หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามหนุ่มเนื้อทอง

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
21 ธันวาคม 2554 12:14 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 11 (ต่อ)
       
       ที่ห้องของกริชชัยภายในบ้านลำเภา กริชชัยกำลังใช้ผ้าคลุมภาพวาดของอรุณศรีเพื่อเตรียมขนย้ายไปอยู่ที่คอนโด ลำเภายื่นหน้าเข้ามาในห้องนอนแล้วถามขึ้น
       
       “พี่กริชไปขอเป็นเพื่อนเนี่ยนะ เป็นเพื่อนทำไม ทำไมไม่ขอเป็นแฟน”
       “กลัวเค้าปฎิเสธ”
       “พี่กริช ป๊อดอ่ะ…ไม่ใจเลย”
       “เราเองก็ควรจะทำตัวป๊อดเหมือนพี่บ้าง ไม่ใช่จะกล้า ก๋ากั่นไปซะทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องนายธี”
       “หมาใหญ่ของเภาน่ะเหรอ” ลำเภาลอยหน้าไม่สนใจคำพูดกริชชัย
       “ยังไม่เลิกเรียกว่ามันเป็นหมาอีก ไม่น่ารักเลย รู้หรือเปล่า”
       “แล้วทีเค้าดูถูกว่าเภาต้องเป็นแฟนกับหมา มันน่ารักยังไง”
       “หม่ามี๊พูดถูกมั้ย” ลำเภาหันไปถามเป็นต่อ กับพอใจที่มาช่วยกริชชัยเก็บของ
       สุนัขแสนรู้ทั้งสองแสดงอาการว่าเห็นด้วย ลำเภาหันไปยิ้ม
       “เห็นมั้ย เป็นต่อ พอใจ ยังเห็นด้วยเลย พี่กริชก็ต้องเห็นด้วยกับเภา”
       “อ้าว..พี่ไม่ใช่หมาของเภานะ”
       “ถึงไม่ใช่ก็ต้องเห็นด้วย เพราะคนที่ผิดไม่ใช่เภา แต่เป็นผู้ชายเจ้าชู้ ปากพล่อย อย่างนายธี อยากมาทำปากดีกับเภา มันก็ต้องเจอแบบนี้แหละ ว่าแล้วก็โทร.หาหน่อยดีกว่า”
       กริชชัยผงะ หันขวับมา
       “จริงดิ”
       
       ธีธัชกำลังยกน้ำหนักอยู่ในชุดเสื้อกล้ามเซ็กซี่ในฟิตเนส มีสาวแท้ สาวเทียม เก้ง กวาง บ่าง ชะนี มองกันตาเป็นมัน
       ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือธีธัชก็ดังขึ้น ธีธัชหยิบมาดู ขึ้นชื่อ “ยัยหนูตะเภา”
       “ยัยหนูตะเภา จะโทร.มากวนประสาทอะไรอีกเนี่ย” ธีธัชบ่นอุบ
       ระหว่างที่ธีธัชคิดจะรับหรือไม่รับโทรศัพท์ดี สุดท้ายธีธัชก็ตัดสินใจรับ
       “ว่าไง ยัยหนูตะเภา”
       
       ลำเภาคุยโทรศัพท์กับธีธัชหน้าตาเฉย
       “พรุ่งนี้เป็นวันหยุด ไม่ต้องไปทำงาน”
       “ฉันไม่ใช่กรมแรงงาน โทร.มาแจ้งทำไมไม่ทราบ” ธีธัชตอบอย่างกวนๆ ใส่ลำเภา
       ลำเภาสวนกลับไปเหมือนเดิม
       “เป็นแฟนกัน วันหยุดก็ต้องเจอกัน ทำเป็นลืมไปได้ พรุ่งนี้ว่างพาไปกินข้าวด้วย เดี๋ยวส่งชื่อร้านกับแผนที่ไปให้ สี่โมงเย็นเจอกันที่ร้าน แค่นี้นะ มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้”
       ลำเภาพูดจบก็วางสายไปเลย ธีธัชถึงกับอ้าปากค้าง
       “เฮ้ย อะไรวะ พูดเอง เออเอง สรุปเอง แล้วก็วางไปเลย ยัยหนูตะเภานี่เล่นไม่เลิกนะ..(คิด) แต่ก็ดี..พรุ่งนี้เจอกัน จะได้คุยให้เด็ดขาดไปเลย ขืนปล่อยไว้ หญิงหายหมด”
       
