หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2555 17:20 น.

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1
       
       บทประพันธ์ : โสภี พรรณราย  / บทโทรทัศน์ : ฉายฉันท์ - ภาวิต
       ......................................................................................................
       
       เสียงแตรวงบรรเลงดนตรีเพลงเฉลิมฉลองดังกระหึ่มนำมา พร้อมๆ กับภาพขบวนคานิวัลของชาวเมืองเวทมนตร์ที่พร้อมใจกันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดอันน่าตื่นตา บ้างก็ประดับขนนก บ้างก็ใส่หน้ากากสวยงาม ละลานตา เดินตามมาในบรรยากาศอันรื่นเริง
       
       วงดนตรีในขบวนคานิวัลบรรเลงเพลงมาร์ชจังหวะคึกคัก ซึ่งนักดนตรีพากันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันจัดจ้าน และคนเดินถือป้ายแนวนอนยาวเฟื้อยเขียนชื่องาน “สุขสันต์วัน 9 ฉลอง”
       บรรยากาศงานเฉลิมฉลองในเมืองเวทมนตร์ ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ ตึกรามบ้านช่องต่างประดับประดาด้วยธงสีทองมีเลข 999 ตามความหมายของวัน “งาน 9 ฉลอง”
       
       ที่ร้านขายของร้านหนึ่ง มีคนกำลังขึ้นไปผูกแบนเนอร์ และทิ้งป้ายผ้าลงมา เห็นข้อความ “สุขสันต์วัน 9 ฉลอง” หรา
       ขณะที่บริเวณลานจัดงานฉลอง มีการออกร้านรวงและสวนสนุก เด็กๆ ชาวเมืองเวทมนตร์วิ่งเล่น หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนต่างรื่นเริงยินดี ในวาระ วันที่ 9 เดือน 9 ปี 9009 ตามปฏิทินเมืองเวทมนตร์
       
       บ้านหลังน้อยสีขาวสะอาดตาของทาฮิร่า ตกแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้บานสะพรั่ง ดูราวกับอยู่ในสวนสวยของวังผู้ดีอังกฤษ
       ทาฮิร่ายืนเลือกชุดอยู่หน้ากระจกภายในห้องนอน มีชิกเก้นนอนฟุบ เอามือเกยคางอยู่บนเตียง
       “ชุดไหนก็ใส่ๆ ไปเหอะนาย ชิกเก้นอยากจะไปเที่ยวงานเก้าฉลองจะแย่อยู่แล้ว” ชิกเก้นบ่นงึมงำกับความเยอะของเจ้านายที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะถูกใจชุดไหน
       “ได้ไงล่ะ ขืนเลือกมั่วๆ ฉันก็ได้แพ้แม่บาบาร่าน่ะสิ” ทาฮิร่าเหลือบไปเห็นปลอกคอบนโต๊ะก็นึกขึ้นได้รีบบอกออกมา “อ้อเกือบลืม เอ้านี่ เปลี่ยนซะ เจ้าไทเกอร์เค้าฝากมาให้แน่ะ”
       ว่าพลางทาฮิร่าโยนปลอกคอลายกุชชี่ให้ชิกเก้น
       “ปลอกคอ? หยึ๋ยแบรนด์เนมซะด้วย ไม่เอาละ” ชิกก้นเขี่ยออกห่างตัว
       ทาฮิร่าหัวเราะชอบใจ “นั่นสิ รสนิยมเจ้าไทเกอร์นี่มันพอๆ กับเจ้านายมันเลย ดูหมวกที่ยัยบาบาร่าเลือกเป็นของขวัญวันเก้าฉลองให้ฉันสิ”
       ทาฮิร่าหยิบหมวกแม่มดคาดลายกุชชี่ขึ้นดูแล้ววางลง
       “เค้าก็อุตส่าห์มีน้ำใจส่งมาเป็นของขวัญให้เรานา นายจะไม่ใส่หมวกนั่นซะหน่อยเหรอ” ชิกเก้นว่า
       “แล้วแกล่ะ จะไม่ใส่ปลอกคอนั่นซะหน่อยเหรอ”
       ทาฮิร่าหัวเราะเบาๆ พลางอ้าปากหาว
       “ห๊าว...นี่ถ้าไม่ใช่งานใหญ่ฉลองวันอภิมหาสำคัญวันที่เก้า เดือนเก้า ปีเก้าพันเก้านะ ฉันขอนอนอยู่บ้านจริงๆ ด้วย แกรู้มั้ยเมื่อคืนฉันฝันประหลาดทั้งคืน แทบไม่ได้นอน”
       “เหมือนชิกเก้นเลย ชิกเก้นฝันว่ามีเด็กทารกมาร้องอุแว้ๆ กวนทั้งคืนเลย” ชิกเก้นเล่าก่อน
       “แกว่าไงนะ! ฝันถึงเด็กทารก? ทำไมเราฝันเหมือนกันล่ะ!” ทาฮิร่าประหลาดใจ
       “ตลกแล้วนาย มุกนี้ไม่ผ่าน ชิกเก้นไม่ขำอ่ะ” ชิกเก้นหัวเราะ
       
       ทันใดนั้นเองเสียงทารกร้องจ้าดังขึ้น ทาฮิร่ากับชิกเก้นมองหน้ากัน
       “อะนั่นๆ แน่ ทำซาวด์เอฟเฟ็คต์ประกอบเหมือนซะด้วย”
       “ซาวด์เอฟเฟ็คต์บ้าอะไรล่ะ นั่นมันเสียงเด็กร้องจริงๆ แกได้ยินเหมือนที่ฉันได้ยินใช่มั้ย”
       ชิกเก้นได้ฟังก็รีบกระโดดโหยงมาหาทาฮิร่า
       “หรือว่าบ้านเราจะมี ผ..ผ..ผี?!”
       “จะบ้าเหรอเจ้าชิกเก้น เมืองเวทมนตร์จะมีผีได้ยังไง”
       เสียงทารกแผดเสียงร้องจ้าขึ้นมาอีก คราวนี้ทาฮิร่าผวาร้องลั่น กอดชิกเก้นแน่น
       
       ในขณะเดียวกันนั้น แม่มดบาบาร่าซึ่งอุ้มเจ้าไทเกอร์อยู่ในอ้อมแขน กำลังเดินนวยนาด ทักทายคนโน้นทีคนนี้ที เห็นได้ว่าบาบาร่าเป็นที่รู้จักของคนเมืองนี้
       “สุขสันต์วันเก้าฉลองบาบาร่า” ชาวเมืองทัก
       “สุขสันต์วันเก้าฉลองจ้ะ”
       “สวยวันสวยคืนนะจ๊ะ แม่มดพันปีจริงๆ นะเธอนี่” ชาวเมืองอีกคนอวย
       “ฮุ้ย อันนั้นแน่นอนอยู่แล้วจ้า โฮะๆๆ”
       ไทเกอร์แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
       “ดีใจทำไม เค้าก็พูดไปตามมารยาท”
       “พูดอย่างนี้แกอยากลงไปเดินเองใช่มั้ย ไทเกอร์”
       จากที่บาบาร่าลูบหัวเจ้าไทเกอร์อยู่ กลายเป็นโยนไทเกอร์โครมลงพื้นอย่างรมณ์เสีย ทว่าไทเกอร์ใช้พลังพิเศษกระโดดปึ๋งกลับในอ้อมแขนบาบาร่าทันควัน
       “ก็พูดไปตามจริง ในใจน่ะเค้าหัวเราะเยาะเจ้านายด้วยซ้ำ”
       “เดี๋ยวนี้แกใช้วิชา “ฟังจิต” ได้แล้วเหรอ แกได้ยินจริงๆ เหรอ”
       “ก็...พอได้อยู่น่ะ เมาท์อีกด้วยว่า เจ้านายน่ะโบท็อกซ์เสื่อมสภาพ”
       เจอเข้าไปดอกนี้ บาบาร่าเหวอสนิท มือไม้รีบจับที่แก้มซ้ายขวาพัลวัน เสียความมั่นใจไปในบัดดล
       “วะ..ว่าไงนะ ยัย..ยัยนั่นมันว่าฉันอย่างนั้นจริงเหรอ”
       “ป่าว อันนี้ผมพูดเอง”
       “อ๊ายย ไอ้แมวบ้า!!!”
       บาบาร่าจิกคอไทเกอร์ชูขึ้นสูง ไทเกอร์โวยวาย
       “โอ้ยๆๆ เจ็บๆๆ พูดความจริง ก็รับไม่ได้อีก ไปดีกว่า”
       ไทเกอร์หายตัวฟึบ เหลือเพียงประกายเป็นละออง
       
       บาบาร่าสูดหายใจลึก เรียกความมั่นใจ แล้วเจอเข้ากับแม่มดรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งควงแฟนเดินเที่ยวงาน
       “มาคนเดียวเหรอจ๊ะบาบาร่า” แม่มดนางนั้นถามขึ้น
       บาบาร่าเหล่มองอย่างไม่พอใจ
       “ไม่เห็นเรอะยะ ฉันก็มาของฉันคนเดียว ไม่หาเหาใส่หัวพาใครมาด้วยเหมือนเธอหรอกย่ะ”
       แม่มดนางนั้นยิ้มขำ “ถามนิดเดียวตอบซะยาวเลย ฉันหมายถึงทาฮิร่าน่ะจ้ะ ไม่มาด้วยกันหรอกเหรอ”
       “จะไปรู้เรอะ ไปก่อนนะยะ”
       บาบาร่าสะบัดหน้าหนีไปทันที แม่มดกับแฟนมองหน้ากัน ส่งเสียงตาม
       “สุขสันต์วันเก้าฉลองจ้ะ”
       บาบาร่าหันมาตอบรับอย่างขอไปที
       “สุขสันต์วันเก้าฉลองย่ะ”
       บาบาร่าเดินหนีไปพลางครุ่นคิดถึงทาฮิร่า
       “จริงสิ ยัยทาฮิร่าหายไปไหนนะ เจ้าชิกเก้นก็ด้วย”
       
       ประตูบ้านทาฮิร่าค่อยๆ ถูกดันออก เผยให้เห็นทาฮิร่าที่มีชิกเก้นกอดอยู่แนบอก สายตาทาฮิร่ามองสอดส่ายไปทั่วบริเวณ
       “ไม่เห็นมีอะไรนี่” ชิกเก้นบอก
       “แต่ฉันว่ามี ได้ยินเสียงเด็กร้องเต็มสองรูหู อ้อ!สี่รูรวมแกด้วย มันจะไม่มีอะไรไปได้ยังไง”
       ทั้งนายและบ่าวต่างไม่รู้ว่าที่บริเวณพื้นด้านหน้าตรงที่ทาฮิร่ายืนอยู่นั้น มีตะกร้าหวายใบใหญ่มีผาปิดเปิดได้วางอยู่
       ชิกเก้นแหงนหน้าพูดกับทาฮิร่า
       “ชิกเก้นว่าไปงานเก้าฉลองกันก่อนดีมั้ยนาย กลับมาค่อยหา”
       “เอางั้นเหรอ อืม..ก็ได้ๆ เราอาจจะหูฝาดกันทั้งคู่”
       ทาฮิร่าก้าวเท้าเดินออกไป แต่ทันใดนั้นเองก็สะดุดเข้ากับตะกร้า หน้าคะมำไปคนละทางทั้งนายบ่าว
       “ว้าย! เจ้าชิกเก้นนน บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวางข้าวของเกะกะ”
       “ชิกเก้นเปล่านะนาย ตะกร้าอะไร ชิกเก้นไม่ได้เป็นคนเอามาไว้ตรงนี้”
       ตะกร้าหวายใบนั้นกระเด็นห่างไปจากที่เดิมเพียงเล็กน้อย มีเสียงเด็กร้องอ้อแอ้ ทาฮิร่ากับชิกเก้นมองหน้ากัน
       “ในนั้นคงไม่ได้มี...” ทาฮิร่ากังวล
       ชิกเก้นกับทาฮิร่า อุทานแทบจะพร้อมกัน “เด็ก” / “เด็ก?!”
       ทาฮิร่ากับชิกเก้นพรวดพราดไปที่ตะกร้า ค่อยๆ แง้มฝาขึ้น เด็กทารกในตะกร้าที่บุด้วยผ้าแพรอย่างดี ยิ้มให้ทาฮิร่ากับชิกเก้น ชิกเก้นตื่นเต้นกระโดดไปมารอบๆ ตะกร้า
       “เสียงที่เราได้ยินต้องมาจากเด็กนี่แน่เลย”
       ทาฮิร่ามองเด็กน้อยนั้นหน้าตาตื่น
       “นี่ยังกับเพิ่งเกิดเลยนะเนี่ย”
       “ใช่ ตัวแดงเหมือนลูกหนูเลย ใครนะ เอาเด็กแรกเกิดมาทิ้งได้ ทำไมใจร้ายจัง”
       ทาฮิร่าขมวดคิ้วมุ่น
       “ยัยบาบาร่า... เธอเล่นตลกอะไรกับฉันอีกแล้ว คิดจะสกัดจุด ให้ฉันอดไปงานเก้าฉลองงั้นเหรอ...ฮึ่ม”
       ทาฮิร่าคิดว่าเป็นผลงานของอดีตคู่ปรับ...แม่มดบาบาร่า
       
       ในที่สุดทาฮิร่าก็มาปรากฏตัวต่อหน้าบาบาร่ากับไทเกอร์ท่ามกลางบรรยากาศงานฉลอง
       “แต่งตัวอยู่ตั้งนาน สวยได้แค่เนี้ยะ ชิ สุขสันต์วันเก้าฉลองจ้ะเพื่อนรัก”
       “ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อเลยนะ” ทาฮิร่าทำเสียงเย็นใส่
       บาบาร่าหุบยิ้มแทบไม่ทัน
       “เธอเล่นแรงไปหน่อยนะคราวนี้”
       “อะไรกันจ๊ะ” บาบาร่าผุดยิ้มออกมา “อ..อ๋อ..หรือว่าไม่ชอบหมวกที่ส่งไปให้”
       “แน่ใจเหรอว่าเธอส่งหมวกไปให้ฉันอย่างเดียว”
       “อันที่จริงก็มีอีกนะ”
       “สารภาพมา!” ทาฮิร่าเชิดหน้ารอเชือด)
       “...ปลอกคอแมว”
       ทาฮิร่าสูดหายใจลึกๆ เพื่อกลั้นอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งพล่านในอก
       “ถึงเราจะเคยเป็นศัตรูกัน แต่ฉันก็คิดไม่ถึงว่าเธอจะใจร้ายขนาดเอาเด็กเล็กๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาเล่นตลกแบบนี้”
       บาบาร่าชักฉุน
       “พูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย”
       “ก็เด็กทารกที่หน้าบ้านฉันไง!” ทาฮิร่าโพล่งขึ้นมา
       ทันใดนั้นเองก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างแรง บาบาร่ากับทาฮิร่าหวีดร้อง พร้อมๆ กับที่ร้านรวงบริเวณนั้นล้มระเนระนาด ผู้คนต่างหมอบหลบภัย บ้างก็วิ่งหนีหาที่กำบังจ้าละหวั่น
       บาบาร่ากับทาฮิร่าหวีดร้องขณะหมอบคลานหาที่กำบัง
       “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” บาบาร่าถาม
       “เราจะตายมั้ยบาบาร่า อ๊าย” ทาฮิร่ากังวล
       เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขึ้นมาอีกระลอก เศษอิฐ หิน กระเด็นว่อน ทั้งเมืองคละคลุ้งไปด้วยฝุ่น สภาพตึกราม บ้านเรือนถล่มลงมา ผู้คนวิ่งหนีตายกันอลหม่าน
       พร้อมๆ กับที่แผ่นดินแยกออกเป็นทางลึก เสียงผู้คนหวีดร้องลั่น พร้อม ๆกับเสียงหวูดเตือนภัยดังไปทั่วบริเวณ
       
       เวลานั้นที่บ้านทาฮิร่า ตัวบ้านไหวสั่น ถึงแม้จะอยู่ห่างงานพิธี แต่ก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย เจ้าชิกเก้นตัวฟู หางชี้ ตะกุยตะกายไปหาตะกร้าหนูน้อย แนนนี่
       “แว๊กๆๆๆๆ โลกถล่มรึไงกันเนี้ยยย ไม่ต้องกลัวนะหนูน้อย”
       ทว่าหนูน้อยที่แนนนี่ในตะกร้า กลับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างชอบใจ
       ชิกเก้นปาดเหงื่อ มองทารกน้อยแนนนี่งง ๆ
       “อะไรกันเนี่ย เสียงดังออกอย่างนั้น ไม่กลัวเลยเหรอ”
       แนนนี่หัวเราะกิ๊กกั๊ก ชิกเก้นทอดถอนใจโล่งอก เอามือคลอเคลียแก้มแนนนี่ แนนนี่ยิ่งหัวเราะ
       แต่แล้วพลันเกิดเสียงโครมคราม พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนแว่วเข้ามาอีก พายุพัดอื้ออึง หน้าต่างปิดเปิดเองเสียงดังปึงปัง เศษขยะ และฝุ่น ปลิวคลุ้งที่นอกหน้าต่าง
       ชิกเก้นเกาะตะกร้าแนนนี่ไว้แน่น สายตามองออกนอกหน้าต่างอย่างหวาดวิตก
       “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ป่านนี้เจ้านายจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย”
       
