หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ รอยมาร

รอยมาร ตอนที่ 15

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ตุลาคม 2554 12:05 น.
1 | 2
หน้าถัดไป

รอยมาร ตอนที่ 15

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รอยมาร ตอนที่ 15

รอยมาร ตอนที่ 15

รอยมาร ตอนที่ 15

รอยมาร ตอนที่ 15

รอยมาร ตอนที่ 15

รอยมาร ตอนที่ 15

รอยมาร ตอนที่ 15

รอยมาร ตอนที่ 15

รอยมาร ตอนที่ 15

ติดตามอ่านละครออนไลน์ได้ทาง www.manager.co.th ทุกเช้าเวลา 09.30 น.
        
       รอยมาร ตอนที่ 15
       
       สไบนางในชุดนักศึกษาเคาะประตูห้องนอนคุณหญิงรุจาก่อนเปิดเข้าไป
       “ทานข้าวกันค่ะคุณย่า”
       คุณหญิงรุจากำลังพับเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ไมได้ใช้แล้วใส่กระเป๋าเดินทางที่กางอยู่บนเตียง สไบนางงงเล็กน้อย
       “คุณย่าจะไปเที่ยวไหนคะ”
       คุณหญิงรุจาหันมองสไบนาง
       “ไปบ้านสวน แต่ไม่ได้ไปเที่ยวนะ จะย้ายไปอยู่เลย”
       สไบนางตกใจ
       “ทำไมล่ะค่ะคุณย่า”
       คุณหญิงรุจาถอนใจ
       “ล็อกประตูห้องแล้วมานั่งข้างๆย่านี่มา”
       สไบนางงุนงง ล็อกประตูห้องแล้วมานั่งข้างคุณหญิงรุจา
       “เราก็เริ่มทยอยเก็บของใช้ส่วนตัวได้แล้วนะบี”
       สไบนางงงมาก
       “ทำไมเราต้องย้าย ไปอยู่บ้านสวนด้วยล่ะคะคุณย่า”
       “ก็เพราะบ้านสวนเป็นของเราน่ะซิลูก แต่งงานแล้วพี่เมก็ย้ายไปอยู่เรือนหอเขา คุณลุง คุณป้าก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นเหมือนกัน”
       “แล้วบ้านนี่ละคะ”
       คุณหญิงรุจาหน้าขรึมๆ
       “ลุงเราเขาขายไปแล้ว”
       “ทำไมต้องขายคะ”สไบนางไม่เห็นด้วย
       คุณหญิงรุจากุมมือสไบนางเอาไว้
       “ฟังย่าแล้วอย่าพูดไปนะ ลุงมุขเสียพนันที่ต่างประเทศ ที่เขาบอกว่าไปทำการค้านั่นล่ะอยู่ในบ่อนคาสิโน”
       สไบนางตกใจมาก
       “เราเป็นหนี้มากมาย ล้มละลายแล้ว ล้มละลายอีกก็ใช้หนี้ไม่หมด แม่เมเลยต้องแต่งงานใช้หนี้”
       สไบนางตกใจ งงไปหมด
       “อะไรกันคะเนี่ย”
       “เก็บเป็นความลับนะบี ย่าสงสารเม”
       สไบนางคิดตาม
       “แสดงว่านายมาร์คเป็นเจ้าหนี้ของคุณลุงเหรอคะ”
       “ลุงบารมีของเรานั่นแหละ”
       สไบนางยิ้มสบายใจ
       “งั้นก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะคุณย่า ลุงมีใจดีจะตาย เดี๋ยวบีช่วยพูดให้ คุณลุงไม่ไล่บีกับคุณย่าออกจากบ้านหรอกค่ะ”
       “บีจะเอาอะไรมาประกัน มันเป็นปัญหาของผู้ใหญ่ เราไปซะก่อนที่เขาไล่ จะได้ไม่อาย...บีเตรียมเก็บข้าวของให้พร้อมซะ หลังวันแต่งงานของพี่เม เราคงต้องย้ายออกทันที”
       สไบนางหน้าเสียไป รู้สึกตกใจและใจหาย
       
       + + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางเดินเครียดๆออกมาที่หน้า ขณะที่บ้านเตรียมตัวจะไปเรียน ประมุขที่มารออยู่แล้ว รีบเดินเข้ามาหา...
       “จะไปเรียนแล้วเหรอบี”
       “ค่ะ”สไบนางยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะคุณลุง”
       ประมุขจูงมือสไบนางมาคุย
       “ลุงถามอะไรหน่อยสิ...เช็กล้านบาทที่ลุงมีให้ ยังอยู่ที่บีรึเปล่า”
       สไบนางชะงักไปเล็กน้อย
       “คุณลุงถามทำไมคะ”
       “คือยังงี้ หุ้นส่วนลุงเขายังโอนเงิน เงินกำไรน่ะ มาให้ลุงไม่ทัน เงินลุงเลยขาดมือนิดหน่อย ลุงไม่อยากไปปิดบัญชีประจำ จะได้ดอกเบี้ยอยู่แล้ว”
       สไบนางรับฟังอย่างประมวลความคิดในหัว รู้ว่าลุงหลอกตน คงอยากเอาไปเข้าบ่อนแน่ๆ
       “ลุงอยากจะขอยืมเงินบีไปหมุนก่อน สิ้นเดือนก็คืนแล้ว เดี๋ยวลุงจ่ายดอกเบี้ยให้”
       “เงินบีอยู่ที่คุณย่าค่ะ คุณย่าเก็บไว้ให้”
       ประมุขหงุดหงิด
       “เงินตัวเองทำไมไม่รู้จักเก็บเองล่ะ”
       “เงินมันเยอะนี่คะคุณลุง”
       “บีไปขอคืนจากคุณย่า บอกว่าอยากฝากเงินเปิดบัญชีเอง แล้วเอามาให้ลุงยืมนะ”
       “บีก็ต้องบอกคุณย่าก่อน”
       “อะไรก็คุณย่าๆ โตป่านนี้แล้ว ไม่รู้จักมีความคิด ตัดสินใจเองมั่งรึไง ไม่ได้เรื่อง”
       ประมุขเดินหัวเสียขึ้นบ้านไป สไบนางหันมองตามประมุขไปด้วยสีหน้ากังวล กลัวประมุขจะไปทะเลาะกับคุณหญิงรุจาอีก
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       ประมุขคุยอยู่กับคุณหญิงรุจา ที่ดักรอพบตัวอยู่ในห้องทำงานติดกับห้องรับแขก ประมุขหัวเสียหงุดหงิด เมื่อคุณหญิงรุจาพูดเรื่องให้ย้ายออกจากบ้าน
       “ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นล่ะคุณแม่ เสียลูกสาวทั้งคน ยังต้องออกจากบ้าน พเนจรไปซุกหัวนอนที่บ้านโน้นทีบ้านนี้ที ให้ผมตายซะดีกว่า”
       คุณหญิงรุจาหน้านิ่ง
       “ตามใจแก แม่เตือนไว้แค่นี้ ใครทำอะไรไว้ก็สมควรรับสิ่งนั้น”
       “หยุดเถอะครับแม่ ผมไม่อยากฟัง” ประมุขเจ็บใจ “เก่งจริง ทำไมมันไม่มาพูดกับผมตรงๆ มาถามผมซิ ผมปฏิเสธได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว จะเอาปากชาวบ้านคนไหนมายืนยันก็เอา ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ไอ้หน้าไหนที่มันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่มีหลักฐาน มากล่าวหากันพล่อยๆแบบนี้ผมไม่ชอบ”
       “เป็นอันว่าแกจะไม่ออกไปจากบ้านหลังนี้ ทั้งที่เขาออกปากไล่ฝากแม่ไว้งั้นเหรอ”
       “คุณแม่ก็ไม่ต้องรับฝากซะก็สิ้นเรื่อง เราอยู่ไปเรื่อยๆ บีเป็นตัวประกันอยู่ทั้งคน เขาไม่กล้าไล่หลานตัวเองหรอก...ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ทำท่าเอ็นดูบีมันหนัก มันรักบีเท่าครึ่งของผมมั้ย”
       คุณหญิงรุจาตวาดสวนทันที
       “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะเจ้ามุข อย่ายุ่งกับลูกของจักษ์ คนอย่างแกจะรักใครนอกจากตัวแกเอง”คุณหญิงรุจาจ้องหน้า “คนที่แกบอกรักทุกคนก็มีอันเป็นไปทั้งนั้น แกมันคนบาป สมคำสาปแช่งของประจักษ์นั่นแหละ”
       ประมุขอึ้งปนไม่พอใจ
       “คุณแม่”
       คุณหญิงรุจา ตาแดงก่ำ จ้องหน้าประมุข กำชับเด็ดขาด
       “อย่าแตะต้องลูกของจักษ์ สิ่งนี้แหละคือความรักที่แกจะให้กับคนที่แกรักได้”
       “แต่บีเป็นลูกผม เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ผมรัก”
       คุณหญิงรุจาโกรธมากตวาดแว้ด
       “แม่สั่งให้หยุดพูดเดี๋ยวนี้”
       ทั้งสองคนคุยกัน โดยไม่รู้ว่าสไบนางยืนช็อกอยู่หน้าห้อง งงไปหมดกับสิ่งที่ได้ยิน
       “ทำไมครับคุณแม่ ผมจะชื่นชมลูกมันบาปตรงไหน ทำไมคุณแม่ต้องคอยกีดกันผมด้วย”
       สไบนางเริ่มมีน้ำตาเอ่อขึ้นมา แววตาสั่นระริก
       “แกฟังแม่นะประมุข แกสร้างบาปไว้นักต่อนัก อย่าทำลายบีเลย แม่ขอล่ะนะ”คุณหญิงรุจาพูดทั้งน้ำตาที่ไหลออกมา
       
