หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 11

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
30 มกราคม 2555 09:15 น.
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 11

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 11

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 11

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 11

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 11

 อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว  ตอนที่ 11 
       
       ไม่นานหลังจากนั้น รถพยาบาลแล่นมาจอดที่บริเวณจอดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาล ประตูเปิดออกบุรุษพยาบาลก้าวลงมาอย่างเร่งร้อน แล้วช่วยกันกับพยาบาลที่คอยรับยกเตียงที่มีธานีนอนหมดสติลงมา แล้วเข็นเข้าไปข้างในโดยแนนนี่ซึ่งนั่งมาด้วยรีบตามลงไป
       
       จักรวาลขับรถตามมาจอดในเวลาไล่เลี่ยกัน ปัทมนหน้าตเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักก้าวลงมา ติดตามด้วย ภวัต ดารกาและรัดเกล้า
       “เดี๋ยวพ่อไปจอดรถก่อน”
       “ครับ”
       ภวัตพาดารกาและรัดเกล้า ตามปัทมนซึ่งวิ่งตามบุรุษพยาบาลเข้าไป
       
       ทาฮิร่าที่มาซื้อนิวาสถานอยู่ในละแวกบ้านปัทมนนั่นเอง เวลานี้ชิกเก้นกำลังรายงานผลการตรวจสอบการตกบันไดให้ทาฮิร่าฟัง ด้วยหน้าตาขึงขังและจริงจัง
       “เท่าที่ชิกเก้นไปแอบตรวจดูบริเวณ........” ชิกเก้นเริ่มเล่าใช้ศัพท์เฉพาะ
       “แปลด้วย” ทาฮิร่างงภาษาที่ชิกเก้นใช้
       “แปลว่า สถานที่เกิดเหตุ ...ลืมเลยว่าพูดถึงไหน เวรก๊ำ เวรกรรม”
       “ถึงแกไปแอบดู...” ทาฮิร่าพูดยังไม่ทันจบ ชิกเก้นพูดสวนขึ้นมาก่อน
       “อ้อ! เท่าที่ชิกเก้นแอบไปตรวจดู...ไม่มีทางที่คุณพี่ธานีจะซุ่มซ่ามตกลงมาเองได้” ชิกเก้นตั้งข้อสังเกต
       “แกหมายความว่า งานนี้มีคนร้าย” ทาฮิร่าตื่นเต้น
       “ใช่ แต่คุณพี่ธานียังไม่ถึงฆาต...ถึงกระนั้นก็ยังบาดเจ็บสาหัส”
       “แล้วแกคิดว่าใครคือคนผลักพี่ธานี”
       “เฮ้อ! เดาไม่ถูกหรอก บ้านนั้นมีคุณแม่ปัทมน ซึ่งไม่มีทางจะทำร้ายลูกแน่ๆ น้าผาดกับพี่พรก็มีนิวาสสถานอยู่ข้างล่าง จะขึ้นไปทำความสะอาดข้างบนก็ต่อเมื่อเจ้านายออกไปกันหมดแล้ว น้องดาก็แสนสวยและแสนดี ส่วนน้องแนนนี่ก็ไม่น่า...แต่ก็ฮื้อ....” ชิกเก้นบรรยาย พร้อมแสดงทัศนะประกอบราวกับผู้พิพากษา
       “แกสงสัยแนนนี่” ทาฮิร่าร้องขึ้น
       “เปล่า...า...เฮ้อ คุณยายก็ลองไตร่ตรองดูเถอะ” ชิกเก้นลากเสียงยาว
       “หรือว่าจะเป็นบาบาร่า”
       “แล้วนางจะทำร้ายพี่ธานีทำไม”
       ทาฮิร่านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “ฉันจะไปดูเอง”
       ว่าพลางทาฮิร่ายกมือทั้งสองขึ้น แล้วว่าคาถาหายตัวขณะหมุนตัว
       “ฮัม...ฮัม...อิสวารัม ปรำปรา”
       แต่ทว่าเป็นร่างชิกเก้นที่หายแว้บไปแทน!! ทาฮิร่าลืมตาขึ้น ออกอาการงงๆ
       “อ้าว! ทำไมยังไม่ไป แล้วไอ้ตัวชิกเก้นหายไปไหน” คุณยายหลานสามพึมพำ
       
