หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 มกราคม 2555 09:06 น.
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 4

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 4

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 4

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 4

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 4

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 4
       
       สิ้นเสียงสั่งของแนนนี่ดังขึ้นว่า “ไปเมืองเวทมนตร์” ร่างของแนนนี่ก็ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศพร้อมกับหลับตาปี๋ ร่างของแนนนี่ขณะนั้นหมุนคว้าง ค่อยๆ เลือนหายเหมือนหลุดเข้าไปในอุโมงค์
       
       แนนนี่หล่นตุ๊บ ลงบนเตียง แต่ยังหลับตาอยู่ ขณะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แนนนี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ แสงไฟจากด้านนอกสาดเข้ามาทำให้พอมองเห็นอะไรอยู่บ้าง แนนนี่มองไปรอบๆ ห้อง
       “ว้าว เหมือนเมืองมนุษย์เลย เมืองเวทมนตร์...เนี่ยเหรอเมืองเวทมนตร์ เย้ๆๆ”
       แนนนี่ร้องออกมาอย่างดีใจ พอพลิกตัวหันหน้าไปอีกด้านเจอกับภวัตที่พลิกตัวกลับมาทางแนนนี่พอดี หน้าเกือบชน ต่างคนต่างจ้องหน้ากัน
       ภวัตส่งยิ้มหวานให้แนนนี่ “อ้าว แนนนี่นั่นเอง”
       “ค่ะ แนนนี่เอง” แนนนี่บ้าจี้ยิ้มตอบ
       แล้วพอรู้ตัวต่างคนต่างพลิกตัวหนีจากกันไป และพอนึกขึ้นได้ก็พรวดพราดลุกขึ้นนั่ง ชี้หน้าพูดขึ้นพร้อมกัน
       “แนนนี่!” / “พี่ภวัต!”
       แนนนี่กระโดดผลุงไปอยู่ที่พื้นข้างเตียง ส่วนภวัตผงะไปอีกฝั่งตรงข้าม แนนนี่ชี้หน้าภวัต ร้องเอะอะโวยวาย
       “อ๊าย” แนนนี่ก้มมองตัวเอง สลับกับภวัต หน้าแดงก่ำ “ม..ม..ไม่จริงนะ ไม่จริ๊ง”
       ภวัตตกใจตาลุกวาว รีบคว้าตัวแนนนี่มา แล้วเอามือปิดปากไว้
       “เบาสิแนนนี่ เดี๋ยวก็แห่กันมาทั้งบ้าน”
       แนนนี่พยักหน้าหงึกหงักแบบยอมจำนน ภวัตจึงยอมละมือ ออกจากปาก
       “แนนนี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
       “พี่ต่างหากต้องตอบแนนนี่”
       แนนนี่พูดพลางกรอกตาไปทั่วห้อง แล้วรำพึงถามภวัต
       “พี่ภวัตก็มาที่เมืองเวทมนต์ได้เหมือนกันเหรอค่ะ หรือว่าพี่ภวัตเป็น...พ่อมด” แนนนี่ร้องขึ้นอย่างดีใจ
       ภวัตส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ส่งสายตาดุใส่แนนนี่
       “เพ้อเจ้อ...นี่มันดึกมากแล้วนะแนนนี่ พรุ่งนี้พี่มีงานแต่เช้า”
       ภวัตเข้าประคองไหล่แนนนี่ แนนนี่ยอมเดินไป แต่ไม่วายถามพลางกวาดตามองไปทั่ว
       “ที่นี่ห้องพี่ภวัตจริงๆ เหรอคะ”
       แทนคำตอบภวัตกดสวิทช์ เปิดไฟในห้องสว่างจ้า
       “โอเคมั้ย จะเลิกเล่นได้ยัง”
       แนนนี่มองไปทั่วห้องยิ้มแหยๆ ออกมา
       “จริงด้วย นี่มันห้องพี่...ภวัตแหะๆ”
       แนนนี่เขิน ทำตัวไม่ถูกได้แต่ส่งยิ้มให้ภวัต
       “เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเป็นเด็กๆ หืมเรา แล้วเดี๋ยวนี้ชักเก่งนะ เข้ามาในห้องพี่ได้ยังไงหืม” ภวัตนึกขึ้นได้จึงถามออกมา
       “หายตัวมาค่ะ” แนนนี่ตอบตามตรง
       ภวัตไม่เชื่อประชดขึ้นมา “อ้อเหรอ เก่งยังกับแม่มดเลยนี่ เอ้าไหนเสกให้พี่เป็นกบซิ” ภวัตพูดพลางส่ายหน้า
       แนนนี่โกรธ ทำเม้มปากแน่น
       “ หืมพี่ภวัตอ่ะ ล้อเลียนแนนนี่เหรอคะ ดีละ แนนนี่จะเสกพี่ภวัตให้เป็นกบจริงๆ เลย” ว่าแล้วแนนนี่ก็วนนิ้วชี้ไปที่ภวัตท่องมนตร์งึมงำ “ซูปารา.. อูปารา...”
       แต่ภวัตคว้ามือนั้นไว้หมับ
       “ ยอมแพ้แล้วจ้ะแม่คุณ จะกลับไปห้องตัวเองได้รึยัง”
       แนนนี่มองมือภวัตที่กุมมือตัวเอง อายจนหน้าแดง
       “ยังค่ะ อยู่แบบนี้ดีจะตาย” มองที่มือ “...โรแมนติก ฮิๆ”
       ภวัตมองมือตัวเอง แล้วรีบปล่อย ก่อนจะเขกหัวแนนนี่
       “แก่แดด ยัยเด็กบ๊อง”
       “เจ็บนะ” แนนนี่เอามือจับหัวตัวเอง
       แนนนี่ช้อนตามองภวัต จังหวะนั้นภวัตเผลอประสานสายตากับแนนนี่ แต่แล้วพอตั้งสติได้ก็รีบเฉไฉ
       “ไปออกไปได้แล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
       
