสดงว่าตัวเราเองก็พอใจกับคุณอุปมาอยู่ ไม่มีอะไรขัดข้องใช่มั้ย”
       อุปมาจับจ้องมองเมธาวีอย่างลุ้น รอฟังคำตอบ เมธาวีก้มหน้านิ่ง
       “ค่ะ”
       อุปมายิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ คุณหญิงรุจาหน้านิ่ง
       “เราสองคนก็โตๆ กันแล้ว ปกครองตัวเองได้แล้ว ก็แล้วแต่สมัครใจแล้วกัน”
       อุปมาดีใจมาก ยกมือไหว้
       “ขอบคุณครับคุณย่า”
       “เดี๋ยวๆ ใจเย็นก่อน...ตอนนี้พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่อยู่ซักคน เราให้พวกเขากลับมาแล้วคุยกันอีกทีดีกว่า เอาเป็นว่าย่ารับทราบ ความประสงค์ของเราทั้งสองคนเอาไว้แล้วเบื้องต้นก็แล้วกันนะ”
       เมธาวีขยับตัวไปก้มกราบตักคุณหญิงรุจา แอบมีน้ำตาคลอๆ ใจตนยังคาใจกับอุปมาหลายเรื่อง ยังไม่
       เต็มร้อยนัก อุปมายิ้มกว้างออกมาอย่างสบายใจ สไบนางแอบฟังการสนทนาทั้งหมดอยู่หน้าประตูห้อง เหยียดปากหมั่นไส้แล้วเดินหน้าตาไม่พอใจกลับออกไป
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       ค่ำคืนนั้น อุปมาเดินกลับเข้าคอนโดมา ชะงักไปเมื่อเห็นวิมาดาในชุดนอนเซ็กซี่ถือแก้วไวน์เปล่า วิมาดาวางแก้วลงข้างขวดไวน์แล้วลุกขึ้นยืนเซๆ ทรงตัวไม่อยู่เล็กน้อย
       “กลับช้าจังเลยมาร์ค”
       อุปมาหน้านิ่ง
       “คุณเมาเหรอ”
       วิมาดายิ้มๆ
       “กำลังคุยสนุกตะหากค่ะ”วิมาดาเดินเป๋ๆเข้าไปหาอุปมา “วันนี้วิเห็น ภาพบาดตา”
       อุปมางงๆ
       “ภาพอะไรเหรอ”
       วิมาดาปั้นหน้าน้อยใจปนงอน
       “วันนี้คุณพาผู้หญิงคนหนึ่งไปซื้อแหวน”
       อุปมาขำๆออกมา โกหกหน้าตาย
       “ใครบอก เขาให้ผมไปช่วยเลือก”
       “วิไม่เชื่อ”
       “ผมก็บังคับให้คุณเชื่อไม่ได้ กู๊ดไนท์นะครับ ผมเหนื่อย”
       อุปมาจะเดินกลับเข้าห้องนอน วิมาดาขวางหน้าแล้วสวมกอดอุปมาเอาไว้ทันที ทำเมามาย...
