หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ รอยมาร

รอยมาร ตอนที่ 17

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 ตุลาคม 2554 09:10 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2

รอยมาร ตอนที่ 17

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร ตอนที่ 17

รอยมาร (ต่อ)
       
       ที่นอนสำรองถูกปูอยู่มุมห้องไกลๆ มีหมอน ผ้าห่ม เตรียมไว้ให้พร้อม สไบนางนอนนิ่งอยู่บนเตียงห่มผ้ามิดชิด โผล่มาแค่ช่วงหน้า กรอกตามองไปมาอย่างระแวงระวัง ทันใดนั้นเสียงประตูห้องน้ำเปิดกระแทกดังให้ได้ยินเหมือนจงใจข่มขวัญ สไบนางรีบหลับตาปี๋
       “หลับแล้วเหรอจ๊ะที่รัก”
       สไบนางหลับตารีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปง ทันใดนั้นผ้าห่มของเธอก็ถูกกระชากออกหมด สไบนางเด้งตัวขึ้นนั่ง อุปมานุ่งกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวยืนอยู่ปลายเตียง สไบนางลุกพรวดยืนบนเตียงเลย
       “นายจะทำอะไร”
       “ก็นอนน่ะสิ”
       สไบนางยกมือข้างนึงขึ้นปิดตา อีกมือชี้
       “แต่งตัวอะไรของนาย”
       “วันนี้ถือว่าให้เกียรติเจ้าสาวแล้วนะ ปกติล่อนจ้อน”
       “อุบาทว์...เป็นพวกชีเปลือยรึไง”
       อุปมาจะขึ้นเตียง สไบนางรีบห้าม
       “เฮ้ย จะขึ้นมาทำไม ที่นอนนายอยู่โน่น”สไบนางชี้ไปที่เบาะ
       “เรื่องอะไรจะนอนกับพื้น อยากนอนก็ไปนอนเอง”
       อุปมาขึ้นเตียงนอนฝั่งตน ดึงผ้าห่มคลุมตัวเรียบร้อย หลับตาทันที สไบนางร้อนรน เก้ๆกังๆ เอาไงกะชีวิตดี อุปมาลืมตามอง
       “ไม่นอนเหรอ”
       “ใครจะนอนลง แขยง”
       “นอนไม่ลงก็ลงไปนอนมุมห้องโน่นเลย”
       “สุภาพบุรุษมากเลยนะให้ผู้หญิงนอนกับพื้น”
       อุปมาขยับตัวเอียงข้าง ยกมือเท้าท้ายทอยแล้วชวนคุย กวนๆ
       “ถ้าฉันละเมอปล้ำเธอขึ้นมา ช่วยไม่ได้นะ”
       สไบนางเจ็บใจ
       “ก็ลองสิ”
       
       สไบนางย่อตัวลง ดึงหมอนตนออก มองกรรไกรตัดหญ้าด้ามใหญ่ ที่เหน็บซ่อนอยู่ในช่องระหว่างฟูกกับหัวเตียง สไบนางดึงกรรไกรตัดหญ้าออกมา อุปมาตกใจรีบลงไปข้างเตียง
       “จะทำอะไรของเธอ”
       สไบนางทำท่าตัดหญ้าฉับๆ ข่มขวัญ อุปมารีบดึงผ้าห่มมากอดห่อตัวเอาไว้
       “ออกไปนอนที่อื่นเลย ถ้าไม่อยากแปลงเพศ”
       “เล่นบ้าๆ”
       “ยังอีก”สไบนางขู่ขยับกรรไกรตัดหญ้า ฉับๆ
       อุปมารีบเดินไปเอาลูกกุญแจที่ซ่อนไว้มุมหนึ่งมาไขกุญแจเปิดประตูห้อง
       “คืนนี้ฉันยอมแพ้เธอก็ได้”
       สไบนางอมยิ้มสะใจ อุปมาไขกุญแจได้ เปิดประตูออก หันมาจ้องหน้าสไบนางกวนๆ
       “นี่เธอรู้ได้ไง ว่ากรรไกรธรรมดาตัดไม่ขาด ต้องใช้กรรไกรตัดหญ้า ขอบคุณนะที่ให้เกียรติบิ๊กมาร์ค”
       อุปมายกมือขึ้นตบกลางอก ยืดๆ 2ที สไบนางขยะแขยง
       “ไอ้ทะลึ่ง”
       
       สไบนางตั้งท่าเขวี้ยงกรรไกรตัดหญ้าใส่เขา อุปมารีบปิดประตูหนีไปนอกห้องอย่างเร็ว
       อุปมาห่อผ้าห่มอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมเสียงของกระแทกประตูห้องโครมใหญ่ อุปมาขำๆ ส่ายหน้า ก่อนจะนิ่งๆลง มองไปที่ประตูห้อง หน้าขรึมๆพึมพำออกมา
       “ขอบใจนะที่ช่วยคลายเครียดเรื่องคุณเมให้”
       อุปมาถอนใจยาวออกมา แล้วเดินห่มผ้าห่มไปนอนห้องนอนเล็กแทน
       ทางด้านสไบนาง เอาเชือกผูกรองเท้า มาผูกที่คล้องสายยูของประตูห้อง พร้อมบ่นไป
       “จิตใจ คิดแต่เรื่องสกปรก เข้ามาแกตาย”
       สไบนางก้มเก็บกรรไกรตัดหญ้าแล้วเดินไปขึ้นเตียง วางกรรไกรไว้ข้างๆล้มตัวลงนอน
       “จบซะที วันที่แสนยาวนาน”สไบนางถอนใจยาวออกมา “กู๊ดไนท์บู้บี้”
       สไบนางข่มตาให้หลับไป
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       เช้าวันเสาร์...
       คุณหญิงรุจา ประมุขและวิจิตรานั่งทานอาหารเช้าคุยกันไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ประมุขไม่พอใจมาก
       “มันจะบ้าเหรอ ให้เวลาเราแค่ 3 วัน”
       ประมุขลุกขึ้นเดินไปมารอบโต๊ะ เคร่งเครียด ทานไม่ลง วิจิตราโกรธ
       “นี่มันอะไรกันคะคุณแม่ ลูกเราเจ็บเกือบเอาชีวิตไม่รอด ไม่เห็นใจกันบ้างเลยรึไง”วิจิตราหันมองสามี “นี่เรากำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้วนะคุณมุข โอ๊ย ฉันอยากจะบ้าตาย”
       คุณหญิงรุจาได้แต่ถอนใจออกมา รวบช้อนอิ่ม
       “คุณแม่จะทำยังไงครับ มันไม่เห็นแก่คุณแม่มั่งเลยเหรอครับ”ประมุข โวยวาย
       “เขาเห็นแก่แม่ เราถึงโดนแค่นี้...แม่เตรียมตัวเตรียมใจไว้นานแล้ว ไม่ได้คิดอะไรง่ายๆ ชุ่ยๆ เหมือนแก แม่เคยเตือนแกแล้วใช่มั้ยมุข แกไม่เชื่อแม่เอง”คุณหญิงรุจามองหน้าประมุข “แม่จะย้ายไปอยู่บ้านสวนของบี”
       ประมุขและวิจิตราผงะไปเล็กน้อยหันมองหน้ากัน
       “หมายความว่ายังไงครับ บ้านสวนของบี”
       คุณหญิงรุจามองหน้าประมุข หน้านิ่ง
       “แม่โอนบ้านสวนให้บีเรียบร้อยแล้ว เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ควรตกแก่สายเลือดของประจักษ์ แกคงไม่ขัดข้องอะไรใช่มั้ย”
       “ผมจะขัดข้องอะไรได้ล่ะครับ”ประมุขน้ำเสียงแดกดันเล็กน้อย
       วิจิตราลุกขึ้นโวยวาย
       
