หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามหนุ่มเนื้อทอง

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
22 ธันวาคม 2554 09:02 น.
1 | 2
หน้าถัดไป

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่  12

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่  12

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่  12

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่  12

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่  12

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่  12

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่  12

สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 12
       
       ลำเภายิ้มให้เมื่อเห็นธีธัชเดินเข้ามายังโต๊ะที่เธอนั่งอยู่กับหนุ่มชาวญี่ปุ่น ธีธัชยิ้มตอบให้อย่างลืมตัว ลำเภาหันไปบอกชายชาวญี่ปุ่นที่เธอนั่งคุยด้วย
       
       “แฟนฉันมาแล้วค่ะ”
       ชายชาวญี่ปุ่นหันมามองธีธัช ลำเภาแนะนำ
       “คุณปีเตอร์คะ นี่ธีธัชแฟนเภาค่ะ... ธีคะ นี่คุณปีเตอร์เป็นนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เค้ามาจีบเภาค่ะ”
       ธีธัชผงะจ้องตรงไปที่ชายคนนั้นทันที
       “ใช่ครับ ผมเห็นคุณลำเภานั่งอยู่คนเดียว คุณลำเภาเป็นคนสวย ผมก็เลย เข้ามาคุย” ชายญี่ปุ่นยิ้มรับหน้าบาน
       “สวย” ธีธัชลิกคิ้วย้ำเหมือนไม่แน่ใจ
       “โอ๊ะๆ ไม่ใช่แค่สวย แต่น่ารัก แล้วก็ฉลาดด้วย เสียดายที่มีแฟนแล้ว”
       ชายชาวญี่ปุ่นหันมามองลำเภา พร้อมกับส่งยิ้มหวาน ลำเภายิ้มรับนิดๆ ธีธัชเห็นแล้วแอบหวงโดยไม่รู้ตัว ธีธัชเอามือจับหัวลำเภาหมุนหันหน้ามาทางตัวเอง
       ลำเภาหุบยิ้มมองหน้าธีธัชด้วยแววตาเคือง
       “เล่นตลกไรเนี่ย นี่ลงทุนจ้างผู้ชายมาจีบเลยเหรอ” ธีธัชถามลำเภา
       ลำเภาปัดมือธีธัชออกจากหัว
       “ดูถูก” ลำเภาว่า
       “คุณลำเภาไม่ได้จ้างนะครับ ผมมาเอง นี่ครับ..นามบัตรผม ผมเป็นเจ้าของโรงงาน ผมไม่ต้องรับจ้าง ถ้าไม่เชื่อโทร.ไปถามได้ครับ” หนุ่มชาวแดนอาทิตย์รีบบอกพร้อมยื่นนามบัตรส่งให้ธีธัช
       ธีธัชรับมาดู แล้วก็อึ้งไป ลำเภามองหน้าธีธัชแล้วยักคิ้วกวนๆ ให้ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นรีบขอตัวอย่างมีมารยาท
       “ผมไม่รบกวนแล้วนะครับ เชิญตามสบาย ยินดีที่ได้รู้จักครับ” หนุ่มญี่ปุ่นส่งยิ้มหวานให้ลำเภา
       “เช่นกันค่ะ” ลำเภายิ้มตอบ
       ชายยุ่นก้มหัวลาธีธัชตามประเพณีนิยมแล้วก็เดินออกไป ธีธัชหันมาทางลำเภา ลำเภาลอยหน้าอย่างมั่นใจ ธีธัชแอบยิ้มเจื่อนคิดไม่ถึงว่า ยัยหนูตะเภาจะมีคนมาจีบ
       
