หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามหนุ่มเนื้อทอง

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 ธันวาคม 2554 14:18 น.
1 | 2
หน้าถัดไป

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 4
       
       รถยนต์ของปรานต์ขับเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบริษัท M Group อรุณศรีเปิดประตูเดินลงจากมา ด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ปรานต์เปิดประตูด้านคนขับ รีบเดินตามอรุณศรีและดึงแขนรั้งไว้
       
       “แอ๊ว..ไม่ตอบใช่มั้ย ว่าไอ้คนที่มาส่งมันเป็นใคร”
       อรุณศรีเชิดหน้า ทำหน้าดุ พยายามบิดแขนออกจากมือปรานต์
       “ปล่อยนะปรานต์ อย่ามาใช้กำลังกับแอ๊วที่นี่” อรุณศรีพูดเบาๆ แต่หนักแน่น
       “ทำไม กลัวใครเห็นหรือไง” ปรานต์ถาม
       “ไม่ได้กลัว แต่มันไม่สมควร ถ้าไม่ปล่อย ก็ไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีก”
       อรุณศรีไม่พอใจอย่างแรงทำหน้าดุจริงจัง ปรานต์เห็นอรุณศรีเอาจริงจึงตัดสินใจปล่อยมือ
       
       เป็นจังหวะเดียวกับที่กริชชัยขับรถเข้ามาจอดที่หน้าตึกพอดี เขากำลังจะขยับตัวลงจากรถ ปรายหางตาไปเห็นอรุณศรีพอดี กริชชัยถึงกับชะงักแล้วหันไปมองด้วยความสนใจ
       กริชชัยเห็นอรุณศรีกับปรานต์ยืนอยู่ที่หน้าตึกออฟฟิศ M Group กริชชัยหยุดมองด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก
       เมื่อปรานต์เห็นว่าอรุณศรีเอาจริงก็ค่อยๆ อ่อนลงตามลำดับ
       “รู้แล้ว ที่แอ๊วไม่บอกเพราะไอ้คนนั้น มันไม่มีจริงใช่มั้ย พี่โอบแกล้งพูดให้ปรานต์หึงใช่หรือเปล่า”
       อรุณศรีนิ่งเฉย ไม่ตอบ
       “ว่าแล้ว..เพราะบนโลกนี้ ไม่มีใครกล้าจีบแอ๊วหรอก” ปรานต์เออออเข้าใจไปเอง
       “ทำไม” อรุณศรีถามฉุนๆ 
       “ก็เค้ารู้ว่าแอ๊วเป็นแฟนปรานต์ไง” พูดจบปรานต์พุ่งมาหอมแก้มโชว์ดังฟอด!
       อรุณศรีทั้งตกใจ โกรธปนอายไม่คิดว่าปรานต์จะทำแบบนี้ในสถานที่สาธารณะ
       “ปรานต์!” อรุณศรีทำท่าจะพูดต่อ
       “ถ้ามีใครกล้ามาจีบก็ให้มันรู้ไป” ปรานต์สวนทันที
       ปรานต์ยิ้มกวนๆ แล้วก็เดินขึ้นรถไปด้วยความมั่นใจ อรุณศรีมองไปรอบๆ บริษัท แอบอายนิดๆ แล้วก็มองปรานต์ด้วยความไม่พอใจ
       กริชชัยนั่งนิ่ง อึ้งอยู่ในรถด้วยหัวใจอันเจ็บช้ำ ที่ได้เห็นภาพบาดตานั้นพอดี
       
