หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
10 มกราคม 2555 17:20 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       ครู่ต่อมาแนนนี่หลับปุ๋ยอยู่บนที่นอนเล็กๆ ทาฮิร่ามองหนูน้อยอย่างเอ็นดู
       
       “กินง่าย หลับง่าย เฮ้อ..เห็นแล้วก็คิดถึง...”
       “จินนี่กับฮันนี่” ชิกเก้นรู้ใจนาย
       “แกก็คิดเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ นี่ถ้าไม่ติดเรื่องอสูร ฉันเลี้ยงไว้จริงๆ นะนี่”
       “ชิกเก้นไม่เอาด้วยคนละนะ เห็นฤทธิ์เดชแล้วกลัวอ่ะ ขนาดเจ้านายยังกระเด็น” ชิกเก้นว่าอย่างมีเหตุผล
       “มันช่วงชุลมุน ฉันยังไม่ทันได้ตั้งสติต่างหากย่ะ ทารกตัวกระเปี๊ยกเดียว ถ้าอบรมเลี้ยงดูดี ๆ ฉันว่าฉันเอาอยู่ อืม...”
       ทาฮิร่ามองแนนนี่อย่างครุ่นคิด พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “บาบาร่า! ชิกเก้นรีบเอายัยหนูซ่อนเร็ว!”
       “ซ่อนทำไม ยัยหนูมีวิชาล่องหน เจ้านายลืมไปแล้วเหรอ” ชิกเก้นบอก
       
       ประตูบ้านเปิดออก บาบาร่าก้าวเข้ามาในชุดนอนเซ็กซี่ พร้อมเครื่องนอน หมอน ผ้าห่ม ทาฮิร่ายิ้มชืด ทักบาบาร่าอย่างสุดฝืด
       “แต่งตัวสวยเชียว จะไปงานแฟนซีที่ไหนเหรอจ๊ะบาบาร่า”
       ทาฮิร่าว่าพลางกระเถิบตัวบังแนนนี่
       “คืนนี้ขอฉันนอนด้วยคนนะ”
       ทาฮิร่าตาลุก “ห้า นอนกับฉันเนี่ยนะ”
       ทาฮิร่าเหล่มองแนนนี่แล้วใจหายวาบ แนนนี่หายตัวไปแล้ว ชิกเก้นร้องเมี้ยว บุ้ยหน้าทางตะเกียงแก้ว เป็นเชิงจะบอกว่าแนนนี่อยู่ในนั้น ทาฮิร่างงงัน แต่ก็พยักหน้ารับชิกเก้น
       “โอเค”
       พอได้รับอนุญาตบาบาร่ารีบวางเครื่องนอนลง ยิ้มร่า
       “เธอโอเคใช่มั้ย” บาบาร่าถามเพราะทาฮิร่าทำตัวแปลกๆ
       “อืม โอเค เอ๊ยไม่ใช่ ไม่ได้ ๆ เธอจะมานอนกับฉันได้ยังไง”
       “ฉันไม่กล้านอนคนเดียว”
       “แก่ปูนนี้แล้ว เพิ่งจะมากลัวผีเนี่ยนะ ไร้สาระน่าบาบาร่า ผีน่ะต้องกลัวเธอ” ทาฮิร่าเยาะขำๆ
       “ฉันไม่ได้กลัวผี แต่ฉันกลัวแผ่นดินแยกแบบเมื่อกลางวัน”
       “ไร้สาระ มันไม่มีอะไรแล้ว”
       “เธอไม่กลัวแต่ฉันกลัว ไม่รู้ละ คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ ตรงนี้ก็ได้เอ้า”
       บาบาร่าทิ้งตัวลงนอน
       “คงยังไม่มีใครบอกเธอว่า เจ้าชิกเก้นมันเป็นโรคติดต่อรุนแรง” ทาฮิร่าเอ่ยขึ้น
       “เจ้าชิกเก้นเนี่ยนะ โถน่าสงสาร ว่าแต่เป็นอะไรล่ะ”
       “ขี้เรื้อน” ทาฮิร่าบอกหน้าตาเฉย
       “เหอ?” ชิกเก้นตีหน้าเซ่ออย่างเซ็ง
       บาบาร่าทำหน้าขยะแขยง
       “ตายแล้วเจ้าชิกเก้น หน้าตาก็ดีๆ แหวะ คืนนี้อย่ามาใกล้ฉันนะ”
       “ไม่ทันแล้วละ ตรงที่เธอนอนอยู่น่ะ มันที่นอนเจ้าชิกเก้น”
       บาบาร่าสะดุ้งโหยง ดีดตัวขึ้นปึ๋ง ร้องวี๊ดว้าย “อี๋ อุบาทว์ที่สุด” แล้วรีบคว้าหมอน ผ้าห่ม
       ทาฮิร่ายิ้มแฉ่ง แต่แล้วหุบยิ้มแทบไม่ทัน
       “งั้นฉันก็ต้องนอนห้องเธอแล้วละ”
       พูดแล้วบาบาร่าเดินลิ่วเข้าห้องนอนทาฮิร่าไป ไม่ฟังเสียงห้ามของทาฮิร่า
       “เฮ้ยได้ไงล่ะ นั่นมันห้องส่วนตัวฉ้าน”
       ทาฮิร่าเกาหัวแกรก ส่งตาละห้อยมองไปที่ตะเกียงแก้ว พึมพำออกมา
       “ซวยละสิทีนี้”
       
