หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ รอยมาร

รอยมาร ตอนที่ 14

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2554 08:51 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2

รอยมาร ตอนที่ 14

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รอยมาร ตอนที่ 14

รอยมาร ตอนที่ 14

รอยมาร ตอนที่ 14

รอยมาร ตอนที่ 14

รอยมาร (ต่อ)
       ที่บ้านสวน...ยายจันทร์เด็ดยอดกระถินไปเพลินๆ ตั้งใจจะเอาไปจิ้มน้ำพริกทาน ขณะเดียวกัน สไบนางหน้าตางอนๆปนน้อยใจเดินตามหายายจันทร์
       “ยาย...”
       “อ้าวคุณหนูบี ยายนึกว่ากลับบ้านไปแล้วซะอีก”
       สไบนางงอนๆ
       “กลับอะไรล่ะ เขาทิ้งบีไปกันหมดแล้ว บีเป็นหมาหัวเน่าแล้วล่ะยาย”
       “อุ๊ย...ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ”
       “ก็มันจริงนี่คะ คุณย่ากับคุณลุงทิ้งบีกลับบ้านไปหน้าตาเฉยเลย ไม่เรียกหาบีซักคำ”สไบนางน้อยใจ
       “คุณท่านคงเห็นว่าคุณบีอยู่กับคุณมี เดี๋ยวคุณมีก็ไปส่งเองมั้งคะ”
       “เขาจะทิ้งบีไว้กับลุงมีเลยตะหาก”สไบนาง ประชด
       “ทำไมคิดยังงี้ล่ะคะคุณบี ไม่มีใครทิ้งคุณบีหรอกค่ะ”
       สไบนางกอดยายจันทร์ อ้อนๆ
       “ยายจันทร์ห้ามทิ้งบีนะ ถ้าบีถูกไล่มาอยู่กับลุงมีเมื่อไหร่ ยายจันทร์ต้องไปเยี่ยมบีทุกวันเลยนะ”
       “ไม่ต้องห่วงค่ะ ปกติยายก็เอากับข้าวไปแลกกันชิมกับบ้านโน้น ทุกวันอยู่แล้ว...คุณบีไม่ต้องห่วงค่ะ ยายไม่ทิ้งคุณบีให้เหงาแน่นอน ลากนังเบียบไปด้วยดีมั้ยคะ”
       สไบนางยิ้มสบายใจ กอดยายนจันทร์แน่น
       “ดีจ้ะยาย”
       สไบนางหน้าขรึมลง ถอนใจยาวออกมา ยังหนักใจกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของตนอยู่ไม่คลาย
       + + + + + + + + + + + +
       
