หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ รอยไหม

รอยไหม ตอนที่ 34

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
3 ตุลาคม 2554 09:25 น.
1 | 2
หน้าถัดไป

รอยไหม ตอนที่ 34

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

รอยไหม ตอนที่ 34

ติดตามอ่านละครออนไลน์ได้ทาง www.manager.co.th ทุกเช้าเวลา 09.30 น.
       
       รอยไหม ตอนอวสาน
       
       สุริยวงศ์วิ่งลงตลิ่งมามองหา เรือเพิ่งเคลื่อนออกไปจากฝั่งได้ไม่ไกลนัก สุริยวงศ์ตะโกนสุดเสียง
       
       “คุณริน”
       ในเรือ...เรรินกระถดถอยหนีได้ไม่ไกล บัวเงินก้าวเข้ามาหา
       “กูหันหน้ามึงแต่แรก กูก่อฮู้แล้วว่ามึงปิ๊กมาแก้แค้นกู มึงฝันไปเต๊อะอีมณีริน เพราะกูก่อจะขอจองเวรจองกรรมกับมึงกู่จาดไป จาดตี้แล้วมึงต๋ายด้วยน้ำมือกู แล้วจะไดจาดนี้กูจะล้างมึงแหมบ่ได้”
       “คุณย่า...เจ้านางมณีริน ท่านไม่เคยคิดอาฆาตจองเวร คุณย่าเข้าใจผิดแล้ว”
       “กูบ่เจื่อ...มึงยะหื้อผัวกูหมดฮักในตั๋วกู เปิ้นยอมต๋ายตวยมึงไป ละกูไว้คนเดียว บ่เกยหันความฮักตี้กูมอบหื้อเลย เป๋นผีไปแล้วยังใจ๋ดำบ่เกยมาเยี่ยมกูสักครั้ง เจ็ดสิบปี๋ มึงบ่ฮู้หรอกว่ากูต้องทนทุกทรมานจะได...”
       “เจ้านางมณีริน ท่านไม่เคยรักเจ้าศิริวัฒนาท่าน ไม่เคยคิดแย่งชิงกับคุณย่าเลย”
       “มึงบ่ต้องมาจุ๊ กูบ่เจื่อกำมึงหรอก มึงอยากเป๋นพระชายาเปิ้น อยากเป๋นแม่เจ้า หื้อคนทั้งแผ่นดินกราบไหว้มึง บ่จะอั้นมึงจะทอผ้าผืนนั้นยะหยัง”
       เรรินได้แต่ส่ายหน้า เปล่าประโยชน์เพราะบัวเงินเต็มไปด้วยมิจฉาทิฐิ
       “มึงบ่ได้ครองฮักกับผัวกู มึงก่อยังอุตสาห์ปิ๊กมาควักดวงใจ๋กู มึงบ่ฮู้กา กูฮักหลานกูขนาดไหน มึงกับสุริยะบ่มีวันได้สมหวังหรอก...อีเม้ย...มึงควักหัวใจ๋มันออกมากูอยากหัน”
       ธนินทร์ก้าวเข้ามาหา เรรินกระถดถอยหนี ธนินทร์โถมเข้าบีบคอเรริน บัวเงินสะใจ ขณะเดียวกันนั้น สุริยวงศ์ที่ว่ายน้ำตามมาทัน ปีนขึ้นเรือมา แล้วพุ่งเข้าถีบธนินทร์อย่างแรง ธนินทร์ล้มเซพลัดหลุดจากเรริน
       “คุณย่าครับ คุณย่าจะยะอะหยัง”
       “บ่เกี่ยวกับมึง”
       ธนินทร์หันขวับกลับมา หน้าธนินทร์ถูกซ้อนด้วยหน้าผีอีเม้ย
       “มึงบ่มีวันได้ครองฮักกับอีนี่หรอก”บัวเงินประกาศกร้าว
       “คุณริน...หนีไป”
       สุริยวงศ์ร้องบอก เรรินคลานหนีไปทางหนึ่ง ธนินทร์จะตามตะครุบเรริน แต่สุริยวงศ์เตะเข้ากลางตัว แต่ผีอีเม้ยไม่สะทกสะเทือน เรรินโซเซหนีไปทางหัวเรือ เรรินเสียหลักเพราะอ่อนเพลียและหมดแรง ประกอบกับเรือโคลงเพราะแรงลมและน้ำ เรรินล้มลง บัวเงินก้าวตามเข้ามา เงื้อมีดด้ามสั้น ในมือขึ้นสุดแขน
       “คุณย่าทำบาปมามากเกินไปแล้ว พอเสียทีเถอะค่ะ ความทุกข์ทรมานที่ คุณย่าได้รับมันคือบาปในใจคุณย่าเอง”
       “มึงบ่ต้องมาสั่งสอนกู มึงน่ะแหละยัดเยียดนรกมาหื้อกูถ้ากูจะต้องตกนรก กูบ่ยอมไปคนเดียวหรอก มึงต้องไปตวยกู”
       บัวเงินโถมเข้าจะแทง เรรินปัดป้องสุดกำลัง คมมีดที่กวัดแกว่งไปมา เฉือนเข้าแขนเรริน เมื่อเรรินออกแรงผลักบัวเงินจนเซไป บัวเงินยิ่งแค้น
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สุริยวงศ์สู้กับธนินทร์แม้จะสู้แรงไม่ได้ ธนินทร์คว้าแขนสุริยวงศ์ได้ บิดอย่างแรง ข้อมือธนินทร์ทรงพลังมากเพราะเป็นกำลังของผีอีเม้ย สุริยวงศ์เริ่มอ่อนแรงด้วยความเจ็บปวด ธนินทร์ตะปบอีกมือนึงคว้าคอสุริยวงศ์ มาบีบสุริวงศ์หน้าเขียว แต่กัดฟันดิ้นรน หน้าผีอีเม้ย ซ้อนทับหน้าธนินทร์ สุริวงศ์รวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ดิ้นหลุดออกมาได้
       