       อรุณศรีเดินอยู่ในที่ทำงานแล้ว หน้าตายังบึ้งตึง อารมณ์ขุ่นๆ ในวันนี้ กริชชัยเดินไล่ตามอรุณศรีมาจนทันแล้วทักทาย
       “ดีกันแล้วเหรอ” กริชชัยและอรุณศรีเดินกันไปและคุยกันไป
       “คะ” อรุณศรีทำหน้างงๆ เล็กน้อย
       “ก็ แฟนคุณ เมื่อวานยังเห็นอารมณ์ไม่ดีที่เค้ามารับช้า เสียดายเมื่อกี้เห็นหน้าไม่ชัด”
       อรุณศรีขมวดคิ้วหยุดเดินกระทันหัน
       “คุณแอบดูฉันอีกแล้วเหรอ”
       “ผมไม่ได้ตั้งใจ” กริชชัยบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
       กริชชัยหรี่เสียงลง พูดด้วยความเป็นห่วง
       “เห็นโดยบังเอิญ รู้ว่ารักกัน แต่จะทำอะไรก็อย่าประเจิดประเจ้อนัก โดยเฉพาะในที่สาธารณะ คนอื่นเค้าจะมองไม่ดี”
       อรุณศรีอึ้ง ไม่ได้สัมผัสถึงความหวังดีของกริชชัยแม้สักน้อย แต่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนด่ามากกว่า
       กริชชัยพูดจบก็เดินแบกหน้าขรึมๆ จากไป อรุณศรีมองตามแล้วก็ขมวดคิ้ว อดคิดไม่ได้ว่า กริชชัยมาด่าเธอทำไม?
       
       เที่ยงวันเดียวกัน สุพรรณิการ์และอรุณศรีนั่งรับประทานอาหารกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งขนาดไม่ใหญ่ ในร้านเต็มไปด้วยหนุ่มสาว
       “สมควรแล้วที่โดนด่า” สุพรรณิการ์เห็นด้วยอย่างแรง
       “อ้าว”
       ขณะที่สุพรรณิการ์คุยกับอรุณศรีไป มือก็กดโทรศัพท์โทร.ออก ที่ข้อมือของสุพรรณิการ์ยังมีผ้าพันรักษาอาการซ้น
       “ก็จริงนี่ ไอ้ปรานต์มันหมาหวงก้าง มันทำเพราะกั๊กแก โดนเจ้านายด่าก็สมควร” สุพรรณิการ์ยังคงโทร.ออกต่อไป แต่ไม่สำเร็จ
       “แต่ฉันรู้สึกเหมือนโดนจ้องจับผิด เจ้านายฉันเนี่ยจิกฉันตลอดเลย เหมือนทุกอย่างที่ฉันทำมันอยู่ในสายตาเค้า ฝ้าย! แกว่า อย่างปรานต์เนี่ย จะโดนใจชาวเรนโบว์หรือเปล่า”
       “อะไรของแก โดนใจชาวเรนโบว์”
       “ก็ ชาวเกย์น่ะ คือ เจ้านายฉันคนนี้ เค้าเป็น “เกย์” ฉันกลัวว่าเค้าจะปิ๊งปรานต์อ่ะดิ”
       สุพรรณิการ์วางมือจากมือถือแล้วก็หันขวับมาจริงใจ
       “วุ้ย อย่างไอ้ปรานต์น่ะ ถ้ามีคนอยากได้ แกรีบใส่พานถวายไปเลย จะหวงทำไม”
       อรุณศรีส่ายหน้า สุพรรณิการ์ยังพยายามโทร. ออกอย่างไม่ลดละ จนอรุณศรีแปลกใจ
       “โทร.หาใครเนี่ย ฉันเห็นโทร.ตั้งนานแล้ว ยังโทร.ไม่ติดอีกเหรอ”
       “ฉันโทร.หานายหน้าหนวดที่ขับรถชนก้นฉันน่ะสิ โทร.มาตั้งแต่เช้าแล้ว ปิดเครื่องหนีตลอดเลย” สุพรรณิการ์เริ่มหงุดหงิด
       “เรื่องรถชนเนี่ย ยังไม่จบอีกเหรอ”
       “ตราบใดที่นายหน้าหนวดยังไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่ทำกับฉันไว้ มันไม่มีทางจบ ผู้ชายไร้ความรับผิดชอบ ถนัดแต่ “หนี” ชนแล้วหนี ปิดเครื่องหนี”
       สุพรรณิการ์ประกาศก้องต่อหน้าอรุณศรี
       ‘เอาจริงเว้ย’ อรุณศรีมองหน้าเพื่อนแล้วอึ้ง
       สุพรรณิการ์มองโทรศัพท์และพูดสียงจริงจัง
       “คิดว่าหนีฉันได้ก็ลองดู”
       พูดจบ สุพรรณิการ์กดโทร.ออกอีกครั้ง
       