       “สรุปว่าแม่บีสบายกว่าใครเพื่อน ได้ไปหมดทุกอย่างจริงๆ”วิจิตราเค่นขำ มองประมุข พูดแดกดัน “คุณต้องไปกราบกราน อาศัยบารมีหลานรักแล้วล่ะค่ะคุณลุงประมุข”
       ประมุขหมดแรง เดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่ง
       “ทำใจซะมุข อย่าคิดอย่าเครียดให้มากนัก เดี๋ยวจะปวดประสาท ล้มพับแบบเมื่อคืนอีก”คุณหญิงรุจาเตือนสติลูกชาย
       วิจิตราโกรธจัด
       “เพราะไอ้ชันษาคนเดียว ทำลายเราจนย่อยยับ มันเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราแต่ชาติปางไหนเนี่ย”วิจิตราแววตาชิงชัง
       “แม่จิตรา...ระงับอกระงับใจซะมั่งเถอะ ไหนๆคนก็ตายไปแล้ว...เราก้มหน้ารับกรรมกับสิ่งที่เหลืออยู่เถอะ”คุณหญิงรุจาบอกอย่างปลงๆ
       วิจิตราเจ็บแค้นใจ
       “สิ่งที่เหลือ ดิฉันเหลืออะไรมั่งคะคุณแม่ นอกจากความล่มจม ฉันทนไม่ได้หรอกนะคะ”วิจิตราน้ำตารื้นขึ้นมา
       คุณหญิงรุจาหน้านิ่งขรึม
       “แต่เธอต้องทนให้ได้ ขยับขยายหาที่อยู่ซะ แม่ตั้งใจว่าวันมะรืนจะขนย้าย”คุณหญิงรุจาลุกขึ้นยืน
       ประมุขและวิจิตราตกใจปนใจหาย
       
       “บังอรคงไปด้วย ลุงแก้วก็ทิ้งไม่ได้ นอกนั้นแม่จะให้ทุนไปตามมีตามเกิด ไปหางานใหม่กันเอาเอง ทุกคนต้องดิ้นรนกันทั้งนั้น”คุณหญิงรุจาเหลือบตามองวิจิตรา “จะมาร้องแรกแหกกระเชอว่าทนไม่ได้ นั่นไม่ใช่การสู้กับชีวิต”คุณหญิงรุจาเดินกลับออกไป
       วิจิตราถอนใจออกมา
       “คุณมุขคะ...”
       ประมุขยกมือห้าม ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว
       “คุณไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวไม่ทันเครื่อง”
       วิจิตราสะบัดหน้าพรืดเดินปึงปังออกไป ประมุขถอนใจยาวออกมา พิงศีรษะไปกับพนักเก้าอี้ยกมือขึ้นนวดคลึงขมับอยู่ไปมา
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       อุปมาเดินมาที่หน้าห้องหอ ลองเปิดประตูห้องหอดู ปรากฏว่าเปิดได้ อุปมาเปิดเข้าไปดู ไม่เห็นสไบนางอยู่ในห้องแล้วเตียงนอนเก็บพับเรียบร้อยดี อุปมาเอะใจ รีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดู เสื้อผ้าสไบนางยังอยู่ครบอุปมายิ้มๆ
       “แน่เหมือนกันโว้ย นึกว่าเผ่นกลับบ้านไปแล้ว”
       อุปมายิ้มๆ ส่ายหน้าเดินออกไปจากห้องหอ
       ที่ห้องอาหาร...แรมกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ อุปมาเดินลงมาไม่เห็นสไบนาง
       “บีล่ะ”
       “ไปทานอาหารเช้ากับคุณท่านค่ะ”
       อุปมาพยักหน้ารับ จะนั่งลงทานอาหาร แต่เปลี่ยนใจ เดินออกไปจากบ้าน ตรงไปหาบารมีที่บ้านหลังเล็ก เห็นสไบนางนั่งสุมหัวคุยกับบารมี อุปมาเดินเข้าไปเงียบๆ
       “วางแผนเล่นงานผมกันอยู่เหรอครับ”
       สไบนางและบารมีผละออกจากกัน ต่างมีท่าทีมึนตึงใส่อุปมา
       “แม่ล่ะครับ”
       “อาบน้ำอยู่...”บารมีตอบนิ่งๆแล้วหันไปหาสไบนาง “เอ้อ บี...ลุงจะไม่อยู่บ้านนะต้องไปส่งคุณป้าซาร่า”
       สไบนางตกใจมาก เหล่ๆมอง อุปมายิ้มมุมปาก กวนๆ
       “ไปนานรึเปล่าคะ”
       “ไม่หรอก น่าจะ 2-3 วัน ลุงไปส่งป้าที่ญี่ปุ่นแค่นี้เอง เขานัดเพื่อนเอาไว้...”บารมียกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ อารมณ์ดี “ยังไงลุงก็ต้องรีบกลับอยู่แล้วล่ะ เพราะลุงมีนัดสำคัญ”บารมีแววตามีเลศนัยเล็กน้อย
       สไบนางไม่ติดใจอะไร
       “งั้นบีจะไปนอนที่บ้านสวนนะคะ”
       
       อุปมากอดอกมองสไบนางกวนๆ
       “กลัวอะไรเหรอ”
       “กลัวจะฆ่าคนตายน่ะซิ”
       อุปมาเบ้หน้าไม่แคร์
       “ผมจะไปเยี่ยมเมนะครับพ่อ พ่อจะไปด้วยมั้ย”
       “ไม่ดีกว่า...บีไปกับพี่เขาสิ”
       อุปมาและสไบนางหันมองหน้ากัน ก่อนจะหันมาทางบารมีตั้งท่าจะอ้าปากพูด แต่บารมีพูดขัดออกมาก่อน
       “ถ้าหนูเมฟื้นขึ้นมา สภาพจิตใจพร้อม จะได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้เข้าใจซะเลย ดีกว่าให้ได้ยินจากปากคนอื่นที่มีอคติกับเรา”
       ทั้งสองคนจนด้วยเหตุผล ทำหน้าเซ็งใส่กัน
       