       สุริวงศ์ถอดสร้อยที่ห้อยพระออกมาจากคอ แล้วจู่โจมธนินทร์คล้องสร้อยใส่คอธนินทร์ได้สำเร็จ ธนินทร์ดิ้นพราดๆร้องโหยหวนออกมาเป็นเสียงอีเม้ย
       ผีอีเม้ยหลุดพรวดออกมาจากร่างธนินทร์ สุริยวงศ์เห็นทุกอย่างกับตาตัวเอง ผีอีเม้ยโกรธแค้นคำรามก้องเพราะแสบร้อน ผลักร่างธนินทร์อย่างแรงล้มหงายหลังลงกับพื้นและทับเอาเหล็กแหลมเสียบทะลุกลางตัว ผีอีเม้ยเหมือนหมดพลังเพราะไม่มีร่างให้สิง กรีดร้องทรุนทุรายละร่างของมันค่อยๆเลือนกลายเป็นมวลสารสีดำเทา
       ทางด้านเรรินกระถดถอยหนีมาจนมุมที่กราบเรือ บัวเงินพุ่งตามเข้ามาจะแทง
       “คุณย่า...อย่า”
       สุริยวงศ์ยื้อจับมือบัวเงินไว้ เรรินเสียหลักพลัดตกจากเรือ
       “คุณริน...”
       มือสุริยวงศ์ที่เหยียดยื่นออกไปสุดแขน เพื่อจะคว้ามือเรรินไว้เฉียดมือเรรินไปได้เพียงแค่สัมผัสกันครั้งสุดท้าย
       “คุณ...ริน”
       ร่างเรรินที่ตกลงมากระแทกผิวน้ำ จมดิ่งลง เรรินยังพยายามกระเสือกกระสน สุริยวงศ์จะกระโดดน้ำตามเรริน บัวเงินรีบพูดขัด
       “ถ้ามึงตวยมันไป มึงกับกูขาดกั๋น”
       สุริยวงศ์ หันมองบัวเงินสายตาเจ็บปวด
       “คุณย่าครับ ถ้าผมจะต้องทนมีชีวิตอยู่อย่างปราศจากความฮักผมขอ ยอมต๋ายตวยคนตี้ผมฮักไปดีกว่าครับ”
       บัวเงินอึ้งไป
       “สุริยะ”
       สุริยวงศ์กระโดดน้ำตามเรรินไปทันที
       “สุริยะ”
       สุริยวงศ์ แหวกดำลงลึกควานหาตัวเรริน บัวเงินที่หัวใจสลายหมดเรี่ยวแรงทรุดลงแต่ความแค้นยังแน่นอก
       “กูจะต้องแป้มึงทุกจาดไปกา ว่าจะไดอีมณีริน”
       บัวเงินเจ็บแปลบที่หัวใจอย่างแรง ลมหายใจค่อยๆอ่อนลง และทุกอย่างสงบนิ่งในที่สุด ดวงตาบัวเงินยังลืมค้างอยู่อย่างนั้น
       สุริยวงศ์ดำน้ำลงมาลึกและควานพบตัวเรริน เขาช้อนร่างเรรินประคองพากลับขึ้นสู่ผิวน้ำ แล้วรีบพาขึ้นฝั่ง นำตัวเรรินส่งโรงพยาบาล
       สุริยวงศ์นั่งเครียดอยู่มุมนึงของโรงพยาบาล ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นประดังประเดเข้ามา ยากจะเข้าใจ ยากจะปะติดปะต่อกัน วันดาราเดินเข้ามาหา
       “สุริยะ”
       “ปี้วันครับ”
       “มันเกิดอะหยังขึ้นกั๋นแน่ คุณรินกับคุณย่าเกี่ยวข้องกั๋นหยั่งได”
       “ผมเองก่อบ่ฮู้เหมือนกั๋นครับปี้วัน แต่เมื่อแรงผมงีบหลับไปผมเหมือนฝันหันท่านปู่ศิริวัฒนาครับ”
       วันดารา หน้าตื่นขนลุกซู่
       “ท่านปู่บอกหื้อผมรีบไปตี้คุ้ม ไปจ่วยคุณริน...ผมว่าผมฟังบ่ผิด ท่านเรียก คุณรินว่าเจ้ารินครับปี้วัน...มันบ่ใจ่แค่ฝัน ผมตื่นขึ้นมา ผมหันท่านปู่กับต๋า”
       วันดาราอึ้งไม่หาย ขณะเดียวกันนั้น หมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน
       “ญาติคุณเรรินครับ...”
       