       อรุณศรีและสุพรรณิการ์นัดปรานต์มายังสวนอาหารแห่งหนึ่งในตอนกลางวัน ทั้งสามคนนั่งอยู่ในมุมที่เป็นส่วนตัว เมื่อปรานต์มาถึงก็เริ่มบ่นในทันที
       “ทำไมต้องนัดมาร้านอาหารด้วย คุยที่ที่มันส่วนตัวกว่านี้ไม่ได้หรือไง”
       “ไม่ได้ ถ้ามีคนอยากได้เงินจนหน้ามืดทำร้ายฉัน มันจะไม่มีคนช่วย ตอนไม่ร้อนเงินยังไม่น่าไว้ใจ จนตรอกแบบนี้ยิ่งไว้ใจไม่ได้” สุพรรณฺการ์เชิดหน้าอย่างเหยียดใส่ปรานต์
       ปรานต์มองสุพรรณิการ์ด้วยความแค้น อรุณศรีทำหน้าลำบากใจ สุพรรณิการ์พูดต่อทันที
       “แล้วนี่จะเอาเงินไปทำอะไร ตั้งเยอะแยะ เล่นบอลหรือเปล่าเนี่ย”
       “ไม่ได้เล่น! ฉันเอาเงินไปลงทุน นี่...จะให้ยืมเงินก็ไม่ต้องมาถามโน่นถามนี่ เรื่องมากจริงๆ” ปรานต์ทำเสียงเขียวใส่
       “เงินตั้งหลายแสน ไม่ใช่พันสองพัน ถ้าไม่ให้ถามก็กลับไปเลย ไม่ให้ยืม”
       ปรานต์กัดฟันกรอด..พยายามจะระงับความโกรธอย่างถึงที่สุด อรุณศรีเกรงว่าเรื่องจะไปกันใหญ่จึงเตือนเพื่อน
       “ฝ้าย...พอเถอะ เดี๋ยวจะไปกันใหญ่”
       สุพรรณิการ์มองหน้าปรานต์ด้วยความหมั่นไส้ แต่หันมาเห็นหน้าอรุณศรีแล้วก็ใจอ่อน ยื่นเอกสารส่งให้ปรานต์
       “นี่สัญญาเงินกู้ เซ็นซะ แล้วก็เอาเงินไป” สุพรรณิการ์ควักซองเงินขึ้นมาชูล่อตา ราวกับจะเยาะเย้ย
       ปรานต์มองซองเงินด้วยแววตาเป็นประกาย ปรานต์รีบก้มหน้าอ่านสัญญา
       “ยัยทอมเขี้ยว นี่เธอคิดดอกเบี้ยฉันด้วยเหรอ”
       สุพรรณิการ์อ้าปากยังไม่ทันจะพูด อรุณศรีพูดสวนแทนเพื่อน
       “ปรานต์เรียกฝ้ายให้ดีๆหน่อย อย่าหยาบคายให้มันมากนัก ฝ้ายเป็นเพื่อนแอ๊ว เค้าอุตส่าห์เห็นใจให้ยืมเงินนะ”
       “ห้ยืม แต่ก็คิดดอก จะต้องเรียกดีๆทำไม ถ้าให้มาฟรีๆไม่ต้องคืนเมื่อไหร่ จะเรียก คุณฝ้ายให้ดู”
       สุพรรณิการ์มองเหยียด
       “ฝันไปเถอะ สี่แสนสำหรับคำว่าคุณฝ้ายมันแพงเกินไป แต่สี่แสนแล้วทำให้เพื่อนฉัน ตาสว่าง.. ฉันยอม”
       ปรานต์สะอึกหันมามองอรุณศรี แต่อรุณศรีไม่อยากสบตาปรานต์ จึงเฉไฉเลื่อนปากกาให้มาปรานต์
       “ปรานต์รีบๆ เซ็น จะได้รีบเอาเงินไปให้ที่บริษัท นัดเค้าไว้หกโมงไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็สายหรอก”
       ปรานต์เริ่มหวาดหวั่นในใจอย่างแรง แต่ด้วยความกังวลเรื่องเงินเลยต้องทิ้งเรื่องอื่นไว้ก่อน หลังเซ็นชื่อในสัญญากู้เงินเป็นที่เรียบร้อยจึงส่งคืนสุพรรณิการ์
       สุพรรรฺการ์หยิบสัญญาขึ้นมาดูอย่างละเอียด ก่อนจะส่งซองเงินให้ ปรานต์รีบรับมาเปิดซองนับเงินทันที
       สุพรรณิการ์มองด้วยแววตาเหยียดๆ ส่วนอรุณศรีมองปรานต์ด้วยความสังเวชใจ
       