       ขณะนั้นรัดเกล้าหนีบโทรศัพท์มือถือคุยไปด้วย พร้อมกับเช็คแผ่นงานบนโต๊ะเขียนแบบไปพลาง จึงเหมือนไม่ค่อยได้ใส่ใจสิ่งที่ธานีคุยอยู่ในสาย
       “พี่ภวัตกับน้องดาจะหมั้นกัน พี่ธานีก็เลยเปลี่ยนใจไม่อยากให้กล้าเล่าเรื่องแม่ของน้องดา อืม..ก็ดีนี่คะ” รัดเกล้าพลันคิดได้ “ห๊า! พี่ภวัตกับน้องดาเนี่ยนะ” รัดเกล้าเสียงดังลั่น
       ผละจากงานที่โต๊ะ กระชับมือถือในมือแน่น
       
       เวลาเดียวกันนั้นธานีเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างตัว เพราะเสียงรัดเกล้าปลายสายที่ดังลั่น
       “โอย เบาสิยัยเกล้า ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น”
       ส่วนรัดเกล้า ยังหน้าตื่น ระล่ำระลักถาม แล้วตัดสลับธานีไปตลอด
       “พี่ธานีกล้าเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นงั้นเหรอคะ”
       “โฮ้ยใครจะไปกล้า เราน่ะดุยังกับเสือ เรื่องจริงจ้ะ เจ้าภวัตพี่ชายเรากำลังจะต้องหมั้นหมายกับน้องดา”
       รัดเกล้าฟังแล้วนิ่งงัน ไม่โต้ตอบอะไร
       “เพราะงั้นเรื่องจดหมายของน้องดาที่เราสองคนได้อ่านก็ให้เงียบๆ ไปก่อน พี่ไม่อยากให้ภวัตรู้สึกไม่ดีกับน้องดา”
       รัดเกล้างึมงำ งุนงง
       “อันที่จริงก็เป็นเรื่องน่ายินดีนะคะ แต่ทำไมเกล้ากลับไม่รู้สึกดีใจเอาซะเลย” รัดเกล้าว่า
       ธานีทอดถอนใจด้วยสีหน้าเป็นกังวลไม่ต่างจากรัดเกล้า
       
       ขณะที่โป่งเดินฮึมฮัมร้องเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี มือข้างหนึ่งถือแก้วใส่นมเดินขึ้นบันใดมาถึงหน้าห้องภวัต แต่แล้วโป่งก็ร้องขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
       “คุณภวัต.. อาจารย์?!”
       ภวัตจูงมือแนนนี่ออกมาจากห้อง พอทั้งคู่มองมาที่โป่งก็ตกใจ โป่ง อ้าปากค้าง ยกนมขึ้นซดรวดเดียวหมดแก้ว พร้อมกับเรอเสียงดัง
       “คือ...ผมคิดว่าคุณภวัตยังไม่นอนเลยจะเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน นี่ครับ”
       โป่งยื่นแก้วเปล่าให้ภวัต ตามองไปที่แนนนี่ ฉีกยิ้มฝืด และแห้ง แล้วหันไปทางภวัต ฉีกยิ้มฝืดอีก
       “แกจะให้ชั้นกินอะไรโป่ง” ภวัตถาม
       โป่งได้สติ มองแก้วในมือ ชักแก้วกลับ
       “อูย..หมดแล้ว ดื่มไวนะครับคุณภวัต ผมไปก่อนดีกว่า”
       โป่งทำท่าจะหันหลังกลับ แต่ภวัตเรียกไว้
       “โป่งมันไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิด แล้วก็ไม่ต้องคิด ไม่ต้องพูด ไม่ต้องถาม เข้าใจมั้ย”
       โป่งเอามือปิดปากตัวเอง ภวัตจูงมือแนนนี่ออกไป แนนนี่เหลียวกลับมาที่โป่ง พลางเป่าลมเบาๆ ร่ายมนตร์ให้โป่งเอามือออกจากปากไม่ได้
       โป่งพยายามเอามือออกจากปาก แต่ไม่สำเร็จ ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้
       
