หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ทองประกายแสด

ทองประกายแสด ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กุมภาพันธ์ 2555 10:32 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3

ทองประกายแสด ตอนที่ 5

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ทองประกายแสด ตอนที่ 5

ทองประกายแสด ตอนที่ 5

ทองประกายแสด ตอนที่ 5

 ทองประกายแสด  ตอนที่ 5 (ต่อ) 
       
       มิตรจอดรถวิ่งตรงเข้ามาช่วยทองดี
       
       “เฮ้ย...หยุดเดี๋ยวนี้นะ รังแกผู้หญิงตัวนิดเดียว ไม่เท่ห์หรอก”
       ลูกค้าชะงักหยุดมือหันไปมอง ทองดีรีบวิ่งไปหลบหลังมิตร
       “ช่วยด้วยค่ะ พวกมันจะปล้ำหนู”
       มิตรมองทองดีเห็นหัวหูยุ่งเหยิงไปหมด หันไปมองพวกลูกค้าอย่างไม่พอใจ
       “ขอโทษนะครับ ถ้าผู้หญิงเค้าไม่เต็มใจ ก็อย่าไปบังคับใจเค้าเลย”
       “แล้วมึงมาเกี่ยวอะไรด้วย หมูเค้าจะหาม มึงอย่ามาเสือก” ลูกค้าตะคอก
       “ขอโทษนะครับพี่ น้องเค้าเป็นพนักงานเสริฟต์ในร้าน ไม่ออกไปกับแขก แต่ถ้าพวกพี่อยากสนุกอย่างว่า ผมจะไปตามผู้หญิงแบบนั้นมาให้ดีมั๊ยครับ”
       “ไม่เอา...กูอยากได้เด็กคนนี้ ใครจะทำไม มึงรู้หรือเปล่า กูเป็นใคร”
       มิตรยิ้มแย้ม
       “ครับ...ผมทราบว่าพี่กำลังหงุดหงิด เอาอย่างนี้ดีมั๊ยครับ ผมจะ เลี้ยงเหล้าพี่เป็นการขอโทษแทนน้องคนนี้”
       “กูไม่แดกเหล้า กูจะเอาอีนี่ มันปากดีนัก เอาเหล้าสาดหน้ากูด้วย มึงหลีกไป”
       ลูกค้าต่อยอย่างแรงมิตรหลบทัน ลูกค้ายิ่งโมโห
       “ผมว่าเราอย่าใช้กำลังดีกว่านะครับ”
       ลูกค้าไม่ฟัง รุมเข้าหามิตรทันที เหตุการณ์เริ่มชุลมุน ทองดีหันรีหันขวาง ทำอะไรไม่ถูก โดดเอารองเท้าตีหัวลูกค้าช่วยมิตร ลูกค้าเห็นท่าไม่ดี ทำท่าจะชักปืนออกมา แต่เสียงปืนดังขึ้นก่อน ทุกคนตะลึง เฮียบุ๋นเดินเข้ามาพร้อมกับการ์ด
       “มึงคิดจะใช้ปืนเหรอ ถามปืนกูก่อนดีมั๊ย”
       ลูกค้าไม่พอใจ
       “เฮ้ย...มึงขู่กูหรือ”
       “ไม่ได้ขู่ แต่กูเอาจริง ไม่อยากคุยกับกู คุยกับตำรวจดีมั๊ย กูตามมาแล้วรอแป๊บ”
       “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง พวกเรากลับ”
       ลูกค้าพร้อมพวกทำท่าจะเดินออก เฮียบุ๋นรีบขวางไว้ การ์ดของเฮียบุ๋นเข้าล๊อคแขนลูกค้าไว้
       “มึงจะทำไมกู...อย่านะ พ่อกูใหญ่นะโว๊ย”
       “เหรอ...งั้นฝากไอ้นี่ไปให้พ่อมึงด้วย”
       เฮียบุ๋นเอาปืนตบปาก ลูกค้าคนนั้น เลือดกลบปาก
       “อุ๊ย...อุบัติเหตุ ผมป้องกันตัวโดยสุจริต” เฮียบุ๋นหันไปบอกลูกน้อง “ปล่อยมันไป”
       การ์ดปล่อยตัวลูกค้า พรรคพวกช่วยกันประคองลูกค้าออกไป เฮียบุ๋นหันไปมองเห็นทองดีกำลังประคองมิตรอยู่
       