       หม้อต้มยาขนาดเล็ก อยู่บนเตาส่งควันฉุยออกมา ทาฮิร่าปรุงยานอนหลับตามตำราอยู่กับชิกเก้น
       “ผักอเมซอน 9 ชนิด มูลกิ้งก่า น้ำตาจิ้งจก แล้วอะไรอีก” ทาฮิร่าหันมาถาม
       “แค่นั้นบาบาร่าก็หลับไม่รู้เรื่องแล้วละครับเจ้านาย” ชิกเก้นว่า
       ทาฮิร่าเทยาลงในแก้วนม น้ำนมในแก้วกลายเป็นสีดำ ทาฮิร่าเสกปิ๊ง น้ำนมกลายเป็นสีฟ้าสวยงาม
       “หวานไปป่ะครับ นมอะไรสีฟ้า”
       ทาฮิร่าเสกใหม่ คราวนี้เป็นสีชมพู
       “รสสตรอเบอรี่เป็นไง น่ากินแล้วใช่มั้ย”
       ทาฮิร่ามองถ้วยยาในมืออย่างมุ่งมั่นและหมายมาด
       “ฉันจำเป็นนะเพื่อนรัก”
       
       ทาฮิร่าเดินยกแก้วนมเข้ามาในห้องรับแขก
       “มาแล้วจ้า นมอุ่นๆ จะได้หลับสบาย นี่..ฉันอุ่นกับมือเองเลยน้า สดๆ ใหม่ๆ ห๊อมหอม”
       ทาฮิร่าบรรยายสรรพคุณยืดยาว แต่พอหันหาบาบาร่าก็พูดต่อไม่ออก เพราะบาบาร่านอนหลับสนิท กรนสนั่น ทาฮิร่าก้าวไปหาพร้อมแก้วนม
       “บาบาร่า ...บาบาร่า”
       จังหวะนั้นบาบาร่าพลิกตัว มือตวัดเกือบถูกหน้าทาฮิร่า
       “ว้าย” ทาฮิร่าหลบทัน “อืม...สงสัยจะวิ่งหนีแผ่นดินไหวจนเพลีย” ส่ายหน้าเยาะ “แม่มดแก่ๆ หึๆ
       ทาฮิร่ายิ้มอย่างอารมณ์ดี แล้วเผลอกระดกแก้วนมดื่ม สักพักนึกขึ้นได้ก็พ่นพรวดลงกับพื้น
       
       ชิกเก้นกำลังขำทาฮิร่าที่เช็ดปากเช็ดลิ้นด้วยผ้าเช็ดหน้าอยู่
       “มัวแต่ขำอยู่นั่นละ ถ้าฉันหลับไปจะทำไงยะ ภารกิจที่ต้องทำยังอีกยาวเหยียด”
       ทาฮิร่าว่าพลางตรงไปที่ตะเกียงแก้ว ค่อยๆ ประคองไว้ในมือ
       “เด็กนี่หัวไว คิดได้ยังไงว่าหลบเข้าไปอยู่ในนี้แล้วจะปลอดภัย”
       “โชคดีที่เจ้านายขยายตะเกียงแก้วให้ใหญ่ขึ้น ถ้าเล็กจิ๋วเป็นพวงกุญแจแบบแต่ก่อน เจ้าหนูน้อยคงหาที่ซ่อนไม่ทัน”
       “ก็ต้องยกความดีให้สายตาฉันที่มันแย่เต็มที เลยต้องขยายข้าวของให้มันใหญ่ขึ้นจะได้มองเห็น”
       “ก็คือแก่นั่นแหละพูดไปเลย” ชิกเก้นสบโอกาส
       “เจ้าชิกเก้น!”
       ชิกเก้นหลบสายตาทาฮิร่าวูบ ทาฮิร่าดุชิกเก้นแล้วมองลงที่ตะเกียงแก้วในมืออย่างครุ่นคิด
       “เด็กนี่จะอยู่ที่นี่ไม่ได้”
       “ชิกเก้นคิดว่านายลืมเรื่องทำลายยัยหนูนี่ไปแล้วซะอีก”
       “ใครบอกว่าฉันจะฆ่าเด็กนี่ล่ะ ฉันทำไม่ได้หรอก”
       “แต่ถ้านายไว้ชีวิตยัยหนู ก็เท่ากับว่านาย...”
       ทาฮิร่าต่อคำพูดของชิกเก้นออกมาอย่างหนักใจ
       “...เป็นคนทำลายเมืองเวทมนตร์ซะเอง”
       ชิกเก้นพยักหน้าอย่างฝืนใจ
       “แต่ฉันตัดสินใจแล้ว และฉันจะรับผิดชอบการตัดสินใจของฉันให้ดีที่สุด ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนแต่ต้องการโอกาส ...รวมทั้งแม่อสูรน้อยนี่ด้วย” ทาฮิร่ามองลงไปที่ตะเกียง “เจ้าเลือกชาติกำเนิดไม่ได้ แต่เจ้าเลือกที่จะเป็นอสูรที่ดีได้ ฉันนี่ละ จะอบรมเลี้ยงดูเจ้าเอง”
       เสียงของแนนนี่ดังขึ้นมา “ขอบคุณจ้ะยาย”
       “ดูสิแม่คู๊ณ ทำเรียกยายอย่างนั้นยายอย่างนี้ ฉอเลาะนักนะเรา ...ยัยหนูต้องไปจากที่นี่เร็วที่สุด”
       “ตอนนี้ใครๆ ก็ตามล่าเด็กอสูร ไม่มีที่ไหนรอดสายตาพวกนั้นได้หรอก”
       “มันต้องมีสักที่สิ”
       ทาฮิร่าครุ่นคิด
       