       ประตูร้านอาหารถูกเปิดออก ปรานต์รีบเดินออกมา อรุณศรีเดินตามออกมาส่ง
       ปรานต์หันกลับไปมองเพื่อให้แน่ใจว่าห่างจากสุพรรณิการ์แล้วจึงถามอรุณศรี
       “ยัยทอมเขี้ยว มันบอกว่าจะทำให้แอ๊วตาสว่าง...แปลว่าอะไร”
       “เลิกเรียกฝ้ายแบบนั้นได้แล้ว ฝ้ายไม่ใช่ทอม” อรุณศรีชักสีหน้า
       “มันแอ๊บไว้น่ะสิ .. ปรานต์ขอเตือนเลยนะ ยัยเนี่ยไม่น่าไว้ใจ มันต้องอยากได้แอ๊วแน่ๆ”
       อรุณศรีร้องขึ้นด้วยความตกใจ
       “ปรานต์ พูดทุเรศ แอ๊วกับฝ้ายเป็นเพื่อนกัน ไม่ได้เป็นอย่างที่ปรานต์คิด แอ๊วจะกลับกับฝ้าย ไม่ต้องมารับนะ ขี้เกียจรอ”
       อรุณศรีพูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าร้านไปเลย ปรานต์ยังมองตาม ด้วยแววตาไม่วางใจ.. ปรานต์เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนไปของอรุณศรี จนแอบหวั่นไหวในใจลึกๆ
       
       อรุณศรีเดินกลับมานั่งลงข้างๆ สุพรรณิการ์ด้วยความเหนื่อยใจ
       “ฉันว่า..ถ้าแกแต่งงานกับไอ้ปรานต์เมื่อไหร่ แกกับฉันได้เลิกคบกันแน่”
       “ทำไม”
       “แกก็รู้ว่าฉันกับไอ้ปรานต์ เกลียดกันขนาดไหน คุยกันได้ไม่เกินสิบนาที นี่ถ้ามันไม่อยากได้เงินฉัน มันคงไม่ทนฟังฉันด่านานขนาดนี้ ถ้าแกแต่งกับมัน ฉันคงคบกับแกไม่ได้”
       “ฉันไม่เข้าใจ ในเมื่อฉันยังเป็นเหมือนเดิม เป็นคนเดิม ทำไมแกถึงคบกับฉันไม่ได้”
       “แกแน่ใจเหรอว่าจะเหมือนเดิม เป็น “แฟน” กับเป็น “เมีย” มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้แกอาจจะเมินมัน เลือกฉัน แต่พอแต่งไปแล้ว มันคงไม่ง่าย .. เอาเข้าจริงๆ ระหว่าง "เพื่อน” กับ “ผัว” ไม่ว่าใครก็ต้องเลือกอย่างหลัง ฉันก็จะเป็นคนที่โดนเฉดหัวออกจากชีวิตแก”
       อรุณศรีครุ่นคิดด้วยความหนักใจและยิงคำถามยากใส่เพื่อนรัก
       “แล้วแกคิดว่า..ถ้าฉันแต่งงานกับปรานต์จริงๆ มันจะอยู่กันรอดมั้ย”
       สุพรรณิการ์ได้แต่ยักไหล่เพราะไม่อยากตอบ ได้แต่สงสารอรุณศรีจับใจ
       