       ด้านชิกเก้น โผล่ไปเดินไปเดินมาอยู่ที่ห้องแนนนี่เรียบร้อย
       “เอาอีกแล้ว...คุณย้าย..ย! เวรก๊ำ....เวรกรรม”
       ชิกเก้นพูดยังไม่ทันขาดคำ ทาฮิร่าก็ปรากฏตัวขึ้นในลักษณะหัวคะมำ
       “โอ๊ย” ร่างทาฮิร่าซวนเซ ลงมานั่ง
       “ชิกเก้นขอแนะนำให้คุณยายทบทวนคาถาใหม่ทุกคืน” ชิกเก้นแขวะให้
       ทาฮิร่าเงยหน้าขึ้นเห็นแอปเปิ้ลพอดี
       “เอ๊ะ นั่นแอปเปิ้ลอะไร ...หรือว่า”
       “แอปเปิ้ลของบาบาร่า” ทาฮิร่ากับชิกเก้นร้องขึ้นพร้อมๆ กัน
       “ใช่อย่างมิมีข้อสงสัย”
       ทาฮิร่าว่าพลางยกมือขึ้นร่ายคาถา ภาพแอปเปิ้ลกลับกลายเป็นงูเลื้อยหนีออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
       “เร็ว! ชิกเก้นตามไป”
       ชิกเก้นกระโดดแผล็วตามออกไปทันที
       งูตัวนั้นเลื้อยหนีขึ้นไปบนหลังคา ชิกเก้นกระโดดเข้าตะปบอย่างทันทีทันใด
       “จะไปไหน”
       สัตว์สองตัวสู้กันอย่างดุเดือดและน่าตื่นเต้น ในที่สุดชิกเก้นก็จับงูฟาดจนตาย แล้วกลายเป็นควันหายไป
       “เก่งจริงๆ เลย เราเนี่ย”
       
       ชิกเก้นยกเท้าหน้าสองข้างขึ้นปัดกันไปมา มาดและลีลาราวกับพระเอกนักบู๊
       
       เช้าวันต่อมา ปัทมน แนนนี่ และดารกา นั่งอยู่พร้อมหน้าที่ข้างเตียงธานีในโรงพยาบาล ซึ่งเวลานั้นธานีได้สติแล้ว
       
       “วันนี้แนนนี่มีเรียนคาบเดียว แนนนี่จะโดดมาเฝ้าพี่ธานีนะคะ” แนนนี่พูดน้ำเสียงอ้อนๆ
       “หาเรื่องโดดเรียนอีกแล้วเรา” ปัทมนส่ายหน้าอย่างเอ็นดู
       ธานีพลอยยิ้ม แต่สีหน้ายังดูระโหยโรยแรงอยู่มาก
       “เปล่าซักหน่อย...แนนนี่จริงใจนะคะ”
       “น้องดาเสียดายที่เพิ่งอยู่ปี 1....นี่ถ้าจบแล้ว น้องดาคงได้ดูแลพี่ธานี” ดารกาว่า
       “นางเอ๊ก...ก นางเอก” แนนนี่ประชดหน้าตาย
       “ไม่เอาจ้ะ ไม่ประชดพี่เขา” ปัทมนปราม
       จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น แล้วไชย กับภวัตก็เดินเข้ามาโดยมีบุษเกาะแขนภวัต อีกมือถือแจกันดอกไม้เข้ามา บุษบาส่งเสียงมาก่อนตัว
       “อุ๊ยต๊ายตาย ยังกับมัมมี่แน่ะคะ คุณธานี
       แนนนี่ทำหน้าเบ้ปากออกมาอย่างเปิดเผย
       “หน้าผมยังไม่มีผ้าพันสักหน่อย”
       “หน้าตาดีขึ้นแล้วนี่” ภวัตว่า
       “อีกนานไหมคะ กว่าจะหายดี” ปัทมนหันไปทางไชย
       “ก็ต้องใช้เวลาหน่อยครับ ....แต่คุณธานีฟื้นตัวเร็ว”
       “พี่ไชยขา ....ภวัตขา” บุษบาเอ่ยขึ้น
       “รวมกันเป็น 4 ขา” แนนนี่สวนขัดขึ้นทันควัน
       
       ปัทมนกับภวัตและธานีมองแนนนี่อย่างตำหนิ
       “เหลวไหลใหญ่แล้ว แนนนี่” ปัทมนดุ
       “ไม่ถูกหรือคะ คุณแม่ คุณหมอไชยมี 2 ขา คุณหมอภวัตก็มี 2 ขารวมกัน 2 คนเป็น 4 ขา” แนนนี่ยังไม่ยอม
       “ไปเรียนได้แล้ว แนนนี่” ธานีบอก
       “น้องดาก็จะไปเรียนเหมือนกัน ...ไปจ้ะ แนนนี่”
       “ไปยังไงกันครับ” ไชยถาม
       “ปีเตอร์มารับแนนนี่ค่ะ” แนนนี่บอก
       “แล้วน้องดา”
       “ของพี่ดาคนรถที่ ออฟฟิศคุณแม่ไปส่งค่ะ บ๊าย ...บายพี่ธานีเย็นๆ ปีเตอร์จะมาเยี่ยมด้วย”
       แนนนี่พูดจบ สองสาวเดินออกไป ในขณะที่ภวัตมีสีหน้าขรึมลง ตั้งแต่ได้ยินชื่อ ปีเตอร์ครั้งแรก
       