       โทรศัพท์ของวัชระปิดเครื่องวางนิ่งสนิทอยู่ในบ้าน ขณะที่เขากำลังกระโดดเชือกอย่างบ้าระห่ำอยู่บริเวณหน้าบ้าน สักพักจึงถอดเสื้อกล้ามออกแล้วก็เดินไปหยิบนวมขึ้นมาสวม และเดินไปที่กระสอบ วัชระชกกระสอบอย่างบ้าคลั่ง ราวกับต้องการระบายอารมณ์
       แวว แม่ของวัชระโผล่หน้าจากในบ้านเห็นอาการของลูกชายแล้ว ได้แต่ถอนใจเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง
       
       วัชระไล่ชกกระสอบทรายจนเหนื่อยแล้วก็หยุดด้วยความเมื่อยล้า เอาตัวพิงกับเสาที่ห้อยกระสอบ เนื้อตัวของวัชระเต็มไปด้วยเหงื่อ ยืนหอบแฮ่กๆ
       เสียงของแววดังขึ้น
       “วัช กลุ้มเรื่องแต่งงานใช่มั้ยลูก”
       วัชระชะงัก เห็นแววกำลังเดินออกมาจากบ้าน มานั่งอยู่ที่เก้าอี้นั่งเล่นที่วางอยู่ไม่ห่างออกไป บ้านวัชระมีขนาดกระทัดรัด อบอุ่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด บรรยากาศร่มรื่น น่ารัก
       “แม่รู้ได้ยังไง” วัชระขมวดคิ้วถาม
       “หนูแหนมโทร.บอกแม่หมดแล้ว รวมทั้งเรื่องสินสอดทองหมั้น”
       “เค้าต้องการอะไรบ้าง” วัชระถามไป พลางถอดนวมไป
       “เงิน 10ล้าน”
       “หะ!” วัชระตาโตด้วยความตกใจ
       “ทอง 50 บาท เครื่องเพชรชุดใหญ่ และโฉนดที่ดิน 1 ไร่ บนถนนเอกมัย สำหรับสร้างเรือนหอ” แววพูดต่อ
       “แหนมบ้าแล้ว ผมจะไปหาที่ไหนมาให้”
       “เค้าบอกว่าเราไม่ต้องหา เค้าให้แม่เตรียมไว้แล้ว”
       “หะ” วัชระอึ้งและส่ายหน้าทรุดนั่งลงด้วยความเซ็ง
       แววมองวัชระด้วยความเป็นห่วง
       “วัชรู้อยู่แล้วว่าหนูแหนมเป็นคนยังไงตั้งแต่ตอนแรกที่รู้จักกัน แต่ลูกก็เลือกที่จะคบกับเค้า วันนี้ลูกก็ต้องยอมรับในความเป็นเค้าให้ได้นะลูก”
       “ผมรู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นมากขนาดนี้ ตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าผมรู้จักแหนมจริงๆหรือเปล่า”
       วัชระตอบเสียงเหนื่อย แววมองวัชระด้วยความเป็นห่วง
       
       ทันใดนั้นก็มีเสียงรถมาจอดเทียบที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงบีบแตร
       “แหนม” วัชระผวา
       วัชระรีบวิ่งพรวดพราดเข้าไปหลบในห้องเก็บของทันที แววมองตามงงๆ
       “วัชทำอะไร”
       “ถ้าแหนมมาบอกว่าผมไม่อยู่นะแม่”
       
       ที่หน้าบ้านของวัชระ ธีธัชก้าวลงจากรถพร้อมกับโวยวายหาวัชระ
       “ไอ้วัช อยู่หรือเปล่า? วัช” ธีธัชโวยวายเสียงดังอยู่หน้าบ้าน
       ธีธัชยกมือไหว้แวว เมื่อเห็นแววเดินออกมาจากตัวบ้าน เพื่อมาชะเง้อมองหน้าบ้าน
       “แม่สวัสดีครับ”
       “สวัสดีจ้ะ” แววรับไหว้
       “วัชอยู่หรือเปล่าครับ”
       “อยู่จ้ะ รอแป๊บนะ”
       แววหันมาทางวัชระที่แอบอยู่หลังห้องเก็บของ
       “วัช ธีมาหาน่ะลูก”
       วัชระค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากห้องเก็บของ ตามตัวมีหยากไย่ มีฝุ่นติดอยู่ แววตาไม่มีความกังวล มีแต่ความโล่งอก
       วัชระเดินออกไปหน้าบ้าน ธีธัชยังไม่ทันจะเห็นหน้าวัชระก็โวยวายดังลั่น
       “ไอ้วัช แกปิดมือถือทำไมวะ ฉันโทร.ตั้งแต่เช้าก็ไม่ติด”
       วัชระเดินไปพูดไป ด้วยน้ำหนักเสียงไม่ดังนัก
       “ไม่ต้องบ่นได้มั้ย ฉันขี้เกียจฟัง แล้วแกมาหาฉันมีอะไร”
       แววมองเห็นหยากไย่ มีฝุ่นเกาะตามตัววัชระแล้วส่ายหน้าด้วยความหนักใจ
       “จะรอดมั้ยเนี่ยลูกฉัน” แววบ่นอุบ
       