       สุริยวงศ์กับวันดารารีบเข้าไปหาหมอ
       “คนไข้อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วงนะครับ เพราะจมน้ำอยู่นานเกินไป แต่น่าห่วงกว่านั้น คือหมอพบว่าเส้นโลหิตในสมองบางเส้นแตก...ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนที่สุด”
       สุริยวงศ์ตกใจเป็นห่วงเรรินมาก
       “ทำยังไงก็ได้ครับหมอ ยื้อชีวิตเธอกลับมาให้ได้ก็พอ”
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       เรรินอาการหนักมากถูกส่งมายังโรงพยาบาล กรุงเทพฯโดยเฮลิคอปเตอร์ภายในค่ำนั้น
       บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเรริน ออกมาจากลิฟท์ มีพยาบาลประคองอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน สุริยวงศ์ตามออกมาด้วย เรรินที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ถูกเข็นไปสู่ห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วนที่สุด
       สุริยวงศ์นั่งเครียดกุมขมับเวลาแต่ละวินาทีเหมือนเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าทรมานหัวใจ...สักครู่ พรรณวรินทร์รีบเดินเข้ามาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน สุริยวงศ์เงยหน้าขึ้นมอง รู้ได้ทันทีว่านี่คือ พรรณวรินทร์แม่ของเรริน
       พรรณวรินทร์ หันมาเห็นและรู้ได้ทันทีเหมือนกันว่านี่ คือผู้ชายที่เป็นต้นเรื่องของปัญหาทั้งหมด
       สุริยวงศ์ค่อยๆลุกขึ้น ยกมือขึ้นไหว้ พรรณวรินทร์ยิ่งได้เห็นหน้า ยิ่งเก็บความโกรธเกลียดไม่ได้ปราดตรงเข้ามาหา แล้วตบหน้าสุริยวงศ์ เป็นชุดใหญ่
       “คุณทำอะไรลูกฉัน...คุณทำอะไรลูกฉัน...”
       สุริยวงศ์ยืนนิ่งให้พรรณวรินทร์ได้ระบายอารมณ์ทั้งหมดออกมา ไม่คิดจะตอบโต้ใดๆ เพราะมันเป็นความผิดที่เขายินดียอมรับทั้งหมด พรรณวรินทร์ตบตีจนอ่อนแรงไปเองร้องไห้โฮออกมา สุริยวงศ์ ได้แต่ก้มหน้า น้ำตาร่วงเหมือนกัน
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       ศพบัวเงินตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่บ้านของบัวเงิน วันดาราส่งแขกที่มานั่งสวดชุดสุดท้ายกลับบ้าน
       “ยินดีจ๊าดนักเจ้า...ยินดี”
       วันดารากลับเข้ามาบ่าว 2 คน กำลังเก็บข้าวของ
       “ดูแลเก็บข้าวของหื้อเรียบร้อยเน้อ”
       “เจ้า...คุณวัน”
       บ่าวแยกย้ายกันไปทำงาน วันดาราขยับไปกราบศพบัวเงิน
       “ข้าเจ้าปิ๊กบ้านก่อนเน้อเจ้าคุณย่า”