       ทาฮิร่ากระชับหมวกแม่มดให้เข้าที่ ขณะก้าวเข้ามาที่โรงจอดไม้กวาดที่เรียงรายอยู่เป็นสิบ มีชิกเก้นกระโดดตาม
       “อีกแล้วนะเจ้าชิกเก้น ทำไมแกไม่ล้างไม้กวาดให้ฉัน แกอยากเห็นฉันแพ้ฝุ่นตายไปเลยรึยังไง”
       “ไม่ใช่คร้าบเจ้านาย ชิกเก้นล้างแล้วนา”
       “เนี่ยนะล้างแล้ว เนี่ยนะ เนี่ยนะ”
       ทาฮิร่าเอานิ้วป้ายฝุ่นที่ไม้กวาดสองสามอัน แล้วเอาป้ายแก้มชิกเก้น
       “ว้ายเจ้านาย สกปรกนะครับ”
       “ทีงี้ละทำแขยง”
       ทาฮิร่าคว้าไม้กวาดด้ามหนึ่งมา ชี้หน้าขู่ชิกเก้น
       “ถ้าฉันกลับมาแล้วยังไม่จัดการให้เรียบร้อยละก็ น่าดู”
       “เจ้านายจะใช้ไม้กวาดด้ามนั้นเหรอครับ”
       “ก็ใช่น่ะสิ ฉันไปละ”
       ทาฮิร่าขึ้นขี่ไม้กวาด เหิรขึ้นฟ้าไปทันที
       “ไม่ได้นะครับเจ้านาย ด้ามนั้นไม่ได้เข้าศูนย์มาเป็นปีแล้ว เจ้านาย!”
       ชิกเก้นส่งเสียงตะโกนตามหลังทาฮิร่าซึ่งไปไกลลิบแล้ว
       
       ทาฮิร่าขี่ไม้กวาดอยู่บนท้องฟ้า กวาดสายตาลงไปยังตึกรามบ้านช่องเบื้องล่าง
       “การจะหาบ้านให้เด็กทารกเล็กๆ คนนึงอยู่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเนี่ย แต่ยังไงก็ต้องลองดู ขืนปล่อยให้ยัยหนูอยู่เมืองเวทมนตร์คงไม่รอดแน่”
       ในกรอบสายตาทาฮิร่ามองลงไปข้างล่างเวลานี้ เห็นวิวกรุงเทพฯในยามค่ำคืน สวยงามยิ่งนัก จังหวะหนึ่งสายลมเย็นสบายปะทะใบหน้า ทาฮิร่าส่งเสียงอย่างอารมณ์ดี
       “มีใครอยากรับเลี้ยงเด็กมั้ยค้า ฮ่ะๆๆๆ โอ..อากาศเมืองมนุษย์นี่ดีจริงๆ เลย ขอให้เจอคนดีๆ เหมือนอากาศทีเถ๊อะ”
       ทันใดนั้นเอง ไม้กวาดเกิดอาการกระตุก ทาฮิร่าตัวโยนไปตามแรงกระตุกนั้น
       “เฮ้...” ทาฮิร่าเอามือตบที่ไม้กวาดพัลวัน “อย่ามาเป็นอะไรตอนนี้นะ”
       ไม้กวาดสงบ แล่นฉิวเหมือนเดิม แต่แล้วกลับเกิดอาการกระตุกอีก ทาฮิร่าเสียการทรงตัว ไม้กวาดคว่ำ ร่างทาฮิร่ากลายเป็นห้อยอยู่ด้านล่างไม้กวาด
       “ว้าย”
       
       ทารกน้อยดารกาถูกส่งจากมือปัทมนไปยังป้าผาดพี่เลี้ยงเด็กของบ้าน ปัทมนมองผาดที่อุ้มดารกาไว้ในอ้อมแขนอย่างทนุถนอม ธานี ภวัต และรัดเกล้า ลูกชายกับลูกสาวของดร.จักรวาล เพื่อนบ้านแสนดี ต่างกรูเข้าห้อมล้อมดารกายกใหญ่ ธานีอยู่ในชุดคลุมเตรียมตัวว่ายน้ำ มีแว่นตาว่ายน้ำคาดศีรษะ
       “น้องน่ารักจังเลยค่ะคุณพ่อ” รัดเกล้าพูดยิ้มๆ
       จักรวาลยืนกอดอกมอง สีหน้ายิ้มแย้ม
       “จับน้องไม่ได้นะ ไปล้างมือกันให้สะอาดก่อน”
       “หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง ดูสิคะ ไม่ร้องสักนิดเลย” ผาดว่า
       ธานีโยกหน้าเข้าดูดารกาใกล้ๆ
       “น้องเอาแต่หลับ ไม่สนุกเลย”
       จู่ๆ ใบหน้าทารกดารกาก็ขมวดคิ้วมุ่น
       ภวัตขยับเข้าดูดารกาบ้าง
       “ชื่อดารกาเหรอจ๊ะ ดารกา...”
       ใบหน้าดารกาลืมตาแป๋ว ยิ้มมาให้ ภวัตส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น
       “น้องตื่นแล้วครับ”
       จักรวาลส่งเสียงปราม
       “ตื่นเพราะเสียงเรานั่นละตาภวัต”
       ปัทมนยิ้ม
       “แกคงเหนื่อยน่ะค่ะ ตั้งแต่รับมาพอดื่มนมเสร็จ ยัยดารกาก็หลับตลอดเลย”
       “ชื่อดารกาเพราะดีนะครับ แล้วนี่แม่เด็กก็หายไปเลย” จักรวาลสงสัย
       “ค่ะ เอาไว้ปัทเล่าให้ฟังค่ะ ผู้หญิงคนนั้นน่าเห็นใจมาก”
       อิงอรส่งเสียงเจื้อยแจ้วเข้ามาก่อนตัวจะมาถึง
       “ถูกข่มขืนจนตั้งท้อง น่าเห็นใจจริงๆ นั่นละค่ะ”
       ปัทมนกับจักรวาลได้ยินแล้วก็หน้าเสีย ปัทมนรีบเข้ากอดธานี ภวัต และรัดเกล้า แล้วพูดกับธานีขึ้น
       “ธานีจะว่ายน้ำใช่มั้ยลูก ป่านนี้พรคงรออยู่ที่สระแล้ว ไปเถอะลูก”
       “ภวัตกับรัดเกล้าก็เข้าบ้านได้แล้วลูก ดึกแล้ว อีกสักพักพ่อจะตามไป”
       “งั้นพรุ่งนี้เกล้าขอมาเล่นกับน้องใหม่นะคะ”
       “จ้ะ”
       ภวัตกับรัดเกล้ายกมือไหว้ลาปัทมนกับอิงอร แล้วออกไปพร้อมกับธานีอย่างว่าง่าย อิงอรชะโงกหน้ามองดารกาในอ้อมแขนผาด
       “หน้าตาก็ไม่เลวนี่คะ”
       ปัทมนมองหน้าจักรวาลอย่างหนักใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับอิงอร
       “เอ่อ พี่อิงคะ คือ อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะคะ เวลาที่เด็กๆ อยู่ ปัทไม่อยากให้แกได้ยินอะไรที่ไม่ดีเกี่ยวกับหนูดาน่ะค่ะ”
       “พี่อิงก็แค่ได้ยินคนขับรถน้องปัทเมาท์กับคนใช้ที่บ้านน่ะค่ะ ไม่ได้เจตนาจะพูดอะไรไม่ดีสักหน่อย น้องปัทพูดอย่างกับพี่อิงเป็นคนใจจืดใจดำ ไม่รู้จักเห็นใจลูกไม่มีแม่อย่างยัยหนูนี่อย่างนั้นละค่ะ”
       ผาดฟังแล้วหงุดหงิด เผลอโพล่งขึ้น
       “ผาดไปพาคุณดารกาออกไปก่อนดีกว่านะคะ ขืนอยู่ต่อได้มีเรื่องกับคนระดับด็อกเตอร์” ผาดปรายตามองอิงอร
       แล้วอุ้มดารกา เดินผ่านอิงอรไป โดยไม่ค้อมหัวสักนิด
       “น้องปัทต้องสั่งสอนยัยป้าผาดหน่อยนะคะ อะไร๊เดินผ่านพี่ไม่มีค้อมหัวสักนิด” อิงอรโวย
       “เอ๊ะ แต่ทำไมตอนเดินผ่านผมผ่านคุณปัทป้าผาดแกค้อมหัวล่ะครับ”
       “นั่นน่ะสิคะ” อิงอรนึกขึ้นได้ว่าโดนว่ากระทบ “นี่คุณจักรวาลว่าอิงไม่น่าเคารพงั้นเหรอคะ”
       จักรวาลยิ้มอารมณ์ดี
       “ผมยังไม่ได้พูดนะครับ ไม่เอาน่า อย่าซีเรียสสิครับ”
       ปัทมนส่ายหน้า พลอยอมยิ้มไปด้วย
       ทันใดนั้นเองมีเสียงโครมดังขึ้นจากหลังคาบ้าน ทั้งสามแหงนคอขึ้นมอง อิงอรร้องเอะอะ ปัทมนคุมสติได้ดี
       “ยังกับมีอะไรตกที่หลังคาน่ะค่ะ” ปัทมนว่า
       “ผมไปดูให้ครับ” จักรวาลอาสา
       
