หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
14 มกราคม 2555 08:28 น.
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 3

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 3

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 3

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 3

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 3

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 3
       
       ดารกานิ่งงัน สั่นหัว มองแนนนี่ด้วยสายตาที่หวาดหวั่น
       
       “ไม่ได้เป็นอะไร”
       แนนนี่ว่าพลางก้าวเข้าใกล้ดารกา
       “ไม่ได้เป็นอะไรแล้วร้องไห้ทำไม”
       ดารกาหลุกหลิก เหลือบมองไปที่นอกรั้ว แล้วรู้สึกตกใจมาก เพราะดารกาเห็นว่า มาลียังด้อมๆ มองๆ เข้าไปที่ตัวบ้าน
       ดารกาหน้าตาตื่นกลัว ขณะที่แนนนี่ย่อตัวลงหา ดารกาตวาดแนนนี่ลั่น
       “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”
       แนนนี่ชะงักงัน
       “พี่ดา”
       “ฉันบอกว่าอย่ามายุ่งกับฉัน จะไปไหนก็ไป”
       แนนนี่หน้าแดง จากงงๆ เลยกลายเป็นโกรธ
       “ไปก็ได้ ไม่ได้อยากยุ่งด้วยนักหรอก ถ้าพี่ดาไม่นั่งร้องไห้เป็นยัยบ้าอย่างเนี้ย”
       แนนนี่จ้ำเท้าออกไปพลางบ่นงึมงำ
       “ทำไมไม่มีคนเห็นธาตุแท้ของเธอซะทีนะ ให้ตาย”
       ดารกาน้ำตาริน ร้องไห้โฮด้วยความปวดร้าว
       เวลาเดียวกันนั้นที่บริเวณนอกรั้ว มาลียังชะเง้อชะแง้ไปที่ตัวบ้าน แต่ไม่เห็นดารกาหรือแนนนี่ ดารกาพอเห็นว่ามาลียังอยู่ก็ร้องตะโกนไล่ออกมาอย่างเหลืออด
       “ป๊าย...”
       แนนนี่ที่กำลังก้าวฉับๆ ไปไกลแล้ว พลันสะดุดกึก นึกว่าถูกไล่อีก เหลียวกลับไปหาดารกา
       “ก็ไปอยู่แล้วนี่ไง จะไล่อะไรนักหนาห๊า! อ้าว...”
       ดารกาลุกเดินพรวดพราดหนีไปอีกทางหนึ่ง
       แนนนี่มองตามดารกาไป ด้วยอาการงุนงง
       “พี่ดาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ”
       
       แนนนี่สะพายกระเป๋ากับแฟ้มเอกสารใสเข้ามาในห้องตัวเองบ่นพึมพำออกมา
       “ไม่น่าเจ๋อหน้าเข้าไปให้เสียเวลาเล๊ย ยัยพี่ดาบ้า”
       แนนนี่โยนกระเป๋าสะพาย แฟ้มใสที่ใส่เอกสารลงบนเตียง พลันเห็นใบคะแนนข้อสอบตัวเองแล้วต้องตกใจ
       “ฮึ้ย มาได้ไงอ่ะ ฉันทิ้งไปแล้วนี่”
       แนนนี่คว้าใบคะแนนมาดูอย่างสุดเซ็ง
       “สิบเต็มร้อย ...เยี่ยมมาก..สุดยอดแนนนี่ ..ฉันจะไม่มีวันให้คุณแม่เห็นแก”
       แนนนี่กวาดตาหาที่ซ่อนกระดาษข้อสอบ แล้วทำท่าจะเสียบไว้ในชั้นหนังสือ แต่แล้วก็ชักมือกลับ
       “ไม่ดี”
       แนนนี่เปลี่ยนไปเปิดตู้เสื้อผ้า
       “ไม่ได้ เสี่ยงไป”
       แนนนี่เดินวนไปมา ครุ่นคิดอย่างว้าวุ่น พลันนึกไปถึงโป่งขึ้นมา
       “...นายโป่ง...ใช่..ก็แค่ให้นายโป่งจัดการเหมือนเคยๆ ก็สิ้นเรื่อง โฮะๆๆ ลืมไปเลย”
       แนนนี่คว้าโทรศัพท์มือถือมากดหาโป่ง แต่แล้วทำหน้าประหลาดใจ
       “ว่าแล้ว ทำไมโทรศัพท์มันเงียบนัก แบตหมดตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
       แนนนี่ม้วนกระดาษข้อสอบ แล้วผลุนผลันออกจากห้องไป
       
       อะไรจะใจตรงกันขนาดนั้น ที่บริเวณประตูเชื่อมรั้วบ้านปัทมนกับบ้านภวัต ขณะนั้นภวัตก็กำลังมองหาโป่งเช่นเดียวกับแนนนี่ เมื่อไม่เจอจึงเดินตรงไปที่บ้านปัทมน
       “นายโป่ง ...นายโป่ง”
       ภวัตตรงต่อไปที่ตัวบ้านปัทมน
       “ให้มาตามแนนนี่กับน้องดา แต่ดันหายไปอีกคน ...นายโป่ง”
       