       อาหารถูกนำมาวางบนโต๊ะ ลำเภากำลังจะลงมือกินอย่างมีความสุข ธีธัชทนไม่ได้พูดขัดขึ้น
       “มีผู้ชายสายตาไม่ค่อยดี หลงมาจีบแค่คนเดียว ไม่ต้องมาทำเป็นสบายใจขนาดนี้ก็ได้”
       “ใครกันแน่ที่สายตาไม่ดี ฉันหน้าตาน่ารักขนาดนี้ ยังดูไม่ออกอีก ตาต่ำ”
       “หลงตัวเอง” ธีธัชประชด
       “ก็น้อยกว่าคนบางคน” ลำเภาพูดกวนพลาง ปรายตามาทางธีธัช
       “ฉันเป็นคนหน้าตาดีจริงๆ ถึงได้กล้าหลงตัวเอง หน้าตาขนาดฉัน ถ้าไม่หลงตัวเองก็แย่แล้ว” ธีธัชสวนน้ำเสียงจริงจังและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
       “แล้วหน้าตาฉันไม่ดีหรือไง ถึงหลงตัวเองไม่ได้ ดูให้ดีๆ แล้วตอบมาสิว่า..น่ารักหรือเปล่า” ลำเภายื่นหน้ามาเข้ามาถาม
       ธีธัชมองหน้าลำเภาตามคำท้า  สังเกตเห็นเนื้อผิวขาวละเอียดบนใบหน้า ซึ่งถูกแต่งพอบางๆ ใสๆ ผมรวบสบายๆ ดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก ธีธัชแอบตกตะลึงชั่วครู่ แล้วก็รีบดึงตัวเองออกมา
       “ก็....งั้นๆ พอดูได้” ธีธัชพูดพลางกลบเกลื่อนด้วยการก้มหน้าทำเป็นจะกินอาหาร
       “น่ารัก...แต่ไม่กล้าพูดล่ะสิ แค่ชมแฟนตัวเองก็ยังไม่กล้า” ลำเภา พูดลอยๆ
       ธีธัชเงยหน้าจากจานอาหารทันที
       “ฉันไม่ใช่แฟนเธอ” ธีธัชเผลอพูดเสียงดัง
       “จริงเหรอครับ” เสียงชายชาวญี่ปุ่นคนเดิมโพล่งขึ้น ธีธัชตกใจเล็กน้อย
       ชายญี่ปุ่นกลับมายืนอยู่ข้างๆ ธีธัช
       “มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้ว..มาทำไมอีกเนี่ย”
       “ผมจะกลับแล้วครับ เลยมาบอกลา แต่พอเดินมาถึงก็ได้ยินพอดี .. ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆเหรอครับ” ธีธัชถึงกับสะอึกพูดไม่ออก เหมือนมีอะไรบางอย่างมาปิดปากไว้
       ลำเภาเห็นอาการของธีธัชแล้วก็อมยิ้ม
       “ธีเค้าพูดเล่นน่ะค่ะ โชคดีนะคะคุณปีเตอร์ ซาโยนาระค่ะ”
       “ไม่ครับ ไม่ซาโยนาระ เราต้องเจอกันอีก ถ้าคุณลำเภาไปญี่ปุ่นติดต่อผมได้ทันที ผมต้อนรับเต็มที่...  สวัสดีครับ“ ชายญี่ปุ่นย้ำก่อนอำลา
       “สวัสดีค่ะ”
       ชายหนุ่มยิ้มจริงใจให้ลำเภา ก่อนจะหันมาทางธีธัช
       “คุณโชคดีมากๆ ที่ได้แฟนน่ารักแบบนี้”
       ธีธัชยิ้มรับแห้งๆ ธีธัชค่อยๆหันมาทางลำเภา แล้วก็สะดุ้งนิดๆ เพราะลำเภากำลังมองเขาด้วยแววตายิ้มเยาะ อย่างกวนประสาท ธีธัชทนไม่ได้ถึงกับโพล่งถามออกมา อย่างร้อนตัว
       “ยิ้มอะไร? ยัยหนูตะเภายิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไง”
       