       จักรวาลเดินสำรวจรอบๆ บ้าน เดินมาถึงบริเวณสวน ครู่ต่อมาปัทมนตามเข้ามาสมทบ
       “ได้เรื่องมั้ยคะ”
       “ไม่มีอะไรนี่ครับ แต่เอ..แล้วเสียงนั่นมาจากไหน” จักรวาลยังสงสัยอยู่
       “จะว่าเป็นนก ก็ไม่น่าจะใช่ เสียงหนักกว่านั้น”
       “อย่ากังวลเลยนะครับ ยังไงคืนนี้ผมจะให้นายโป่งมาเดินยามให้อีกแรง”
       บริเวณเหนือหัวปัทมนกับจักรวาลเลยขึ้นไปที่ต้นไม้ใหญ่ ทาฮิร่าเกาะอยู่บนต้นไม้นั้นพร้อมไม้กวาดที่มีสภาพเยินไม่แพ้กัน ทาฮิร่าพยายามทรงตัวสุดฤทธิ์ และกำลังจะหมดแรงเต็มที แต่จะส่งเสียงร้องออกมาก็ไม่ได้อีก
       ปัทมนหันมายิ้มให้จักรวาล
       “ขอบคุณนะคะ”
       พลันใบไม้เล็กๆ หล่นจากต้นไม้มาติดที่ผมปัทมน
       “เดี๋ยวครับ”
       จักรวาลหยิบใบไม้ออกจากผมปัทมนอย่างอ่อนโยน ปัทมนยิ้มขอบคุณอย่างสุภาพ
       “ขอบคุณนะคะ เข้าบ้านกันเถอะค่ะ”
       ทาฮิร่ายิ้มออก ตั้งท่าเพื่อหาทางลงจากต้นไม้เต็มที่
       
