หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามหนุ่มเนื้อทอง

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ธันวาคม 2554 10:18 น.
1 | 2
หน้าถัดไป

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 3
       
       กริชชัยเดินพุ่งเข้าไปหาธีธัชด้วยความหงุดหงิด ทว่าธีธัชกลับไม่ได้รู้สึกใดๆ ที่เผลอไปสร้างความเข้าใจผิดให้แก่อรุณศรี จนเธอคิดว่า...กริชชัยเป็นเกย์! 
       
       “ฉันว่ามันก็สมควรแล้วที่เขาจะคิดแบบนั้น เป็นฉัน ฉันก็คิด”
       “อ้าว... ไหงพูดเงี้ยะ”
       “ก็จริงนี่ บุคลิกแกมันเหมาะจะเป็นเกย์ แถมยังไม่มีแฟน ไปเดินตามเค้า จะจีบก็ไม่จีบ เค้าไม่คิดว่าบ้าก็บุญแล้ว”
       “ที่ฉันบอกแก ไม่ได้จะให้มาซ้ำเติม”
       “แล้วแกจะให้ฉันทำอะไร? ไปอธิบายให้เค้าฟังมั๊ย แล้วบอกไปเลยว่าแกป๊อด ไม่กล้าจีบ”
       “เยอะไป! ไม่ต้อง แค่แกหยุดแอบมองฉัน แล้วก็ไม่ต้องมาอยู่ใกล้ฉันมากก็พอแล้ว”
       “โอเคได้ งั้นฉัน กลับเลยแล้วกัน”
       “เฮ้ย!!”
       ธีธัชทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยตามประสาคนเจ้าชู้ ก่อนที่จะสารภาพกับกริชชัยว่า
       “คือว่า..น้องพาย”
       ธีธัชหันไปที่เคาท์เตอร์ กริชชัยมองตามเห็นพนักงานรีเซฟชั่นสาวสวย ยืนอยู่ในชุดลำลองกำลังเก็บของเตรียมเลิกงาน น้องพายคนที่ว่าเงยหน้ามาแล้วยิ้มให้ธีธัช ที่ยิ้มรับรออยู่แล้ว 
       “น้องเค้ากำลังจะกลับเข้ากรุงเทพฯ ฉันก็เลยอาสาไปส่งเค้า”
       กริชชัยหันกลับมาทางธีธัช
       “แกแอบมองฉันกับอรุณศรี แล้วยังมีเวลามาหลีหญิงอีกเหรอเนี่ย”
       “เรื่องแบบนี้เวลามันไม่สำคัญเท่าจังหวะเว้ย” ธีธัชมองมาทางกริชชัยอย่างกวนๆ
       “ส่วนเรื่องของแก ไอ้วัชมันยังอยู่ เดี๋ยวมันคงจะมีวิธีช่วยแกแก้ข่าวเอง ไม่ต้องห่วง!!”
       ธีธัชยิ้มมั่นใจ แต่กริชชัยก็ยังอดหวั่นไม่ได้
       
       วัชระยังนอนหลับอยู่บนโซฟาที่ล็อบบี้ ในอาการหมดสภาพเนื่องจากไม่ได้นอนพักผ่อนมาตั้งแต่เมื่อคืน พนักงานโรงแรมเดินเข้ามาหา และเรียกอย่างสุภาพ
       “คุณวัชระครับ..คุณวัชระครับ”
       “คุณวัชระ” เสียงพนักงานดังขึ้นอีกเล็กน้อย
       วัชระถึงกับสะดุ้งตื่น ลุกพรุดพราดขึ้นมานั่งบนโซฟาในสภาพที่ยังงัวเงียอยู่
       “ครับ”
       “คุณวัชระใช่มั้ยครับ” พนักงานถามอย่างสุภาพเพื่อความแน่ใจ
       “ครับ มีอะไรครับ”
       “คุณเนตรนภัสต้องการเรียนสายด้วยครับ” พนักงานของโรงแรมยื่นส่งโทรศัพท์ของโรงแรมให้วัชระ
       วัชระแทบไม่เชื่อหูของตัวเองที่เนตรนภัสสืบเสาะจนรู้เบอร์โทรศัพท์ของโรงแรม
       “แหนม!! โทร.มาได้ไงเนี่ย” วัชระพูดประโยคแรกทันทีที่รับสาย
       