       วันดาราขยับออกไป งานศพเงียบเหงา แม้ว่าสถานที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงาม ไม่มีขาดตกบกพร่อง รูปถ่ายบัวเงินถูกตั้งไว้มุมหนึ่ง ในความสลัวของห้อง ไม่มีใครได้โอกาสเห็น...ร่างจางๆของบัวเงิน นั่งก้มหน้าเศร้าอยู่บนเก้าอี้โยกตัวโปรด หน้าบัวเงินมีน้ำตาเอ่อออกมา
       ในอดีต...
       ศิริวัฒนาที่จมอยู่ในความทุกข์ หมดสภาพอยู่บนพื้นปลายเตียง
       “เจ้าริน...เจ้าริน...จะไดหนีอ้ายไปจะอี้...ปิ๊กมาเต๊อะ เจ้าริน...”
       บัวเงินก้าวเข้ามา
       “เปิ้นต๋ายไปแล้ว เจ้าอ้ายยังจะมาคร่ำครวญหาเปิ้นยะหยัง”
       “เจ้าริน อ้ายฮักเจ้าริน...ปิ๊กมาเต๊อะ ใกล้ถึงวันแต่งงานของเฮาสองคนแล้วเน้อ ปิ๊กมาเต๊อะอ้ายรอเจ้ารินอยู่เน้อ”
       บัวเงินโกรธจัดปราดเข้าตบหน้าศิริวัฒนาชุดใหญ่ ให้สติกลับคืนมา
       “คนต๋ายไปแล้ว ยังจะมามัวคร่ำครวญหามันยะหยัง ฮ้องหามันหื้อคอแตกต๋ายมันก่อบ่อมีวันฟื้นปิ๊กคืนมาหรอก”
       “เจ้าริน อ้ายรอเจ้ารินอยู่เน้อ”ศิริวัฒนายิ้ม
       บัวเงินน้ำตาร่วงพรู
       “เจ้าอ้ายใจ๋ดำ คนเป๋นๆยังอยู่ตี้นี้จะไดบ่หันหัวใจ๋ บ่หันความฮักกั๋นพ่อง”
       บัวเงินระบายความทุกข์ ความแค้นออกมาเป็นเสียงกรีดร้องตัดอารมณ์กับศิริวัฒนา ซึ่งยิ้มทั้งน้ำตาจมอยู่กับความรักและการรอคอย
       “เจ้าริน...เจ้ารินของอ้าย”
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       คำเที่ยงนั่งร้องไห้ เฝ้ากี่ทอผ้าอยู่ห่างๆ ศิริวัฒนาเดินโซเซเข้ามาอย่างบอบช้ำหนัก เข้าลูบคลำผ้าที่ทอค้างไว้บนกี่ ร้องไห้แล้วล้มทรุดลงกับพื้นกอดกี่ทอผ้าไว้
       “เจ้าริน ปิ๊กมาเต๊อะ ดวงใจ๋ของอ้าย ปิ๊กมาตอผ้าผื้นนี้หื้อแล้ว วันแต่งของเฮาใกล้เข้ามาทุกทีแล้วเน้อ เจ้ารินปิ๊กมาเต๊อะ เจ้าริน”
       คำเที่ยงเช็คน้ำตาป้อยๆ หมดปัญญาหมดที่พึ่งหมดสิ้นทุกอย่างเหมือนกัน ศิริวัฒนาเอาแต่ร้องไห้รำพันไม่หยุดปาก
       ทางด้านพระชายาได้แต่ซับน้ำตา เจ้าหลวงจิตใจหม่อนหมองหดหู่
       “น้องปลอบใจ๋ลูกจนบ่ฮู้จะปลอบใจ๋อย่างไดแล้ว ลูกบ่ยอมฮับฮู้อะหยังเลย”
       “สุดแท้แต่บุญแต่กรรมเต๊อะ”
       “ถ้าแม่ฮู้ความจริงเหียแต่แรก เรื่องร้ายๆหยั่งอี้ก่อคงบ่มีวันเกิดขึ้น”
       “คร่ำครวญไปก่อบ่มีประโยชน์อะหยังหรอก ความฮักกับความหลง มีแค่เส้นบางๆมาขีดเส้นคั่นไว้เต่าอั้น ถ้าแยกบ่ออก ก่อมักจะยะหื้อเจ็บปวดกั๋นหยังอี้”
       เจ้าหลวงเดินเศร้าออกไป
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       ดอกพุดบานขาวเต็มต้น ศิริวัฒนาเดินเหม่อลอยเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจเข้ามาหยุดมอง แล้วตรงเข้ามาที่ต้นดอกพุด ยิ้มเศร้าแล้วเอื้อมมือมาเด็ดดอกอย่างตั้งอกตั้งใจ
