หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ รอยมาร

รอยมาร ตอนที่ 17

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
4 ตุลาคม 2554 09:10 น.
1 | 2
หน้าถัดไป

รอยมาร ตอนที่ 17

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

ติดตามอ่านละครออนไลน์ได้ทาง www.manager.co.th ทุกวัน
        
       
       รอยมาร ตอนที่ 17
       
       เมื่ออยู่ในห้องนอน สไบนางถูนิ้วหัวแม่โป้ง ที่เปื้อนหมึกกับผ้าเช็ดมืออย่างหัวเสีย
       “คอยดูนะฉันจะหนีบ้าง”
       หยาดฝนมองเพื่อนอย่างกลัวใจ
       “บีจะหนีจริงๆ เหรอ”
       “คนอย่างฉัน พูดจริงทำจริง...”สไบนางน้ำตาคลอๆ “เมื่อทุกคนทำกับฉันได้ฉันก็ทำได้เหมือนกัน”
       “เธอจะหนีไปได้ยังไง แขกเหรื่อเต็มบ้าน เดี๋ยวก็ได้ฤกษ์ส่งตัวแล้ว”
       “โอ๊ย...ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ใครต่อใครมาบ่งการให้ฉันทำโน่นทำนี่ได้ตามใจชอบ”
       ขณะเดียวกันนั้นเสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะขึ้น สไบนางตะโกนออกไป
       “บีไม่อยู่ ตายไปแล้ว”
       “น้าฉัตรเองจ้ะหนูบี”เสียงกมลฉัตรดังมาจากนอกห้อง
       สไบนางหน้าจ๋อยรีบเดินไปเปิดประตูห้อง ยกมือไหว้
       “บีขอโทษค่ะ”
       กมลฉัตรยิ้มแย้ม ถือถาดอาหารในมือ
       “ไม่เป็นไรจ้ะ น้ายกอาหารขึ้นมาให้”กมลฉัตรยกถาดข้ามาในห้องนอนสไบนาง “ทานอะไรรองท้องซะหน่อยนะ”
       “บีทานอะไรไม่ลงหรอกค่ะน้าฉัตร”
       “วันนี้หนูทำฤทธิ์เดชมาก รู้ตัวมั้ย”
       “น้อยไปด้วยซ้ำค่ะ บีไม่ชอบให้ใครมาบังคับบี พี่เมหายตัวไป มันเกี่ยวอะไรกับบีด้วย ทำไมบีต้องรับผิดชอบคะน้าฉัตร”
       กมลฉัตรจูงมือสไบนางมานั่งลงที่เตียง...หยาดฝนยืนฟังอยู่ห่างๆ กมลฉัตรยิ้มแย้ม พูดอธิบายอย่างใจเย็น
       “เพราะสังคมกลุ่มของเรา มีเกียรติยศชื่อเสียงที่ต้องรักษาน่ะสิจ๊ะบี เหตุการณ์วันนี้ใหญ่หลวงมาก ไม่มีใครที่จะทำหน้าที่รักษาชื่อเสียง หน้าตา ของตระกูลได้ดีเท่าบีอีกแล้ว”
       สไบนางส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
       “น้าฉัตรรู้ดีว่าหนูไม่ใช่เด็กดื้อรั้นอะไร หนูเป็นคนยอมรับในเหตุผล แต่หนูพยายามแข็งขืนต่อต้านตามแรงก็เท่านั้นเอง”กมลฉัตรจับมือหลานสาว “แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็ผ่านมาถึงขั้นนี้แล้ว หนูไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะ นอกจากให้ความร่วมมือ”
       “ตกลงพวกเขาส่งน้าฉัตร มาเป็นทูตเจรจากับบีใช่มั้ยคะ”
       กมลฉัตรถอนใจ
       “ก็ไม่เชิงซะทีเดียวหรอกจ้ะ”
       สไบนางน้ำตารื้นขึ้นมา
       