       ทองดีทำแผลให้มิตรอยู่ในห้องทำงาน เฮียบุ๋นนั่งมองมิตรอย่างอ่อนใจ
       “ลื้อนึกยังไงวะ ถึงไปหาเรื่องกับพวกมัน”
       “ก็ฉันเห็นมันกำลังรังแก เอ่อ...”
       “ฉันชื่อทองประกายจ๊ะ...” ทองดีหันไบอกเฮียบุ๋น “พวกนั้นมันจะพาฉันออกไปข้างนอก แต่ฉันไม่ยอม มันก็ไม่ฟังเสียง”
       “ก็เลยเอาเหล้าสาดหน้ามันใช่มั๊ยล่ะ เออ...เจริญ ขืนทำแบบนี้ ลูกค้าคงหนีหมด”
       มิตรออกรับแทนทองดี
       “อย่าไปโทษทองประกายเลย แขกพวกนั้นมันเมาด้วยแหละเฮีย”
       ทองดีหน้าเหวอ
       “อ้าว...คุณเป็นน้องของเฮียหรือ ไม่อยากเชื่อเลย เฮียทั้งแก่ทั้งดำ แต่ทำไมคุณถึง...”
       เฮียบุ๋นค้อน
       “...แหม...พูดซะฉันเสียหายเลยนะทองประกาย ไอ้คุณมิตรนี่มันเป็นลูกแม่เล็กของเตี่ยฉัน ไปเรียนเมืองนอกเมืองนาหลายปี เออรู้จักกันซะเลย”
       ทองดียกมือไหว้มิตรอย่างอ่อนน้อมหน้าตาตื่นเต้น
       “โหย...คุณไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา เก่งจังเลย แถวบ้านฉันใครได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพนี่ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว”
       เฮียบุ๋นมองทองดีขำๆ
       “เธอนี่มันซื่อๆ...น่ารักดีเหมือนกันนะ ต่อไปก็เลี่ยงๆแขกพวกนั้นไว้แล้วกัน”
       “จ๊ะ เฮีย...ถ้าเจอคราวนี้ฉันจะวิ่งหนีให้ไกลเลยจ๊ะ”
       ทองดีเขินเช็ดแผลมิตรแรงไปหน่อย เขาสะดุ้งคว้ามือเธอไว้
       “อุ๊ย...เจ็บจัง เบาหน่อยสิทองประกาย”
       “ขอโทษจ๊ะ คุณมิตร ทองไม่ทันระวัง”
       มิตรยิ้มแบบไม่คิดอะไร ทองดียิ้มแอบเขิน ทำแผลต่อไป เริ่มประทับใจในตัวคุณมิตร
       
       พนักงานสองคนแอบฟังอยู่หน้าห้อง พอทองดีเปิดประตูออกมา ทุกคนแตกกระจาย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นทองดี ทุกคนกรูเข้าไปหา
       “เป็นไงบ้างทองประกาย”
       “ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ขอบใจนะ”
       “ฉันไม่ได้ถามถึงหล่อนย่ะ คุณมิตรน่ะ...คุณมิตรเป็นยังไงบ้าง”
       “อ้าว...แล้วก็ไม่บอก คุณมิตรไม่เป็นไรมากหรอกจ๊ะ แค่ฟกช้ำ ฉันทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว”
       พนักงานหน้าตื่น
       “ตายจริง เป็นแผล โอ๊ย...แล้วทำไมไม่เรียกฉันเข้าไปทำแผลให้ โถ...พ่อคุณ เจ็บมาหรือเปล่าก็ไม่รู้”
       พนักงานอีกคนจีบปากจีบคอออกท่าออกทางพูด
       “แหม...เป็นฉันหน่อยไม่ได้ แม่จะถวายชุดใหญ่จัดเต็ม ทั้งนวดทั้งเฟ้น เอาให้ครบคอร์สไปเลย ไม่แค่ทำแผลหรอก”
       พนักงานมองเพื่อนเหยียดๆ
       “อย่าทำพูดไปเลย หน้าปลวกอย่างหล่อน คุณมิตรเค้าคงไม่ลงมือช่วยให้เสียเวลา ดีไม่ดี จะช่วยไอ้พวกนั้นซ้อมแกด้วย...โทษฐาน หน้าตาสวยเกิ๊น...”
       พนักงานค้อนเพื่อน
       “อีบ้า พูดแบบนี้มาตบกันเลยดีมั๊ยเนี่ย...” พนักงานคนนั้นหันไปหาทองดี “แหม แกมันโชคดีจริงๆนะทองประกาย คุณมิตรอุตส่าห์ออกหน้าช่วย พวกเราอยู่มาเป็นปี ได้เห็นหน้าแกไม่กี่ครั้ง...ก็อย่างว่า คนหล่อๆเรียนสูงๆ ผ่านเมืองนอกเมืองนามา คงไม่ชายตามองผู้หญิงอย่างเราหรอก”
       “พูดก็พูด ฉันชักอิจฉาแกแล้วนะทองประกาย...แกนี่มันขี่ดวงมาจริง...จริ๊ง”
       พนักงานทั้งสองเดินออกไป ทองดียิ้มอย่างปลื้มๆ
       