       ประมุขจ้องหน้าแม่น้ำตาท่วมตา
       “คุณแม่ยอมรับแล้วใช่มั้ยครับ ว่าบีเป็นลูกของผม ไม่ใช่ลูกของไอ้จักษ์อย่างที่แม่ยืนยันแข็งขืนมาตลอด”
       คุณหญิงรุจาแผดเสียงใส่ น้ำตาท่วม
       “บีเป็นลูกของประจักษ์”
       ประมุขจ้องหน้า เถียงสวน ไม่ยอม
       “บีเป็นลูกของผม”
       
       คุณหญิงรุจาตบหน้าประมุขสุดแรง
       “เขาสองคนไม่เก็บเลือดชั่วของแกไว้หรอก บีเป็นลูกของจักษ์กับไพ ไม่เกี่ยวข้องกับคนใจบาปอย่างแก”คุณหญิงรุจาน้ำตาไหลพราก
       สไบนางกัดริมฝีปากแน่น น้ำตาร่วงได้ยินทุกคำ ทนฟังต่อไม่ไหวแล้ว หันจะวิ่งกลับออกไป แต่เธอชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง สไบนางตกใจมากพอเงยหน้าขึ้นมองพบว่าเป็นอุปมา
       อุปมาจับตัวสไบนางเอาไว้ มองสไบนางด้วยสายตาเห็นใจ
       “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
       อุปมาพยายามจะพูดบางอย่าง สไบนางแผดเสียงใส่
       “ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันนะ”
       คุณหญิงรุจาหน้าตาตื่นเปิดประตูห้องออกมา สไบนางหันกลับไปมอง คุณหญิงรุจายืนหน้ากังวลใจมากอยู่หน้าห้อง
       ด้านใน...ประมุขยืนมองออกมาด้วยสายตารักและห่วงใยมาก สไบนางน้ำตาร่วงวิ่งกลับขึ้นชั้นบนไป คุณหญิงรุจาตกใจมากถึงขั้นลมจับ ล้มทั้งยืน โชคดีที่อุปมาเข้าไปรับตัวได้ทัน ประมุขตกใจมาก
       “คุณแม่”
       ประมุขรีบเข้ามาดูอาการคุณหญิงรุจา
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางวิ่งกลับเข้าห้องนอน โยนของต่างๆไว้ปลายเตียง ขึ้นเตียงดึงผ้าห่มคลุมโปงมิดตัวร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนัก
       ทางด้านคุณหญิงรุจานอนหมดสติอยู่ที่โซฟายาว มีบังอรคอยให้ดมยาดม วิจิตราคอยพัดวีให้ คุณหญิงรุจารู้สึกตัวขยับขึ้นนั่งทันทีร้อนใจ เรียกหา
       “บี...บังอร บีอยู่ไหน”
       “อยู่ในห้องนอนค่ะ”
       “นี่แม่ตัวดีก่อเรื่องอะไรอีกคะคุณแม่ บาปกรรมจริงๆ”วิจิตราพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน
       “เงียบเถอะน่ะจิตรา”ประมุขปราม
       วิจิตราไม่พอใจ
       “โอ๊ย แตะต้องกันไม่ได้เลยนะ”
       เมธาวีที่นั่งอยู่ข้างๆอุปมาถอนใจส่ายหน้า คุณหญิงรุจาหันไปหาบังอร
       “บังอร พาฉันไปหาบีที”
       “ตายแล้ว หลานบังเกิดเกล้า ทำผิดต้องให้ย่าไปง้อขอโทษ”วิจิตราแดกดัน
       ประมุขไม่พอใจ
       “จิตรา...เธอไม่รู้อะไรก็สงบปากสงบคำไว้เถอะ”
       วิจิตราหงุดหงิด ลุกพรวด เดินฉับๆ ออกไปอย่างไม่สบอารมณ์
       “คุณย่าพักผ่อนเถอะครับ ปล่อยผ่านไปก่อนทุกอย่างคงดีขึ้นเอง”อุปมาแนะ
       “ย่าเป็นห่วงบีมาก”คุณหญิงรุจาพูดทั้งน้ำตาคลอ
       “ผมทราบครับ”อุปมายิ้มให้กำลังใจ
       “ย่าเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว คิดไว้เหมือนกันว่า เหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นซักวัน”
       