       ดอกพุดกำใหญ่ที่เก็บมาจากในสวนถูกวางลงบนที่นั่งกี่
       “อ้ายเก็บดอกเก็ดถะหวามาฝากเจ้ารินเน้อ ดอกกาสะลองโรยร่วงหมดแล้ว ในสวนมีแต่เก็ดถะหวา”
       ศิริวัฒนานั่งลงกับพื้นเหมือนเฝ้ารอคอยอย่างที่ทำอยู่ทุกวี่วัน ขณะเดียวกันนั้น บริวาร 3-4 คน เข้ามารีรอลังเลเมื่อเห็นศิริวัฒนา
       “เจ้าครับ”
       “พวกมึงมายะหยัง”
       “เจ้าหลวงเปิ้นสั่งหื้อพวกผม มารื้อหูกตั๋วนี้ไปเก็บในห้องใต้ดินครับ”
       “กูบ่หื้อรื้อ...พวกมึงบ่ฮู้กาเจ้ารินเปิ้นยังตอผ้าผืนนี้บ่แล้วเปิ้น จะปิ๊กมาตอต่อ”
       บริวารได้แต่มองหน้ากันเอาไงดี ศิริวัฒนาคว้าไม่ขึ้นมาอาละวาดไล่กวาดเหมือนจะตี บริวารตกใจกรูกันวิ่งหนีไปมุมนึง
       “คนไหนมันกล้ามารื้อหูกเจ้าริน มันต้องข้ามศพกูไปก่อน”
       บริวารไม่มีใครกล้า ศิริวัฒนาทิ้งไม้แล้วทรุดลงเหมือนหมดแรงกอดกี่ทอผ้าเอาไว้
       “ฮ้ายจะรอเจ้ารินเน้อ...เมินเต่าใดอ้ายก่อจะรอ อ้ายฮู้ว่าซักวันเจ้ารินของอ้ายจะต้องปิ๊กมา...เจ้าริน...เจ้าริน”
       ค่ำนั้นบัวเงินก้าวเข้ามาในห้องศิริวัฒนาเห็นศิริวัฒนา นอนขดตัวร้องครางเหมือนเด็กๆบัวเงินก้าวเข้ามาหาขยับเข้านอนกอดศิริวัฒนาไว้
       “เจ้าอ้าย...เจ้าอ้ายเจ้า”บัวเงินพรมจูบ “บ่มีแม่ญิงคนใดจะฮักเจ้าอ้ายได้นักเต่าบัวเงินคนนี้แหมแล้ว เฮาแต่งงานกั๋น บัวเงินจะเป๋นเมียตี้ดีจะซื่อสัตย์ต่ออ้ายคนเดียว”
       “แต่งงาน”ศิริวัฒนาพูดขึ้นเบาๆ
       “เจ้า...ป้อเจ้าแม่เจ้าคงจะดีใจ๋นักขนาดบัวเงินจะมีหลานหื้อเปิ้นอุ้ม ลูกคนแรกของเฮาจะเป๋นป้อจายนะกะเจ้า”
       “แต่งงาน”ศิริวัฒนาพึมพำ
       บัวเงินยิ้ม
       “เจ้าริน”ศิริวัฒนาคร่ำครวญ
       รอยยิ้มบัวเงินค่อยๆเหือดแห้งหายไป ศิริวัฒนาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องทันที
       “เจ้าริน...”
       บัวเงินน้ำตาร่วงออกมาอย่างเจ็บปวดชอกช้ำใจ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       วันต่อมา...ศิริวัฒนา ก้าวเข้ามาในห้อง เดินตรงมาที่กี่ทอผ้า
       “เจ้าริน...วันนี้ตอผ้าได้นักก่อ วันแต่งงานของเฮาใกล้เข้ามาทุกทีแล้วเน้อ เจ้าริน...งามนักขนาดฝีมือตอผ้าของเจ้ารินบ่มีคนไหนสู้ได้เลย...อย่าคร่ำเคร่งเกินไปนักเน้อเดี๋ยวจะเจ็บไข้ได้ป่วยไป...วันนี้ดึกแล้วพักผ่อนเหียพ่องเต๊อะเอาไว้วันพุกก่อยตอต่อ”
       ศิริวัฒนาพูดไปน้ำตาร่วงไปทั้งที่ใบหน้ามีรอยยิ้ม