       สองสาว เดินตรงไปที่ลิฟท์ พลางคุยกัน
       “ขอบใจมากนะจ้ะ แนนนี่”
       “ไม่เป็นไรค่ะ แนนนี่ไม่ชอบอีตาหมอไชย เห็นพี่ดาละก็ทำตาเล็กตาน้อย คลื่นไส้”
       “ไปว่าเค้า” ดารกายิ้มอ่อนโยน
       แนนนี่หยุดเดิน แกล้งทำตาโต “อ้าว หรือพี่ดาอยากให้หมอไชยไปส่ง”
       
       “บ้า! เปล่าซักหน่อย” ดารกาตีแขนแนนนี่เบาๆ
       สองคนหัวเราะ แล้วเดินต่อ
       
       “ผมจะดูแลคุณธานีอย่างดีที่สุด คุณแม่ไม่ต้องห่วง” ไชยพูดให้คำมั่นกับปัทมน
       ภวัต ธานี ปัทมน ทำหน้าอธิบายยากที่จู่ๆ ไชยก็เรียกปัทมนว่าแม่ ขณะที่บุษบาหัวเราะคิกคัก
       “อะไรคะพี่ไชย....ยังไม่ทันไรเรียกคุณแม่แล้ว คุณอาปัทก็แก่กว่าพี่ไม่เท่าไหร่” บุษบาหันมาอธิบาย “พี่ไชยแก่กว่าบุษหลายปี คือ บุษเป็นลูกหลงไงคะ”
       ธานีหลับตาลงเหมือนอยากจะพักผ่อน ภวัตหันไปเห็น
       “ออกไปข้างนอกเถอะครับ คนไข้จะได้พักผ่อน”
       “บ่ายนี้อามีประชุมแทนธานี ภวัตช่วยหาพยาบาลพิเศษให้หน่อยได้ไหม” ปัทมนพูดกับภวัต
       ภวัตอ้าปากจะพูด แต่ไชยชิงพูดขึ้นก่อน
       “ได้แน่นอนครับ คุณแม่...เอ้อ...” ไชยรู้สึกตัวออกอาการเก้อเขินเล็กๆ “...ผมต้องขออนุญาตเรียกคุณแม่ เพราะผมนับถือคุณแม่จริงๆ ครับ”
       ปัทมนยิ้มแห้งๆ “ขอบคุณมากค่ะ” ปัทมนแตะแขนธานีแผ่วเบา “ธานี ...แม่ไปก่อนนะลูก...เย็นๆ จะมาใหม่...”
       ธานีลืมตาขึ้น ยิ้มอย่างอ่อนโยนรับคำผู้เป็นแม่ “ครับ”
       “อยากได้อะไรอีกไหม”
       ธานีส่ายหน้านิดๆ แล้วหลับตาลง ปัทมนก้มลงจูบหน้าผากลูกอย่างอ่อนโยน
       “หายเร็วๆ นะลูกรัก”
       ปัทมนเดินออกไปพร้อมกับคนอื่นๆ
       
       ทั้งหมดก้าวออกมา ภวัตเดินรั้งท้ายแล้วปิดประตู ไชยยังพยายามเอาอกเอาใจปัทมนเต็มที่
       “เอ๊ะ ... แล้วคุณแม่จะกลับยังไงครับ ในเมื่อน้องดาเอารถไปแล้ว”
       ปัทมนอึดอัดเล็กๆ “อ๋อ ...ก็กลับได้ค่ะ”
       “นั่นซีครับ...กลับยังไง” ไชยถามพยายามเอาใจ
       “แท็กซี่น่ะคะ” ปัทมนบอก
       “อุ๊ยตายแล้ว....มันไม่สมเกียรติคุณอาเลยนะคะ” บุษบาว่า
       “ผมจะให้คนรถผมไปส่ง” ไชยอาสาอีก
       “อย่าลำบากเลยค่ะ” ปัทมนตัดบท
       “เดี๋ยวผมไปส่งอาปัทเอง” ภวัตตัดสินใจแก้ปัญหาให้ปัทมนทันที
       “ถ้าภวัตไป บุษก็ต้องไปด้วย” บุษบาทำท่าขึงขัง
       ปัทมนพูดขึ้นด้วยสีหน้าแววตาจริงจัง แล้วยก 2 มือขึ้นประมาณห้าม
       “...เอาละค่ะ อาไปเองดีกว่า”
       ไชยอ้าปากจะพูด ปัทมนรีบชิงพูดก่อน
       “ได้โปรด...ขอร้องละค่ะ แค่ฝากธานีไว้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว...ไปละนะคะ”
       ปัทรีบเดินไปจากที่นั้นทันที
       