       ภวัตเดินนำแนนนี่มาหยุดที่รั้ว หันกอดอกพูดกับแนนนี่สีหน้าเอาจริง
       “แล้วทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจมั้ย เดินออกจากบ้านมาได้ยังไงมืดๆ”
       “ค่ะ”
       ภวัตงง ที่แนนนี่จอมซนชอบเถียงมีข้ออ้างได้ตลอดกลับรับปากได้ง่ายดาย
       “เป็นอะไรรึเปล่า” ภวัตถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
       แนนนี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่กลุ้มใจ
       “บอกพี่มาซิเป็นอะไร มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย”
       “พี่ภวัตช่วยแนนนี่ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะใครๆ ก็คิดว่าแนนนี่เป็นคนทำ”
       “รู้ได้ไงว่าพี่ช่วยแนนนี่ไม่ได้ เรายังไม่เล่าอะไรให้พี่ฟังเลย”
       แนนนี่มองภวัตตาปริบๆ ก่อนจะเปิดปากเล่าเสียงเนือยๆ
       “เงินในสมุดบัญชีร่วมของพี่ดากับแนนนี่หายไป ทุกคนคิดว่าแนนนี่เป็นคนเอาไป”
       “แล้วแนนนี่เอาไปรึเปล่าล่ะ”
       “อ้าว ไหงพูดงั้นล่ะคะพี่ภวัต” แนนนี่ถามกลับงอนๆ
       “บัญชีร่วม ก็มีอยู่แค่สองคนที่จะเอาไปได้ก็คือแนนนี่กับน้องดา”
       “พี่ภวัตก็เลยเชื่อว่าเป็นแนนนี่อย่างงั้นน่ะเหรอคะ ใช่ซิเพราะแนนนี่มันนางร้าย นิสัยไม่ดี ส่วนพี่ดาเป็นนางเอก ภาพ
       ดี ทุกอย่างดีๆๆ ดีไปหมดเลยใช่มั้ย”
       แนนนี่พร่างพรู ความรู้สึกอย่างอัดอั้น หน้าเริ่มเหยเกจะร้องไห้ แต่เม้มปากสะกดอารมณ์ไว้
       ภวัตเอามือขึ้นลูบหัวแนนนี่เบาๆ
       “พี่ไม่เคยคิดแบบนั้นนะ ก็แค่ถาม ไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไงพี่ก็เชื่อแนนนี่”
       แนนนี่ช้อนสายตามองภวัต
       “จริงนะคะ”
       ทั้งคู่ไม่รู้ว่าเวลานั้นที่หน้าต่างห้องนอนดารกา ดารกายืนอยู่ในความมืด สายตามองลงไปที่แนนนี่กับภวัต
       ดารกามองเห็นภาพที่แนนนี่เอาหน้าผากซุกลงกับไหล่ภวัตเครียด ๆ
       ดารการ้อนผ่าว ด้วยความหึงหวงแนนนี่
       
       ชิกเก้นได้ฟังเรื่องราวก็นอนตีลังกาหัวเราะเสียงดังลั่น แนนนี่หันไปมองค้อนชิกเก้น
       “หยุดได้แล้วชิกเก้น คนกำลังกลุ้มใจนะ”
       “จะไม่ให้ขำได้ยังไง นี่ถ้าเมืองเวทมนตร์ไปง่ายขนาดนั้น คนคงแห่กันไปหมด โลกแล้ว อีกอย่างดันไปคิดได้ไงว่าห้อง
       ของพี่ภวัตของเธอเป็นเมืองเวทมนตร์”
       ชิกเก้นพูดจบก็หัวเราะต่อ
       แนนนี่หันไปทำมือสะบัดร่ายมนตร์ใส่ชิกเก้นให้หยุดหัวเราะ ชิกเก้นตัวแข็งนิ่งอ้าปากค้างกลอกตาไปมา
       “คราวนี้หยุดได้แล้วใช่มั้ย ถ้าหัวเราะอีกจะเสกให้เป็นแมลงสาบเลย”
       แนนนี่ทำปากขมุบขมิบแกล้งจะเสกชิกเก้น ชิกเก้นทำตาเว้าวอนขอร้องแนนนี่ จังหวะนั้นแนนนี่ เขยิบหน้าเข้ามาใกล้ชิกเก้น
       “ชิกเก้น ช่วยพาแนนนี่ไปเมืองเวทมนตร์หน่อยนะ นะ นะ นะ” แนนนี่อ้อนชิกเก้น
       ชิกเก้นขยับปากจะพูดแต่พูดไม่ได้
       “อ๋อ....ลืมไป”
       แนนนี่สะบัดมือคลายมนตร์ ชิกเก้นขยับกราม อ้าปากไปมาเพราะเมื่อย
       “ชิกเก้น นะ พาแนนนี่ไปนะ”
       “จะพาไปได้ไง นายทาฮิร่ารู้เข้าชั้นตายกลายเป็นแมลงสาบแหงแก๋ แล้วอีกอย่างลูกแก้วนั่นมันไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน
       นอกจากประธานแม่มดอาวุโส”
       “แต่พี่ตะเกียงแก้วบอกว่ามีอยู่ที่ตึกเวทย์ไฮเทค ใช่มั้ยพี่ตะเกียงแก้ว”
       แนนนี่หันไปทางตะเกียงแก้ว เห็นใบหน้าตะเกียงแก้วซึ่งบัดนี้ปรากฏอยู่ที่ด้านข้างตะเกียง แกล้งอ้าปากหาวทำเป็นหลับไม่รู้เรื่อง
       “ตะเกียงแก้วจะไปรู้เรื่องอะไร ไร้สาระทั้งนั้น วันๆ ก็อยากแต่จะสวย แล้วก็ขี้โมโห พูดมากไปวันๆ” ชิกเก้นว่า
       “ชิกเก้นอย่ามาว่าชั้นซิ แล้วนายวันๆทำอะไรบ้าง เอาแต่เดินทำหน้าแมวขี้เหร่ไปๆ มาๆ” ตะเกียงแก้งสวนกลับ
       “แมวขี้เหร่ เธอว่าใครหายัยตะเกียงแก้วสติเสื่อม”
       ตะเกียงแก้วกับชิกเก้นเริ่มทะเลาะกัน
       “หยุดทั้งคู่เลย ไม่รู้ล่ะชิกเก้น ลูกแก้วจะมีหรือไม่แนนนี่ต้องเห็นกับตา ชิกเก้นต้องพาแนนนี่ไป”
       “มันไม่ใช่แค่นั้น ที่นั่นน่ะมันเสี่ยงสำหรับเธอ”
       “ไม่ต้องมาอ้างโน่นอ้างนี่เลย ทำไม ถ้าแนนนี่เป็นแม่มดแนนนี่ก็ต้องไปได้ แต่ ถ้าไปไม่ได้ก็แสดงว่าแนนนี่เป็นอสูร
       ใช่มั้ยชิกเก้น”
       “พูดคำต้องห้ามอีกแล้วนะ จำไม่ได้เหรอว่านายทาฮิร่าห้ามพูดคำนี้”
       “คำว่าอสูรน่ะเหรอ” แนนนี่พูดอีกหน้าตาเฉย
       “อะเย้ยแล้วพูดทำไมอี๊ก จริงๆ เล้ยแนนนี่ เธอไม่ใช่อสูร ท่องให้ขึ้นใจว่าเธอไม่ใช่อสูร”
       “ถ้าไม่ใช่ก็ต้องพาไปเพื่อพิสูจน์ว่าแนนนี่เข้าเมืองเวทมนตร์ได้รึเปล่า แต่ถ้าไม่ พาไปแนนนี่ก็จะเป็นอสูรใจร้ายฆ่าคน
       ล้างโลกไปเลย”
       ว่าพลางแนนนี่ทำหน้าตาท่าทางหน้ากลัวใส่ชิกเก้น ชิกเก้นกระโดดหนี
       “ก็ได้ก็ได้ พาไปก็ได้”
       แนนนี่ยิ้มดีใจ เข้าไปอุ้มชิกเก้นมากอด
       “รักชิกเก้นที่สุดในโลกเลย น่ารักที่สุด”
       สีหน้าชิกเก้นหวั่นๆ
       