       ที่โรงพยาบาล...อุปมาเดินนำสไบนางมาตามทางเดินในโรงพยาบาล ตรงไปที่เคาน์เตอร์ หน้าวอร์ดผู้ป่วย สไบนางเดินรั้งท้ายช้ามากๆ อุปมาหันไปแขวะ
       “จะช้าไปไหน”
       “จะเร็วไปตามควายรึไง”สไบนางย้อน
       อุปมาส่ายหน้าอารมณ์เสีย เดินนำไปหาพยาบาล
       “ผมมาเยี่ยมคุณเมธาวีครับ”
       “คุณเมธาวี อัคราช ใช่มั้ยคะ”
       “ครับ”
       “ญาติขอย้ายคนไข้ไปรักษาต่อที่อื่นแล้วค่ะ”
       สไบนางเดินมาถึงได้ยินตกใจ
       “ย้ายไปไหนครับ”
       “ไม่ทราบค่ะ”
       “แล้วพี่เมหายดีแล้วเหรอคะ”สไบนางถามอย่างเป็นห่วง
       “พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ”
       สไบนางโล่งอก
       “ขอบคุณมากนะครับ”อุปมาหันมามองหน้าสไบนาง “เธอจะไปไหนต่อ”
       “เรื่องของฉัน”
       “งั้นไม่ส่งนะ”
       “ไม่ได้ขอ”
       ทันใดนั้นเสียงอาทิตย์ก็ดังขึ้น
       “บู้บี้”
       สองคนหันมองไป
       “ซันนี่” สไบนางดีใจรีบวิ่งไปเกาะแขน “ไปกันเถอะ”
       “นัดคนขับรถส่วนตัวไว้นี่เอง”อุปมาแขวะ
       อาทิตย์มองไปทางอุปมา ยิ้มให้ อุปมาไม่ยิ้มตอบ
       “ดูแลน้องสาวผมดีๆ ด้วยล่ะ หวังว่าคงไม่ลักพาตัวหายไปอีกคน”
       “อย่าไปฟังพวกบ้าน้ำลายเลยซันนี่ เสียเวลา”
       สไบนางลากแขนอาทิตย์พาวิ่งไปทางลิฟท์ อุปมามองตามหมั่นไส้ แกล้งพูดพึมพำล้อเลียน
       “ซันนี่บู้บี้...อีเดียด”
       อุปมาส่ายหน้าเบื่อหน่าย
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       ประมุขและวิจิตรา เดินคุยกันมาขึ้นรถที่หน้าบ้านอัคราช วิจิตรายังคงเครียดไม่สบายใจ
       “คุณไม่เปลี่ยนใจแน่นะ ส่งลูกไปรักษาตัวซะไกลเชียว”
       “ก็คุณหมอบอกว่าลูกปลอดภัยแล้ว จะรักษากรุงเทพฯให้แพงทำไม เรายังไม่รู้เลยว่าเมต้องพักรักษาตัวอีกนานแค่ไหน การเงินเราตอนนี้คุณก็รู้อยู่”
       “แต่อยู่เชียงใหม่ก็ดีเหมือนกัน ไม่มีคนรู้จักเรา ลูกเมจะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอีก”
       “คิดถึงลูกก็บินขึ้นไปหา”ประมุขประชดตัวเอง “ผมคงมีปัญญาจ่ายค่าตั๋วโลว์คอสต์ให้คุณได้หรอก”
       วิจิตราค้อนใส่สามีเล็กน้อย
       “ตกลงจะไม่ขึ้นไปเยี่ยมลูกพร้อมกันจริงๆเหรอ”
       “ผมมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนต้องคุยกับบี”
       ประมุขถอนใจออกมาอย่างเคร่งเครียดเดินนำไปขึ้นรถ วิจิตราสงสัยเล็กน้อยก่อนจะเดินตามขึ้นไปนั่งในรถ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางนั่งทานไอศกรีมอย่างอร่อยต่อหน้าอาทิตย์ เล่าเรื่องราวต่างๆของเธอให้ฟัง อาทิตย์พยักหน้าอย่างรู้สึกพอใจกับแผนการที่บารมีเตรียมไว้ให้สไบนาง
       “ได้โอกาสดี มีคนสนับสนุนการเรียนแล้ว ก็เรียนให้ถึงปริญญาเอกไปเลย กลับมาจะได้เป็น ด็อกเตอร์บู้บี้”
       “เรียนนานขนาดนั้น แก่งั่ก ไม่มีใครเอาพอดี”
       “เรียนแค่ไหนก็ไม่มี”อาทิตย์แหย่
       สไบนางเสียงแหลมขึ้นมาเลย
       “ซันนี่”
       สไบนางตักไอศกรีมมาละเลงใส่แขนอาทิตย์
       “เฮ้ย เปื้อน”
       อาทิตย์ดึงทิชชู่มาเช็ด สไบนางจ้องหน้า
       “ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่เปื้อนแค่นี้หรอก”
       “กลัวแล้วจ้า พี่รู้ฤทธิ์เดชเราดี”
       สไบนางค้อนใส่แล้วแทงช้อนใส่ไอศกรีมเลื่อนถ้วยไปอิ่มแล้ว
       “ไหนว่ามีเรื่องอยากปรึกษาพี่ไง”
       สไบนางหน้าตาขึงขังขึ้นมา
       “มีอยู่ 2 เรื่อง”
       “ว่ามา”
       อาทิตย์กอดอกฟังอย่างสนใจ
       “เรื่องแรก มีคำถามข้องใจ...ถ้าสามีปล้ำขืนใจภรรยาตัวเองจะผิดกฎหมายมั้ย”
       อาทิตย์ตกใจ
       “เมื่อคืนนายมาร์คจะปล้ำบีเหรอ”
       “ยัง...ลองซิ ป่านนี้เข้าโรงพยาบาลไปนอนข้างพี่เมแล้ว”
       อาทิตย์ยิ้มขำๆ
       “ซันนี่ก็รู้ว่าบีจดทะเบียนสมรสกับมัน ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ยังงี้บีก็เสียเปรียบมันน่ะสิ นึกจะทำอะไรกับบีก็ได้ตามใจชอบเลยเหรอ”
       สไบนางถามด้วยความอยากรู้เป็นอย่างยิ่ง
       + + + + + + + + + + + +
       
