หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 14

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2555 09:29 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 14

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 14

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 14

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 14

บทโทรทัศน์  อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ในตอนที่ 14  มีการแก้ไขใหม่ ตามบทที่ทีมงานบริษัทดีด้า ส่งมาให้ ตัวหนังสือ สีแดง คือบทที่มีการแก้ไข จึงแจ้งมายังแฟนอสูรน้อยฯ และ แฟนละครออนไลน์ ทุกท่าน
        ทีมงานละครออนไลน์ 
       
       
        อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว  ตอนที่ 14 
       
       พอควันจางลง ภวัตและแนนนี่ก็มาปรากฏกายขึ้นในตะเกียงแก้ว โดยที่มือภวัตยังจับแขนแนนนี่อยู่ และเสื้อผ้าเปลี่ยนเป็นชุดแขกอาหรับ ส่วนแนนนี่สวมชุดจินนี่
       
       แนนนี่ตกใจมากร้องลั่น “พี่ภวัต”
       ภวัตเองก็ตกใจไม่ต่างกัน
       “ตายแล้ว แนนนี่ เธอพาผู้ชายเข้ามาในตะเกียง” ตะเกียงแก้วเอ็ด
       “เปล่านะ”
       “ฉันมีความลับจะบอกเธอ”
       “ความลับอะไร” แนนนี่ตาโต
       “ถ้าบอกตอนนี้ก็ไม่ใช่ความลับน่ะซิ” ตะเกียงแก้วเล่นแง่
       ขณะที่ทั้งสอง โต้ตอบกันไปมา ภวัตปล่อยแขนแนนนี่แล้วเดินดูทั่วห้องอย่างพิศวง จนเข้ามาจ้องหน้าตะเกียงใกล้ๆ
       ตะเกียงแก้วหน้าแดง “มาจ้องฉันทำไม...ไปดีกว่า”
       ใบหน้าตะเกียงเลือนหายไปในผนัง
       ภวัตหันมามองแนนนี่สีหน้ายังประหลาดใจไม่หาย “นี่พี่ฝันไปหรือเปล่า”
       แนนนี่พูดพาลใส่ “ถ้าคิดว่าใช่ก็ตื่นขึ้นซิ”
       ภวัตเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิดตัว แนนนี่ก้มหน้าลง เริ่มเขิน
       ภวัตพูดเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ “แนนนี่”
       แนนนี่เขินตอบกลับเสียงเบาเช่นกัน “คะ”
       ภวัตยังพูดเสียงเบาเช่นเดิม “พาพี่กลับห้องได้แล้ว”
       แนนนี่เงยหน้าขึ้นมามองทันที สีหน้าไม่พอใจผุดขึ้นมา “พี่ภวัต”
       “เดี๋ยวนี้เลย” ภวัตสั่งเสียงเบาแต่เด็ดขาด เช่นเดียวกับสีหน้าที่ดูจริงจัง
       “ไม่”
       “อะไรนะ” ภวัตชักสีหน้า
       “แนนนี่บอกว่าไม่”
       “เธอจะมาขังพี่ไว้ในนี้ไม่ได้” ภวัตเสียงแข็ง
       แนนนี่เดินหนีมานั่ง “ก็ลองดู”
       “ทุกคนเขาจะตามหาพี่” ภวัตว่า
       “ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ แนนนี่จัดการเอง”
       “อย่าทำอย่างนี้นะ แนนนี่” ภวัตฉุนนิดๆ
       “เสียใจ แนนนี่ทำไปแล้ว เชิญพักผ่อนนอนหลับให้สบายนะคะ ... อับดุล”
       แนนนี่หัวเราะเสียงใส แล้วกลายเป็นกลุ่มควันออกไป
       
       พอชิกเก้นรู้เรื่องที่แนนนี่ลักพาตัวภวัตมาไว้ในตะเกียงแก้วก็ใส่แนนนี่ทันที
       “ตายแล้ว แนนนี่ ทำอะไรอย่างนั้น เวรก๊ำ ...เวรกรรม”
       แนนนี่กระโดดผลุงขึ้นไปนอนบนเตียง ไม่ใส่ใจ “ช่วยไม่ได้ อยากมาว่าแนนนี่”
       “แล้วถ้าญาติพี่น้องเขาตามหาล่ะ”
       “ไม่เป็นไร แนนนี่เตรียมแผนการเอาไว้แล้ว”
       ขาดคำแนนนี่ก็ร่ายคาถา ชี้นิ้วไปที่ชิกเก้น พลันชิกเก้นก็กลายเป็นภวัตซะงั้น
       ภวัตตัวปลอมมองตัวเองแล้วโวยวายดังลั่น
       “ตายแล้ว แนนนี่ เปลี่ยนชิกเก้นกลับไปตามเดิมเดี๋ยวนี้นะ”
       แนนนี่หัวเราะคิกคัก “ทำไมล่ะ ชิกเก้นไม่อยากหล่อเหมือนพี่ภวัตเหรอ”
       “ชิกเก้นไม่ได้พูดเล่นๆ นะ”
       “แนนนี่ก็เหมือนกัน ...” แนนนี่ร่ายคาถาอีกครั้ง “อัย ...ย..ลามูบาชูบาชู้” แล้วชี้นิ้วใส่ภวัตชิกเก้น
       ภวัตปลอมหายไปจากที่ตรงนั้นทันตา
       