       โป่งเดินเหงื่อตก เข้ามามองหาดารกาในครัว
       “ไม่อยู่อีก.. เฮ้อ... คุณดาคร้าบ อยู่ไหนล่ะเนี่ย โป่งเดินหาซะหอบแล้วนะครับ”
       โป่งเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำมาเทดื่ม พลันแนนนี่เข้ามาตบไหล่ผลั่ก โป่งสำลักน้ำ พ่นพรวด
       “ตกใจอะไรขนาดนั้น นี่ฉันเอง”
       “ใครว่าโป่งตกใจล่ะครับหัวหน้า เจ็บครับเจ็บ อูย ไหล่แทบทรุด”
       “แล้วนี่เค้าหายไปไหนกันหมด แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ น้ำที่บ้านไม่มีกินเหรอ แล้ว..”
       “ทีละคำถามสิครับหัวหน้า” โป่งบ่นอุบ
       “อ่าวฉันถามเยอะไปเหรอ”
       “คืองี้ครับ ที่บ้านโป่งน่ะมีงาน...”
       “เอาละๆๆ ไม่ต้องตอบ ฉันก็ถามไปงั้นแหละ นายมานี่ เรื่องฉันด่วนกว่า จุ๊ๆ นะ”
       แนนนี่ลากแขนโป่งไปมุมหนึ่งของครัว เป็นจังหวะที่ภวัตเข้ามาเห็นแนนนี่ข้างหลัง ขณะเดียวกันโป่งก็หันเจอภวัต ทำท่าจะพูด แต่ภวัตทำมือจุ๊ปาก สั่นหัวห้ามไว้
       แนนนี่พูดกับโป่ง แบบมีลับลมคมในสุดๆ
       “นี่คือกระดาษข้อสอบของฉัน นายมีหน้าที่ซ่อนมันให้พ้นสายตาทุกคน”
       โป่งเหลือบตาที่ภวัต พะวักพะวง
       “อาราย...ก็กระดาษคะแนนที่นายเคยขุดหลุมฝังเหมือนเดิมน่านละเอาไป รีบจัดการเร็วเข้า”
       แนนนี่ยัดกระดาษใส่มือโป่ง โป่งอึกอักรับคำ
       “ครับๆ”
       แนนนี่ดันหลังโป่ง หมุนตัวไปทางภวัต แต่ตรงจุดที่ภวัตยืนอยู่เมื่อครู่นี้ ไม่มีภวัตอยู่แล้ว
       
       แนนนี่จิ้มนิ้วที่หลังโป่ง พลางเอ่ยปากเร่ง
       “เงอะๆ งะๆ อะไรของนายห๊า ไปเร็วเข้าสิ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่านายเอากระดาษสอบฉันไปฝังไว้ไหน”
       โป่งชำเลืองตาไปที่ภวัต ซึ่งหลบอยู่ริมประตู แนนนี่ผ่านไปโดยไม่เห็น
       ภวัตยิ้ม ส่ายหน้าน้อยๆ มองตามแนนนี่อย่างแสนคิดถึงและเอื้อเอ็นดู
       
       ดารกายืนหลังพิงประตูอ่านจดหมาย มือที่ถือจดหมายนั้นสั่นระริก ใบหน้ามีเหงื่อไหลซึม สีหน้าเครียดหนัก เสียงมาลีดังขึ้นมาตามเนื้อความจดหมาย
       “แม่รู้ว่าแม่ทำผิดกับลูกไว้มาก ให้อภัยแม่เถอะนะ เวลานี้แม่ลำบากเหลือเกิน แม่อยากเจอลูกสักครั้งก่อนตาย ไปพบแม่ให้ได้นะ”
       ดารกาหลับตาลง น้ำตาร่วง
       “ไม่จริง...”
       ดารการ้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น หากแต่ต้องกลั้นเสียงไว้ไม่ให้ใครได้ยิน ดูขมขื่นและน่าเวทนาสุดๆ
       “ไม่... อนาคตแพทย์หญิงอย่างฉันจะต้องไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่...”
       ดารกาขยุ้มจดหมายนั้นจนมือเกร็ง
       
       ด้านโป่งกำลังใช้เสียมอันเล็กๆ ขุดเป็นหลุมที่ใต้ต้นไม้ มีแนนนี่ยืนคุม สั่งการ โดยไม่รู้ตัวว่าภวัตเดินตามมาด้วย
       “ลึกอีก”
       “กระดาษใบเดียว แค่นี้ก็พอแล้วครับ” โป่งแย้ง
       แนนนี่หยิกให้ “นี่แน่ะ คราวที่แล้วโผล่ออกมาตอนฝนตกนายจำไม่ได้เหรอ ขุดลงไปอีก เร็วเข้า ขุดๆๆๆ”
       ภวัตก้าวเข้ามากอดอกยืนมอง ยิ้มขำๆ ในขณะที่แนนนี่มองโป่งขุดต่ออย่างพอใจ พลางขู่
       “แล้วจำได้ใช่มั้ยว่าในโลกนี้มีเรารู้เรื่องนี้กันอยู่สองคน”
       “เห็นทีจะไม่เป็นอย่างนั้นซะละมังคร้าบ” โป่งเหล่มองภวัต
       “นายว่าไงนะ”
       “เปล่าครับเปล่า ขุดๆๆ”
       “แล้วครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายต้องเป็นคนทำลายกระดาษคะแนนสอบ ของฉัน เพราะคราวหน้าฉันจะทำคะแนนเต็ม!”
       โป่งหัวเราะออกมา แนนนี่หยิกอีก โป่งเลยเงียบ กลบดินใส่หลุมจนพูน
       “ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องภูมิใจในตัวฉัน โดยเฉพาะ...” แนนนี่ยิ้มกริ่ม “..พี่ภวัต”
       ภวัตเลิกคิ้ว ตั้งใจฟัง
       “ถึงฉันจะไม่น่ารักในสายตาใครๆ แต่อย่างน้อยฉันก็มีพี่ภวัตคนนึงละ ที่เล็งเห็นความงามในตัวฉัน เพราะฉะนั้นฉันจะต้องเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อม สำหรับพี่ภวัตให้ได้” พูดถึงตรงนี้นัยน์ตาแนนนี่ฝันหวาน “...นายว่าฉันคิดถูกมั้ย”
       โป่งไม่ตอบ แต่เหลือบตามองไปที่ภวัต จนแนนนี่ชักผิดสังเกต
       “อะไรของนายอ่ะ หลุกหลิกๆ ตั้งแต่ที่..ครัว..” แนนนี่หันไปเห็นภวัต “..แล้ว...”
       แนนนี่พอหันเจอภวัตก็นิ่งงันราวโลกหยุดหมุน ภวัตก้าวเข้ามาใกล้ ครั้นพอได้สติ แนนนี่ปัดป่ายมือเรียกหาโป่ง
       “น..นายโป่ง เดี๋ยวนี้นายเลียนแบบเวทมนตร์ฉัน ขนาดเสกคนได้ตัวเป็นๆ เลยเหรอ”
       ภวัตจับไหล่ทั้งสองของแนนนี่อย่างเบาๆ แนนนี่หน้าแดงวาบ ยังคงตั้งสติไม่อยู่ ทำตัวไม่ถูกอยู่ดี
       “จ..จับต..ตัวฉันก็..ก็ได้ด้วย” แนนนี่ตาแข็งค้าง จ้องภวัตเขม็ง
       “พี่เอง...แนนนี่ จำพี่ไม่ได้เหรอ” ภวัตเอ่ยน้ำเสียงสุภาพ
       แนนนี่น้ำตาเอ่อคลอ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ถามย้ำออกไป
       “พี่ภวัตจริงๆ เหรอคะ”
       ภวัตพยักหน้า ยิ้มอ่อนโยนให้ แนนนี่ผวาเข้ากอดภวัต ยิ้มทั้งน้ำตา ภวัตลูบผมแนนนี่ ดีใจไม่ต่างจากแนนนี่
       
       ด้านดารกาสอดซองจดหมายไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง แล้ววางคืนบนชั้นหนังสือ มองหนังสือนั้นด้วยแววตาปวดร้าว ก่อนจะผละไปที่กระจก จัดผมเผ้า และผ้าพันคอให้เข้าที่ แล้วออกจากห้องไป
       แต่แล้วเพียงแว่บเดียว ดารกากลับเข้ามาอีก มองที่หนังสือเล่มเดิม สีหน้าว้าวุ่นใจ
       
       ปัทมนหันมองไปทางบ้านตัวเอง สีหน้าสงสัย
       “สรุปเลยหายไปกันหมดเลย ทั้งนายโป่ง ลูกดา ภวัต”
       “มีกันอยู่แค่สามหลังยังหากันไม่เจอนะคะ เห็นทีต้องรวมเป็นหลังเดียว อยู่ด้วยกันหมดนี่เลยน่าจะอบอุ่นดีนะคะ ฮิๆ” อิงอรบอกออกมา
       “เกล้าว่าเกล้าตามไปดูอีกคนดีกว่าค่ะ” รัดกเกล้าลุกขึ้น “หายไปพร้อมๆ กันแบบนี้ มันแปลกๆ มั้ยคะ”
       “ทานเถอะหนูเกล้า เดี๋ยวให้ธานีไปดูให้ก็ได้”
       ธานีชะงักช้อนที่ตักอาหาร
       “อ้าว ไหงมาลงที่ผมละครับคุณแม่”
       รัดเกล้าค้อนธานีก่อนหันมาพูดประชดธานีกับปัทมน “เกล้าจะไปห้องน้ำอยู่แล้วน่ะค่ะ อาปัท ไม่ต้องรบกวนพี่ธานีหรอกค่ะ” รัดเกล้าว่าพลางจิกปรายหางตาใส่ธานี
       “พี่ว่าเกล้านี่เป็นคนจิตใจงดงามมากเลยนะ รู้จักเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง”
       รัดเกล้า (ยิ้มกริ่ม)เพิ่งรู้เหรอคะ(เชิดใส่ ก้าวไป)
       “นี่ถ้าหน้าตาสวยอีกสักหน่อยก็เพอร์เฟ็คต์ ..เสียดาย...เฮ้อ”
       คำพูดของธานี ทำเอารัดเกล้าที่จะก้าวไปอยู่แล้ว สะดุดหน้าคะมำ หันมาค้อนธานีขวับ ธานียิ้มทะเล้นให้รัดเกล้า
       ปัทมนส่งสายตาปรามธานี แล้วหันที่จักรวาลเจื่อนๆ เป็นเชิงขอโทษ ขณะเดียวกันผาดดูพรจัดบาร์บีคิวลงจาน
       “เอ้อ อย่างนั้นละ แล้วอย่าให้บนเตาไหม้ซะล่ะ เดี๋ยวฉันไปดูหมูที่หมักเพิ่มไว้ก่อน”
       ผาดกำลังจะก้าวไป แต่แล้วก็เจอแนนนี่เดินเข้ามาหน้าตาบูดบึ้ง สีหน้าบอกบุญไม่รับ
       “มีความสุขกันใหญ่เลยนะคะ”
       ทุกคนทั้งโต๊ะหันมาหาแนนนี่ รู้สึกประหลาดใจ
       “ใจเย็น ๆก่อนจ้ะแนนนี่ คือ...” จักรวาลออกตัวก่อน
       “ใช่จ้ะ แม่พยายามติดต่อแนนนี่แล้ว จะบอกว่าพี่ภวัตกลับมา แต่ก็โทรไม่ติด” ปัทมนรีบเสริม
       แนนนี่กลั้นขำ ภวัตก้าวตามมา โยกหัวแนนนี่เบาๆ มีโป่งตามมาด้วย
       “เกเรอีกแล้วนะเรา”
       แนนนี่หัวเราะกิ๊ก
       “อ้าว ตกลงเจอกันแล้ว จริงๆ เลยนะเราแนนนี่” ปัทมนยิ้ม โล่งอก
       “ถ้าธรรมดาจะใช่แนนนี่เหรอคะ”
       “เอ๊ะ แล้วนี่หนูดาไม่ได้มาด้วยกันหรอกเหรอ” อิงอรถามหาดารกา
       แนนนี่ฉุกนึกถึงใบหน้านองน้ำตาของดารกา เมื่อไม่นานมานี้
       “จริงสิ ..คุณแม่คะ พี่ดาเค้า...”
       