       อุปมาเดินถึงโถงบ้านเห็นคุณหญิงรุจากำลังยืนดู บังอรคุมสาวใช้เก็บข้าวของต่างๆ ที่โถงบ้าน
       “สวัสดีครับคุณย่า”
       คุณหญิงรุจารับไหว้ บังอรมองด้วยหางตาค้อนๆ แขวะ
       “มาตรวจงานเหรอคะ กำลังเร่งมือเก็บของกันอยู่ค่ะ”
       อุปมาหน้าแหยไปเล็กน้อย
       “เปล่าหรอกครับ”
       “มีธุระอะไรล่ะ”คุณหญิงรุจาถามหน้านิ่ง ไม่ยินดียินร้าย
       อุปมารู้สึกได้ว่าทุกคนไม่ยินดีต้อนรับตนเท่าไหร่ ก็เข้าเรื่องเลย
       “คือผมไปเยี่ยมคุณเมมา ทางโรงพยาบาลบอกว่าย้ายไปแล้ว ผมอยากทราบว่า คุณเมย้ายไปรักษาตัวที่ไหนเหรอครับ”
       คุณหญิงรุจาเดินนำไปนั่งพร้อมตอบ
       “เชียงใหม่”
       อุปมาเดินตามไป
       “ผมอยากตามไปเยี่ยมได้มั้ยครับ”
       คุณหญิงรุจานั่งลง
       “อย่าเลย พ่อแม่เขาอยากให้เมได้พักรักษาตัวเต็มที่ ฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจให้พร้อมแล้วค่อยกลับมา ไม่อยากให้ใครไปรบกวน”
       อุปมาหน้าจ๋อยไป
       “ได้ครับ...คุณหมอบอกรึเปล่าครับว่านานแค่ไหน”
       “เรื่องของจิตใจ คงไม่มีใครกำหนดเวลาได้แน่นอนหรอก”
       “ก็จริงครับ...”อุปมากวาดตามองหา “แล้วบีล่ะครับ คุณอาทิตย์มาส่งรึยัง เห็นบอกว่าจะมาค้างกับคุณย่า”
       คุณหญิงรุจาสงสัย
       “ไปกับอาทิตย์ได้ยังไง”
       “เขาโทรนัดกันเองครับ”
       คุณหญิงรุจาหนักใจขึ้นมา
       “คุณก็อย่าตามใจบีนัก คนนอกไม่รู้ว่างานแต่งของคุณกับบีคือการเล่นละครตบตา ปล่อยให้ไปไหนต่อไหนกับอาทิตย์ตามลำพังบ่อยๆ มันดูน่าเกลียด”
       “ต่อไปผมจะระวังให้มากขึ้นกว่านี้ครับ”
       อุปมาอมยิ้มพอใจได้ช่องทางเล่นงานสไบนาง
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       อาทิตย์ขับรถมาส่งสไบนางที่หน้าบ้านเย็นมากแล้ว...
       “ไม่ลงมาก่อนเหรอ”
       “ไม่ดีกว่า”อาทิตย์แซวๆ “กลัวเจอสามีบู้บี้อีก”
       สไบนางตาเขียวใส่ทันที
       “เดี๋ยวจะโดนนะซันนี่ มันจะมาทำไม ป่านนี้ไปขลุกกับน้องหอยปูปลาที่ไหนก็ไม่รู้”
       อาทิตย์ขำๆ
       “ไปล่ะ”
       “พรุ่งนี้เรามีนัดกันนะซันนี่”
       “โอเค เจอกัน”
       อาทิตย์ถอยรถออกไป สไบนางยืนมองส่งเล็กน้อย ก่อนเดินกลับไปทางตัวบ้าน ทันใดนั้นเสียง ประมุขดังขึ้น
       “บี...”
       สไบนางหันมองไปทางสนาม ประมุขหน้านิ่งขรึม ดักรออยู่สไบนางยกมือไหว้
       “สวัสดีค่ะคุณลุง”
       ประมุขเดินเข้ามาหา ยิ้มแย้มชวนคุย
       “ไปเที่ยวไหนมา”
       “ไปเยี่ยมพี่เมมาค่ะ แต่ไม่เจอ”
       “ลุงกับป้าย้ายพี่เมไปพักรักษาตัวที่เชียงใหม่แล้วลูก จะได้ไม่มีคนไปรบกวน”
       สไบนางสลดลงเป็นห่วง
       “แล้วพี่เมเป็นยังไงมั่งคะ”
       “ได้สติแล้วล่ะแต่ยังงงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ นี่คุณป้าก็ตามขึ้นไปอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”
       “น่าสงสารพี่เมนะคะ”
       ประมุขเปลี่ยนเรื่อง จับแขนสไบนาง
       “บีรู้แล้วใช่มั้ยว่าบารมีไล่พวกเราออกจากบ้าน”
       สไบนางหน้านิ่งขรึมลง
       “มันก็ถูกต้องแล้วนี่คะ คุณลุงเสียพนัน ไม่ว่าจะเสียให้ใครเขาก็ยึดได้ทั้งนั้น บีไม่ตำหนิลุงมีหรอกค่ะ”
       ประมุขจ๋อยไปเล็กน้อย แต่ก็แก้ตัวไป
       “ลุงรู้ว่าผิดที่ทุ่มกับมันเกินไป แต่เราก็มีส่วนรับผิดชอบร่วมกันไม่ใช่เหรอ”
       สไบนางหน้าบึ้งตึงขึ้นมา
       “บีเบื่อจะฟังแล้วล่ะค่ะ คุณลุงจะว่าบีอกตัญญู หนีเอาตัวรอดไม่ได้ เพราะบีชดใช้ให้แล้ว บีช่วยเหลือใครไม่ได้อีกทั้งนั้น”สไบนางน้ำเสียงจริงจัง
       “ใครว่าล่ะ บีช่วยได้ แค่บีช่วยพูดกับบารมี”
       “ไม่ค่ะ คุณลุงคะ ขอร้องอย่ายุ่งกับบีอีกเลย บีไม่ขอรับทราบเรื่องของใครทั้งนั้น”
       ประมุขตัดสินใจพูด
       “แม้แต่เรื่องของตัวเองงั้นเหรอ”
       สไบนางอึ้งไปเล็กน้อย ประมุขจ้องหน้า
       “บีเป็นลูกของลุง”
       สไบนางน้ำตารื้นขึ้นมา ส่ายหน้า
       “ไม่จริงค่ะ”
       “ฟังพ่อนะบี”
       “บีไม่ฟัง”
       
       สไบนางยกมืออุดหู น้ำตาไหล ประมุขกระชากไหล่ทั้งสองข้างของสไบนาง เขย่าแรงๆ
       “แต่แกต้องฟัง แกต้องฟังฉัน”
       คุณหญิงรุจารีบเดินเข้ามาหาโกรธจัด หน้าแดงตัวเกร็ง
       “ปล่อยบีเดี๋ยวนี้นะประมุข”
       ประมุขตกใจ
       “คุณแม่”
       สไบนางรีบหนีไปหลบหลังคุณหญิงรุจา น้ำตาไหลพราก
       “แม่คิดแล้วไม่ผิดว่าแกต้องใช้ไม้นี้”
       ประมุขถอนใจหงุดหงิด คุณหญิงรุจาจ้องหน้าลูกชาย
       “ที่แกบอกว่าแกรักบี อยากเปิดเผยตัว นั่นไม่ใช่ความรักหรอก แต่เป็นความเห็นแก่ตัวของแก เป็นความจนตรอกของแก”
       ประมุขแววตาโกรธจัด น้ำตารื้น
       “จะเพราะอะไรก็ช่าง ยังไงบีก็คือลูกสาวของผม”
       สไบนางส่ายหน้าปฏิเสธ ร้องไห้ซบหน้ากับแผ่นหลังคุณหญิงรุจา ราวกับอยากจะหลบหนีความจริงข้อนี้
       