       ค่ำคืนนั้น...
       วิมาดาและธนูคุยกันอยู่ในร้านอาหารบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง
       “เรื่องงานวิไม่ต้องกังวลเลยนะ ใบลาออกของวิ ผมยังเก็บไว้ในลิ้นชัก”
       วิมาดาอึ้งไปเล็กน้อย
       “ผมแจ้งฝ่ายบุคคลไว้ว่าวิไม่ค่อยสบายขอลาพักร้อน...ผมมั่นใจว่าวิต้องกลับมาแน่นอน”
       “ทำไมคุณนูถึงมั่นใจขนาดนี้ล่ะคะ”
       “ผมก็ไม่อยากให้วิลาออกแต่แรกอยู่แล้ว เสียดายตำแหน่ง เสียดายเงินเดือนแทน พอมารู้จากเพื่อนหัวหน้าว่า หลานสาวของตระกูลอัคราช กำลังจะแต่งงานกับไอ้อุปมา ผมก็เลยยิ่งมั่นใจ”
       วิมาดาเซ็งไปทันที
       “ตกลงมีวิโง่อยู่คนเดียว”
       “ช่างมันเถอะครับ เรื่องมันผ่านไปแล้ว...ถ้าวิสบายใจ พร้อมจะกลับไปทำงานเมื่อไหร่ ก็บอกมาแล้วกัน”
       “วิไม่รู้ว่าจะขอบคุณคุณนูยังไงดีแล้ว”
       ธนูมองตาวิมาดาอ้อนๆ
       “แค่กลับไปค้างที่คอนโดผมบ้าง อาทิตย์ละวันสองวันก็ยังดี แค่นี้ผมก็ชื่นใจที่สุดแล้วล่ะ”
       วิมาดาหน้าขรึมลง
       “ช่วงนี้วิไม่ค่อยว่างซะด้วยสิ มีเรื่องต้องสะสางเยอะไปหมด”
       ธนูฟังแล้วหน้าจ๋อยๆไป
       “อาทิตย์นี้ขอไปค้างแค่คืนนี้คืนเดียวก็แล้วกันนะคะ”
       วิมาดาสู้ตาธนูส่งสายตาประพริมประพราย ธนูค่อยยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       หลายวันต่อมา...
       เมธาวีเลือกแบบเสื้อผ้าชุดเจ้าสาว อยู่กับเจ้าของร้านอย่างตั้งใจมาก เพราะต้องการได้ชุดเจ้าสาวที่สวยที่สุด
       “เล่มนี้เป็นแบบชุดให้เช่าค่ะ”เจ้าของร้านแนะนำ
       เมธาวีสวนทันที
       “เก็บไปเลยค่ะพี่ เมไม่ชอบใส่ชุดซ้ำกับใคร”
       “แต่คุณมาร์คอยากเช่านะคะ”เจ้าของแย้ง
       เมธาวีไม่พอใจ
       “จริงเหรอคะพี่ ไม่ให้เกียรติเมเลย”
       เจ้าของหน้าแหยไปเล็กน้อย พอมองเลยไปด้านหลัง ก็ยิ้มแฉ่งดูปลาบปลื้ม
       “อุ๊ย...พูดถึงเจ้าบ่าวก็มา อิจฉาน้องเมจังเลยค่ะ”
       เมธาวีค่อยๆ หันไปมองเห็นอุปมาในชุดสูทหรูเข้ากับอุปมาอย่างลงตัว หล่อกระชากใจ เมธาวีลึกๆ ก็ปลื้มไม่ค่อยได้เห็นอุปมาในลุกส์หล่อเนี๊ยบสะอาดแบบนี้ แต่เธอยังเก๊กหน้านิ่ง
       “ชุดนี้พอดีกับผมเป๊ะเลย ใส่แล้วดูดีมั้ยเม”
       เจ้าของร้านยิ้มปลื้ม
       “ที่สุดค่ะ เห็นแล้วพี่อยากเป็นเจ้าสาวซะเอง”เจ้าของร้านพูดขำๆ
       “เฉยๆ ค่ะ”เมธาวีพูดเรียบนิ่ง
       อุปมาและเจ้าของร้านยิ้มค้าง
       “ทำไมล่ะเม”
       “เพราะเมคงอดนึกถึงหน้าเจ้าบ่าวคนนั้น”เมธาวีชี้ไปที่รูปที่ใส่กรอบโชว์ในร้าน “กับคนโน้นไม่ได้”
       อุปมาหันมองตามไป พบว่าเจ้าบ่าวทั้งสองแต่งตัวด้วยสูทชุดเดียวกับตน
       “สูทผู้ชายก็เหมือนกันหมดแหละเม”
       “เราก็ต้องทำให้ไม่เหมือนสิคะ ไม่งั้นจะมีดีไซน์เนอร์ไว้ทำไม จริงมั้ยคะพี่”
       “จริงค่ะ”เจ้าของร้านลุกไปหาอุปมา “เอางี้ ถ้าคุณมาร์คชอบแบบนี้ เดี๋ยวพี่ เติมดีไซน์เก๋ๆ เข้าไปให้อีกหน่อย รับรองไม่ซ้ำใคร”
       “ตัดใหม่นะคะ”เมธาวีย้ำคำเปิดดูแบบเสื้อชุดแต่งงานไป
       “แน่นอนค่ะน้องเม ไปกับพี่ค่ะคุณมาร์ค”
       เจ้าของร้านพาอุปมาเดินไป อุปมาเหล่มองเมธาวีเล็กน้อย กระซิบถาม
       “ตอนตัดเค้กผมควรจับมีดตรงไหนดีครับ”
       เจ้าของร้านขำๆ
       “แก้เคล็ดเมียข่มเหรอคะ ตัดเค้กทูเลทค่ะ ต้องเริ่มแต่ตักบาตรเลย เดี๋ยวพี่แนะนำให้ค่ะ”
       “ขอบคุณครับ”
       “แต่ถ้าเปลี่ยนเจ้าสาวเป็นพี่ รับรองหมดปัญหา พี่ยอมคุณมาร์ค ทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ”
       อุปมาหัวเราะชอบใจ ให้เจ้าของร้านควงแขนพาไปห้องลองเสื้อ
       