       หลังออกจากร้านอาหาร ลำเภาเดินมาตามทางในห้างคอมมูนิตี้มอลล์แห่งหนึ่งด้วยแววตายิ้มกริ่มอย่างมีความสุข ธีธัชเดินตามอยู่ทางด้านหลัง ธีธัชตะโกนถาม
       “นี่...ตกลงจะตอบหรือไม่ตอบว่ายิ้มอะไร นั่งกินข้าวไป ยิ้มไป แววตามันบอกว่าเธอคิดว่า..เธอชนะฉันใช่มั้ย”
       ลำเภาหันมาลอยหน้าลอยตาตอบ
       “ร้อนตัว”
       “ใครร้อนตัว ฉันไม่ได้ร้อนตัวสักหน่อย ฉันจะร้อนตัวทำไม แค่มีผู้ชายมาจีบแค่คนเดียว มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉันสักนิด เพราะเธอกับฉัน ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
       “ถ้าไม่เป็น แล้วตอนคุณปีเตอร์ถาม ทำไมถึงไม่กล้าตอบว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกัน อึ้งทำไม”
       ธีธัชสะอึกแล้วก็เฉไฉ
       “ฉันแค่ไม่อยากทำให้เธอหน้าแตก เห็นว่าเป็นน้องไอ้กริชหรอกนะ ถึงได้ช่วยรักษาหน้าไว้ให้ ไม่งั้นฉันแฉไปแล้ว”
       “จะแถไปไหน เจ็บสีข้างบ้างมั้ยเนี่ย ฉันว่าหยุดพูดเหอะ ยิ่งพูดก็ยิ่งเข้าตัว เงียบๆ แล้วก็ยอมรับความจริงไปซะก็หมดเรื่อง”
       “ยอมรับความจริงอะไร”
       ลำเภายื่นหน้ามาพูดเน้นๆอย่างชัดเจน
       “ยอมรับความจริงว่า...เราเป็นแฟนกันไง”
       ลำเภาพูดจบก็หันหลังเดินนำหน้าไป ธีธัชยืนนิ่งคิดสักครู่ แล้วก็นึกได้
       “ไม่! ไม่มีทาง ถ้าฉันเป็นแฟนเธอ ก็แปลว่าฉันเป็นหมาน่ะสิ คนอย่างฉันไม่มีทางไปเป็นหมาของเด็กบ๊องอย่างเธอ เพ้อเจ้อ”
       ลำเภายักไหล่ไม่สนใจยังคงเดินนำต่อไป ระหว่างทางที่เดินไปนั้น มีทั้งหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ รวมถึงหนุ่มหน้าใสสไตล์เกาหลี ดูดี มีสกุล และฐานะ หันมองลำเภาเป็นทาง บางคนสะกิดเพื่อนให้ดูอีกต่างหาก
       ลำเภาเดินชิลล์ๆ ดูเป็นธรรมชาติ น่ารักสดใส เหมือนนางแบบญี่ปุ่นกระโดดออกมาจากแมกกาซีนแฟชั่น
       ธีธัชมองตามไปและเริ่มสังเกตเห็นสายตาของหนุ่มๆที่มองไปยังลำเภา ธีธัชรู้สึกหวั่นไหว หวงขึ้นมาแบบแปลกๆ จนสุดท้ายก็ทนไม่ได้ ตะโกนขึ้น
       “ยัยหนูตะเภา รอด้วย”
       ธีธัชพูดจบก็รีบเดินมาประกบด้วยอาการหวงก้าง และเมื่อครั้งใดที่มีหนุ่มคนอื่นๆแอบหันไปมองลำเภา เขาก็แสดงอาการประกาศอยู่ในทีว่า ‘แฟนกรู’ โดยไม่รู้ตัว
       ระหว่างที่ธีธัชกับลำเภาเดินคู่กัน ธีธัชแอบมองลำเภาเป็นระยะแล้วก็เผลอยิ้มนิดๆ อย่างลืมตัว และอดคิดไม่ได้ว่า ยัยหนูตะเภานี่ก็น่ารักเหมือนกัน
       
       เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เนตรนภัสมาดักรอวัชระที่บ้านตั้งแต่ไก่โห่ วัชระขณะเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอน ก็พบเนตรนภัสกอดอกยืนจังก้าอยู่ แววทำหน้าไม่ถูก ทว่าวัชระตกใจ
       “แหนม”
       “เจอหน้าแฟน ต้องตกใจขนาดนี้เลยเหรอ”
       “แหนมมีอะไร มาแต่เช้าเลย”
       “ถ้าแหนมไม่ได้มาเวลานี้ แล้วจะได้เจอหรือเปล่าล่ะ”
       วัชระชะงักนิดๆ แล้วก็พูดเสียงจริงจัง
       “แหนมมาก็ดีแล้ว.. ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วย”
       เนตรนภัสแปลกใจเล็กน้อย แววมองหน้าลูกชายด้วยความเห็นใจ วัชระจ้องมองเนตรนภัสด้วยแววตาเอาจริง
       
       “เราจะยกเลิกงานแต่งงานไม่ได้ !!!!! แหนมไม่ยอม ถ้าวัชไม่แต่ง แหนมเอาตายแน่ ไม่เชื่อคอยดู”” เนตรนภัสโพล่งเสียงแหลมออกมา
       “วัชมีคนอื่นใช่มั้ย” เนตรนภัสถามต่อ
       “ผมไม่ใช่ผู้ชายหลายใจที่จะคบทีละหลายๆคน ถ้าผมจะมีคนอื่น ผมต้องเลิกกับคุณก่อน” วัชระถึงกับผงะ
       “วัชพูดแบบนี้ อยากเลิกกับแหนมใช่มั้ย ตอบมาเดี๋ยวนี้นะ ใช่มั้ย แหนมถามว่าใช่มั้ย” เนตรนภัสพูดด้วยเน้ำเสียงสูงกว่าเดิม
       วัชระไม่ลังเลและตัดสินใจตอบออกไป
       “ใช่ !! ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ อยู่กันแล้วไม่มีความสุข ผมว่า..เราควรจะเลิกกันจะดีกว่า” วัชระสวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มีเหตุผล
       เนตรนภัสกรี๊ดเสียงดังลั่น ไม่นะ
       “แหนมไม่ยอมเลิกกับวัช และวัชก็ห้ามเลิกกับแหนมเด็ดขาด ถ้าคนอื่นรู้ว่าเราเลิกกันแหนมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
       “แหนม..เลิกห่วงเรื่องหน้าตาทางสังคมซะบ้าง ยิ่งคุณไปยึดติด คุณยิ่งจะเป็นทุกข์”
       “ใช่สิ วัชพูดได้ เพราะวัชไม่มีหน้าตาในสังคมเหมือนแหนม คุณจะทำอะไร ก็ไม่มีใครสนใจ แต่แหนมไม่ใช่”
       วัชระส่ายหน้าอย่างคนหมดใจ
       “ถ้าเราเลิกกัน งานแต่งงานล้ม มีคนรอสมน้ำหน้าแหนมเต็มไปหมด แหนมรับไม่ได้ และไม่อยากรับด้วย เพราะฉะนั้นไม่ว่ายังไง เราต้องแต่งงานกัน”
       “แหนม...คุณต้องการแต่งงานกับผม ด้วยเหตุผลแค่นี้น่ะเหรอ”
       “แล้วมันมีเหตุผลอื่นหรือเปล่าล่ะ”
       วัชระเงียบกริบ..มองเนตรนภัสด้วยความผิดหวัง เนตรนภัสย้ำเสียงเข้ม
       “เรื่องเลิกกัน เลิกคิดไม่ได้เลย ไม่ว่ายังไงแหนมก็ไม่เลิก งานแต่งงานของเราจะต้องมีต่อไป และถ้าแหนมรู้ว่าคุณแอบมีคนอื่นเมื่อไหร่ แหนมไม่ปล่อยไว้แน่”
       เนตรนภัสพูดจบก็เดินออกจากบ้านของวัชระด้วยความฉุนเฉียว วัชระได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ในใจครุ่นคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไรดี
       