       ธีธัชมาขอให้วัชระไปปราบลำเภา เพื่อแก้แค้นที่โดนตีหัว ทั้งคู่เดินทางมาทำหลบเก้ๆ กังๆ อยู่ที่หน้าบ้านลำเภา วัชระอยู่ในชุดตำรวจเต็มยศดูขึงขัง
       “ถ้ายัยเด็กหนูตะเภาเห็นแกใส่ชุดตำรวจเต็มยศแบบนี้ ซีดแน่ๆ”
       “แล้วแกเป็นบ้าอะไร ทำไมต้องให้ฉันมาแกล้งน้องไอ้กริชมันด้วย”
       “ก็ฉันไม่ยอมให้ยายหนูตะเภาได้ใจ ตีหัวฉันแล้วก็ยังลอยนวล ฉันลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะแจ้งความ ก็ต้องทำตามที่พูด”
       วัชระส่ายหน้า
       “ทำไมฉันต้องมาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ด้วยเนี่ย”
       “เอาน่า ถือว่าช่วยเพื่อน เอางี้..แกไม่ต้องพูดอะไรมาก เดี๋ยวฉันเป็นคนจัดการเอง งานนี้มีเฮ”
       วัชระอึกๆอักๆ จะห้าม แต่ธีธัชไม่สนใจ หันไปกดออดอย่างมั่นใจ
       
       เสียงออดดังเข้ามาในบ้าน ซ้อนกับเสียงเครื่องเป่าผมที่ลำเภากำลังเป่าหูให้น้องหมาสามตัวที่นั่งหลับตาพริ้มหลังจากเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ลำเภาชะงักมือนิดๆ เสียงออดดังอีก
       “อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวหม่ามี๊มาเป่าหูต่อ”
       ลำเภาลุกไปส่องดูหน้าบ้าน แล้วก็ชะงัก จนต้องเพ่งดูอีกรอบ
       “นายธีธัช” ลำเภาหยีตาเพ่งอีกรอบ
       “ตำรวจ”
       ลำเภาอดแปลกใจไม่ได้
       