       เฮียบุ๋นส่งบัญชีให้มิตรดู เขามองหน้าพี่ชายเป็นเชิงถาม
       “เอานี่...รายละเอียดงานของคลับนี้ ลองอ่านดู ฉันอยากให้แกมาช่วยเรื่อง แขกวีไอพี อยากทำเป็นเมมเบอร์ จับพวกแขกกระเป๋าหนักแบบมีระดับ รวยจริง ไม่ใช่พวกไฮโซอัพเกรด พอไหวมั๊ย”
       มิตรเปิดอ่านดูคร่าวๆ
       “ไม่มีปัญหาหรอกเฮีย พวกนี้เรียกร้องการบริการแบบแตกต่างเหนือระดับแต่ยอดจ่ายไม่อั้น เออ...เฮีย ทองประกาย เค้ามาทำงานกับเฮียนานหรือยังเนี่ย”
       “สักพักนึงแล้ว” เฮียบุ๋นนึกได้ “ถามแบบนี้หมายความว่าไง สนใจทองประกายล่ะสิ”
       มิตรยิ้ม
       “ก็สวยดีนะ แถมท่าทางยังซื่อๆ ดูธรรมชาติดี”
       “เฮ๊ย...สมภารต้องไม่กินไก่วัดนะ...กฎข้อแรกเลยนะ อย่ายุ่งกับเด็กในร้าน ดูอย่างเฮียเป็นตัวอย่าง เห็นมั๊ย ไม่อย่างนั้น มันจะเสียการปกครอง เด็กมันจะไม่นับถือ”
       “อ๊ะ...กฎนี้คุ้นๆ อ๋อนึกออกแล้ว อาซ๊อเป็นคนตั้งกฎข้อนี้เอง แล้วสั่งให้เฮียปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่เอ๊ะ...ผมได้ข่าวว่าเฮียยังมีอะไร กรุบกริบๆ อยู่ไม่ใช่หรือ เออ...ชื่ออะไรนะ เมย์...หรือมายด์ นึกไม่ออกแฮะ”
       เฮียบุ๋นค้อน
       “นึกไม่ออกก็อย่านึกเลย หาเรื่องให้กูแล้วมั๊ยเนี่ย อย่าเผลอหลุดปากให้ซ๊อมึงรู้เชียวนา เฮียเน่าสถานเดียว ว่าแต่แกชอบทองประกายใช่มั๊ยล่ะ ไม่ต้องมาทำปากแข็ง”
       มิตรยิ้ม แต่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
       “ไม่ต้องมาทำเก๊กเลย ฉันว่าแกต้องชอบแน่นอน เฮ้อ...ไม่เป็นไร ถ้าแกชอบฉันก็ยกให้” เฮียบุ๋นแอบบ่น “อดเลยกู อุตส่าห์ถนอมกล่อมเกลี้ยง สุดท้ายหมาคาบไปแดก”
       “อ้าว...เฮียว่าใครเป็นหมาเนี่ย ไม่รู้ล่ะ เฮียยกให้ฉันแล้วนะ”
       “เออ...เออ...กูไม่ยุ่งก็ได้วะ แต่เอ็งอย่าปากโป้งเรื่องอื่นให้ซ๊อมึงรู้แล้วกัน ไม่งั้นกูเละ”
       มิตรยิ้ม
       “เออน่า ไม่พูดหรอก สงสัย ฉันต้องเข้ามาที่ร้านบ่อยๆซะแล้ว”
       มิตรยิ้มอย่างมีนัย เฮียบุ๋นส่ายหน้าเสียดาย
       