       ทางด้านรัดเกล้าแม้พยายามจะจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แต่ก็ไม่มีสมาธิสักที ด้วยความเป็นห่วงกังวลเรื่องธานี
       ในที่สุดหลังจากจดๆ จ้องๆ อยู่ครู่หนึ่ง รัดเกล้าปิดคอมพ์ฯแล้วลุกขึ้นยืนแล้วถอนใจเฮือก พอดีกับที่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น รัดเกล้ารับมือไม้สั่น ด้วยเกรงว่าจะเป็นข่าวร้าย
       “แนนนี่ พี่ธานีเป็นยังไงบ้าง”
       แนนนี่ยักคิ้วกับปีเตอร์
       “แหม ...นึกว่าไม่เป็นห่วงเสียอีก...พี่ธานีรู้สึกตัวแล้วค่ะ แต่คงน้อยใจที่พี่เกล้าไม่ไปเยี่ยม เลยหลับอีก”
       ปีเตอร์มองแนนนี่อย่างเอ็นดูแว่บหนึ่ง
       “เมื่อคืนพี่ก็ไปอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งนาน” รัดเกล้าหัวเราะกลบเกลื่อน
       “ตอนนั้นเขาไม่รู้สึกตัวนี่คะ เนี่ย...ถ้าไม่มีคนเยี่ยมเยอะแยะในห้องพี่ธานีต้องบอกให้แนนนี่โทร.ตามพี่เกล้าให้มาเยี่ยมแล้ว”
       รัดเกล้าทำเป็นไม่ค่อยสนใจ ยกเรื่องงานมาอ้าง
       “ไม่รู้ซิ พี่ยังออกแบบบ้านคุณศราไม่เสร็จเลย”
       “โถ...น่าสงสารพี่ธานี...แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ...ปล่อยให้นอนโดดเดี่ยวเดียวดายอย่างนั้นน่ะดีแล้ว แค่นี้นะคะ แนนนี่เกือบถึงมหา’ลัยแล้ว” เก็บมือถือหันมาทางปีเตอร์ “ทายซิว่า พี่เกล้าจะไปเยี่ยมพี่ธานีมั้ย”
       “ห้าสิบห้าสิบ” ปีเตอร์ว่า
       “แปดสิบยี่สิบต่างหาก” แนนนี่พูดอย่างมั่นใจ
       “ถ้าผมเป็นอย่างที่พี่ธานี แนนนี่จะรีบมาเยี่ยมไหม” ปีเตอร์พูดเสียงอ่อย
       “โห...แนนนี่จะรีบมานอนเฝ้าไข้เลยละ”
       ปีเตอร์ยิ้มนิดๆ นัยน์ตาเป็นประกายอย่างพอใจ
       