       คุณหญิงรุจาเหลือบตามองประมุขที่หน้าเครียดๆ หลบสายตาไป คุณหญิงรุจาหันมามองหน้าอุปมา
       “บอกพ่อเราด้วย อะไรก็ตามที่เราได้ยินวันนี้ ย่าพร้อมรับผลของมัน ใครไม่รัก ไม่เห็นแก่ชีวิตบริสุทธิ์ของบีก็ช่าง ย่าเป็นย่าของแก”คุณหญิงรุจาน้ำตารื้นขึ้นมาอีก “เรามีกันสองคนย่าหลาน ย่ากับบีจะย้ายไปอยู่บ้านสวนอย่างเร็วที่สุด”
       บังอรมองคุณหญิงรุจาน้ำตาคลอๆตาม ประมุขถอนใจออกมาเครียด เมธาวีงงจัด
       “คุณย่าพูดอะไรคะ เมไม่เข้าใจเลย”
       อุปมาทำเป็นไม่เข้าใจ
       “นั่นสิครับ ผมไม่ได้ยินอะไรเลย คุณย่าพูดถึงอะไรผมไม่เข้าใจ”
       ประมุขและคุณหญิงรุจาสบตากันเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อย
       “ผมมารับเมเผอิญเจอบีแต่งชุดนักศึกษา เลยเข้ามาแซว คุณย่ากับคุณลุง ก็เปิดประตูออกมาจากห้องพอดี...ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ครับ”
       ประมุขรีบตัดบท
       “ไม่มีอะไรหรอก เราสองคนไปทำธุระต่อเถอะ”
       “ไปค่ะมาร์คเสียเวลา มีธุระต้องไปตั้งหลายที่”
       เมธาวีลุกเดินนำออกไป อุปมายกมือไหว้คุณหญิงรุจาและประมุข
       “ผมลาล่ะครับ...”
       อุปมาลุกเดินออกไป คุณหญิงรุจาจ้องหน้าประมุข สายตาดุ
       “อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ไม่งั้นฉันจะตัดแม่ตัดลูกกับแกแน่...”
       ประมุขอึ้งๆไป คุณหญิงรุจาบอกบังอร
       “บังอร พาฉันขึ้นไปพักบนห้องที”
       บังอรประคองคุณหญิงรุจาพาเดินออกไป ประมุขส่ายหน้าเซ็งๆ ตบพนักเก้าอี้โครมใหญ่ ระบายอารมณ์อึดอัด
       อุปมาที่กำลังจะเดินออกไปจากโถงบ้าน หยุดเดินหันกลับมามองทางห้องรับแขกอีกครั้งหน้าเคร่งขรึมไม่สบายใจ เพราะความจริงแล้ว เขาได้ยินเท่ากับที่สไบนางได้ยิน
       