       ทองดีเดินมากำลังจะไขประตูห้อง เมย์นั่งรออยู่ที่หน้าห้อง ทองดีร้องทัก
       “อ้าว...ทำไมมานั่งอยู่เงียบๆ ไม่ไปเที่ยวไหนหรือ”
       “ฉันได้ข่าวจากเจ๊วันดีว่า เธอมีเรื่องกับลูกค้าหรือ”
       “ใช่...ไอ้พวกสวะนั่นน่ะ มันจะออฟฉัน แต่ฉันไม่ยอม มันเลยพาพวกมาหาเรื่อง จะฉุดฉันขึ้นรถ แต่พอดีคุณมิตรมาช่วยไว้ทัน”
       ทองดีทำท่าปลาบปลื้มมากจนเมย์ผิดสังเกต
       “คุณมิตร น้องเฮียบุ๋นน่ะหรือ”
       “ใช่ ท่าทางแกดี๊...ดี ไม่เห็นเหมือนเฮียบุ๋นเลย ไม่น่าเป็นพี่เป็นน้องกันได้”
       เมย์ยิ้มๆ
       “ท่าทางทองจะปลื้มคุณมิตรนะ มีเรื่องเจ็บตัวแท้ๆ ยังยิ้มแก้มปริ”
       “ฉันไม่มีอะไรหรอก ก็ดีใจที่รอดมาได้แหละ เออ...เมย์มีธุระอะไรหรือ เปล่า เข้าไปคุยในห้องก่อนสิ”
       “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะมาเตือนเธอ ทำงานแบบนี้ เธอต้องระวังตัวให้มากนะ อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว”
       “ทำไมล่ะ ก็ฉันไม่ได้ทำอะไรใครนี่นา”
       เมย์ถอนใจ
       “เฮ้อ...ถึงไม่ได้ทำอะไรใครก็เหอะ ไอ้คนที่มาเที่ยวสถานที่แบบนี้ มันก็เห็นเราเป็นสินค้านั่นแหละ คิดว่าจ่ายเงิน แล้วจะทำยังไงก็ได้ คนแบบนี้เลี่ยงได้ก็เลี่ยง หลบได้ก็หลบ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ถือว่าทำทานไปแล้วกัน”
       “ขอบใจนะ เมย์...เธอดีกับฉันจริงๆ ถือว่าฉันเป็นน้องสาวก็แล้วกันนะ มีอะไรก็คอยเตือนคอยสอนฉันด้วย”
       เมย์ยิ้มให้
       “เธอทำให้ฉันนึกถึงตัวเอง ตอนวันแรกที่เข้ามากรุงเทพ ก็แบบนี้แหละ อยู่ๆ เธอก็จะเก่งขึ้นเอง แต่เธอโชคดีกว่าฉันเยอะ วันนั้นฉันไม่รู้ อะไรเลย ไม่กล้า กลัวไปทุกอย่าง วันนี้ฉันเลยต้องมีสภาพเป็นแบบนี้”
       ทองดีแปลกใจ
       “เป็นยังไงหรือ”
       เมย์หน้าเศร้าอึกอัก ขณะเดียวกันนั้นเสียงมือถือของเมย์ดังขึ้น เธอมองดูหน้าจอโทรศัพท์หยิบขึ้นมารับอย่างดีใจ
       “ได้ค่ะ เฮีย...เมย์จะรอนะคะ”
       เมย์กดโทรศัพท์วางสายแล้วหันไปเห็นสายตาของทองดี เธอหลบตาวูบ
       “ฉันขอตัวก่อนนะทอง อย่าลืมล็อกกลอนให้แน่นหนาด้วย ใครมาเคาะก็อย่าเปิดนะ”
       “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก โชคดีนะเมย์”
       เมย์ยิ้มแล้วรีบเดินไป ทองดีมองตามไปอย่างสงสัย
       “ไม่เข้าใจ ผู้หญิงสวยๆอย่างเธอ ต้องยอมเป็นเมียน้องของเฮียบุ๋นด้วย”
       
       ทองดีนอนหลับฝันไป ในความฝันเธออยู่ในชุดแต่งงานมีผ้าคลุมเดินไปตามทางที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ มิตรยืนรออยู่ตรงหน้า ยื่นมือมาให้จับ ทองดีเอื้อมมือไปรับ
       “คุณแต่งงานกับผมนะครับ คุณทอง”
       “ค่ะ...คุณมิตร”
       ทองดีเงยหน้าขึ้น มิตรเปิดผ้าคลุมหน้า ทองดีตะลึง มิตรกลายเป็นพิสุทธิ์
       “พี่พิสุทธิ์”
       ทองดีสะดุ้งตื่นลุกพรวดขึ้นจากที่นอน
       “บ้าจริง...ฝันเป็นเรื่องเป็นราว แต่คุณมิตรคงไม่เหมือนพี่พิสุทธิ์หรอก คนเคยเรียนสูงๆผ่านเมืองนอกเมืองนามาแล้ว จะเหมือนกันได้ยังไง”
       ทองดีลุกขึ้นไปดื่มน้ำ แล้วกลับมานั่ง
       “เค้าคงมีอะไรบางอย่างเหมือนกันบ้างแหละ ไม่อย่างนั้นเราจะฝันถึงทั้งสองคนได้ยังไง เฮ้อ...ประสาทจริงๆ”
       ทองดียิ้มแล้วล้มตัวลงนอนฝันหวานต่อไป
       