       สภาพของเมืองเวทมนตร์เสียหายยับเยิน มีคนนอนเจ็บ ร้องโอดโอย บางคนกำลังถูกประคองไปพยาบาล ฯลฯ
       ท่ามกลางความวุ่นวาย บาบาร่ากับทาฮิร่าเดินหากัน พอเจอก็ผวาเข้ากอดกันตัวสั่น
       “บาบาร่า!”
       “ทาฮิร่า!”
       “นี่เธอยังไม่ตายใช่มั้ยเนี่ย โอ...ดีใจจริงๆ” ทาฮิร่ากอดเพื่อนรัก
       “เธอสิตาย พูดเป็นลางไปได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย น่ากลัวจริงๆ” บาบาร่าสงสัยครามครัน
       “อยู่มาเป็นร้อยปี ไม่เคยเจอเรื่องร้ายแบบนี้ เคยอ่านเจอก็แต่ในตำนาน” ทาฮิร่านึกขึ้นได้ “ตำนาน! ใช่แล้ว...เหมือนกับที่ตำนานว่าไว้ จะมีคนตายเป็นเบือ นี่มันอาเพศชัดๆ”
       “พูดจาเลอะเทอะใหญ่แล้วเธอทาฮิร่า! ว้าย!” บาบาร่าตกใจเมื่อหันไปเห็นไทเกอร์ที่โผล่มาในสภาพหัวหูเต็มไปด้วยผงปูนจากการถล่มของตึกรามบ้านช่อง
       “ผมเองเจ้านาย”
       “โธ่ เจ้าไทเกอร์!”
       บาบาร่ารีบฉวยร่างไทเกอร์มาปัดหัวหู ทาฮิร่ามองไทเกอร์แล้วฉุกคิดถึงชิกเก้นของตัวเอง
       “ตายละ เจ้าชิกเก้น”
       “นั่นสิ ผมไม่เห็นเจ้าชิกเก้นเลย รึว่า ...รึว่ามันตายแล้ว” ไทเกอร์ว่า
       ทาฮิร่าหน้าซีดเผือด บาบาร่ารีบปลอบโยน
       “ใจเย็นนะทาฮิร่า เจ้าชิกเก้นมันคงไม่อายุสั้นอย่างนั้นหรอก”
       “ฉันไม่ได้ห่วงเจ้าชิกเก้น แต่ฉัน...ห่วง...เด็ก...” ทาฮิร่าพลั้งปาก
       “เธอว่าไงนะ!”
       
       พลันเสียงหวูดดังแหลมขึ้นยาว ๆ สามครั้ง เป็นสัญญาณบางอย่างที่รู้กันในเมืองเวทมนตร์
       “ท่านผู้นำเรียกชุมนุม! ไปกันเถอะ ทาฮิร่า!”
       ทาฮิร่าซึ่งกำลังมีทีท่าว้าวุ่นใจ หันขวับหาบาบาร่า
       “ฮะ?”
       บาบาร่าขี่ไม้กวาดนำลิ่วไปบนฟ้ากับไทเกอร์
       “มาเร็วสิ”
       ทาฮิร่าหันรีหันขวาง อย่างลังเลใจ ก่อนจะดีดนิ้วเรียกไม้กวาด แล้วกระโดดขึ้นขี่ตามบาบาร่าไป
       “บาบาร่ารอฉันด้วย”
       
       บนศาลาว่าการเมืองเวทมนตร์ขณะนั้น เหล่าพ่อมดแม่มดระดับผู้นำ และคณะบริหารเมืองต่างมารวมตัวกันที่โต๊ะประชุมที่ทำด้วยไม้กว้างและยาวหลายสิบเมตร นอกจากนั้นยังมีประชาชนพ่อมดแม่มดยืนชุมนุมกันพร้อมเพรียง
       ที่ด้านหน้า มีคณะบริหารเมือง 4 คน ยืนแถลงการณ์ความเสียหายของเมืองเวทมนตร์
       “...ความเสียหายนับได้ว่ารุนแรงมาก ด้วยว่าเมืองเวทมนตร์เราไม่เคยประสบภัยพิบัติลักษณะนี้มาก่อน ทางคณะบริหารเมืองกำลังดำเนินการประเมินมูลค่าการเสียหาย และจะเร่งฟื้นฟูเมืองเวทมนตร์ให้เร็วที่สุด และต่อไปจะเป็นมาตรการการแก้ปัญหาโดยท่านผู้นำของเรา”
       คณะบริหารค้อมหัวให้ที่ประชุมแล้วขยับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
       พอดีกับที่ทาฮิร่ามาถึงเป็นคนท้ายสุด ค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปยืนใกล้ๆ บาบาร่าซึ่งรวมอยู่กับบรรดาพ่อมดแม่มดแล้ว
       “ว่าไงๆ ท่านผู้นำว่าไง” ทาฮิร่ารีบถาม
       “ไม่เห็นเหรอยะว่าท่านยังไม่มา เธอนี่ยังไงนะ ท่าทางรุกรี้รุกรนพิกลนะวันนี้” บาบาร่าชักเริ่มสงสัยในท่าทีทาฮิร่าขึ้นมา
       “เกิดเรื่องร้ายขนาดนี้จะให้ตีหน้าเชิดเริ่ดอย่างเธอได้ยังไงล่ะยะ”
       ทาฮิร่าแก้ตัวไปแบบข้างๆ คูๆ ทั้งที่ใจวิตกเรื่องทารกแปลกหน้าที่บ้าน
       
       ที่เก้าอี้ตัวใหญ่ยักษ์ที่บริเวณหัวโต๊ะประชุม ไกลออกไป มีผู้ติดตามผู้นำแม่มดยืนขนาบคอยท่าผู้นำอยู่ทั้งสองด้าน
       สักพัก ผู้นำแม่มดซึ่งเป็นหญิงชรา ผมขาวโพลนยาวระพื้น ก้าวช้า ๆพร้อมไม้เท้าค้ำยันลงนั่งที่เก้าอี้ เสียงเมาท์มอยเซ็งแซ่พูดคุยค่อยๆ เงียบ เมื่อทั้งห้องอยู่ในความเงียบ ผู้นำกล่าวขึ้นช้าๆ ด้วยเสียงแหบพร่า
       “มันเป็นภาพสะท้อนเวลา...”
       ผู้นำพูดแล้วก็ปล่อยให้ทั้งห้องอยู่ในความเงียบ
       ทาฮิร่ากระซิบถามบาบาร่า
       “ท่านหมายถึงอะไรอ่ะ”
       “ก็ภาพสะท้อนของเวลาไง๊” บาบาร่าตอบปัด ๆ เพราะจริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกัน
       “ก็นั่นละ มันหมายความว่ายังไงล่ะ เคยได้ยินแต่ย้อนเวลา แต่นี่ภาพสะท้อนเวลาอะไรกัน ไม่เข้าใจ”
       “ไม่รู้เหมือนกัน อยากรู้ก็ตั้งใจฟังสิ”
       ทาฮิร่าขมวดคิ้วใส่บาบาร่า
       
       ผู้นำแม่มดพูดต่ออย่างช้าๆ ทั้งห้องอยู่ในอาการจดจ่อรอคอย
       “สิ่งที่เห็นในวันนี้ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเมืองเวทมนตร์ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า เมืองทั้งเมืองจะพังพินาศ...”
       คำพูดประโยคนี้ทำเอาทั้งห้องฮือฮา ตระหนกตกใจ
       “เผ่าพันธุ์แม่มดเราจะถูกทำลายล้าง ด้วยน้ำมืออสูรร้ายตนหนึ่งที่เล็ดลอดจากการตามล่า หน้าที่ของเราชาวเมืองเวทมนตร์ทั้งหลาย คือกำจัดอสูรนี้ให้สิ้นซาก” ผู้นำแม่มดกล่าวจริงจัง
       พ่อมดตนหนึ่งในห้องร้องนำเสียงขึ้น สีหน้าโกรธแค้นอสูร
       “กำจัดอสูร!”
       คนอื่น ๆเริ่มชูกำปั้น ส่งเสียงตามอย่างโกรธแค้นเช่นกัน เสียงดังเซ็งแซ่
       “กำจัดอสูร! กำจัดอสูร! กำจัดอสูร!
       ผู้นำแม่มดลุกขึ้น และยกมือทั้งสองเป็นเชิงสั่งให้ทุกคนอยู่ในความสงบ
       “มันคือทารกแรกเกิด ...วันที่เก้าเดือนเก้าปีเก้าเก้า”
       “ทารก” ทาฮิร่าหน้าเจื่อนสนิท
       ผู้นำแม่มดกระทุ้งไม้เท้าเปรี้ยงกับพื้นดังก้องไปทั้งห้อง
       “กำจัดทารกอสูร!” ผู้นำแม่มดส่งเสียงกร้าว
       ทาฮิร่าสะดุ้งเฮือก บ้าจี้พูดตามทุกคนไปด้วย
       “กำจัดอสูร!”
       
       พ่อมดแม่มดต่างออกอาการเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เคืองแค้นอสูรร้าย และกรูกันออกไปทำตามคำสั่งของผู้นำแม่มด เหลือเพียง ทาฮิร่ายืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก เพราะในใจครุ่นคิดถึงแต่เด็กทารกแปลกหน้าที่บ้าน
       บาบาร่าชกกำปั้นกับฝ่ามืออย่างเป็นเดือดเป็นแค้น ขณะก้าวไป
       “ทารกอสูรงั้นเหรอ ฮึ่ม มันต้องเจอกับแม่มดรุ่นเก๋าอย่างเรา ใช่มั้ย ทาฮิร่า ทาฮิร่า!” บาบาร่าหันกลับไปหาทาฮิร่า
       ทาฮิร่ายังคงยืนบื้อใบ้อยู่ที่เดิม จนถูกบาบาร่าโวยใส่
       “ทำอะไรของเธออยู่ นี่ทุกคนเค้าแยกย้ายไปหาเด็กอสูรกันแล้วไม่เห็นเหรอ”
       “ออ..อ้อ จ้ะๆ ไปเดี๋ยวนี้” ทาฮิร่าหมุนตัวไปอีกทางหนึ่ง
       “ทางนี้!” บาบาร่าร้องบอก
       “อ้าวเหรอ แหะๆ” ทาฮิร่าหมุนตัวกลับ
       “นี่เธอเป็นอะไรไป”
       “เปล๊า ไม่ได้เป็นอะไร”
       ทาฮิร่าเดินลิ่วผ่านบาบาร่ากับไทเกอร์ไป ไทเกอร์สูดหายใจลึกดมกลิ่นตัวทาฮิร่า
       “ทาฮิร่ามีกลิ่นแปลกๆ!”
       “เดี๋ยวก่อนทาฮิร่า” บาบาร่าเรียกไว้
       ทาฮิร่าชะงักงัน ไม่หันมองบาบาร่า
       “อะไรอีกล่ะ”
       “ก่อนแผ่นดินไหว เธอคุยอะไรกับฉันสักอย่าง เรื่อง...”
       “เรื่องเด็ก!” ไทเกอร์อ่านใจ ตอบแทน
       ทาฮิร่าหน้าเสีย
       “เธอพูดถึงเด็ก” บาบาร่านึกออก
       “ฉันสังหรณ์ใจไปล่วงหน้ายังไงละ แล้วก็แม่นจริงๆ ด้วย ท่านผู้นำให้กำจัดเด็กอสูรไงไม่เห็นเหรอ”
       ทาฮิร่าเฉไฉรีบเดินหนีไป บาบาร่ามองตามอย่างไม่ไว้ใจ
       
       ทาฮิร่าตีหน้าเรียบเฉยขณะขี่ไม้กวาดมาถึงหน้าบ้าน พอเหลียวซ้ายแลขวาว่าไม่มีใคร ก็ยูเทิร์น เลี้ยวปร้าดเข้าบ้านในทันที พร้อมร้องสั่งประตูให้เปิดออก
       “โคบรา โคบรา!”
       แต่ประตูบ้านปิดสนิท ไม่เปิดออกตามคำสั่ง ทาฮิร่าหน้าเหวอ เพราะพุ่งมาด้วยความเร็ว
       “โอ๊ะ!โคบราโคบรามันปิดนี่ แว๊ก”
       ทาฮิร่า ตาเบิกโพลง สลับกับบานประตู
       
       ชิกเก้นซึ่งกำลังนอนหลับคาหนังสือนิทานอยู่กับแนนนี่ ลืมตาขึ้นพรึ่บ เสียงโครมดังขึ้น ชิกเก้นหันขวับตามเสียงนั้นไปที่ประตู ครั้นประตูเปิดออก ทาฮิร่าก็เดินงงงวยเห็นดาวเข้ามา พอเห็นชิกเก้นกับแนนนี่นอนอยู่ด้วยกันก็โวยลั่น
       “เจ้าชิกเก้น!”
       ทาฮิร่าเข้าคว้าคอชิกเก้นมากอดไว้แนบอก
       “แกไม่เป็นไรใช่มั้ย”
       “ชิกเก้นว่าเจ้านายนั่นละ เป็นไรมากเปล่า”
       “ก..แกยังไม่รู้อะไร เงียบๆ ไปเลย”
       ทาฮิร่าค่อยๆ คืบเท้าออกห่างจากแนนนี่ แล้วกระซิบบอกชิกเก้นเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้น และคำสั่งกำจัดทายาทอสูรของท่านผู้นำ ชิกเก้นตกใจเอามากๆ
       “ห๊า!”
       “เงียบไว้นะ”
       “โอเคๆ ชิกเก้นจะไม่พูดเลยว่ายัยหนูน้อยนี่คืออสูร” ชิกเก้นหลุดปาก
       “เจ้าชิกเก้น! เนี่ยเหรอเงียบของแก”
       ทาฮิร่าว่าพลางคืบเท้ากลับไปหาแนนนี่ แบบหวั่น ๆ แนนนี่พลันลืมตาขึ้น ทาฮิร่ากับชิกเก้นซึ่งกำลังเข้ามาใกล้ ถอยกรูด
       “แว้ก”
       “ร้องทำไม จะบ้าเหรอ ก็แค่เด็กตัวเล็กๆ”
       “แล้วนี่เราจะทำไงครับ...นายคงไม่ได้จะ...”
       ทาฮิร่าพยักหน้าอย่างจริงจัง “ฮื่อ จัดการเดี๋ยวนี้”
       “ให้ชิกเก้นเนี่ยนะ จัดการยัยหนู”
       จู่ๆ เสียงเล็กๆ ของแนนนี่ดังขึ้น เหมือนรับรู้สิ่งที่นายบ่าวพูดกัน
       “หนูไม่ใช่อสูร”
       ชิกเก้นกับทาฮิร่ามองหน้ากันตกใจ
       “เด็กอะไรพูดได้ด้วย เราต้องรีบจัดการแล้ว ชิกเก้น!”
       “จ..จ๋า”
       “จัดการ”
       ชิกเก้นมือไม้สั่นไม่กล้าทำ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งทาฮิร่า เงื้อง่ากรงเล็บแหลมเฟื้อยทั้งสองขึ้นเหนือร่างแนนนี่ ทาฮิร่าเอามือปิดตา แล้วเว้นช่องโหว่ไว้แอบดูอย่างหวาดเสียว สุดท้ายก็ส่งเสียงร้องห้ามไว้
       “เดี๊ยวๆๆๆๆ”
       ชิกเก้นลดมือลงแบบไม่รีรอ และถอนใจอย่างโล่งอก
       “เปลี่ยนใจแล้วใช่มั้ยเจ้านาย”
       “เปล่า แต่แค่สงสัยว่าถ้าเด็กนี่ไม่ใช่ทายาทอสูรล่ะ ก็เท่ากับว่าเราทำลายเด็กบริสุทธิ์เลยนะ”
       “แล้วเด็กทารกอะไรพูดได้ ถ้าไม่ใช่...”
       ชิกเก้นพูดมีเหตุผลชวนให้คิด ทาฮิร่าหันมองแนนนี่สีหน้าเครียด
       “เพื่อความสงบสุขของเมืองเวทมนตร์”
       
       ทาฮิร่าตรงเข้าไปหาแนนนี่ หันหน้าหนีไปอีกทางหนึ่งขณะยื่นมือลงไปใกล้ลำคอแนนนี่ ชิกเก้น มองมือที่ป่ายสะเปะสะปะของทาฮิร่าที่อยู่ตรงหน้า แล้วหยุดหมับที่ลำคอชิกเก้น ทาฮิร่าหลับตาปี๋ ตัดใจ ออกแรงบีบมือเต็มที่
       “ฉันขอโทษนะ”
       แต่คอที่กำลังบีบอยู่เป็นคอเจ้าชิกเก้นที่กำลังดิ้นพร่าดๆ พูดไม่เป็นภาษา
       “อ่อก โอะ โอ้ย เจ้า..นาย”
       ทาฮิร่าได้ยินก็หน้าเหวอ หันขวับ แล้วยิ้มออกมาได้
       “โอ...โชคดีจริงๆ ที่ไม่ใช่ยัยหนู”
       ชิกเก้นไอแค่กๆ ทาฮิร่าเข้าใกล้แนนนี่ จ้องหน้าแนนนี่ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
       “ฉันจำเป็นต้องทำนะ”
       ทาฮิร่าเงื้อมือทั้งสองขึ้นตั้งท่าจะบีบคอ แต่แนนนี่มองทาฮิร่าตาแป๋ว ทาฮิร่าหน้าละห้อย ทั้งที่ยังเงื้อง่ามือทั้งสอง
       “อย่ามองฉันแบบนี้สิ”
       แนนนี่เอียงคอเล็กน้อยอย่างน่าเอ็นดู ดูน่ารักน่าชังมาก ๆ ทาฮิร่าคราง
       “โธ่ บอกว่าอย่า...”
       ทาฮิร่าทิ้งมือลงข้างตัว งึมงำอย่างรู้สึกผิด
       “ฉันทำไม่ได้”
       ชิกเก้นมองทาฮิร่าอย่างเข้าใจ แต่ไม่วายเอ่ยค้าน
       “แต่ยัยหนูนี่เป็น...”
       ทันใดนั้นเองบาบาร่ากับไทเกอร์ก็โผล่มาที่หน้าต่าง
       “ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ”
       ทาฮิร่าและชิกเก้นร้องตกใจก่อนจะเหลือบลงไปมองที่แนนนี่พร้อมกัน และร้องขึ้นพร้อมกัน
       “บาบาร่า!” / “ไทเกอร์!”
       