       + + + + + + + + + + + +
       หลังจากไปตัดชุดแต่งงานแล้ว อุปมากับเมธาวีมาที่ห้องหอ อุปมานั่งอมยิ้มมองเมธาวี จัดตกแต่งห้องนอนง่วนอยู่คนเดียว เมธาวีเลื่อนแจกัน หมุนหามุมเล็กน้อย จนพอใจ
       “โอเคมั้ยคะมาร์ค...”เมธาวีหันมองหา
       อุปมายิ้มๆยกมือโอเคจากมุมห้อง
       “ไปนั่งอะไรอยู่มุมห้องคะ ใจคอจะไม่ช่วยเมมั่งเลยเหรอ”
       “ผมจัดการอะไรแล้วถูกใจเมมั่งล่ะ”
       เมธาวีชะงักไปเล็กน้อย หน้าแหยๆ
       “เมเจ้าบงการเกินไปรึเปล่าคะ”
       อุปมารีบลุกมาหา
       “ไม่หรอกครับเม”
       เมธาวีชักกังวล ที่ตนแสดงท่าทีเรื่องมากเกินไปกับทุกเรื่อง
       “มาร์คไม่รำคาญเม หรือคิดว่าเม...”
       อุปมารีบพูดขัดตัดบท
       “อย่าคิดมากซิเม ที่เมทุ่มเททำทุกอย่าง ก็เพื่อให้งานแต่งงานของเราสมบูรณ์ที่สุด มีข้อบกพร่อง มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ถ้าปล่อยผมจัดการ ทุกอย่างคงไม่มีทางดีแบบนี้หรอก”
       เมธาวียิ้มดีใจ น้ำตาคลอ
       “จริงๆนะ”
       อุปมายิ้มแย้ม ลูบหัวเมธาวี
       “จริงซิครับ มีอะไรอยากให้ผมช่วยทำ ก็บอกมาได้เลย”
       เมธาวียิ้มดีใจ
       “จริงเหรอ”
       อุปมายิ้มแย้ม พยักหน้ารับ
       “งั้นวันแต่งของเรา”เมธาวีลูบเคราอุปมา“โกนหนวดโกนเคราทิ้ง ได้มั้ยคะมาร์ค”
       “โห...ไม่ไหวมั้งเม”อุปมาขยับตัวห่างออกเล็กน้อย“เหมือนให้ผมแก้ผ้าเดินเลยรู้มั้ย”
       “ขนาดนั้นเลยเหรอ”
       อุปมายิ้มหน้าทะเล้น ขยับเข้าใกล้ พูดข้างหู
       “ตอนเข้าหอ เมจะขอบคุณที่ผมขัดใจเม”
       อุปมาเบียดเคราแนบแก้มเมธาวีเล็กน้อย เมธาวีอายปนเขิน ศอกไส่อุปมา
       “จั๊กจี๋”
       เมธาวีเดินอายไปจัดแจกันต่อ มือไม้สั่นเล็กน้อย ไม่กล้าหันมาสู้ตาอุปมาอีกเลย อุปมามองตามเมธาวีสายตากรุ้มกริ่ม ผสมกับรอยยิ้มเอ็นดู
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       เช้าวันหยุด อาทิตย์เดินเข้ามาในโถงบ้าน เมื่อพบหน้าคุณหญิงรุจิรา ยกมือไหว้ทันที
       “สวัสดีครับคุณย่า”
       คุณหญิงรุจารับไหว้ ยิ้มแย้ม
       “หายหน้าหายตาไปเลยนะ ถ้าไม่คุ้นเคยกันคงคิดว่าอกหักรักคุด”
       อาทิตย์ยิ้มๆ
       “บีล่ะครับ”
       คุณหญิงรุจาขำๆ
       “ย่านึกแล้วเชียว ว่าต้องถามหายัยบุบบี้เป็นคำถามแรก”
       อาทิตย์หัวเราะ
       “คุณลุงสุดที่รักเขารับไปเที่ยวไหนกันก็ไม่รู้ กลายเป็นคู่ซี้ต่างวัยไปแล้ว”
       “ผมตกกระป๋องไปเลย”
       “ต้องรีบทำคะแนนตีตื้นหน่อยนะ”
       อาทิตย์ยิ้มขำ
       “ครับคุณย่า”
       “มานั่งดื่มน้ำ ทานของว่างก่อนลูก”
       คุณหญิงรุจาเดินนำอาทิตย์ไปนั่งที่โซฟารับแขก
       + + + + + + + + + + + +
       