       ภายในอพาร์ทเม้นท์ของธีธัชในช่วงกลางวัน วัชระหลบไปหาธีธัช ธีธัชถามย้ำด้วยความแปลกใจ
       “แกจะไปขอลำเภามาเป็นแฟน” ธีธัชถามย้ำ
       “เออ”
       ธีธัชงง
       “ทำไมวะ”
       “ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ ฉันกับแหนม...มันหมดแล้ว ถ้าขืนยังคบกันต่อไป ความรักที่มันเคยมี บางทีอาจจะกลายเป็นความเกลียดกันแบบสุดๆไปเลย ทางที่ดีฉันควรจะเลิกกับเค้าให้เร็วที่สุด”
       “แล้วเกี่ยวอะไรกับ..ยัยหนูตะเภา”
       “ก็ฉันขอเลิก แต่แหนมเค้าไม่ยอม ฉันเลยต้องหาผู้หญิงมาหลอกเป็นแฟน แหนมจะได้ตัดใจ ลำเภาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันสนิทพอจะขอความช่วยเหลือได้”
       ธีธัชอึ้งไปพูดอะไรไม่ออก
       
       กรกนกแต่งหน้าอยู่ในห้องน้ำจนเรียบร้อยและเตรียมเก็บเครื่องสำอางทั้งหลายเดินออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่กรกนกกำลังเงื้อมมือจะหมุนลูกบิดประตูเพื่อพาตัวเองออกจากห้องน้ำ เสียงวัชระก็เล็ดลอดเข้ามา
       “แต่ก่อนที่ฉันจะไปขอให้ลำเภามาเป็นแฟนฉัน ฉันมาขออนุญาตแกก่อน”
       กรกนกชะงักเปลี่ยนใจ ค่อยๆปิดประตูเข้ามาเบาๆ และเงี่ยหูแอบฟัง
       “แกจะมาขออนุญาตฉันทำไม”
       วัชระมองซ้ายมองขวา ให้แน่ใจว่ากรกนกไม่ได้เดินมาก่อนจะพูดขึ้น
       “ก็แกกับลำเภาเป็นแฟนกันอยู่ไม่ใช่เหรอ ?
       กรกนกได้ยินถึงกับใจหายวาบ ...แต่ก็ยังกัดฟันฟังต่อ
       ธีธัชสะดุดเล็กน้อย แล้วก็ทำเป็นไม่ยอมรับ
       “แฟนเฟินอะไร ยัยเด็กนั่นโมเมไปเอง ฉันไม่ได้บ้าจี้ตามสักหน่อย”
       “สรุปแกกับเภาไม่ได้เป็นแฟนกัน”
       ธีธัชเสียงสูงจนผิดสังเกต
       “ ไม่เป๊น...”
       “งั้นฉันก็ขอให้เภามาเป็นแฟนได้ แกไม่มีปัญหา”
       “ไม่มี้” เสียงสูงขึ้นอีก
       กรกนกขมวดคิ้ว รู้สึกว่าน้ำเสียงธีธัชไม่เป็นธรรมชาติและพยายามกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง ทว่าวัชระไม่ทันได้สังเกต ได้แต่โล่งอกที่เพื่อนไฟเขียว
       “โอเค...ถ้าแกไม่มีปัญหา ฉันจะได้สบายใจ”
       “เดี๋ยว แล้วแกคิดว่า...ถ้ายัยหนูตะเภายอมเป็นแฟนหลอกๆให้แกจริงๆ .. แล้วมันมีโอกาสจะเปลี่ยนเป็นแฟนจริงๆหรือเปล่า” ธีธัชถาม
       กรกนกอึ้งๆ กับคำถามของธีธัช ใจหายวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
       วัชระคิดและตอบอย่างมั่นใจ
       “ลำเภาเป็นเด็กดี มีความคิด เวลาคุยด้วยแล้วสบายใจดี แต่ “ไม่รัก” ไม่มีเรื่องให้คิดแบบชู้สาว แล้วตอนนี้บอกตรงๆ ฉันกำลังเบื่อผู้หญิง แหนมทำให้ฉันเอียนมากๆ เข็ดขยาดคงไม่อยากมีแฟนไปสักพัก”
       ธีธัชฟังแล้วโล่งอก วัชระหันมาถาม
       “แกถามทำไม หึงเหรอ”
       ธีธัชสะดุ้งโกหกเสียงสูงอีก
       “หึงบ้าอะไร ฉันกับยัยบ๊องไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ไม่มี๊...ไม่หึ๊ง..เชิญแกตามสบายเลย ฉันไม่แคร์อยู่แล้ว”
       วัชระยิ้มรับด้วยความสบายใจ ธีธัชแอบเครียดมีกังวลเล็กน้อยและแอบหึงโดยไม่รู้ตัว กรกนกแง้มประตูห้องน้ำแอบเห็นแววตาของธีธัชพอดี กรกนกสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของธีธัชที่มีต่อเธอ ความเศร้าค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในหัวใจ ก่อนจะปิดประตูห้องน้ำ ยืนพิงผนังห้องน้ำและใช้ความคิดอย่างหนัก
       