       เมื่อกลับถึงคอนโดห้องพัก สุพรรณิการ์วางซองสัญญาเงินกู้และกระเป๋าไว้บนโต๊ะ พลางครุ่นคิด
       “เราจะทำยังไงให้แอ๊วมันเลิกยุ่งกับไอ้ปรานต์”
       สุพรรณิการ์ตาวาวนึกถึงกริชชัยขึ้นมาได้ จึงพุ่งตรงไปกดออดที่ห้องกริชชัยทันที
       
       ประตูห้องกริชชัยเปิดออก คนที่ออกมาเปิดประตูไม่ใช่กริชชัย แต่เป็นวัชระ เขามองหน้าสุพรรณิการ์ด้วยความแปลกใจ
       “ผมอยู่ของผมเงียบๆ ไม่ได้ทำเสียงเอะอะรบกวนสักนิด”
       “ฉันรู้หรอกน่า ฉันไม่ได้จะมาด่าอะไรสักหน่อย ที่มาวันนี้เพราะมีเรื่องจะถาม”
       วัชระรอฟัง
       “คุณกริชอยู่หรือเปล่า “
       “ไม่อยู่ไปทำงาน “
       “ดี จะได้คุยกันสะดวกๆ หน่อย”
       สุพรรณิการ์เดินเข้าไปในห้องกริชชัย วัชระร้อง
       “อ้าว เฮ้ยคุณ..ผมยังไม่ได้เชิญ”
       สุพรรณิการ์ตะโกนบอกวัชระ
       “รีบปิดประตู ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”
       วัชระงง ทำได้แต่ขมวดคิ้ว
       
       สุพรรณิการ์เริ่มต้นบทสนทนาในห้องกริชชัยที่ตกแต่งเกือบจะเสร็จเรียบร้อย บนโต๊ะมีภาพวาดของกริชชัยวางอยู่ แต่ยังไม่ได้เปิดผ้าคลุม ทั้งยังมีลังกระดาษใส่สัมภาระวางกระจายเป็นกลุ่มๆ วัชระรอฟัง
       “เรื่องคุณกริช ...ฉันอยากรู้ว่าคุณกริชมีแฟนหรือยัง? ถ้ามีเป็นใคร? ถ้าไม่มี..ทำไมถึงไม่มี? ที่สำคัญคุณกริชมีนิสัยชั่วๆ ที่จะเป็นภัยต่อผู้หญิงหรือเปล่า” สุพรรณิการ์ถามเป็นชุด
       “อยากรู้ไปทำไม”
       “ตอบมาเถอะน่า .. ฉันไม่ได้จะเอาข้อมูลไปจีบคุณกริชหรอกน่า ไม่ต้องห่วง”
       “รู้ เพราะทอมอย่างคุณคงไม่ชอบไอ้กริช”
       “จะให้บอกอีกกี่ครั้ง ว่าฉันเป็นผู้หญิงย่ะ ฉันไม่ได้เป็นทอม” สุพรรณการ์ตอบอย่างเซ็ง
       วัชระยิ้มกวนๆ แล้วตอบว่า
       “ผมไม่เชื่อถ้าคุณทำให้ผมเห็นความผู้หญิงในตัวคุณได้เมื่อไหร่ ผมถึงจะเชื่อ”
       สุพรรณิการ์มองวัชระด้วยหางตาอย่างไม่พอใจ
       “ส่วนเรื่องไอ้กริช ถ้าคุณคิดจะหาข้อมูลเพื่อเอาไปจับคู่ให้เพื่อน เลิกคิดเหอะ ขนาดตัวเองยังเอาไม่รอดเลย ก่อนจะหาแฟนให้คนอื่น หาให้ตัวเองก่อนดีมั้ย นี่เตือนด้วยความเป็นห่วงนะ ไม่ได้จะซ้ำเติม “
       วัชระอมยิ้มด้วยความสนุก
       “ก่อนที่จะเป็นห่วงคนอื่น เป็นห่วงตัวเองก่อนดีมั้ย กำลังจะโดนจับแต่งงานอยู่อีกไม่กี่วันนี้แล้ว ยังจะมาทำปากดี หาทางหนีงานแต่งให้ได้ก่อนเถอะ ก่อนจะมายุ่งเรื่องคนอื่น” สุพรรณิการ์ ย้อน เล่นเอาวัชระหุบยิ้มในทันที
       “เตือนด้วยความเป็นห่วงนะ ไม่ได้จะซ้ำเติม”
       สุพรณิการ์พูดจบก่อนจะสะบัดหน้าใส่วัชระด้วยความหมั่นไส้ แล้วก็เดินออกจากห้องของกริชชัย
       วัชระมองตามด้วยสีหน้าเครียด คิดด้วยความแปลกใจ
       “รู้ได้ยังไงวะ ว่าเราไม่อยากแต่งงาน”
       