       ทางด้านสล่าพันเข้ามาในห้องเสวย ก้มหน้าสลด
       “ว่าจะไดไอ้พัน ลูกกูยังบ่ตื่นกา”
       สล่าพัน ลำบากใจอย่างหนัก
       “เจ็บไข้ไปรึเปล่าก่อบ่ฮู้ น้องจะขึ้นไปผ่อลูกซักหน่อย”
       พระชายาลุกขึ้นจากโต๊ะ สล่าพันพูดขึ้น
       “แม่เจ้า บ่ต้องขึ้นไปหรอกครับเจ้าศิริวัฒนาเปิ้นบ่ได้อยู่บนเฮือนครับ”
       เจ้าหลวงแปลกใจ
       “อ้าว...แล้วลูกกูอยู่ตี้ไหน”
       “ห้องใต้ดินครับ”
       “วันๆเอาแต่ไปเฝ้าหูกหลังนั้น น้องจะหื้อละอ่อนจัดสำรับลงไปหื้อลูก”
       “แม่เจ้า...ป้อเจ้า”
       “อะหยังของมึงไอ้พัน”
       “เจ้าศิริวัฒนา...เปิ้น...สิ้นใจ๋แล้วครับ”
       เจ้าหลวงหน้าซีดเผือด พระชายาหัวใจสลายกรีดร้องออกมาสุดเสียง
       บัวเงินก้าวเข้ามาในห้องใต้ดิน น้ำตานองหน้า เห็นร่างศิริวัฒนานอนสิ้นใจข้างกี่ทอผ้า บัวเงินเข้าไปหาแล้วทรุดลงกอดศพศิริวัฒนาไว้
       “เจ้าอ้าย...จะไดมาตัดรอนละน้องไว้คนเดียวจะอี้ ความฮักตี้น้องมีหื้อเจ้าอ้ายมันบ่มีก่าเลยกา ว่าจะได น้องยะทุกอย่าง ก่อเพื่อความฮักของเฮาจะไดบ่เกยหันใจ๋น้องเลยเจ้าอ้าย”
       บัวเงินเขย่าตัว ศิริวัฒนาอย่างแรงเหมือนจะปลุกให้ตื่นขึ้นมาให้ได้
       ปัจจุบัน...
       วิญญาณบัวเงินนั่งสงบนิ่งอยู่ในห้อง สักครู่ก้อนมวลสารสีดำเทาเคลื่อนวนไปรอบบริเวณแล้วรอบตัวช้าๆกลายเป็นร่างผีอีเม้ย ค่อยๆคลานเข้ามาหมอบกราบวิญญาณบัวเงิน
       “หม่อมกะเจ้า จ่วยเม้ยตวย เปิ้นจะมาเอาตัวเม้ยไปแล้ว เม้ยจะบ่ได้อยู่ใกล้คอยฮับใจ้หม่อมอีกต่อไปแล้ว”
       “กูจะจ่วยมึงได้จะได กูเองก่อกรรมหนักหนาเอาไว้นักขนาด ต้องตกนรกในขุมตี้ลึกบ่ได้น้อยไปกว่ามึงหรอกอีเม้ย”
       ผีอีเม้ยร้องไห้ขยับเข้ามากอดขาวิญญาณบัวเงินไว้
       “หมดกรรมเมื่อใด ต่อหื้อได้เกิดเป๋นสัตว์เดรัจฉาน เม้ยก่อขอหื้อได้ปิ๊กมาเป็นข้าช่วงใช้หม่อมทุกจาดๆไป
       “มันคงจะเมินนักขนาด เหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์นะละอีเม้ยเอ๊ย”
       “เปิ้นมาแล้ว เปิ้นมาแล้ว”
       ทันใดนั้นร่างสีดำทะมึน ร่างกำยำนุ่งหยักรั้งเคลื่อนเข้ามามือถือกระบองหนาม ผีอีเม้ยกลัวรนลาน
       “หม่อมจ่วยเม้ยตวย”
       “มึงไปเต๊อะอีเม้ย จะไปขัดขืนเปิ้นเน้อ ตั้งหน้าตั้งตาฮับกรรม ฮับการลงโทษแล้วเฮาคงจะได้ปะกั๋นแหม”
       ท้าวกุเลนเอื้อมมือมาจิกหัว ผีอีเม้ยแล้วกระชากออกไปอย่างแรง เสียงผีอีเม้ยกรีดร้องโหยหวนเหมือนจะขาดใจตาย ร่างของมันกลายเป็นมวลสารสีดำเทา อันตรธานไปพร้อมกับยมทูต