       บนโลกมนุษย์เวลานั้น เด็กทารกนอนเรียงรายกันอยู่ หลายคนร้องไห้จ้า บรรยากาศในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เป็นเด็กอ่อน มีเจ้าหน้าที่พี่เลี้ยงคอยดูแลกันวุ่นวาย
       ปัทมนกับ ธานีลูกชายวัย 5 ขวบ กำลังเดินออกจากห้องนั้นมากับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ยกมือไหว้ ปัทมนยกมือไหว้ตอบอย่างสุภาพ
       “ขอบคุณมากนะคะ ที่ให้เราได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมเด็กๆ ธานีขอบคุณ คุณน้ารึยังลูก”
       ธานีไหว้ “ขอบคุณครับ คุณแม่บอกว่าน้องๆ ติดเชื้อโรคง่าย ต้องเยี่ยมน้องห่างๆ แล้วทำไมให้ผมเข้ามาได้ละครับ”
       ธานีแหงนคอคุยกับเจ้าหน้าที่ซื่อๆ เจ้าหน้าที่หญิงยิ้มอย่างเอ็นดูธานี
       “เราพิจารณาเป็นรายๆ ไปน่ะค่ะ อย่างวันนี้เป็นวันเกิดน้องธานี ทางเราก็เลยอนุญาตให้เข้าเยี่ยมน้องๆ ได้เป็นพิเศษไงคะ”
       ผ่านเวลาไปธานีกับปัทมนเดินเอื่อย ๆ ตามลำพังแม่ลูก ที่ด้านหน้าห้องเลี้ยงเด็กอ่อน
       “ลูกเห็นแล้วใช่มั้ยว่ามีน้องๆ มากมายที่ไม่ได้มีโอกาสดีๆ ในชีวิตเหมือนอย่างเรา เราต้องยังไงคะลูก”
       “เห็นใจแล้วก็ช่วยเหลือเค้าครับ” ธานีตอบ
       “แล้วก็ใช้โอกาสดีๆ ที่มีของเราให้ดีที่สุด เรียนให้ดี เป็นคนดี คอยช่วยเหลือผู้อื่นนะลูก” ปัทมนสอนลูกชายไปในตัว
       
       ธานีเหลียวกลับไปมองห้องเลี้ยงเด็ก แล้วยกมือบ๊ายบายทารกน้อย
       
       มาลีเดินกระย่องกระแย่ง ใบหน้าซีดเซียวจากการคลอดลูกหมาดๆ เมื่อคืน ในอ้อมแขนมีทารกน้อยดารกา สีหน้ามาลีเต็มไปด้วยความชิงชังเมื่อเหลือบดูดารกา
       “แกมันมารหัวขนมาเกิด ฉันเกลียดแก อย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่ตำตาตำใจฉัน”
       มาลีชะเง้อชะแง้มองเข้าไปข้างใน สีหน้าลังเล
       “ทิ้งแกที่ถังขยะก็สิ้นเรื่อง ทำไมฉันจะต้องเสียเวลามาที่นี่ด้วย”
       รถเก๋งของปัทมนแล่นตรงมาจากในรั้ว เกือบชนเข้ากับมาลี เสียงแตรดังสนั่น มาลีผงะถอย ตะโกนด่าโวยวาย
       “โว้ยไม่ทับกูให้ตายซะเลยล่ะ กูก็อยากตายอยู่เหมือนกัน”
       รถแล่นผ่านมาลีไป เห็นปัทมนซึ่งนั่งอยู่เบาะท้าย หันมองมาลีที่โวยวายไม่เลิก
       “กลับมาสิวะ ไอ้พวกคนรวยแต่ขับรถห่วยแตก”
       ที่ท้ายรถเวลานั้น ปัทมนมองเห็นธานีเกาะเบาะที่นั่งด้านหลังมองไปยังมาลีไม่วางตา
       
       ธานีถามปัทมนด้วยสีหน้างุนงง
       “ทำไมผู้หญิงคนเมื่อกี้เค้าต้องด่าเราด้วย ถนนเอาไว้ให้รถวิ่ง ไม่ได้เอาไว้ให้คนยืนสักหน่อย”
       “ไม่เอานะลูก ที่เค้าทำไม่ดีเพราะเค้าไม่รู้ว่ามันไม่ดี ให้อภัยเค้านะลูก”
       “ก็ได้ครับคุณแม่”
       ธานีตอบพลางหันมองไปทางเดิมอีกครั้ง แล้วทำหน้าตาตื่น
       “คุณแม่ครับ!”
       
       มาลีวางทารกน้อยดารกาที่ร้องลั่นลงกับพื้น ด่าใส่
       “โว้ยจะร้องทำไม ฉันกำลังหาทางพาแกเข้าไปอยู่ไม่เห็นเหรอ แหกปากดีนัก อยู่ตรงนี้รอคนมาเก็บไปละกัน”
       มาลีเอามือกุมหน้าขา เดินตัวงอออกไปอีกทางหนึ่ง แล้วตกใจ เมื่อเห็นปัทมนยืนขวางทางอยู่ สีหน้าขึงขัง
       “นั่นลูกคุณรึเปล่า”
       มาลีไม่ตอบ ขยับจะหนี แต่เจอคนขับรถของปัทมนยืนคุมเชิงอยู่
       “นี่คุณทิ้งลูกตัวเองงั้นเหรอ?”
       มาลีร้องไห้โฮ ยกมือไหว้ปลกๆ
       “อย่าทำอะไรมาลีเลย มาลีเลี้ยงมันไม่ได้จริงๆ”
       ปัทมนตรงไปอุ้มดารกาไว้แนบอกอย่างเวทนา
       ครั้นพอทารกดารกาอยู่ในอ้อมแขนปัทมน เงียบกริบ จ้องมองหน้าปัทมนราวกับไม่ใช่ทารกแรกเกิด ปัทมนมองหน้าดารกาอย่างฉงน ขณะที่คนขับส่งเสียงกำหราบมาลี
       “ทิ้งลูกอย่างนี้มีความผิดนะ เรียกตำรวจมั้ยครับคุณนาย”
       มาลีตาลุก ร้องเอะอะ ทรุดลงกับเข่า
       “อย่านะ อย่าเรียกตำรวจมาจับมาลีนะ กลัวแล้วค่ะกลัวแล้ว”
       
       เวลาเดียวกันในเมืองเวทมตร์ บาบาร่ากับไทเกอร์กำลังเดินนวยนาดอยู่ในบ้านทาฮิร่า ซึ่งเจ้าไทเกอร์ไล่ดมไปทุกซอกทุกมุมในบ้าน เพราะได้กลิ่นประหลาด
       “ฉันเข้าใจว่าเธอคงกำลังตามล่าหาเด็กอสูร ...ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่บ้าน”
       บาบาร่าเอ่ยขึ้นแล้วหันขวับจ้องหน้าทาฮิร่า ซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับชิกเก้น และตะกร้าแนนนี่
       “ฉันลืมของ ก็เลยกลับมาเอา ใช่มั้ย เจ้าชิกเก้น” ทาฮิร่าหันไปหาแนวร่วม
       “ใช่จ้ะ”
       ไทเกอร์จ้องชิกเก้นอย่างจับผิด
       “แล้วทำไมเจ้าไม่ไปงานเก้าฉลอง”
       ชิกเก้นหันขวับขอความช่วยเหลือทาฮิร่า
       ทาฮิร่ารีบตีหน้าดุไทเกอร์ “เจ้าชิกเก้นมันจะทำอะไรอยู่ไหนมันก็เรื่องของมันสิ ฉันเป็นเจ้านายมันแท้ๆ ยังไม่อยากรู้เรื่องของมันเลย”
       “ถ้าบ้านนี้ไม่อบอวลด้วยกลิ่นแปลกๆ ผมก็ไม่ถามหรอก” ไทเกอร์บอก
       “เจ้าไทเกอร์บอกว่าเธอมีกลิ่นตัวแปลกๆ”
       บาบาร่าว่าพลางก้าวเข้ามาใกล้ตะกร้าแนนนี่ ทาฮิร่ากับชิกเก้นมองหน้ากัน กลืนน้ำลายเอื้อกลงคอในอาการลุ้นระทึก
       “ฉันเองก็ได้กลิ่น ตอนนี้ที่ไหนก็อบอวลไปด้วยกลิ่นอสูรทั้งนั้นแหละ ตัวเธอก็มีกลิ่นแปลกๆ”
       ทาฮิร่าเฉไฉยื่นหน้าไปดมบาบาร่า บาบาร่าเอียงตัวหลบหนี จนเสียหลักนั่งทับลงที่ตะกร้าแนนนี่พอดิบพอดี
       “อ๊าย...” บ่าวและนาย ชิกเก้นกับทาฮิร่าร้องลั่นพร้อมกันด้วยความตกใจ
       แต่แล้ว..ก้นบาบาร่าซึ่งนั่งทับลงบนตะกร้าใส่แนนนี่ ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตะกร้ากลายเป็นภาพโปร่งแสง ซ้อนอยู่บนร่างบาบาร่า ทาฮิร่ากับชิกเก้นงงงันกับภาพที่เห็น
       “เล่นบ้าอะไรของเธอ ฉันเนี่ยนะมีกลิ่นแปลกๆ”
       ชิกเก้นได้ทีรีบกระโดดหาบาบาร่า “เหม็นมากด้วย หรือว่าจะเป็น...”
       “กลิ่นอสูร!!” ทาฮิร่าผสมโรงทันควัน
       บาบาร่าลุกพรวด หน้าเหวอ
       “จะบ้าเหรอ ตัวฉันจะมีกลิ่นอสูรได้ยังไง”
       “เก่งนะเนี่ย ฝ่าด่านพ่อมดแม่มดมาถึงบ้านฉันได้ นี่ถ้าไม่ใช่เป็นเพื่อนกัน ฉันต้องคิดว่าเธอซ่อนอสูรไว้แหงๆ”
       ทาฮิร่ากับชิกเก้นเหลือบมองกันอย่างรับส่งมุก
       “หรือว่าบาบาร่าจะ...” ชิกเก้นเปิดเกม
       “ซ่อนเด็กอสูรไว้จริงๆ!” ทาฮิร่าจัดไป
       ทาฮิร่าเดินวนรอบตัวบาบาร่าอย่างตรวจตรา บาบาร่าเอี้ยวตัวหนีซ้ายขวา หน้าเหวอ
       “เลอะเทอะ ฉันจะมีเด็กอสูรได้ยังไง”
       “ถ้าอย่างนั้นเธอต้องรีบกลับไปล้างตัวซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน พ่อมดแม่มดข้างนอกอาจจะฆ่าเธอก็ได้นะ” ทาฮิร่าจัดไปอีกดอก
       “แกก็ด้วย ยี้ เหม็นอสูร” ชิกเก้นหันไปทำมือปิดจมูกใส่เจ้าไทเกอร์
       ผ่านเวลาไปไม่นานนัก ทาฮิร่ากับชิกเก้นทรุดตัวลงนั่งที่ข้างตะกร้าใส่แนนนี่อย่างอ่อนแรง หลังจากที่บาบาร่ากับไทเกอร์ไปแล้ว
       “เฮื่อย...หัวใจจะวาย”
       จู่ๆ เสียงทารกน้อยแนนนี่ก็ดังขึ้นมา “เลี้ยงหนูไว้เถอะนะยายจ๋า”
       “จ๊าก” ทาฮิร่าร้องลั่นพลางถดตัวถอยหนี “โอย...แม่หนูเอ๊ย เธอเป็นใครกันแน่”
       
        ทาฮิร่าพูดกับแนนนี่อย่างอ่อนใจ ขณะที่แนนนี่ยิ้มน่ารักออกมา
       
       อ่านต่อหน้า 2
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       ครู่ต่อมาแนนนี่หลับปุ๋ยอยู่บนที่นอนเล็กๆ ทาฮิร่ามองหนูน้อยอย่างเอ็นดู
       
       “กินง่าย หลับง่าย เฮ้อ..เห็นแล้วก็คิดถึง...”
       “จินนี่กับฮันนี่” ชิกเก้นรู้ใจนาย
       “แกก็คิดเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ นี่ถ้าไม่ติดเรื่องอสูร ฉันเลี้ยงไว้จริงๆ นะนี่”
       “ชิกเก้นไม่เอาด้วยคนละนะ เห็นฤทธิ์เดชแล้วกลัวอ่ะ ขนาดเจ้านายยังกระเด็น” ชิกเก้นว่าอย่างมีเหตุผล
       “มันช่วงชุลมุน ฉันยังไม่ทันได้ตั้งสติต่างหากย่ะ ทารกตัวกระเปี๊ยกเดียว ถ้าอบรมเลี้ยงดูดี ๆ ฉันว่าฉันเอาอยู่ อืม...”
       ทาฮิร่ามองแนนนี่อย่างครุ่นคิด พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “บาบาร่า! ชิกเก้นรีบเอายัยหนูซ่อนเร็ว!”
       “ซ่อนทำไม ยัยหนูมีวิชาล่องหน เจ้านายลืมไปแล้วเหรอ” ชิกเก้นบอก
       
       ประตูบ้านเปิดออก บาบาร่าก้าวเข้ามาในชุดนอนเซ็กซี่ พร้อมเครื่องนอน หมอน ผ้าห่ม ทาฮิร่ายิ้มชืด ทักบาบาร่าอย่างสุดฝืด
       “แต่งตัวสวยเชียว จะไปงานแฟนซีที่ไหนเหรอจ๊ะบาบาร่า”
       ทาฮิร่าว่าพลางกระเถิบตัวบังแนนนี่
       “คืนนี้ขอฉันนอนด้วยคนนะ”
       ทาฮิร่าตาลุก “ห้า นอนกับฉันเนี่ยนะ”
       ทาฮิร่าเหล่มองแนนนี่แล้วใจหายวาบ แนนนี่หายตัวไปแล้ว ชิกเก้นร้องเมี้ยว บุ้ยหน้าทางตะเกียงแก้ว เป็นเชิงจะบอกว่าแนนนี่อยู่ในนั้น ทาฮิร่างงงัน แต่ก็พยักหน้ารับชิกเก้น
       “โอเค”
       พอได้รับอนุญาตบาบาร่ารีบวางเครื่องนอนลง ยิ้มร่า
       “เธอโอเคใช่มั้ย” บาบาร่าถามเพราะทาฮิร่าทำตัวแปลกๆ
       “อืม โอเค เอ๊ยไม่ใช่ ไม่ได้ ๆ เธอจะมานอนกับฉันได้ยังไง”
       “ฉันไม่กล้านอนคนเดียว”
       “แก่ปูนนี้แล้ว เพิ่งจะมากลัวผีเนี่ยนะ ไร้สาระน่าบาบาร่า ผีน่ะต้องกลัวเธอ” ทาฮิร่าเยาะขำๆ
       “ฉันไม่ได้กลัวผี แต่ฉันกลัวแผ่นดินแยกแบบเมื่อกลางวัน”
       “ไร้สาระ มันไม่มีอะไรแล้ว”
       “เธอไม่กลัวแต่ฉันกลัว ไม่รู้ละ คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่ ตรงนี้ก็ได้เอ้า”
       บาบาร่าทิ้งตัวลงนอน
       “คงยังไม่มีใครบอกเธอว่า เจ้าชิกเก้นมันเป็นโรคติดต่อรุนแรง” ทาฮิร่าเอ่ยขึ้น
       “เจ้าชิกเก้นเนี่ยนะ โถน่าสงสาร ว่าแต่เป็นอะไรล่ะ”
       “ขี้เรื้อน” ทาฮิร่าบอกหน้าตาเฉย
       “เหอ?” ชิกเก้นตีหน้าเซ่ออย่างเซ็ง
       บาบาร่าทำหน้าขยะแขยง
       “ตายแล้วเจ้าชิกเก้น หน้าตาก็ดีๆ แหวะ คืนนี้อย่ามาใกล้ฉันนะ”
       “ไม่ทันแล้วละ ตรงที่เธอนอนอยู่น่ะ มันที่นอนเจ้าชิกเก้น”
       บาบาร่าสะดุ้งโหยง ดีดตัวขึ้นปึ๋ง ร้องวี๊ดว้าย “อี๋ อุบาทว์ที่สุด” แล้วรีบคว้าหมอน ผ้าห่ม
       ทาฮิร่ายิ้มแฉ่ง แต่แล้วหุบยิ้มแทบไม่ทัน
       “งั้นฉันก็ต้องนอนห้องเธอแล้วละ”
       พูดแล้วบาบาร่าเดินลิ่วเข้าห้องนอนทาฮิร่าไป ไม่ฟังเสียงห้ามของทาฮิร่า
       “เฮ้ยได้ไงล่ะ นั่นมันห้องส่วนตัวฉ้าน”
       ทาฮิร่าเกาหัวแกรก ส่งตาละห้อยมองไปที่ตะเกียงแก้ว พึมพำออกมา
       “ซวยละสิทีนี้”
       