       ร่างภวัตชิกเก้นปรากฏขึ้นในห้อง
       “โธ่เอ๊ย แนนนี่ ...แนนนี่ ทำไมทำกับชิกเก้นยังงี้ เวรก๊ำ...เวรกรรม”
       ชิกเก้นในร่างภวัตบ่นแล้วกระโจนแบบแมวขึ้นไปบนเตียงไปด้วยความเคยชิน
       
       ยามเช้าของวันใหม่บรรยากาศสดชื่นแจ่มใส ส่วนภายในตะเกียงแก้วแนนนี่ปรากฏตัวหลังจากกลุ่มควันจางลง
       “หิวมั้ยคะ พี่ภวัต”
       ภวัตไม่มอง และไม่ตอบ โดยทำท่าเหมือนแนนนี่ไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
       แนนนี่พยายามง้อ “รู้น้าว่าพี่ภวัตหิว”
       พูดจบแนนนี่ว่าคาถา ปรากฏอาหารน่ากินวางบนโต๊ะ
       “ทานเสียหน่อยนะคะ” แนนนี่หยิบชามข้าวต้ม แล้วเดินเข้ามานั่งข้างๆ ภวัต
       “ซักคำนึงน่า”
       ภวัตเบือนหน้าไปอีกทาง แนนนี่ลุกยืนด้วยความโกรธ ขัดเคืองใจ เพราะง้อแล้วภวัตยังเมินเฉยอยู่
       “พี่ภวัตโกรธแนนนี่จริงๆเหรอ”
       ภวัตพูดโดยยังไม่หันกลับมามองแนนนี่ “...เธอจะบอกคนอื่นเรื่องพี่ยังไง”
       “ไม่เห็นต้องบอกนี่คะ”
       ภวัตหันมามองแนนนี่ด้วยความไม่ไว้ใจ
       
       เช้าวันเดียวกันนั้นโป่งเดินถือถาดชามข้าวต้มเข้ามาในห้องอาหาร วางลงแล้วชะงัก เมื่อมองภวัตชิกเก้นในชุดทำงาน นั่งกึ่งนอนในท่าแมวขดตัวอยู่บนเก้าอี้
       โป่งค่อยๆ เดินมาที่โต๊ะอาหาร วางชามข้าวต้มลงตรงหน้า โดยสายตายังคงมองท่าทีของภวัตอย่างไม่ไว้ใจนัก หลังเจอเหตุการณ์ประหลาดเมื่อวันก่อน
       ภวัตก้มลงดมข้าวต้มแล้วเงยหน้าขึ้น “ไม่มีปลาทูเรอะ”
       “คุณ...คุณหมอจะรับประทานปลาทูหรือ...หรือครับ” โป่งถามในอาการงงๆ
       ภวัตพยักหน้าร้องเสียงแมวออกมา “เมี้ยว”
       โป่งสะดุ้ง
       “เอาคลุกข้าวมาเลย” ภวัตชิกเก้นสั่ง
       “ถ้า...ถ้าไม่มีปลาทูตอนนี้ ก็ขอยกยอดไปตอนเย็นได้มั้ยครับ” โป่งออกตัว
       “เวรก๊ำ ...เวรกรรม ไม่มีก็ไม่กิน”
       พูดจบชิกเก้นในร่างภวัตกระโดดลงจากเก้าอี้ เดินออกไป โป่งเห็นเต็มตาถึงกับสะดุ้งโหยง
       
       ด้านภวัตตัวจริงที่ยังอยู่ในตะเกียงแก้วถึงผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจเมื่อรู้จากปากแนนนี่
       “หา! ไอ้ชิกเก้นน่ะนะ” ภวัตตกใจ
       “ค่ะ พี่ภวัตไม่ต้องเป็นห่วง”
       “พี่ไม่ได้ห่วงชิกเก้น แต่ห่วงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพี่โดยเฉพาะคนไข้”
       แนนนี่นิ่งคิด
       
       เมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล ภวัตเริ่มพูดจาหว่านล้อมแนนนี่
       “บาปนะแนนนี่ที่ให้แมวไปรักษาคน ... เผื่อเกิดเคราะห์หามยามร้าย คนไข้เป็นอะไรไปละก็...”
       “แนนนี่คงบาปเพิ่มขึ้นอีก” แนนนี่พูดสวนออกมาทันที “โดยเฉพาะแนนนี่เพิ่งได้เวทมนตร์กลับคืนมา”
       ภวัตลอบถอนใจโล่งที่แนนนี่เริ่มคล้อยตาม “นั่นซี”
       แนนนี่หรี่ตามอง “รีบสนับสนุนใหญ่เลยนะ”
       “ก็พี่เป็นห่วง...ไม่อยากให้แนนนี่บาป”
       แนนนี่เม้มปาก สีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิดอย่างหนัก
       
       โป่งเสิร์ฟอาหารให้จักรวาลและรัดเกล้า
       “พี่ภวัตล่ะโป่ง” รัดเกล้าถาม
       “กระโดดแผล็วไปที่โรงรถแล้วครับ” โป่งบอก
       จักรวาลและรัดเกล้า ซึ่งกำลังปรุงข้าวต้ม เงยหน้ามองโป่งพร้อมๆ กัน
       โป่งรู้ตัวยิ้มแห้งๆ ให้ “กระโดดแผล็วจริงๆนะครับ” โป่งสำทับ
       “ไอ้โป่ง...ลูกฉันเป็นหมอ ...ไม่ได้เป็นแมว” จักรวาลพูดเสียงเข้ม
       “แต่ที่ผมเห็นน่ะใกล้เคียงเลยละครับ...ตอนผมเอาข้าวต้มมาให้ คุณหมอนอนขดอยู่บนเก้าอี้ ... แถมบอกว่าจะรับประทานข้าวคลุกปลาทู ...แล้วก็...”
       จักรวาลสวนขึ้น “พอ!”
       จักรวาลและรัดเกล้า ลุกขึ้นเดินออกไปดู โป่งรีบตาม
       
       พอรู้ว่าจะได้กลับออกไป แต่ต้องใช้เวลาภวัตอุทานดังลั่น “อีกครึ่งชั่วโมง”
       “ค่ะ” แนนนี่บอกเสียงอ่อยๆ
       ภวัตออกอาการพลุ่งพล่านหงุดหงิดอย่างแรง
       “เจริญ! เจริญละ” ภวัตหยุดเดินหันขวับมามองในระยะใกล้ “แล้วทำไมต้องครึ่งชั่วโมง
       แนนนี่สะดุ้งและจ๋อยกว่าเก่า “แนนนี่ก็ไม่แน่ใจ...อาจจะเป็นเพราะว่าแนนนี่เพิ่งจะใช้คาถาได้...ทุกอย่างเลยยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่ถ้าพี่ภวัตจะออกไปเดี๋ยวนี้เลยแนนนี่ก็จะ...”
       “ออกไปให้มีภวัต สองคนน่ะเรอะ” ภวัตพูดเยาะๆ สวนขึ้น
       แนนนี่เบะปากแทนคำตอบ
       “ดีไม่ดี...คนเขาอาจจะคิดว่าไอ้แมวพิลึกนั่นเป็นหมอภวัตตัวจริง...แล้วดันคิดว่าตัวจริงเป็นตัวปลอม...” ภวัตเว้นช่วงไปนิดหนึ่ง “วุ่นวายพิลึกละ”
       “ทำไมวันนี้พี่ภวัตดุจัง” แนนนี่ถาม
       “อ้อ! ก่อเรื่องวุ่นวายขนาดนี้แล้วจะให้พี่มานั่งชื่นชมสรรเสริญเยินยอเรอะไง” ภวัตเสียงเขียว
       แนนนี่เสียงอ่อยลงไปอีก “แต่พี่ภวัตเป็นคุณหมอ...คุณหมอเค้าต้องใจดี...”
       “ใจดี! ไม่จับบีบคอนี่ก็ประเสริฐแล้ว” ภวัตบอกเสียงเครียด
       แนนนี่ทำหน้าเหยเก “...บีบ....บีบคอเลยเหรอคะ”
       ภวัตเดินมาทิ้งตัวลงนั่ง แล้วถอนใจหายเฮือกใหญ่ แนนนี่รีบเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างล่าง พยายามประจบประแจงสุดขีด
       “พี่ภวัตเมื่อยมั้ยคะ...ระหว่างรอ ...แนนนี่จะนวดให้”
       “ไม่ต้อง” ภวัตชักขาหนีทันทีโกรธจริงอะไรจริง
       “แต่แนนนี่อยากจะแก้ตัว”
       “งั้นก็ไปท่องหนังสือสอบ”
       “แล้วพี่ภวัตจะยกโทษไม่โกรธแนนนี่ใช่มั้ยคะ” แนนนี่อ้อนทันที
       “ยังบอกไม่ได้”
       ภวัตเล่นแง่ แนนนี่ถอนใจด้วยความเซ็ง
       