       ด้านนอก...
       สไบนางรีบร้อนลงจากรถไปเปิดกระโปรงท้าย หยิบกระถางต้นพวงชมพูออกมา บารมีลงจากรถตามไปดู
       “ยกไหวรึเปล่า”
       “สบายมากค่ะคุณลุง บีเอาไปลงดินเลยนะคะ”
       “ปลูกเองเลยเหรอ”
       “ค่ะ...ต้นพวงชมพูเคยตายเพราะฝีมือบี บีก็ต้องให้กำเนิดมันใหม่ด้วยมือของบีเอง”
       “งั้นก็ลุยเลย ลุงขึ้นไปคุยกับคุณย่าก่อนแล้วกัน”
       “ค่ะ”
       สไบนางรีบยกต้นไม้ไปทางสนาม บารมียิ้มๆ ก่อนจะเดินขึ้นบ้านไป สไบนางเดินยกต้นพวงชมพูมาบริเวณริมรั้ว เล็งหาที่ปลูก
       “ปลูกตรงไหนดีหว่าจะได้เลื้อยไกลๆ”
       สไบนางเดินไปทางช่องแตกระหว่างรั้วพึมพำ
       “ตรงนี้ไม่ได้ ปิดทางเข้าออกของชัน”
       ขาดคำชันษามุดรั้วเข้ามา สไบบางตกใจ
       “เฮ๊ย...โอ๊ย ชัน ตกใจหมดเลย มาก็ดีแล้วช่วยบีหาที่ปลูกต้นพวงชมพูหน่อยสิ”
       ชันษาแต่งตัวปอนๆ เสื้อผ้าเหมือนไม่ได้ซัก หนวดเคราเขียวเข้ม ทรงตัวไม่อยู่เล็กน้อย ผมกระเซิงๆ สไบนางชักแปลกๆวางต้นไม้ลง
       “ชันเป็นอะไร”
       ชันษาเมามายพูดประชดตัวเอง
       “เป็นหมาขี้เรื้อนที่ได้แต่เงยหน้ามองเครื่องบินมั้ง”ชันษาแค่นขำตัวเอง
       สไบนางทำจมูกฟุดฟิด ได้กลิ่น
       “ชันเมานี่”
       “ก็ใช่น่ะสิ” ชันษาจ้องหน้าสไบนาง ตาแดงก่ำ ถามเสียงแข็ง ห้วนๆ “คุณเมแต่งงานเมื่อไหร่”
       “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ เดี๋ยวแม่ชันก็ได้การ์ดเชิญเอง...”สไบนางอดแขวะไม่ได้ “แต่ที่จริง ความเคลื่อนไหวของบ้านหลังนี้ ก็ไม่ใช่ความลับของชันอยู่แล้วนี่ มุดรั้วมาก็รู้ ถ้าไม่เมาหัวทิ่มซะก่อน”
       ชันษาชักเคือง
       “น้อยๆหน่อยบี”
       สไบนางไม่พอใจเหมือนกัน
       ชันทำตัวแบบนี้ทำไม อย่าบอกนะว่าประชดชีวิตเพราะอกหักจากพี่เม”
       “ถ้าใช่ แล้วทำไม”
       “งี่เง่าน่ะสิ”
       ชันษาโกรธ
       “มากเกินไปแล้วนะบี บีไม่ใช่เด็กๆ แล้ว พูดจาอะไรหัดรักษาน้ำใจคนอื่นมั่ง”
       “บีไม่รักษาน้ำใจกับไอ้ขี้เมาหรอก บีไม่ชอบ” สไบนางผลักอกชันษา “กลับบ้านไปเลยไป”
       ชันษาด้วยความเมา ผลักสไบนางคืนไปด้วยอารมณ์โกรธ จนสไบนางล้มลงไปทับกระถางต้นพวงชูหักบี้ไปเลย...สไบนางจ้องหน้าชันษาสีหน้าผิดหวังปนโกรธมาก ทันใดนั้นเสียงอาทิตย์ดังขึ้น
       “บู้บี้”
       ชันษารีบมุดรั้วกลับบ้านไป อาทิตย์วิ่งเข้ามาประคองสไบนาง
       “หกล้มเหรอ เจ็บรึเปล่า”
       สไบนางน้ำตาคลอๆ ผิดหวังชันษามาก ไม่ตอบอะไรวิ่งกลับออกไปทันที อาทิตย์มองตามงงๆ เดินไปตั้งกระถางจัดทรงต้นไม้ไป
       อีกด้านของกำแพง...ชันษานั่งกับพื้น หลังพิงกำแพง ตาแดงก่ำอย่างเจ็บช้ำ คว้าขวดเหล้าที่วางข้างรั้วขึ้นมาดื่ม ซึ่งตรงที่เขานั่งมีขวดหล้า ขวดเบียร์เปล่า ทิ้งกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นหลายต่อหลายขวด ชันษาปาขวดเหล้าที่หมดเกลี้ยงกระแทกต้นไม้จนแตกละเอียด ด้วยความเจ็บช้ำจนคลั่งแค้น
       