       แนนนี่นึกถึงตอนที่ดารกาแหงนหน้าขึ้นเห็นตัวเองแล้วผงะ ในขณะที่แนนนี่เห็นใบหน้านองน้ำตาของดารกาแล้วตกใจมากเช่นกัน
       “เป็นอะไร”
       แนนนี่ยิ่งคิดยิ่งสงสัย ทำท่าจะพูดกับปัทมน แต่แล้วพอเจอสายตาทุกคนมองมาอย่างสนใจ
       “พี่ดาทำไมเหรอลูก”
       แนนนี่เลยเฉไฉ ปั้นหน้ายิ้ม
       “ไม่มีอะไรค่ะ มีอะไรทานบ้างคะเนี่ย แนนนี่หิวมากเลย (กับภวัต)พี่ภวัตต้องดูแลแนนนี่ดีๆ นะคะ โทษฐานที่ให้แนนนี่รู้คนสุดท้ายเลยว่าพี่ภวัตกลับมาแล้ว
       “ได้เลยจ้ะ ลองนี่มั้ย”
       ภวัตตักอาหารให้ แนนนี่ทำทีเป็นยื่นจานไปรับ แต่สีหน้ายังคงครุ่นคิดเรื่องดารกา
       ดารกาที่ทุกคนถามถึงพุ่งตรงไปที่ประตู มีหนังสือที่สอดซองจดหมายจากมาลีกอดแนบอกอยู่ สีหน้าแววตาร้อนรน หลุกหลิก จังหวะหนึ่งดารกามองลงที่หนังสือ
       “ฉันจะเอาแกไปเผาทิ้งให้ไกลที่สุด”
       ดารกาก้าวฉับไป แต่แล้วชนเข้ากับรัดเกล้าอย่างจัง หนังสือดารกาหล่นลงพื้น
       “ว้าย! อ้าวน้องดา”
       “พี่เกล้า...”
       “ท่าทางรีบร้อนเชียว น้องดาจะไปไหนเหรอ นี่พี่มาตามน้องดานะเนี่ย”
       รัดเกล้าว่าพลางเหลือบเห็นหนังสือบนพื้น ทำท่าจะก้มเก็บ พลันดารกาเอ่ยเสียงกร้าวร้องห้าม
       “อย่านะคะ!”
       รัดเกล้าสะดุ้งเฮือก หันหาดารกาอย่างไม่เชื่อหู
       “น้องดา”
       ดารการีบฉวยหนังสือมาถือไว้เอง
       “เอ่อ..คือ..น้องดากำลังรีบเอาหนังสือนี่ไปให้เพื่อนน่ะค่ะ” ดารกาฝืนยิ้ม “ขอบคุณนะคะที่มาตามน้องดา เดี๋ยวน้องตาตามไปนะคะ”
       ดารกาก้าวฉับ ๆไปที่ประตู รัดเกล้ามองตามไป งุนงง
       “อะไรของเค้า”
       รัดเกล้าก้าวกลับไปทางหนึ่ง แต่แล้วเหลียวกลับมา มองไปที่พื้น ทางที่ดารกาเพิ่งเดินไป เห็นซองจดหมายหล่นอยู่บนพื้นบริเวณนั้น รัดเกล้าตรงไปเก็บจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา และมองไปที่ประตูรั้ว แต่ที่ประตูรั้ว ดารกาไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
       รัดเกล้ามองจดหมายในมือ อยู่ในอาการงงๆ ไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี
       
       รัดเกล้าตีซองจดหมายกับฝ่ามืออย่างครุ่นคิด ขณะเดินกลับบ้านตัวเอง
       “น้องดาดูแปลกๆ อืม...” รัดเกล้าพลิกซองจดหมายดู แล้วเห็นว่าเปิดได้ ไม่ได้ปิดผนึก รัดเกล้าเอานิ้วแหย่แยงซองจดหมายเป็นรูโหว่ เห็นกระดาษข้างใน
       ธานีกอดอก ยืนดักอยู่ตรงหน้า ส่งเสียงถามขึ้น
       “ทำอะไรของเธอยัยเกล้า”
       รัดเกล้าชักมือจากซองจดหมาย หน้าซีด ตกใจ
       “พี่ธานี! จะบ้าเหรอ มายืนอะไรตรงนี้ เกล้าตกใจนะ”
       “ตกใจ? แค่นี้น่ะนะตกใจแล้ว ขวัญอ่อนจริงแม่คู๊ณ” ธานีมองเห็นจดหมายในมือรัดเกล้า “แล้วนั่นอะไร หืม..แอบมีจดหมายรักจากผู้ชายกับเค้าด้วย”
       รัดเกล้าเหลืออด เอามือปิดปากธานีอย่างหมั่นไส้
       “หยุดพูดเพ้อเจ้อซะทีได้มั้ย นี่น่ะของน้องดาไม่ใช่ของเกล้า”
       “ของน้องดาแล้วมาอยู่กับเกล้าได้ไง” ธานีสงสัย
       “เกล้าเก็บได้”
       ธานีฉวยจดหมายไปพลิกๆ ดู
       “จดหมายอะไร”
       “น้องดาทำท่าทำทางแปลกยังไงก็ไม่ทราบ เกล้าจะเรียกไว้ก็ไม่ทัน”
       ธานีเปิดซองจดหมาย
       “เสียมารยาทนะพี่ธานี” รัดเกล้าเอ็ด
       “แล้วเมื่อกี้ที่เราทำล่ะ” ธานีเยาะ
       รัดเกล้าสีหน้าเจื่อนไป “เกล้าก็แค่อยากรู้ว่าน้องดาเป็นอะไร”
       “ก็เหมือนกันนั่นละ แล้วพี่เป็นพี่ชายน้องดา ถ้าจะอ่านเพราะเป็นห่วงน้องก็คงไม่ผิด”
       ธานีมองลงไปที่ซอง แล้วหยิบกระดาษจดหมายออกมา
       