       อิงอรเข้ามาเห็นภาพบาดใจ รีบเข้าแทรกกลางจักรวาลกับปัทมนในทันที ทอดเวลาเข้าบ้านทั้งคู่ก็นานออกไป
       “ตกลงเป็นเสียงอะไรคะน้องปัท”
       ทาฮิร่าอ่อนแรงเต็มที จ้องอิงอร หมุบหมิบอย่างแค้นเคืองใจ
       “ไม่ไหวแล้วน้า...” ทาฮิร่า พึมพำ
       ส่วนปัทมนตอบคำถามอิงอร อย่างนุ่มนวล
       “เอ่อ ยังไม่เจออะไรเลยค่ะ”
       “อาจจะเป็นกิ่งปาล์มจากบ้านผมหล่นใส่หลังคาบ้านคุณปัทก็ได้” จักรวาลบอก
       “อืม งั้นเหรอคะ หรือว่าแผ่นดินไหว!”
       “แผ่นดินไหวเนี่ยนะฮะ” จักรวาลยิ้มขำ
       “ที่อิงเคยเซิร์ชในเน็ตเค้าบอกว่า การที่แกนโลกขยับเนี่ยนะคะ มันจะทำให้...”
       ปัทมนขอตัว “เอ่อ คุยกันไปก่อนนะคะ ปัทขอตัวไปดูเด็กๆ ค่ะ”
       อิงอรยิ้มหวานส่งปัทมน
       “ตามสบายจ้ะน้องปัท”
       พร้อมกันนั้นจักรวาลก็เดินหายไปอีกทางหนึ่ง ตรงไปทางประตูหลังบ้านของตัวเองซึ่งเปิดทะลุบ้านปัทมนได้
       อิงอรคุยจ้อ โดยไม่รู้ว่าจักรวาลหายไปแล้ว
       “ดีจังนะคะที่บ้านเราสามคนอยู่ติดกันแบบนี้ นี่อิงก็เพิ่งอบพายเชอรี่เสร็จ คุณจักรไปทานด้วยกันนะคะ”
       อิงยิ้มมีความสุข
       “ไม่ปฏิเสธด้วย ฮิ ๆ คุณจักรนี่น่ารัก” อิงอรหันมาหาทางที่จักรวาลยืนอยู่ “..จัง”
       อิงอรหันรีหันขวางหาจักรวาล แต่ไม่เจอใครแล้ว
       “ว้าย! จะไปก็ไม่บอก ปล่อยให้พูดคนเดียวอยู่ได้ ตาบ้าเอ๊ย”
       ทาฮิร่าหมดเรี่ยวแรงที่จะรั้งตัวไว้กับต้นไม้ เลยร่วงผล็อยลงด้านล่าง ร้องลั่น
       “อ๊าย”
       อิงอรแหงนหน้าไปตามเสียง แล้วต้องตาถลนด้วยความตกใจ
       ทาฮิร่าหล่นลงมาทับตัวอิงอร ใบหน้าแทบจะชิดกัน ราวกับนางเอกกับพระเอกในละคร ซึ่งต่างฝ่ายต่างร้องลั่น
       ทาฮิร่าได้สติก่อน รีบผละตัวออก อิงอรระล่ำระรัก ชี้หน้าทาฮิร่า
       “ธ..เธอ...เธอ...เป็น...ใคร เธอเป็นใคร ต..ต..แต่งตัวบ..บ..แบบนี้คงไม่ได้เป็น..เป็น...”
       ทาฮิร่าพยักหน้ารับอย่างยินดี โพสท่ารอแบบรู้ว่าอิงอรจะพูดว่าเป็นแม่มด ..แต่แล้ว
       “ผ..ผี! อ๊าย.....”
       ทาฮิร่าใช้เวทมนตร์สยบเสียงอิงอร แล้วหายตัวแว๊บ
       อิงอรงงงันที่จู่ๆ เสียงตัวเองหายไป พยายามอ้าปากส่งเสียงเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
       
       ทาฮิร่าขี่ไม้กวาดลอยอยู่เหนือบ้านปัทมน เตรียมจะกลับเมืองเวทมนตร์
       “ถ้าเค้ารับเลี้ยงเด็กทารกคนนั้นได้ ก็น่าจะรับยัยหนูอีกคนได้ไม่ยาก อืม...บ้านนี้ละจะเป็นบ้านที่ยัยหนูมาอยู่”
       จู่ๆ ไม้กวาดเกิดอาการรวนอีกครั้ง
       “หยุดเลยนะเจ้าไม้กวาดกระป๋อง ถ้าแกงอแงอีกครั้ง ฉันจะทิ้งแกไว้ให้เค้าใช้กวาดพื้นที่บ้านยัยด็อกเตอร์สติเฟื่องนั่น”
       ไม้กวาดอาการดีขึ้นทันที รีบพาทาฮิร่าเหิรขึ้นฟ้า แต่แล้วก็กระตุกอีก
       
       เวลาเดียวกันธานีว่ายน้ำอยู่ตามลำพัง ที่มุมหนึ่งของสระ ในขณะที่ทาฮิร่าบังคับไม้กวาดไม่อยู่ ขี่วนอยู่เหนือสระน้ำ
       “ฉันจะอ้วกอยู่แล้วนะเจ้ากระป๋อง ถ้าเครื่องแกรวนแบบนี้ พาฉันลงก่อนเหอะ เฮ้ย”
       ไม้กวาดพุ่งลงเบื้องล่างทันที
       ธานีว่ายน้ำอยู่ในสระ มองทาฮิร่าที่หล่นตูมลงน้ำพร้อมไม้กวาด ด้วยความรู้สึกประหลาดใจมากๆ
       ทาฮิร่าตกใจ ผุดๆ โผล่ๆ โวยวาย แล้วค่อยๆ จมลงใต้น้ำ
       “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
       ธานีตกใจมาก แต่ก็ตัดสินใจว่ายน้ำไปช่วยทาฮิร่า ร่างทาฮิร่าค่อยๆ จมลงๆ ใต้ผืนน้ำ สักพักธานีดำน้ำเข้ามาใกล้ พยายามฉุดร่างทาฮิร่าขึ้น แต่แล้วตะคริวกินขา ธานีกุมขาตัวเองอย่างเจ็บปวด ตะกุยตะกายน้ำ
       
       ปัทมนลงบันไดมาเจอกับพร พรถือแก้วน้ำหวานอยู่ในมือ
       “อ้าว ทำไมเธอมาอยู่นี่ล่ะพร แล้วคุณธานีล่ะ” ปัทมนสงสัย
       “คุณธานีเธออยากดื่มน้ำหวาน พรเลยเข้ามาทำให้ค่ะ”
       “ฉันเคยสั่งแล้วใช่มั้ยว่าห้ามทิ้งคุณธานีไว้ที่สระคนเดียว” ปัทมนเอ็ดสาวใช้เสียงเรียบ
       “แต่ว่า...”
       ปัทมนไม่รอฟังพร ก้าวฉับออกไปทันที
       