       หม้อต้มยาขนาดเล็ก อยู่บนเตาส่งควันฉุยออกมา ทาฮิร่าปรุงยานอนหลับตามตำราอยู่กับชิกเก้น
       “ผักอเมซอน 9 ชนิด มูลกิ้งก่า น้ำตาจิ้งจก แล้วอะไรอีก” ทาฮิร่าหันมาถาม
       “แค่นั้นบาบาร่าก็หลับไม่รู้เรื่องแล้วละครับเจ้านาย” ชิกเก้นว่า
       ทาฮิร่าเทยาลงในแก้วนม น้ำนมในแก้วกลายเป็นสีดำ ทาฮิร่าเสกปิ๊ง น้ำนมกลายเป็นสีฟ้าสวยงาม
       “หวานไปป่ะครับ นมอะไรสีฟ้า”
       ทาฮิร่าเสกใหม่ คราวนี้เป็นสีชมพู
       “รสสตรอเบอรี่เป็นไง น่ากินแล้วใช่มั้ย”
       ทาฮิร่ามองถ้วยยาในมืออย่างมุ่งมั่นและหมายมาด
       “ฉันจำเป็นนะเพื่อนรัก”
       
       ทาฮิร่าเดินยกแก้วนมเข้ามาในห้องรับแขก
       “มาแล้วจ้า นมอุ่นๆ จะได้หลับสบาย นี่..ฉันอุ่นกับมือเองเลยน้า สดๆ ใหม่ๆ ห๊อมหอม”
       ทาฮิร่าบรรยายสรรพคุณยืดยาว แต่พอหันหาบาบาร่าก็พูดต่อไม่ออก เพราะบาบาร่านอนหลับสนิท กรนสนั่น ทาฮิร่าก้าวไปหาพร้อมแก้วนม
       “บาบาร่า ...บาบาร่า”
       จังหวะนั้นบาบาร่าพลิกตัว มือตวัดเกือบถูกหน้าทาฮิร่า
       “ว้าย” ทาฮิร่าหลบทัน “อืม...สงสัยจะวิ่งหนีแผ่นดินไหวจนเพลีย” ส่ายหน้าเยาะ “แม่มดแก่ๆ หึๆ
       ทาฮิร่ายิ้มอย่างอารมณ์ดี แล้วเผลอกระดกแก้วนมดื่ม สักพักนึกขึ้นได้ก็พ่นพรวดลงกับพื้น
       
       ชิกเก้นกำลังขำทาฮิร่าที่เช็ดปากเช็ดลิ้นด้วยผ้าเช็ดหน้าอยู่
       “มัวแต่ขำอยู่นั่นละ ถ้าฉันหลับไปจะทำไงยะ ภารกิจที่ต้องทำยังอีกยาวเหยียด”
       ทาฮิร่าว่าพลางตรงไปที่ตะเกียงแก้ว ค่อยๆ ประคองไว้ในมือ
       “เด็กนี่หัวไว คิดได้ยังไงว่าหลบเข้าไปอยู่ในนี้แล้วจะปลอดภัย”
       “โชคดีที่เจ้านายขยายตะเกียงแก้วให้ใหญ่ขึ้น ถ้าเล็กจิ๋วเป็นพวงกุญแจแบบแต่ก่อน เจ้าหนูน้อยคงหาที่ซ่อนไม่ทัน”
       “ก็ต้องยกความดีให้สายตาฉันที่มันแย่เต็มที เลยต้องขยายข้าวของให้มันใหญ่ขึ้นจะได้มองเห็น”
       “ก็คือแก่นั่นแหละพูดไปเลย” ชิกเก้นสบโอกาส
       “เจ้าชิกเก้น!”
       ชิกเก้นหลบสายตาทาฮิร่าวูบ ทาฮิร่าดุชิกเก้นแล้วมองลงที่ตะเกียงแก้วในมืออย่างครุ่นคิด
       “เด็กนี่จะอยู่ที่นี่ไม่ได้”
       “ชิกเก้นคิดว่านายลืมเรื่องทำลายยัยหนูนี่ไปแล้วซะอีก”
       “ใครบอกว่าฉันจะฆ่าเด็กนี่ล่ะ ฉันทำไม่ได้หรอก”
       “แต่ถ้านายไว้ชีวิตยัยหนู ก็เท่ากับว่านาย...”
       ทาฮิร่าต่อคำพูดของชิกเก้นออกมาอย่างหนักใจ
       “...เป็นคนทำลายเมืองเวทมนตร์ซะเอง”
       ชิกเก้นพยักหน้าอย่างฝืนใจ
       “แต่ฉันตัดสินใจแล้ว และฉันจะรับผิดชอบการตัดสินใจของฉันให้ดีที่สุด ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนแต่ต้องการโอกาส ...รวมทั้งแม่อสูรน้อยนี่ด้วย” ทาฮิร่ามองลงไปที่ตะเกียง “เจ้าเลือกชาติกำเนิดไม่ได้ แต่เจ้าเลือกที่จะเป็นอสูรที่ดีได้ ฉันนี่ละ จะอบรมเลี้ยงดูเจ้าเอง”
       เสียงของแนนนี่ดังขึ้นมา “ขอบคุณจ้ะยาย”
       “ดูสิแม่คู๊ณ ทำเรียกยายอย่างนั้นยายอย่างนี้ ฉอเลาะนักนะเรา ...ยัยหนูต้องไปจากที่นี่เร็วที่สุด”
       “ตอนนี้ใครๆ ก็ตามล่าเด็กอสูร ไม่มีที่ไหนรอดสายตาพวกนั้นได้หรอก”
       “มันต้องมีสักที่สิ”
       ทาฮิร่าครุ่นคิด
       
       ทาฮิร่ากระชับหมวกแม่มดให้เข้าที่ ขณะก้าวเข้ามาที่โรงจอดไม้กวาดที่เรียงรายอยู่เป็นสิบ มีชิกเก้นกระโดดตาม
       “อีกแล้วนะเจ้าชิกเก้น ทำไมแกไม่ล้างไม้กวาดให้ฉัน แกอยากเห็นฉันแพ้ฝุ่นตายไปเลยรึยังไง”
       “ไม่ใช่คร้าบเจ้านาย ชิกเก้นล้างแล้วนา”
       “เนี่ยนะล้างแล้ว เนี่ยนะ เนี่ยนะ”
       ทาฮิร่าเอานิ้วป้ายฝุ่นที่ไม้กวาดสองสามอัน แล้วเอาป้ายแก้มชิกเก้น
       “ว้ายเจ้านาย สกปรกนะครับ”
       “ทีงี้ละทำแขยง”
       ทาฮิร่าคว้าไม้กวาดด้ามหนึ่งมา ชี้หน้าขู่ชิกเก้น
       “ถ้าฉันกลับมาแล้วยังไม่จัดการให้เรียบร้อยละก็ น่าดู”
       “เจ้านายจะใช้ไม้กวาดด้ามนั้นเหรอครับ”
       “ก็ใช่น่ะสิ ฉันไปละ”
       ทาฮิร่าขึ้นขี่ไม้กวาด เหิรขึ้นฟ้าไปทันที
       “ไม่ได้นะครับเจ้านาย ด้ามนั้นไม่ได้เข้าศูนย์มาเป็นปีแล้ว เจ้านาย!”
       ชิกเก้นส่งเสียงตะโกนตามหลังทาฮิร่าซึ่งไปไกลลิบแล้ว
       
       ทาฮิร่าขี่ไม้กวาดอยู่บนท้องฟ้า กวาดสายตาลงไปยังตึกรามบ้านช่องเบื้องล่าง
       “การจะหาบ้านให้เด็กทารกเล็กๆ คนนึงอยู่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเนี่ย แต่ยังไงก็ต้องลองดู ขืนปล่อยให้ยัยหนูอยู่เมืองเวทมนตร์คงไม่รอดแน่”
       ในกรอบสายตาทาฮิร่ามองลงไปข้างล่างเวลานี้ เห็นวิวกรุงเทพฯในยามค่ำคืน สวยงามยิ่งนัก จังหวะหนึ่งสายลมเย็นสบายปะทะใบหน้า ทาฮิร่าส่งเสียงอย่างอารมณ์ดี
       “มีใครอยากรับเลี้ยงเด็กมั้ยค้า ฮ่ะๆๆๆ โอ..อากาศเมืองมนุษย์นี่ดีจริงๆ เลย ขอให้เจอคนดีๆ เหมือนอากาศทีเถ๊อะ”
       ทันใดนั้นเอง ไม้กวาดเกิดอาการกระตุก ทาฮิร่าตัวโยนไปตามแรงกระตุกนั้น
       “เฮ้...” ทาฮิร่าเอามือตบที่ไม้กวาดพัลวัน “อย่ามาเป็นอะไรตอนนี้นะ”
       ไม้กวาดสงบ แล่นฉิวเหมือนเดิม แต่แล้วกลับเกิดอาการกระตุกอีก ทาฮิร่าเสียการทรงตัว ไม้กวาดคว่ำ ร่างทาฮิร่ากลายเป็นห้อยอยู่ด้านล่างไม้กวาด
       “ว้าย”
       
       ทารกน้อยดารกาถูกส่งจากมือปัทมนไปยังป้าผาดพี่เลี้ยงเด็กของบ้าน ปัทมนมองผาดที่อุ้มดารกาไว้ในอ้อมแขนอย่างทนุถนอม ธานี ภวัต และรัดเกล้า ลูกชายกับลูกสาวของดร.จักรวาล เพื่อนบ้านแสนดี ต่างกรูเข้าห้อมล้อมดารกายกใหญ่ ธานีอยู่ในชุดคลุมเตรียมตัวว่ายน้ำ มีแว่นตาว่ายน้ำคาดศีรษะ
       “น้องน่ารักจังเลยค่ะคุณพ่อ” รัดเกล้าพูดยิ้มๆ
       จักรวาลยืนกอดอกมอง สีหน้ายิ้มแย้ม
       “จับน้องไม่ได้นะ ไปล้างมือกันให้สะอาดก่อน”
       “หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง ดูสิคะ ไม่ร้องสักนิดเลย” ผาดว่า
       ธานีโยกหน้าเข้าดูดารกาใกล้ๆ
       “น้องเอาแต่หลับ ไม่สนุกเลย”
       จู่ๆ ใบหน้าทารกดารกาก็ขมวดคิ้วมุ่น
       ภวัตขยับเข้าดูดารกาบ้าง
       “ชื่อดารกาเหรอจ๊ะ ดารกา...”
       ใบหน้าดารกาลืมตาแป๋ว ยิ้มมาให้ ภวัตส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น
       “น้องตื่นแล้วครับ”
       จักรวาลส่งเสียงปราม
       “ตื่นเพราะเสียงเรานั่นละตาภวัต”
       ปัทมนยิ้ม
       “แกคงเหนื่อยน่ะค่ะ ตั้งแต่รับมาพอดื่มนมเสร็จ ยัยดารกาก็หลับตลอดเลย”
       “ชื่อดารกาเพราะดีนะครับ แล้วนี่แม่เด็กก็หายไปเลย” จักรวาลสงสัย
       “ค่ะ เอาไว้ปัทเล่าให้ฟังค่ะ ผู้หญิงคนนั้นน่าเห็นใจมาก”
       อิงอรส่งเสียงเจื้อยแจ้วเข้ามาก่อนตัวจะมาถึง
       “ถูกข่มขืนจนตั้งท้อง น่าเห็นใจจริงๆ นั่นละค่ะ”
       ปัทมนกับจักรวาลได้ยินแล้วก็หน้าเสีย ปัทมนรีบเข้ากอดธานี ภวัต และรัดเกล้า แล้วพูดกับธานีขึ้น
       “ธานีจะว่ายน้ำใช่มั้ยลูก ป่านนี้พรคงรออยู่ที่สระแล้ว ไปเถอะลูก”
       “ภวัตกับรัดเกล้าก็เข้าบ้านได้แล้วลูก ดึกแล้ว อีกสักพักพ่อจะตามไป”
       “งั้นพรุ่งนี้เกล้าขอมาเล่นกับน้องใหม่นะคะ”
       “จ้ะ”
       ภวัตกับรัดเกล้ายกมือไหว้ลาปัทมนกับอิงอร แล้วออกไปพร้อมกับธานีอย่างว่าง่าย อิงอรชะโงกหน้ามองดารกาในอ้อมแขนผาด
       “หน้าตาก็ไม่เลวนี่คะ”
       ปัทมนมองหน้าจักรวาลอย่างหนักใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับอิงอร
       “เอ่อ พี่อิงคะ คือ อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะคะ เวลาที่เด็กๆ อยู่ ปัทไม่อยากให้แกได้ยินอะไรที่ไม่ดีเกี่ยวกับหนูดาน่ะค่ะ”
       “พี่อิงก็แค่ได้ยินคนขับรถน้องปัทเมาท์กับคนใช้ที่บ้านน่ะค่ะ ไม่ได้เจตนาจะพูดอะไรไม่ดีสักหน่อย น้องปัทพูดอย่างกับพี่อิงเป็นคนใจจืดใจดำ ไม่รู้จักเห็นใจลูกไม่มีแม่อย่างยัยหนูนี่อย่างนั้นละค่ะ”
       ผาดฟังแล้วหงุดหงิด เผลอโพล่งขึ้น
       “ผาดไปพาคุณดารกาออกไปก่อนดีกว่านะคะ ขืนอยู่ต่อได้มีเรื่องกับคนระดับด็อกเตอร์” ผาดปรายตามองอิงอร
       แล้วอุ้มดารกา เดินผ่านอิงอรไป โดยไม่ค้อมหัวสักนิด
       “น้องปัทต้องสั่งสอนยัยป้าผาดหน่อยนะคะ อะไร๊เดินผ่านพี่ไม่มีค้อมหัวสักนิด” อิงอรโวย
       “เอ๊ะ แต่ทำไมตอนเดินผ่านผมผ่านคุณปัทป้าผาดแกค้อมหัวล่ะครับ”
       “นั่นน่ะสิคะ” อิงอรนึกขึ้นได้ว่าโดนว่ากระทบ “นี่คุณจักรวาลว่าอิงไม่น่าเคารพงั้นเหรอคะ”
       จักรวาลยิ้มอารมณ์ดี
       “ผมยังไม่ได้พูดนะครับ ไม่เอาน่า อย่าซีเรียสสิครับ”
       ปัทมนส่ายหน้า พลอยอมยิ้มไปด้วย
       ทันใดนั้นเองมีเสียงโครมดังขึ้นจากหลังคาบ้าน ทั้งสามแหงนคอขึ้นมอง อิงอรร้องเอะอะ ปัทมนคุมสติได้ดี
       “ยังกับมีอะไรตกที่หลังคาน่ะค่ะ” ปัทมนว่า
       “ผมไปดูให้ครับ” จักรวาลอาสา
       