       คุณหญิงรุจา พาบารมีไปคุยกันที่ห้องพระ บารมีก้มกราบลงที่ตักคุณหญิงรุจา
       “ขอบพระคุณคุณน้ามากนะครับที่กรุณาผมมาตลอด”
       คุณหญิงรุจาน้ำตาคลอๆ ขึ้นมา
       “น้ารู้ตัวว่าเป็นฝ่ายผิด ทรมานเหลือเกินพ่อมี”
       บารมีขยับตัวขึ้นนั่งตรง คุณหญิงรุจาหันมองหน้าบารมี
       “ถ้าทุกสิ่งที่น้าทำมาแล้วเป็นความดีพอจะชะล้างอะไรๆ ได้บ้าง น้าก็อยากจะขอแลก”
       บารมีหน้าเคร่งขรึม
       “ทศวรรษรู้ความจริงทุกอย่างแล้วใช่มั้ยครับ”
       คุณหญิงรุจาพยักหน้ารับ
       “ทศเป็นคนดี เขาลอกเลียนทุกอย่างที่ดีของพ่อมีมาจนหมด”
       บารมียิ้มปลื้มใจ
       “น้าเขียนจดหมายบอกเขาก่อนเพื่อไม่ให้ตกใจจนเกินไป หลังจากนั้นก็โทรคุยกัน ทศเข้าใจทุกอย่าง เป็นคนยอมรับและไม่ถือเป็นความผิดของใคร”คุณหญิงรุจามองหน้าบารมี “น้าขอคืนลูกชายให้พ่อมีนะ”
       บารมีหน้าเศร้าๆ
       “ที่ผ่านมาขัตติยาคงเจ็บปวดมากสิครับ”
       คุณหญิงรุจาถอนใจยาวออกมาหน้าเคร่งเครียด เมื่อย้อนนึกถึงขัตติยา
       เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น...
       ขัตติยานุ่งกระโจมอก นั่งอยู่ริมน้ำที่ท่า วักน้ำมาลูบไล้ตัวไปมา ประมุขกลับจากทำงานเดินมาทางท่าน้ำ เห็นเข้าพอดี เดินเข้ามาเมียงมอง ขัตติยาเหลือบตาเห็นแสร้งทำท่าทีตกใจ
       “อุ๊ย คุณมุข”ขัตติยาทำตกใจรีบเลื่อนตัวลงขั้นบันไดไปแช่น้ำ
       ประมุขยิ้มกรุ้มกริ่มให้ ขัตติยาทำเขินอายใส่จริต แต่ไม่วายชะม้ายชายตาทอดสะพานให้อยู่ในที
       เข้าวันใหม่...
       สาวใช้เปิดประตูห้องนอนประมุขเข้ามาทำความสะอาด ร้องลั่นด้วยความตกใจ รีบวิ่งแน่บ
       ออกมา ประมุขและขัตติยานอนอยู่บนเตียงต่างตกใจ รีบลุก จัดสวมเสื้อผ้าอย่างเร็ว
       “เมื่อคืนเธอไม่ได้ล็อกห้องเหรอะ”
       “คุณมุขเป็นคนล็อกนี่คะ”ขัตติยาตอบไปอย่างนั้น แม้ว่าจริงๆแล้วเธอจะตั้งใจที่จะไม่ล็อกประตู
       คุณหญิงรุจาเดินมาหยุดหน้าประตูห้องที่เปิดอ้าซ่า พูดเสียงดุ โกรธมาก
       “นี่มันอะไรกัน”
       ประมุขและขัตติยาตกใจ เมื่อคุณหญิงรุจารู้ว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน...
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สายวันหนึ่ง...
       ขัตติยานั่งบีบน้ำตา บอกกับประมุขว่าเธอท้อง ประมุขตกใจมาก
       “เป็นไปไม่ได้ เรามีอะไรกันแค่ครั้งเดียว เธอจะท้องได้ยังไง”
       “ฉันไม่ได้ท้องกับคุณแล้วจะท้องกับใคร”ขัตติยาพูดทั้งน้ำตา
       “ก็ไอ้มีผัวเก่าเธอน่ะสิ”