       ที่หน้าบ้าน วัชระในชุดตำรวจซึ่งหน้าตาไม่ค่อยเต็มใจที่จะรับงานนี้นัก แต่ธีธัชตรงกันข้ามยืนยิ้มกวนอย่างมั่นใจ ลำเภาเดินออกมาพลางคิดว่า ธีธัชจะมาไม้ไหนกันแน่
       “ไง กลัวหรือไง กดตั้งนานไม่ออกมาสักที มายอมรับผิดซะดีๆ ยัยหนูตะเภา”
       “ลำเภาย่ะ นี่นายหมาใหญ่ใจเสาะ”
       ธีธัชรีบสวนทันที
       “ฉันชื่อ ธีธัช เรียกฉันเป็นหมาได้ยังไง นี่มันหมิ่นประมาทชัดๆ คุณตำรวจจัดการเลยครับ”
       “ก็เมื่อกี๊นายยังเรียกฉันว่า “หนูตะเภา” ได้เลย ทำไมฉันจะเรียกนายเป็น “หมา” ไม่ได้ หนูกับหมาไม่ได้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันหรือไง”
       “ย้อน ย้อน จะโดนจับเข้าคุกแล้วยังจะมาย้อนอีกเหรอ”
       วัชระรีบห้าม
       “เอาละครับ ผมว่าเราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ก่อนที่จะไร้สาระ เอ่อ บานปลายมากไปกว่านี้”
       ลำเภาหันมาทางวัชระ
       “คุณตำรวจคะ เค้าแจ้งความว่ายังไงคะ”
       “เค้าบอกว่าถูกทำร้ายร่างกาย” วัชระอึกอักนิดๆก่อนตอบ
       “ใช่ โดนเต็มๆ หัวแตก เลือดอาบ และเธอจะต้องรับผิดชอบ ติดคุกหัวโตแน่ๆ” ธีธัชเชิดหน้าใส่
       ลำเภามองหน้าธีธัช แล้วหมั่นไส้ หันกลับมาสวนใส่วัชระเป็นชุดอย่างยาว
       “แล้วเค้าไม่ได้บอกเหรอคะว่าเค้าบุกรุกเข้ามาในบ้านฉัน ทำตัวเหมือนขโมยมุดรั้วเข้ามาในบ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาต จะให้ฉันไปโรงพักเพื่อแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันไว้หรือเปล่าล่ะ? ได้นะ ฉันมีกล้องวงจรปิด บันทึกภาพไว้ครบถ้วน”
       ธีธัชเริ่มชะงัก วัชระเลิ่กลั่กนิดๆ
       “แต่ถ้าจะให้ฉันรับผิดก็ได้ โทษฐานทำร้ายร่างกายอย่างมากก็ไม่กี่ร้อย แต่ก่อนจ่ายฉันขอเฉาะหัวให้เลือดอาบอีกสักทีแล้วกัน เพื่อความสะใจ” ลำเภาใส่ต่อ
       ลำเภาพูดจบก็หันไปคว้าแท่งเหล็กที่วางอยู่ริมรั้วหน้าบ้านมาทันที
       ธีธัชกับวัชระตกใจ
       “ขอฟาดอีกสักที ครั้งนี้จ่ายเบิ้ลให้อีกเท่าตัวนึงเลย” ลำเภาง้างมือขึ้นจะตีธีธัช
       ธีธัชสะดุ้งสุดตัวร้อง “เอ้ย “
       วัชระร้องด้วยความลืมตัว
       “ไอ้ธีระวัง”
       ลำเภาชะงักมือทันที
       “ไอ้ธี? นี่ รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเหรอเนี่ย”
       ลำเภามองหน้าวัชระอีกทีแล้วคิดถึงหน้าคุ้นๆ เมื่อนึกถึงรูปสามหนุ่มที่ติดอยู่ในห้องของกริชชัยก็ร้องอ๋อ..ทันที
       “เพื่อนคุณกริช นี่แสดงว่าทั้งสองคนรวมหัวกันแกล้งฉันใช่มั้ย”
       “เอ่อ…คือ” วัชระเริ่มอึกๆอักๆอย่างเห็นได้ชัด
       แผนที่ธัชวางไว้ แตกกระทันหัน ธีธัชคิดไม่ทันว่าจะแก้สถานการณ์นี้อย่างไร
       ลำเภาส่งเสียงดัง เรียกแก๊งน้องหมา
       “เป็นต่อ พอใจ ล่ำ”
       เดอะแก๊งสุนัขที่เธอเลี้ยงไว้ถึง 3 ตัวพากันเห่าขึ้นพร้อมกันสนั่นลั่นบ้าน เล่นเอาธีธัชและวัชระตกใจ
       “ลุย”
       เดอะแก๊งสามช่าวิ่งพุ่งมาที่หน้าบ้านและวิ่งตรงไปที่วัชระ และธีธัชอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนร้องลั่นด้วยความตกใจ
       สองหนุ่มรีบวิ่งหนีขึ้นรถอย่างรวดเร็วโดยมิได้นัดหมาย
       วัชระขึ้นทางฝั่งคนขับ ธีธัชขึ้นทางฝั่งคนนั่ง แล้วก็นึกได้ที่นั่งสลับกัน จึงรีบวิ่งลงมาสลับข้างกันอีกที ขึ้นรถปุ๊บ ปิดประตู สตาร์ทรถแล้วก็รีบออกตัวไปอย่างรวดเร็ว เสียงเดอะแก๊งเห่าไล่ตามหลัง ลำเภายืนกอดอก จิกหางตา ด้วยความไม่พอใจ
       “หนอย นายหมาใหญ่ใจเสาะ กล้าดียังไงมาหลอกฉัน”
       ลำเภาสุดแค้นใจ คิดเอาคืนนายธีธัชให้ได้!!
       