       “แล้วอนาคตของบีล่ะคะ ใครเคยเห็นบ้าง เคยห่วงบีมั้ย ทุกคนคิดเอาแต่ได้ บีตั้งใจเรียนแทบตายไปติวกับน้าฉัตรแทบทุกวัน”สไบนางน้ำตาท่วม “แต่งชุดนักศึกษาได้แค่ไม่กี่วันเอง”
       หยาดฝนน้ำตาคลอๆขึ้นมา เข้าใจจิตใจเพื่อน สไบนางพูดทั้งน้ำตาท่วมด้วยความอัดอั้น
       “อนาคตของบีต้องจบลงเพื่อใคร ใครมองลึกถึงความเสียหายของบีมั่ง ค่าอนาคต ค่าความฝันของบี ใครหน้าไหนจะมาชดใช้ให้บีคะ”สไบนางน้ำตาร่วง
       กมลฉัตรอึ้งๆไป น้ำตารื้นๆตามบีบมือสไบนางให้กำลังใจ
       “น้าเข้าใจจ้ะ น้าก็พูดอะไรไม่ออก นอกจากบอกว่าน้าเสียใจด้วยจริงๆ”
       “เสียใจ...ให้ความเสียใจของทุกคนรวมกัน ก็ไม่ได้เท่ากับครึ่งหนึ่งของบีหรอกค่ะ ความหวังความฝันของบี บีสร้างมาเองคนเดียว...”สไบนางน้ำตาไหลพราก “แต่วันนี้หลายคนช่วยกันทำลายมันจนหมดสิ้น...ทำไมคะ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับบีด้วย”
       สไบนางร้องไห้น้ำตาอาบหน้า ลุกหนี หยาดฝนน้ำตานองหน้าเข้ามาสวมกอดเพื่อนเอาไว้ สไบนางปล่อยโฮ อย่างหมดความอดทนกอดหยาดฝนไว้แน่น ต่างร้องไห้สะอึกสะอื้นปลอบประโลมกันไป กมลฉัตรได้แต่นั่งมองด้วยสายตาเห็นใจ พูดอะไรต่อไม่ออก
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       อุปมา บารมี และคุณหญิงรุจา นั่งปรึกษาหารือกันอยู่ในห้องรับแขกเล็ก
       “เพราะผมคิดถึงผลเสีย ที่จะเกิดกับแกแล้วซิครับคุณหญิง ผมถึงได้จับแกพิมพ์นิ้วมือ”
       คุณหญิงรุจาถอนใจ
       “เหลือพิธีส่งตัวอีกอย่างก็จบซะที ทำไมวันนี้มันช่างยาวนานซะเหลือเกินนะ”
       อุปมาหน้าเซ็งๆ
       “ยังไม่จบแค่นี้หรอกครับคุณย่า งานเลี้ยงที่โรงแรมคืนนี้อีก”
       “ย่าขอตัวได้มั้ย”
       “แข็งใจอีกนิดเถอะครับคุณน้า”
       อาทิตย์รีบร้อนเข้ามาในห้อง ทุกคนหันมอง
       “คุณย่าครับ ผมได้ข่าวเมแล้ว”
       ทุกคนตื่นเต้นดีใจ อุปมาลุกพรวดขึ้น
       “เมอยู่ไหน”
       อาทิตย์หน้าเครียดขรึมลงทันที ก่อนจะเล่าให้ทุกคนฟังว่า ชันษาเป็นคนพาเมธาวีไป โดยเขาได้วางยาสลบนั่งรถไปด้วยกัน ระหว่างทาง เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกับสิบล้อ ชันษาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนเมธาวีบาดเจ็บ และถูกส่งตัวเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว
       ทุกคนช็อกกับเรื่องราวที่ได้ยิน คุณหญิงรุจาตกใจแทบตั้งตัวไม่ทัน
       “ใช่ชันษาจริงๆ เหรออาทิตย์”
       “ครับคุณย่า ผมไปดูศพที่สระบุรีแล้ว”
       อุปมาร้อนใจ
       “แล้วผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสใช่เมแน่รึเปล่า”
       อาทิตย์หน้าเครียด
       “แน่ครับ”
       อุปมาผงะไป บารมีวางมือบนไหล่อุปมา บีบให้กำลังใจ
       “คุณเมถูกวางยาสลบแล้วลักพาตัวไป หมอพิสูจน์ได้แล้วว่าขณะเกิดอุบัติเหตุเมไม่รู้สึกตัว”
       อุปมาหลับตาไป พูดไม่ออก คุณหญิงรุจาน้ำตาคลอ
       “โธ่ เมของย่า”คุณหญิงรุจาส่ายหน้า เวทนาในชะตากรรม
       บารมีถอนใจ หน้าเครียด
       “เวรกรรมจริงๆ”
       คุณหญิงรุจาพยายามตั้งสติ
       “ให้คนไปบอกพ่อแม่ชันษารึยัง ย่าเพิ่งเห็นกลับบ้านไป”
       วิจิตราวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง
       “ได้ข่าวเมรึยังอาทิตย์”
       ทุกคนอึ้งๆกันไป คุณหญิงรุจาเบือนหน้าไปซับน้ำตา อุปมาเดินฉับๆ ออกไปจากห้อง
       “มาร์ค...” บารมีเรียก
       วิจิตราร้อนใจ สังหรณ์ไม่ดี
       “เกิดอะไรขึ้นกับเมเหรอ”
       วิจิตรานั้น เมื่อรู้เรื่องราว ก็กรีดร้องด้วยความตกใจและเสียใจ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       วิจิตรานอนร้องไห้ฟูมฟายที่เตียง ประมุขหน้าตาเคร่งเครียด เดินไปเดินมาอย่างกลุ้มใจ...
       “คุณจะร้องไห้ฟูมฟายให้ได้อะไรขึ้นมา”
       วิจิตราหันมาตวาด
       “คุณไม่รักไม่ห่วงลูกเลยรึไง ใช่ซิ คงจะปลื้มอกปลื้มใจมาก ที่หลานสาวสุดที่รักได้แต่งงานแทนลูกตัวเอง”
       “ประสาทไปใหญ่แล้ว”
       “แล้วนี่จะเอายังไงคะ จะไปเยี่ยมลูก หรือจะอยู่เป็นสักขีพยานส่งตัวมันเข้าหออีก”
       “อยู่ดูลาดเลาซักประเดี๋ยวแล้วกัน”
       วิจิตราพรวดมาเผชิญหน้า ผลักอก ต่อว่าทั้งน้ำตา
       “คุณไม่ห่วงลูกเลยรึไง ลูกบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้น ยังจะห่วงเรื่องอื่นมากกว่าอีกเหรอ”
       “ลูกอยู่ในมือหมอแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกน่ะ เราไปก็ช่วยอะไรไม่ได้...”
       “เหรอ คุณเป็นพ่อประสาอะไรประมุข”วิจิตราต่อว่าทั้งน้ำตา
       ประมุขจับไหล่วิจิตรา
       “คุณตั้งสติให้ดีนะจิตรา เรื่องเมประสบอุบัติเหตุต้องปิดไว้ความลับ เรายังไม่รู้เลยว่าไอ้ชันษาอยู่กับเมในที่เกิดเหตุได้ยังไง แค่นี้ยังอื้อฉาวไม่พอรึไง เรายังหายหน้าไปไหนจากงานไม่ได้ เข้าใจมั้ยจิตรา”
       วิจิตราผลักประมุขออกไป แล้วเดินไปนั่งก้มหน้าร้องไห้ต่อที่เตียง ประมุขถอนใจออกมาแล้วกดโทรศัพท์มือถือโทรออก
       หน้าห้องนอนประมุข...สไบนางแอบฟังเรื่องราวทั้งหมดอยู่เธอหน้าเศร้า น้ำตาคลอสงสารในโชคชะตาของชันษา
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       อุปมารีบร้อนเดินออกมาที่หน้าบ้านจะไปขึ้นรถ แขกเหรื่อที่นั่งพักทานอาหารตามซุ้มรับรองหน้าบ้านหันมองตามด้วยความสงสัย บารมีเดินตามลูกชายไปติดๆ
       “มาร์ค แกจะไปไหน”
       อุปมาชะงักหันมาตอบพ่อ
       “ผมอยากไปเยี่ยมอาการเมครับ”
       “แล้วบีล่ะ อีกไม่ถึงชั่วโมงจะมีพิธีส่งตัวแล้วนะ”
       “ใจผมไม่อยู่ที่นี่แล้วครับ”
       “ทุกคนเสียสละ แกก็ไม่มีข้อยกเว้น”บารมีพูดเสียงออกคำสั่ง “กลับเข้าไปเตรียมตัวเข้าพิธีเดี๋ยวนี้”
       “แต่พ่อครับ เจ้าสาวของผมคือเม ไม่ใช่บี และไม่มีทางเป็นบีอย่างเด็ดขาด ถ้าพ่ออ้างถึงฤกษ์ยามมันก็เสียตั้งแต่เปลี่ยนตัวเจ้าสาวแล้วล่ะครับ”
       บารมีจ้องหน้า สายตาดุ เสียงแข็ง ออกคำสั่ง
       “มาร์ค”
       อุปมาเกรงๆแต่ยืนกราน
       “ผมจะไปเยี่ยมเม”
       บารมีโกรธจัด อุปมาหลบสายตาเดินไปขึ้นรถขับออกไป บารมีจ้องตามลูกชาย แววตาโกรธจัด ขบกรามแน่นจนขึ้นสัน
       คุณหญิงรุจายืนดูเหตุการณ์ อยู่ที่หน้าระเบียงบ้านกับอาทิตย์และบังอร...
       “เวรกรรมอะไรของบีมันก็ไม่รู้ หลานรักของฉัน ทำไมไม่มีใครเห็นค่า”คุณหญิงรุจาเสียงเข้มขึ้นมา เจ็บช้ำที่สุด “ใครควรรับผิดชอบกับเรื่องนี้”คุณหญิงรุจาหน้ามืดหมดสติทั้งยืน กดดันจนรับไม่ไหวแล้ว
       อาทิตย์ตกใจรีบประคองเอาไว้
       “คุณย่า”
       บังอรหน้าตื่นตกใจมาก
       “คุณท่านคะ”
       อาทิตย์ร้อนใจและเป็นห่วงสไบนาง
       “ฝากคุณย่าด้วยนะครับคุณบังอร”
       บังอรประคองคุณหญิงรุจาเอาไว้ อาทิตย์รีบวิ่งลงไปจากบ้านทันที
       
       เมธาวีนอนหลับไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียู โชคดีที่ใบหน้าไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไร แค่รอยฟกช้ำเล็กน้อย...อุปมาใส่เสื้อคลุมป้องกันเชื้อโรค อุปมาเดินเข้ามาจับกุมมือ น้ำตาคลอๆสงสารเมธาวีจับใจ อาทิตย์เดินเข้ามาด้านหลัง
       “คุณเมพ้นขีดอันตรายแล้วล่ะครับ”
       อุปมาหันมองอาทิตย์
       “ตอนนี้คนที่น่าเป็นห่วงกว่าคือบี แม้จะไม่ได้รับอันตรายทางร่างกาย แต่จิตใจเธอย่ำแย่ ชีวิตเธอมีตำหนิก็เพราะคุณ”
       “นายไม่รู้อะไรอย่าพูดมากดีกว่า”
       “ใช่ ผมไม่รู้อะไรมาก แต่ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่ทิ้งเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ให้เผชิญเรื่องร้ายๆ อยู่คนเดียวเด็ดขาด”
       “ห่วงกันมากเหลือเกินนะ”
       “ใครจะคิดห่วงแต่ตัวเองเหมือนคุณล่ะ...”อาทิตย์หน้านิ่ง “ยังพอมีเวลาไปเล่นละครฉากนี้ต่อให้จบ บีจะได้ไม่ต้องอับอายไปมากกว่านี้”อาทิตย์เดินออกไป
       อุปมาเงียบไปอย่างคิดตาม ก่อนจะหันมองไปทางเมธาวีที่ยังคงนอนหลับไม่ได้สติ อุปมาได้แต่ถอนใจยาวออกมา
       
       + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางนั่งหน้าหงิกงออยู่ข้างๆ หม่อมเกศและกมลฉัตร บังอรนั่งหน้าร้อนใจอยู่กับหยาดฝน
       “นี่มันจะได้ฤกษ์ส่งตัวแล้วนะ คุณมาร์คหายไปไหน”
       “ฝนเห็นขับรถออกไปข้างนอกซักพักแล้วนะคะ”หยาดฝนบอก
       “จะกลับมาทันมั้ยเนี่ย”บังอรรุ่มร้อนใจ
       แขกเหรื่อซุบซิบกันไปมา หัสดินเดินเข้ามาที่โถง เดินไปหาทางหม่อมเกศ
       “ยังติดต่อมาร์คไม่ได้เลยครับ”
       สไบนางหูผึ่งแอบดีใจ
       “ไปไหนของเขาก็ไม่รู้”กมลฉัตรบ่น
       “เดี๋ยวคงมาแหละ ใจเย็นๆ ยังพอมีเวลาเหลือ”หม่อมเกศบอก
       บารมีเดินมายืนหน้านิ่งขรึมกลางโถง
       “ขอโทษที่ทำให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านเสียเวลานะครับ” บารมีกวาดตามองทุกคน “ผมขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่า...เราขอยกเลิกพิธีส่งตัวและงานเลี้ยงฉลองสมรสคืนนี้”
       ทุกคนทั้งงานต่างตกใจ วิพากษ์วิจารณ์กัน สไบนางดีใจจนออกนอกหน้าแทบจะตบมือ...กมลฉัตรต้องแอบหยิกสไบนางเล็กน้อย สไบนางเลยสงบท่าทีลง
       “ผมในฐานะตัวแทนผู้จัดงาน ขอกราบขอโทษแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน สำหรับความไม่เรียบร้อยทั้งหมดของงานในวันนี้”บารมียกมือไหว้ไปรอบทิศแล้วเดินหน้าเครียดกลับออกไป
       เสียงวิจารณ์ดังขรม สไบนางวิ่งดีใจไปกอดบังอรเอาไว้น้ำตาคลอ
       “ฝันร้ายของบีจบแล้วค่ะคุณบังอร”
       สไบนางยื่นมือไปจับมือหยาดฝนบีบเอาไว้ด้วยความดีใจ หยาดฝนจับมือเพื่อนไว้แน่นน้ำตาคลอๆ สไบนางยิ้มดีใจกอดบังอรทั้งน้ำตาไหลซึมออกมา
       บารมีไหว้ลาส่งแขกอยู่หน้าบ้านอัคราช บารมีฝืนยื้มๆ
       “ขอโทษจริงๆนะครับ”
       แขกเหรื่อทยอยกลับกันออกไป หม่อมเกศและกมลฉัตรเป็นแขกสองคนสุดท้าย หม่อมเกศยิ้มให้บารมี
       “เริ่มต้นขลุกขลักไปหน่อยนะ”
       “ครับหม่อม”
       “แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายอะไรหรอก”
       “เป็นความผิดของผู้ใหญ่แท้ๆ ลูกหลานต้องพลอยมาเดือดร้อน ไปด้วย”
       หม่อมเกศตบต้นแขนบารมี
       “เสียเวลาคิดมากน่าคุณมี เรื่องมันเกิดไปแล้ว มองไปข้างหน้าดีกว่า”
       บารมียิ้มรับ เห็นด้วย
       “งั้นพวกเราลากลับเลยนะคะ”
       ทั้งสามคนไหว้ลากัน หญิงฉัตรและหม่อมเกศเดินไปขึ้นรถ...บารมีช่วยเปิดประตูให้หม่อมเกศ แล้วอยู่รอส่งจนรถวิ่งออกไปจากบ้าน
       บารมีกวาดตามองบ้านอัคราชที่ไร้แขกเหรื่ออยู่อีกแล้ว ได้แต่ถอนใจมีหน้าเคร่งเครียด ขบกรามแน่น ทันใดนั้นอุปมาขับรถปาดเข้ามาจอดหน้าบ้าน บารมีหันขวับไปจ้อง ตาแข็งกร้าว โกรธจัด อุปมาลงมาจากรถหน้าตาจ๋อยๆ
       “แกกลับมาทำไมตอนนี้”บารมีเสียงดังเกรี้ยวกราด
       “แขกกลับไปหมดแล้วเหรอครับ”
       “ยังมีหน้ามาถามอีก ใครจะอยู่รอแก”
       อุปมาจ๋อยสนิท รู้สึกผิดยกมือไหว้
       
       “ผมขอโทษครับพ่อ ผมมาให้พ่อลงโทษ”
       อุปมาเดินเข้ามาใกล้บารมี ก้มหน้าสำนึกผิด บารมีจะทุบตี ตบหน้าลูกชายก็ทำไม่ลง ตาแดงก่ำ กำมือแน่น
       “โทษแกหนักมากมาร์ค ตลอดชีวิตพ่อเพิ่งได้รู้ว่า แกมันก็ไอ้คนหน้ามืด ใช้อารมณ์เข้าทำลายความดีงามและความถูกต้อง”
       อุปมาเหลือบตามองพ่อ บารมีน้ำตารื้นๆเคลือบตา
       “แกทำให้พ่อผิดหวังมาก ทำลายน้ำใจบีอย่างไม่น่าให้อภัย”บารมีเสียงเจ็บช้ำ สั่นเครือแต่แข็งกร้าว “แกจะกลับมาให้ฉันเห็นหน้าทำไมอีก”
       อุปมาน้ำตาคลอๆตาม
       “พ่อครับ ผมสงสารเม”
       บารมีแค่นขำ
       “งั้นเหรอ...วิมาดา แกลืมขาไม่ได้ หนูเมแกสงสาร ดูเหมือนแกจะชอบสะสมผู้หญิงเก่าๆ ไว้ซะเหลือเกินนะ”
       อุปมาจ๋อยไป บารมีจ้องหน้าลูกชาย
       “แกล้มพิธีแต่งงานได้แล้วนี่...พ่ออนุญาตแกเต็มที่ แกจะไปหาใคร อยากทำตัวเสเพล ไม่รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ก็ตามใจแก...แต่พ่อจะยึดอิสรภาพทางกฎหมายของแกเอาไว้”
       อุปมามองพ่องงๆ
       “พ่อจะไม่ยอมให้แกหย่ากับบีเด็ดขาด”
       อุปมาตกใจมาก
       “พ่อครับ”
       “แกจะไปไหนก็ไป ฉันยังไม่อยากเห็นหน้าแก”
       บารมีเดินกลับขึ้นไปบนบ้านอัคราช หน้าเคร่งเครียด อุปมาเครียดไปเลยเสยผมเดินไปตบหลังคารถโครมใหญ่
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางจับมือคุณหญิงรุจา ซบหน้ากับอกคุณหญิงรุจา ที่ยังนอนหลับไม่ได้สติ ทั้งเครียดและเหนื่อยมาทั้งวัน คุณหญิงรุจารู้สึกตัวเหลือบตามอง
       “บีเหรอลูก”
       สไบนางดีใจ
       “คุณย่าฟื้นแล้ว”
       คุณหญิงรุจามองอย่างเป็นห่วง
       “แขกเหรื่อกลับไปกันหมดแล้วเหรอ”
       บารมีเดินเข้ามา
       “ผมล้มพิธีทั้งหมดแล้วครับคุณน้า”
       คุณหญิงรุจาเหลือบตามองบารมี
       “ซาร่าเมียเราล่ะ”
       “ผมให้หัสดินกลับไปส่งที่บ้านแล้วครับ”
       “เขาไม่งงกับเหตุการณ์วันนี้เหรอ”
       “โชคดีเขาเข้าใจภาษาไทยไม่มาก แต่ภาษาท่าทางและอารมณ์ของทุกคน เขาก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรแปลกๆ เรื่องนี้คุณน้าไม่ต้องห่วง ผมจะอธิบายให้เขาเข้าใจเอง”
       คุณหญิงรุจาพยักหน้ารับอย่างเหนื่อยๆ แล้วขยับตัวขึ้นนั่ง สไบนางช่วยประคองย่าขึ้นนั่งก่อนถามบารมี
       “แล้วบีควรทำอย่างไรต่อไปคะคุณลุง”
       “ทำใจให้สบายก่อนเถอะ แล้วเตรียมตัวไปอยู่บ้านลุง”บารมีน้ำเสียงอ่อนโยน
       สไบนางอึ้งๆ
       “แต่คุณลุงคะ...”
       “บีไว้ใจลุงมั้ย”
       