       ชิกเก้นในรูปร่างของภวัต ขับรถอย่างสะวี้ดสะว้าด ท่าทางหวาดเสียวเข้ามาในโรงพยาบาล ทั้งรถและคนหนีกันกระจาย ภวัตชิกเก้นอยู่ในรถชอบอกชอบใจอย่างยิ่ง
       “เมี้ยว ! เมี้ยวๆๆๆๆ”
       ภวัตขับรถเข้ามาเบรคจอดเสียงดังสนั่น ทุกๆ คนในบริเวณนั้นหันขวับมามอง ภวัตทำกิริยาของแมวมองซ้ายขวา เปิดประตูคลาน สี่ขาลงมา แล้วปิดเสียงดังปัง
       เสียงบุษบาเรียกดังลอดเข้ามา “ภวัตคะ”
       ภวัตชิกเก้นหันมามอง ไล่สายตาจากเท้า ขึ้นไปที่ขา เลยเรื่อยขึ้นไปจนถึงใบหน้าบุษบา
       เห็นภวัตคลานสี่ขา บุษบาก้มลงมองอย่างงงๆ “นั่นคุณทำอะไรน่ะ”
       ภวัตนิ่งคิดครู่หนึ่ง “หาของ ใช่ ผมทำของตก”
       “อะไรตกคะ บุษจะช่วยหา...” บุษบาทำท่าจะทรุดตัวลงตาม
       ภวัตชิกเก้นรีบลุกขึ้น “ไม่ต้อง ไปกันเถอะ”
       “ค่ะ”
       ทั้งสองเดินคุยกันขึ้นลิฟท์ไป โดยที่ภวัตชิกเก้นเกือบจะหลุดท่าแมวอยู่ตลอดๆ
       ลิฟท์สำหรับผู้บริหารตัวนั้นพาทั้งสองคนมาหยุดอยู่ที่ชั้น 3
       “บุษไปก่อนนะคะ” บุษบาออกจากลิฟท์ทำท่าจะเดินไป
       “ไปไหน” ภวัตชิกเก้นไม่คุ้นกับโรงพยาบาล
       บุษบาเริ่มงงๆ “ก็ไปห้องทำงานบุษน่ะซีคะ”
       “ผมไปด้วย”
       บุษบางงหนักเข้าไปอีก “ภวัต ... วันนี้คุณดูแปลกๆไปนะคะ”
       ภวัตชิกเก้นรีบเอียงหน้ามากระซิบกระซาบ “อย่าบอกใครนะ ผมไม่รู้ว่าห้องทำงานผมอยู่ที่ไหน”
       บุษบาจ้องภวัตครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะออกมา
       “น่ารักอ้ะ”
       “เมี้ยว” ภวัตชิกเก้นร้องเสียงแมว
       “โถ! เล่นมุกใหม่....อยากอยู่กับบุษตามลำพังใช่มั้ยล่ะคะ” บุษบาคิดไปโน่น
       “เปล่า...ชิกเก้น เอ๊ย! ผมจำห้องทำงานไม่ได้...สงสัยว่าจะเป็นโรคความจำเสื่อมแบบไปกลับ”
       “มีด้วยหรือคะ”
       “ก็ที่ผมกำลังเป็นอยู่นี่ไง” ภวัตชิกเก้นบอก
       บุษบาสงสัยมองภวัตเขม็ง เหมือนจะพยายามค้นหาความจริง
       
       บุษบาพาภวัตมาส่งที่ห้องทำงานของเขา เปิดประตูเข้ามา ติดตามด้วยภวัต
       “จำได้หรือยังคะ”
       “ก็โอ.เค มั้ง...” ชิกเก้นในร่างภวัตมองกวาดตาไปทั่ว “...ไม่เห็นมีอะไรกินเลย”
       “หิวหรือคะ”
       “ฮื่อ”
       “อยากทานอะไรล่ะ เดี๋ยวบุษจะให้แม่บ้านไปซื้อให้”
       “ข้าวคลุกปลาทู”
       บุษบาได้ยินชื่ออาหารถึงกับชะงัก
       “ไม่เอาตัวเล็กๆ นะ”
       บุษบาเดินไปที่โต๊ะ แล้วกดโทรศัพท์หาแม่บ้าน
       “จะเอาน้ำพริก...” บุษบาหันมาแล้วสะดุ้ง
       เป็นเวลาครบครึ่งชัวโมงตามที่แนนนี่ว่า บุษบาจึงเห็นชิกเก้นตัวเป็นๆ นั่งมองเธออยู่
       “น้ำพริกไม่เอา”
       บุษบาเป็นลมพับคาที่
       “แค่นี้ก็เป็นลม นี่แมวนะไม่ใช่ผีสักหน่อย” ชิกเก้นบ่นอุบ
       