       แนนนี่กับชิกเก้นขี่ไม้กวาดบินอยู่บนท้องฟ้าเมือมนุษย์ยามค่ำคืน ท่ามกลางหมู่ดาวสวยงาม พอผ่านพระจันทร์ดวงโต ทั้งสองค่อย ๆ หายไปท่ามกลางหมู่ดาว
       
       แนนนี่ร่อนไม้กวาดลงมาหน้ากระท่อมร้างกลางป่า ชิกเก้นกระโดดลงจากไม้กวาด
       “ถึงแล้น... ดินแดนแห่งแม่มด เมืองเวทมนตร์ที่สุดจะเพอร์เฟค ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในเมืองเวทมนตร์”
       ชิกเก้นอวดสรรพคุณเมืองเวทมนตร์ ขณะที่แนนนี่อึ้ง มองกระท่อมร้าง
       “นี่อ่ะนะเมืองเวทมนตร์ เหลือเชื่อจริงๆ”
       ชิกเก้นกอดอกอย่างภาคภูมิใจ
       “อื่อฮึ สุดยอดใช่มั้ยล่า”
       แนนนี่หันขวับ ตาเขียวใส่ชิกเก้น
       “สุดยอดกะผีอะไรล่ะ ชิกเก้นหลอกแนนนี่ใช่มั้ย ทำไมทำแบบนี้ แนนนี่ไม่น่าเชื่อชิกเก้นเลยชิกเก้นใจร้าย คิดว่า
       หลอกๆ พาแนนนี่ไปที่ไหนสักแห่ง แล้วก็มั่วว่าเป็นเมืองเวทมนตร์งั้นสิ ดีละ! แนนนี่จะเสกให้ชิกเก้นเป็นแมลงสาบเลย” แนนนี่กางนิ้วทั้งสิบ ทำท่าจิกกรงเล็บ
       “หยะ..เย้ยอย่านะ” ชิกเก้นกระโดดหนี “ฉันไม่ได้มั่ว ที่พาแวะมาที่นี่น่ะ เพราะยังเข้าเมืองตอนนี้ไม่ได้ เธอรู้มั้ยว่า
       ตอนกลางคืนน่ะเวรยามพ่อมดแม่มดหนาแน่นขนาดไหน ขืนเข้าไปตอนนนี้ก็โดนจับได้กันพอดี รอจนพระอาทิตย์ขึ้น ฉันจะพาเข้าไป อยู่ในที่คนเยอะๆ ปะปนกับพวกพ่อมดแม่มด ก็จะไม่มีใครสงสัย เฮ้อ...ไม่เข้าใจอีกละสิเนี่ย” ชิกเก้นอธิบายยาวเหยียด
       “เข้าใจ!”
       “เง้อ! อะไรของเธอ บทจะเข้าใจก็ง่ายเกิ๊น อ้าวๆ แล้วนั่นจะไปไหน”
       แนนนี่ตรงเข้าในกระท่อม ชิกเก้นรีบตามไป พลางมองซ้ายขวาระแวดระวังตัวเต็มที่
       “เดี๊ยว”
       