       คุณหญิงรุจาหน้านิ่งขรึม มองหน้าประมุข แล้วตัดสินใจพูด...
       “มีบางเรื่องที่แม่เก็บไว้เป็นความลับ มันเป็นตราบาปในใจของแม่ แต่แม่จงใจทำเพื่อความถูกต้อง”
       ประมุขงง
       “คุณแม่กำลังพูดถึงอะไรครับ”
       “ความจริงที่แกยังไม่รู้”คุณหญิงรุจายิ้มเยือกเย็น “ความจริงที่แกไม่ยอมเชื่อแม่มาตลอด ว่าบีคือลูกของประจักษ์...”
       สไบนางผละตัวออก แต่ยังแอบอยู่ด้านหลังคุณหญิงรุจาอย่างสนใจฟัง
       “ประจักษ์มันเป็นหมัน”ประมุขเถียง
       คุณหญิงรุจาตวาดสวนเสียงดัง
       “ไม่จริง ประจักษ์อ่อนแอแต่ไม่ได้เป็นหมัน”
       ประมุขยังไม่ยอมจนง่ายๆเถียงเสียงดัง
       “แต่ไพท้องกับผม”
       คุณหญิงรุจาสวนทันที
       “ใช่...แม่ไม่เถียงว่าไพท้องกับแก”
       สไบนางตกใจมาก คุณหญิงรุจาน้ำตาท่วม พูดเสียงดังจากความเจ็บช้ำ ตาแดงก่ำ ตัวสั่นสะท้าน
       “แต่แม่เป็นคนทำให้ไพแท้ง แม่ทำบาปด้วยมือของแม่เอง”คุณหญิงรุจาสายตาเจ็บช้ำ
       ประมุขตะลึงตกใจมาก สไบนางตกใจ ไม่อยากเชื่อ
       “คุณย่า”
       คุณหญิงรุจาน้ำตาไหลรินออกมา ตัดสินใจเล่าเรื่องในอดีต ให้ทั้งสองฟัง...
       ค่ำคืนนั้น...ศรีอำไพวิ่งร้องไห้ออกมาที่หน้าบ้าน ประมุขรีบตามออกมาง้องอน
       “ไพ พี่ขอโทษ”
       ศรีอำไพเอาแต่ร้องไห้ เบือนหน้าหนี ประมุขจับไหล่ทั้งสองข้างของศรีอำไพมาเผชิญหน้า
       “ฟังพี่นะไพ พี่รักไพมากนะ”
       ศรีอำไพ ช้อนตามองประมุข น้ำตาไหลเป็นทาง
       “ไพเป็นของพี่แล้ว ถึงพี่จะมีจิตราอยู่ พี่ก็ต้องรับผิดชอบไพ”
       ศรีอำไพ ตบหน้าประมุขเต็มแรง จนประมุขหน้าหันไป
       “ฉันเกลียดแกไอ้ประมุข ไอ้คนมักง่าย ฉันเกลียดแก”
       ศรีอำไพผลักอกประมุขแล้ววิ่งหนีไปทางสวน ประมุขเสียใจ
       “ไพ ฟังพี่ก่อน”ประมุขรีบตามไป
       คุณหญิงรุจายืนดูเหตุการณ์อยู่บนบ้านอย่างเคร่งเครียด
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สายวันหนึ่ง ศรีอำไพวิ่งไปชานหลังบ้าน โก่งคอจะอาเจียนเพราะรู้สึกผะอืดผะอม คุณหญิงรุจาเดินตามมาติดๆ เลื่อนมือมาช่วยลูบหลัง ศรีอำไพสะดุ้งสุดตัวหันมามองช็อค
       “คุณท่าน”
       คุณหญิงรุจาจ้องหน้า
       “เธอเป็นอะไร”
       ศรีอำไพ พูดไม่ออก น้ำตาเอ่อท่วมขึ้นมา
       “เธอแพ้ท้องใช่มั้ย”
       ศรีอำไพจะร้องไห้ด้วยความกดดัน แต่พยายามกลั้นเอาไว้ เลยได้แต่สะอื้นฮั่กๆ
       “ใครเป็นพ่อของเด็ก”
       ศรีอำไพไม่ตอบ ได้แต่ก้มหน้านิ่ง
       “ฉันถามว่าใครเป็นพ่อของเด็ก”คุณหญิงรุจาถามเสียงแข็งขึ้น
       ศรีอำไพเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น คุณหญิงรุจาจับตัวศรีอำไพเขย่าแรงๆ
       “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”คุณหญิงรุจาน้ำตารื้นๆ “ถ้าเธอยังรักและเคารพยำเกรงฉันอยู่ ยอมรับความจริงกับฉันมา”
       ศรีอำไพ ช้อนตามองคุณหญิงรุจา ตาแดงก่ำ น้ำตาอาบหน้า คุณหญิงรุจาจ้องตา สายตาดุ น้ำตาเคลือบตา
       “เด็กในท้องเป็นลูกของประมุขใช่มั้ย”
       ศรีอำไพ ตอบทั้งสะอื้น
       “ค่ะคุณท่าน”
       คุณหญิงรุจายืนนิ่งเหมือนช็อก ศรีอำไพปล่อยโฮ สวมกอดคุณหญิงรุจาเอาไว้ ร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “หนูเสียใจ หนูไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย หนูขอโทษ”
       คุณหญิงรุจายืนนิ่งไม่พูดจาอะไร ปล่อยให้ศรีอำไพกอดซบตน ร้องไห้ฟูมฟาย คุณหญิงรุจาน้ำตาไหลซึมออกมา สงสารประจักษ์จับใจ
       