       ค่ำคืนนั้น อุปมาเล่าเรื่องราวของสไบนางที่เขาได้ยินมาให้บารมีฟัง ที่โถงบ้านเรือนไทย
       “มันว่าบีเป็นลูกของมันกับไพงั้นเหรอ”บารมีเสียงแข็งไม่พอใจ
       “ผมก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องเป็นมายังไงแน่ พอดีเห็นบีแอบฟังคุณย่ากับนายประมุข เถียงกันอยู่หน้าห้องทำงาน ผมเลยได้ยินไปด้วย”
       บารมีถอนใจออกมาอย่างหนักใจ
       “เราจะทำยังไงกันดีครับ”
       บารมีหน้าเคร่งเครียดเดินนำไปนั่งที่โซฟา อุปมาหันมองตามไป
       “บีเป็นยังไงมั่ง”บารมีถามอย่างเป็นห่วง
       “ร้องไห้ ไม่พูดไม่จา ขังตัวเองอยู่ในห้อง...ผมก็เสียวอยู่เหมือนกันว่า บีจะเตลิดเปิดเปิงไปไหนต่อไหนอีก”
       บารมีเจ็บแค้นใจจนกำมือแน่น
       “ถ้าเรื่องที่มันพูดเป็นความจริง มันก็เป็นพ่อที่เลวที่สุด ชอบดูความพินาศฉิบหายของลูกๆ...พ่อไม่เชื่อว่าบี จะเป็นลูกของมัน”
       “พ่อแน่ใจได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงของคุณย่าตอนเถียงกัน ผมยังพอฟังออกว่าใครเป็นพ่อของบี”
       บารมีหันมองหน้าอุปมา
       “ความจริงเป็นยังไง พ่อจะหาคำตอบจากคุณหญิงเอง ตอนนี้ก็ห่วงแต่ความรู้สึกของบีคนเดียว”บารมีสงสารหลานสาวจับใจ
       อุปมาหน้านิ่งขรึมไปอย่างใช้ความคิด
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อย เดินมานั่งหน้าเศร้าตาบวมๆ ที่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง กำลังเช็ดผมให้แห้งอยู่ไปมา ขณะเดียวกันนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น...สไบนางฉวยมาดูหน้าตาเซ็งๆ แต่พอเห็นเป็นเบอร์โชว์ของบารมี ดีใจมากกดรับสาย
       “บีกำลังคิดถึงคุณลุงอยู่พอดีเลยค่ะ”
       “ฉันเอง”เสียงอุปมาดังมาจากปลายสาย
       สไบนางเสียงแข็ง หน้าชิงชังขึ้นมาทันที
       “โทรมาทำไม ว่างนักเหรอ แค่นี้นะ”
       “เดี๋ยวซิ คุยกันก่อน...ฉันกลัวเธอไม่รับสายเลยต้องใช้มือถือของพ่อโทร”
       “ฉันจะนับหนึ่งถึงสิบ แล้วตัดสายทันที...หนึ่ง...สอง...”สไบนางขู่
       “โอเคๆ ฉันรวบรัดเลยแล้วกัน ฉันไม่สนหรอกนะว่าพ่อเธอจะเป็น ใคร ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวฉันอยู่ดี”
       สไบนางชะงักไปเล็กน้อย
       “เพราะเธอคือลูกสาวของอาไพ ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งนั้น”
       สไบนางแอบน้ำตาคลอขึ้นมา เหมือนเป็นหยดน้ำ ที่ทำให้ชื่นใจในยามเจียนตาย แม้จะออกมาจากปากศัตรูคู่อาฆาตก็เถอะ
       “ไม่นับต่อแล้วเหรอ”
       “ฉันนับในใจ”สไบนางเถียงทั้งน้ำคลอ
       “ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเธอแค่นี้แหละ”
       สไบนางน้ำตาร่วงผลอย รีบยกมือขึ้นปาดออก ฟังปลายสาย
       “แล้วก็อย่าคิดว่าฉันจะสงสารเห็นใจอะไรเธอ นักหนานะ บัญชีเรายังไม่ได้สะสาง”
       สไบนางตาแข็งกร้าวขึ้นมา นิ่งฟังต่อ
       “เรายังตาต่อตา ฟันต่อฟันเหมือนเดิม”
       สไบนางเจ็บใจมากที่หลงรู้สึกดีๆ
       “ไอ้บ้ามาร์ค ไอ้คนใจโหด โหดทั้งหน้า โหดทั้งใจ”สไบนางด่า
       เสียงหัวเราะชอบใจของอุปมาดังมาจากปลายสาย สไบนางโกรธขึง
       “ไปตายเลยไป”สไบนางเจ็บใจสุดๆ กดตัดสายไปทันที หน้าหงิกงอ
       อุปมากดตัดสายไป หน้าขรึมลงด้วยความรู้สึกสงสาร เห็นใจสไบนางจากใจจริง ก่อนจะถอนใจยาวออกมา
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       เช้าวันใหม่...
       คุณหญิงรุจาอาบน้ำเรียบร้อย แต่นอนเอียงข้างอยู่บนเตียง เศร้าๆ ซึมๆ หมดแรงใจจะทำอะไรต่อ เพราะยังเครียดเรื่องสไบนางรู้ความจริงไม่หาย
       เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะมีคนเปิดประตูเข้ามา...คุณหญิงรุจายังคงนอนนิ่ง ถาดอาหารถูกนำมาวางที่โต๊ะข้างเตียง คุณหญิงรุจาหันมาพร้อมพูด
       “ฉันยังกินไม่ลงหรอกนะบังอร”
       พอคุณหญิงรุจาหันมาพบว่าคนเสิร์ฟอาหารไม่ใช่บังอรแต่เป็นสไบนาง ที่อยู่ในชุดนักศึกษา คุณหญิงรุจาดีใจมาก ลุกขึ้นนั่งทันที
       “บี...”คุณหญิงรุจาน้ำตาท่วมขึ้นมา
       
       สไบนางยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีร่องรอยเศร้าหมองให้เห็น คุณหญิงรุจาดึงสไบนางมานั่งข้างๆ แล้วกอดเอาไว้ น้ำตาซึมๆ สไบนางผละตัวออก
       “ไม่ร้องไห้ค่ะคุณย่า”สไบนางซับน้ำตาให้
       คุณหญิงรุจา พยายามกลั้นน้ำตามองหลานสาว ที่ดูแจ่มใสพูดจาเจื้อยแจ้วเหมือนเดิม
       “บีเข้าใจแล้ว ว่าทำไมคุณย่าต้องยกบ้านสวนให้บี”
       คุณหญิงรุจาจับเนื้อจับตัวสไบนางเอาไว้ตลอดเวลาที่คุยด้วย
       “บีเข้าใจว่ายังไงลูก”
       “บีก็เข้าใจว่าวันหนึ่งบีจะไม่มีใครเลย บีควรมีบ้านเป็นของตัวเองไม่ใช่หวังเกาะใครต่อใคร แม้เขาจะคือพี่ชายของแม่ หรือ... “สไบนางน้ำตาเริ่มรื้นหลังจากทำเข้มแข็งอยู่นาน “พี่ของพ่อ...คุณย่าขาบีรักคุณย่าค่ะ”
       สไบนางร้องไห้โฮ กอดย่าเอาไว้แน่น คุณหญิงรุจาน้ำตาไหลพราก กอดหลานสาวไว้แน่นเช่นกัน
       “โกหกบีซิคะคุณย่า ว่าบีเป็นลูกของพ่อจักษ์กับแม่ไพ”สไบนางพูดเสียงกลั้วสะอื้น
       คุณหญิงรุจาผละตัวออก ซับน้ำตาให้สไบนาง
       “ย่าโกหกบีไม่ได้หรอกนะลูก”
       สไบนางอึ้งไป คุณหญิงรุจาจ้องตาหลานสาว
       “ย่ามีแต่ความจริงเท่านั้นที่จะบอกบี...”
       คุณหญิงรุจาลูบผมที่ปกหน้าให้เข้าที่เข้าทาง พูดพร้อมด้วยสายตาอ่อนโยนเอ็นดู
       “ฟังย่านะบี บีเป็นลูกของประจักษ์จริงๆ ต่อให้ย่าตายดับลงเดี๋ยวนี้ ย่าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าบีเป็นลูกของจักษ์กับไพจริงๆ”
       