       เนตรนภัสเสียงแจ๋นดังมาตามสาย น้ำเสียงแสดงถึงความภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเองเป็นที่สุด
       “ไม่เห็นจะยาก ก็แหนมจดชื่อโรงแรมที่วัชบอกไว้เมื่อคืน แล้วก็หาเบอร์จากอินเทอร์เน็ต แล้วก็ส่งรูปวัชมาให้พนักงานโรงแรมตามหา...ง่ายจะตาย!!”
       วัชระถือโทรศัพท์ค้าง อ้าปากหวอด้วยความอึ้งเพราะนึกไม่ถึง เสียงเนตรนภัสดังกระแทกแก้วหูของวัชระอีกรอบ
       “แล้วทำไมไม่ยอมรับสาย แหนมโทร.ไปตั้งกี่รอบแล้ว ทำอะไรอยู่? หรือว่าอยู่กับผู้หญิงอื่น”
       วัชระส่ายหน้าอย่างระอา
       “ผมนอนหลับอยู่ล็อบบี้ ก็เมือคืน…ทั้งคืน พอขับรถมาถึงก็สลบไม่รู้เรื่อง แล้วแหนมโทร.มามีอะไรหรือเปล่าครับ”
       “คุณแม่มีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วย วันนี้ และเดี๋ยวนี้!! Now!” เนตรนภัสตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง วัชระแสนที่จะเซ็งกับเนตรนภัส ทิ้งหลังเองพิงโซฟาอย่างหมดแรง
       
       “เรื่องสำคัญ... เรื่องอะไร”
       กริชชัยขมวดคิ้วถามวัชระ วัชระพยักหน้าอย่างเซ็งๆ สองคนเดินคุยไปตามทางเดินในโรงแรม วัชระส่ายหน้า
       “ไม่รู้ ถามก็ไม่บอก เร่งให้กลับไปเร็วๆ เดี๋ยวก็รู้เอง ฉันขอโทษจริงๆ ว่ะ ที่ต้องกลับก่อน แกก็อยู่กับไอ้ธีไปแล้วกัน”
       “รายนั้น กลับไปก่อนแกอีก”
       “อ้าว”
       “เออ..มันไปกับหญิง..ไม่ต้องถามว่าอะไรยังไง เพราะฉันก็ไม่รู้.. แล้วแกจะกลับยังไง ให้รถตู้ไปส่งหรือเปล่า”
       ทั้งกริชชัยและวัชระเดินมาจนถึงทางออกซึ่งมีประตูกระจกใสมาก
       “ไม่เป็นไร..ฉันซิ่งคันเมื่อเช้ากลับไปจอดไว้บริษัทแก แล้วเปลี่ยนเอารถฉันไปหาแหนม ฉันไปก่อนแล้วกัน ขี้เกียจโดนโทร.จิก” วัชระตอบอย่างเหนื่อยๆ หน้าตายังงัวเงียและมึนๆ อยู่
       “เออ.. ถ้าง่วงก็อย่าฝืน โทร.มา เดี๋ยวฉันให้คนรถไปรับ” กริชชัยว่า
       “ขอบใจมาก ไปหล่ะ !!”
       วัชระพูดจบก็หันเดินออกไป โดยไม่ทันระวังว่ามีกระจกอยู่ วัชระชนเข้าอย่างแรง จนเซจะล้มลง
       “โอ้ย!!”
       กริชชัยรับวัชระไว้ในอ้อมกอดพอดีตามสัญชาตญาณ
       “เฮ้ย ระวัง”
       ช่างบังเอิญเกิ๊น เพราะเป็นจังหวะเดียวกับที่อรุณศรีเดินมาเห็นวัชระอยู่ในอ้อมกอดของกริชชัยพอดี อรุณศรีถึงกับอึ้ง
       กริชชัยหันมาเห็นอรุณศรีที่กำลังมองมาพอดี ความตกใจทำให้กริชชัยรีบผลักวัชระทันที วัชระตกลงที่พื้น.เสียงดังตุ๊บ!!! วัชระร้องลั่น
       “โอ้ย!!”
       อรุณศรีรีบหลบตา ทำเป็นมองไม่เห็น เธอได้แต่อมยิ้มแล้วก็เดินเลี่ยงไป เพราะกลัวกริชชัยจะอาย
       กริชชัยหน้าเสีย คิดว่า ทำไมถึงได้ซวยซ้ำ ซวยซ้อนขนาดนี้
       ส่วนวัชระกุมก้นด้วยความเจ็บที่ถูกกริชชัยผลักจนนั่งจ้ำเบ้าลงกับพื้น วัชระลุกขึ้น
       “แกปล่อยฉันทำไมวะ? เจ็บนะเว้ย”
       “ขอโทษๆ แกก็กลับดีๆ มีอะไรค่อยคุยกัน”
       กริชชัยพูดจบก็รีบเดินตามอรุณศรีไป วัชระมองตามด้วยไปด้วยความงงๆ
       “มันจะรีบไปไหนของมัน”
       