       “วิไม่ให้คุณไป”
       อุปมาพยายามแกะวิมาดาออกวิมาดาไม่ยอม สวมกอดเขาเอาไว้แน่น ซบหน้ากับอก
       “วิยังรักคุณเหมือนเดิมนะมาร์ค”
       “คุณเมามากแล้ว ผมพาไปนอนดีกว่า”
       วิมาดายกมือขึ้นจับแก้มอุปมา จ้องตา
       “คืนนี้วิขอนอนห้องคุณนะมาร์ค”
       อุปมาจ้องตาวิมาดาคืน เยื่อใยยังตัดไม่ขาด
       “แค่คืนเดียวนะมาร์ค ไม่ผูกพันอะไรทั้งนั้น”
       ทั้งคู่จ้องตากัน ต่างมีสายตาปรารถนา ทั้งคู่ค่อยๆ โน้มหน้าเข้าหากัน จูบกันอย่างดูดดื่ม อุปมาอุ้มวิมาดามานอนลงบนเตียงนอนของตน วิมาดากอดรั้งเขาเอาไว้ อุปมาระดมจูบหอมไปมา วิมาดาแอบอมยิ้มร้ายๆ อย่างมีแผนการ แต่ทันใดนั้นอุปมากับหยุดกริยาอาการทั้งหมด
       “เดี๋ยวนะ”
       วิมาดางงๆ อุปมาขยับตัวเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบถุงยางอนามัยออกมา โชว์ให้วิมาดาดู ก่อนจะกอดจูบลูบไล้อดีตคนรักต่อไป วิมาดาเจ็บใจที่สุด เสียดายโอกาส เพราะตั้งใจจะปล่อยให้ท้อง หวังจับอุปมา แต่ แผนการพังหมดเพราะเขารู้จักป้องกันตัวเอง
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       คุณหญิงรุจา นอนไม่หลับ จึงเดินมาเคาะประตูห้องนอนสไบนาง
       “บี...หลับรึยังลูก”
       “ยังค่ะคุณย่า”
       สไบนางในชุดนอนแบบผู้ชาย เปิดประตูห้องนอนรับย่า
       “ขอย่าเข้าไปคุยด้วยเดี๋ยวซิ”
       “ด้วยความเต็มใจ เชิญเลยค่ะคุณย่าสุดที่รัก”
       สไบนางผายมือเชื้อเชิญ ยิ้มหน้าทะเล้น คุณหญิงรุจาหน้านิ่ง ไม่ยิ้มไม่ล่อเล่นด้วย
       “ปิดประตูห้อง ล็อกให้เรียบร้อย”
       คุณหญิงรุจาเดินนำไปนั่งปลายเตียง สไบนางสงสัยเล็กน้อย ต้องคุยเรื่องสำคัญแน่ๆ กดล็อกห้อง
       “มานั่งข้างๆ ย่านี่มา”
       สไบนางเดินไปนั่งข้างๆคุณหญิงรุจา
       “พรุ่งนี้เราว่างรึเปล่า”
       “ว่างทุกวันอยู่แล้วล่ะค่ะ คุณย่ามีอะไรจะใช้บีเหรอคะ”
       “ย่าอยากชวนเราไปทำเรื่องโอนบ้านสวนให้เรียบร้อย”
       “มันจำเป็นต้องรีบขนาดนี้เลยเหรอคะ บีไม่เข้าใจ”
       “แล้ววันหนึ่งเราจะเข้าใจเอง”คุณหญิงรุจาจับมือหลานสาวเอาไว้ “รับเอาไว้นะบี บีคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมกับสมบัติชิ้นสุดท้ายของย่า”
       สไบนางไม่สบายใจ
       “คุณลุงยังไม่กลับมาเลย รอคุณลุงกลับมาก่อนไม่ดีเหรอคะ บีไม่อยากให้มีปัญหาขัดใจตามมาทีหลัง”
       “ไม่จำเป็น บ้านสวนเป็นสมบัติของย่า คิดซะว่าย่ายกให้บีเป็นรางวัล ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็แล้วกัน”
       
       สไบนางไม่สบายใจ รักลุงไม่อยากให้มีปัญหากินแหนงแคลงใจกัน คุณหญิงรุจาเข้าใจความรู้สึกหลานสาว ลูบผมพร้อมพูดไป
       “บีเอ๊ย...นี่เป็นส่วนที่เราพึ่งได้ บ้านสวนนี่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับที่ลุงเราได้ไป ลุงเราได้ไปเยอะมากจนพ่อเราไม่ได้อะไรเลย บีคือตัวแทนของพ่อ รับไว้เถอะนะลูก”คุณหญิงรุจาน้ำตารื้นๆ ขึ้นมา
       สไบนางมองหน้าย่า รับอารมณ์ได้ น้ำตาคลอๆ ตามขึ้นมา คุณหญิงรุจามองหน้าสไบนาง ด้วยความรัก และห่วงใย
       “ย่าจะได้หมดห่วง นอนตาย ตาหลับ เพราะมั่นใจว่าเมื่อสิ้นย่าแล้ว บีจะไม่พลัดนาคาที่ไปอยู่กับใคร มีบ้านมีเรือนเป็นของตัวเอง”คุณหญิงรุจาน้ำตาท่วมตา
       สไบนางสวมกอดคุณหญิงรุจาเอาไว้ น้ำตาซึมๆ ซาบซึ้งใจกับความรักความห่วงใยของย่าที่มีให้กับตน คุณหญิงรุจาได้แต่กอดหลานสาวเอาไว้แน่น ลูบผมหลานสาวด้วยความรักและห่วงใย คุณหญิงรุจาเคร่งเครียด ปนกังวลกับเรื่องบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น จนน้ำตาไหลออกมา
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       หลายวันต่อมา...