       สุพรรณิการ์เดินออกมาจากห้องกริชชัย และรู้สึกโกรธเมื่อนึกถึงคำประชดของวัชระ
       “จะให้บอกอีกกี่ครั้ง ว่าฉันเป็นผู้หญิงย่ะ ฉันไม่ได้เป็นทอม”
       “ผมไม่เชื่อ ถ้าคุณทำให้ผมเห็นความผู้หญิงในตัวคุณได้เมื่อไหร่ ผมถึงจะเชื่อ... ส่วนเรื่องไอ้กริช ถ้าคุณคิดจะหาข้อมูลเพื่อเอาไปจับคู่ให้เพื่อน เลิกคิดเหอะ ขนาดตัวเองยังเอาไม่รอดเลย ก่อนจะหาแฟนให้คนอื่น หาให้ตัวเองก่อนดีมั้ย? นี่เตือนด้วยความเป็นห่วงนะ ไม่ได้จะซ้ำเติม”
       สุพรรณิการ์กัดฟันกรอด
       “นายหน้าหนวด... รู้จักไอ้ฝ้ายน้อยไปซะแล้ว”
       
       เย็นวันนั้น กรกนกเดินเข้ามาในห้องทำงานของสุพรรณิการ์ที่ชั้นบนของร้านสาดสุรา พร้อมกับถามขึ้นว่า
       “คุณฝ้ายเรียกกรมามีอะไรหรือเปล่าคะ”
       สุพรรณิการ์ชูหนังสือในมือ “วิธีสร้างเสน่ห์มัดใจชาย”
       “คุณกรคิดว่าหนังสือเล่มนี้มันใช้ได้จริงหรือเปล่า”
       กรกนกหยิบขึ้นมาพลิกดู ระหว่างนั้นสุพรรณิการ์พูดต่อ
       “ฉันอ่านไปครึ่งเล่มแล้วไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง”
       กรกนกพยักหน้ารับรู้และดูหนังสือต่อ
       “คุณกร..ฉันขอถามอะไรหน่อย คุณต้องตอบตรงๆ เลยนะ คุณคิดว่าฉันเป็นอะไร ผู้ชาย ผู้หญิงหรือว่า ทอม”
       กรกนกชะงักเงยหน้าขึ้นจากหนังสือวิธีสร้างเสน่ห์มัดใจชาย
       “เอ่อ...”
       “ตอบมาเถอะ ฉันไม่ไล่คุณออกหรอก ไม่ต้องห่วง”
       “คุณถามทำไมคะ มีใครว่าคุณฝ้ายเป็นทอมเหรอคะ”
       “ก็เกือบทุกคนที่เจอกัน โดยเฉพาะนายวัชระ เพื่อนคุณธี”
       “คุณวัชเนี่ยนะคะ”
       “ใช่ตัวดีเลย เจอทุกครั้งต้องประชดประชันเรื่องนี้ทุกที ฝ้ายก็เลยอยากจะเปลี่ยนตัว ให้อึ้งกันไปเลย”
       “เปลี่ยน..เพื่อเอาชนะคำสบประมาทของคุณวัชเหรอคะ”
       “เปล๊า !! ฉันก็แค่อยากเปลี่ยนหนุกๆ ขำๆ ฉันอยากลองเป็นเหมือนคุณ”
       กรกนกเลิกคิ้ว ก่อนจะย้ำ
       “เป็นเหมือนฉัน”
       “ใช่ ฉันอ่านหนังสือแล้วไม่เข้าใจ คุณกรสอนฉันหน่อยแล้วกัน ถ้าฉัน”สุพรรณิการ์ชี้หน้าตัวเองแล้วพูดต่อ
       “อยากเป็นแบบเนี้ย” สุพรรณิการ์ชี้มาที่กรกนกด้วยสีหน้าจริงจัง
       “ต้องทำยังไง”
       กรกนกมองหน้าสุพรรณิการ์แล้วครุ่นคิด
       