       ขัตติยาตบหน้าประมุขจนหน้าหัน แล้วร้องไห้หนักขึ้น กระทั่งเรื่องถึงคุณหญิงรุจา
       เย็นนั้น...
       ประมุขมาคุยกับคุณหญิงรุจาในห้องนอน บอกให้รู้อย่างมั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำให้ขัตติยาท้อง...
       “เด็กไม่มีทางเป็นลูกของผม ผมรู้ตัวดีครับคุณแม่ วันนั้นผมก็ป้องกันตัวเองอย่างดี เด็กเป็นลูกติดท้องของไอ้มีมัน”ประมุขยืนกราน
       “พอเถอะมุข”
       “พอไม่ได้หรอกครับ แม่จะให้ผมรับกากเดนต่อจากมันเหรอครับ ผมไม่ยอมเด็ดขาด ผมไม่ได้รักขัตติยา”
       คุณหญิงรุจาหน้านิ่ง
       “รักหรือไม่ ไม่สำคัญแล้ว...คนเขารู้กันทั่วคุ้งน้ำว่าแกคบกันฉันท์ชู้สาว”
       “ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าใครมันปากมาก น่าจะไล่ออกทั้งบ้าน”ประมุขหงุดหงิด
       “ป่วยการ...แม่อยากให้มุขรับผิดชอบขัตติยา”
       ประมุขตกใจ
       “ด้วยวิธีอะไรครับ แม่จะให้ผมแต่งงานกับเขาเหรอ ไม่มีทางหรอกครับ คุณหญิงรุจาหน้านิ่งเชิ่ด”
       “ผมจะบอกให้คุณแม่รับทราบเอาไว้ ผู้หญิงคนนี้วางแผนจับผม เพื่อให้รับผิดชอบลูกติดท้องมา เพราะเธอไม่อยากขึ้นชื่อว่า ท้องไม่มีพ่อ”
       คุณหญิงรุจาโกรธตวาดเสียงดัง
       “หยุดได้แล้วประมุข...”
       ประมุขชะงักไป คุณหญิงรุจาน้ำเสียงเด็ดขาด
       “นี่คือคำสั่งของแม่ แกต้องอยู่กินกับขัตติยา ฉันท์สามีภรรยา ไม่ต้องจัดพิธีการอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องมีภาระผูกพันกันทางกฎหมาย คิดซะว่าเป็นกรรมเก่าของแกที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตเด็กที่จะเกิดมาก็แล้วกัน”
       ประมุขหงุดหงิด กระฟัดกระเฟียดเดินปึงปังออกไปจากห้อง คุณหญิงรุจาหน้าเครียดขรึมเดินมาทรุดตัวนั่งลงที่เตียง
       ขัตติยาออกมาจากที่ซ่อนมุมห้อง น้ำตาท่วมเดินมาพับเพียบข้างๆก้มกราบเท้า คุณหญิงรุจามองขัตติยาด้วยสายตาสงสาร มีเมตตา
       “ฉันรับปากบารมีเอาไว้แล้วว่า จะช่วยดูแลเธอ และน้องสาวของเขาอย่างดีที่สุด ฉันไม่ยอมผิดคำพูดหรอก”
       ขัตติยาเงยหน้าขึ้นมองคุณหญิงรุจา สายตาซึ้งใจ น้ำตาร่วง
       “ถ้าเธอนับถือฉันเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเธอคนหนึ่ง ขอให้เล่าความจริงทั้งหมดให้ฉันฟัง”
       ขัตติยาซึ้งใจ จึงเล่าทุกอย่าง อย่างไม่ปิดบัง
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       หลายเดือนต่อมา...
       ค่ำวันหนึ่ง ขัตติตาท้องแก่นอนคว่ำตะแคงอยู่กลางโถงบ้านสวน มีน้ำคร่ำเปียกนองรอบๆ คุณหญิงรุจาและสาวใช้เดินออกมาจากด้านใน เห็นภาพตรงหน้า ตกใจมาก