       ในร้านเครื่องเสียงรถยนต์ ปรานต์นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เปิดหน้ากูเกิ้ลขึ้น ปรานต์พิมพ์คำว่า “CEO M Group” ที่จอขึ้นชื่อ “กริชชัย พงษ์โภคิน” ปรานต์ค้นหาต่อ ภาพกริชชัยขึ้นที่หน้าจอมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพกริชชัยตามงานต่างๆ ภาพข่าว รวมถึงตอนให้สัมภาษณ์กับนิตยสารต่างๆ ปรานต์ยิ่งดูยิ่งไม่ชอบขี้หน้า
       “ไอ้แหยมันดังขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
       ปรานต์เปิดดูรูปต่อไปอีก เจอภาพอรุณศรี และกริชชัย ถ่ายคู่กันในภาพข่าวตอนงานเปิดตัวบริษัท ปรานต์เห็นแล้วหน้าเครียดขึ้นมาทันที
       “แอ๊วไปถ่ายรูปกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่” ปรานต์บ่นเสียงหงุดหงิด
       ปรานต์ถึงกับทนไม่ได้ กดปิดรูป และเริ่มคิดหนักด้วยความหวาดหวั่นใจ
       
       เย็นวันเดียวกัน ขณะที่กริชชัยกำลังจัดมุมที่จะเก็บวางภาพวาดของอรุณศรีอยู่ภายในห้องพักที่คอนโด
       เสียงออดดังขึ้น กริชชัยรู้สึกแปลกใจนิดๆ ดึงผ้ามาคลุมภาพอรุณศรีลงปิดเหมือนเดิม ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
       กริชชัยเปิดประตูออกมาเห็นสุพรรณิการ์ในลุคใหม่ที่ดูสวยขึ้น สุพรรณิการ์ไม่ได้แต่งหน้าจัดเหมือนวันที่กรกนกพาไปแปลงโฉม วันนี้สุพรรณิการ์แต่งหน้าเพียงเล็กน้อยดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ
       “คุณฝ้าย..สวัสดีครับ” กริชชัยแปลกใจเล็กน้อยที่สุพรรรณิการ์มาถึงห้อง
       “สวัสดีค่ะ ฝ้ายมีเรื่องอยากจะถามคุณกริชนิดหน่อย ฝ้ายขอเข้าไปหน่อยนะคะ”
       สุพรรณิการ์แทรกตัวเองเข้าไปในห้องกริชชัยทันที
       