       สไบนางพยักหน้ารับ บารมีวางมือบนหัวสไบนาง
       “ลุงสัญญา ความเสียหายของบีทั้งหมดในวันนี้ ลุงจะรับใช้ให้หนูเอง”
       สไบนางน้ำตาคลอๆ สวมกอดบารมีเอาไว้ บารมีลูบหัวสไบนางอย่างเอ็นดู คุณหญิงรุจายิ้มบางๆออกมาอย่างสบายใจขึ้น
       “ลุงขอรักษาสถานภาพการแต่งงานแบบนี้ไว้ซักระยะ”
       สไบนางผละออกจากกอดงงปนสงสัย
       “เพื่ออะไรล่ะพ่อมี”คุณหญิงรุจาถามเรียบๆ
       “รักษาหน้าให้บี ว่าไม่ใช่เจ้าสาวแก้ขัดหรือตัวสำรองของใคร”บารมีไม่พอใจ “และผมอยากจะลงโทษลูกชายของผมด้วย ที่ไม่มีความรับผิดชอบมากพอ”
       “แล้วเรื่องเรียนของบีล่ะคะคุณลุง”สไบนางถามเสียงเครียด
       “สละสิทธิ์ซะ เรื่องวันนี้ต้องเป็นข่าวใหญ่โตแน่นอน ลุงไม่อยากให้บีตกเป็นขี้ปากใครมากไปกว่านี้”
       สไบนางใจหายแต่ก็เข้าใจในเหตุผล
       “แล้วลุงจะส่งบีไปเรียนต่อเมืองนอก ไปชุบตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกไม่นานคนก็ลืม”
       คุณหญิงรุจาคิดตาม เห็นด้วย
       “ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด”
       สไบนางเงียบไปอย่างคิดตาม เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ...ทุกคนหันมอง บังอรเปิดประตูห้องเข้ามา
       “พ่อแม่ของชันรับศพชันไปตั้งสวดที่วัดแล้วค่ะ เขาอยากมากราบขอโทษคุณหญิงแต่บังอรบอกว่าคุณหญิงพักผ่อนอยู่ก็เลยกลับไป”
       “ดีแล้วล่ะบังอร ฉันยังวางหน้าไม่ถูก”คุณหญิงรุจาถอนใจส่ายหน้า “ไม่น่าเลยชัน”
       สไบนางเศร้าสลดลงสงสารชันษา
       “บีทราบมานานแล้วว่าชันแอบรักพี่เม แต่พี่เมไม่เคยสนใจชันเลย”สไบนางน้ำตาคลอ “บีเสียใจที่ต้องเสียเพื่อนดีๆ ไป”
       “หักห้ามใจซะเถอะ เรื่องของเราก็ยุ่งพออยู่แล้ว คนตายก็ตายไปคนอยู่ก็สู้กรรมกันต่อ”บารมีเตือนสติ
       “คืนนี้บีจะไปงานสวดศพชันนะคะ”
       คุณหญิงรุจาพยักหน้าเห็นด้วย
       “ก็ดีลูก ไปเป็นตัวแทนย่า วันนี้ย่าเหนื่อยเหลือเกิน”
       “ลุงจะไปงานสวดศพเป็นเพื่อนบีก็แล้วกัน...6 โมงเย็น ลุงจะมารับ”
       “ค่ะคุณลุง”
       บารมีหันมองบังอร
       “คุณบังอรครับ”
       “คะ”
       “ถ้าคุณบังอรว่างก็คุมเด็กๆ เตรียมจัดเก็บอะไรไว้ให้พร้อมก็ดี”
       ทุกคนหันมองหน้าบารมีงงๆ
       “ดิฉันไม่เข้าใจค่ะ คุณบารมีหมายถึงอะไรคะ”บังอร ถามอย่งไม่เข้าใจ
       “ทุกอย่างแหละครับ”บารมีเหลือบตามองคุณหญิงรุจา “คุณหญิงท่านทราบอะไรดีแล้ว ผมให้เวลาทุกคนในบ้านอีก 3 วัน เตรียมหาที่อยู่ใหม่”บารมีหน้านิ่งขรึมเอาจริง “ผมจะปิดบ้านอัคราช”
       ทุกคนหน้าตาตกใจกับคำพูดนิ่งๆ แต่เด็ดขาดของบารมี
       ค่ำนั้น สไบนางไปงานสวดศพชันษากับบารมี...
       แม่ชันษาหน้าเศร้าๆ เดินพาบารมีและสไบนางในชุดไว้ทุกข์ ไปนั่งข้างในศาลาพร้อมพูดคุยไปด้วย
       “ดิฉันตั้งใจสวดซัก 3 คืนค่ะ เก็บไว้ร้อยวันแล้วค่อยเผา...เชิญนั่งค่ะคุณ”
       “บารมีและสไบนางนั่งลงที่เก้าอี้โซฟาสำหรับแขกผู้ใหญ่ แม่ชันษานั่งลงข้างๆสไบนาง
       “ขอบคุณคุณบารมีกับหนูบีมากนะคะ ที่อุตส่าห์มา” แม่ชันษาน้ำตาคลอๆขึ้นมารู้สึกเสียใจมากกับการกระทำของลูกชาย “เจ้าชันก่อเรื่องแท้ๆพลอยทำให้ อับอายขายหน้ากันไปหมด”แม่ชันษาซับน้ำตาออก
       สไบนางบีบมือแม่ชันษาให้กำลังใจ
       “หนูบีต้องลำบาก ท่านถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ ตั้งใจไว้เหมือนกันว่าจะไปเยี่ยมหนูเม แต่ยังไม่ทราบจะทำหน้ายังไงถูก”แม่ชันษายกมือไหว้บารมี “ดิฉันกราบขอโทษจริงๆ ค่ะคุณบารมี ลูกดิฉันสร้างปัญหาให้วุ่นวายแท้ๆ เลย ขออโหสิแทนเจ้าชันด้วยนะคะ”
       บารมีรีบรับไหว้
       “ช่างเถอะครับ เรื่องมันผ่านพ้นไปแล้ว เราทุกคนต่างก็เสียใจไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน คุณพี่สูญเสียมากกว่าทุกคน ผมกับหลานเสียใจด้วยจริงๆ ที่มาที่นี่ก็เพื่ออโหสิให้กับผู้ตายเท่านั้น”
       แม่ชันษาร้องไห้ออกมา
       “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”
       บารมีบีบแขนแม่ชันษาเบาๆ ให้กำลังใจ
       “ผมขอไปไหว้ศพก่อนนะ”
       แม่ชันษารีบซับน้ำตา
       “เชิญค่ะ”
       แม่ชันษารีบเดินตามประกบบารมีไป สไบนางลุกตามไปแต่ได้ยินเสียงเรียกซะก่อน
       “บู้บี้...”
       สไบนางหันไปเห็น อาทิตย์กวักมือเรียกให้ออกไปหาที่หน้าศาลา สไบนางหันมองไปทางบารมีเล็กน้อยก่อนรีบเดินออกไปหาอาทิตย์
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางเดินคุยกับอาทิตย์มาตามทางเดินในวัด
       “ทำไมต้องทำลับๆล่อๆด้วยล่ะ”
       “เดี๋ยวนี้บีไม่ใช่บู้บี้คนเดิมแล้วนี่ เป็นลูกสะใภ้บ้านบุญอนันต์”
       สไบนางโกรธ
       “พูดยังงี้กลับไปเลยซันนี่ พี่ก็รู้ว่ามันคือการเล่นละคร”
       “คนอื่นเขาไม่รู้ด้วยนี่ พี่ไม่อยากให้บีถูกใครนินทาลับหลัง”
       สไบนางมองหน้าอาทิตย์อย่างซึ้งใจ ก่อนจะถอนใจออกมา เดินนำไป อาทิตย์เดินตาม
       “จะไปเยี่ยมคุณเมมั้ย”
       “ซันนี่ว่าบีควรไปมั้ยล่ะ ฉกเจ้าบ่าวเขามาหน้าตาเฉย”
       สไบนางกอดอกหน้าเครียด อาทิตย์มองอย่างสงสารเห็นใจ
       “คุณเมบอบช้ำมาก มันเป็นเรื่องความเห็นแก่ตัวของคนๆเดียวเท่านั้น เหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้ถึงเกิดขึ้น”
       สไบนางหน้าเศร้า
       “ชันเป็นคนดี ถ้าเขาจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว สำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ บีก็ยังนับถือเขาอยู่”
       “เพราะขารักคุณเมงั้นเหรอ”
       “ใช่ รักมากด้วย ชันเหมือนคนไร้ค่า น่าทุเรศสำหรับพี่เมแต่บีชื่นชมชัน แต่บีก็ไม่คิดว่าชันจะบ้ารักพี่เมมากถึงขนาดนี้...”สไบนางมองหน้าอาทิตย์ “บีสงสัยจังเลยซันนี่ พี่เมนอนอยู่บนห้องแท้ๆ ถูกชันวางยาพาตัวไปได้ยังไง”
       “เมเท่านั้นที่ตอบเราได้...ความเป็นไปได้มี 2 ทาง เมอาจลงมาทำธุระ หรือไม่ก็...”อาทิตย์เงียบไปอย่างใช้ความคิด
       “อะไรเหรอซันนี่”
       “ชันษาหลบอยู่ในห้องคุณเมตลอดเวลา ก่อนพาตัวเมไป”
       สไบนางคิดตาม
       “จะเป็นไปได้ยังไง”
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       ก่อนหน้าวันแต่งงานหนึ่งวัน...
       บังอรนั่งพับเพียบบรรจงแต่งพานพุ่ม มีคุณหญิงรุจานั่งร้อยพวงมาลัยอยู่บนตั่ง
       “คุณเมแต่งออกไปก็เหลือแต่คุณบี”ยายจันทร์พูดขึ้น
       คุณหญิงรุจาขำๆ
       “รายนั้นอย่างน้อยก็อีก 4 ปีแหละ”
       ในช่วงเวลานั้น ชันษาทำเป็นยกลังใส่ของบังหน้า ขึ้นมาจากบันไดหลังบ้าน ชำเลืองมองไปที่โถง ที่ทุกคนนั่งคุยกันอยู่
       “คุณอาทิตย์มีลุ้นที่สุดนะคะ”บังอรขำๆ“เห็นทนกันได้”
       คุณหญิงรุจายิ้มๆ
       “ถ้ายังรอไหวนะ”
       เมธาวีและอุปมาเดินกลับขึ้นบ้านมา...อุปมาช่วยถือถุงใส่เสื้อผ้างานเช้าของเมธาวีมาให้ ชันษาตกใจเล็กน้อยแล้วแอบรีบขึ้นบันไดไปชั้นบนโดยที่ไม่มีใครเห็น
       อาทิตย์นิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่ควรจะเป็น...
       “2-3 วันมานี่ทุกคนยุ่งเรื่องเตรียมงานกันอยู่ ชันษาคงหาจังหวะแอบขึ้นไปซ่อนตัวในห้องคุณเม...เรื่องถึงเงียบ ไม่มีเสียงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือจากเม”
       สไบนางตื่นเต้นปนกลัว
       “ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ซันนี่คาดการณ์เอาเองใช่มั้ย”
       อาทิตย์เงียบไป หน้าเคร่งเครียด นิ่งคิดถึงสิ่งที่เขาได้รับรู้เรื่องราวมาก่อนหน้านี้
       อาทิตย์รีบวิ่งขึ้นสถานีตำรวจ ที่เพื่อนประจำอยู่ด้วยความร้อนใจ เพื่อนนายตำรวจของอาทิตย์รออยู่ รีบเข้าไปกอดคอเพื่อนพาไปคุยให้ห้องทำงานสีหน้าร้อนใจไม่แพ้กัน
       “ฉันได้คุยกับหมอที่ชันสูตรศพชันษา กับรักษาแฟนเก่าแกแล้วนะ...นั่งก่อน”
       อาทิตย์นั่งลง ร้อนใจ
       “หมอว่ายังไงวะ”
       