       ลำเภาคิดว่า กริชชัยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงเดินทางไปที่บริษัท M Group และเดินเข้าไปยังห้องทำงานของกริชชัยเพื่อค้นหาความจริง
       “พี่ไม่รู้เรื่อง สองคนนั้นมันทะลึ่งทำของมันเอง พี่ไม่ได้ให้ท้ายจริงๆ”
       “ถ้าคุณกริชไม่รู้เรื่อง ก็ไปบอกให้ทั้งสองคนมาขอโทษเภาโดยเร็วที่สุด ถ้าพวกเขาไม่ยอมมาขอโทษ” ลำเภาเสียงเย็น โหด และจริงจัง
       “เภาจะฟ้องคุณน้าพวงแข ว่าเพื่อนคุณกริชไม่ได้เรื่องจะพากันเสียผู้เสียคน แล้วจะให้คุณน้าบังคับให้คุณกริชขายคอนโดกลับไปอยู่บ้าน และเภากับแม่ก็จะไปอยู่ด้วย อย่าหวังเลยว่าจะได้ไปอยู่คอนโดใหม่ด้วยกันสามคน”
       “อ้าว ทำไมพี่ต้องซวยเพราะไอ้สองคนนั้นด้วยหล่ะ”
       “ก็เพราะเขาเป็นเพื่อนคุณกริช คุณกริชต้องรับผิดชอบ”
       ลำเภาพูดจบก็ยืนตัวตรงหน้านิ่งไม่ใส่ใจโลก
       “บอกสองคนนั้นให้ไวด้วย เภาไม่ชอบรอ”
       ลำเภาหันหลังเดินออกจากห้อง กริชชัยส่ายหน้าพลางหยิบมือถือมาส่งข้อความหาวัชระ และธีธัช
       
       รถของธีธัชแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านวัชระ ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือธีธัช มีเสียงข้อความบีบีเข้า ธีธัชหยิบมาอ่านแล้วก็หันมาบอกวัชระ
       “ไอ้กริชให้เราสองคนไปเจอกันที่คอนโดคืนนี้ บอกว่ามีเรื่องต้องเคลียร์”
       วัชระส่ายหน้าพลางว่า
       “โดนด่าชัวร์ ฉันไม่น่าบ้าจี้ไปกับแกเลย ถ้าคืนนี้ได้กริชมันด่าเรื่องนี้ แกก็บอกมันด้วยแล้วกันว่าฉันไม่เกี่ยว”
       วัชระลงจากรถ ปล่อยให้ธีธัชหน้าจ๋อย
       “ยัยเด็กขี้ฟ้อง เจอคราวหน้าจะแกล้งยิ่งกว่านี้อีก คอยดูนะยัยหนูตะเภา”
       ธีธัชนึกถึงลำเภาด้วยความแค้น
       