       เช้าวันใหม่...ในห้องซ้อมเต้นโคโยตี้ ทั้งหลายกำลังซ้อมเต้นตามครูป๊อป วันดีในชุดเต้นอย่างเก๋ ทำเป็นเต้นด้วยเล็กน้อย สักพักแอบไปยืนหอบอยู่หลังห้อง ครูป๊อบบอกกับทุกคน
       “วันนี้...เราจะต่อเพลงใหม่กัน เตรียมพร้อม 3...2...1”
       ทองดีเดินเข้ามาแบบกล้าๆกลัวๆ เมย์เห็นทองดีเดินเข้ามารีบกวักมือเรียก
       “ครูขา รอลูกศิษก่อนนะคะ ทองประกายเร็วเข้า เค้าจะต่อเพลงใหม่”
       ทองดีรีบเดินเข้าไปซ้อมด้วยอย่างตื่นเต้น
       “เร็วเข้าสิยะ อะดูฉันเป็นตัวอย่างนะ อย่าให้คลาดสายตา ตะก่อนนี้ ฉันมีฉายาว่าสะโพกกวักทิป...เห็นมั๊ย”
       วันดีเต้นโชว์แบบตลกๆ โคโยตี้ทั้งหลายหัวเราะกันคิกคัก
       “กวักมาหรือกวักไปคะ เจ๊...” โคโยตี้แซว
       วันดีค้อน
       “อีพวกนี้...” วันดีหันไปหาทองดีโม้ต่อ “ไม่อยากจะคุยหรอกนะ สมัยก่อนนี้น่ะ แขกเข้าร้านมา ร้องแต่จะดูฉันเต้น ไม่อยากจะคุย”
       โคโยตี้อีกคนมองวันดีขำๆ
       “แล้วตอนนี้ ล่ะพี่ เค๊าร้องเรียกเหมือนกัน แต่ให้พี่ลงจากเวทีใช่มั๊ย ให้ ทิปก็ได้ แต่ขอร้องอย่าเต้น มันอนาถ...”
       วันดีโกรธ
       “อีนังพวกนี้...ไม่รู้จักเด็กจักผู้ใหญ่ซะแล้ว ถ้าฉันดังน่ะ พวกแกยังเป็นวุ้นอยู่เลย...”
       ครูป๊อบปรบมือเรียกทุกคน แล้วเดินมายืนจ้องหน้าวันดีอย่างรำคาญ
       “นี่พวกหล่อน จะคุยอีกนานมั๊ย ฉันจะได้สั่งข้าวเหนียว ส้มตำมากินก่อน นี่หล่อน...แม่ดาวค้างฟ้า...ช่วยกรุณาหลบไปนิด ฉันจะต่อท่าให้พวกนี้”
       “เออ...ก็ได้...นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ...”
       วันดีเห็นครูป๊อบถลึงตาใส่ เธอค้อนขวับแล้วสะบัดหน้าไปยืนอยู่ห่างๆ เมย์หันไปบอก
       “ต่อเลยค่ะครู พร้อมแล้ว”
       ครูป๊อบเต้นให้ดูอย่างรวดเร็ว ทองดีมองตาค้าง พยายามทำตามอย่างตั้งใจ
       
       มิตรเดินมาหยุดมอง สาวๆซ้อมเต้นกัน แล้วยิ้มๆ วันดีมองเห็นมิตรยืนมองอยู่ด้านนอกรีบเดินออกมาเสนอหน้า
       “คุณมิตรคะ...คุณมิตรมีธุระอะไรหรือเปล่า วันนี้ถึงมาแต่เช้า”
       “ต้องซ้อมกันถึงกี่โมงเนี่ย”
       “อุ๊ย...แค่เที่ยงก็เลิกแล้วค่ะ ครูป๊อบแกเขี้ยว...ตรงเวลาเป๊ะ จริงๆแล้วเฮียบุ๋นไม่เห็นจำเป็นต้องจ้างครูมาสอนให้เปลืองเลย วันดีก็สอนได้ ไม่เห็นจะยากเย็นอะไร สมัยก่อนวันดีก็เคยเต้นมาก่อนนะคะ...”
       วันดีโม้ไปเรื่อย มิตรไม่สนใจฟัง มองทองดีเต้นสักพักแล้วเดินไป วันดีหันมามิตรหายตัวไปแล้ว
       “อ้าว...ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย คุณมิตรนะคุณมิตร”
       วันดีกระทืบเท้าเดินออกจากห้องไป
       