       ปัทมนวิ่งมาที่สระว่ายน้ำพร้อมกับพร ร้องเรียกหาธานี
       “ธานี!”
       พรหน้าเสีย “คุณธานีไม่อยู่แล้ว ทำยังไงดีคะคุณปัท พรขอโทษจริงๆ นะคะ
       
       พอทาฮิร่าลืมตาขึ้นมา ก็ตกใจมากที่เห็นร่างธานีอยู่ใกล้ๆ ปัทมนเห็นร่างธานีลางๆ อยู่ใต้น้ำแล้วทรุดฮวบลง ตะโกนปิ่มจะขาดใจ
       “ธานี”
       พรรีบวิ่งออกไปตามคนมาช่วย
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ คุณธานีจมน้ำ”
       ที่กลางสระ ทาฮิร่าโผล่ขึ้นจากน้ำ พร้อมกับร่างธานีในอ้อมแขน ปัทมนตะลึงงันที่เห็นทาฮิร่า
       “ช่วย.. ช่วยธานีด้วยค่ะ”
       ทาฮิร่าร่ายมนตร์ ชูมือดันร่างธานีให้ลอยขึ้นเหนือน้ำ ปัทมนนิ่งงัน ตาแข็งค้าง
       “ธานี”
       จักรวาลวิ่งมาพร้อมโป่งคนงานในบ้าน และพร
       “ธานีเป็นไงบ้างครับคุณปัท”
       ปัทมนหันมองพวกจักรวาลงง ๆ ข้างตัวเธอมีร่างธานีนอนราบอยู่ จักรวาลกับโป่งรุดเข้าหาธานีในทันที
       “คุณธานียังหายใจอยู่ครับ”
       โป่งจัดการผายปอดธานี ครู่เดียว ธานีสำลักน้ำออกมา และลืมตาขึ้น
       “คุณแม่ครับ”
       ปัทมนร้องไห้โฮ ทรุดตัวลงไปกอดธานี จักรวาลจับมือธานีมากุมไว้
       “ปลอดภัยแล้วนะลูก” จักรวาลพูดปลอบขวัญ
       พรมองปัทมนอย่างสงสัย โป่งยิ้มดีใจ
       “อึ้งไปเลยเหรอจ๊ะน้องพร คิดไม่ถึงว่าโง่ๆ เซ่อๆ อย่างพี่ลูกโป่งจะช่วยคุณธานีได้ใช่มั้ยล่า”
       “แกไม่สงสัยมั่งเหรอว่าคุณธานีขึ้นจากน้ำได้ยังไง” พรตั้งข้อสังเกตุ
       “ก็คุณปัทพาขึ้นมาน่ะสิ ถามได้” โป่งตอบ
       “แต่แกดูชุดคุณปัทสิ ...ไม่เปียกน้ำสักหยด”
       “เออ จริงด้วยว่ะ แล้วทำไมวะ”
       “โฮ้ยไอ้โง่ คุยกับเอ็งไปก็เสียเวลา ข้าไปเอาผ้าเช็ดตัวให้คุณหนูดีกว่า”
       พรก้าวฉับ คว้าผ้าเช็ดตัวตรงไปหาธานี โป่งเกาหัวแกรก
       “ชุดเปียกไม่เปียก แล้วมันเกี่ยวอะไรวะ ลูกโป่งงงเว้ย”
       
       ทาฮิร่าจามฮัดชิ้วๆ เข้ามาในบ้านด้วยสภาพเปียกปอนทั้งตัว ชิกเก้นคลอเคลียไม่ห่าง กระซิบคุยเสียงเบา
       “ชิกเก้นขอโทษจริงๆ ครับนาย ก็ตะโกนบอกนายให้เปลี่ยนไม้กวาดแล้ว แต่นายไม่ฟังเอ้ยไม่ได้ยินน่ะคร้าบ”
       “ไม่ต้องมาแก้ตัว! ดีเท่าไหร่ที่ฉันตกลงต้นไม้บ้าง สระน้ำบ้าง ถ้าเป็นกลางถนน ป่านนี้ฉันโดนรถทับไส้แตกไปแล้ว”
       “ชิกเก้นผิดไปแล้วคร้าบ”
       ทาฮิร่าลดเสียงลง “แล้วนี่ยัยบาบาร่าหลับสนิทเลยเหรอ”
       “ครับผม” ชิกเก้นรับคำ
       “ฉันได้ที่อยู่ให้ยัยหนูแล้วนะ แต่ก่อนที่จะพายัยหนูไปจากที่นี่เราต้องตั้งชื่อให้ยัยหนูก่อน ฉันจะได้ฝากฝังกับเจ้าของบ้านเค้าถูก”
       ทาฮิร่าตรงไปที่ตะเกียงแก้ว
       “อย่าตั้งชื่อให้สัตว์หรือสิ่งของใดๆ ถ้าคุณไม่พร้อมจะผูกพันกับมัน” ชิกเก้นพูดคำคมออกมา
       “ไม่ใช่เวลาอวดคำคม คิดมาเร็วๆ จะให้ยัยหนูนี่ชื่ออะไรดี”
       “จินนี่... ฮันนี่... แล้วก็ต้อง...แนนนี่” ชิกเก้นบอก
       “เข้าท่า ใช่ ๆ ตั้งให้คล้องกับหลานๆ ของฉัน จินนี่ ฮันนี่ แล้วก็แนนนี่”
       เสียงของทารกน้อยดังขึ้นมา “หนูชอบชื่อแนนนี่ค่ะ”
       แนนนี่ปรากฏตัวใกล้ ๆทาฮิร่า ทำเอาทาฮิร่าตกใจ
       “โอ้...แนนนี่ ฤทธิ์เดชเจ้าช่างมากเหลือเกิน”
       “แต่หนูเหนื่อยจัง”
       ชิกเก้นมองดูแนนนี่แล้วตกใจ
       “ตัวแนนนี่ซีดเผือดเลยเจ้านาย”
       “สูญเสียพลัง แนนนี่...ถึงเจ้าจะฤทธิ์เยอะ แต่เจ้าก็ยังเป็นทารก ถ้าเจ้าใช้พลังสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก เจ้าอาจจะตาย”
       “แนนนี่ตายไม่ได้”
       “เอาละๆ เจ้านอนพักซะ ตื่นมาเจ้าจะดีขึ้นเอง รีบกลับเข้าในตะเกียงแก้ว”
       “แนนนี่ชอบบ้านหลังนั้น ยายพาแนนนี่ไปที่นั่นที” แนนนี่รับรู้เรื่องราวหมดเปลือก
       “รู้มากจริงๆ นะเรา ยายจะหาโอกาสเหมาะๆ พาเจ้าไปที่นั่นจ้ะ แต่ตอนนี้นอนได้แล้ว เดี๋ยวบาบาร่าออกมาเห็นเจ้าจะเรื่องใหญ่”
       “คืนนี้จะมีคนออกตามล่าแนนนี่ เค้าจะจับตัวแนนนี่ไปฆ่า ยายต้องพาแนนนี่ไปเมืองมนุษย์เดี๋ยวนี้ค่”
       “จะให้จู่ๆ อุ้มเจ้าไปให้มนุษย์ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ เค้าจะได้คิดว่าเราเป็นผีน่ะสิ วันนี้ยายก็ทำเค้าตกใจไปทีนึงแล้ว” ทาฮิร่าบอก
       แนนนี่หน้าบูดหน้าเบี้ยว เริ่มส่งเสียงร้องไห้ ดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ
       “อย่าร้องสิ! เดี๋ยวบาบาร่าก็ตื่นหรอก โอ๋ๆ”
       ชิกเก้นมองอย่างรำคาญใจ
       “เอาไงก็เอาสักอย่างเถอะครับนาย”
       ทาฮิร่าอุ้มแนนนี่ ทั้งเห่ทั้งกล่อม คว้าขวดนมใส่ปาก แต่แนนนี่ก็ยังส่งเสียงร้องลั่น
       