       ค่ำวันเดียวกันนั้น มาลีอยู่ในอาการตื่นกลัวผวาหลบเอามือยกขึ้นป้องหน้าให้พ้นจากสดับที่ปราดเข้ามาทำร้าย ยกมือเงื้อง่า สีหน้าที่โกรธจัดแดงก่ำด้วยฤทธิ์เหล้า
       “อย่านะพี่ ฉันกลัวแล้ว โอ้ย!” มาลีร้องลั่น เพราะถูกสดับจิกผม
       “กลัวเหรอ นี่แน่ะกลัว” สดับจิกผมแรงขึ้น
       “โอ้ยปล่อยฉันเถอะพี่ดับ ฉันบอกแล้วจ้ะบอกแล้ว”
       สดับปล่อยหัวมาลีผลักออกไปอย่างแรง
       “นี่ขนาดข้าเป็นคนวางแผนให้เอ็งไปพบนังดารกา เอ็งยังกล้าตอแหลว่าไม่เจอมัน” สดับด่ามาลี
       “ฉันแค่ไม่อยากให้พี่ไปยุ่งกับดารกา สงสารลูก”
       สดับหัวเราะลั่นออกมา มองมาลีอย่างสังเวช
       “พี่หัวเราะอะไร” มาลีสงสัย
       “ก็ทุเรศเอ็งน่ะสิ ดัดจริตเป็นห่วงลูก ถุย! อุ้มมันไปทิ้งอยู่เหยงๆ อย่างเอ็งน่ะ เค้าเรียกว่าอีแม่ใจร้าย”
       สดับว่าพลางก้าวไปคว้าขวดเหล้าใกล้ๆ มาลีปราดตามองตามอย่างแสนชิงชัง
       “อยากด่าอะไรฉันก็ด่าไปเหอะ ฉันจะไม่ทิ้งมันเลย ถ้ามันไม่ได้มีพ่อเลวๆที่ข่มขืนฉันจนท้องมันออกมา” มาลีประชด
       “เอ็งหยุดเลยนะนังมาลี” สดับตวาดเสียงดัง
       “ฉันไม่หยุด พี่นั่นแหละต้องหยุดด่าฉันซะที รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่เคยคิดอยากจะอยู่กับพี่เลย หนีไปไกลถึงอิสาน พี่ก็ยังไปตามฉันกลับมารองมือรองตีนพี่ แถมยังต้องทำงานงก ๆๆๆ หาตังค์มาให้พี่ผลาญ ไม่เหล้าก็ยาไม่ยาก็เหล้า” มาลีใส่อีกเป็นชุดอย่างเหลืออด
       “กูบอกให้หยุดไงอีมาลี”
       “ไม่รักไม่ห่วงกันไม่เป็นไร แต่ขอทีเหอะ เลิกด่าเลิกตีฉันซะที ฉันก็คนนะมันเจ็บนะโว้ย กรี้ด”
       เสียงกรีดร้องท้ายประโยคคำพูดของมาลี เพราะมีขวดเหล้าลอยเฉียดหัวมาลีไปนิดเดียว แตกเพล้งทันทีที่กระทบกับข้างฝา มาลียกมือไหว้ปะหลกๆ
       “ฉันขอโทษจ้ะพี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดอย่างนั้น”
       สดับโมโหสุดๆ ชี้หน้าด่า “อีมาลี ตีมึงไปก็เสียมือกูเปล่าๆ มึงหุบปากชั่วๆ ของมึงซะที กูจะบอกให้เอาบุญนะว่าทุกอย่าง “ท่าน” ลิขิตไว้แล้ว ต่อให้มึงไม่ถูกข้าข่มขืน มึงก็ต้องถูกไอ้หน้าไหนสักคนลากไปเหมือนกัน” สดับเน้นตรงคำว่า “ท่าน” ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน
       “คำก็ท่านสองคำก็ท่าน ไอ้ท่านของพี่น่ะมันก็วิญญาณชั่วตอนที่พี่กินเหล้า-เล่นยานั่นละวะ”
       มาลีหลุดปากด่าสดับอีก ด่าเสร็จก็นึกขึ้นได้ หน้าซีดเผือด ยกมือไหว้ ตัวสั่นงันงกรีบถดตัวหนี
       “ฉันขอโทษจ้ะพี่ ฉ..ฉัน...”
       สดับไม่ฟังคำขอโทษ ตรงเข้ามาจิกผมมาลีตบไปฉาดใหญ่ มาลีกรีดร้องลั่น
       “อ๊าย.....”
       เวลาผ่านไป มาลีอยู่ในสภาพบอบช้ำ นั่งซุกตัวอยู่ที่มุมบ้าน ใบหน้าเขียวปูด ริมฝีปากมีคราบเลือด แววตามาลีเหม่อลอย และเจ็บช้ำ
       