       เพื่อนตำรวจยืนพิงกึ่งนั่งโต๊ะทำงานหน้าซีเรียส
       “เขาบอกว่าทั้งสองคน ผ่านการร่วมเพศมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน”
       อาทิตย์ตกใจมาก ก้มหน้านิ่ง เพื่อนยื่นมือไปตบหลัง อาทิตย์ตั้งสติได้เงยหน้ามองเพื่อน
       “แกกำลังจะบอกว่าคุณเม ถูกชันษาขืนใจก่อนลักพาตัวไปเหรอ”
       เพื่อนพยักหน้ารับ อาทิตย์โมโหสุดๆลุกพรวด
       “บ้าฉิบ”
       เพื่อนอาทิตย์ยืดตัวตรง ซีเรียส
       “เรื่องนี้ยังเป็นความลับอยู่ แกจะเอายังไง”
       อาทิตย์หันกลับมามองหน้าเพื่อน
       “เป็นไปได้มั้ยที่มันจะเป็นความลับตลอดไป ไม่ให้รู้แม้แต่พ่อแม่คุณเม”
       อาทิตย์หน้าตาซีเรียสมาก
       หลังจากนั้น อาทิตย์ได้กลับมาที่บ้านอัคราช แอบแอบย่องขึ้นบันไดไปชั้นสอง ดูหลักฐานในห้องนอนเมธาวี เพื่อให้มั่นใจคำวินิจฉัยของหมอ
       อาทิตย์มองซ้ายขวาว่า ไม่มีใครสังเกตแล้วแอบย่องขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนอยู่ห้องรับแขกเล็ก เพราะอุปมา กับสไบนางกำลังจดทะเบียนกันอยู่
       อาทิตย์แอบเข้ามาในห้องนอนเมธาวี แล้วปิดประตูห้องงับเอาไว้โดยที่ไม่ล็อก เขารีบหยิบถุงมือขึ้นมาสวม แล้วมาสำรวจเตียงนอนเมธาวี เพื่อหาหลักฐาน อาทิตย์ขยับผ้าห่มออก ก็เจอคราบไม่ต้องประสงค์เปื้อนผ้าปูอยู่เขาหลับตารีบเบือนหน้าหนี ลุกขึ้นโกรธสุดๆ หันหลังให้เตียง
       “ไอ้เลวเอ๊ย”อาทิตย์สบถโกรธจัด
       
       + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางเห็นอาทิตย์นิ่งไปก็ถามย้ำ...
       “บีถามว่าซันนี่คิดเอาเองใช่มั้ย”
       อาทิตย์สะดุ้งได้สติหลุดจากความคิดคำนึง สไบนางจ้องหน้ารอคำตอบอยู่ อาทิตย์พยักหน้ารับหน้าเครียดๆ สไบนาง ไม่ค่อยสบายใจ
       “ไหนๆ ชันษาเขาก็ตายไปแล้ว เราอย่าพูดถึงเรื่องนี้กันอีกเลยดีกว่านะ เรามาเพื่ออโหสิให้เขา”อาทิตย์ฝืนยิ้มให้
       “งั้นเรากลับเข้าไปข้างในเถอะ ออกมานานแล้ว”
       สไบนางจะเดินกลับไป อาทิตย์เรียกไว้
       “เดี๋ยวบี...”
       สไบนางหันมอง
       “ได้ยินว่าบีจะย้ายไปอยู่บ้านลุงมีเหรอ”
       สไบนางนิ่งไปอย่างใช้ความคิด
       “ก็ไม่เชิงหรอก...บีต้องอยู่ในที่ที่บีสมควรอยู่ ไหนๆ วันนี้บีก็เสียชื่อป่นปี้ไปหมดแล้ว มันอย่าหวังจะได้อยู่เป็นสุขเลย”
       สไบนางเคียดแค้น ด้วยความตั้งใจว่าจะเอาคืนอุปมาให้ได้
        
       ที่โรงพยาบาล เมธาวีหลับไม่ได้สติ มีสายออกซิเจน น้ำเกลือและอื่นๆ ระโยงรยางค์ วิจิตราร้องไห้โฮออกมาหันไปสวมกอดประมุขที่มองลูกสาวน้ำตาคลอๆ สงสารลูกสาวมาก
       “ทำไมเมต้องโชคร้ายแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้”
       ประมุขกอดภรรยาเอาไว้ ไม่รู้จะพูดยังไง หน้าเคร่งเครียด วิจิตราผละตัวออก โกรธแค้น
       “ไอ้ชัน ไอ้คนเนรคุณเมตตามาแต่เล็กแต่น้อย ไม่น่าทำกันได้เลย”
       “เด็กมันตายชดใช้ความผิดไปแล้วน่ะจิตรา”
       วิจิตราฟูมฟาย อาฆาต
       “ความตายยังน้อยเกินไป มันทำลายชื่อเสียงเรา ทำลายงานแต่งงานเม ยัยเมเกือบตายฟื้นขึ้นมาก็ไม่รู้จะเหมือนเดิมรึเปล่า...ฉันขอสาปแช่งให้มันตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”วิจิตราน้ำตาไหลอาบหน้า
       ประมุขเครียดมาก ตวาด เสียงดัง
       “เมื่อไหร่คุณจะเงียบซะที”
       ประมุขปวดหัวแปล๊บขึ้นมาแทบยืนไม่อยู่ เซไปกระแทกเตียงเมธาวี รูดตัวกับเตียงไปนั่งกับพื้น วิจิตราตกใจสติแตก กรีดร้องลั่นห้อง นางพยาบาลรีบวิ่งเข้าห้องมาหน้าตาตกใจ
       