       เวลาผ่านไปธานีนอนหลับ โดยมีพยาบาลพิเศษเฝ้าอยู่ ระหว่างนั้นมีเสียงเคาะประตูเบาๆ พยาบาลหันมามอง ในขณะที่ธานียังคงหลับ รัดเกล้าเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้
       “หลับไปสักพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ” พยาบาลยิ้มบางๆ ให้รัดเกล้า ขณะลุกขึ้น
       รัดเกล้ายิ้มตอบ พยักหน้ารับ แล้วเดินไปวางดอกไม้เยี่ยมไข้
       “เกล้า” เสียงธานีเรียกขึ้น
       รัดเกล้าหันกลับไป ธานีลืมตามองตรงมา ถึงแม้จะยังดูอ่อนระโหย แต่ก็มีประกายยินดีอย่างเห็นได้ชัด
       พยาบาลเดินเลี่ยงออกไปเงียบๆ รัดเกล้าเดินมาข้างเตียง ถามอย่างห่วงใย
       “เป็นยังไงบ้างคะ”
       “หายโกรธพี่หรือยัง” ธานีไม่ตอบ กลับถามเรื่องชกต่อยกับภวัตแทน
       “ช่างมันเถอะค่ะ จะว่าไปเราก็ผิดใกล้เคียงกัน เพราะไม่ได้สืบสาวราวเรื่องให้ดี ว่าแต่พี่เถอะ เดินยังไงถึงได้ตกบันไดลงมาได้” รัดเกล้าถามต่อ
       ธานีนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “ไม่รู้ซิ พี่รู้สึกเหมือนมีใครมาผลัก แต่ก็เป็นไปไม่ได้”
       “ก้าวพลาดเองหรือเปล่า” รัดเกล้าออกความเห็น
       “ไม่ใช่แน่นอน เมื่อเช้าน้องดากับแนนนี่ก็บอกว่า ตอนได้ยินเสียงพี่ร้องออกมาก็ไม่เห็นมีใคร ซึ่งมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะข้างบนก็มีแค่พี่...น้องดา แล้วก็แนนนี่เท่านั้น” ธานีอธิบาย
       “เอ้อ...พี่ธานีคิดว่าเป็น...เป็นผีหรือคะ” พอพูดถึงคำว่า “ผี” รัดเกล้าลดเสียงเบาอย่างหวาดๆ
       “ฮื้อ ผีมีที่ไหน คุณพ่อเกล้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ เกล้าก็ไม่น่าจะเชื่อเรื่องนี้”
       “ผีหรือวิญญาณ เป็นพลังงานอย่างนึง” รัดเกล้าเถียง แถไปจนได้
       “พี่ไม่เชื่อ เพราะไม่เคยเห็น” ธานีส่ายหน้า
       “แล้วพี่จะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นยังไง”
       ธานีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่รู้ซิ พี่อาจจะก้าวพลาดเองก็ได้”
       “ก็ไหนพี่บอกว่ารู้สึกเหมือนมีคนผลัก” รัดเกล้าแย้ง
       “ก็บอกแล้วว่า พี่อาจก้าวพลาดเอง” ธานีชักหงุดหงิดที่ถูกซักไม่เลิก
       “พี่พูดกลับไปกลับมา” รัดเกล้าก็เลยหงุดหงิดเช่นกัน
       “เกล้า เราเลิกพูดเรื่องบ้าๆ นี่เสียทีได้ไหม”
       “ไม่ได้ พี่ธานีบอกเองว่า คุณพ่อเกล้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์เมื่อมีข้อสงสัย...และตอนนี้เกล้าก็กำลังสงสัยมาก”
       รัดเกล้าไม่ยอมท่าเดียว ทั้งคู่เลยทะเลาะกันอีกจนได้
       “จะพิสูจน์ยังไง จุดธูปเชิญผีมาเรอะ หรือว่าจะถามหมอผี นั่งทางใน”
       “เอ๊ะ เกล้าอุตส่าห์มาเยี่ยม แต่พี่ธานีกลับชวนทะเลาะ”
       “พี่เปล่า เกล้าต่างหากที่หาเรื่อง”
       รัดเกล้าฉุนกึก ผุดลุกขึ้นทันทีแล้วโวยใส่ “หาเรื่อง พี่หาว่าเกล้าหาเรื่อง”
       “เกล้า เราจะคุยกันดีๆ โดยไม่ทะเลาะกันสักครั้งได้ไหม” ธานีพยายามใจเย็น
       “ไม่ได้ ตราบใดที่พี่ธานีไม่มีเหตุผล”
       ธานีโวยวายและลุกขึ้นด้วยความลืมตัว แต่แล้วก็ร้องลั่นนอนลงไปใหม่ เพราะปวดแผล
       “พี่เนี่ยนะไม่มีเหตุผล โอ๊ย!”
       “ดี! สมน้ำหน้า”
       รัดเกล้าไม่ช่วยแล้วยังสะบัดบ๊อบใส่เดินอาดๆ ออกไปอย่างโกรธจัด
       “เกล้า เกล้า”
       ธานีโวยลั่นตามหลังไป ด้วยความหงุดหงิดสุดๆ
       
       รัดเกล้าเดินก้าวพรวดๆ หน้าตาบึ้งตึงจะไปที่ลิฟท์ ขณะผ่านเคาน์เตอร์ ภวัตกำลังยืนดู ชาร์ทคนไข้ โดยมีบุษบายืนอยู่ด้วยแล้วหันมาเห็น บุษบาทำท่าตื่นเต้น
       “คุณเกล้าขา...คุณเกล้า ภวัตขา...น้องสาวคุณมา”
       รัดเกล้าหยุด แล้วหันมามอง ภวัตมองตามบุษบา
       “มาเยี่ยมคุณธานีหรือคะ”
       “เรียกว่ามาทะเลาะกันดีกว่าค่ะ” รัดเกล้ายังหงุดหงิดไม่หาย
       “ว้าย ตายแล้ว”
       รัดเกล้าหงุดหงิดต่อ เลยพาดงวงฟาดงาไปทั่ว
       “ยังไม่ตายหรอกค่ะ แล้วคุณบุษล่ะคะ ทำไมมาเดินตามพี่ภวัตแทนที่จะไปทำงาน”
       “ยัยเกล้า” ภวัตดุน้องสาว
       “พี่ชายบุษเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้ บุษจะทำยังไงก็ได้ค่ะ” บุษบาว่า
       “แต่มันทำให้พี่ชายของเกล้าเสียบุคลิก ...พี่ภวัตเป็นคนขี้เกรงใจเกล้าเลยขอพูดเอง!...ไปล่ะค่ะ”
       รัดเกล้าเดินเชิดออกไป บุษบาถึงกับยกมือทาบอก
       “ตกใจนะคะเนี่ย แต่พอดีเป็นน้องภวัต บุษเลยไม่ถือ...ไปคะ” ขนาดเพิ่งโดนรัดเกล้ากัด บุษบายังไม่รู้ตัว
       “ไปไหนครับ”
       “ก็ภวัตจะไปเยี่ยมคนไข้ไม่ใช่หรือคะ”
       “ครับ แต่คุณบุษไปด้วยไม่ได้”
       “แล้วทำไมพยาบาลไปได้คะ” บุษบาเถียงข้างๆ คูๆ
       “ก็เพราะเป็นหน้าที่ของเขา...คุณเองก็ทราบ”
       บุษบาทำหน้างง “รู้งี้บุษเรียนพยาบาลดีกว่า” แล้วเปลี่ยนเป็นยิ้ม “ภวัตไปเถอะค่ะ...บุษจะคอยไปทานข้าวด้วยกัน”
       ภวัตทำท่าจะพูดอีกแต่เห็นว่าจะยืดเยื้อเกินไป จึงเดินถือชาร์ทไป พยาบาลเดินตามบุษบามองตามอย่างชื่นชม
       