       อุปมาแต่งตัวเรียบร้อย ยืนผูกเน็คไทอยู่ในห้องนอนของบ้านทรงไทย เสียงโทรศัพท์มือถือดังขัดขึ้น อุปมาเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
       วิมาดาถือโทรศัพท์แนบข้างหูมือหนึ่ง อีกมือยกถุงใส่อาหารอาหารสดต่างๆ ที่ไปซื้อมาวางลงกลางโต๊ะอาหาร วิมาดายิ้มดีใจที่อีกฝ่ายรับสาย
       “ประชุมเสร็จรึยังคะ”
       “ยังเลยครับ”
       “วันนี้วินึกสนุกอยากทำกับข้าวขึ้นมาน่ะค่ะ กลับมาทานข้าวที่คอนโดนะคะ”
       “ผมไม่รู้จะประชุมเสร็จเมื่อไหร่เลย”
       “เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละค่ะ”วิมาดาฟังอีกฝ่าย ยิ้มแย้ม “ค่ำมืดแค่ไหนวิก็หิ้วท้องรอได้ค่ะ เอาเข้าเวฟอุ่นแป๊บเดียวก็ทานได้แล้ว...ค่ะ วิรอได้ ทำงานเถอะค่ะ วิไม่กวนแล้วล่ะ” วิมาดากดตัดสายยิ้มกริ่ม เปิดกระเป๋าถือหยิบซองยาออกมามองซองยา พูดพึมพำอารมณ์ดี “อร่อยแล้วยังคึกคัก ปึ๋งปั๋ง ด้วยนะคะมาร์ค”
       วิมาดาขำๆชอบใจ เดินไปเข้าครัว
       ทางด้าน อุปมาเดินกลับมาแต่งตัวต่อที่หน้ากระจก เสียงเคาะประตูดังขึ้น หัสดินในชุดหล่อจะไปงานวันเกิดคุณหญิงรุจาเข้ามายิ้มแย้ม
       “ไง...ตื่นเต้นมั้ยเพื่อน”
       “ไปงานวันเกิดคุณหญิงคุณหญิงรุจา ต้องตื่นเต้นทำไม”
       “มันมีวาระซ่อนเร้นอยู่ ปิดเพื่อนไม่มิดหรอก งานหมั้นคืนนี้น่ะตื่นเต้นมั้ย”
       อุปมายิ้มๆ
       “ธรรมดา”
       “ฉันยังตื่นเต้นแทนแกเลยว่ะ เรือนหอที่ฉันตั้งใจสร้างเพื่อแกมาหลายปี จะได้มีเจ้าสาวเข้ามาสิงสู่ซะที”
       “นั่นผีแล้วไอ้หัส”
       หัสดินขำๆ
       “ฉันจะขึ้นมาบอกแกว่า พ่อแกมาถึงแล้วนะ”
       ขาดคำหัสดิน...บารมีในชุดสูทสีเทาเข้ม ดูภูมิฐานก็เปิดประตูห้องเข้ามา อุปมายิ้มดีใจ ยกมือไหว้
       “สวัสดีครับพ่อ”
       สองพ่อลูกตรงเข้าสวมกอดทักทาย บารมีตบบ่าลูกหนักๆ เป็นการทักทาย
       “คุณแม่เป็นยังไงมั่งครับ”
       “สบายดี คิดถึงเรามาก...”บารมีหันมองหัสดิน “ช่วยลงไปรับแขกแทนลุงที”
       “ครับคุณลุง” หัสดินเดินออกไปจากห้อง
       อุปมาสงสัยว่าใครมา จะอ้าปากถาม แต่บารมีพูดขัดขึ้นซะก่อน