       ภวัตกับแนนนี่ออกจากตะเกียงแก้ว เวลานี้อยู่ในห้องของแนนนี่ ภวัตยืนหันหลังให้แนนซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่
       ภวัตยกนาฬิกาขึ้นดู
       “ครึ่งชั่วโมงแล้วนี่”
       ภวัตพูดไม่ทันขาดคำ ชิกเก้นกระโดดแผล็วเข้ามา
       “ชิกเก้น” แนนนี่ดีใจ
       “โฮ้ย! เกือบตาย” ชิกเก้นบ่น
       “เป็นไงบ้างชิกเก้น” แนนนี่เอาแต่ถามจนภวัตท้วงขึ้น
       “เดี๋ยว! อย่าเพิ่งคุยกัน ส่งพี่ไปทำงานก่อน”
       “ได้เลยค่ะ”
       แนนนี่ร่ายคาถาส่งภวัตไปโรงพยาบาลทันที โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้
       
       ภวัตในชุดเจ้าชายแขกอาหรับปรากฏตัวขึ้นในห้องทำงาน แล้วต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นบุษบานอนสลบอยู่
       “อ้าว! บุษ” ภวัตทรุดตัวลงประคองบุษบาขึ้นมา
       “บุษ...บุษ”
       เปลือกตาบุษบาขยับเล็กน้อย แล้วจึงลืมตาตื่นขึ้น บุษบาสะดุ้ง
       “ภวัต”
       บุษบาลุกนั่ง มองเสื้อผ้าชุดแขกแล้วมองหน้าภวัตเขม็ง
       “ภวัต...ทำ...ทำไม...คุณ...เอ้อ...” บุษบามองเสื้อผ้าภวัตอยู่อย่างสงสัย
       ภวัตเริ่มรู้ตัว ก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองแล้วกุมขมับ
       “แนนนี่ ...คืองี้!” ภวัตพยายามอธิบาย “...ผมลองสวมชุดนี้ดู”
       “ทำไมต้องลองสวมชุดนี้ดูละค่ะ” บุษบาสงสัยไม่สร่าง
       “คือ...แนนนี่เค้าขอร้องน่ะ...เขาแอบไปตัดชุดนี้ให้ปีเตอร์ไว้ใส่แสดงละคร” ภวัตพยายามหาเหตุผล แต่ยิ่งฟังไม่เข้าท่า
       “แล้ว...ทำไมไม่ให้ปีเตอร์ลองเอง...อีกอย่าง...” บุษบาสงสัยอีก
       ภวัตสีหน้าขรึมลง บุษบารู้สึกตัว
       “บุษขอโทษค่ะ บุษไม่ควรละลาบละล้วง”
       “ไม่เป็นไร”
       บุษบาเดินไปที่ประตู ภวัตนึกได้เรียกไว้ “เดี๋ยวครับ”
       บุษบาเบือนหน้ากลับมา
       “คุณ ... คุณช่วย ...” ภวัตเหลือบตามองเสื้อผ้าตัวเองเป็นเชิงบอก
       “คุณต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้าใช่มั้ยคะ เดี๋ยวบุษจัดการให้เอง” บุษบารู้ทันที
       “ขอบคุณมากครับ”
       บุษบายิ้มให้แล้วเดินออกไป
       
       บุษบาปิดประตูแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา บ่นพึมพำ
       “ภวัตท่าทางจะเครียดมากจริงๆ”
       