       + + + + + + + + + + + +
       เย็นวันหนึ่ง... ศรีอำไพที่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต เดินมายืนอยู่กลางสะพานข้ามคลอง เธอก้มมองลงไปที่คลองเบื้องล่าง ตั้งท่าจะปีนสะพาน ประจักษ์ตามมาทันพอดีตกใจมาก
       “ไพ จะทำอะไร”
       ศรีอำไพหันมองประจักษ์ รู้สึกอับอายไม่กล้าสู้หน้า รีบปีนสะพานหนีทันที ประจักษ์วิ่งสุดแรงเกิดมาคว้าตัวศรีอำไพมากอดเอาไว้ ล้มไปที่กลางสะพานทั้งคู่ ศรีอำไพร้องไห้ฟูมฟาย
       “พี่จักษ์ปล่อยฉัน ให้ฉันตายเถอะ ฉันมันสกปรกไม่คู่ควรกับคนดีๆอย่างพี่ ปล่อยฉัน...”
       ประจักษ์กอดศรีอำไพเอาไว้แน่น
       “พี่รักไพ พี่ยอมให้ไพตายไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้น เล่าให้พี่ฟังได้มั้ย พี่สัญญา พี่จะไม่โกรธ ไม่โทษไพ เราจะหาทางแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยกัน”
       ศรีอำไพสะอึกสะอื้นกอดประจักษ์แน่น ร้องไห้จนตัวสั่นสะท้าน ทั้งสองกอดกันแน่นอยู่กลางสะพาน
       + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางฟังที่คุณหญิงรุจาเล่า ตาแดงก่ำ น้ำตาท่วมตา สงสารแม่ที่สุด คุณหญิงรุจาหันมองสไบนาง น้ำตาท่วมตาเช่นกัน
       “แม่ของบีเป็นคนดี แต่หนีคนชั่วไม่พ้น”
       คุณหญิงรุจาเหลือบตามองไปทางประมุขที่ยืนขบกรามแน่น คุณหญิงรุจาหันกลับมามองสไบนาง
       “แม่เราใจเด็ด คิดฆ่าตัวตาย แต่ประจักษ์มาห้ามไว้ทัน ความก็เลยแตก ประจักษ์ใจอ่อนแต่ไพไม่ยอม เพราะอะไรรู้มั้ยเจ้ามุข”
       คุณหญิงรุจาหันจ้องหน้าประมุขสายตาดุ แข็งกร้าว ประมุขดูแหยๆ ไม่กล้าสู้ตาแม่เท่าไหร่
       “เพราะไพเกลียดแก เกลียดไอ้มารร้ายอย่างแก”คุณหญิงรุจาเสียงเกรี้ยวกราดน้ำตาร่วงผลอย
       คุณหญิงรุจา เล่าเรื่องในอดีตที่แสนปวดร้าวต่อไป..
       ค่ำคืนนั้น...ศรีอำไพคลานมานั่งพับเพียบต่อหน้า คุณหญิงรุจาหน้านิ่งขรึม เยือกเย็น ส่งถ้วยชาให้
       “ดื่มซะ”
       ศรีอำไพ แปลกใจ
       “อะไรคะ”
       “ฉันให้ดื่มก็ดื่มเถอะ”คุณหญิงรุจาพูดเสียงราบเรียบ
       ศรีอำไพ รับถ้วยชา มาก้มมอง
       “ฉันกำลังจะช่วยหยุดปัญหาทั้งหมดระหว่างพวกเธอ...ดื่มซะ ฉันจะเตรียมให้เธอดื่มทุกคืน ไม่เกิน 3-4 วัน ทุกอย่างคงจบ”
       “ค่ะคุณท่าน”
       ศรีอำไพดื่มชาในถ้วยจนเกลี้ยงอย่างไม่ลังเล คุณหญิงรุจาทนดูไม่ได้ต้องเบือนหน้ามองไปทางอื่น ตาแดงก่ำรู้สึกเลวร้ายกับตัวเองที่สุดแต่ต้องทำ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สายวันหนึ่ง ศรีอำไพนอนตัวงอปวดท้อง ตกเลือดอยู่กลางกลางครัว ประจักษ์ตกใจรีบวิ่งเข้ามาประคองศรีอำไพอย่างเป็นห่วงมาก
       “ไพเป็นอะไร ไพ”
       ศรีอำไพเจ็บจนร้องไม่ออก หลับตานิ่ง น้ำตาไหลออกมา คุณหญิงรุจาเดินหน้าเยือกเย็นตามเข้ามาในครัว
       “แม่ช่วยกำจัดเลือดเลวๆ ออกไปแล้ว”
       ศรีอำไพเหลือบตามองคุณหญิงรุจา ยิ้มขอบคุณทั้งน้ำตาไหลซึม ประจักษ์อึ้งหันมองคุณหญิงรุจา
       “คุณแม่”
       ศรีอำไพหมดสติคอพับไปกับอกประจักษ์
       “ไพ...ไพ”ประจักษ์ตกใจมาก
       “เมียแกไม่เป็นไรหรอก รีบพาไปหาหมอซะ”
       ประจักษ์อุ้มศรีอำไพออกไปจากครัวอย่างร้อนใจเป็นห่วง คุณหญิงรุจาเชิ่ดหน้านิ่งหันมองตามไป แววตาเจ็บช้ำแต่ต้องฝืนใจทำ...
       เมื่อฟังเรื่องราวจากแม่ ประมุขหน้าซีดเผือด ส่ายหน้าไปมา ไม่เชื่อ คุณหญิงรุจาสืบเท้าเข้าหาประมุข
       “แกลองคิดดูให้ดี บีมีส่วนไหนที่เหมือนแกมั่ง นิสัยก็เหมือนประจักษ์ อย่าคิดเข้าข้างตัวเองอีกต่อไปเลย”
       ประมุขมองไปทางสไบนางๆ หันขวับไปอีกทางด้วยอารมณ์ไม่พอใจ คุณหญิงรุจาแววตาเจ็บช้ำ
       “แม่เคยเสียใจ เคยทนทุกข์กับรอยบาปที่แม่ทำลายก้อนเนื้อในท้องของศรีอำไพ แต่ตอนนี้แม่ไม่เสียใจแล้ว เพราะรอยบาปวันนั้นได้ช่วยชุบชีวิตใหม่ให้บีในวันนี้ได้”
       ประมุขตั้งสติได้ก็สวนกลับทันที
       “ผมไม่เชื่อ คุณแม่ปั้นเรื่องขึ้นมาทั้งนั้น คุณแม่เป็นคนดี คุณแม่ทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้หรอก ผมไม่เชื่อ”
       คุณหญิงรุจาสวนกลับไปเสียงแข็ง
       “ใช่ แกไม่เชื่อ เพราะตลอดเวลาแกหลอกตัวเองว่าแกรักไพ แต่เขาเกลียดแก แกพยายามสร้างภาพลวงตาตัวเองให้มันเป็นจริง”
       “ถึงยังไงผมก็ไม่เชื่อ คุณแม่พยายามสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหันเหความจริงให้เป็นเท็จ ประจักษ์มีลูกไม่ได้ ผมรู้ดีว่าน้องมีลูกไม่ได้” ประมุข มองสไบนาง น้ำตารื้น “บี นี่ไงพ่อของบี พ่อบังเกิดเกล้าของลูก”ประมุขน้ำตาไหลซึมออกมา
       สไบนางจ้องหน้าประมุข ตาแข็ง
       “บีไม่เชื่อลุงอีกต่อไปแล้ว บีเชื่อคุณย่า”
       ประมุขผงะไป น้ำตาท่วมตา เจ็บช้ำ สไบนางหันมองทางคุณหญิงรุจา น้ำตารื้นๆ
       “บีเพิ่งรู้ว่าทำไมคุณย่าถึงรักบีมาก เพราะการเกิดของบีคือความถูกต้องทุกอย่าง”
       คุณหญิงรุจามองหน้าสไบนาง น้ำตาคลอๆตาม
       “คุณย่าไม่เคยฆ่าหลานคนไหน คุณย่าเพียงย้ายให้เขามาเป็นบีในท้องของคุณแม่ ลุงมีพูดถูก พ่อจักษ์คือพ่อของบี ถูกต้องทั้งทางสังคม ศีลธรรม และกฎหมาย”สไบนางน้ำตาเอ่อ ท่วมขึ้นมา “ทุ่มเทความรักให้บีจนวาระสุดท้าย พ่อจักษ์คือพ่อของบี”สไบนางเสียงแข็ง กร้าว “คุณลุงก็คือลุง นี่คือความจริงที่บีเชื่อ ไม่มีใครหรืออะไรมา เปลี่ยนแปลงมันได้ทั้งนั้น”สไบนางน้ำตาไหลพรากวิ่งกลับไปขึ้นบ้าน
       ประมุขน้ำตาท่วมตา เจ็บช้ำ
       “บี...”
       คุณหญิงรุจาขวางจ้องเขม็ง
       “หยุดความคิดเลวๆ ของแกทั้งหมดซะทีประมุขอย่าดิ้นรนอะไรอีกเลย ยอมรับกรรมที่แกก่อเอาไว้เถอะ แกหนีมันไม่พ้นแล้วล่ะ”
       คุณหญิงรุจามองลูกด้วยสายตาเวทนา ถอนใจส่ายหน้าแล้วเดินตาม สไบนางไป ประมุขเงียบกริบ เดินไปทรุดตัวลงนั่ง ยกมือขึ้นกุมหัวด้วยความเครียด อับจบหนทางไปหมด
       