       ขณะเดียวกันนั้นดารกาเดินหาจดหมายอย่างร้อนรน วิ่งหาตามมุมโน้นมุมนี้ แล้วจังหวะหนึ่งก็ชนเข้ากับแนนนี่อย่างจัง
       “ว้าย!”
       แนนนี่โดนชนจนเซไปเกือบจะล้ม แต่คว้าต้นไม้ไว้ได้ทัน ดารกาเพียงเหลือบมองแนนนี่แว่บนึง แล้วกวาดตาหาของต่อ
       “นี่! ไม่คิดจะขอโทษกันเลยเหรอ” แนนนี่ฉุน
       “จะไปไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับพี่” ดารกาว่า
       แนนนี่ฟังแล้วปรี้ดอย่างหนัก
       “อีกแล้วนะ พี่ดาชนแนนนี่เห็นๆ คิดได้ไงมาว่าแนนนี่ยุ่งห๊า เมื่อเย็นก็ทีนึงแล้ว คำก็ยุ่งสองคำก็ยุ่ง ขอโทษแนนนี่เดี๋ยวนี้นะ” แนนนี่จับตัวดารกา
       ดารกาสะบัดตัวสุดแรง หันมาจ้องหน้าแนนนี่เขม็ง นัยน์ตาเป็นประกายสีแดงวาบ น่ากลัว แนนนี่ผงะ ตะลึงงัน
       ดารกาก้าวช้าๆ เข้ามาหาแนนนี่
       
       สดับนอนหลับคาขวดเหล้า รอบตัวเห็นโต๊ะบูชาเครื่องรางของขลัง ล้วนแต่เป็นของประหลาด ตุ๊กตาปั้น หน้าตาน่ากลัว หัวสัตว์แห้งๆ หนู กระรอกสตาฟ ฯลฯ ทั้งห้องไม่มีพระเจ้าสักองค์!!
       จู่ๆ ที่ใบหน้าสดับมีรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้น ปากหมุบหมิบส่งเสียงพูดเบาๆ ออกมา
       “ลูกพ่อ...”
       
       ใบหน้าของดารกาเวลานี้ดุดัน แววตาเป็นสีแดงฉาน กำลังก้าวตรงมาหาแนนนี่อย่างหมายมาด แนนนี่ผงะถอย มองดารกาในอาการงงงัน
       เสียงของสดับดังล่องลอยมาไกลๆ เสียงดังก้องกังวาน
       “ใช้พลังของเจ้า ..ดารกา...ลูกพ่อ”
       ใบหน้าดารกา เพ่งตามองเขม็งไปที่แนนนี่
       
       สดับยังคงหลับอยู่ แต่มีรอยยิ้มพึงพอใจออกมา มาลีก้าวท้าวผ่านไปแล้วหยุดหันมามอง มีกะละมังคอนอยู่ที่สะเอว ของมาลี ใบหน้ายังคงบวมช้ำ มาลีมองสดับซึ่งหลับอยู่ที่พื้นอย่างแสนชิงชัง
       “สักวันเหอะ ข้าจะทุบหัวเอ็งให้เหมือนปลาดุกนี่เลย ไอ้ดับ”
       จังหวะนั้นก็มีเพื่อนบ้านส่งเสียงตะโกนมาจากหน้าบ้าน
       “ปลาข้าได้ยังนังมาลี”
       มาลีหันมองแล้วส่งเสียงตอบกลับไป
       “ได้เดี๋ยวนี้ๆ แป๊บเดียวพี่หมอน”
       มาลีกุลีกุจอไปวางกะละมังใบนั้นลงที่มุมหนึ่ง ซึ่งมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือการทำปลาครบครัน ทั้งไม้ที่ทุบหัวปลา ที่ขอดเกล็ด เขียง กะละมัง
       ส่วนสดับยังคงอยู่ในความฝัน เอ่ยปากสั่งดารกาในความฝัน
       “ฆ่ามัน”
       เป็นจังเดียวกับที่มาลีเงื้อมือที่ถือท่อนไม้ขึ้น ทุบลงหัวปลาบนเขียง
       เลือดปลากระเซ็นลงบนพื้นบ้าน
       
       เสียงสดับดังลอยมาแต่ไกล พร้อมกับภาพดารกาตรงดิ่งเข้าไปหาแนนนี่แบบขาดสติ สีหน้าแววตาดูดุดันและน่ากลัว “ฆ่ามัน”
       แนนนี่ตาเบิกโพลง รู้แน่ว่าไม่ใช่ดารกา แนนนี่ตัดสินใจวาดมือไปข้างหน้า ร่ายมนตร์ป้องกันตัว ดารกาชนเข้ากับกำแพงเวทมนตร์โปร่งแสง ร่างดารกากระเด้งหงายหลังอย่างแรง ดารกาหวีดร้อง
       พลันทาฮิร่าก็ปรากฏตัวขึ้นในจังหวะที่ดารกาไม่เห็น ทาฮิร่าส่งเสียงเกรี้ยวใส่แนนนี่
       “นี่เจ้าทำอะไรแนนนี่”
       แนนนี่เถียงฉอดๆ ในทันที มั่นอกมั่นใจว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก
       “นั่นไม่ใช่พี่ดาค่ะ แต่เป็นใครไม่รู้ เค้าจะทำร้ายแนนนี่”
       ดารกาเงยหน้าขึ้น ทำท่าจะยกมือไหว้ทาฮิร่า
       “...คุณยาย”
       ทาฮิร่าปราดเข้าไปช่วยดารกา
       “ไม่ต้องๆๆ ไม่ต้องไหว้ก็ได้ โถแม่คุณ...”
       แนนนี่ตาลุกวาว งุนงงกับท่าทีอ่อนระโหย น้ำเสียงอ่อนโยนของดารกาที่กลับมาเป็นคนเดิม ทาฮิร่าหันขวับที่แนนนี่
       “เราต้องคุยกัน”
       