       ชิกเก้นเดินวนไปรอบๆ ห้องในกระท่อมร้าง ของเมืองเวทมนตร์ แนนนี่มองตามชิกเก้นจนปวดหัว
       “โอ้ย...ทำไม ทำไมชิกเก้นต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ ดูซิสกปรก ฝุ่นเยอะขนาดนี้ ทำไมทำไม แว้ก”
       แมลงสาบโผล่มาที่เท้าชิกเก้น ชิกเก้นกระโดดหนี เกาะอยู่บนหลังคา แนนนี่หัวเราะชิกเก้น พลางปัดมือกับลม แมลงสาบหายไป
       “ลำบากนักก็กลับ แล้วมาใหม่ตอนกลางวัน”
       “แล้วรู้เหรอว่าตอนไหนเป็นกลางวันตอนไหนเป็นกลางคืน”
       “เออนั่นสินะ ถ้ามีนาฬิกาเมืองเวทมนตร์ก็คงจะดี”
       “เพ้อเจ้อ นอนกันเหอะ ง่วงแล้ว”
       ชิกเก้นก้าวลงจากที่เดิม แล้วพลันเจอแมลงสาบเข้าอีก ร้องลั่น แนนนี่มองชิกเก้นอย่างแสนสงสาร
       “โถ ชิกเก้น ..ต้องมาลำบากเพราะแนนนี่แท้ๆ เลย”
       แนนนี่ร่ายมนตร์ กวาดมือไปทั่วห้อง
       “บลาลาชูบลาชู๊ บลาลาชูบลาชู๊ ...เอมเปรร่า....”
       จากกระท่อมร้างแปรเปลี่ยนเป็นห้องสวยงาม สะอาดตา
       “คราวนี้เลิกบ่นได้รึยัง”
       “แบบนี้ค่อยโอเคหน่อย ง่วงแล้วละนอนดีกว่า”
       ชิกเก้นทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนกลางห้อง ตามด้วยแนนนี่ ทั้งสอนนอนหัวชนกัน แนนนี่สายตามองเหม่อไปที่เพดาน
       “แนนนี่ต้องพิสูจน์ความจริงให้ได้ แนนนี่ไม่ได้เป็นคนเอาเงินไป แล้วไหนๆ ก็ไหนๆ ทุกคนจะได้รู้ด้วยว่า แนนนี่ไม่ได้
       เป็นอสูร”
       ชิกเก้นเคี้ยวปากจ๊อบแจ๊บหลับสนิท แมลงสาบตัวหนึ่งไต่มาใกล้ใบหน้าชิกเก้น
       ส่วนแนนนี่ยังคงมองจ้องที่เพดานอย่างมุ่งมั่น สักพักเหลือบมองชิกเก้นที่เคี้ยวปากหมุบหมับ
       “หลับยังละเมอเรื่องกินอีกน๊าเจ้าแมวตะกละ ฮะ..เฮ้ย” เสียงแนนนี่เปลี่ยนเป็นตกใจมาก
       เพราะที่ปากชิกเก้นเวลานั้น เห็นเป็นแมลงสาบครึ่งตัวดิ้นกระแด่วๆ
       
       เช้าวันต่อมาปัทมน ธานี และดารกา นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร
       “ทานเลยมั้ยคะคุณปัท” ผาดถามขึ้น
       “คุณแนนนี่ทำไมยังไม่ลงมา พรไปตามลงมาซิ สายแล้วเดี๋ยวไปมหาวิทยาลัยไม่ทัน” ปัทมนหันไปสั่งพร
       “ค่ะ” พรรับคำแล้วเดินขึ้นไปชั้นสอง
       คล้อยหลังพรเดินออกไปตามแนนนี่ ดารกามองตามพรไป
       “ตักเลยก็ได้จ๊ะผาด เดี๋ยวจะหิวกันไปใหญ่ โดยเฉพาะตาธานี”
       “คุณแม่รู้ใจผมจริงๆ กลิ่นข้าวต้มป้าผาดทำท้องผมร้องทนไม่ไหวแล้ว”
       “งั้นก็ตักให้ธานีก่อนเลยละกัน”
       ผาดตักข้าวต้มให้ธานี ปัทมนหันถามดารกาด้วยความรู้สึกอึดอัดใจแต่พยายามกลบเกลื่อนไว้
       “ลูกดาก็ทานเลยนะ เดี๋ยวตาภวัตมารับเหมือนเดิมใช่มั้ย”
       ธานีกำลังเลื่อนจานรับอาหารจากผาดอย่างอารมณ์ดี ถึงกับชะงักไว้ เหลือบตามองไปที่ดารกา เห็นดารกายิ้มอ่อนโยนตอบปัทมน
       “ค่ะ พี่ภวัตมารับน้องดาเหมือนเดิมค่ะคุณแม่”
       ธานีมีสีหน้าครุ่นคิดใคร่ครวญและหนักใจ วี่แววความอยากทานอาหารเมื่อครู่หายไปสนิท
       
       พรอยู่หน้าห้องแนนนี่เคาะประตูเรียก
       “คุณแนนนี่คะ คุณแนนนี่ ได้เวลาอาหารเช้าแล้วค่า คุณแนนนี่”
       ไม่มีเสียงตอบรับพรเลยเปิดประตูเข้าไปดูห้องว่างเปล่า
       “อ้าว...”
       พรชะงัก เมื่อเห็นในห้องว่างเปล่า ไม่มีใคร เตียงนอนยังอยู่ในสภาพเก็บพับเรียบร้อย พรเกาหัวแกรก
       “ไปไหนละเนี่ย”
       
       ปัทมนเหลียวไปที่ทางเข้า
       “แค่ไปตามแนนนี่แค่นี้ทำไมนานจังนะพร”
       “คุณแนนนี่อาจจะยังไม่ตื่นก็ได้ค่ะ ผาดเห็นไฟที่ห้องเปิดอยู่จนดึก”
       ดารกาฉุกคิดถึงภาพแนนนี่กับภวัตเมื่อคืน
       