       + + + + + + + + + + +
       
       บารมีเดินกลับเข้าโถงบ้านหลังเล็ก เห็นหัสดินนั่งดูแข่งบอลทางทีวีอยู่...
       “อ้าว หัส”
       “คุณลุงกลับช้าจังเลย”
       “ไปดริ๊งคลายเครียดนิดหน่อย”
       บารมีเดินมานั่งพักเหนื่อย หัสดินยิ้มๆ
       “วันนี้ช่างยาวนานเหลือเกินนะครับ”
       บารมีพิงพนัก อ่อนล้า
       “เหมือนเดือนหนึ่งเลยล่ะ”
       “คุณซาร่าขึ้นนอนไปแล้วนะครับ”
       บารมีพยักหน้ารับทราบ
       “มาร์คเพิ่งจะกลับบ้าน”หัสดินยิ้มๆ“ทันทีที่ได้ยินเสียงรถลุง”
       บารมีส่ายหน้า...
       “ดีแล้ว ขี้เกียจทะเลาะกับมันอีก...เอ้อ บีล่ะ ขึ้นนอนแล้วเหรอ”
       หัสดินงงๆ
       “อ้าว...บีมาค้างนี่เหรอครับ”
       “อืม ลุงให้เด็กจัดห้องไว้ให้แล้ว อาทิตย์มาส่งซักชั่วโมงหนึ่งได้แล้วนี่”
       หัสดินงงๆ
       “ไม่เห็นนี่ครับ”
       บารมีตกใจ
       “อย่าบอกนะว่าถูกอาทิตย์ลักพาตัวไปอีกคน”บารมีสงสัยปนไม่สบายใจ ลุกเดินไปเรียกถามเอาจากสาวใช้ “แรม...แรม...”
       “โอ๊ย วันนี้ยังไม่จบอีกเหรอเนี่ย” หัสดินยกมือขึ้นตบหน้าผากหงายทิ้งตัวไปกับโซฟา
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       อุปมาหน้าตาเครียดๆ เดินขึ้นบันไดบ้านมา ก่อนจะชะงักมองไปที่ประตูห้องนอน ที่เมธาวีตกแต่งไว้อย่างดีเพื่อเป็นห้องหอส่งตัวสำหรับคืนนี้ อุปมาหน้าเศร้าเดินไปหยุดหน้าห้อง สูดหายใจลึก ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องไป ทันทีที่เข้าไปก็เห็นสไบนางในชุดรดน้ำอย่างสวย ยืนเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้อยู่ หันกลับมาฉีกยิ้มหวานกรีดมือทักทาย
       “ไฮ...ดาร์ลิ้ง”
       อุปมาตกใจเหมือนเห็นผีหลอก ออกไปจากห้องปิดประตูอย่างรวดเร็ว สไบนางหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
       อุปมาออกมาตั้งสติอยู่หน้าห้อง สูดหายใจลึก แล้วเปิดประตูกลับเข้าไปในห้อง สไบนางยิ้มๆไม่แคร์ ปิดตู้เสื้อผ้า เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีชมพูหวาน เตรียมจะไปเข้าห้องน้ำ
       “เธอจะทำอะไรของเธอ”
       “อาบน้ำซิคะที่รัก”สไบนางขยิบตาให้
       “อย่ามากวนประสาทฉันนะ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลย”
       สไบนางทำหน้าตากวนประสาท
       “น้าแรมบอกว่านี่ห้องหอไม่ใช่เหรอ”
       “ใช่แต่เป็นของฉันกับคุณเม แล้วคุณเมก็เป็นคนตกแต่งห้องนี้เองทั้งหมด”
       สไบนางกวาดตามองรอบๆ
       “ไม่น่าล่ะ เข้ามาแล้วถึงรู้สึกเลี่ยนๆ”
       “กลับบ้านเธอไปเลยไป”
       สไบนางจ้องหน้า
       “ฉันไม่กลับ วันนี้ฉันเสียชื่อป่นปี้ ชีวิตฉันเละเทะไปหมดแล้ว ฉันไม่ยอมโดนใครเอาเปรียบฟรีๆ หรอกย่ะ ถึงเวลาที่ฉันต้องเอาคืนมั่ง”
       “ก็ไปเอาคืนกับลุงประมุขของเธอโน่น”
       “ฉันจะเอาคืนกับนายก่อนมีอะไรมั้ย”
       “ได้...แต่ฉันขอล่ะ ห้องนี้เป็นความทรงจำที่ดีของฉันกับเม เธอย้ายไปอยู่ห้องอื่น เดี๋ยวฉันให้แรมจัดให้”
       สไบนางมองหน้ากวน ประสาท
       “ไม่...อะไรที่เป็นของพี่เมฉันชอบแย่งมาเป็นของฉันอยู่แล้ว”
       “ทำไมเธอมันร้ายกาจขนาดนี้นะ”
       สไบนางยิ้มกวนๆ
       “ฉันจะอยู่ห้องนี้ในฐานะเจ้าสาวของนาย ตามทะเบียนสมรส”สไบนางแกล้งโพสท์ท่าเซ็กซี่แต่แอบดูตลกๆ “ทำไมเหรอ กลัวทนความเซ็กซี่ของฉันไม่ไหวรึไง”
       สไบนางทำยักคิ้วหลิ่วตาให้อีก อุปมาเจ็บใจมาก จ้องหน้าสไบนางแล้วผุนผันออกไปจากห้อง ปิดประตูกระแทกโครม สไบนางขำๆ
       “นึกว่าจะแน่”
       สไบนางเหยียดปากหมั่นไส้เดินไปเข้าห้องน้ำ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       หยาดฝนกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับสไบนาง อยู่ในห้องนอนอย่างไม่สบายใจนัก เป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อน
       “หาเรื่องใส่ตัวรึเปล่าบี”
       สไบนางอยู่ในชุดนอนทะมัดทะแมง ส่องกระจกอยู่ในห้องน้ำคุยโทรศัพท์ไปพลาง
       “ฉันสู้ตายอยู่แล้วฝน มันดูถูกฉันเกินไป ฉันยอมลดตัวไปแต่งงานกับมัน แต่มันทิ้งให้ฉันหน้าแหกเป็นเสี่ยงๆ ต้องเป็นแม่สายบัวแต่งชุดเจ้าสาวรอเก้อ ฉันอายมากนะฝน ฉันจะเอาคืนให้แสบเลย”
       “เขาเสือผู้หญิงนะบี”
       “จะเสือ จะสิงห์ จะแมว จะหมาฉันก็ไม่กลัว ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว คอยดูนะฝน ฉันจะตีสาวๆ ที่มันเลี้ยงเอาไว้ให้กระเจิงเลย เล่นกับใครไม่เล่น อยากได้ฉันเป็นเมียเองช่วยไม่ได้”
       “เดี๋ยวก็หย่ากันแล้วไม่ใช่เหรอ”
       “ลุงมียังไม่ยอม จะดัดสันดานลูกชาย แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ ไม่รู้ซวยอะไรนักหนา ถึงว่าเกลียดขี้หน้าไอ้หนวดนี่ ตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรกแล้ว”
       ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงค้อนตอกโป้กๆ ดังแทรกเข้ามา สไบนางสงสัยเล็กน้อย
       “เธอตอกอะไรฝน”
       “เปล่า ไม่ได้ตอกอะไร นั่งคุยกับเธอบนเตียง”
       “เหรอ”สไบนางสงสัย เงี่ยหูฟัง “ดังมาจากห้องนอนฉันเองงั้นแค่นี้ก่อนนะแก...”
       สไบนางกดตัดสายโทรศัพท์วางมือถือไว้ในห้องน้ำแล้วเปิดประตูห้องน้ำออกไป
       อุปมายืนกอดอกคุมคนงาน ติดตั้งสายยูไว้ล็อคกุญแจที่ประตูห้องนอนด้านใน สไบนางเดินออกมาจากห้องน้ำตกใจมาก
       “ทำอะไรน่ะ”
       “เรียบร้อยแล้วครับ”คนงานบอก
       “ขอบใจมาก ไปพักผ่อนได้แล้ว”
       คนงานเก็บกล่องเครื่องมือเดินออกไปจากห้อง สไบนางเดินอ้อมๆ มาชะเง้อมองห่างๆ ว่าอุปมาทำอะไร อุปมายิ้มกวนๆ แล้วหยิบแม่กุญแจมาคล้องสายยูแล้วล็อคประตูห้องนอนจากด้านใน สไบนางตกใจ
       “ล็อกทำไม”
       อุปมาดึงลูกกุญแจมาใส่กระเป๋าเสื้อ ยิ้มกวนๆ
       “ก็เธออยากอยู่ห้องนี้นักไม่ใช่เหรอ”
       อุปมาเดินเข้าหา สไบนางถอยห่างอย่างใช้ความคิด ระวังตัว อุปมาเดินต้อนทำสายตากรุ้มกริ่ม
       “ข้าวใหม่ปลามัน ไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวันกันหรอก”
       อุปมาบีบมือหักนิ้วไปมา สไบนาง ชักใจเสีย ถอยหนี
       “แกจะทำอะไรของแก เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ฉันเป็นน้องสาวของนายนะ”
       อุปมาขำๆ
       “ที่พ่ออัพเดทล่าสุด ไม่ใช่ซะหน่อย แค่ลำดับญาติเฉยๆ แต่โดยสายเลือดแล้วเราไม่เกี่ยวพันกันเลย มีลูกรับรองว่าไม่ต๊องแน่นอน”
       อุปมาแกล้งพุ่งไปหา สไบนางกรี๊ดด้วยความตกใจโดดหลบได้ทัน อุปมายิ้มมุมปาก แกล้งทำหน้าตาหื่นๆ
       “เธอเคยว่าอะไรฉันนะ ตัณหาจัด คลำไม่เจอหางเป็นฟาดดะใช่มั้ย คืนนี้ฉันจะช่วยยืนยันคำพูดของเธอเอง”อุปมาแกล้งตามไปจับตัว สไบนางวิ่งหนีรอบห้องไปยืนบนเตียง
       “นายอย่าทำอะไรบ้าๆนะ”
       อุปมายิ้มกวนๆ
       “กลิ่นตัวเด็กสาววัยขบเผาะนี่มันหอมชื่นใจน่าฟัดจริงๆ”
       อุปมาทำสูดหายใจลึก สไบนางกลัวจัด อุปมาแกล้งตะคอกเสียงดัง พร้อมกระทืบเท้า
       “จะไปไหน”
       สไบนางกรีดร้องลั่น ด้วยความตกใจวิ่งเข้าห้องน้ำไป ปิดประตูโครม อุปมาสะแหยะยิ้ม
       “เธอรู้จักฉันน้อยไปแล้ว เบบี๋เอ๊ย”
       สไบนางเข้ามาในห้องน้ำอย่างตื่นกลัว รีบกดโทรศัพท์มือถือโทรหาสายฝนอย่างรนราน
       “ฉันเตือนเธอแล้วเห็นมั้ยบี”
       “มันจะปล้ำฉันมั้ยฝน แกมาหาฉันหน่อยสิ”
       “แกจะบ้าเหรอ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว”
       สไบนางร้อนใจ
       “ทำไงดีวะเนี่ย หน้าตามันยิ่งหื่นๆอยู่ด้วย”
       ขณะเดียวกันนั้น เสียงทุบประตูห้องน้ำก็โครมๆ...สไบนางผวาถอยไปสุดห้องน้ำ
       “เปิดประตู”เสียงอุปมาตะโกนเข้ามา
       “ไม่เปิด”สไบนางตะโกนตอบ
       “ฉันสั่งให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้”
       “ไม่”
       “จะให้ฉันพังเข้าไปใช่มั้ย”
       หยาดฝนรีบบอกเพื่อน
       “แกพูดกับเขาเพราะๆ หน่อยซิบี เผื่อเขาจะใจอ่อน”
       