       ธานีนอนดูทีวีอยู่ในห้องพักผู้ป่วย โดยมีพยาบาลพิเศาเฝ้าไข้อยู่
       ครู่ต่อมาก็มีเสียงเคาะประตูอีกครั้ง แล้วบุษบาเดินเข้ามา พยาบาลยิ้มบางๆ เช่นเดิมแล้วเดินออกไป ขณะที่ธานีขยับตัว
       “เมื่อกี้คุณเกล้ามาเยี่ยมหรือคะ” บุษบาถามขึ้น
       “ครับ”
       บุษมองโดยรอบขณะนึกว่าจะพูดอย่างไรดี ขณะที่ธานีมองท่าทางนั้นเงียบๆ
       “คุณธานีต้องการอะไรอีกก็บอกได้นะคะ”
       “ขอบคุณมากครับ นี่ก็ดีมากอยู่แล้ว”
       “บุษบอกพี่ไชยแล้วว่า จะลดราคาให้คุณเป็นกรณีพิเศษ”
       “ขอบคุณมาก แต่ผมไม่อยากรบกวน”
       “อุ๊ย ไม่รบกวนเลยค่ะ บุษยินดีและเต็มใจบริการเต็มที่...เพราะคุณเป็นเพื่อนสนิทของแฟนบุษ”
       ธานีทำหน้างงๆ บุษหัวเราะคิกคักที่เห็นธานีอึ้งพอเธอพูดคำว่าแฟนออกไป
       “ก็หมอภวัตไงคะ แหม! ไม่น่าจะงงเลย” บุษบาพูดต่อ
       ธานียิ้มแห้งๆ ให้
       “เอ้อ...น้องสาวของคุณ...นังเอ๊ย น้องดากับแนนนี่น่ะคะ... บุษเข้าใจว่า แกปลื้มหมอภวัตแบบเด็กๆ หลงรักดาราแต่ก็อยากให้คุณช่วยเตือนๆ แกไว้บ้าง เพราะบุษไม่อยากให้แกผิดหวังเสียใจจนเสียผู้เสียคน”
       “อ๋อ! น้องสาวผมไม่บ้าผู้ชายถึงขนาดนั้นหรอกครับ” ธานีประชดอยู่ในที
       บุษบาหน้าเสียไปนิดหนึ่ง
       “เรื่องนี้ คุณบุษบาน่าจะพูดกับ “แฟน” ของคุณเอง” ธานีเน้นเสียงตรงคำว่าแฟน
       บุษบาทำทีเป็นทอดถอนใจ
       “บุษพูดแล้วค่ะ...แต่หมอภวัตน่ะใจอ่อน”
       “งั้นภวัตก็ทำไม่ถูกที่จะปล่อยให้น้องสาวผมเข้าใจผิด ผมจะพูดกับภวัตเอง”
       บุษบาตกใจกลัวความลับแตก
       “อุ๊ย ไม่ต้องค่ะ...ไม่ต้อง บุษพูดแล้ว ไม่อยากให้ภวัตต้องรำคาญใจอีก...คุณธานีสัญญานะคะว่าจะไม่เล่าให้ภวัตฟัง...สัญญานะคะ”
       ธานีทำเป็นหลับตาลง ขณะที่บุษบาดูออกว่ายุ่งยากใจ
       