       อรุณศรีเดินเล่นอยู่ที่มุมหนึ่งของโรงแรมวังน้ำเขียว ทันใดนั้นกริชชัยก็เดินพรวดตามมา เพื่อจะอธิบาย
       “อรุณศรี”
       อรุณศรีชะงัก หยุดเดิน และหันมา กริชชัยเดินตามมาจนทัน เขาชี้แจงด้วยอาการปากคอสั่น เสียงระล่ำระลัก
       “คือ... ที่คุณเห็นเมื่อกี๊”
       “ฉันจะไม่บอกใครหรอกค่ะ”
       “เอ่อ” กริชชัยสะอึก พูดต่ออะไรต่อไม่ถูกเลย
       “ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งเรื่องของคุณกับคุณธีธัช และผู้ชายคนเมื่อกี้ฉันจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่เม้าท์ และไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวค่ะ ไม่ต้องห่วง”
       “เอ่อ..แต่ว่า” กริชชัย พยายามที่จะอธิบายต่อ
       
       ทันใดนั้นเสียงเบญลี่ก็ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะการแก้ตัวของกริชชัยพอดี
       “คุณกริชคะ”
       กริชชัยชะงัก..ไม่กล้าพูดต่อ เบญลี่รีบเดินพรวดๆ เข้ามาหาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว
       “เบญลี่ให้เค้าจัดโต๊ะอาหารกลางวันสำหรับคุณกริช และเพื่อนๆไว้ที่เทอเรซด้านโน้น..วิวดีมั่กๆ เลยค่ะ เราไปกันเลยมั้ยคะ”
       “ได้..แต่..อรุณศรีต้องทานร่วมโต๊ะกับผม”
       ทั้งเบญลี่และอรุณศรีเลิกคิ้ว ด้วยความแปลกใจ
       “ค่ะ” เบญลี่และอรุณศรีรับขึ้นพร้อมกัน
       “คือ เพื่อนผมกลับไปหมดแล้ว ผมไม่อยากทานคนเดียว ถ้าคุณเบญสะดวกก็ทานด้วยกัน”
       “พอดีต้องไปคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในวันงานกับทางโรงแรมน่ะค่ะ แล้วเค้าก็จัดอาหารไว้ให้แล้วด้วย คุยไปกินไปน่ะค่ะ เบญลี่ให้แอ๊วดูแลแทนแล้วกันนะคะ” เบญลี่บอก
       
       อรุณศรีอึดอัดที่ต้องรับหน้าที่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับกริชชัย ได้แต่ยิ้มนิดๆ เป็นมารยาท แล้วก็เดินนำไป กริชชัยเดินตาม พร้อมกับอมยิ้มนิดๆ แอบมีความสุขอยู่คนเดียว
       เบญลี่มองตามกริชชัยและอรุณศรีไป แล้วก็ขมวดคิ้วนิดๆ อดคิดไม่ได้ว่า มันจะมี Something หรือเปล่าหว่า ?
       