       “พ่อมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
       อุปมามองหน้าจริงจังของบารมีก็สงสัยอยากรู้ขึ้นมา
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       ประมุขและวิจิตราคุยกันอยู่ที่โถงบ้านอันใหญ่โต วิจิตราพูดอย่างปลื้มใจ
       “โถ นึกว่าเพื่อนคนไหน ที่แท้ก็เศรษฐีเจ้าของบ้านไทยนี่เอง...จะว่าไป ยัยเมนี่ก็ตาถึงไม่เบานะคะคุณ”
       ประมุขยิ้มแย้ม
       “เหมือนแม่”
       วิจิตราขำๆชอบใจ
       “คุณก้อ...”วิจิตรากวาดตามองดูบ้าน “ท่าทางรวยใช่เล่นนะคะ”
       “รวยจริง ไม่ใช่แค่ผู้ดีเก่าคนเคยรวยอย่างพวกเรา”
       “คุณก็พูดเกินไป ยังกะเราไม่มีงั้นล่ะ ใครได้ยินเข้า เสียชื่อตายเลย”วิจิตราค้อนใส่สามีแล้วเดินชมบ้านไป
       ประมุขแอบถอนใจยาวออกมา หน้าเครียดๆ หัสดินเดินลงมาจากชั้นบนยิ้มแย้มให้
       “ขอโทษนะครับที่ให้รอนาน...ผมขออนุญาตเป็นไกด์พาชมบ้านดีมั้ยครับ”
       วิจิตรายิ้มรับ
       “ดีเลยจ้ะ...บ้านตกแต่งได้หรูหราน่าอยู่มากๆ เลยนะจ๊ะ”
       “ขอบคุณครับ”
       หัสดินเดินพาวิจิตราเดินชมบ้านไป
       ประมุขเดินตามหลังไป พร้อมกวาดสายตามองความใหญ่โตโอ่อ่าของบ้าน ด้วยความรู้สึกอดอิจฉาลึกๆไม่ได้
       ทางด้านอุปมาและบารมี นั่งคุยกันอยู่ที่มุมโซฟารับแขกในห้องนอน อุปมาหน้าเคร่งเครียด มองหน้าพ่อ
       “ว่าที่เจ้าสาวของผม คือลูกสาวของคนที่ทำให้ครอบครัวคุณปู่ คุณย่าต้องพังพินาศ จริงๆเหรอครับ”
       บารมีหน้านิ่งขรึมไป
       “ลูกคิดยังไง”
       “อึดอัดครับ ถ้าเรื่องทุกอย่างเป็นความจริง ผมไม่อยากให้มีการผูกพัน เกิดขึ้นกับคนตระกูลนี้”
       “ความจริงพ่อก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นหรอกมาร์ค แต่ถ้าเราไม่ทำ อย่างดีเขาก็ล้มละลายอับอายขายขี้หน้า”บารมีถอนใจออกมา “ถ้าเรื่องลงเอยแบบนั้น พ่อก็เห็นใจแต่คุณหญิงรุจา ถึงอย่างไรท่านก็เป็นแม่ของประจักษ์ เพื่อนแท้คนเดียวของพ่อ”
       อุปมาถอนใจออกมา
       “ผมเข้าใจสถานการณ์ของเขาดีครับพ่อ...แล้วคุณเมกับแม่ของเขารู้เรื่องหนี้ก้อนนี้รึเปล่าครับ”
       “พ่อคิดว่าคงยังไม่รู้นะ...”