       สองนายบ่าว บาบาร่ากับไทเกอร์กำลังหารือกันเรื่องแนนนี่อยู่ภายในห้องของบาบาร่า โดยยกเหตุการณ์ที่ธานีตกบันไดมาเป็นประเด็น
       “ต้องเป็นอสูรแนนนี่แน่ๆ... เห็นหรือยังว่าอสูรตนนี้มันร้ายนัก”
       “ทำไมจะไม่เห็น ขนาดงูพิษของคุณยายยังทำอะไรไม่ได้เลย”
       “แกแน่ใจหรือว่า แนนนี่กินแอปเปิ้ลพิษไปแล้ว”
       “ตอนที่ไปดู ก็ไม่เห็นแล้วนี่”
       “อสูร...อสูรร้ายมันมีอิทธิฤทธิ์กล้าแข็งขึ้นทุกวัน..” บาบาร่าเว้นนิดหนึ่ง “..ฉันต้องไปบุกหาทาฮิร่าไม่ว่าหล่อนเต็มใจเผชิญหน้ากับฉันหรือไม่ก็ตาม”
       บาบาร่ายกสองมือขึ้นแล้วเชิดหน้าร่ายคาถา ร่างบาบาร่าหายไปท่ามกลางกลุ่มควัน
       
       บาบาร่าปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันกลางห้องในบ้านทาฮิร่าที่เมืองมนุษย์ หลังควันจางลงบาบาร่าเดินกรีดกรายกวาดสายตามองไปโดยรอบ ซึ่งทั้งห้องว่างเปล่า ไทเกอร์กระโดดแผล็วเข้ามาทางหน้าต่าง
       “โห จะว่างเปล่าอะไรขนาดนี้”
       บาบาร่าเปิดตู้เสื้อผ้าดู “ในนี้ก็ไม่มีเสื้อผ้า”
       “ลองไปดูข้างล่างมั้ย อาจจะเจออะไรบ้าง” ไทเกอร์ออกไอดีย
       บาบาร่าเดินไปที่ประตู แล้วชนโครม ไทเกอร์ทำคอย่นอย่างระอา
       “โอ๊ย” บาบาร่ารีบกุมหัว
       “เฮ้อ บอกให้ใส่แว่นก็ไม่เอา จะได้มองเห็นชัด”
       ขาดคำไทเกอร์ เพียงแค่บาบาร่ายื่นมือออกไป ก็ปรากฏแว่นขึ้นในมือ
       บาบาร่าสวมแว่นแล้วเปิดประตูเดินออกไป ไทเกอร์กระโดดตาม
       
       บาบาร่าและไทเกอร์เดินลงมา แล้วกวาดสายตามองไปโดยรอบ สองนายบ่าวเห็นทั่วทั้งบ้านว่างเปล่า
       “ไม่แปลก ทาฮิร่าพยายามหลบหน้าเรา ฉันรู้แล้ว” บาบาร่าเชิดหน้าหรี่ตาเจ้าเล่ห์
       “หือ...”
       “ทาฮิร่าต้องมาแอบมาสืบเรื่องอสูรโดยไม่บอกเรา หล่อนต้องการจับอสูรเพื่อจะเอาหน้าเสียคนเดียวร้ายนัก ทาฮิร่า” บาบาร่าคิดไปอีกอย่าง
       “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด” ไทเกอร์ว่า
       “ทาฮิร่าหรือบาบาร่า ใครจะแน่กว่ากัน โปรดติดตามตอนต่อไป” บาบาร่าเอ่ยขึ้น
       
       บรรยากาศของชุมชนเวลานั้น มีผู้คนเดินเข้าออกสวนกันไปมาเป็นระยะ เด็กๆ กลุ่มหนึ่งวิ่งเล่นอยู่อย่างสนุกสนาน ผู้ใหญ่หลายคนจับกลุ่มคุยเม้าท์มอยกัน
       มาลีซื้อกับข้าวเดินเข้าบ้าน โดยระหว่างทางมาลีทักทายกับเพื่อนบ้านบางคนอย่างคุ้นเคย
       มาลีเดินมาถึงบ้าน แล้วผลักประตูเข้าไป วางกับข้าวลงแล้วสะดุ้ง มองเห็นร่างสดับยืนอยู่ในมุมมืด เห็นใบหน้าไม่ชัด
       มาลีถามอย่างกลัวๆ “พี่ ....” แล้วรีบควักเงินให้สดับ “ฉันมีเท่านี้ เอาไปเลย”
       “ข้าไม่ได้มาเอาเงินเอ๊ง” เสียงอสูรในร่างสดับบอก
       มาลีชะงัก
       “ไปหาแนนนี่ เอาผลไม้ไปให้”
       “ผลไม้ที่ไหน”
       “อยู่บนโต๊ะนั่น” สดับพยักเพยิดไปที่โต๊ะตรงตรงมุมห้อง
       มาลีหันไปมอง โต๊ะที่ตัวเองเพิ่งวางถุงกับข้าวไว้ ปารากฏว่ามีถุงผลไม้ 1 ถุง จริงๆ มาลีเบือนหน้ากลับมามองสดับอย่างประหลาดใจ
       “เมื่อกี้ยังไม่มี”
       “แต่ตอนนี้มีแล้ว จงเอาถุงผลไม้นั่นไปให้ลูกแนนนี่ของเจ้า”
       “แนนนี่...แนนนี่เป็นลูกของฉันจริงๆ ใช่ไหม”
       สดับก้าวออกมาจากมุมมืด นัยน์ตาแดงก่ำ ใบหน้าดูเลือดเย็นน่าสยอง มาลีถึงกับผงะไป 2-3 ก้าว
       “แนนนี่เป็นลูกของเจ้า” สดับบอก
       “แล้ว...อีกคน” มาลีถาม
       “นางจะมาทวงอำนาจคืน”
       มาลีมองสดับอย่างงุนงง
       