       อรุณศรีเดินคุยโทรศัพท์กับสุพรรณิการ์ระหว่างทางเดินของบริษัท
       “ฝ้าย ยังอยู่แถวออฟฟิศฉันหรือเปล่า? แวะมารับหน่อยนะ คืนนี้จะไปนอนด้วย จ้ะแล้วเจอกัน”
       หลังอรุณศรีวางสายแล้ว เธอเดินเลี้ยวออกมาออกมาทางมุมตึกสวนกับลำเภาที่เดินออกมาพอดี ทั้งลำเภาและอรุณศรีต่างคนต่างมองหน้าและยิ้มให้กันนิดๆ ตามประสาคนมีมารยาท
       แต่เมื่อลำเภามองหน้าอรุณศรีเต็มๆตาถึงกับชะงัก ลำเภานึกถึงภาพวาดอรุณศรีในห้องกริชชัย และยังจำคำพูดของกริชชัยที่ว่า อรุณศรีเป็นพนักงานบริษัท
       ลำเภารีบหันขวับไปทางอรุณศรีทันที
       “คุณคะ”
       อรุณศรียังไม่หยุดเดินจนลำเภาต้องเรียกอีกที
       “คุณเสื้อขาวน่ะค่ะ “
       อรุณศรีชะงักหยุดเดินมองดูเสื้อตัวเอง
       “เรียกฉันเหรอคะ”
       ลำเภายิ้มนิดๆ แล้วก็เดินมาหา
       “ค่ะ คือ ฉันจะไปห้องน้ำน่ะคะ ห้องน้ำอยู่ทางไหนคะ”
       “เดินตรงไปทางนี้นะคะ แล้วก็เลี้ยวซ้าย ห้องน้ำจะอยู่ทางขวามือค่ะ”
       “ขอบคุณค่ะ”
       อรุณศรียิ้มรับแล้วทำท่าจะเดินไปต่อ ลำเภาถามขึ้นอีก
       “เดี๋ยวค่ะ คือว่า แถวนี้มีร้านกาแฟร้านขนมหรือเปล่าคะ”
       “มีค่ะ ออกไปหน้าบริษัทเลี้ยวขวาไปนิดเดียวก็เจอแล้วค่ะ”
       อรุณศรีตอบพลางยิ้มให้ ลำเภายิ้มรับ อรุณศรีหันหลังจะไปต่อ ลำเภาถามขึ้นอีก
       “แล้วร้านอาหารอร่อยๆ ล่ะคะ มีหรือเปล่า”
       อรุณศรีหันมาตอบอย่างคนอารมณ์ดี
       “ก็มีนะคะ แต่ไม่รู้ว่าจะถูกปากหรือเปล่า ร้านอยู่ติดกับร้านขนมเลยค่ะ เจ้าของเดียวกัน”
       คราวนี้อรุณศรียืนรอ เผื่อลำเภาจะถามอีก เป็นจริงอย่างที่เธอคิด
       “แล้วไปรษณีย์ล่ะคะ? แถวนี้มีหรือเปล่า”
       “ไปรษณีย์ใหญ่ไม่มี มีแต่ไปรษณีย์ย่อย ส่งจดหมายได้ แต่ส่งพัสดุไม่ได้นะคะ อยู่ในตึกข้างๆ นี่เองค่ะ”
       ลำเภาไม่วายจะถามต่ออีก
       “แล้วร้านตัดขนหมา กับคลินิกรักษาสัตว์ มีหรือเปล่าคะ”
       “มีค่ะ ข้ามถนนไปอีกฝั่งนึงนะคะ อยู่ติดกันเลยค่ะ”
       ลำเภายิ้มชอบใจในตัวอรุณศรี
       “ขอบคุณมากนะคะ ที่ตอบคำถามทุกอย่างโดยไม่หงุดหงิด”
       ที่แท้ ลำเภากำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างของอรุณศรี ผู้หญิงในฝันของกริชชัย
       “ฉันเข้าใจค่ะ ตอนมาทำงานใหม่ๆ ก็ต้องถามคนอื่นแบบนี้เหมือนกัน” อรุณศรีว่า
       “ฉันไม่ได้ทำงานที่นี่หรอกค่ะ ฉันแวะมาหาพี่ชายน่ะค่ะ คุณกริชชัย พงษ์โภคิน เป็นพี่ชายฉันเอง” ลำเภาบอกความจริง
       อรุณศรีสะดุดใจ อึ้งเล็กน้อยเมื่อทราบว่า ลำเภาเป็นน้องสาวของกริชชัย
       “ฉันชื่อลำเภา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณอรุณศรี” ลำเภาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ
       อรุณศรีนึกไม่ถึงว่า ลำเภาจะรู้ชื่อจริงของเธอ ลำเภายิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งความงุนงงให้กับอรุณศรี
       “รู้จักชื่อเราได้ยังไง” อรุณศรีคิดในใจ
       
       เย็นวันเดียวกันนั้น ลำเภายังคงเดินอยู่ในที่ทำงานของกริชชัยและกำลังกดข้อความหากริชชัยอย่างอารมณ์ดี
       โทรศัพท์ของกริชชัยมีข้อความเข้า กริชชัยกดอ่าน
       “เภาเจอคุณอรุณศรีแล้วนะ เภาเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณกริชถึงชอบเธอ”
       พออ่านข้อความแล้ว กริชชัยก็ยิ้มอย่างมีความสุข แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อภาพที่ปรานต์หอมแก้มอรุณศรีเมื่อเช้านี้ ผ่านเข้ามาในความคิด
       
       กริชชัยหุบยิ้มนั้นลงทันที พร้อมกับทอดถอนใจ
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 23 อวสาน
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 22
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 21
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 20
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 24 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 23 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
4 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014