       ที่ร้านเสื้อผ้าสุภาพสตรีแห่งหนึ่งในเวลากลางวัน ราวเสื้อผ้าของร้านเรียงรายด้วยเสื้อผ้าอยู่เป็นอันมาก กรกนกเลือกเสื้อผ้าสุดเซ็กซี่แล้วยื่นให้สุพรรณิการ์ตัวหนึ่ง
       สุพรรณิการ์รับมาด้วยความลังเล ในใจบอกไม่ถูก แต่เกิดความรู้สึกหนึ่งคือ ไม่กล้าใส่ กรกนกกูรูจำเป็นต้องดันหลังให้สุพรรณิการ์เข้าไปยังห้องลองเสื่อ
       เพียงชั่วครู่ สุพรรณิการ์เดินออกมาในชุดเซ็กซี่ แต่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองมากนัก
       กรกนกดูพิจารณาแล้วจึงส่งให้อีก 5 ชุดเพื่อไปลอง สุพรรณิการ์มองตาค้างเพราะแต่ละชุดเซ็กซี่เสียเหลือเกิน
       สุพรรณิการ์เดินออกมาจากห้องลอง ทีละชุด ทีละชุด กรกนกยืนมอง บางชุดผ่านและบางชุดไม่ผ่าน
       สุพรรณิการ์ลองชุดตั้งแต่ยังอายๆ ไม่กล้าออกก้าวเข้ามาจากห้องลอง จนเริ่มกล้าขึ้น ตามลำดับ โดยเฉพาะ 2 ชุดให้หลังนี้ สุพรรณิการ์ยังทำท่าล้อเลียนพวกนางแบบที่เดินอยู่ในแคทวอล์ค จิกปลายเท้า โพสท่าอย่างมั่นใจ ชุดสวยพวกนี้ทำให้สุพรรณิการ์ดูเซ็กซี่ผิดหูผิดตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
       กรกนกยิ้มได้ความพอใจ
       ทั้งสุพรรณิการ์และกรกนกเดินออกมาจากร้านเสื้อด้วยใบหน้าชื่นบานมั่นใจ
       
       สุพรรณิการ์ และกรกนกเดินผ่านร้านเสริมสวย กรกนกดึงมือสุพรรณิการ์ไว้แล้วลากเข้าร้านเสริมสวยทันที สุพรรณิการ์เดินตามเข้าไปงงๆ ภายในร้านกรกนกเลือกแบบผม แล้วส่งให้ช่าง ช่างรับไปจัดการ
       ช่างทำผม เซ็ทผม กันคิ้ว ต่อขนตาถาวรให้สุพรรณิการ์อย่างรวดเร็ว หลังจากชุลมุนอยู่ในร้านเสริมสวย สุพรรณิการ์นั่งอยู่หน้ากระจกกับทรงผมใหม่ ที่ดูสวยเซ็กซี่ ขนตา ขอบตาคมเข้ม และหวานขึ้น
       สุพรรณิการ์มองตัวเองในกระจกด้วยความพอใจ กรกนกยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มนิดๆ ดีใจที่เห็นสุพรรณิการ์ชอบ
       