       จักรวาลเดินสำรวจรอบๆ บ้าน เดินมาถึงบริเวณสวน ครู่ต่อมาปัทมนตามเข้ามาสมทบ
       “ได้เรื่องมั้ยคะ”
       “ไม่มีอะไรนี่ครับ แต่เอ..แล้วเสียงนั่นมาจากไหน” จักรวาลยังสงสัยอยู่
       “จะว่าเป็นนก ก็ไม่น่าจะใช่ เสียงหนักกว่านั้น”
       “อย่ากังวลเลยนะครับ ยังไงคืนนี้ผมจะให้นายโป่งมาเดินยามให้อีกแรง”
       บริเวณเหนือหัวปัทมนกับจักรวาลเลยขึ้นไปที่ต้นไม้ใหญ่ ทาฮิร่าเกาะอยู่บนต้นไม้นั้นพร้อมไม้กวาดที่มีสภาพเยินไม่แพ้กัน ทาฮิร่าพยายามทรงตัวสุดฤทธิ์ และกำลังจะหมดแรงเต็มที แต่จะส่งเสียงร้องออกมาก็ไม่ได้อีก
       ปัทมนหันมายิ้มให้จักรวาล
       “ขอบคุณนะคะ”
       พลันใบไม้เล็กๆ หล่นจากต้นไม้มาติดที่ผมปัทมน
       “เดี๋ยวครับ”
       จักรวาลหยิบใบไม้ออกจากผมปัทมนอย่างอ่อนโยน ปัทมนยิ้มขอบคุณอย่างสุภาพ
       “ขอบคุณนะคะ เข้าบ้านกันเถอะค่ะ”
       ทาฮิร่ายิ้มออก ตั้งท่าเพื่อหาทางลงจากต้นไม้เต็มที่
       
       อิงอรเข้ามาเห็นภาพบาดใจ รีบเข้าแทรกกลางจักรวาลกับปัทมนในทันที ทอดเวลาเข้าบ้านทั้งคู่ก็นานออกไป
       “ตกลงเป็นเสียงอะไรคะน้องปัท”
       ทาฮิร่าอ่อนแรงเต็มที จ้องอิงอร หมุบหมิบอย่างแค้นเคืองใจ
       “ไม่ไหวแล้วน้า...” ทาฮิร่า พึมพำ
       ส่วนปัทมนตอบคำถามอิงอร อย่างนุ่มนวล
       “เอ่อ ยังไม่เจออะไรเลยค่ะ”
       “อาจจะเป็นกิ่งปาล์มจากบ้านผมหล่นใส่หลังคาบ้านคุณปัทก็ได้” จักรวาลบอก
       “อืม งั้นเหรอคะ หรือว่าแผ่นดินไหว!”
       “แผ่นดินไหวเนี่ยนะฮะ” จักรวาลยิ้มขำ
       “ที่อิงเคยเซิร์ชในเน็ตเค้าบอกว่า การที่แกนโลกขยับเนี่ยนะคะ มันจะทำให้...”
       ปัทมนขอตัว “เอ่อ คุยกันไปก่อนนะคะ ปัทขอตัวไปดูเด็กๆ ค่ะ”
       อิงอรยิ้มหวานส่งปัทมน
       “ตามสบายจ้ะน้องปัท”
       พร้อมกันนั้นจักรวาลก็เดินหายไปอีกทางหนึ่ง ตรงไปทางประตูหลังบ้านของตัวเองซึ่งเปิดทะลุบ้านปัทมนได้
       อิงอรคุยจ้อ โดยไม่รู้ว่าจักรวาลหายไปแล้ว
       “ดีจังนะคะที่บ้านเราสามคนอยู่ติดกันแบบนี้ นี่อิงก็เพิ่งอบพายเชอรี่เสร็จ คุณจักรไปทานด้วยกันนะคะ”
       อิงยิ้มมีความสุข
       “ไม่ปฏิเสธด้วย ฮิ ๆ คุณจักรนี่น่ารัก” อิงอรหันมาหาทางที่จักรวาลยืนอยู่ “..จัง”
       อิงอรหันรีหันขวางหาจักรวาล แต่ไม่เจอใครแล้ว
       “ว้าย! จะไปก็ไม่บอก ปล่อยให้พูดคนเดียวอยู่ได้ ตาบ้าเอ๊ย”
       ทาฮิร่าหมดเรี่ยวแรงที่จะรั้งตัวไว้กับต้นไม้ เลยร่วงผล็อยลงด้านล่าง ร้องลั่น
       “อ๊าย”
       อิงอรแหงนหน้าไปตามเสียง แล้วต้องตาถลนด้วยความตกใจ
       ทาฮิร่าหล่นลงมาทับตัวอิงอร ใบหน้าแทบจะชิดกัน ราวกับนางเอกกับพระเอกในละคร ซึ่งต่างฝ่ายต่างร้องลั่น
       ทาฮิร่าได้สติก่อน รีบผละตัวออก อิงอรระล่ำระรัก ชี้หน้าทาฮิร่า
       “ธ..เธอ...เธอ...เป็น...ใคร เธอเป็นใคร ต..ต..แต่งตัวบ..บ..แบบนี้คงไม่ได้เป็น..เป็น...”
       ทาฮิร่าพยักหน้ารับอย่างยินดี โพสท่ารอแบบรู้ว่าอิงอรจะพูดว่าเป็นแม่มด ..แต่แล้ว
       “ผ..ผี! อ๊าย.....”
       ทาฮิร่าใช้เวทมนตร์สยบเสียงอิงอร แล้วหายตัวแว๊บ
       อิงอรงงงันที่จู่ๆ เสียงตัวเองหายไป พยายามอ้าปากส่งเสียงเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
       
       ทาฮิร่าขี่ไม้กวาดลอยอยู่เหนือบ้านปัทมน เตรียมจะกลับเมืองเวทมนตร์
       “ถ้าเค้ารับเลี้ยงเด็กทารกคนนั้นได้ ก็น่าจะรับยัยหนูอีกคนได้ไม่ยาก อืม...บ้านนี้ละจะเป็นบ้านที่ยัยหนูมาอยู่”
       จู่ๆ ไม้กวาดเกิดอาการรวนอีกครั้ง
       “หยุดเลยนะเจ้าไม้กวาดกระป๋อง ถ้าแกงอแงอีกครั้ง ฉันจะทิ้งแกไว้ให้เค้าใช้กวาดพื้นที่บ้านยัยด็อกเตอร์สติเฟื่องนั่น”
       ไม้กวาดอาการดีขึ้นทันที รีบพาทาฮิร่าเหิรขึ้นฟ้า แต่แล้วก็กระตุกอีก
       
       เวลาเดียวกันธานีว่ายน้ำอยู่ตามลำพัง ที่มุมหนึ่งของสระ ในขณะที่ทาฮิร่าบังคับไม้กวาดไม่อยู่ ขี่วนอยู่เหนือสระน้ำ
       “ฉันจะอ้วกอยู่แล้วนะเจ้ากระป๋อง ถ้าเครื่องแกรวนแบบนี้ พาฉันลงก่อนเหอะ เฮ้ย”
       ไม้กวาดพุ่งลงเบื้องล่างทันที
       ธานีว่ายน้ำอยู่ในสระ มองทาฮิร่าที่หล่นตูมลงน้ำพร้อมไม้กวาด ด้วยความรู้สึกประหลาดใจมากๆ
       ทาฮิร่าตกใจ ผุดๆ โผล่ๆ โวยวาย แล้วค่อยๆ จมลงใต้น้ำ
       “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
       ธานีตกใจมาก แต่ก็ตัดสินใจว่ายน้ำไปช่วยทาฮิร่า ร่างทาฮิร่าค่อยๆ จมลงๆ ใต้ผืนน้ำ สักพักธานีดำน้ำเข้ามาใกล้ พยายามฉุดร่างทาฮิร่าขึ้น แต่แล้วตะคริวกินขา ธานีกุมขาตัวเองอย่างเจ็บปวด ตะกุยตะกายน้ำ
       
       ปัทมนลงบันไดมาเจอกับพร พรถือแก้วน้ำหวานอยู่ในมือ
       “อ้าว ทำไมเธอมาอยู่นี่ล่ะพร แล้วคุณธานีล่ะ” ปัทมนสงสัย
       “คุณธานีเธออยากดื่มน้ำหวาน พรเลยเข้ามาทำให้ค่ะ”
       “ฉันเคยสั่งแล้วใช่มั้ยว่าห้ามทิ้งคุณธานีไว้ที่สระคนเดียว” ปัทมนเอ็ดสาวใช้เสียงเรียบ
       “แต่ว่า...”
       ปัทมนไม่รอฟังพร ก้าวฉับออกไปทันที
       
       ปัทมนวิ่งมาที่สระว่ายน้ำพร้อมกับพร ร้องเรียกหาธานี
       “ธานี!”
       พรหน้าเสีย “คุณธานีไม่อยู่แล้ว ทำยังไงดีคะคุณปัท พรขอโทษจริงๆ นะคะ
       
       พอทาฮิร่าลืมตาขึ้นมา ก็ตกใจมากที่เห็นร่างธานีอยู่ใกล้ๆ ปัทมนเห็นร่างธานีลางๆ อยู่ใต้น้ำแล้วทรุดฮวบลง ตะโกนปิ่มจะขาดใจ
       “ธานี”
       พรรีบวิ่งออกไปตามคนมาช่วย
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ คุณธานีจมน้ำ”
       ที่กลางสระ ทาฮิร่าโผล่ขึ้นจากน้ำ พร้อมกับร่างธานีในอ้อมแขน ปัทมนตะลึงงันที่เห็นทาฮิร่า
       “ช่วย.. ช่วยธานีด้วยค่ะ”
       ทาฮิร่าร่ายมนตร์ ชูมือดันร่างธานีให้ลอยขึ้นเหนือน้ำ ปัทมนนิ่งงัน ตาแข็งค้าง
       “ธานี”
       จักรวาลวิ่งมาพร้อมโป่งคนงานในบ้าน และพร
       “ธานีเป็นไงบ้างครับคุณปัท”
       ปัทมนหันมองพวกจักรวาลงง ๆ ข้างตัวเธอมีร่างธานีนอนราบอยู่ จักรวาลกับโป่งรุดเข้าหาธานีในทันที
       “คุณธานียังหายใจอยู่ครับ”
       โป่งจัดการผายปอดธานี ครู่เดียว ธานีสำลักน้ำออกมา และลืมตาขึ้น
       “คุณแม่ครับ”
       ปัทมนร้องไห้โฮ ทรุดตัวลงไปกอดธานี จักรวาลจับมือธานีมากุมไว้
       “ปลอดภัยแล้วนะลูก” จักรวาลพูดปลอบขวัญ
       พรมองปัทมนอย่างสงสัย โป่งยิ้มดีใจ
       “อึ้งไปเลยเหรอจ๊ะน้องพร คิดไม่ถึงว่าโง่ๆ เซ่อๆ อย่างพี่ลูกโป่งจะช่วยคุณธานีได้ใช่มั้ยล่า”
       “แกไม่สงสัยมั่งเหรอว่าคุณธานีขึ้นจากน้ำได้ยังไง” พรตั้งข้อสังเกตุ
       “ก็คุณปัทพาขึ้นมาน่ะสิ ถามได้” โป่งตอบ
       “แต่แกดูชุดคุณปัทสิ ...ไม่เปียกน้ำสักหยด”
       “เออ จริงด้วยว่ะ แล้วทำไมวะ”
       “โฮ้ยไอ้โง่ คุยกับเอ็งไปก็เสียเวลา ข้าไปเอาผ้าเช็ดตัวให้คุณหนูดีกว่า”
       พรก้าวฉับ คว้าผ้าเช็ดตัวตรงไปหาธานี โป่งเกาหัวแกรก
       “ชุดเปียกไม่เปียก แล้วมันเกี่ยวอะไรวะ ลูกโป่งงงเว้ย”
       
       ทาฮิร่าจามฮัดชิ้วๆ เข้ามาในบ้านด้วยสภาพเปียกปอนทั้งตัว ชิกเก้นคลอเคลียไม่ห่าง กระซิบคุยเสียงเบา
       “ชิกเก้นขอโทษจริงๆ ครับนาย ก็ตะโกนบอกนายให้เปลี่ยนไม้กวาดแล้ว แต่นายไม่ฟังเอ้ยไม่ได้ยินน่ะคร้าบ”
       “ไม่ต้องมาแก้ตัว! ดีเท่าไหร่ที่ฉันตกลงต้นไม้บ้าง สระน้ำบ้าง ถ้าเป็นกลางถนน ป่านนี้ฉันโดนรถทับไส้แตกไปแล้ว”
       “ชิกเก้นผิดไปแล้วคร้าบ”
       ทาฮิร่าลดเสียงลง “แล้วนี่ยัยบาบาร่าหลับสนิทเลยเหรอ”
       “ครับผม” ชิกเก้นรับคำ
       “ฉันได้ที่อยู่ให้ยัยหนูแล้วนะ แต่ก่อนที่จะพายัยหนูไปจากที่นี่เราต้องตั้งชื่อให้ยัยหนูก่อน ฉันจะได้ฝากฝังกับเจ้าของบ้านเค้าถูก”
       ทาฮิร่าตรงไปที่ตะเกียงแก้ว
       “อย่าตั้งชื่อให้สัตว์หรือสิ่งของใดๆ ถ้าคุณไม่พร้อมจะผูกพันกับมัน” ชิกเก้นพูดคำคมออกมา
       “ไม่ใช่เวลาอวดคำคม คิดมาเร็วๆ จะให้ยัยหนูนี่ชื่ออะไรดี”
       “จินนี่... ฮันนี่... แล้วก็ต้อง...แนนนี่” ชิกเก้นบอก
       “เข้าท่า ใช่ ๆ ตั้งให้คล้องกับหลานๆ ของฉัน จินนี่ ฮันนี่ แล้วก็แนนนี่”
       เสียงของทารกน้อยดังขึ้นมา “หนูชอบชื่อแนนนี่ค่ะ”
       แนนนี่ปรากฏตัวใกล้ ๆทาฮิร่า ทำเอาทาฮิร่าตกใจ
       “โอ้...แนนนี่ ฤทธิ์เดชเจ้าช่างมากเหลือเกิน”
       “แต่หนูเหนื่อยจัง”
       ชิกเก้นมองดูแนนนี่แล้วตกใจ
       “ตัวแนนนี่ซีดเผือดเลยเจ้านาย”
       “สูญเสียพลัง แนนนี่...ถึงเจ้าจะฤทธิ์เยอะ แต่เจ้าก็ยังเป็นทารก ถ้าเจ้าใช้พลังสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก เจ้าอาจจะตาย”
       “แนนนี่ตายไม่ได้”
       “เอาละๆ เจ้านอนพักซะ ตื่นมาเจ้าจะดีขึ้นเอง รีบกลับเข้าในตะเกียงแก้ว”
       “แนนนี่ชอบบ้านหลังนั้น ยายพาแนนนี่ไปที่นั่นที” แนนนี่รับรู้เรื่องราวหมดเปลือก
       “รู้มากจริงๆ นะเรา ยายจะหาโอกาสเหมาะๆ พาเจ้าไปที่นั่นจ้ะ แต่ตอนนี้นอนได้แล้ว เดี๋ยวบาบาร่าออกมาเห็นเจ้าจะเรื่องใหญ่”
       “คืนนี้จะมีคนออกตามล่าแนนนี่ เค้าจะจับตัวแนนนี่ไปฆ่า ยายต้องพาแนนนี่ไปเมืองมนุษย์เดี๋ยวนี้ค่”
       “จะให้จู่ๆ อุ้มเจ้าไปให้มนุษย์ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ เค้าจะได้คิดว่าเราเป็นผีน่ะสิ วันนี้ยายก็ทำเค้าตกใจไปทีนึงแล้ว” ทาฮิร่าบอก
       แนนนี่หน้าบูดหน้าเบี้ยว เริ่มส่งเสียงร้องไห้ ดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ
       “อย่าร้องสิ! เดี๋ยวบาบาร่าก็ตื่นหรอก โอ๋ๆ”
       ชิกเก้นมองอย่างรำคาญใจ
       “เอาไงก็เอาสักอย่างเถอะครับนาย”
       ทาฮิร่าอุ้มแนนนี่ ทั้งเห่ทั้งกล่อม คว้าขวดนมใส่ปาก แต่แนนนี่ก็ยังส่งเสียงร้องลั่น
       
       บนโลกมนุษย์ที่บ้านปัทมน ผาดรับดารกาในผ้าห่มสีชมพูจากอ้อมแขนปัทมน
       “คืนนี้ให้คุณดารกานอนกับผาดนั่นละค่ะ คุณปัทเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
       “ขอบใจมาก”
       “ดีที่คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคุณธานีนะคะ เพราะนังพรแท้ๆ เชียว นี่ ผาดก็คาดโทษมันไปแล้วนะคะ รับรองว่าจะไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ”
       ปัทมนพยักหน้ารับ ผาดค้อมตัวออกไป ปัทมนครุ่นคิดถึงหญิงแก่แปลกหน้าที่ยกร่างธานีลอยขึ้นเหนือน้ำ
       ทาฮิร่าร่ายมนตร์ ชูมือดันร่างธานีให้ลอยขึ้นเหนือน้ำ ปัทมนนิ่งงัน ตาแข็งค้าง
       “ธานี!”
       