       เหตุการณ์ที่บ้านบ้านปัทมนพรเดินถือเครื่องไม้เครื่องมือทำความสะอาดผ่านหน้าห้องดารกา
       พลันก็ได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้น พรชะงักเท้า ค่อยๆ จับลูกบิดประตู แล้วเปิดออก พรสะดุ้งเฮือก เห็นดารกานั่งหันหลังให้
       พรแปลกใจสุดๆ “คุณน้องดากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ...ทำไมพี่พรไม่ทราบ” พรร้องทัก
       ดารกายังไม่หันมาแต่เอ่ยขึ้น “ไม่มีมนุษย์ที่ไหนรู้เห็นไปเสียทุกเรื่องหรอก”
       จากนั้นดารกาค่อยๆ หันกลับมาแล้วลุกขึ้นยืน สีหน้าแววตาเยือกเย็นดูน่ากลัว ผสมน่าเกรงขาม
       พรไม่เคยเห็นดารกาในสภาพนี้ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ด้วยความรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกและหวาดหวั่น
       พริบตานั้นดารกาก็กลับมายิ้มหวานให้ กลายเป็นดารกาปกติ
       “ทำไมพี่พรทำหน้ายังงั้นล่ะจ๊ะ...ยังกับน้องดาเป็นผีแน่ะ”
       “อุ๊ย! อย่าพูดอย่างนั้นค่ะ พี่พรแค่แปลกใจที่คุณดากลับมาโดยที่...”
       ดารกายิ้มให้พูดสวน “ไม่มีใครรู้ใครเห็น”
       “ค่ะ” พรยิ้มแห้งๆ
       “น้องดาก็กลับมาตามปกตินั่นแหละ พอดีลืมหนังสือไว้”
       “แล้วคุณดาจะกลับหอเลยหรือเปล่าคะ” พรถาม
       “ไม่ละ...พอกลับมาบ้านแล้วรู้สึกสบ๊าย สบาย เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยกลับหอ เมื่อกี้น้องดาอยากให้พี่พรเห็นหน้าตัวเองจัง ...ตะ.ล้ก...ตลก!”
       พรเริ่มหัวเราะออก “ก็พี่พรไม่เคยเห็นคุณดา ทำหน้าตาน่ากลัวยังงั้นนี่คะ...ว่าแต่คุณดาหิวหรือเปล่า”
       “หิวจนจะกินพี่พรได้แล้ว” ดารกาสัพยอก
       พรชะงัก ทำหน้าหวาดกลัวขึ้นมาอีก
       “แหม...น้องดาล้อเล่นนะ ทำไมวันนี้พี่พรขวัญอ่อนจัง น้องดาจะเปรียบเทียบว่าน้องดาหิวมากๆ พี่พรช่วยไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเรือให้หน่อยเอาเนื้อสดนะ ไม่ต้องสุกมาก...เอามา 3 ชุด เผื่อปีเตอร์ 2 ชุด”
       “คุณปีเตอร์จะมาที่นี่หรือคะ” พรแปลกใจร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นดารกาสนิมสนมกับปีเตอร์
       “มาแล้ว...รออยู่ข้างล่างแน่ะ...” ดารกาหยิบแบงก์ใบละ 500 บาท ส่งให้พร “เอ้า! นี่จ้ะ พี่พรกับป้าผาดจะทานอะไรก็ซื้อเลยนะ”
       “คะ...” พรยังงงๆไม่หาย
       ดารกาเดินมาปิดประตู ใบหน้ายังคงยิ้มละมัย
       
       แนนนี่ถูกภวัตดุเรื่องอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ เวลานี้กำลังท่องหนังสืออย่างขมักเขม้นอยู่ในห้อง
       “ท่าทางโจรจะกลับใจจริงๆ ซะแล้ว” ชิกเก้นพูดขึ้นมาลอยๆ
       แนนนี่หันมาดุ “เงียบ! แนนนี่กำลังมีสมาธิ”
       มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
       “ใครอีกล่ะ” แนนนี่บ่นพลางเดินไปเปิดประตู
       พรรีบผลุบเข้ามา พรพูดเสียงเบา
       “คุณดากลับมาแล้วค่ะ กลับมาอย่างเงียบเชียบ”
       “อ้าว ! ไหนว่าจะค้างหอจนกว่าจะสอบเสร็จไง”
       “เห็นเธอบอกว่าลืมของ แต่ที่แปลกที่สุดอยู่ตรงนี้ค่ะ...เธอนัดคุณปีเตอร์มาด้วย” พรตั้งข้อสังเกต
       “ฮ้า! พี่พรฟังผิดหรือเปล่า”
       “ไม่ผิดแน่ค่ะ”
       แนนนี่เดินออกไป พรรีบตาม แล้วปิดประตู
       