       ค่ำคืนนั้น...อุปมานั่งคุยกับหัสดินอยู่ที่มุมหนึ่งของผับ หัสดินเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่ได้คุยกับซาร่าให้อุปมาฟัง
       “ป้าซาร่าท่าทางจะชอบน้องบีเหมือนกันนะ”
       อุปมาเหยียดปากเซ็งๆ
       “แม่หลงกล เด็กมันเล่นละครเก่ง”
       หัสดินยิ้มๆ
       “แล้วแกจะทำยังไงต่อไปวะมาร์ค”
       “เรื่องไหน”
       “คุณเม”
       อุปมาถอนใจออกมา
       “เหตุการณ์วันนั้นเมไม่มีความผิดอะไรเลย ยิ่งรู้ว่าถูกมอมยาลักพาตัวไป ฉันยิ่งเห็นใจ”
       “คงยังไม่รู้มั้งว่าเกิดอะไรขึ้น”
       “ใครจะกล้าบอก นี่ขนาดพาไปรักษากบดานถึงเชียงใหม่”
       “ดีแล้วล่ะ จะได้หายเร็วขึ้น โดยเฉพาะสภาพจิตใจ ท่าทางคุณเมรักแกมากนะ ถ้ารู้เรื่อง คงเสียใจมาก”หัสดินฉุกคิด “ที่จริงน่าจะเจ็บใจมากกว่า ที่โดนน้องสาวแย่งแกไป”
       “แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของบีเขา”
       “อ๊ะ แต่งงานแค่ข้ามคืน เข้าข้างเมียแล้วเหรอ”หัสดินแหย่
       “เดี๋ยวมึงจะโดนไอ้หัส...กูพูดไปตามความจริง อะไรถูกก็ว่าถูก อะไรผิดก็ว่าผิด”
       หัสดินยิ้มๆ
       “แล้วจะแก้ปัญหาต่อยังไง”
       “ถ้าพ่อยอมให้หย่าจากบีเมื่อไหร่ ฉันก็จะแต่งงานกับคุณเมอีกครั้ง”
       “ฉันว่าพอเหอะ อย่าจัดงานเลย จดทะเบียนกันเงียบๆก็พอ แกสองคนแฮปปี้ แต่สงสารน้องบี”
       อุปมาคิดตาม ยักไหล่
       “ก็คงงั้น พ่อก็คงไม่ยอมหรอก”อุปมาประชดๆ “ทั้งรักทั้งหลงมันจะตาย เด็กบ้านี่มีดีอะไรไม่รู้”อุปมาถอนใจเซ็งๆ
       หัสดินนึกแล้วยิ้มๆ
       “เว้นซะแต่แกจะพลาดปล้ำเด็กทำเมียซะก่อน รับรองเกมเปลี่ยน”
       “ปากเสียอีกแล้ว อย่างยัยต๊องนั่นใครจะมีอารมณ์ได้ เด็กเวรอะไรก็ไม่รู้ น่ารำคาญชะมัด เจอหน้าเป็นหาเรื่อง พูดจาอะไรไม่เคยเข้าหูไม่เจียมตัว มีศักดิ์เป็นน้องยังมาทำอวดดี”
       “คุณบีก็ฤทธิ์เดชกับทุกคนยังงี้แหละ”
       อุปมาเซ็ง
       “พูดแล้วเสียอารมณ์ กลับดีกว่า”อุปมาลุกขึ้น “จ่ายเงินด้วย”
       หัสดินหน้าเหวอ
       “เฮ้ย ทิ้งกันดื้อๆ ยังงี้เหรอไอ้มาร์ค”
       “พรุ่งนี้มีนัดลูกค้าเช้าต้องรีบกลับไปนอน”
       “รึว่าคิดถึงเจ้าสาวกันแน่วะ”หัสดินแหย่
       “ไอ้หัส”
       อุปมาตวัดเท้าเตะป้าบเข้าให้ที่น่อง
       “โอ๊ย เตะจริงเหรอวะ เจ็บนะโว้ย”
       “เออซิ ปากเสียทำไม...ไปแล้ว”
       อุปมาเดินหน้าบึ้งกลับออกไป
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       อุปมาเปิดประตูห้องหอเข้ามา พร้อมเปิดไฟ ห้องโล่งโปร่งสบายไม่มีใครอยู่ เตียงถูกปูไว้อย่างดีเหมือนตอนเช้า อุปมายิ้มพอใจ ยกสองมือกำเหนือหัว
       “ขอบคุณสวรรค์”
       อุปมาโดดตัวลอยลงเตียง แล้วก็ร้องลั่นเด้งขึ้นนั่ง เขารีบถกผ้าคลุมเตียงออก ก็พบว่ากรรไกรตัดหญ้ายังวางอยู่ฝั่งนอนของตน แต่โชคดีที่วางไว้แบบคว่ำหน้า
       “นี่มันกะฆาตกรรมกันรึไงวะเนี่ย...”อุปมาหยิบกรรไกรตัดหญ้าขึ้นมา บ่นพึมพำ “กลับมาเมื่อไหร่ จะจับปล้ำซะให้หายเฮี้ยนเลย”
       อุปมาลุกถือกรรไกรตัดหญ้า ออกไปจากห้องนอนอย่างหัวเสีย
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       สไบนางนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เสิร์ชหาข้อมูลในกูเกิ้ล หน้าเคร่งเครียด เธอพิมพ์คำว่า ประมวลกฎหมายอาญา แล้วกดเอ็นเทอร์ สไบนางอ่านไล่ไป
       “อันนี้แหละ...ลักษณะ 9 ความผิดเกี่ยวกับเพศ”สไบนางดับเบิ้ลคลิกเข้าไปหาข้อมูล“เล่นกับใครไม่เล่นไอ้ต่อมลูกหมาก”
       สไบนางไล่อ่านไป ยิ้มพอใจ หยิบสมุดโน้ตเล็กๆ ที่เตรียมไว้มาจด
       “งานนี้แกเสร็จแน่ๆ...มาตรา 276 ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลัง
       ประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือ ทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น...จำคุก 4 ถึง 20ปี และปรับ 8 พันถึง 4 หมื่น”สไบนางหัวเราะชอบใจ “ติดคุกจนหนวดหงอกแน่แก”
       สไบนางเอาสมุดโน้ตมาจดไป แล้วโทรหาหยาดฝนปรึกษาเรื่องข้อกฎหมาย หยาดฝนคุยมือถืออย่างเป็นห่วงเพื่อน
       “แต่บีเป็นเมียเขาถูกต้องตามกฎหมายนะ จดทะเบียนสมรสถูกต้องด้วย”
       “ฟังให้จบก่อนซิแก วรรคสุดท้ายเขาเพิ่มเติมแล้ว ให้รวมถึงคู่สมรสด้วย เพราะฉะนั้นผัวจะมาปล้ำขืนใจเมียตามใจชอบไม่ได้ ถือว่าผิด กฎหมายข้อนี้เหมือนกัน”
       “เอางี้นะ ถ้าเขาปล้ำแกขึ้นมาจริงๆ ตอนไปแจ้งความ แกไม่อายเหรอ”
       “อายให้มันลอยนวลเหรอ ฉันจะใส่ชุดนักบินอวกาศไปแจ้งความเลย ใครก็จำหน้าฉันไม่ได้หรอก”
       “บีคิดมากไปรึเปล่า เขาคงไม่กล้าหรอก อย่างหนักสุดก็แค่ทำร้ายร่างกาย”
       “ฉันน่าจะทำร้ายร่างกายเขามากกว่าย่ะ”
       หยาดฝนฟังแล้วกังวล
       “ขออย่าให้เรื่องบานปลายไปถึงขั้นนั้นเลย”
       “เรื่องนี้แกไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมการกับซันนี่ไว้พร้อมแล้ว รับรองมันไม่กล้าหรอก”สไบนางยิ้มเจ้าเล่ห์ “เออแก แค่นี้ก่อนนะ แกลองไปเข้าอากู๋ดูเสิร์ชกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับเพศ หาความรู้ใส่ตัวเอาไว้...แต่วรรค 2 ปิดตาอ่านข้างนึงนะแก อ่านแล้วมันจั๊กกะดึ๋ย”สไบนางทำท่าขนลุกขนพองเล็กน้อย “กู๊ดไนท์นะฝน”
       สไบนางกดตัดสาย แล้วนั่งลอกกฎหมายใส่สมุดโน้ตต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจ
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       เมธาวีนอนกระสับกระส่ายไปมา อยู่บนเตียงหันหน้าซ้ายทีขวาที ร้อนรนกระวนกระวาย เหงื่อแตกเรียงเม็ดเต็มหน้า ภาพในอดีตผุดเข้ามาในความฝัน...
       เมธาวีเดินไปที่ตั่งรดน้ำสังข์ กวาดตามองดู แล้วนึกสนุกเดินไปนั่งเก้าอี้รดน้ำเจ้าสาว ซ้อมทำท่าพนมมือรอรดน้ำสังข์ พร้อมกราบงามๆ เหมือนมีคนมารดน้ำ เธอยิ้มแย้มปลาบปลื้มใจ กับวันสำคัญวันหนึ่งในชีวิตที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้
       สักครู่เธอก็ลุกเดินจากตั่งรดน้ำไปปิดไฟ แต่รู้สึกเหมือนมีคนมอง เธอหันขวับไปทางบันได...ชันษาผลุบตัวหลบตรงบันได แล้วรีบย่องกลับขึ้นไปชั้นบน เมธาวี ไม่ติดใจสงสัยอะไร เดินไปปิดสวิตช์ไฟโถงบ้าน
       เมธาวีเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องนอน ปิดล็อคประตูห้องอย่างดีแล้วเดินไปทางโต๊ะเครื่องแป้ง ชันษาที่แอบอยู่ในห้องน้ำค่อยๆ ย่องออกมา เมธาวีนั่งลงที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเห็นเงาสะท้อนจากกระจกคือชันษายืนหน้านิ่งอยู่ด้านหลัง
       ชันษาเหมือนคนขาดสติ แววตาแข็งๆ หน้าตาแต่งตัวโทรมๆ เมธาวีตกใจสุดชีวิต ลุกพรวด
       “ชัน เข้ามา...”
       ไม่ทันที่เมธาวีจะพูดอะไรออกมา ชันษาก็เอาผ้าชุบยาสลบโปะเข้าที่จมูกของเธอ เมธาวีพยายามดิ้นขัดขืน ชันษาออกแรงล็อคเมธาวี ปิดปากไว้แน่น
       ชันษาอุ้มเมธาวีมานอนลงกลางเตียง เมธาวีมึนๆ พยายามขัดขืนแต่ไม่มีเรี่ยวแรง ชันษาปลดกระดุมเสื้อตัวเอง สายตาแข็งๆ เหมือนคนขาดสติ จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา เมธาวีจ้องชันษาแววตาหวาดกลัวที่สุดในชีวิต น้ำตาเอ่อท่วมตา แต่ไม่มีแรงลุกหนี
       เมธาวีกรีดร้องสนั่นลั่นห้อง พยายามลุกขึ้นนั่ง แล้วก็กรีดร้องอีก พยาบาลรีบเข้ามาให้ห้อง
       “เป็นอะไรคะคุณเม”
       เมธาวีน้ำตานอง
       “แม่อยู่ไหน เมอยากหาแม่”
       พยาบาลเข้ามาจับตัว
       “คุณเมฝันร้ายอีกแล้วใช่มั้ยคะ”
       เมธาวีพยักหน้ารับ พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา
       “ฝันซ้ำเดิมอีกแล้วเหรอคะ”
       เมธาวีพยักหน้ารับ
       “ค่ะ เมอยากเจอคุณแม่”
       “คุณแม่เพิ่งกลับไปพักผ่อนเมื่อครู่นี่เองค่ะ ดิฉันรับช่วงต่ออยู่เป็นเพื่อนคุณเมแทนค่ะ”
       เมธาวีนิ่งคิดสงสัย
       “เมเข้าพิธีแต่งงานรึยังคะ”
       พยาบาลงงๆ
       “คุณเมว่าอะไรนะคะ”
       เมธาวียกมือขึ้นกดขมับ
       “เมปวดหัวจังเลย”
       “คุณเมอย่าเพิ่งคิดอะไรมากซิคะ คุณเพิ่งฟื้นได้ไม่เท่าไหร่ พักผ่อนให้หายดีก่อนนะคะ”
       พยาบาลจับตัวเมธาวีนอนลง เมธาวีนอนลงอย่างว่าง่าย ยังมึนๆเบลอๆจากกระทบกระเทือนและฤทธิ์ยาที่หมอจัดให้
       “ทานยาคลายเครียดซะหน่อยดีกว่านะคะ จะได้หลับสบาย”
       เมธาวีพยักหน้ารับ พยาบาลไปจัดยาและน้ำดื่มเตรียมให้ เมธาวีใช้ความคิดย้อนไปมายังเบลอๆ งงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       เช้าวันใหม่...
       สไบนางรอรับอาทิตย์อยู่หน้าบ้านไทย อาทิตย์นำช่าง 2 คนมา ช่างถือกล่องใส่เครื่องมือติดมาด้วย สไบนางยิ้มแย้ม
       “ทางสะดวก ตามบีมาเลย”
       แรมรีบออกมาขวางหน้า
       “คุณบีพาช่างมาทำอะไรคะ”
       “ซ่อมแอร์จ้ะ แอร์เสีย”สไบนางโกหก
       แรมแปลกใจ
       “แอร์เสียเหรอคะ”
       “ร้อนจะตายอยู่แล้ว”สไบนางตัดบทหันไปเรียกช่าง “ตามมาทางนี้เลยค่ะ”
       สไบนางขยิบตาให้ อาทิตย์ยิ้มๆ ส่ายหน้าพาช่าง 2 คนเดินตามสไบนางเข้าบ้านไป แรมมองตามอย่างสงสัย
       