       “ตายแล้ว”คุณหญิงรุจาเข้าไปประคอง “เป็นอะไรลูก...”คุณหญิงรุจาหันไปสั่งคนรับใช้ “ไปตามนายแก้วมาช่วยฉันเร็วเข้า...”
       คนรับใช้รีบวิ่งออกไป คุณหญิงรุจาร้อนใจ กระวนกระวาย
       “อดทนเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ”
       คุณหญิงรุจากับลุงแก้วช่วยกันพาขัตติยาไปส่งที่โรงพยาบาล
       คุณหญิงรุจานั่งหน้าเศร้าปนเครียด อยู่ที่มุมหนึ่งของโรงพยาบาล ประมุขหน้าเสียใจเดินเข้ามาหา คุณหญิงรุจาเงยหน้ามองลูกชาย น้ำตาคลอๆ
       “หมอยื้อชีวิตขัตติยาเอาไว้ไม่ได้”
       ประมุขหน้าเศร้าๆ
       “เขาไปสบายแล้วล่ะครับ เธออยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็นมานานแล้ว”
       คุณหญิงรุจาเศร้าสลด
       “เห็นหน้าลูกชายรึยัง”
       ประมุขไม่ยอมรับ
       “เขาไม่ใช่...”
       คุณหญิงรุจาพูดสวนเสียงแข็ง
       “ใช่ เพื่อเห็นแก่วิญญาณของขัตติยา รับเด็กคนนี้ เป็นลูกนะประมุข”
       ประมุขกลัวและเกรงแม่ เงียบไป
       “คิดซะว่าทำบุญกับเด็กตาดำๆ ที่ไม่รู้เห็นอะไรด้วยเลยซักครั้งเถอะ ผลบุญครั้งนี้คงช่วยผ่อนกรรมของแกจากหนักให้เป็นเบาขึ้นได้บ้าง”
       “แม่อยากจะเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้ไว้ในบ้านก็ตามใจ แต่ผมขอบอกไว้ก่อน ผมยอมรับเป็นพ่อแต่ในนามเท่านั้น อย่ามาเรียกร้องอะไรมากกว่านี้”
       ประมุขเดินฉับๆ นำออกไปหน้าเคร่งเครียด คุณหญิงรุจาหน้าเครียดหนักใจไปทันที
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       บารมีและคุณหญิงรุจาต่างไม่สบายใจ เมื่อร่วมรำลึกเรื่องราวในอดีต
       “ทศพูดถึงผมว่ายังไงมั่งครับ”
       “ทศเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผลพอตัว แม้เขาจะไม่พูดอะไรเลยแต่เขาก็ไม่ปฏิเสธพ่อมี ใจเย็นเถอะ อีกไม่นานพ่อทศก็กลับมาแล้ว วันนั้นเราคงรู้กัน”
       “ทรมานใจมากนะครับคุณน้า การรอคอยที่เราคาดการณ์อะไรไม่ได้เลย”
       “ใช่...”คุณหญิงรุจาตอบด้วยสีหน้าเยือกเย็น “เป็นช่วงทรมานอันยาวนาน...นานเหลือเกินพ่อมี น้าอยู่เพื่อวันนี้แท้ๆ วันชะล้างกรรม”คุณหญิงรุจามองหน้าบารมี “ถึงเวลาแล้วใช่มั้ยพ่อมี”
       บารมีอึ้งไป
       “คุณน้า”
       คุณหญิงรุจาถอนใจ ตัดบท
       “ออกไปข้างนอกกันเถอะ”
       คุณหญิงรุจาลุกเดินนำออกไป บารมีมองตามคุณหญิงรุจาออกไปก่อนหันมองไปทางหิ้งพระ บารมีรู้สึกว้าวุ่นใจอยู่เหมือนกัน ได้แต่ก้มกราบพระไปเงียบๆ
       