       ที่เทอเรซของโรงแรม ซี่โครงหมูบาร์บีคิวถูกวางไว้ตรงหน้า อรุณศรีมองหน้ากริชชัยที่นั่งอย่างสุภาพตรงหน้าด้วยความลำบากใจ
       “ถ้าคุณอยากใช้มือทานก็ตามสบายนะ ไม่ต้องอาย ผมรับได้” กริชชัยพูดอย่างรู้ใจ
       “ขอบคุณค่ะ ..เอ่อ แต่ถ้าฉันเลอะเทอะ คุณคงไม่ไล่ฉันออกจากงานเพราะทานอาหารไม่เรียบร้อยนะคะ”
       กริชชัยยิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนจะผายมือ
       “เชิญ...”
       อรุณศรียิ้มรับแล้วเช็ดมือ ก่อนจะใช้มือหยิบซี่โครงที่อยู่ข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ คล่องแคล่ว น่าอร่อยมาก
       กริชชัยมองแล้วก็อมยิ้มมีความสุข อรุณศรีเงยหน้ามองด้วยความสงสัย
       “คุณไม่ทานเหรอ ? อร่อยนะคะ เนื้อหมักได้กำลังดี ร่อนแล้วก็นุ่มดี ซอสก็เข้มข้นใช้ได้เลย”
       “คุณรู้เรื่องอาหารด้วยเหรอ”
       “พี่ชายฉันเป็นเชฟน่ะค่ะ เขาชอบทำอาหารให้ฉันทาน แล้วก็ใช้ฉันเป็นหนูทดลองประจำ”
       กริชชัยฟังเพลินอย่างมีความสุข อรุณศรีถามย้ำกริชชัยอีกครั้ง
       “ตกลง จะไม่ทานเหรอคะ”
       “อ้อ... ทานสิ”
       
       กริชชัยหันมาหยิบมีด และส้อมเตรียมจะกิน แล้วก็เปลี่ยนใจวางอุปกรณ์ลงหันไปเช็ดมือ และใช้มือกินเหมือนอรุณศรีด้วยด้วยกิริยาเก้งก้างไม่สันทัด
       อรุณศรีมองแล้วอดยิ้มไม่ได้
       กริชชัยกินซี่โครงหมูบาร์บีคิวด้วยมือ ความไม่ถนัดและคุ้นเคยทำให้ซอสเลอะเป็นดวงอยู่ที่แก้ม
       อรุณศรียิ้มขำ กริชชัยเงยหน้ามองด้วยความแปลกใจ อรุณศรีไม่พูด แต่ใช้นิ้ว ชี้มาที่แก้มของตัวเอง บอกให้กริชชัยรู้ว่าแก้มเลอะอยู่ กริชชัยยังงง ไม่เข้าใจ
       “แก้มคุณเลอะซอส”
       กริชชัยมองมือตัวเองก็เลอะเทอะอยู่ แล้วก็เงยหน้าบอกอรุณศรี
       “มือผมเลอะ... รบกวนคุณ...เช็ดให้หน่อยได้หรือเปล่า”
       กริชชัยได้แต่ลุ้น ขณะที่อรุณศรีคิดนิดเล็กน้อยกแล้วเช็ดมือตัวเองกับผ้า ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่แล้วเดินข้ามโต๊ะไปเช็ดซอสที่แก้มให้กริชชัย
       นาทีนั้นกริชชัยถึงกับใจเต้นโครมคราม ไม่เคยสัมผัสอรุณศรีในระยะใกล้เท่านี้มาก่อน
       
       เบญลี่เดินมาพร้อมกับแฟ้มงานที่ยังกุมอยู่ในมือเดินผ่านมาทางห้องอาหารในบริเวณเทอเรซ และเห็นอรุณศรีกำลังเช็ดซอสที่แก้มของกริชชัยอย่างตั้งใจ ในขณะที่กริชชัยแอบมองด้วยความชื่นชม
       “โอ๊ะ..โอ..”
       เบญลี่ถึงกับรีบกดตัวลงต่ำหลบวูบทันที
       “หะ?.. ฉันตาฝาดหรือเปล่าเนี่ย”
       เบญลี่ค่อยโผล่หัวขึ้นมาทีละน้อย เห็นอรุณศรีกลับมานั่งที่เดิม แต่กริชชัยยังเขินอยู่
       เบญลี่ดึงตัวหลบเข้ามาเหมือนเดิม ขมวดคิ้วนิ่วหน้า คิดหนักจนคิ้วแทบจะผูกเป็นโบว์ สมองส่วนอยากรู้อยากเห็นทำงาน
       