       บนโลกมนุษย์ที่บ้านปัทมน ผาดรับดารกาในผ้าห่มสีชมพูจากอ้อมแขนปัทมน
       “คืนนี้ให้คุณดารกานอนกับผาดนั่นละค่ะ คุณปัทเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
       “ขอบใจมาก”
       “ดีที่คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคุณธานีนะคะ เพราะนังพรแท้ๆ เชียว นี่ ผาดก็คาดโทษมันไปแล้วนะคะ รับรองว่าจะไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ”
       ปัทมนพยักหน้ารับ ผาดค้อมตัวออกไป ปัทมนครุ่นคิดถึงหญิงแก่แปลกหน้าที่ยกร่างธานีลอยขึ้นเหนือน้ำ
       ทาฮิร่าร่ายมนตร์ ชูมือดันร่างธานีให้ลอยขึ้นเหนือน้ำ ปัทมนนิ่งงัน ตาแข็งค้าง
       “ธานี!”
       
       นึกถึงตรงนี้ปัทมนครุ่นคิดด้วยความวุ่นวายสับสนในใจ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ ประนมมืออธิษฐาน
       “ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าคุณยายที่ช่วยชีวิตธานีมีตัวตนอยู่จริง ขอให้ลูกได้พบกับคุณยายคนนั้นอีกสักครั้ง และขอให้ลูกได้ตอบแทนพระคุณคุณยายด้วยเถิด”
       
       เวลาเดียวกันนนั้น ทาฮิร่าซึ่งหิ้วตะกร้าใส่แนนนี่ แอบอยู่ที่ระเบียงถึงกับหูผึ่ง กระซิบคุยกับแนนนี่
       “โชคดีของหลานแล้วแนนนี่ ว่าที่คุณแม่ของหนูอยากเจอยายเสียด้วยสิ แนนนี่?”
       ทาฮิร่าชูตะกร้าขึ้น รู้สึกผิดปรกติ
       “ทำไมเบาโหวงเลยล่ะ”
       ทาฮิร่ามองเข้าไปเห็นทารกแนนนี่อยู่ในห้องปัทมน แล้วตกใจ
       “แนนนี่!!!”
       
       แนนนี่นอนอยู่บนที่นอนปัทมน ห่อด้วยผ้าห่มสีชมพูสีเดียวกับทารกดารกา ในขณะที่ปัทมนยังคงหลับตานิ่ง ปากหมุบหมิบๆ อธิษฐานเสียงเบา
       ทาฮิร่ายังอยู่ตรงระเบียง ปาดเหงื่อ เดินว่อนเป็นหนูติดจั่น ปัทมนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ทอดถอนใจ
       “เล่าให้ใครฟังเรื่องคุณยายคนนั้น เค้าคงคิดว่าเราตาฝาด ไม่ก็ว่าเราบ้า”
       ปัทมนส่ายหน้ากับตัวเอง แล้วลุกจะตรงไปห้องน้ำ แต่แล้วรู้สึกถึงสิ่งผิดปรกติบนเตียง หันดูแล้วตกใจ เมื่อเห็นแนนนี่นอนบนเตียง แล้วยิ้มให้ปัทมน ปัทมนตรงหาแนนนี่
       “เอ๊ะ เมื่อกี้ป้าผาดอุ้มหนูไปแล้วนี่ดารกา”
       ปัทมนอุ้มแนนนี่ขึ้น พอจ้องมองหน้าแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่ดารกา
       “ไม่ใช่ดารกานี่ ...แล้วหนู... หนูเป็นใครเนี่ย”
       ปัทมนอึ้งตะลึงงัน
       