       + + + + + + + + + + + +
       
       อุปมาขับรถกลับมาจอดที่หน้าบ้านไทย ลงจากรถแปลกใจเมื่อเห็นรถอาทิตย์ จอดอยู่ก่อนแล้วที่หน้าบ้าน แล้ว ก็ต้องชะงักอึ้ง เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะผสมกันครืนใหญ่ ของสไบนางกับอาทิตย์ และแรม ดังนำออกมาถึงหน้าบ้าน อุปมายิ่งหัวเสียปนหมั่นไส้ เดินฉับๆ เข้าบ้านไป
       สไบนางกำลังเล่าต่ออย่างสนุกปาก
       “บีกลัวถูกจับได้ไงน้าแรม บีเลยปีนหนีออกไปทางหน้าต่าง”
       “ผมอยากให้น้าแรมเห็นหน้าบี ตอนล่วงลงไปจากบ้านจริงๆ เลย”อาทิตย์ขำๆ
       สไบนางปาดมือมาหยิกแขนอาทิตย์อายๆ
       “คงจะพอๆ กับตอนเรือคว่ำที่หน้าบ้านนี่ล่ะค่ะ”แรม กระเซ้าหัวเราะนำ แล้วก็หยุดค้างแบบติดเบรก เมื่อเห็นอุปมาเดินเข้ามา “น้าเข้าครัวก่อนนะคะ”แรมรีบเดินก้มหน้าเข้าครัวไปเลย
       “สนุกสนานกันน่าดูนะ”
       อาทิตย์และสไบนางหันมองไปทางอุปมา
       “ทำไมเหรอ บ้านนี้ห้ามคุยห้ามหัวเราะ ต้องทำหน้าเหี้ยมโกรธใครมาทั้งวัน เหมือนคุณด้วยเหรอ”สไบนางย้อน
       “บี...”อาทิตย์ปราม
       “ซันนี่เป็นแขกของบี เฉยๆเหอะ”
       อุปมามองไม่พอใจ
       “ลืมแล้วเหรอ ว่าเธออยู่ในฐานะภรรยาของฉัน การไปไหนมาไหนหรือให้ความสนิทสนมกับผู้ชายอื่นจนเกินไป มันน่าเกลียด”
       สไบนางเบ้หน้า
       “เหรอ คุณกลัวเสียเชิงชายมากนักก็หย่าเลยสิ ไม่ได้ง้อซะหน่อย”
       “ฉันอยากหย่าใจจะขาด เธอก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้”
       สไบนางเหยียดปากเซ็งๆ
       “ช่วยไม่ได้ อยากเป็นลูกแหง่กลัวพ่อเอง”
       อุปมาถอนใจ
       “ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะยุ่ง เรื่องส่วนตัวอะไรของเธอนักหรอก แต่คุณย่าเธอขอเอาไว้ ว่าให้ฉันเข้มงวดเรื่องการวางตัวกับเธอ มากกว่านี้ คนอื่นไม่เข้าใจจะเสียชื่อตัวเธอเอง”
       สไบนางลุกพรวดฉุนจัด
       “ไม่ต้องเอาคุณย่ามาอ้างหรอกนะ”
       อาทิตย์ลุกตาม
       “บี คุณมาร์คพูดถูกนะ ใครเอาไปพูด บีมีแต่เสีย”
       สไบนางหงุดหงิด
       “พี่กลับก่อนดีกว่า...ผมกลับนะครับคุณมาร์ค”
       อุปมาพยักหน้าให้
       “บีไปส่ง”
       สไบนางจงใจแกล้งไปคล้องแขนอาทิตย์พาเดินออกไป อาทิตย์ตกใจ
       “บี...”
       “ไม่มีใครเห็นซะหน่อย จะกลัวทำไม”
       สไบนางควงแขนอาทิตย์พาเดินออกไปจากบ้าน อุปมาเหล่มองตาม สายตาหมั่นไส้เล็กน้อย
       “ทำท่ายังกะตัวสวยตายแล้ว”
       อุปมาถอนใจส่ายหน้า เดินกลับขึ้นชั้นบนไปอย่างหัวเสีย
       
       (อ่านต่อพรุ่งนี้)

หน้าที่แล้ว
1 | 2
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 17 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 17 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014