       ร่างของวิญญาณบัวเงินจางๆที่ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงทุกที
       “ตัวกูเองก่อคงต้อง ฮับกรรมไปอีกเมินอีเม้ย”
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       ในห้องคนไข้พิเศษ...ดอกปีบถูกจัดใส่แจกันใบเล็กวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงคนไข้ เรรินนอนลืมตานิ่งแต่ลมหายใจไม่มีจิตวิญญาณรับรู้อะไรทั้งสิ้น สุริยวงศ์นั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือเรรินเอาไว้ชวนคุยตลอดเวลา
       “ผมเก็บดอกกาสะลองมาฝากคุณด้วย คุณรินได้กลิ่นไหมครับ งานเผาศพคุณย่าผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้ผมคงมีเวลามาดูแลคุณรินทุกวัน วันนี้ผมทำซุปเห็ดมาฝากคุณรินด้วยนะครับ คุณรินจะกินเลยไหมครับ ซุปยังอุ่นๆอยู่เลย”
       เรรินนิ่งไม่ตอบสนองใดๆ พรรณวรินทร์ เปิดประตูเข้ามาแล้วชะงักมองเขามาทุกวันและมาถึงก่อนเธอทุกครั้งเสียอีกด้วย สุริยวงศ์หันมาเห็น ยกมือไหว้
       “สวัสดีครับคุณแม่”
       “คุณกลับมาอีกทำไม”
       “ผมเสร็จธุระของผมที่เชียงใหม่แล้วครับ”
       “ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องกลับมาอีก”
       “ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ ผมตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะดูแลคุณรินจนกว่าเธอจะ...”
       สุริยวงศ์ยังพูดไม่จบ พรรณวรินทร์รีบขัดขึ้น
       “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น คุณก็ได้ยินที่หมอบอกไม่ใช่เหรอโอกาสที่ยัยรินจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้...ไม่มี นอกจากปาฏิหาริย์เท่านั้น”
       “แล้วคุณแม่จะไม่หวังในปาฏิหาริย์นั้นเหรอครับ”
       พรรณวรินทร์อึ้ง
       “ตัวผมเองหวังทุกวัน ทุกนาที และคงจะไม่หยุดหวังหรอกครับ”
       “คุณถอยออกมาจากลูกฉันซะฉันจะเช็ดตัวให้ลูก”
       สุริยวงศ์ จำใจถอยออกมา พรรณวรินทร์ ขยับเข้าใกล้เรริน
       “ริน...ลูก คุณหมอบอกว่าจะกลับไปอยู่บ้านก็ได้แล้วนะลูก รินอยากกลับไปอยู่บ้านของเราไหม”
       เรรินนิ่ง ดวงตาเลื่อนลอย สุริยวงศ์ ไม่สิ้นกำลังใจ
       
       + + + + + + + + + + + +
        
       (อ่านต่อหน้า 2)  

1 | 2
หน้าถัดไป
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 126 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 39 คน
31 %
ไม่เห็นด้วย 87 คน
69 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014