       แนนนี่เดินหน้างอเข้ามา ขณะที่ปีเตอร์นั่งหันหลังให้ พรซึ่งตามมา เดินเลี่ยงออกไป แนนนี่ท้าวสะเอวก๋าเรียกเสียงจิกตามเคย
        “ปีเตอร์”
        ปีเตอร์ค่อยๆ หันกลับมามอง แล้วลุกขึ้นเอ่ยทักทาย
        “สุรีย์สวัสดิ์ แนนนี่”
        แนนชะงัก ....หรี่ตามองปีเตอร์ราวกับรู้ทัน แล้วพยักหน้าช้าๆ
        “ไม่เลว ....รู้จักคำทักทายนี่ด้วย”
        ปีเตอร์ผายมือทั้ง 2 ข้าง “ก็เวลานี้เป็นเวลาของดวงอาทิตย์ไม่ใช่เรอะ”
        แนนนี่จ้องปีเตอร์เขม็ง “เราต้องคุยกัน ! อย่านึกว่าจะตบตาฉันได้”
        ระหว่างนั้นมีเสียงดารกาดังลอดเข้ามาจากด้านหลัง
        “วันนี้ปีเตอร์เป็นแขกของพี่ดาจ้ะ”
        แนนนี่เม้มปากไม่พอใจ แล้วหันไปมอง
        เห็นดารกาเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าแจ่มใสบริสุทธิ์
        แนนนี่มอง 2 คนสลับกัน ราวกับจะเอาเรื่อง
        “พี่ดาไปสนิทสนมกับปีเตอร์มาตั้งแต่ครั้งไหนไม่ทราบ!” แนนนี่ซักทันที
        ดารกายังตีหน้าใสซื่อ “แนนนี่จ๋า...ปีเตอร์เป็นเพื่อนแนนนี่ก็เท่ากับเป็นเพื่อนพี่ดาด้วยไงจ๊ะ”
        “ไม่ต้องมาจ๊ะมาจ๋า...ว่าไง...ปีเตอร์” แนนนี่คาดคั้น
        “ว่าไงก็ว่าตามกัน” แนนนี่กวนใส่
        แนนนี่ผลักอกทันทีจนปีเตอร์เซ “อย่ามาล้อเล่นกับฉันนะ”
        ปีเตอร์ยังลอยหน้าทำท่าล้อเลียน “กลัวจังเลย!”
        แนนนี่โกรธจัด “ไอ้ปีเตอร์”
        “ใจเย็นๆจ้ะแนนนี่ ...ยังไงเธอสองคนก็เป็นเพื่อนรักกัน!”
        “ไอ้ปีเตอร์คนนี้ไม่ใช่เพื่อนแนนนี่ แล้วพี่ดาก็ไม่ต้องมาตีหน้าหวังดีด้วยเพราะแนนนี่ไม่เคยเชื่อ”
        “แนนนี่...ทำไม” ดารกาอุทานแบบเสียใจมากมาย
        “แกก็เหมือนกัน !”
        “อ้าว ! ปีเตอร์เกี่ยว ‘ไรด้วย”
        “เมื่อวานฉันเกือบตายเพราะแก....ถ้าพี่ดาอยากได้มันเป็นเพื่อนนักก็เอาไปเลยแนนนี่ยกให้ ! แต่ ...” เว้นนิด “อย่ามายุ่งกับพี่ภวัตของแนนนี่ เป็นเรื่องแน่เพราะแนนนี่ไม่มีวันยกให้เด็ดขาด”
        ดารกาหันมาทางปีเตอร์สั่งเสียงเรียบ “กลับไปก่อน ปีเตอร์!”
        ปีเตอร์หันหลังเดินกลับออกไปอย่างเชื่อฟัง
        แนนนี่ปรายตามองแล้วเบือนมาสบตาดารกาแข็งกร้าว
        แนนนี่เดินไปที่บันได
        “แนนนี่ .... เราเป็นพี่น้องกันนะจ๊ะ ...ถึงจะคนละสายเลือด แต่คุณแม่ปัทก็รักเราเหมือนลูกแท้ๆ”
        แนนนี่หันมาจ้องหน้าดารกา “ที่พูดทั้งหมดเนี่ย ...ต้องการอะไร”
        ดารกายิ้มใสซื่อตอบ “ก็ต้องการให้เรารักกัน สามัคคีกัน เพื่อความสบายใจของคุณแม่ไงจ๊ะ”
        “แหวะ...นี่พี่ดา...ตอนนี้เราอยู่กันตามลำพัง ไม่ต้องเสแสร้งก็ได้ อยากจะว่า อยากจะด่าอะไรแนนนี่ก็เอาเลย เป็นตัวของตัวเองให้เต็มที่”
        “พี่ดาด่าไม่เป็น...พี่ดามีแต่ความรัก...ความหวังดี” ดารกาว่า
        แนนนี่สุดจะทนกับความแสนดีของดารกา “โอ๊ย.....แหวะๆๆๆๆๆ”
        ดารกาน้ำตารื้นขึ้นมา แต่ไม่มีหยดน้ำตา
        “แนนนี่” ดารกาเสียงสั่นเครือ
        “อย่า! กรุณาอย่าร้อง น้ำเพิ่งจะลด...เดี๋ยวเกิดน้ำท่วมขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านเขาจะเดือดร้อนกันอีก”
        พูดจบแนนนี่ก็ซอยเท้าถี่ๆ ขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว
        ดารกามองตามด้วยสีหน้านิ่งสนิท ทว่าแววตาคู่นั้นลึกล้ำ
       