       ชิกเก้นกรอกตาหันซ้ายทีขวาที มองแนนนี่กับทาฮิร่าสองยายหลานที่กำลังทุ่มเถียงกัน ทาฮิร่าทำหน้าดุใส่ แต่แนนนี่มองสู้สายตา สีหน้าไม่รู้สึกผิด
       
       “นอกจากที่เจ้าจะละเมิดสิ่งที่ยายสอนว่าห้ามใช้เวทมนตร์พร่ำเพรื่อ เจ้ายังใช้มันเพื่อทำร้ายคนอื่น”
       “แต่แนนนี่บอกแล้วไงว่าพี่ดาจะทำร้ายแนนนี่ แนนนี่ไม่ใช่คนชอบโกหกยายก็รู้”
       “ไม่รู้” ทาฮิร่าโกรธจัด
       แนนนี่หน้าม่อย
       “ยายไม่เห็นเราจะเคยพูดตรงไปตรงมากับยายสักเรื่อง พักหลังนี่ยิ่งสนิทกับเจ้าตะเกียงแก้ว พากันร้ายกาจไปใหญ่ นี่คงถูกมันยุส่งเข้าให้ละสิ”
       “ไม่เกี่ยวกับพี่ตะเกียงแก้วเลยนะยาย จะเอาแนนนี่ไปสาบานวัดไหนก็ได้ พี่ดาจะทำร้ายแนนนี่จริงๆ”
       “จะทำ แต่ก็ยังไม่ได้ทำ แต่เรานั่นละที่ลงมือทำเค้าเห็นๆ”
       ชิกเก้นมองแนนนี่อย่างอ่อนใจ
       “ไม่น่าเล้ยแนนนี่”
       ทาฮิร่าหันขวับที่ชิกเก้น เรียกเสียงเขียว
       “เจ้าชิกเก้น!”
       ชิกเก้นสะดุ้งเฮือก
       “อะคะ..ครับนาย!”
       “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเจ้ามีส่วนต้องรับผิดชอบ” ทาฮิร่าสรุปความ
       “อ้าว ไหงงั้นล่ะ ไม่ใช่ความผิดของชิกเก้นสักหน่อย อีกอย่างตอนเกิดเรื่องชิกเก้นก็อยู่ที่เมืองเวทมนตร์”
       “หน้าที่ของแกคืออะไร” ทาฮิร่าถาม
       “ดูแลแนนนี่ไม่ให้คลาดสายตา” ชิกเก้นพูดขึ้นมาเอง จนรู้สึกตัวเอง “เอ่อ..คือ..”
       “ไม่ต้องเอ่อต้องคืออะไรทั้งนั้น รู้แล้วใช่มั้ยว่าแกต้องรับผิดชอบ มันเป็นความผิดของแกเต็มๆ”
       ชิกเก้นหน้าเซ็ง แนนนี่คว้ามือชิกเก้นเอ่ยขึ้น
       “งั้นดีเลย ชิกเก้นจมูกดีๆ ไปดมพี่ดาให้หน่อยสิ ต้องมีอะไรประหลาดในตัวพี่ดาแน่นอน”
       ทาฮิร่าโมโหจัด หันมาดุทันควัน “แนนนี่”
       แนนนี่เสียงอ่อย “ค่า...”
       ทาฮิร่าส่งสายตาเข้มดุ แนนนี่คอย่น หน้าม่อย
       “ค่า ไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่ง รอพี่ดาหักคอแนนนี่ตายก่อนยายถึงค่อยเชื่อแนนนี่ก็ละกัน”
       แนนนี่หมุนตัว แล้วหายวับเข้าไปในตะเกียงแก้ว ทาฮิร่าส่งเสียงเรียกตาม
       “แนนนี่! เอะอะหนีเข้าตะเกียงแก้ว...ที่แนนนี่เป็นอย่างนี้ฉันว่าเจ้าตะเกียงแก้วก็มีส่วน” ทาฮิร่าพูดอย่างเหลืออด
       จู่ๆ ชิกเก้นก็เปรยขึ้นมาลอย ๆ
       “โทษคนโน้นโทษคนนี้ไปเรื่อย เฮ้อ ...ถ้านายมาหาแนนนี่ให้ถี่หน่อยก็ไม่มีปัญหา”
       “อ้าว นี่แกจะว่าเป็นความผิดของฉันงั้นเหรอ” ทาฮิร่าโวยลั่น
       “เปล่าคร้าบ วู้ไปดีกว่า”
       ชิกเก้นกระโดดแผลวออกหน้าต่างไป
       ทาฮิร่าหน้าเครียดขึ้นมาอีก นึกถึงใบหน้าดารกาในนิมิต ก่อนที่จะมาหาแนนนี่ที่โลกมนุษย์
       