       ครูป๊อบยืนมองเหล่าโคโยตี้ซ้อมเต้น ทุกคนเต้นอย่างคล่องแคล่ว ยกเว้นทองดี ครูป๊อบมายืนข้างๆเธอแล้วส่ายหน้า
       “ส่ายสะโพกให้แรงๆหน่อย ยืนแข็งเป็นตอม่อสะพานแขวนเชียวนะหล่อนส่ายสะโพก โยกเอวหน่อยสิยะ”
       ทองดีอึดอัด พยายามเต้นอีกครั้ง แต่ไม่ได้เรื่อง ครูป๊อบเริ่มฉุน
       “โอ๊ย...นี่แม่น้องนางบ้านนา ไม่ได้เรื่องเลย จับจังหวะให้ได้สิจ๊ะ แม่ทอง”
       “จับยังไงคะ ฉันไม่เคยได้ยินเพลงแบบนี้เลยนี่นา ที่บ้านฉันเคยได้ยินแต่เพลงลูกทุ่ง”
       “ตาย...ตาย...แม่คุณ อยู่บ้านหล่อนคงชื่อดาวเรืองใช่มะ พอ เข้าเมืองหล่อนก็เปลี่ยนชื่อเป็นทองประกายใช่มั๊ยเนี่ย โอ๊ย...เหนื่อยพอ...พอ ฉันเต้นจนมดลูกครากแล้ว วันนี้พอแค่นี้ พวกหล่อนไปซ้อมเต้นกันเอาเองแล้วกัน”
       ครูป๊อบเก็บของเดินออกไปจากห้อง เหล่าโคโยตี้คนอื่นเดินคุยกันออกไป เหลือแค่ทองดีกับเมย์สองคน ทองดีหน้าเสียเมย์รีบเข้ามาปลอบใจ
       “เอาน่า ครูป๊อบแกเป็นแบบนี้แหละ ตั้งใจลองจับจังหวะให้แม่นๆ พอได้แล้วค่อยใส่ลีลา ไม่ยากหรอก”
       มิตรเดินเข้ามาในห้องพร้อมน้ำในมือ2ขวด ทองดีเขินอาย
       “ซ้อมเต้นหรือ ทองประกาย หิวน้ำมั๊ย...น้ำครับ”
       มิตรส่งน้ำให้ทองดีกับเมย์คนละขวด เมย์รับมาแล้วยกมือไหว้ ทองดีรีบรับมาอย่างตื่นเต้น
       “ขอบคุณค่ะ”
       “งั้น...ฉันขอตัวก่อนนะคะคุณมิตร เหนียวตัวจัง ขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน”
       เมย์แยกตัวไป ทิ้งให้คุณมิตรกับทองดียืนมองหน้ากัน ทองดีแอบยิ้มปลื้มกับขวดน้ำ วันดีเดินผ่านหน้าห้องไปแล้วเบรก รีบหันกลับมามองมิตรกับทองดีที่ยืนคุยกันอยู่
       “ว๊าย...ขึ้นหน้าหนึ่งข่าวบันเทิงได้เลยนะเนี่ย รับทรัพท์แน่เรา”
       