       + + + + + + + + + + + + +
       
       หลายวันต่อมา...
       สไบนางในชุดนักศึกษา เดินมาส่องกระจกของห้องนอนตน บังอรเดินยิ้มแย้มเข้ามาหา
       “แม่นกหงส์หยก ส่องกระจกอยู่นั่นแหละ”บังอรกระเซ้า
       สไบนางยิ้มแย้ม
       “ในที่สุดบีก็ได้เป็นนักศึกษากับเขาแล้วนะคะคุณบังอร”
       บังอรยิ้มปลื้ม
       “ค่ะ...ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น...แล้วนี่เค้าให้แต่งชุดนักศึกษาไปเรียนได้แล้วเหรอคะ”
       “ไม่รู้สิคะ บีอยากใส่ เดี๋ยวไม่มีโอกาส”
       “ดูพูดเข้าสิ ไม่มีโอกาสได้ยังไงคะ ต้องเรียนอีกตั้ง 4 ปี กลัวจะเบื่อซะด้วยซ้ำ”
       สไบนางยกมือไหว้
       “สมพรปากเถอะค่ะคุณบังอร บีกลัวโดนรีไทร์ตั้งแต่ปี 1”
       บังอรขำๆ
       “ดูพูดแต่ละเรื่อง เป็นมงคลกับตัวเองทั้งนั้นเลย...ไปค่ะ ออกไปทานข้าวได้แล้ว”
       บังอรเดินนำออกไป สไบนางยิ้มแย้มแจ่มใสหันส่องกระจกมองดูตัวเองอีกครั้งอย่างภาคภูมิใจ
       
       (อ่านต่อวันพรุ่งนี้)

หน้าที่แล้ว
1 | 2
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
88 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
12 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014