       ที่เธอมองจากหน้าต่างห้อง สายตามองลงไปที่แนนนี่กับภวัต เห็นแนนนี่เอาหน้าผากซุกลงกับไหล่ภวัตเครียด ๆ
       ดารการ้อนผ่าว ด้วยความหึงหวงแนนนี่
       นึกถึงตอนนี้ดารกาตีหน้ายิ้มแย้มกับปัทมน
       “น้องดาว่าแนนนี่นอนดึก เพราะอ่านหนังสือสอบน่ะค่ะ”
       ปัทมนฟังแล้วรู้สึกผิด
       “อ้าว น้องมีสอบหรอกเหรอ แย่จริง แม่ไม่น่าเอาเรื่องไปรกสมองแนนนี่เลย”
       “เรื่องเงินสองแสนที่หายไปน่ะเหรอคะ” ดารกาแกล้งพูดให้ทุกคนได้ยิน
       ทั้งผาดและธานีหันมองดารกา ตกใจ ผาดเลี่ยงไปจัดข้าวของที่มุมหนึ่งอย่างมีมารยาท
       “เกิดเรื่องอย่างนี้ทำไมผมไม่รู้เลยล่ะครับ”
       “เอาไว้ให้แม่สบายใจแล้วแม่จะเล่าให้ฟังนะ ทานต่อเถอะ” ปัทมนตักอาหารให้ธานี และดารกา
       ดารกาพูดต่อ สีหน้าสงบเฉย
       “วันนี้น้องดาว่าจะขอเอาสมุดบัญชีไปให้ธนาคารตรวจสอบ”
       “ลูกดาพูดอย่างนี้เท่ากับว่าแม่กำลังสงสัยลูกงั้นเหรอ” ปัทมนว่า
       “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แต่น้องดาแค่อยากทำให้คุณแม่สบายใจว่าทั้งแนนนี่และน้องดาไม่ใช่คนที่เอาเงินในบัญชีไป”ปัทมนมีสีหน้าทุกข์ใจฉายชัด
       “นะคะคุณแม่ ให้น้องดาได้พิสูจน์ตัวเอง”
       “ให้มันจบไปเถอะ แม่สบายใจกว่าถ้าเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย”
       สีหน้าดารกามีแววพอใจ พลันธานีเอ่ยขึ้น
       “แต่ผมว่าเช็คหน่อยก็ดีนะครับ”
       ดารกาปราดสายตามองไปที่ธานี
       “ครั้งนี้สองแสน ถ้าคราวหน้าหายไปเป็นล้านล่ะฮะจะว่ายังไง”
       ดารกาปั้นหน้ายิ้ม “น้องดาเห็นด้วยค่ะ แล้วน้องดาจะจัดการตรวจสอบเรื่องนี้กับแบงค์นะคะ”
       “ไม่ต้องหรอก พี่ทำเอง” ธานีอาสา
       ดารกาฝืนยิ้มให้ธานี สุดจะหาคำพูดมาคานต่อไปได้อีก จังหวะนั้นพรก็เดินเข้ามา
       “คุณแนนนี่ไม่อยู่ในห้องค่ะ”
       “ไม่อยู่ในห้อง แล้วไปไหน”
       “เมื่อคืนพรเห็นคุณแนนนี่ครั้งสุดท้ายก็ตอนออกจากห้องคุณปัทน่ะค่ะ คุณแนนนี่ทำหน้าหงุดหงิด พรยังคิดเลยค่ะว่าท่าจะถูกคุณปัทดุมาอีกแล้ว”
       ผาดแทรกขึ้นแบบสุดแสนรำคาญ
       “พอเลยนังพร คุณท่านเค้าถามแกเหรอ ไปทำงาน”
       พรเลี่ยงไปเก็บจานที่มุมหนึ่ง ผาดเอ่ยต่อกับปัทมน
       “เดี๋ยวผาดจะไปตามดูที่บ้านคุณภวัตนะคะ เผื่อคุณแนนนี่จะเที่ยวเล่นอยู่กับนายโป่งเหมือนเคยๆ”
       ปัทมนยังคงนิ่งงัน สีหน้าเป็นกังวล รู้สึกใจคอไม่ดีอย่างแปลกๆ
       ดารกายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ลุกขึ้น
       “น้องดาไปเรียนก่อนนะคะ เจอพี่ภวัตแล้วน้องดาจะถามหาแนนนี่ให้ด้วยค่ะ”
       ปัทมนพยักหน้าเครียดๆ ดารกาเดินออกไป
       ธานีมองความเป็นไปในครอบครัวด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
       
       ภายในกระท่อมร้างกลางป่า เสียงชิกเก้นตะโกนลั่นแหวกขึ้นมา
       “แนนนี่”
       ชิกเก้นวิ่งเข้าห้องโน้นออกห้องนี้ ภายในกระท่อม จนหอบแฮ่กๆ
       “แนนนี่ แนนนี่ แนนนี่”
       ชิกเก้นทรุดตัวนั่งลง สีหน้าเป็นกังวล
       “หายไปไหนแนนนี่ รึว่า...”
       ชิกเก้นกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นก่อนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวาดหวั่น
       “แนนนี่ถูกแม่มดจับตัวไป”
       