       เฮียบุ๋นกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง วันดีกำลังนั่งเล่าข่าวอย่างเมามัน
       “อุ๊ย...หน้าแม่ทองงี้ บานแปดกลีบ หูตางี้แพรวพราว ส่วนคุณมิตรก็ยิ้มกริ่ม...คุยกันหนุงหนิง”
       เฮียบุ๋นทำหน้าเบื่อๆ วันดีเริ่มฉุนที่เฮียบุ๋นทำไม่สนใจ
       “เฮีย...ที่ฉันพูดมาเนี่ยฟังบ้างหรือเปล่า”
       “เปล่า...ไม่ได้ฟัง”
       “อ้าวเฮีย...ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ถ้าเฮียสนใจทองประกาย เฮียก็ต้องจัดการอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวสิ”
       “จัดการอะไร ฉันไม่เห็นว่าไอ้ที่แกพูดมามันจะเป็นเรื่องตรงไหนเลย”
       “นี่เฮีย...อารมณ์ไหนเนี่ย งี้เฮียจะยกทองประกายให้คุณมิตรหรือ ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ...หรือว่าเฮียเข้าวัยทองแล้ว...เหลาเหย่...บ่มีไก๊”
       “ปากเสียแล้วแก ไอ้มิตรมันเป็นน้องชายฉัน ถ้ามันอยากได้ ก็เอาไป แล้วที่สำคัญ ฉันยึดถือกฎว่า สมภารไม่กินไก่วัดโว๊ย”
       “หยุดเลยเฮีย...อย่ามาทำเป็นพ่อพระเอกหน่อยเลย หน้าไม่ให้...กลัวซ๊อรู้ก็ว่ามาเหอะ...อุ๊ย...อย่างนี้ต้องชวนซ๊อมาดูแถวห้องพักนังเมย์หน่อย...”
       เฮียบุ๋นสะดุ้ง
       “เฮ๊ย...นี่วันดี แกหาเรื่องแล้วนะนั่น ถ้าเผลอหลุดปากไปล่ะก็ เสร็จ”
       เฮียบุ๋นปาดเหงื่อ วันดีรีบไถ
       “ไม่รู้ละ ทำอย่างงี้ฉันก็เสียรายได้น่ะสิ เฮ้อ...คิดว่า จะเอาข่าวไปแลกเงินจากคุณมิตรซะหน่อยเหอะ...ไม่ได้เรื่อง แก่แล้วแก่เลย จริง...จริ๊ง”
       “นี่แม่คุณ...แม่ดาวไถ มาทางไหนเชิญไปทางนั้นเลย เฮอะ...ว่าอะไรไม่ว่า...ว่าฉันแก่ โกรธนะโว๊ย”
       เฮียบุ๋นทำท่าหงุดหงิด วันดีขมุบขมิบปากด่าเฮียบุ๋นแล้วเดินออกไปจากห้องอย่างอารมณ์เสีย
       
       ทองดีซ้อมเต้นอยู่ในห้องซ้อมเต้นอย่างตั้งใจ แต่คร่อมจังหวะ พอหมุนตัว เธอก็ล้มลงนั่งกับพื้น ทองดีท้อแท้ มิตรเดินเข้ามายื่นมือฉุดให้ลุกขึ้น
       “ขอบคุณค่ะคุณมิตร เฮ้อ...ทองคงเป็นโคโยตี้ไม่ได้แน่เลย”
       “ยังไม่ได้ลอง แล้วรู้ได้ยังไงว่าจะทำไม่ได้”
       “เฮ้อ...พี่ป๊อบคงไม่อยากสอนทองอีกแล้วละค่ะ เฮ้อ..ทองคงสู้ใครไม่ได้หรอก จับจังหวะก็ไม่เป็น แถมเพลงอะไรเนี่ย ตั้งแต่เกิดมาเนี่ย เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก เฮ้อ...สงสัยจะไปไม่รอดแน่เลย”
       “อย่าเพิ่งท้อสิ นี่มันแค่วันแรกไม่ใช่หรือ”
       “วันแรกยังทำอะไรไม่ได้เลย พรุ่งนี้ยิ่งแย่ใหญ่ ทองคงไม่มีโอกาสเป็นโคโยตี้กับเค้าหรอกค่ะคุณมิตร”
       “ทุกอย่างน่ะ มันยากแค่ตอนเริ่มครั้งแรกเท่านั้นแหละ มันไม่เกี่ยวกับโง่ฉลาด หรือเรียนสูงหรือเรียนน้อยหรอก รู้มั๊ยมันต่างกันตรงไหน”
       ทองดีส่ายหน้า
       “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง บอกกี่หนแล้ว เรียนแค่ม.3”
       “มันต่างกันตรงขยันกับขี้เกียจต่างหาก ถ้าเธอขยันฝึกซ้อม สักวันเธอต้องเต้นได้ดี เชื่อฉันสิ เธอทำได้ ทองประกาย”
       ทองดียิ้มเขิน
       “ค่ะทองเชื่อคุณมิตร ต่อไป ทองจะซ้อมเต้นวันละ 24 ชั่วโมงเลย ทองจะได้เก่งเหมือนคนอื่นเค้า”
       “ไม่ใช่แค่เต้นเก่ง เต้นเป็นเท่านั้นนะ ยังมีอีกหลายอย่างที่จะทำให้เธอประสบความสำเร็จ”
       ทองดีแปลกใจสงสัย
       “อะไรคะ...เป็นโคโยตี้นี่ ต้องมีมากกว่าเต้นเก่งอีกหรือ ทำไมมันยากแบบนี้ แล้วทองต้องมีอะไรอีกคะ ถึงจะประสบความสำเร็จอย่างที่คุณมิตรว่า”
       “ไว้อีกหน่อยฉันจะทำให้เธอ เข้าใจเองแหละ”
       ทองดีสบตากับมิตรหน้าตาแช่มชื่นเชื่อมั่นในตัวเขามาก
       “ค่ะ...ทองเชื่อคุณมิตรทุกอย่างเลย”
       ทั้งคู่สบตากัน เธอเป็นฝ่ายหลบตาเขาอย่างเขินอาย
       