       ที่เมืองเวทมนตร์
       บาบาร่าวางท่าขึงขัง ขณะเดินตัวตรงหน้าเชิดไปตามทางในโรงเรียนแม่มดกับทาฮิร่า นักเรียนผ่านไปมาต่างหยุดค้อมหัวทำความเคารพบาบาร่ากับทาฮิร่า
       “เราสองคนก็แค่ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษ ไม่เห็นต้องเชิดขนาดนั้นเลยยัยบาบาร่า” ทาฮิร่าแขวะเพื่อนเลิฟแม่มดแบรนด์เนม
       “ฮะฮ่า พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่รู้อะไรซะแล้ว ฉันน่ะจะลงสมัครเลือกตั้ง ประธานสภาแม่มดเพื่อสังคมสมัยหน้าจ้ะ ก็ต้องซ้อมทำหน้าเริดเชิด สร้างความน่าเชื่อถือเอาไว้”
       ทาฮิร่าทำท่ากลั้นขำเต็มที่ “แม่มดเพื่อสังคมเนี่ยนะ”
       “ก็ใช่น่ะสิยะ มีอะไรน่าขำ” บาบาร่าเชิดต่อ
       “เธอทำอะไรเพื่อสังคมบ้างล่ะ” ทาฮิร่าถาม
       “ก็....” บาบาร่านึกไม่ออกสักข้อ “เออนั่นสิ ฉันทำอะไรบ้าง”
       ทาฮิร่าส่ายหน้า ยิ้มหน่าย พลันทาฮิร่ารู้สึกถึงเสียงแว่วในหู เป็นเสียงแนนนี่
       “อย่าเข้ามานะ”
       ทาฮิร่าหันขวับ เหลียว มองไปรอบตัว บาบาร่ามองทาฮิร่า อย่างงุนงง
       “อะไรของเธอทาฮิร่า ทำไมต้องทำท่าตกอกตกใจขนาดนั้น หรือว่าเป็นห่วงกลัวฉันจะไม่ได้เป็นประธานสภาฯ”
       ทาฮิร่าสั่นหัว ปฏิเสธบาบาร่าทั้งที่สายตายังเหลียวไปทั่ว
       “ไม่มีอะไร รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันสอน”
       ทาฮิร่าก้าวไปกับบาบาร่า แต่แล้วพลันมีเสียงสดับดังเข้ามาอีก
       “ฆ่ามัน”
       ทาฮิร่าชะงักเท้ากึก จังหวะนั้นปรากฎภาพจางๆ ให้เห็นว่าเป็นดารกากำลังตรงเข้าทำร้ายแนนนี่ปรากฏขึ้นในความคิดทาฮิร่า
       พร้อมๆ กับเสียงสดับดังลอยเข้ามาแต่ไกล ในขณะที่ดารกาตรงดิ่งเข้าไปหาแนนนี่แบบขาดสติ สีหน้าแววตาดูดุดันและน่ากลัว
       “ฆ่ามัน” เสียงสดับดังขึ้นอีก
       แนนนี่ตาเบิกโพลงด้วยความตื่นกลัว
       นึกถึงตรงนี้ขึ้นมา สีหน้าทาฮิร่าหวาดหวั่น เมื่อนึกถึงนิมิตที่เห็นซึ่งเป็นเหตุให้รีบมาหาแนนนี่ที่เมืองมนุษย์
       “เด็กคนนั้น...”
       ทาฮิร่ารำพึงออกมา ครุ่นคิดถึงดารกาอย่างสงสัย
       
       บุษบาทายารักษาแผลพุพองที่ฝ่ามืออยู่ในห้องรับแขก ไชยถือแก้วเครื่องดื่มมานั่งลง กดรีโหมดเปิดทีวีพลางถามบุษบาลอย ๆ ไม่ใส่ใจนัก
       “ยังไม่ดีขึ้นอีกเหรอ” ไชยถามขึ้น
       “ดีขึ้นกับผีสิคะ ดูเอาเองก็แล้วกัน”
       บุษบาหงายฝ่ามือให้ไชยดู พอไชยหันมาดูแล้วต้องเบิกตาด้วยตกใจ
       “เฮ้ย นี่มันแผลไฟไหม้แล้ว”
       ฝ่ามือบุษบา เห็นเป็นแผลพุพองตรงกลาง ขนาดไม่ใหญ่นัก ประมาณเหรียญสิบบาทเห็นจะได้
       “ไหนบุษว่าถูกต้นไม้ในสวนบ้านภวัตเกี่ยวเอาไง” ไชยถามอย่างสงสัย
       “ก็พูดไปอย่างนั้นล่ะค่ะ แต่จริงๆ น่ะไม่ใช่หรอก”
       บุษบาครุ่นคิดถึงที่มาของแผลอย่างแค้นเคือง
       
       วันนั้นขณะที่ดารกาเดินลิ่วออกมาด้วยสีหน้าไม่สบายใจ พลันมีเสียงดังขึ้นตามหลัง
       “เดี๋ยวสิ”
       ดารกาเหลียวกลับไป พอเห็นว่าเป็นบุษบาก็หน้าเจื่อนไป
       “ฉันจะบอกให้เอาบุญนะว่าภวัตน่ะเค้าไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกินไปกว่าเด็กข้างบ้าน”
       ดารกากำมือแน่น บุษบายิ้มอย่างเป็นต่อ
       “ฉันหวังดีหรอกนะถึงพูดกับเธอตรงๆ อย่าเสียเวลาเลยเด็กโง่”
       บุษบาวางมือที่บ่าดารกา ยิ้มอย่างยียวน จู่ๆ ที่มือบุษบาซึ่งวางบนไหล่ดารกา ก็มีแสงวาบขึ้นมา บุษบากระตุกมือกลับทันควัน ร้องตกใจลั่น รู้สึกราวกับถูกกระแสไฟพุ่งชนฝ่ามืออย่างแรง
       “อ๊าย...อะไรกันเนี่ย”
       
       ดารกาจ้องตาบุษบานิ่ง ไม่เข้าใจเช่นกันว่าบุษบาเป็นอะไร? 
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 23
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 23 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 21 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
8 %
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่ 4...?
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014