       นึกถึงตรงนี้ปัทมนครุ่นคิดด้วยความวุ่นวายสับสนในใจ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ ประนมมืออธิษฐาน
       “ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าคุณยายที่ช่วยชีวิตธานีมีตัวตนอยู่จริง ขอให้ลูกได้พบกับคุณยายคนนั้นอีกสักครั้ง และขอให้ลูกได้ตอบแทนพระคุณคุณยายด้วยเถิด”
       
       เวลาเดียวกันนนั้น ทาฮิร่าซึ่งหิ้วตะกร้าใส่แนนนี่ แอบอยู่ที่ระเบียงถึงกับหูผึ่ง กระซิบคุยกับแนนนี่
       “โชคดีของหลานแล้วแนนนี่ ว่าที่คุณแม่ของหนูอยากเจอยายเสียด้วยสิ แนนนี่?”
       ทาฮิร่าชูตะกร้าขึ้น รู้สึกผิดปรกติ
       “ทำไมเบาโหวงเลยล่ะ”
       ทาฮิร่ามองเข้าไปเห็นทารกแนนนี่อยู่ในห้องปัทมน แล้วตกใจ
       “แนนนี่!!!”
       
       แนนนี่นอนอยู่บนที่นอนปัทมน ห่อด้วยผ้าห่มสีชมพูสีเดียวกับทารกดารกา ในขณะที่ปัทมนยังคงหลับตานิ่ง ปากหมุบหมิบๆ อธิษฐานเสียงเบา
       ทาฮิร่ายังอยู่ตรงระเบียง ปาดเหงื่อ เดินว่อนเป็นหนูติดจั่น ปัทมนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ทอดถอนใจ
       “เล่าให้ใครฟังเรื่องคุณยายคนนั้น เค้าคงคิดว่าเราตาฝาด ไม่ก็ว่าเราบ้า”
       ปัทมนส่ายหน้ากับตัวเอง แล้วลุกจะตรงไปห้องน้ำ แต่แล้วรู้สึกถึงสิ่งผิดปรกติบนเตียง หันดูแล้วตกใจ เมื่อเห็นแนนนี่นอนบนเตียง แล้วยิ้มให้ปัทมน ปัทมนตรงหาแนนนี่
       “เอ๊ะ เมื่อกี้ป้าผาดอุ้มหนูไปแล้วนี่ดารกา”
       ปัทมนอุ้มแนนนี่ขึ้น พอจ้องมองหน้าแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่ดารกา
       “ไม่ใช่ดารกานี่ ...แล้วหนู... หนูเป็นใครเนี่ย”
       ปัทมนอึ้งตะลึงงัน
       
       ทาฮิร่าสีหน้าว้าวุ่นใจ ในที่สุดก็ตัดสินใจร่ายมนตร์หายตัว แล้วทาฮิร่าปรากฏตัวอยู่ข้างหลังปัทมน ร่ายมนตร์ใส่ปัทมน
       ทันใดนั้นเอง ปัทมนสีหน้านิ่งงัน ตาแข็งค้าง มองตรงไปข้างหน้า ดูเบลอเพราะฤทธิ์เวทมนตร์ทาฮิร่า
       ทาฮิร่าทดสอบเวทมนตร์ด้วยการเอามือปัดไปมาที่ใบหน้าปัทมน ปัทมนตาเบิกค้างไม่กระพริบ หากแต่ลูกตานั้นกรอกไปทางทาฮิร่า
       “สวัสดีจ้ะ ยายเอง จำได้มั้ย ขอโทษนะ ยายจำเป็นต้องทำให้คุณนิ่งไปน่ะ แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้นละจ้ะ”
       ทาฮิร่าอุ้มแนนนี่จากอ้อมแขนปัทมน
       “แม่หนูนี่ชื่อว่าแนนนี่ เป็นหลานของยายเอง อ้อ..ลืมบอกไปว่ายายกับแนนนี่มาจากเมืองเวทมนตร์จ้ะ พูดง่ายๆ ว่าเราเป็นแม่มด”
       ปัทมน ดวงตาเบิกโพลง ด้วยความตกใจ
       “ใจเย็นๆ จ้ะ ใจเย็นๆ เราเป็นแม่มดใจดีจ้ะ ไม่ใช่แม่มดใจร้ายเหมือนในนิทาน”
       ปัทมน มีสีหน้าผ่อนคลายลงมาก นัยน์ตามองนิ่งจ้องที่ทาฮิร่า คล้ายรอฟัง
       “ยัยหนูแนนนี่เนี่ย มีพลังที่พิเศษกว่าแม่มดธรรมดา เลยอยู่ที่เมืองเวทมนตร์ไม่ได้ แต่ไม่เป็นพิษเป็นภัยนะจ๊ะ เอ่อ...ยายขอเข้าเรื่องเลยก็ละกันนะ คือยายบังเอิญไปรู้ว่าคุณเพิ่งรับเด็กกำพร้าคนนึงมาเลี้ยง เป็นลูก ยายประทับใจม๊ากมาก คุณเป็นคนใจบุญจริงๆ เลย”
       ปัทมนฟังทาฮิร่า อย่างงงงัน
       “ทีนี้ยายก็เลยอยากจะถามคุณนี้ดนึงว่า จะเป็นไปได้มั้ยถ้ายายจะยกยัยแนนนี่ให้คุณช่วยเลี้ยงดูอีกสักคนน่ะจ้ะ แหะๆ สนใจมั้ยจ๊ะ”
       ปัทมน นัยน์ตาเหลือบลงที่แนนนี่ในอ้อมแขนทาฮิร่า
       “อ้อ ลืมไปเลยว่าคุณอยู่ในมนตร์ของยาย”
       ทาฮิร่าเป่าลมเพียงเบาๆ ปัทมนก็กลับคืนสู่สภาพปรกติ ทาฮิร่ายิ้มรับ แต่แล้วปัทมนกลับตั้งท่าจะส่งเสียงร้อง
       “อย่านะคุณ! อย่าร้อง! ได้โปรด ยายขอร้องละ”
       
       ที่เมืองเวทมนตร์ชิกเก้นเช็ดไม้กวาดด้ามต่างๆ ไปพลางมองขึ้นที่ท้องฟ้า
       “ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับอีกน้าเจ้านาย หรือว่าบ้านนั้นไม่รับแนนนี่”
       พลันไทเกอร์ก็กระโดดเข้ามา
       “ว่าไงชิกเก้นเจ้าแมวขี้เรื้อน”
       “อ้าวๆ เรียกชิกเก้นอย่างนี้ เดี๋ยวก็ได้มีเรื่องหรอกไทเกอร์”
       “เย้ย อย่าเข้ามานะ ยี้ๆ” ไทเกอร์ทำทีท่ารังเกียจ
       “มาหาเจ้านายแกใช่มะ หลับอุตุอยู่ในห้องนายฉันโน่น เชิญ”
       “ไม่ใช่ ฉันมาหาเจ้านายแกต่างหาก” ว่าแล้วไทเกอร์ก็เดินไป
       ชิกเก้นรีบขวาง “หยู๊ด มีธุระอะไรกับเจ้านายฉัน คุยกับฉันก็ได้”
       “แน่ใจนะว่าแกอยากฟัง” ไทเกอร์วางมาด
       “เออ ว่ามา”
       “มีคนเห็นเจ้านายแกอุ้มเด็กขึ้นไม้กวาดไป”
       ชิกเก้นฟังแล้วก็ตกใจเล็กน้อย แต่รีบปรับสีหน้าเป็นปรกติ
       “ไร้สาระที่สุด แกกลับไปได้แล้ว”
       “เดี๋ยวแกกับเจ้านายแกก็จะได้รู้ว่าไร้สาระไม่ไร้สาระ เพราะตอนนี้เรื่องถึงท่านผู้นำแล้วด้วย”
       
       บาบาร่าซึ่งอยู่ในชุดนอน ยืนฟังอยู่นาน เอ่ยขึ้น
       “ที่แกพูดมามันเรื่องจริงเหรอไทเกอร์”
       ไทเกอร์ดีใจที่เห็นบาบาร่า รีบโดดไปหา
       “จริงซะยิ่งกว่าจริงครับนาย” ไทเกอร์ยืนยัน
       ชิกเก้นหน้าเสีย
       “ไม่จริงหรอกครับบาบาร่า นายทาฮิร่าจะเอาเด็กที่ไหนมาอุ้มขึ้นไม้กวาด ไม่มีหรอกครับ”
       บาบาร่าจ้องเขม็ง พยายามจับผิดชิกเก้น
       
        “ถ้างั้นทาฮิร่าอยู่ไหน?”
       
       อ่านต่อหน้า 3 พรุ่งนี้ พุธที่ 11 ม.ค. 2555 เวลา 9.30 น.
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       ทาฮิร่าเพื่อนเลิฟของบาบาร่ายังอยู่บนโลกมนุษย์ และเวลานี้กำลังเป่าปากด้วยความโล่งอกที่ปัทมนยอมเงียบแต่โดยดี
       
       “ขอบคุณมาก ขอบคุณๆ ที่ไม่ส่งเสียง”
       ปัทมนจ้องทาฮิร่า กลืนน้ำลายลงคอ พยายามตั้งสติ
       “หนูไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยคะ”
       “มันเป็นเรื่องจริงจ้ะ ยายต้องขอโทษที่ทำให้หนูตกใจ”
       ทันใดนั้นเอง ปัทมนทรุดตัวลงกับพื้น และกราบลงแทบเท้าของทาฮิร่า ทำเอาทาฮิร่างงัน
       “หนูขอบคุณคุณยายเหลือเกินค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยชีวิตธานีไว้”
       ทาฮิร่ารีบย่อตัวลงจับปัทมนขึ้น
       “ลุกขึ้นๆ อันที่จริง ขอบอกขอบใจอะไรกัน ลูกชายหนูต่างหากที่เป็นฝ่ายดำน้ำมาช่วยยาย”
       “คะ?” ปัทมนงงปนอึ้ง
       “แต่เค้าเกิดเป็นตะคริวที่ขาซะก่อน ก็เลยจมน้ำ”
       “ธานีไม่เห็นเล่าอะไรให้หนูฟังเลยค่ะ”
       “ยายเกรงว่าเค้าจะกลัว ก็เลยทำให้เค้าลืมทุกอย่างซะ” ทาฮิร่ายิ้มใจดี
       “แต่ยังไงหนูก็ต้องกราบขอบคุณคุณยายจริงๆ ค่ะ” ปัทมนไหว้อย่างสุภาพและนอบน้อม
       “ยินดีจ้ะ”
       “ส่วนเรื่องที่คุณยายพูดเมื่อกี้ หนูยินดีค่ะ” ปัทมนรับที่จะดูแลเลี้ยงดูแนนนี่
       “หา...หนูจะรับแนนนี่ไว้ใช่มั้ย โอ...ทำไมหนูใจดีอย่างนี้ คิดแล้วเชียวว่ายายเลือกคนไม่ผิด” ทาฮิร่าเนื้อเต้น
       “อะไรที่หนูจะทดแทนบุญคุณคุณยายได้ หนูยินดีทำค่ะ”
       ทาฮิร่าตื้นตันจนน้ำตาคลอ ก้มลงพูดกับแนนนี่ที่อยู่ในอ้อมแขน
       “แนนนี่ หลานได้ยินแล้วใช่มั้ย”
       ปัทมนยื่นมือมาหาแนนนี่
       “ขอหนูอุ้มแนนนี่ได้มั้ยคะ” ปัทมนช้อนรับตัวแนนนี่มา “แนนนี่... ต่อไปนี้ หนูเป็นลูกของแม่นะคะ”
       ทารกน้อยแนนนี่ยิ้มรับปัทมน ทาฮิร่ากรีดน้ำตาออกมา ด้วยความดีใจ
       
       ท่ามกลางความมืดมิดแห่งราตรี ชิกเก้นถูกมัดมือมัดปากและขังไว้ในกรง มีไทเกอร์ยืนคุม บาบาร่าก้าวช้า ๆเข้ามามองดู พยักหน้าพอใจ ผลงานไทเกอร์
       “ดีมาก” พร้อมกันนั้นนางหันมาพูดกับชิกเก้น “ขอโทษนะจ๊ะชิกเก้น”
       “เจ้านาย แล้วถ้าผมติดขี้เรื้อนจากเจ้าชิกเก้นล่ะ” ไทเกอร์โวยวาย
       “ก็สมน้ำหน้าแกสิ”
       บาบาร่าผินหน้าออกไปนอกหน้าต่างอย่างหมายมาด ว่าต้องหาความจริงให้ได้
       “ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอปิดบังอะไรฉัน ...ทาฮิร่า”
       
       ภายในห้องมืดสลัว ทาฮิร่าสะโหลสะเหลกลับมาด้วยความเหนื่อยอ่อน
       “เสร็จสิ้นซะที ภารกิจนางงามรักเด็กของทาฮิร่า ชิกเก้น... เจ้าชิกเก้น ทำไมปิดไฟมืดเลย”
       ทาฮิร่าเรียกหาบ่าวผู้ซื่อสัตย์พลางดีดนิ้ว ไฟทั้งห้องสว่างพรึ่บ ทาฮิร่าเห็นบาบาร่านั่งอยู่
       “หายไปไหนมาเหรอจ๊ะเพื่อนรัก”
       ทาฮิร่า หน้าซีดเผือด แต่พอนึกได้ว่าแนนนี่ไม่ได้อยู่ด้วยแล้วก็ตีหน้ายิ้มร่า
       “อ้าวเพื่อนรัก นอนไม่หลับเหรอจ๊ะ หรือว่าเตียงฉันนอนไม่สบาย เดี๋ยวฉันจัดที่นอนใหม่ให้เอามั้ยๆ” ทาฮิร่าทำท่าจะเดินหนี
       บาบาร่า เดินมารั้งแขนทาฮิร่าไว้ไ
       “ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อเลยนะทาฮิร่า เสียแรงที่ฉันหลงคิดว่าเธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ที่ไหนได้ เธอมีความลับกับฉัน”
       “ความลับ? ความลับอะไร” ทาฮิร่าทำไก๋
       “เรื่องเด็ก”
       ทาฮิร่าหลุดแววตาหลุกหลิกออกมาแวบหนึ่ง
       “มีคนเห็นเธออุ้มเด็กขึ้นไม้กวาดไป” บาบาร่าเข้าประเด็น
       “โอ นี่ฉันดังขนาดมีคนคอยตามดูพฤติกรรมเลยเหรอเนี่ย”
       “อย่าเฉไฉนอกเรื่อง เล่าความจริงมา”
       “ผิดคนแล้วบาบาร่า ยัยแก่อย่างฉันจะไปเอาเด็กที่ไหนมาอุ้มมาเลี้ยง อย่างมากก็เจ้าชิกเก้น ใช่! เจ้าชิกเก้นมันป่วยน่ะ ใช่ๆ อาจจะตอนที่ฉันอุ้มเจ้าชิกเก้นก็ได้”
       บาบาร่าดีดนิ้วเปาะเป็นสัญญาณ ไทเกอร์ลากกรงที่มีชิกเก้นซึ่งถูกมัดมือมัดปากออกมา ทาฮิร่าร้องตกใจ
       “ชิกเก้น! นี่พวกเธอทำเกินไปแล้วนะ แก้มัดชิกเก้นเดียวนี้นะ เจ้าไทเกอร์” ทาฮิร่าโวยวายลั่น
       “ไม่ จนกว่าเธอจะสารภาพความจริง” บาบาร่ายืนกราน
       “ฉัน... คือว่าฉัน... ฉันไม่มีอะไรจะสารภาพ”
       “ได้”
       บาบาร่ากรีดนิ้วจับแมลงสาปที่เสกปิ๊งขึ้นมา ถือไว้เหนือกรงชิกเก้น
       “เจ้าชิกเก้นมันกลัวแมลงสาป เธอรู้ดีอยู่แล้วนี่”
       ชิกเก้นเห็นรีบตะกายหนี ตาเหลือกลาน ทาฮิร่าร้องลั่น
       “หยุดนะบาบาร่า”
       “เป็นห่วงชิกเก้นก็บอกมาซี้ว่าเธอหายไปไหนมา”
       ระหว่างรอคำตอบ บาบาร่าแกว่งแมลงสาปไปมาชวนหวาดเสียวว่าจะหล่นใส่ชิกเก้น ชิกเก้นนอนหงาย ตาถลน กลัวสุดๆ
       “บอกแล้ว! บอกแล้ว! บอกก็ได้ แต่ขอแมลงสาปฉันก่อน เจ้าชิกเก้นกลัวจะช็อกตายอยู่แล้วไม่เห็นเหรอ”
       ทาฮิร่าทำทีเป็นเข้าใกล้และยื่นมือไปขอแมลงสาปบาบาร่า บาบาร่าหลงกล ปล่อยแมลงสาปให้ทาฮิร่า
       “บอกแน่นะ”
       “บอกก็โง่สิ!”
       ในจังหวะนั้นเองทาฮิร่าโยนแมลงสาปใส่ในอกเสื้อบาบาร่า
       “อ๊ายทาฮิร่า เล่นบ้าอะไรของเธอ”
       บาบาร่าร้องวี๊ดว้ายดิ้นซ้ายขวา ทาฮิร่าฉวยกรงชิกเก้นวิ่งหนีไป
       “หยุดนะทาฮิร่า”
       บาบาร่าล้วงหาแมลงสาปพลางวิ่งตามทาฮิร่า ไทเกอร์ขวางไว้ บาบาร่าชะงักกึก
       “เจ้านายจะออกไปทั้งอย่างนี้เหรอครับ”
       บาบาร่าก้มมองชุดนอนตัวเองแสนบางเบาชวนวาบหวิว ร้องออกมาอย่างเจ็บใจ ดิ้นพล่านควานหาแมลงสาปในอกเสื้อ
       