       โป่งเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้านปัทมน แล้วชะงัก เมื่อเห็นปีเตอร์เดินออกมาจากตัวตึกบ้านปัทมน แล้วหายวับไป
       โป่งเพ่งมองแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ บ่นพึมพำ
       “คนเดี๋ยวนี้จะไปไหนมาไหนเขาใช้วิธีหายตัวกันแล้ว”
       โป่งส่ายหน้าเดินอ้อมไปด้านหลัง
       
       ดารกาจูงแนนนี่มานั่งด้วยสีหน้าจริงจัง แต่แฝงความอ่อนโยนเช่นเคย
       “ไหน...มันเกิดอะไรขึ้น...แนนนี่ลองเล่าให้พี่ดาฟังซิ”
       “แนนนี่เล่าไม่ได้หรอกค่ะ”
       “ทำไมล่ะ...ไม่ไว้ใจพี่ดาเหรอ”
       “ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ...แต่เล่าไปพี่ดาอาจจะคิดว่าแนนนี่เป็นบ้า”
       ดารกาปัดผมให้แนนนี่อ่อนโยน
       “พี่ดาไม่เคย และจะไม่มีวันคิดอย่างนั้นเด็ดขาด”
       แนนนี่มองท่าทีดารกาอย่างคลางแคลงใจ
       “ทำไมมองพี่ดาอย่างนั้นล่ะจ๊ะ” ดารกาถาม
       แนนนี่ลุกขึ้น “เพราะแนนนี่ไม่รู้จะไว้ใจใครได้แล้ว”
       ดารกาลุกตาม “แต่แนนนี่ไว้ใจพี่ดาได้นะ”
       “แนนนี่จะขึ้นไปท่องหนังสือละค่ะ”
       แนนนี่ไม่ยอมตอบ เดินออกไป ดารกามองตาม สีหน้านิ่งสงบเรียบ แต่ดวงตาดูลึกลับและความคิดลึกล้ำ
       
       แนนนี่เปิดประตูเข้ามาในห้อง
       “ได้ความว่ายังไงบ้าง”
       “เดี๋ยวแนนนี่มานะ” แนนนี่ว่า
       “จะไปไหนล่ะ” ชิกเก้นถาม
       แนนนี่ไม่ตอบ ว่าคาถาแล้วหายตัวไป
       
       จังหวะนั้นดารกาเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องแนนนี่ เหลือบมองซ้ายมองขวา เมื่อไม่เห็นใครผ่านมา จึงเอื้อมมือมาจับลูกบิด เสียงลูกบิดดังเบาๆ แต่ชิกเก้นหูไว หันขวับมามองทันที
       ดารกานั่นเองกำลังเปิดประตูห้องแนนนี่ ผลักออกแล้วเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบา ประตูค่อยๆ ปิดตามหลัง ดารกากวาดตามองหาบางอย่าง
       
       “ตะเกียงหายไปไหน” ที่แท้ดารกามองหาตะเกียงแก้ว
       ในมุมมืดมุมหนึ่งในห้อง ชิกเก้นกอดตะเกียงไว้แน่น
       “แนนนี่ต้องเข้าไปในตะเกียงอยู่แล้ว...แต่มันซ่อนตะเกียงไว้ที่ไหน”
       ดารกาบ่นงึมงำก่อนจะลงมือค้น
       ชิกเก้นกอดตะเกียงแน่น แนบลำตัวกับพื้น พยายามกลั้นหายใจ ดารกาค้นจนทั่วห้องแต่ไม่เจอ สีหน้าแววตาหงุดหงิดเอามากๆ ขณะหยุดยืนมองหา
       สายตาดารกามองกราดเลยเรื่อยมาหยุดอยู่ตรงมุมที่ชิกเก้นซ่อนตัวอยู่ ดารกามองด้วยนัยน์ตาวาววับขึ้น
       ชิกเก้นกอดตะเกียงแน่น
       “พ่อแก้วแม่แก้วช่วยด้วย”
       
       ดารกาเดินตรงมาเรื่อยๆ ด้วยสีหน้านิ่งสนิท ขณะที่ชิกเก้นอยู่ในอาการหวาดหวั่น กลัว และลุ้นระทึกสุดชีวิต
       
        อ่านต่อหน้า 2 พรุ่งนี้  (8 ก.พ. 55) เวลา 9.30 น. 

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 23
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 64 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 64 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากใหิลงวันละ2หน้าค่ะ จะได้ทันกับเว็บไทยรัฐ
Noon
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกแบบจะขาดใจ อัพด่วนๆเลยคร่า ^^/
merin
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกดีตอนนะอ่านแล้วขำอะ แต่อยากอ่านวันละ 2 หน้าก็ยังดี
bussaya
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014