       ทาฮิร่าสีหน้าว้าวุ่นใจ ในที่สุดก็ตัดสินใจร่ายมนตร์หายตัว แล้วทาฮิร่าปรากฏตัวอยู่ข้างหลังปัทมน ร่ายมนตร์ใส่ปัทมน
       ทันใดนั้นเอง ปัทมนสีหน้านิ่งงัน ตาแข็งค้าง มองตรงไปข้างหน้า ดูเบลอเพราะฤทธิ์เวทมนตร์ทาฮิร่า
       ทาฮิร่าทดสอบเวทมนตร์ด้วยการเอามือปัดไปมาที่ใบหน้าปัทมน ปัทมนตาเบิกค้างไม่กระพริบ หากแต่ลูกตานั้นกรอกไปทางทาฮิร่า
       “สวัสดีจ้ะ ยายเอง จำได้มั้ย ขอโทษนะ ยายจำเป็นต้องทำให้คุณนิ่งไปน่ะ แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้นละจ้ะ”
       ทาฮิร่าอุ้มแนนนี่จากอ้อมแขนปัทมน
       “แม่หนูนี่ชื่อว่าแนนนี่ เป็นหลานของยายเอง อ้อ..ลืมบอกไปว่ายายกับแนนนี่มาจากเมืองเวทมนตร์จ้ะ พูดง่ายๆ ว่าเราเป็นแม่มด”
       ปัทมน ดวงตาเบิกโพลง ด้วยความตกใจ
       “ใจเย็นๆ จ้ะ ใจเย็นๆ เราเป็นแม่มดใจดีจ้ะ ไม่ใช่แม่มดใจร้ายเหมือนในนิทาน”
       ปัทมน มีสีหน้าผ่อนคลายลงมาก นัยน์ตามองนิ่งจ้องที่ทาฮิร่า คล้ายรอฟัง
       “ยัยหนูแนนนี่เนี่ย มีพลังที่พิเศษกว่าแม่มดธรรมดา เลยอยู่ที่เมืองเวทมนตร์ไม่ได้ แต่ไม่เป็นพิษเป็นภัยนะจ๊ะ เอ่อ...ยายขอเข้าเรื่องเลยก็ละกันนะ คือยายบังเอิญไปรู้ว่าคุณเพิ่งรับเด็กกำพร้าคนนึงมาเลี้ยง เป็นลูก ยายประทับใจม๊ากมาก คุณเป็นคนใจบุญจริงๆ เลย”
       ปัทมนฟังทาฮิร่า อย่างงงงัน
       “ทีนี้ยายก็เลยอยากจะถามคุณนี้ดนึงว่า จะเป็นไปได้มั้ยถ้ายายจะยกยัยแนนนี่ให้คุณช่วยเลี้ยงดูอีกสักคนน่ะจ้ะ แหะๆ สนใจมั้ยจ๊ะ”
       ปัทมน นัยน์ตาเหลือบลงที่แนนนี่ในอ้อมแขนทาฮิร่า
       “อ้อ ลืมไปเลยว่าคุณอยู่ในมนตร์ของยาย”
       ทาฮิร่าเป่าลมเพียงเบาๆ ปัทมนก็กลับคืนสู่สภาพปรกติ ทาฮิร่ายิ้มรับ แต่แล้วปัทมนกลับตั้งท่าจะส่งเสียงร้อง
       “อย่านะคุณ! อย่าร้อง! ได้โปรด ยายขอร้องละ”
       
       ที่เมืองเวทมนตร์ชิกเก้นเช็ดไม้กวาดด้ามต่างๆ ไปพลางมองขึ้นที่ท้องฟ้า
       “ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับอีกน้าเจ้านาย หรือว่าบ้านนั้นไม่รับแนนนี่”
       พลันไทเกอร์ก็กระโดดเข้ามา
       “ว่าไงชิกเก้นเจ้าแมวขี้เรื้อน”
       “อ้าวๆ เรียกชิกเก้นอย่างนี้ เดี๋ยวก็ได้มีเรื่องหรอกไทเกอร์”
       “เย้ย อย่าเข้ามานะ ยี้ๆ” ไทเกอร์ทำทีท่ารังเกียจ
       “มาหาเจ้านายแกใช่มะ หลับอุตุอยู่ในห้องนายฉันโน่น เชิญ”
       “ไม่ใช่ ฉันมาหาเจ้านายแกต่างหาก” ว่าแล้วไทเกอร์ก็เดินไป
       ชิกเก้นรีบขวาง “หยู๊ด มีธุระอะไรกับเจ้านายฉัน คุยกับฉันก็ได้”
       “แน่ใจนะว่าแกอยากฟัง” ไทเกอร์วางมาด
       “เออ ว่ามา”
       “มีคนเห็นเจ้านายแกอุ้มเด็กขึ้นไม้กวาดไป”
       ชิกเก้นฟังแล้วก็ตกใจเล็กน้อย แต่รีบปรับสีหน้าเป็นปรกติ
       “ไร้สาระที่สุด แกกลับไปได้แล้ว”
       “เดี๋ยวแกกับเจ้านายแกก็จะได้รู้ว่าไร้สาระไม่ไร้สาระ เพราะตอนนี้เรื่องถึงท่านผู้นำแล้วด้วย”
       
       บาบาร่าซึ่งอยู่ในชุดนอน ยืนฟังอยู่นาน เอ่ยขึ้น
       “ที่แกพูดมามันเรื่องจริงเหรอไทเกอร์”
       ไทเกอร์ดีใจที่เห็นบาบาร่า รีบโดดไปหา
       “จริงซะยิ่งกว่าจริงครับนาย” ไทเกอร์ยืนยัน
       ชิกเก้นหน้าเสีย
       “ไม่จริงหรอกครับบาบาร่า นายทาฮิร่าจะเอาเด็กที่ไหนมาอุ้มขึ้นไม้กวาด ไม่มีหรอกครับ”
       บาบาร่าจ้องเขม็ง พยายามจับผิดชิกเก้น
       
        “ถ้างั้นทาฮิร่าอยู่ไหน?”
       
       อ่านต่อหน้า 3 พรุ่งนี้ พุธที่ 11 ม.ค. 2555 เวลา 9.30 น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 23
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 32 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 29 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
9 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014