       สไบนางสวมกอดย่าเอาไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น คุณหญิงรุจาลูบผมหลานสาวสวมกอดอย่างหวงแหน...สองย่าหลานกอดกันร้องไห้
       ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขัดขึ้น ทั้งคู่ผละออกจากกัน ซับน้ำตา บังอรเปิดประตูห้องเข้ามา
       “คุณบารมีมาขอพบคุณท่านค่ะ”
       สไบนางและคุณหญิงรุจาหันสบตากันเล็กน้อย
       “ให้นั่งรอที่ห้องรับแขกเล็กซักครู่”
       “ค่ะคุณท่าน”บังอรเดินออกไป
       คุณหญิงรุจาจับกุมมือสไบนางเอาไว้
       “ลงไปพบลุงเราพร้อมกับย่านะ”
       สไบนางว้าวุ่นใจปนลังเลเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       บารมีนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่ที่ห้องรับแขกเล็ก คุณหญิงรุจาจูงมือสไบนางเดินเข้ามา บารมีลดหนังสือพิมพ์ลง รีบลุกขึ้นยืนยกมือไหว้ คุณหญิงรุจารับไหว้ สไบนางหน้าตาซึมๆ ยกมือไหว้บารมีเช่นกัน
       “เป็นยังไงมั่งหลานลุง”บารมีถามอย่างยิ้มแย้ม
       สไบนางน้ำตาคลอๆ บารมีมองอย่างเข้าใจ
       “ถ้าหนูไม่สบายใจ ไปอยู่กับลุงซักระยะดีมั้ย”
       สไบนางเดินเข้ามากอดบารมีเอาไว้ บารมีสวมกอดหลานสาว ตบไหล่
       “อย่าหัวเสียกับเรื่องสกปรกของใคร จำไว้นะบี หนูเป็นหลานของลุง เป็นลูกคนเดียวของจักษ์กับไพ”บารมีผละสไบนางออกจ้องหน้า “เขาสองคนแต่งงานอยู่กินกันจนเกิดหนูขึ้นมา กฎหมายยอมรับหนู ความถูกต้อง และความจริงคือ...ความดีในตัวหนูนะบี”
       คุณหญิงรุจามองสองลุงหลาน น้ำตาคลอๆตื้นตันใจ สไบนางยิ้มสบายใจ
       “ขอบคุณค่ะคุณลุง”
       “กำลังจะไปเรียนใช่มั้ย”
       “ค่ะ...”
       “พี่ชายเราเขารออยู่หน้าบ้าน อาสาจะไปส่งให้”
       สไบนางอึ้งแปลกใจ
       “อะไรนะคะ”
       บารมียักไหล่
       “เขาอาสาเองนะ ลุงก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน”
       คุณหญิงรุจาแอบตื้นตันใจ
       “คงเป็นห่วงว่าน้องจะคิดมาก จนเตลิดเปิดเปิงไปไหนอีกล่ะมั้ง”
       สไบนางหวั่นใจ ไม่ไว้ใจ
       “เขาไม่ใช่คนดีมีน้ำใจขนาดนั้นหรอกค่ะคุณย่า ต้องหาเรื่องแกล้งบีแน่ๆ”
       คุณหญิงรุจาและบารมีได้แต่ยิ้มๆ กับคู่กัดคู่นี้ สไบนางหน้าตาเอาเรื่องขึ้นมา อุปมาจะมาแกล้งตนไม้ไหนอีก
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       อุปมายืนพิงรถยิ้มเผล่รออยู่ สไบนางเดินหน้าหงิกออกมา อุปมามองกวนๆ
       “สวัสดีพี่ชายรึยังคะ ต้องให้ทวงทุกทีเลย”
       สไบนางไหว้ทิ่มพรวดเข้าให้ แล้วจะเดินไป
       “เดี๋ยวซิ พ่อไม่บอกเหรอว่าฉันจะไปส่งที่คณะ”
       “บอก แต่ไม่อยากไป”
       สไบนางเดินเลยไป อุปมามองตามกวนๆ