       บนโลกมนุษย์ผาดนั่งให้นมดารกาจากขวด พรถือตะกร้าของใช้เด็กอ่อนลงวางใกล้ป้าผาด สีหน้ายังหวาดหวั่นกับความผิดเรื่องละเลยธานีที่สระว่ายน้ำเมื่อคืน
       “ขอบคุณมากนะป้าที่ช่วยพูดกับคุณปัทให้ แต่ป้าแน่ใจนะว่าคุณปัทจะไม่ไล่หนูออก”
       “ไม่แน่ใจ” ฝาดวางท่า
       “เง้อ” พรสะอึก
       “เพราะถ้าลองแกไม่รู้จักปรับปรุงตัว ทำผิดซ้ำซาก เทวดาหน้าไหนก็ช่วยเองไม่ได้โว้ย ลูกเจ้านายทั้งคน ปล่อยให้จมน้ำได้ บุญแค่ไหนแล้วที่เค้าไม่เป็นอะไรน่ะ”
       โดนสวดชุดใหญ่พรหน้าจ๋อยไปในทันที จังหวะนั้นพรก็เหลือบเห็นปัทมนลงจากบันไดมา รีบตีหน้าระรื่น
       “พรช่วยค่าคุณปัท”
       ปัทมนอุ้มแนนนี่ที่อยู่ในห่อผ้าลงมาพร้อมกระเป๋าสะพาย พรรี่เข้าไปช่วยหิ้วกระเป๋า พอเห็นแนนนี่เข้าก็ร้องชม นึกว่าเป็นดารกา
       “น่าเกลียดน่าชังจังเลยนะคะคุณดารกา”
       ปัทมนยิ้มหน่าย พรนึกขึ้นได้ก็หันขวับมองดารกาในอ้อมแขนป้าผาด
       “คุณดารกาอยู่นั่น แล้วนี่...”
       ผาดลุกมาหาปัทมนอย่างงวยงงอีกคน
       “ไปเอาเด็กที่ไหนมาอีกคะคุณปัท” ผาดถามอย่างสงสัย
       ปัทมนยิ้มเป็นปมปริศนาให้ทุกคนคิด
       
       ช่วงกลางวันในวันต่อมา รัดเกล้าส่งเสียงเอะอะ ขณะเล่นเตะฟุตบอลอยู่กับนายโป่ง นายโป่งเป็นลูกไล่คอยวิ่งเก็บลูกบอลที่รัดเกล้าจงใจแกล้งเตะไปทางโน้นที ทางนี้ที
       “หืมไม่ได้เรื่องเลยนะนายโป่ง เตะกลับมาสิ ฉันไม่ได้เตะให้นายใช้มือรับนะ”
       โป่งหอบแฮก “วิ่งเก็บลูกให้คุณเกล้าอย่างเดียวโป่งก็ไม่ไหวแล้วครับ”
       
       เวลานั้นภวัตนั่งอ่านหนังสืออยู่มุมหนึ่ง เงยหน้าขึ้นโวยรัดเกล้า
       “เบาหน่อยได้มั้ย พี่อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย”
       รัดเกล้ายักไหล่พรึ่ด เตะบอลต่อไม่สน
       “ก็ช่างพี่ภวัตสิ ตรงนี้มันสนามหญ้า ไม่ใช่ที่อ่านหนังสือสักหน่อย”
       จักรวาลซึ่งเล็มต้นไม้อยู่ไม่ไกลตรงเข้ามาหาภวัต
       “ก็จริงอย่างที่น้องพูดนะ ภวัตไปอ่านในบ้านไม่ดีกว่าหรอกเหรอ”
       “อ้าว คุณพ่อก็เป็นไปด้วยอีกคน อย่างนี้น่ะสิฮะ ยัยเกล้าถึงไม่เหลือความเป็นผู้หญิงแล้ว ดูสิฮะ เตะบอลเหยง ๆเด็กผู้หญิงที่ไหนเค้าทำกัน” ภวัตบอกบ่นเรื่องน้องสาวจอมแก่น
       จักรวาลมองรัดเกล้าชู้ทบอลใส่โป่งที่เอามือป้องหน้าหนีอย่างปลง ๆ
       “ช่วยไม่ได้จริง ๆ ละนะ ก็บ้านเรามันมีแต่ผู้ชาย กระทั่งคนใช้ยังเป็นผู้ชาย”
       
       จังหวะนั้นพรเปิดประตูที่เชื่อมต่อบ้านปัทมนเข้ามาหาจักรวาล
       “ด็อกเตอร์คะ คุณปัทมนให้มาเชิญค่ะ”
       จักรวาลหน้าเสียนึกว่าเกิดเรื่องร้าย “ธานีเป็นอะไรไปอีกรึเปล่า”
       รัดเกล้ากับนายโป่งได้ยินรีบวิ่งมาสมทบ
       “เปล่าค่า คุณธานีสบายดีแล้ว แต่ว่า.. ด็อกเตอร์กับคุณหนูๆ รีบไปเถอะค่ะ!” พรเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน
       ภวัตมองไปที่บ้านปัทมนอย่างครุ่นคิด
       
       สายตาของทารกน้อยแนนนี่ มองขึ้นที่หน้ารัดเกล้า และธานีที่รุมจ้องลงมายังตัวเอง จักรวาลมีสีหน้างงๆ ขณะคุยอยู่กับปัทมนซึ่งอุ้มแนนนี่ไว้ มีภวัต รัดเกล้า ธานีต่างรุมดู
       “ญาติคุณเอายัยหนูนี่มาฝากไว้เมื่อคืน?” จักรวาลโพล่งขึ้น
       “ค่ะ คุณยายของยัยแนนนี่น่ะค่ะ ทุกอย่างมันฉุกละหุกมาก” ปัทมนพูดตามความจริง
       “น้องน่ารักมากๆ เลยครับลุงจักร” ธานียิ้ม
       ผาดซึ่งอุ้มดารกานั่งอยู่มุมหนึ่ง โดยมีโป่งกับพรนั่งอยู่ด้วย มองแนนนี่อย่างไม่สบายใจ
       “อะไรของคุณปัทเธอนะ นึกอยากจะเปิดโรงเลี้ยงเด็กขึ้นมารึยังไงก็ไม่รู้”
       จู่ๆ ดารกาที่กำลังหลับอยู่ ก็พลันลืมตาตื่นขึ้น
       ปัทมนทักภวัตซึ่งยืนห่างจากรัดเกล้าและธานี
       “ไม่อยากดูน้องหน่อยเหรอจ๊ะภวัต”
       “อยากสิครับ แต่ยัยเกล้ากับธานีไม่เว้นที่ให้เลย”
       จักรวาล หัวเราะขำออกมา “เอ้ายัยเกล้า มัวแต่จ้องหน้าน้องอยู่นั่นละ ให้พี่ภวัตดูน้องมั่ง”
       “ก็น้องน่ารักนี่คะ หน้ายังกับตุ๊กตา”
       รัดเกล้าเบี่ยงตัวหลบให้ภวัตเข้ามา แนนนี่จ้องมองภวัตตาแป๋ว แล้วยิ้มให้ ภวัตยิ้มตอบ ปัทมนมองทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความประหลาดใจ
       “ดูท่าแนนนี่จะชอบพี่ภวัตนะเนี่ย อ้าว ๆ ดิ้นทำไมล่ะลูก เพิ่งชมอยู่หยกๆ”
       ปัทมนกระชับห่อผ้าแนนนี่ แนนนี่ส่งเสียงอ้อแอ้
       “ผมขออุ้มน้องได้มั้ย”
       จักรวาลรีบห้ามทันที
       “ไม่ได้นะภวัต เคยอุ้มเด็กซะที่ไหนเรา”
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลองดู”
       ภวัตรับตัวแนนนี่จากปัทมน แนนนี่นิ่งลงทันที ยิ้มให้ภวัตอีก ภวัตยิ้มตอบแนนนี่
       “น้องยิ้มแล้วครับ”
       ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงแนนนี่ดังขึ้น ภวัตได้ยินอยู่คนเดียว
       “แนนนี่ชอบพี่ภวัต”
       ภวัตหุบยิ้ม จ้องหน้าแนนนี่ กระพริบตาถี่ ปัทมนกับจักรวาลยิ้มอย่างอารมณ์ดี
       “เออ สงสัยจะติดตาภวัตเข้าซะแล้ว”
       ภวัตมองจักรวาล ปัทมน และทุกๆ คนอย่างสงสัย
       “เมื่อกี้ไม่ทราบมีใครได้ยิน...”
       “ได้ยินอะไรเหรอจ๊ะ”
       “คือผม...” ภวัตอึกอักมองไปที่แนนนี่ “ได้ยิน”
       ทันใดนั้นเองทารกดารกาก็แผดเสียงร้องจ้า เสียงแหลมดังกว่าครั้งใด ทุกคนหันไปมองดารกา ผาดอุ้มดารกาตรงมาหาปัทมน
       “ทำไมร้องอย่างนั้นล่ะลูกยัยดา”
       ปัทมนรับดารกาจากผาด แต่ดารกาก็ยังไม่เงียบอยู่ดี
       “เอ...หรือว่าอยากคุยกับแนนนี่” จักรวาลว่า
       “จริงสิ ปัทลืมแนะนำให้รู้จักกันไปเลย” ปัทมินเอียงดารกาไปใกล้แนนนี่ที่ภวัต “นี่น้องแนนนี่นะจ๊ะยัยดา...น้องแนนนี่”
       ดารกาแผดเสียงร้องลั่น ทำเอาทุกคนหน้าตาตื่น จักรวาลยิ้มปลอบใจปัทมน
       “สงสัยงานนี้ต้องผนึกกำลังซะแล้ว” จักรวาลพูดกับเด็กโต “พี่ๆ สู้มั้ย”
       รัดเกล้ากับธานีพูดขึ้นพร้อมกัน “สู้ค่า”
       ภวัตยิ้มเออออตามด้วย ทั้งที่ยังสงสัยเรื่องแนนนี่
       “เราต้องช่วยกันเลี้ยงน้องตกลงมั้ย” จักรวาลบอก
       ปัทมนยิ้ม ดารกายังคงแผดเสียงร้องจ้า จักรวาลเรียกทุกคนมารวมตัวกัน
       “เอ้า ถ่ายรูปรับขวัญหนูดากับแนนนี่กันหน่อยดีมั้ย”
       เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง จักรวาลและปัทมนอุ้มทารกดารกา ขณะที่ภวัตอุ้มแนนนี่ มีรัดเกล้า และธานี รวมตัวถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน โป่งเป็นตากล้อง
       ภาพหมู่นั้นปรากฎอยู่ในเลนส์กล้อง และกลายมาเป็นภาพถ่ายที่ระลึกแห่งความทรงจำในเวลาต่อมา
       
       และภาพถ่ายภาพเดียวกันนั้น มาอยู่ในกรอบเงินสวยงาม และกำลังถูกมือของภวัตจับขึ้นมาดู
       ปัทมนยกถาดขนมผ่านไป แล้วหยุดมองใครคนนั้น
       “ทำอะไรเงียบ ๆอยู่ตรงนี้จ๊ะภวัต”
       ภวัตซึ่งถือกรอบรูปอยู่หันช้าๆ มาหาปัทมน เผยให้เห็นว่าบัดนี้ภวัตเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มน้อยวัย 12 ขวบ หน้าตาหล่อเหลา ดูดีมากเอามากๆ
       “คุณอา...”
       ปัทมนก้าวมาหา มองรูปในมือภวัต
       “ดูอะไรอยู่เหรอจ๊ะ”
       “อ๋อ พอดีผมมาเข้าห้องน้ำ แล้วก็เลยแวะดูรูป”
       ภวัตตอบแล้ววางรูปนั้นลง ปัทมนหยิบขึ้นดูบ้าง
       “เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ เลยนะ เผลอแป๊บเดียว หนูดากับแนนนี่สิบสองขวบแล้ว” ปัทมนยิ้มแย้ม
       “แต่คุณอายังดูไม่เปลี่ยนเลยครับ สวยยิ่งกว่าในรูปด้วยสิฮะ”
       “หืม...ปากหวาน อย่างนี้สิหนูดากับแนนนี่ถึงได้งอนกันแล้วงอนกันอีก เวลาพี่ภวัตสนใจอีกฝ่ายนึงมากกว่า”
       “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
       ปัทมนวางรูปลงพร้อมกับเอ่ยขึ้น
       “เข้างานกันเถอะจ้ะ ป่านนี้เจ้าของวันเกิดทั้งสองคนคงตามหาพี่ภวัตกันแย่แล้ว”
       “หนูดากับแนนนี่ลงมาแล้วเหรอครับ ผมยังไม่เห็นเลย” ภวัตถาม
       “แน่นอนสิจ๊ะ วันนี้แต่งตัวสวยเป็นพิเศษทั้งคู่เลยละ รับรองภวัตจำแทบไม่ได้แน่ๆ”
       “ชักอยากเห็นซะแล้วสิครับ”
       ภวัตยิ้มรับ
       
       บรรยากาศงานวันเกิดดารกากับแนนนี่ที่จัดขึ้นภายในครอบครัว ผาดกับพรช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร เครื่องดื่ม จัดดอกไม้ ภวัตวางกล่องของขวัญสองกล่องเล็กๆ ลงบนโต๊ะของขวัญที่มีกล่องอื่นๆ วางอยู่ก่อนหน้า
       ใครคนหนึ่งซึ่งสวมกระโปรง ค่อยๆ ย่อง เข้าไปหาภวัต เวลาต่อมาภวัตถูกใครคนนั้นเอามือปิดตาจากด้านหลัง เจ้าของมือนั้นคือรัดเกล้านั่นเอง
       รัดเกล้าดัดเสียงพูดอู้อี้ๆ “ทายสิค้า ใครเอ่ย...”
       ธานีอยู่แถวๆ นั้น ด้วยมองรัดเกล้าแล้วส่ายหน้า
       “เล่นอะไรของเค้า ยัยทอมเอ๊ย”
       ภวัตยิ้มตอบ อย่างใจเย็น
       “ไม่หนูดาก็แนนนี่ ไม่แนนนี่ก็เธอยัยเกล้า”
       “ฮิ ๆ เก่งจริงก็ทายมาเลยซี่” รัดเกล้าดัดเสียงถามต่อ
       ธานีเดินเข้ามา ส่งเสียงขึ้น จงใจจะแกล้งรัดเกล้า
       “มือสากเป็นผู้ชายแบบนี้ก็มีอยู่คนเดียวนั่นละ ยัยรัดเกล้า”
       รัดเกล้าที่กำลังยิ้มๆ อยู่ ก็หุบยิ้ม หันขวับหาธานี ดุใส่อย่างไม่พอใจ
       “พี่ธานี”
       ภวัตเอี้ยวตัวกลับมามองรัดเกล้า ยิ้มประหลาดใจ
       “อ้าว เราเองเหรอยัยเกล้า”
       “เฮ้ยถามจริงภวัต แกจำยัยทอมน้องแกไม่ได้จริงเหรอวะ” ธานีแซวต่อ
       รัดเกล้าตาลุกวาว ด้วยความโกรธ
       “จำได้ แต่ต้องเล่นกับเค้าหน่อย” ภวัตว่า
       “พี่ภวัต! หืม ทั้งคู่เลย รุมเกล้ากันดีนัก ไปดีกว่า”
       รัดเกล้ารวบชายกระโปรง ก้าวฉึบๆไป
       ภวัตส่ายหน้าเอ็ดธานี
       “นี่ยัยเกล้าลงทุนใส่กระโปรงเพื่องานน้องๆ แกโดยเฉพาะเลยนะธานี หาเรื่องแท้ๆ เลยแกนี่”
       ธานียิ้มร่า “ไม่แกล้งยัยเกล้า แล้วจะให้ฉันไปแกล้งใคร ฮ่ะๆๆ”
       เสียงดารกาดังขึ้นแทรก
       “น้องดาจับได้แล้วตัวการที่แกล้งพี่เกล้าจนงอนตุ๊บป่อง”
       ดารกาก้าวเข้ามากอดอกค้อนให้สองหนุ่มคนละวงสองวง
       “อ้าวน้องดาพูดอย่างนี้กล่าวหากันนะ ใช่มั้ยภวัต” ธานีเอ่ยขึ้น
       “น้องดาสวยจังครับวันนี้” ภวัตไม่ตอบธานีหันมาเอ่ยชมดารกา
       “จริงเหรอคะ พี่ธานีไม่เห็นชมน้องดาอย่างนี้บ้างเลย”
       ว่าพลางดารกาเข้าไปคล้องแขนธานีอ้อน ๆ
       “น้องสาวพี่สวยอยู่แล้วละจ้ะ”
       ระหว่างนั้นจักรวาลกับปัทมนซึ่งจูงมือรัดเกล้ากลับมาเข้ามาสมทบ
       “หนาย คนไหนแกล้งรัดเกล้าของอา ชี้บอกซิคะ” ปัทมนร้องถาม
       รัดเกล้าชี้ทั้งธานีและภวัต สองหนุ่มหัวเราะ
       “นายธานีคนเดียวนะ พี่เกี่ยวที่ไหนเล่า”
       อิงอรยกถาดพายเข้ามา ส่งเสียงลั้นลามาก
       “พายสัปปะรดมาแล้วจ้า”
       รัดเกล้าแอบทำหน้าเหยกับดารกา
       “อีกแล้วเหรอ รสชาติน่ากลัวม๊าก!”
       ดารกายิ้มขำ ปรามๆ รัดเกล้า
       “เอ๋ อยู่กันเกือบครบหน้า จะขาดก็แต่...” อิงอรไล่สายตาไปที่ทุกคน “...แนนนี่?”
       จักรวาลเอ่ยขึ้นกับปัทมนอย่างสงสัย
       “จริงสิ ผมยังไม่เห็นแนนนี่เลย”
       