       กริชชัยยังอมยิ้มนิดๆ ด้วยความเขิน
       “ขอบคุณมาก”
       “ไม่เป็นไรค่ะ ที่ฉันทำให้เพราะรู้ว่าจริงๆแล้วคุณเป็นอะไร ถ้าคุณเป็น ‘ผู้ชายแท้ๆ’ ฉันก็คงไม่กล้าทำ” อรุณศรีระบายยิ้มที่ริมฝีปากอย่างจริงใจ เล่นเอากริชชัยถึงกับสะอึก
       จังหวะนั้นกริชชัยมองทอดสายออกไปนอกหน้าต่าง ด้วยความเหนื่อยใจ จนแทบจะกินต่อไม่ลง
       
       รถในสภาพยับเยินของวัชระแล่นเข้ามาจอดในบ้านเนตรนภัสในเย็นวันนั้น วัชระเพิ่งจะเปิดประตูรถและก้าวลงมาได้เพียงขาเดียว โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น วัชระหยิบขึ้นมาดูอย่างเซ็งๆ เพราะคิดว่าเป็นเนตรนภัส
       “จิกจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ” วัชระพึมพำกับตัวเอง
       วัชระกำลังจะกดรับ แต่พอเห็นชื่อที่ปรากฏหน้าจอก็แปลกใจ “Private number”
       “ใครวะ... ซ่อนชื่อซะด้วย หรือจะเป็นพวกสายข่าว... ฮัลโหล” วัชระตัดสินใจกดรับ
       
       “ยอมรับสายแล้วเหรอคะคุณตำรวจ” สุพรรณิการ์นั่นเอง ที่เวลานี้เธอยืนอยู่ในร้านกรอกเสียงลงไปอย่างมีอารมณ์
       จากนั้นสุพรรณิการ์ก็เดินด้วยอาการเจ็บสะโพก เดินกระเผกขึ้นไปที่ห้องทำงาน ซึ่งอยู่ชั้นบนของร้านเหล้าสาดสุรา หวานนารี ห้องของสุพรรณิการ์ตกแต่งแบบอินเดีย สีสันจัดจ้าน ใน บรรยากาศสบายๆ โรแมนติก
       “คุณเป็นใคร ?” วัชระกรอกเสียงลงตามสายพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย
       “คนที่คุณชนแล้วหนีไงยะ” สุพรรณิการ์เดินพลาง พูดไปพลางอยู่ในห้อง
       “ผมถามว่า ใคร?”
       สุพรรณิการ์ยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงกวนๆ
       “ท่าทางจะชนแล้วหนีไว้หลายคน ถึงจำไม่ได้” สุพรรณิการ์แดกดัน
       วัชระเริ่มเซ็ง
       “นี่คุณ..ผมไม่มีเวลาล้อเล่น”
       สุพรรณิการ์เริ่มหงุดหงิด อารมณ์เสียและของขึ้นมาทันที
       “อ้าว...นี่ฉันก็ไม่มีเวลามาล้อเล่นเหมือนกันย่ะ และที่โทร.มานี่ก็จริงจังนะ ไม่ใช่โทรมาขำๆ”
       ขณะที่การสนทนายังไม่ทันจะได้ใจความ เนตรนภัสเดินมาทางด้านหลังเห็นวัชระกำลังพูดโทรศัพท์อยู่พอดี
       “วัชคุยกับใคร?” เสียงเนตรนภัสดังลอดเข้ามายังสายของสุพรรณิการ์
       
       “เสียงใคร?” สุพรรณิการ์ถามขึ้น
       “แค่นี้ก่อนนะ ถ้าคุณมีธุระจริงๆ ค่อยโทร.มาอีกทีแล้วกัน วันนี้ผมไม่มีเวลามาเล่นเกม”
       วัชระรีบชิงตัดบทจากสุพรรณิการ์ทันที ในขณะที่เนตรนภัสรีบก้าวเท้าเดินมาหาวัชระทันที
       “เฮ้ยๆๆ คุณอย่าวางนะ คุยกันให้รู้เรื่องก่อน คุณตำรวจ!”
       