       กริชชัยกำลังจะรินน้ำให้สุพรรณิการ์ที่ยืนประชันหน้ากันอยู่บริเวณห้องครัว สุพรรณิการ์ยิงคำถามอย่างไม่เกรงใจ
       “คุณกริชชอบแอ๊วหรือเปล่าคะ”
       กริชชัยสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เทน้ำในเหยือกออกมาหนึ่งพรวดใหญ่ น้ำล้นกระจายออกมาจากแก้วเลอะโต๊ะ
       “เอ้าๆ ใจเย็นๆ ค่ะ ใจเย็นๆ” สุพรรณิการ์รีบดึงกระดาษทิชชูที่วางอยู่ข้างๆ มาช่วยเช็ดให้
       กริชชัยถึงกับหน้าแดงก่ำ หยิบจับทำอะไรไม่ถูก รีบหันไปหยิบผ้าที่อยู่ข้างๆ มาเช็ด ด้วยอาการเขินสุดขีด กริชชัยก้มหน้าก้มตาเช็ดโต๊ะหลบสายตาสุพรรณิการ์ พูดไม่ออก
       “ที่ถามไม่ใช่อะไรนะคะ คือ ถ้าคุณกริชชอบแอ๊วจริง ช่วยกรุณาแสดงออกมาให้มันมากกว่านี้หน่อย”
       กริชชัยมัวแต่เช็ดโต๊ะ เช็ดแล้ว เช็ดอีก สุพรรณิการ์มองหน้ากริชชัยแล้วพูดต่อ
       “แค่หน้าแดงแบบนี้ มันไม่พอนะคะ”
       กริชชัยสะดุด หยุดเช็ดโต๊ะและพยายามตั้งสติกับตัวเอง
       “แอ๊วเป็นคนดีที่โชคร้าย ดันไปได้แฟนห่วย ที่จริงเรียกว่า “ห่วย” น้อยไป มันต้อง “ชั่ว” ถึงจะเหมาะ”
       กริชชัยฟังแล้วรู้สึกเศร้าลึกๆ สงสาร และเป็นห่วงอรุณศรีขึ้นมาทันที
       “ที่ฉันมาพูดกับคุณเพราะอยากจะช่วยเพื่อน แอ๊วไม่ได้รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น เอาเป็นว่า..ถ้าคุณชอบเพื่อนฉัน ฉันเชียร์เต็มที่ มีอะไรให้ช่วยก็บอก”
       กริชชัยยังก้มหน้าก้มตา ไม่พูดอะไร
       “ฉันจะมาพูดแค่นี้ ไม่มีอะไรแล้ว..ฉัน..กลับก่อนแล้วกัน”
       สุพรรณิการ์เดินไปที่ประตู กริชชัยลังเลไม่รู้จะคิดอ่านหรือว่าตอบอย่างไร จนสุพรรณิการ์เดินมาเกือบถึงประตู
       “คุณฝ้าย” กริชชัยพูดขึ้น สุพรรณิการ์หันกลับมา
       “วันอาทิตย์นี้ ผมมีปาร์ตี้ฉลองห้องใหม่ ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอเชิญคุณกับ...อรุณศรีมาร่วมงานด้วย”
       “ได้เลยค่ะ ฉันไม่รังเกียจอยู่แล้ว เจอกันค่ะ” สุพรรณิการ์รับปากพลางยิ้มกว้าง
       สุพรรณิการ์หันหลังเดินต่อไป พร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้ทำอะไรให้กับเพื่อนอย่างอรุณศรี  
       ในขณะที่กริชชัยยืนยิ้มอย่างมีความสุขอยู่คนเดียวในห้อง
       
       อรุณศรียืนกดออดอยู่ที่หน้าห้องสุพรรณิการ์ แต่ไม่มีการตอบรับ จังหวะนั้นอรุณศรีได้ยินเสียงประตูห้องกริชชัยถูกเปิดออก อรุณศรีหันไปเห็นสุพรรณิการ์เดินออกมาจากห้องกริชชัย อรุณศรีนิ่ง ในใจเริ่มมีความรู้สึกโหวงๆ แปลกอย่างบอกไม่ถูก แต่ทันที่สุพรรณิการ์หันมาเห็นก็โบกมือให้อย่างอารมณ์ดี
       “แอ๊ว”
       อรุณศรีฝืนยิ้มและพยักหน้าทักทาย สุพรรณิการ์เดินมาหาเพื่อนอย่างอารมณ์ดี ต่างจากอรุณศรี
       