       ทันทีที่สุพรรณิการ์เดินออกจากร้านเสริมสวย ด้วยบุคลลิกใหม่ เธอแอบสังเกตว่า มีหนุ่มๆที่เดินผ่านไปผ่านมา หันมามองเธอด้วยความสนใจ สุพรรณิการ์ยิ้มนิดๆ พอใจ และหันมาทางกรกนกที่เดินอยู่ข้างๆ
       “คุณกรสุดยอดเลยอ่ะ ฝ้ายปรึกษาไม่ผิดคนจริงๆ ฝ้ายยังไม่คิดเลยว่าตัวเองจะสวยได้ขนาดนี้ นับถือจริงๆ”
       “ที่จริง คุณฝ้ายก็เป็นคนหน้าตาน่ารักอยู่แล้วนะคะ แต่ที่คนอื่นคิดว่าเป็นทอมคงเพราะบุคลิกมากกว่า”
       “บุคลิกอะไร
       “ก็ความเป็นคนตรงๆ โผงผาง พูดจาห้วนๆ ไม่มีคะ มีขา”
       สุพรรณิการ์นิ่งฟังอย่างตั้งใจ
       “ไม่มีจริตมารยา แล้วก็ไม่ออดอ้อน เอาใจ... ผู้ชายเค้าก็เลยไม่ชิน”
       สุพรรณิการ์พยักหน้าเห็นด้วย
       “มันเป็นแบบนี้นี่เอง คุณกรเข้าใจทั้งผู้ชาย แล้วก็เข้าใจเสน่ห์ของผู้หญิงแบบนี้นี่เอง ถึงมัดใจคนอย่างคุณธีไว้ได้”
       กรกนกชะงักแววตาหม่นลงเล็กน้อย
       “คนอย่างธี ไม่มีใครมัดเค้าไว้ได้ เค้าจะหยุดก็ต่อเมื่อยอมสยบด้วยตัวเอง กรไม่มีความสามารถมากขนาดนั้น”
       “หะ..ขนาดคุณกรยังไม่สามารถ แล้วจะมีผู้หญิงคนไหนสามารถเหรอเนี่ย”
       “มีค่ะ...กรมั่นใจว่ามี”
       กรกนกคิดถึงลำเภาขึ้นมาจับใจ
       
       ช่วงเย็นของวันเสาร์ ในขณะที่ธีธัชเดินเข้ามาที่ร้านอาหารแห่งนั้น เขาคิดถึงคำพูดของลำเภาขึ้นมา
       “เป็นแฟนกัน วันหยุดก็ต้องเจอกัน ทำเป็นลืมไปได้ พรุ่งนี้ว่างพาไปกินข้าวด้วย เดี๋ยวส่งชื่อร้านกับแผนที่ไปให้ สี่โมงเย็นเจอกันที่ร้าน แค่นี้นะ มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้”
       ธีธัชมองเข้าไปในร้าน พร้อมกับเชิดเล็กน้อยตามประสาคนหน้าตาดี
       “วันนี้ฉันต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง...ยัยหนูตะเภา”
       ธีธัชเดินเข้าไปในร้านอาหารที่นัดหมายด้วยความมุ่งมั่น
       
       ธีธัชเดินเข้ามาในร้าน เหลียวซ้ายแลขวา มองหาลำเภา พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับหญิงสาวน่ารักมาก คนหนึ่งนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง
       ธีธัชถึงกับสะดุดตาและกลับไปมองเพ่งดูอีกที ที่แท้ลำเภาในวันนี้แต่งตัวได้น่ารัก สวยสะดุดตา ไม่มีคราบเด็กกะโปโล หรือ หมอหมากวนประสาทแม้แต่น้อย ธีธัชอึ้งไป...ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
       “ยัย...หนูตะเภา”
       ลำเภานั่งยิ้มเหมือนคุยอยู่กับใครสักคน .
       “ได้ค่ะ..ไม่มีปัญหา เรื่องแค่นี้เอง เภาไม่คิดมากหรอกค่ะ”
       ธีธัชทำหน้าแปลกใจ..และค่อยๆ เลื่อนสายตาไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามลำเภา ผู้ชายในมาดนักธุรกิจ หน้าตากระเดียดไปทางญี่ปุ่น ไม่หล่อจัด แต่ดูดี มีฐานะ นั่งคุยอยู่กับลำเภา
       “ดีครับ..ผมชอบคนไม่คิดมาก” หนุ่มยุ่นยิ้มหน้าแดงก่ำ
       ธีธัชแอบหวงลำเภาขึ้นในใจ
       “ใครวะ?”
       
        ธีธัชแอบร้อนอกร้อนใจโดยไม่ทันรู้ตัว
       
       อ่านต่อตอนที่ 12

หน้าที่แล้ว
1 | 2
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 23 อวสาน
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 22
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 21
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 20
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 21 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 20 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
4 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014