       วัชระกดวางสายไปด้วยความรำคาญ เนตรนภัสเดินมาพร้อมกับซักถามตามประสาคนขี้หึงในทันที
       “แหนมถามว่าคุยกับใคร”
       “ใครไม่รู้คงจะโทร.ผิด” วัชระพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
       “แล้วทำไมต้องวางด้วย?”
       “อ้าว.ก็เค้าโทร.ผิด จะให้ผมคุยอะไรกับเค้า?”
       เนตรนภัสอ้าปากเถียง
       “ก็...”
       “แหนม.. คุณแม่มีเรื่องสำคัญจะคุยกับผมไม่ใช่เหรอ ผมก็รีบขับรถกลับมาตามคำสั่ง แล้วตกลงจะเสียเวลาทะเลาะกันตรงนี้ หรือจะรีบปล่อยให้ผมไปคุยธุระสำคัญ”
       เนตรนภัสชะงักนิดๆ นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องใหญ่รออยู่ จึงจำใจต้องยอมยุติเรื่องคุยโทรศัพท์กับคนแปลกหน้าไว้แค่นั้น
       “คุยกับคุณแม่ก่อนก็ได้ แต่คุยจบแล้ว เอามือถือมาให้แหนมดูด้วยนะ แหนมจะเช็คว่าคุยกับใคร!!”
       เนตรนภัสออกคำสั่งแล้วก็เดินนำเข้าบ้านไป
       วัชระมองตามด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะหันมากดปิดโทรศัพท์ แล้วก็โยนไว้ในรถอย่างไม่ไยดี
       
       ด้านสุพรรณิการ์ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน ยืนกดโทรศัพท์อยู่ในห้องด้วยความหงุดหงิด
       “ปิดเครื่อง? หนอย... คิดจะหนีฉันเหรอ?”
       สุพรรณิการ์หันไปหยิบนามบัตรของวัชระที่ทิ้งไว้ให้ขึ้นมาดู
       “ร้อยตำรวจเอกวัชระ ถ้าฉันตามตัวเจอเมื่อไหร่ นายชะตาขาดแน่!!”
       
       ทั้งวัชระและเนตรนภัสเดินเข้ามาในบ้าน สวนทางกับนรีวรรณพอดี
       “ทำบุญต่อชะตา? พี่เนี่ยนะ” วัชระอดถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
       เนตรนภัสคอยเกาะแขนแจวัชระไม่ยอมปล่อย พร้อมๆ กับถลึงตาใส่นรีวรรณ
       “ใช่ค่ะ พี่วัชทำบุญครั้งสุดท้ายไปเมื่อไหร่คะ? นุ้ยว่าช่วงนี้ดูพี่วัชหน้าหมองๆ เหมือนชะตาไม่ค่อยดี” นรีวรรณพยายามจะบอกวัชระเป็นนัยๆ กับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
       ขณะที่แขนด้านซ้ายของเนตรนภัสยังกุมมือของวัชระไว้แน่น แต่มือข้างขวาเริ่มคลายออกจากวงแขนแล้วยื่นมือออกมา วางนิ้วแปะลงจิ้มบนใบหน้านรีวรรณ ก่อนจะไสหัวน้องสาวให้หลีกทาง
       “ยัยนุ้ย หลบไป!! แล้วก็หยุดพูดมากได้แล้ว พี่จะวัชไปคุยกับคุณแม่” เนตรนภัสเตือน
       เนตรนภัสพูดจบก็ลากตัววัชระไปอย่างรวดเร็ว นรีวรรณก็ยังไม่วายที่จะตะโกนไล่หลัง
       “ถ้าพี่วัชไม่มีเวลา เอาวันเดือนปีเกิดมาก็ได้นะคะ เดี๋ยวนุ้ยต่อชะตาออนไลน์ให้ เดี๋ยวนี้เค้ามีบริการผ่านอินเตอร์เน็ตแล้วนะคะ”
       “หุบปาก” เนตรนภัสตะโกนสวนนรีวรรณทันที
       วัชระออกจะงงๆ กับคำพูดคำจาของนรีวรรณที่เหมือนจะบอกอะไรแก่เขา จนเขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า “นี่มันอะไรกันวะ”
       เนตรนภัสลากตัววัชระเข้าห้องรับแขกพร้อมกับปิดประตูอย่างแรง
       นรีวรรณส่ายหน้าด้วยความไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เนตรนภัสกำลังจะทำ จนอดคิดไม่ได้ว่า
       “งานนี้ใครจะซวยกันแน่ พี่วัช พี่แหนม หรือว่าแม่”
       