       มาลีเดินปาดเหงื่อมาถึงหน้าบ้านปัทมน ในมือถือถุงผลไม้ มาลีชะเง้อมองเข้าไปข้างในแล้วเอื้อมมือจะกดกริ่ง แต่มีเสียงถามขึ้นเสียก่อน
       “มาหาใคร”
       มาลีหันขวับไปมอง เห็นบาบาร่าในร่างบานเย็นยืนมองอยู่ด้วยนัยน์ตาคมกริบ
       “มาหาใคร” บาบาร่าถามย้ำ
       “ฉัน....ฉันเอาผลไม้มาให้...ให้หนูแนนนี่”
       บาบาร่ากราดสายตามองมาลีหัวจรดเท้า
       “ทำไมต้องเอามาให้เขา แนนนี่เป็นลูกเจ้าของบ้านหลังนี้ เขาได้กินของดีกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า”
       “แกเป็นลูกของฉัน”
       “ลูกของเธอ...มุสาซะละมั้ง” บาบาร่าจ้องหน้ามาลี และนัยน์ตาเป็นสีเหลืองวาบสะกดมนตร์มาลี
       “ฉันพูดความจริง แนนนี่เป็นลูกฉัน ฉันเอาแกไปทิ้ง แต่คุณปัทมนรับมาเลี้ยง” มาลีตอบพรั่งพรูด้วยถูกมนตร์สะกด
       บาบาร่ามีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด
       
       สองนายบ่าวกลับเข้าห้อง ถกกันเรื่องที่ได้ยินจากปากมาลี โดยติดใจที่มาลีพูดเรื่องวันเกิดดารกา แต่ทั้งคู่คิดว่าเป็นวันเกิดแนนนี่
       “แนนนี่ เกิด วันที่ 9 เดือน 9 วันที่พวกเรามีงานวันเก้าฉลอง” ไทเกอร์นึกได้แล้วอุทานออกมา
       “วันนั้นมีอาเพศเกิดขึ้น” บาบาร่าเอ่ยขึ้น
       ภาพเหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้น ผุดเข้ามาในห้วงความคิดของทั้งสองบ่าวนาย พอภาพเลือนหายไป บาบาร่านัยน์ตาเป็นประกาย ปักใจเชื่อว่าแนนนี่ต้องเป็นอสูรร้ายมาจุติอย่างแน่นอน
       “ไม่มีข้อสงสัยแล้ว”
       
       ขณะเดียวกันนนั้นสดับซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าแท่นบูชาลืมตาขึ้น นัยน์ตาสดับแดงวาบ เพราะถูกอสูรเข้าครอบงำเต็มร่าง
       เป็นเวลาเดียวกับที่ปีเตอร์ขับรถเข้าซอยมาส่งแนนนี่ ทันใดนั้น จู่ๆ ก็เกิดพายุหมุนตรงเบื้องหน้าของทั้งคู่ และหมุนพุ่งตรงเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
       ทั้งสองคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
       “ปีเตอร์ ระวัง”
       “พายุบ้าอะไรน่ะ”
       นัยน์ตาแนนนี่เป็นประกายสีเหลืองวาบ
       “อัย...อาลาบรีบา...อัย...อาลาบรีบา...”
       เสียงท่องคาถาของแนนนี่ปนกับเสียงอื้ออึงของพายุที่พัดหมุนใกล้เข้ามาทุกขณะ
       ภาพพายุที่พุ่งจะมาถึงอยู่รอมร่อ กลับสลายไปอย่างรวดเร็ว...ฝุ่นละอองตลบคละคลุ้งไปหมดทั่วทั้งบริเวณ แนนนี่ถอนใจเฮือกใหญ่ออกมา ด้วยความโล่งอก
       “แนนนี่” ปีเตอร์เรียกขึ้น
       แนนนี่หันมามอง
       “เมื่อกี้แนนนี่ท่องอะไรน่ะ”
       “เปล่านี่” แนนนี่ปฏิเสธ
       “ก็ผมได้ยิน”
       “เสียงพายุมั้ง ไปได้แล้ว”
       
       แนนนี่ปฏิเสธที่จะตอบทุกคำถามคาใจของปีเตอร์
       
        อ่านต่อหน้า 2 

1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 23
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 35 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 34 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
2 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
10.18 แล้วค่ะแต่ยังไม่เห็นขึ้นเลย...
คนชื่นชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014