       สไบนางหันมาคุยโทรศัพท์ต่อ
       “แกอย่าเพิ่งวางสายนะ อยู่เป็นพยานให้ฉันก่อน ถ้ามันปล้ำฉันจะแจ้งความจับมันเลย”
       อุปมาทุบประตูโครมๆ สไบนางผวาไปเล็กน้อย เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อนอน
       “ฉันบอกให้เปิดประตู ไม่ได้ยินรึไง”
       สไบนางสูดหายใจลึก
       “แก...เอ๊ย พี่มาร์คจะเข้ามาทำอะไรเหรอคะ”
       “อาบน้ำ ร้อนจะตายอยู่แล้ว”
       สไบนางขยับมาใกล้ประตู พูดเสียงอ่อนหวาน
       “พี่จะอาบน้ำอย่างเดียวใช่มั้ยคะ”
       อุปมาชักหงุดหงิด
       “เออ...เปิดประตูเร็วๆ เข้า”
       สไบนางหันซ้ายหันขวา ไปดึงไดร์เป่าผมมาเป็นอาวุธ จับไดร์กับสายไฟคนละมือ ดึงสายไฟจนตึงอารมณ์ทำอะไรฉันรัดคอแกแน่
       “เร็วซิ”
       สไบนางพยายามอ่อนหวาน
       “เปิดเดี๋ยวนี้แหละค่ะคุณพี่มาร์คขา”
       สไบนางเปิดประตูแล้วดีดตัวมา ตั้งท่าขึงสายไฟเตรียมพร้อม อุปมาที่มีผ้าขนหนูพาดบ่าเดินเข้าห้องน้ำมา จ้องหน้า สไบนางสู้ตา อารมณ์เตรียมพร้อม
       “ออกไปซิ จะดูฉันแก้ผ้ารึไง”
       สไบนางวิ่งปู๊ดออกไปจากห้องน้ำทันที อุปมาถอนใจส่ายหน้าปิดประตูห้องน้ำโครม
       สไบนางตรงไปดูที่ประตูห้อง อุปมาล็อกกุญแจสายยูจากด้านในแน่นหนา สไบนางเจ็บใจมาก
       “ไอ้บ้ามาร์ค...”สไบนางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาคุย “ฝน...ฝน”สไบนางเห็นเงียบไปเอาโทรศัพท์มาดู “แบตหมดอีก ซวยจริงๆ”
       อุปมาบีบยาสีฟันอยู่ในห้องน้ำ
       “อย่าคิดหนีซะให้ยากเลยไม่มีทางหรอก ฉันซ่อนกุญแจไว้แล้ว”
       สไบนางเจ็บใจเดินมาเท้าสะเอวพูดใส่ประตูห้องน้ำ
       “ทำไมฉันต้องหนี ฉันไม่กลัวนายหรอก”
       อุปมาแกล้งตบประตูห้องน้ำโครม สไบนางตกใจมาก วิ่งหางจุกตูดโดดตัวลอยขึ้นเตียงไป
       “ไอ้บ้า...ตกใจหมดเลย”สไบนางพึมพำ
       
       อุปมายิ้มขี้เล่นขึ้นมา แกล้งพูดออกไปดังๆ
       “วันนี้ต้องอาบน้ำให้สะอาดเป็นพิเศษ คืนเข้าหอ เจ้าสาวจะได้หอมชื่นใจ”
       สไบนางตาเบิกโพลง...สั่งตัวเอง
       “อย่าสติแตกสไบนาง เธอไม่เคยแพ้ใครง่ายๆ”
       สไบนางหลับตาตั้งสติ สูดหายใจลึก ก่อนจะลืมตาโพลงขึ้นมาอมยิ้มเหล่มองไปทางประตูห้องน้ำ พูดพึมพำ
       “ฉันไม่หมูอย่างที่แกคิดหรอกไอ้หน้าหนวด...”
       สไบนางลงจากเตียงไปเปิดกระเป๋าเสื้อผ้า ก้มมองของในกระเป๋าอย่างพอใจ
       “คนอย่างฉัน ไม่เคยไม่เตรียมพร้อม”
       สไบนางยิ้มอย่างพอใจ กับการเตรียมพร้อมของตัวเอง...
       
       (อ่านต่อหน้า 2 )

1 | 2
หน้าถัดไป
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 17 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 17 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอารอยมารตอนต่อไปของชั้นมานะ
ติดหนังน้ำเน่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
why still not update ka?
monpeera@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บอกตรง ๆ ๆ เวอร์ชั่น อาตั๊วกับอาส้มโอ สนุกกว่ามาก แต่เราไม่เคยลืมเวอร์ชั่นนั้นเลย ขนาดดูรอบเดียวนะเนี้ย เรายังอยากดูอีกเลย แต่เวอร์ชั่น มาร์กี้กับบอย ก็สนุก น่ารักตามปัจจุบัน เหมาะกันดีนะ ในละครนะจ๊ะ
m_kabza@hotmail.com (0832734911 สมาชิก)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บอกตรง ๆ ๆ ชอบละครเรื่องนี้มาก แต่เราชอบเวอร์ชั่น อาตั๊วกับอาส้มโอ มากกว่า แต่เวอร์ชั่นมาร์กี้กับ บอย ก็สนุกนะ น่ารักเหมาะกันนะ ในละคร นะจ๊ะ
mkabza@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากเห็นบอย ปกรณ์เปลี่ยนทรงผม
กากชัวร์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากเห็นบอย ปกรณ์ให้เกียรติผู้หญิง
อยากเห็น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณเมเนเจอร์ ที่ อัพให้อ่าน
num
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากี้อ่ะ
น่ารักอ่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดูเรื่องนี้มา 3 versions รวมครั้งนี้ด้วย ตั้งแต่วัยสามารถเป็น บี ได้ จนกระทั่งตอนนี้สามารถเป็นป้าของบี คิดว่ารอบนี้มีการปรับเปลี่ยนให้ดู นุ่มนวลกว่ารอบคุณส้มโอ แต่เข้าท่ากว่ารอบคุณป๊อก ปิยธิดา มีเหตุผลมากกว่านิยายต้นฉบับ ขอชมเชยนะคะ แต่ที่เหมือนเดิมคือ อาทิตย์ยังเป็นตัวละครที่น่ารักและน่าสงสาร ใจจริงอยากให้จบแแบบว่า บีกลับมาแต่งงานกับอาทิตย์
flowergarden
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยกับ คห.2 ชอบมาร์กี้มาก เหมือนเขียนบทให้เลย ไม่เคยดู 2 เวอร์ชั่นที่ว่า แต่เวอร์ชั่นนี้ไม่ชอบเจ้ามาร์คเล้ย เหมือนสมองกลวงไงไม่รู้ พ่อบอกอะไรก็ทำ รางวัลลูกกตัญญูดีเด่นน่ะใช่แน่ แต่ไม่สมเหตุผล ไม่ค่อยเห็นบุคลิกพระเอกแบบนี้ในละครไทย ทุกทีมีแต่เชื่อนางร้ายตลอด
ชอบเหมือนกัน
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014