       สีรุ้งที่ถูกเนตรนภัสจัดฉากให้มานั่งทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ในห้องรับแขก วัชระกับเนตรนภัสนั่งเผชิญหน้า เนตรนภัสเปิดฉากพูดขึ้นอย่างรีบเร่ง
       “คุณแม่คะ..คุณแม่มีเรื่องจะคุยกับวัชไม่ใช่เหรอคะ คุยเลยค่ะ!!” เนตรนภัสยิ้มสดใส และเริ่มโยนลูกเปิดประเด็นในทันที
       สีรุ้งหันมามองหน้าวัชระ วัชระยิ้มรับนิดๆ ทั้งสีรุ้งและวัชระต่างก็รู้สึกงงๆพอกัน
       “ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้ เพราะมีเรื่องจะถาม”
       “ถามเลยค่ะ!” เนตรนภัสแทรกด้วยความใจร้อน
       สีรุ้งปรายตามาทางเนตรนภัส ผู้เป็นลูกสาวด้วยความอ่อนใจ
       “คบกันมาตั้งนานแล้ว..ไม่คิดจะ...”
       สีรุ้งตะกุกตะกัก เนตรนภัสลุ้น
       “...เปลี่ยนใจบ้างเหรอ” สีรุ้งไม่รู้จะเรียบเรียงคำพูดอย่างไร
       วัชระสะดุ้งนิดๆ เนตรนภัสชักสีหน้าไม่สู้ดี
       “คุณแม่” เนตรนภัสเสียงสูงใส่สีรุ้ง เหมือนจะเตือนว่าอย่าหลงประเด็น
       “แม่จะบอกว่า ถ้าไม่คิดจะเปลี่ยนใจ ก็ควรจะทำอะไรๆ ให้มันเป็นเรื่องเป็นราว มั่นคงไม่ใช่ควงกันไปควงมาแบบนี้” สีรุ้งพยายามตบความคิดเข้าประเด็นที่เนตรนภัสต้องการ
       เนตรนภัสได้ยินดังนั้น ค่อยรื่นหูและอารมณ์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
       “แล้วไป...”
       วัชระยังไม่เข้าใจที่สีรุ้งพูดอยู่ดี จนอดขมวดคิ้วถาม
       “คุณแม่หมายถึงอะไรครับ? อย่าบอกนะครับว่าคุณแม่หมายถึง...การแต่งงาน!!”
       เนตรนภัสหันขวับกลับมาและใส่วัชระในทันที
       “ทำไมวัช? ถ้าคุณแม่หมายถึงการแต่งงานแล้วยังไง หรือว่าวัชไม่คิดจะแต่ง”
       วัชระหน้าเลิ่กลั่ก สีรุ้งเริ่มงงๆ ขณะที่เนตรนภัสกำลังของขึ้นจึงใส่ยาวอย่างไม่สนหน้าอินทร์ หน้าพรหม
       “นี่คิดจะคบแหนมเล่นๆ งั้นเหรอ แหนมไม่ยอมนะ แหนมเสียเวลากับวัชมาตั้งหลายปี ไม่ยอมเสียเวลา เสียโอกาส แล้วยังเสียต _” เนตรนภัสหลุดคำว่า “ตัว” ออกมาแค่ครึ่งคำ
       “แหนม!! พอลูก อย่าพูดต่ออีกเลย แม่จะเป็นลม แม่พูดเอง”
       “คุณแม่ไม่ต้องค่ะ แหนมพูดเอง!!!”
       สีรุ้งกุมขมับ ลมแทบจับ เมื่อเนตรนภัสไม่ยอมหยุด
       “นี่ไม่ใช่การสอบถาม หรือเจรจา แต่เป็นการแจ้งให้ทราบ วัชจะต้องแต่งงานกับแหนมภายในปีนี้ !!”
       “ปีนี้? มันเหลืออีกไม่กี่เดือนเองนะ”
       “ใช่ และแหนมก็จะไม่รอไปจนถึงปีหน้า วัชจะต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย และงานแต่งงาน ‘ของเรา’จะต้องเริดที่สุด!”
       “แต่..วัชไม่มีเงิน จะมาจัดงานเริดๆ ได้ยังไง”
       “แหนมออกเอง เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า แต่งานนี้ ‘ห้ามเสียหน้า’ เด็ดขาด!!” เนตรนภัสสวนกลับ
       สีรุ้งถึงกับพิงหลังลงที่โซฟา เพราะลมตีขึ้นด้วยความเครียด
       “เฮ่อ...”
       เนตรนภัสเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ ขณะที่วัชระมองหน้าเนตรนภัสด้วยความรู้สึกทั้งอึดอัด ขัดใจ แววตาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
       