       บนท้องฟ้าเมืองเวทมนตร์เวลานั้น แนนี่เห็นกลุ่มนักเรียนแม่มดวัยมัธยมกำลังขี่ไม้กวาด ทั้งหมดอยู่ในชุดเสื้อคลุมเครื่องแบบเหมือนกัน
       แนนนี่ขี่ไม้กวาดผ่านไป มองกลุ่มนักเรียนอย่างชื่นชม
       “น่ารักจังเลย ไปไหนกันแต่เช้าจ๊ะสาวๆ”
       “ไปโรงเรียนค่ะ”
       กลุ่มนักเรียนแม่มดเด็กตอบพร้อมเพรียงกัน
       “ไปโรงเรียน? แม่มดต้องมีโรงเรียนด้วยเหรอนี่”
       แนนนี่พึมพำ แล้วบังคับไม้กวาดยูเทิร์นเข้าร่วมกลุ่มกับแม่มดเด็ก
       “ที่โรงเรียนสอนอะไรมั่งเหรอจ๊ะ”
       “มีแต่วิชาน่าเบื่อๆ รู้ๆ กันอยู่แล้ว” แม่มดวัยใสว่า
       “แปลงร่าง” แม่มดน้อยอีกคนบอก
       แนนนี่ตาลุกวาว
       “ร่ายมนตร์เสกของ” อีกคนว่า
       แนนนี่อ้าปากค้าง
       “หายตัว” อีกคนบอก
       “ว้าว ขอฉันไปเรียนด้วยคนสิ” แนนนี่เอ่ยขึ้น
       “ได้สิ แต่เธอแน่ใจเหรอว่ากล้าเรียน” แม่มดน้อยนางนั้นถาม
       “รีบไปกันเหอะ เดี๋ยวสาย ครูพิเศษเอาตายเลย”
       แม่มดเด็กเออออ สีหน้าหวาดผวา ทั้งหมดเร่งความเร็วไม้กวาด
       “เดี๋ยวสิ ก็บอกว่าฉันไปด้วย!”
       
       บาบาร่าฟาดไม้เรียวลงบนโต๊ะนักเรียนเสียงดังเพี้ยะ สีหน้ากราดเกรี้ยว ไทเกอร์ร้องเงี้ยว กระโดดถอยหลัง
       “สวัสดี ฉันบาบาร่า ครูพิเศษวิชานี้” บาบาร่าฟาดไม้เรียวอีกที “ไง แบบนี้โหดพอมั้ย”
       “สุดยอดไปเลยนาย จะให้นักเรียนเชื่อฟังมันต้องโหดเข้าไว้ ฮ่าๆๆ”
       บาบาร่ากับไทเกอร์หัวเราะกังวาน
       กลุ่มนักเรียนแม่มด พร้อมใจกันมาหยุดยืนที่หน้าประตู
       “พวกเรามากันแล้วค่ะ”
       “นี่มันกี่โมงแล้ว ทำไมมาสาย!”
       กลุ่มนักเรียนอึกอัก หนึ่งในนั้นคือแนนนี่ที่ปลอมตัวรวมเข้ามา ชะเง้อตอบเสียงใส
       “รถติดค่ะ”
       บาบาร่าหันขวับ
       “รถติด!? เมืองเวทมนตร์มีรถติดด้วยเหรอ ก้าวออกมา ใครที่ตอบเมื่อกี้ ครูบอกให้ก้าวออกมา”
       เพื่อนๆ หันไปที่แนนนี่เป็นตาเดียวกัน แนนนี่ก้าวออกมา มองบาบาร่าตาแป๋ว บาบาร่าขมวดคิ้วมองแนนนี่ แล้วถามเสียงกร้าว
       “ชื่ออะไร”
       