       “นึกอยู่แล้วว่าไม่กล้า”
       สไบนางชะงักไป
       “คนเรามันไม่แน่จริง พอรู้ว่าไม่มีแบ็คอัพก็แหย ไม่กล้าเผชิญหน้ากันตัวต่อตัว เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้ ยังงี้แสลงไทยเขาเรียกว่าลูกแหง่ รึเปล่า เอ๊ะ ไม่ใช่สิ น่าจะหลานแหง่มากกว่า”อุปมาขำกวนๆ
       สไบนางหันมาจ้องหน้า อุปมายักคิ้วกวนๆให้ สไบนางของขึ้นเดินไปขึ้นรถเปิดประตูขึ้นไปนั่ง อุปมายิ้มๆ พอใจ เดินไปขึ้นที่นั่งฝั่งคนขับ สไบนางเหล่ๆ มองเล็กน้อย อุปมายิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะถอยรถออกไปจากบ้าน
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       เมื่อนั่งคุยกับคุณหญิงรุจาตามลำพัง บารมีตัดสินใจบอกในสิ่งที่คิด...
       “งานแต่งมาร์คกับเมผ่านไป ผมมีเรื่องต้องคุยกับประมุขอีกมาก”
       คุณหญิงรุจาตอบเสียงเรียบๆ
       “ตามใจพ่อมีเถอะ”
       “นี่เขาอยู่รึเปล่าครับ”
       “ยังไม่ตื่นล่ะมั้ง”
       บารมีมองหน้าคุณหญิงรุจา
       “มีหลายเรื่องที่ผมอยากรู้ความจริง แต่ผมไม่พร้อมที่จะฟังเวลานี้”
       “น้าเข้าใจ...นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น้ารอคอย เพื่อดูผลของบาปครั้งนี้ น้าห่วงบีมากกว่าใครทั้งหมด น้าเลี้ยงแกมาอย่างสะอาดนะพ่อมี”คุณหญิงรุจาน้ำตารื้น
       บารมีรับฟังหน้าเคร่งขรึม
       “พ่อมีไม่อยากรู้เดี๋ยวนี้จริงๆเหรอ”
       “ยังครับคุณน้า ผมกลัวจะระงับอะไรๆ ไว้ไม่ได้ ผมไม่ได้ห่วงตัวเองแต่ห่วงหลาน ห่วงผลสะท้อนที่จะเกิดขึ้นกับแก”
       “ไม่ร้ายแรงอย่างนั้นหรอกพ่อมี”คุณหญิงรุจาฝืนยิ้ม
       “น้าหมายความว่ายังไงครับ”บารมีอยากรู้ขึ้นมา
       คุณหญิงรุจามองบารมีด้วยสายตาจริงจัง
       “บีเป็นลูกของประจักษ์ น้ายืนยันได้จนวาระสุดท้าย...วันหนึ่งนะพ่อมี...วันที่น้าทนไม่ไหวขึ้นมา ทุกคนจะรู้ใจน้า”
       คุณหญิงรุจาเบือนหน้าไปอีกทางไม่ให้เห็นน้ำตา ก่อนจะยกมือขึ้นซับน้ำตาออก บารมีถอนใจยาวออกมาไม่ถามอะไรต่อ
       
       (อ่านต่อ หน้า 2)

1 | 2
หน้าถัดไป
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
This site is like a classroom, exepct I don't hate it. lol
Timo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
I came, I read this aritcle, I conquered.
Sunil
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Very valid, pithy, scucicnt, and on point. WD.
Bbngorjunior
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านต่อพรุ่งนี้ กำลังมันส์เลย
ติดหนังน้ำเน่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014