       อรุณศรีเดินตามสุพรรณิการ์เข้ามาในห้อง พร้อมกับถามด้วยความแปลกใจที่เห็นเผ้าผมทรงใหม่ของสุพรรณิการ์
       “คุณนายเป็นอะไร ทำไมอยู่ๆลุกขึ้นมาแต่งหน้า ทำผม แต่งเนื้อแต่งตัวแอบเซ็กซี่ซะด้วย องค์อะไรลงล่ะ”
       “องค์ “หญิง” มั้ง ฉันเบื่อพวกผู้ชายสายตามีปัญหา ชอบบอกว่าฉันเป็นทอม ฉันก็เลยอยากจะประกาศความสวยให้โลกรู้ เผื่อจะได้แฟนกับเค้าสักคนสองคน” สุพรรณิการ์พูดพลางยิ้มกริ่ม
       “แกเนี่ยนะอยากมีแฟน” อรุณศรีประหลาดใจ
       “ใช่!! ขนาดแกยังกลัวเหงา เลยไม่กล้าเลิกกับไอ้ปรานต์ ฉันก็เลยกลัวขึ้นมาบ้าง อยากมีแฟนกับเค้าสักคน และคนที่ฉันเล็งๆไว้ก็คือ คุณกริช “
       อรุณศรีแอบชะงักนิดๆ แต่ไม่กล้าแสดงอะไรออกมามาก
       “จริงดิ”
       สุพรรณิการ์เห็นแววตาของอรุณศรีก็รู้ได้ในทันที เธอแอบอมยิ้ม..และแกล้งอรุณศรีต่อ
       “จริง!! ผู้ชายเพียบพร้อมอย่างคุณกริชหาไม่ได้ง่ายๆ ในเมื่อแกยังอยากจะหน้ามืดตามัวอยู่กับไอ้ปรานต์ ฉันยุ แกก็ไม่สน ฉันก็ว่าจะสอยมาซะเอง”
       อรุณศรีแอบใจหายวาบ
       “แต่ถ้าแกเกิดเปลี่ยนใจ อยากจะเปิดใจรับคุณกริชขึ้นมา ฉันก็พร้อมจะถอย รีบๆเปลี่ยนใจก็แล้วกัน ช้ากว่านี้ ฉันไม่รับประกันความปลอดภัย ฮึๆ” สุพรรณิการ์ทำเนียนยื่นหน้าบอกอรุณศรี
       อรุณศรีเริ่มคิดหนัก สุพรรณิการ์ได้ทีจึงรีบพูดต่อ
       
       “อ้ออีกเรื่อง.. คุณกริชเค้าชวนแกกับฉันไปงานปาร์ตี้ขึ้นห้องใหม่ของเค้ากับเพื่อนๆ งานเลี้ยงจะมีวันอาทิตย์นี้ แกต้องมา ห้ามปฎิเสธ”
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 23 อวสาน
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 22
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 21
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 20
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 33 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 33 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกค่ะ... ขอบคุณมากกกกก.........
น่ารักทุกคู่เลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากอ่านตอนที่ 13 แล้วจ้า
NNP
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตกลงมีหน้าเดียวเหรอนี่..แงๆๆๆ
หลอกให้หลง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าลงทีละหน้า (ครึ่งตอน) เดี๋ยวค่ำๆหน่อยอีกครึ่ง (หน้าสอง) ก็ตามมาลงค่ะ
อ่านมาตั้งแต่แรก
 
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
21ธค 2554 นี่มันเมื่อวานนี่ วันนี้ 22 ธค แล้วละ
หรือกรูประสาทกลับวะ
เง็งงงงงงง...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกค่ะ... ขอบคุณมากกกกก.........
น่ารักทุกคู่เลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014