       หลังเสร็จสิ้นการพูดคุยกับสายรุ้งและเนตรนภัส วัชระเดินคอตกออกจากบ้านหลังใหญ่โตหลังนั้นด้วยความอึดอัดใจ ใบหน้าเคร่งขรึม คำพูดของเนตรนภัสดังก้องอยู่ในหัว
       “นี่ไม่ใช่การสอบถาม หรือเจรจา แต่เป็นการ ‘แจ้งให้ทราบ’ วัชจะต้องแต่งงานกับแหนมภายในปีนี้!! วัชจะต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย และงานแต่งงาน ‘ของเรา’ จะต้องเริดที่สุด!! เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า แต่งานนี้ ‘ห้ามเสียหน้า’ เด็ดขาด!!”
       วัชระเดินมาถึงที่รถด้วยความเครียดสุดทน ง้างมือจะทุบลงไปที่กระโปรงรถ แต่เหลือบไปเห็นว่ามันบุบอยู่แล้ววัชระเลยชะงักมือ เปลี่ยนเป็นวางไว้ที่หน้ารถอย่างแผ่วเบา แล้วก็ถอนหายใจออกมาเพื่อรพบายความเครียด
       “เฮ่อ!!”
       บนท้องฟ้าเมฆฝนก่อตัว และค่อยๆ เคลื่อนตัวลอยต่ำ เช่นเดียวกับความมืดมนที่กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตวัชระอย่างเต็มรูปแบบยามนี้
       
       เย็นวันเดียวกัน รถตู้ของกริชชัยแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบริษัท M Group ส่วนรถมอเตอร์ไซค์คันที่กริชชัยขับไปโรงแรมวังน้ำเขียวมีพนักงานขับตามหลังมาให้
       ประตูรถตู้เปิดออก กริชชัยเดินลงมาก่อน ตามมาด้วยเบญลี่ และอรุณศรี สามคนยืนอยู่หน้าบริษัท สายตาที่เบญลี่มองกริชชัยและอรุณศรีด้วยความอยากรู้อยากเห็นซ่อนอยู่
       “นี่ก็เลยเวลาเลิกงานมาแล้ว ฝนก็เหมือนจะตก แล้ว จะกลับบ้านกันยังไง?” กริชชัยถามขึ้นลอยๆ
       “เบญลี่เอารถมาค่ะ คุณกริชไม่ต้องห่วงนะคะ”
       “ผมรู้” กริชชัยหันมาตอบนิ่งๆ
       “แล้วคุณ..กลับยังไง?” กริชชัยหันมาทางอรุณศรี
       “เดี๋ยวแฟนมารับค่ะ” อรุณศรีตอบอย่างจริงใจ
       กริชชัยจุกเหมือนโดนลิ่มปักกลางอก เบญลี่หันขวับมาทางอรุณศรี หน้าตาแสดงความไม่พอใจ อรุณศรีหันมายิ้มให้ โดยไม่รู้ตัวว่าโดนเคือง
       “ งั้นก็..ดี!!” กริชชัยตัดบทกลบเกลื่อน
       
       กริชชัยพูดจบแล้ว หันหลังเดินเข้าบริษัทด้วยความเซ็ง
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 23 อวสาน
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 22
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 21
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 20
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 32 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 31 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
3 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รับไม่ได้กับเรื่องนี้ สอนให้แย่งแฟนคนอื่นแล้วบอกไม่ผิด
เซ็ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014