       อุปมานึกขึ้นได้
       “อ้อ ผมทราบแล้วนะครับ ว่าอาศรีอำไพทิ้งน้องสาวไว้หนึ่งคน”
       “สไบนาง”
       “คุณพ่อทราบ”
       บารมีพยักหน้ารับ
       “เจอกันแล้วเป็นยังไง”
       อุปมาส่ายหน้า
       “แย่ครับพ่อ คุณย่าเลี้ยงหลานคุณพ่อเสียหมดแล้ว แก่นกะโหลก เกเรกวนประสาท ไม่ลงรอยกับผมเท่าไหร่ ไม่เคยพูดดีกับผมแม้แต่คำเดียว”
       บารมีขำๆ
       “ประจักษ์ก็เป็นยังงั้นตอนเด็กๆ พ่อเคยเจอหนูไบแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นลูกของไพกับประจักษ์”
       “ชื่อบีครับคุณพ่อ ไบอะไรนั่นแหกตาคุณพ่อเล่น เหลือรับจริงๆครับ เด็กคนนี้”
       บารมียิ้มๆ
       “ท่าทางลูกไม่ชอบน้องเลยนะมาร์ค น้องยังเด็ก พ่อเชื่อว่าคุณหญิงไม่กล้าบอกเรื่องทั้งหมดให้สไบนางรู้แน่ๆ เอาเถอะ อย่าเพิ่งตั้งแง่โกรธเกลียดน้องไปเลยนะพอแกรู้ว่าลูกคือพี่ชายก็คงจะดีไปเอง”
       “ผมไม่ได้เกลียดแกหรอกครับพ่อ แต่หมั่นไส้ ขอเขกกบาลแรงๆ ซักที ก็คงจะรู้สึกดีขึ้น”
       บารมีขำๆ ชอบใจพูดด้วยความเอ็นดู
       “พูดแล้วก็คิดถึงนะ หลานสาวคนนี้มันแสบถึงใจ ไม่ได้เจอตัวนานแล้ว อยากเห็นหน้าจริงๆ”บารมียิ้มๆเอ็นดู
       ขณะเดียวกันนั้นอุปมาก็ได้แต่เหยียดปากเซ็งๆ เหม็นขี้หน้า
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางในชุดนางรำศรีวิชัย แต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อย ยืนส่องกระจกอยู่ในห้องนอน หยาดฝนเดินยิ้มแย้มเข้ามาชื่นชม
       “เธอแต่งชุดแบบนี้ขึ้นจริงๆเลยบี สวยผิดหูผิดตา”
       สไบนางยิ้มปลื้ม
       “ขอบใจจ้ะ”
       “แต่แต่งหน้าเข้มไปหน่อยนะ ดูแก่เกินวัย”
       สไบนางหุบยิ้มเล็กน้อย
       “แต่งจืด เข้าแสงไฟก็ซีดหมดสิ”
       “เหรอ...แล้วเธอจะรำอะไรของเธอ”
       “ศรีวิชัย”สไบนางจัดแต่งชุดไป
       “บีรำวันเกิดคุณย่าตลอดเลยเหรอ”
       “ฮึ...ฝนเชื่อมั้ย คุณย่ากับทุกคนในบ้าน ไม่เคยเห็นบีรำแบบจริงๆจังๆ แต่งองค์ทรงเครื่องอะไรแบบนี้เลยสักครั้งเดียว”
       หยาดฝนแปลกใจ
       “จริงเหรอ”
       “จริงๆ รำเล่นๆ โชว์ขอเงินคุณลุงสั้นๆ น่ะรำบ่อย ผิดๆถูกๆ ก็รำไป ไม่มีใครรู้หรอก แต่คราวนี้บีตั้งใจจริงอยากทำให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณย่า แอบไปซ้อมกับอาจารย์กรรณ์ ตั้งหลายหน”
       “แต่ฝนเชื่อว่ามันต้องออกมาดีแน่ๆ ฝนเคยเห็นบีรำงานโรงเรียนทุกปี ฝนไม่เคยเบื่อเลยนะ ฝนเชื่อว่าคืนนี้บีต้องทำได้ดี ทุกคนต้องชื่นชม ปรบมือกันเกรียวกราวเลยล่ะ”
       สไบนางหน้าขรึมลง
       “บีก็หวังยังงั้นแหละฝน คุณย่าจะได้ภูมิใจที่สนับสนุนบี มาตลอด”สไบนางกังวลๆ “แต่บีก็อดกังวลไม่ได้นะฝน บีกลัวว่าจะมีเสียงโห่หรือโดนป่วนจากคนที่ไม่ชอบขี้หน้าบี ทำให้บีต้องหน้าแตกขายหน้ากลางงานคืนนี้น่ะสิ”สไบนางถอนใจออกมาอย่างกังวลใจ
        
       อ่านต่อวันพรุ่งนี้

หน้าที่แล้ว
1 | 2
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่ 12 มาหรือยัง....

มาเร็ว ๆนะ แฟน ๆ รออยู่
รอ รอ รอ
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่ 12 มาช้าจังเลยนะ
kikkabite15@hotmail.com
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอจนแหง็กแล้วเบื่อๆๆๆๆ
เซ็ง
 
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากดู ละคร รอยมาร สมัยที่พี่ตั่วแสดงอีกจัง/////
?????
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
555+ มีช่องคอมเม้นท์ด้วย
วิ่งควายคอลัมอื่นไม่เคยทัน
ขอที่นี่ละกัน

ที่ 1 โ ว้ ยยยยยยยย 55555+
A
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014