       มุมหนึ่งภายในสวนเวลานั้นโป่งยกถังใหญ่ใส่น้ำแข็งผ่านไป แล้วได้ยินเสียงแนนนี่
       “แนนนี่รู้สึกยินดีมากค่ะ...เป็นเกียรติมากค่ะ...”
       โป่งเพ่งมองตามเสียงนั้น
       โป่งเห็นแนนนี่ยืนหันหลัง พูดอยู่กับต้นไม้เป็นวรรคเป็นเวร
       “ดีใจมากค่ะ...ฮื้อไม่ดีๆ ในฐานะเจ้าของวันเกิด แนนนี่รู้สึก...”
       โป่งก้าวช้าเข้าไปข้างหลัง โยกหน้ามองซื่อๆ แบบอยากรู้อยากเห็น ทันใดนั้นเองแนนนี่หันมา โป่งเสียหลักล้ม น้ำแข็งหกรดตัว
       แนนนี่วันนี้แต่งตัวสวยงามสมวัย ในสภาพสาวน้อยวัยสิบสอง หน้าตาน่ารัก หัวเราะกิ๊ก
       “โป่งขอโทษครับหัวหน้า ไม่ได้ตั้งใจมาแอบฟัง”
       แนนนี่ส่ายหน้าอาการหน่าย “นายโป่งเอ๊ย”
       แนนนี่ว่าแล้วร่ายมนตร์ เสกน้ำแข็งถังใหม่ขึ้นใกล้ๆโป่ง โป่งหันมองถังน้ำแข็งนั้น รีบยกขึ้น ราวเป็นเรื่องปรกติ
       “เล่นกลอีกแล้วนะครับหัวหน้า ไหนบอกว่าจะสอนโป่ง ไม่เห็นเคยสอนสักที”
       “พูดมากอยู่นั่นแหละ รีบไปสิ เดี๋ยวน้ำแข็งก็ละลายหมดหรอก”
       “แล้วหัวหน้าล่ะครับ”
       “มากันครบรึยังล่ะ อย่างฉันน่ะไม่ไปนั่งรอใครหรอกนะ”
       โป่งนับนิ้ว
       “ถ้าไม่นับหัวหน้าก็ขาดไปอีกคนนึง”
       “ใคร” แนนนี่ถาม
       “โป่งเองครับ ไปนะคร้าบ”
       โป่งว่าแล้วรีบวิ่งไป แนนนี่ค้อนตาม ก่อนจะกระแอม ซ้อมสุนทรพจน์ต่ออีก
       “และในวันดีๆ แบบนี้ แนนนี่ขอแนะนำว่าที่คู่หมั้นของแนนนี่ ...คุณภวัตค่ะ”
       พอเอ่ยชื่อภวัตออกมา แนนนี่ก็ยิ้มหน้าแดง อย่างมีความสุข
       
       ทุกคนเฮฮากันอยู่ในงาน ถ่ายรูปกันบ้าง ตักอาหารเครื่องดื่มให้กันบ้าน ดารกาส่งแก้วน้ำผลไม้ให้ภวัต
       “น้ำเสาวรสค่ะพี่ภวัต น้องดาทำเองนะคะ”
       “ต้องอร่อยแน่ๆ เลย พี่เชื่อฝีมือน้องดา”
       ตรงทางเข้างาน แนนนี่เข้ามายืนกระแอม แต่ภายในงานกลับไม่มีใครสนใจ พอโป่งยกของมากำลังจะเดินผ่านไป แนนนี่เอาเท้าขัดขาโป่งไว้ เกือบหน้าคะมำ
       “คุณแนนนี่”
       “ไม่มีใครถามหาฉันเลยเหรอ” แนนถาม
       “ไม่มีนี่ครับ” โป่งทำเนียน
       ระหว่างนั้นเองที่รัดเกล้า ธานี ปัทมน จักรวาล ภวัต พากันย่องมาข้างหลังแนนนี่ แล้วดึงพลุกระดาษ ส่งเสียงสนุกที่แกล้งแนนนี่ได้ ทุกคนร้องขึ้นพร้อมๆ กัน
       “เซอร์ไพรส์!”
       แนนนี่น้ำตาคลอ ยิ้มอย่างมีความสุข ปัทมนเข้ามาสวมกอดแนนนี่
       “หายไปไหนมาจ๊ะเจ้าหญิงของแม่” ปัทมนเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน
       “แนนนี่คิดว่าจะไม่มีใครสนใจแนนนี่แล้ว ขอบคุณนะคะทุกคน” แนนนี่จับเศษพลุกระดาษบนผมตัวเอง “น่ารักจังเลยค่ะ”
       “ต้องขอบคุณคนโน้นเลยจ้ะ เจ้าของไอเดียบรรเจิด”
       เป็นดารกาที่ยืนปรบมืออยู่กับอิงอร ยิ้มอย่างใจดี ตรงหาแนนนี่ ทว่าแนนนี่หุบยิ้ม ปัดพลุกระดาษที่ค้างอยู่บนผมแรง ๆ ในอาการไม่พอใจเอามากๆ
       “หายไปไหนมาจ๊ะแนนนี่ ทุกคนรอเป่าเค้กวันเกิดเราสองคนอยู่นะจ๊ะ”
       “เอ้าทุกคน เตรียมตัวเป่าเค้กกันเถอะจ้ะ”
       ปัทมนกับคนอื่นๆ ย้ายไปล้อมที่โต๊ะเค้ก จังหวะหนึ่งแนนนี่กระซิบคุยกับดารกา ขณะเดินผ่านไป
       “คิดจะใช้แนนนี่เป็นเครื่องมือโชว์ความดีของตัวเองงั้นสิ ...เฟค”
       ดารกาถูกว่า หน้าร้อนผ่าว ยกมือทาบหน้าอกอย่างเสียใจ
       “แนนนี่ พี่ดาไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นเลยนะ”
       ภวัตเดินตรงมาพอดี มองดารกาอย่างสงสัย
       “น้องดาเป็นอะไรไปรึเปล่าครับ”
       ดารการีบปรับสีหน้าเป็นปรกติ ยิ้มให้ภวัต
       “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แนนนี่อยากให้พี่ภวัตช่วยปักเทียนที่เค้กแน่ะค่ะ ไปเร็วเถอะค่ะ”
       “งั้นเหรอครับ”
       แนนนี่นิ่งอึ้ง พึมพำกับตัวเอง
       “ฉันยังไม่ทันพูดอะไรเลยนะ”
       แนนนี่เหลียวกลับไปมองดารกา ดารกาส่งยิ้มอย่างใจดีให้แนนนี่
       แนนนี่จ้องดารกา พึมพำ
       “คิดว่าแนนนี่จะขอบคุณพี่ดางั้นเหรอ”
       ภวัตตรงถึงแนนนี่ ผายมือให้ เชิญเจ้าของวันเกิด
       “ไปครับแนนนี่”
       
       หลังงานเลี้ยงที่สนามจบลง ทุกคนรวมตัวกันทานของว่างภายในห้องนั่งเล่นในบ้าน มุมของผู้ใหญ่ซึ่งมีปัทมน จักรวาล อิงอรนั่งดูวิดีโอตอนที่แนนนี่กับดารกาเป็นเด็ก
       ส่วนมุมของเด็กๆ ซึ่งมีภวัต ธานี รัดเกล้า แนนนี่ ดารกากำลังอยู่ที่โต๊ะกล่องของขวัญ ซึ่งวางอยู่สองมุม แนนนี่ยิ้มดีใจ ตื่นเต้นกับของขวัญ
       “ของขวัญเยอะแยะเลย ขอบคุณนะคะ”
       ดารกายิ้มให้ภวัต
       “ปีนี้พี่ภวัตจะให้อะไรน้องดาน้าอยากรู้จังค่ะ”
       แนนนี่หันขวับไปมอง สีหน้าฉายชัดว่าไม่พอใจ
       “เหมือนกันอีกรึเปล่าคะพี่ภวัต แนนนี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแกะ”
       “ปีนี้ไม่เหมือนจ้ะ” ภวัตว่า
       “จริงนะคะ” แนนนี่ยิ้มร่า
       “แล้วไม่อยากรู้บ้างเหรอว่าพี่จะให้อะไรเราสองคน” ธานีบอกยิ้มๆ
       แนนนี่เข้ามาคล้องแขนธานีเอาใจ “อยากรู้สิค้า” แน่นหันไปพูดกับรัดเกล้า “พี่ธานีซื้ออะไรให้แนนนี่คะพี่รัดเกล้า”
       “ฮื้อมาถามพี่ได้ยังไง พี่จะไปรู้ใจพี่ชายเราได้ยังไง”
       “ไม่รู้แน่เหรอ เห็นชอบถามเรื่องของพี่จากยัยแนนนี่อยู่เรื่อย”
       รัดเกล้าหน้าตื่นตาโตที่ความลับถูกแฉ “ไม่จริงเลย อย่างเกล้าเนี่ยนะจะถามเรื่องพี่ธานี ไม่มีทาง”
       “ทะเลาะกันทำไม นี่วันเกิดน้องสาวพวกเรานะ”
       รัดเกล้าสะบัดหน้าใส่ธานีที่ยิ้มทะเล้นล้ออยู่
       
       ผ่านเวลาไป ดารกาบรรจงแกะกล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสีชมพูหวาน
       “ฉีกเลยก็ได้จ้ะน้องดา” ภวัติบอก
       “ทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคะ”
       แนนนี่ซึ่งกำลังฉีกกระดาษห่อของขวัญ สีแดงสดใสเสียงดังแคว่กถึงกับชะงักมือ
       “นี่แนนนี่ทำอะไรผิดไปรึเปล่าคะ”
       “ไม่ผิดหรอกจ้ะ”
       ดารกาชูผ้าพันคอสีชมพูสวยปิ๊งขึ้นดูอย่างดีใจ
       “สวยจังค่ะ น้องดาชอบมากเลย ขอบคุณนะคะพี่ภวัต”
       “จ้ะ” ภวัตตอบแล้วหันมาหาแนนนี่ “แล้วแนนนี่ล่ะ เป็นไง ชอบมั้ย”
       คำตอบอยู่บนใบหน้าของแนนนี่ที่ชูผ้าพันคอสีแดง สีหน้าเซ็ง
       “ทำไมของแนนนี่ไม่เหมือนของพี่ดาล่ะคะ”
       “อ้าวก็แนนนี่เพิ่งพูดเองนี่ ว่าไม่อยากได้ของที่เหมือนๆกัน”
       “แต่ของพี่ดาสวยกว่าของแนนนี่”
       ดารกายื่นผ้าที่เป็นผืนของตัวเองให้แนนนี่แทบไม่ต้องคิด
       “อย่างนั้นแลกกันก็ได้จ้ะ”
       “ไม่ต้องมาทำเป็นคนดีหรอก เชอะ ให้ก็ไม่เอา”
       แนนนี่ลุกพรวด งอนป่องขึ้นบันไดไป รัดเกล้ามองตามอย่างไม่ชอบใจ
       “ยัยแนนนี่นี่เอาใหญ่ขึ้นทุกวัน น้องดาไม่เห็นต้องตามใจเลย”
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก็ดามีน้องอยู่คนเดียวนี่คะ”
       แนนนี่ได้ยินแล้วแทบปรี๊ด
       “ยี้! ยัยคนดี”
       แนนนี่วิ่งตึงๆ ขึ้นบันไดหนีไป
       ภวัตมองตามแนนนี่ไป พลางเหลือบมองที่รูปถ่ายในกรอบเงิน ใบนั้น นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต
       ตอนที่ภวัตรับแนนนี่มาจากปัทมน แนนนี่นิ่งและสงบลงทันทีหันมายิ้มให้ ภวัตยิ้มตอบ
       “น้องยิ้มแล้วครับ”
       ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงแนนนี่ดังขึ้น “แนนนี่ชอบพี่ภวัต”
       ภวัตยังคงนิ่งมองที่รูปใบนั้น ครุ่นคิดถึงสิ่งประหลาดที่เคยเจอเมื่อ 12 ปี ก่อน จนธานีเดินเข้ามาทักขึ้น
       “ยังไม่ชินกับฤทธิ์เดชยัยแนนนี่อีกเหรอ”
       ภวัตออกอาการสะดุ้งไปเล็กน้อย ยิ้มเก้อๆ ให้ธานี
       
       แนนนี่ในวัยเด็กหญิง 12 ขวบพรวดพราดเปิดประตูเข้ามาแล้วปิดปัง
       “ช่างเป็นวันเกิดที่เซ็ง! เซ็งสุดๆ เลย” ระหว่างนั้นก็หันมาเห็นทาฮิร่าเข้า “ยายจ๋า!”
       ทาฮิร่านั่งขาไขว่ห้าง กอดอก หลังตรง เชิดหน้ามองแนนนี่อย่างจ้องจับผิด
       “ปีที่แล้วก็บ่นอย่างนี้...ปีก่อนโน้นก็บ่นอย่างนี้”
       แนนนี่นั่งแปะลงข้างๆ ทาฮิร่า
       “จะมีปีไหนบ้างที่เราจะพอใจกับวันเกิดตัวเองซะที” ทาฮิร่าเอ็ดเอา
       “แนนนี่ไม่ชอบคนเสแสร้ง”
       “ไม่ชอบตัวเองน่ะเหรอ” ทาฮิร่าสัพยอก
       “ยายค๊า!”
       ทาฮิร่าหัวเราะชอบใจ “ใครเค้าจะเป็นยังไงก็ช่างเค้าเถ๊อะแนนนี่” ทาฮิร่าลูบหัวแนนนี่ด้วยความรักใคร่ “ยาย
       สอนหนูเสมอไม่ใช่เหรอว่า...”
       ทาฮิร่าสอนยังไม่ทันจบ แนนนี่ก็พูดสวนขึ้นมา
       “ก่อนที่จะวิจารณ์คนอื่น ให้ย้อนมองดูตัวเองซะก่อน
       แนนนี่ตอบอย่างเซ็ง ๆ ก่อนจะลงนอนตักทาฮิร่าอย่างประจบ
       “ก็เพราะแนนนี่ดูตัวเองแล้วไงคะ ว่าแนนนี่ไม่ได้แอ๊บดีเหมือนพี่ดา”
       “อะไร? แอ๊บดี?” ทาฮิร่าสงสัย
       “เฮ้อ...ช่างเค้าเถอะค่ะ แนนนี่ไม่สนใจเค้าแล้วละ มาว่าเรื่องของเราดีก่า” แนนนี่แบมือทำท่าขอออกมา “ไหนล่ะคะ ของขวัญวันเกิดแนนนี่”
       “ถามอะไรแปลกๆ ยายเคยให้ของขวัญวันเกิดเจ้าด้วยเรอะ” ทาฮิร่าว่า
       “ก็เพราะไม่เคยเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดน่ะสิคะ ปีนี้แนนนี่ถึงจะต้องขอจากยายให้ได้ ไม่งั้นแนนนี่จะเป็นอสูรที่ร้ายกาจให้ดู”
       คำพูดร้ายเดียงสาประโยคนั้น ทำเอาทาฮิร่าหน้าซีดเผือด จับตัวแนนนี่ขึ้นจากตัก
       “แนนนี่ นี่เจ้ารู้มาตลอดเรอะว่าเจ้า...”
       
       “เป็นอสูร” แนนนี่ตอบหน้าตาเฉย
       
       อ่านต่อตอนที่ 2

ข่าวล่าสุด ในหมวด
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 23
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลปกติ
จำนวนคนโหวต 32 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 29 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
9 %
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014