       เมื่อไม่เจอแนนนี่ และคิดเอาเองว่าอาจถูกจับตัวไป ชิกเก้นตัดสินใจพาตัวเองมายืนป้วนเปี้ยน กล้าๆ กลัวๆ อยู่หน้าบ้านทาฮิร่า
       “เอาไงดี ...เอาไงดี” ชิกเก้นมองไปที่ตัวบ้าน “บอกนายทาฮิร่ามีหวังชิกเก้นโดนฆ่าตายแหง”
       ชิกเก้นเดินวนไปวนมา ทาฮิร่าในชุดเตรียมจะออกนอกบ้าน ในมือมีไม้กวาดก้าวออกมามองชิกเก้น โดยที่ชิกเก้นยังไม่รู้ตัว
       “จะบอกนายทาฮิร่ายังไงดีหน๊อ” ชิกเก้นพึมพำ
       ทาฮิร่าเพ่งสายตามองชิกเก้นอยู่ด้านหลัง
       “ก็บอกไปตามความจริงนั่นละ”
       ชิกเก้นฟังแล้วดีดนิ้วเปาะ
       “ใช่! บอกไปตามความจริง! แต่ฮืออ...นี่มันเป็นเรื่องความเป็นความตายเลยนะ”
       พลันชิกเก้นเปลี่ยนใจในที่สุด
       “ไม่ดีกว่า เป็นตายร้ายดียังไงชิกเก้นก็ไม่บอกนายทาฮิร่า” พอก้าวไปแล้วร้องออกมา “แว้ก!”
       เพราะทาฮิร่าดึงหางชิกเก้นไว้
       “เจ้าชิกเก้น”
       ชิกเก้นหน้าสยอง ค่อยๆ เหลียวหลังมาที่ทาฮิร่า
       “แหะ ๆ แฮ่ ๆ นายทาฮิร่า...”
       ส่วนเหตุการณ์ที่โรงเรียนเมืองเวทมนตร์ นักเรียนเวทมนตร์ทยอยประจำที่นั่งภายในห้อง บาบาร่ายืนดูความเรียบร้อย แนนนี่กวาดตามองรอบห้อง ที่ฝาผนังห้องแปะรูปสัตว์สำหรับทำยาต่างๆ เช่นตุ๊กแก คางคก งู ไดโนเสาร์ ประดับเอาไว้
       “ประจำที่แล้วก็หยิบอุปกรณ์ส่วนตัวของใครของมันขึ้นมา ส่วนเธอ..”
       บาบาร่าหันขวับไปทางแนนนี่ ที่ยิ้มแต้ให้ และทำท่าจะก้าวตามเพื่อนๆ ไป แต่แล้วชะงักหัวเกือบทิ่ม
       “หยุดอยู่ตรงนั้น! ใครอนุญาตให้เธอไป ยัย..แนนนีมิต..มิต..”
       “มิตราค่ะ แนนนี่มิตรา”
       “เออนั่นละ ชื่อบ้าอะไรก็ไม่รู้ อยู่นิ่งๆ ตรงนี้!” บาบาร่าชี้นิ้ว “ฉันยังมีเรื่องต้องถามเธออีกเยอะ”
       บาบาร่าว่าแล้วตรงไปหานักเรียนอื่นๆ พลางสั่งงาน
       “เอ้าไหน มีอุปกรณ์อะไรกันบ้าง เปลือกทุเรียน? เธอจะเอาเปลือกทุเรียนมาทำอะไร อ้าวแล้วนี่ก็อีก..รองเท้าฟองน้ำ” บาบาร่าอย่างฉุน “ไหนบอกซิว่า วันนี้เราจะเรียนวิชาอะไรกัน”
       “ปรุงยาค่า” ทั้งห้องตอบพร้อมเพรียง
       “นั่นน่ะสิ แล้วเอามาทำม๊ายไอ้ของพวกนี้..พวกนี้..พวกนี้น่ะ มันจะเอามาปรุงยาได้มั้ย จริงๆ เลยน๊าแต่ละคน”
       แนนนี่มองตามบาบาร่าอย่างสนอกสนใจ พลางรำพึงกับตัวเอง
       “ว้าววิชาปรุงยาเหรอ น่าสนใจสุดๆ”
       บาบาร่าเดินตรวจอุปกรณ์จากเด็กๆ ต่ออีก พร้อมกับสาธยายไป
       “จิ้งจกยาง? ใช้อะไรได้ ที่ครูบอกน่ะหมายถึงจิ้งจกจริงๆ หรือไม่ก็คางคกพิษ กบภูเขาไรงี้สิเข้าใจมั้ย”
       บาบาร่าบ่นเด็กๆ พลางตรงไปที่กรง ซึ่งเป็นกล่องใสๆ ใส่สัตว์เลื้อยคลานต่างๆ เช่นคางคก แมงมุมยักษ์ ตุ๊กแก อยู่
       “เฮ้อ!จะเป็นเติบโตมาแม่มดเต็มตัวกันได้ยังไงเนี้ย ฉันละกลุ้ม”
       บาบาร่าหันมองหม้อยาแบบโบราณที่มีน้ำตั้งอยู่บนเตา ควันขาวลอยพล่าน
       “โอเค น้ำเดือดเกือบได้ที่แล้ว เด็ก ๆเตรียมคิดกันเลยว่าจะทำยังไงกับของที่เตรียมมา ครูขอตัวแป๊บเดียว”
       บาบาร่าหมุนตัว ปราดสายตาไปที่แนนนี่ แนนนี่มองบาบาร่าตาแป๋ว
       “เอาละ ฉันพร้อมแล้ว ..บอกชื่อสกุลเธอมา”
       “แนนนี่มิตรา”
       “ฉันถามถึงสกุล ชื่อน่ะรู้แล้ว บอกมา...เธอสืบเชื้อสายมาจากสกุลอะไร ฉันไม่คุ้นหน้าเธอเอาซะเลย ...รอนอยรินนิอุส หรือปรีโตรนานซุส”
       แนนนี่กรอกตาไปรอบห้อง หน้าเหวอ
       “หรือว่าจะเป็นสกุล...”
       พลันสายตาแนนนี่ไปหยุดอยู่ที่รูปไดโนเสาร์ไทราโนซอรัส
       “ไทราโนซอรุสค่ะ”
       บาบาร่าชะงัก ทวนคำพูดแนนนี่
       “ไทราโนซอรุส?”
       “ค่ะ คุ้นหน้าหนูแล้วใช่มั้ย” แนนนี่จะเดินไป
       แต่บาบาร่าดึงเสื้อแนนนี่ไว้ “...ไทรา...” สายตาเหลือบไปเห็นภาพไดโนเสาร์ “เอ๊ะ”
       แนนนี่มองปฏิกิริยาบาบาร่า หน้าตาเลิ่กลั่ก จังหวะที่บาบาร่าหันขวับมานั้นเอง ก็เจอกับตุ๊กแกยักษ์ที่แนนนี่ชูขึ้นอย่างจังๆ ใกล้สองลูกตา
       “อ๊าย อะไรของเธอ ยัยเด็กบ้า”
       แนนนี่ตีหน้าซื่อ
       “หนูแค่จะถามว่ามันใช้ทำยาได้มั้ยคะ”
       แนนนี่โยนใส่บาบาร่า บาบาร่ารับไว้ ตะลึงงัน
       พอบาบาร่าตั้งสติได้ก็ร้องลั่น “ว้าย”
       บาบาร่าเผลอโยนตุ๊กแกใส่เด็กๆ เด็กๆ ร้องวี้ดว้าย โกลาหล กรงสัตว์ที่ขังสัตว์เลื้อยคลานถูกชนล้มระเน
       ระนาด สัตว์หลุดออกมา ทั้งแมงมุม งู คางคก และตุ๊กแก
       
       แนนนี่อึ้งตะลึงงัน หน้าเหวอ
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 23
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 30 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 27 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
10 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014