       มิตรเดินนำหน้าทองดีเข้ามาตรงเคาเตอร์บาร์ ทองดีมองดูแก้วเหล้าที่วางเรียงรายตรงหน้าอย่างงงๆ
       “ทำไมมันมีแก้วเยอะแยะแบบนี้คะ”
       “นี่แหละ ที่เธอต้องเรียนรู้”
       “ทำไมคะ ก็แค่แก้ว อันไหนก็ใส่เหล้ากินได้เหมือนกันนั่นแหละ”
       มิตรส่ายหน้ามองเธออย่างเอ็นดู
       “เหล้าทุกชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เธอต้องเรียนรู้คุณสมบัติของมัน และแก้วจะทำให้คุณสมบัติของเหล้ามันโดดเด่นขึ้น เหมือนเธอนั่นแหละ ต้องเรียนรู้ที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด แล้วเธอจะประสพความสำเร็จ”
       ทองดีทึ่ง
       “โอโฮ...แต่มันมีตั้งหลายแบบ ทองจะจำได้หมดมั๊ยเนี่ย”
       “ได้สิ...เธอทำได้”
       มิตรมองหน้าทองดีอย่างให้กำลังใจ ทองดีฮึกเหิมขึ้นมา มิตรหยิบแก้วเหล้าต่างๆชูให้ดู ทองดีตั้งใจฟังแบบงงๆ...มิตรหยิบขวดไวน์ขาว และไวน์แดง มาให้เธอดู ก่อนจะรินไวน์ใส่แก้ว ยกขึ้นดมแล้วค่อยๆดื่มช้าๆ ทองดียกขึ้นแล้วดื่มรวดเดียวหมด
       “คุณมิตรขา ถ้าต้องกินหมดทุกชนิดนี่ ทองคงไม่ไหวมั้งคะ สงสัยจะเมาก่อน”
       “ใครเค้าให้ดื่มพรวดอย่างนั้นล่ะ เค้าต้องค่อยๆดื่ม...คนดื่มไวน์น่ะ เค้าจะค่อยๆดมกลิ่นก่อน พอดื่มก็อบไว้แป๊บนึง ให้ลิ้นซึมซับรสชาติแล้วถึงค่อยกลืน อ้อ...เวลาจับแก้ว ให้จับที่ก้าน ความร้อนจากมือจะทำให้ไวน์เปลี่ยนรสชาติ”
       “ค่ะ...เวลาริน ประมาน ¾ ของแก้ว ไวน์ขาวต้องเสริฟต์เย็นๆ”
       “หัวไวดีนี่...อีกหน่อยต้องเก่งแน่เลย”
       ทองดียิ้มอย่างภูมิใจ มิตรมองแล้วยิ้มให้
       
       ทองดีซ้อมเดินโดยมีหนังสือเล่มโตวางไว้บนหัว วันดียืนถือไม้เรียวอันยาว ยืนโพส์ท่าเป็นนางแบบอยู่ด้านข้าง
       “เดินตัวตรงๆ ตามองไปข้างหน้า อกผายไหล่ผึ่งเชิดไว้”
       วันดียื่นไม้เรียวมาจัดท่าทางให้ ทองดีเดินยุกยิกจนหนังสือหล่น วันดีบ่นอุบ
       “โอ๊ย...หล่อนนี่มือห่างตีนห่างจริง...จริ๊ง เอาใหม่ เดินเทิ่งๆ ยังกะทหารฝึกแถว ผู้หญิงน่ะต้องเดินให้สวยๆ ทิ้งสะโพก พริ้วๆ ดูเป็นธรรมชาติ ดูฉันเป็นตัวอย่าง”
       วันดีเดินโพสท่าราวกับเป็นนางแบบ จบอย่างเก๋ไก๋สวยงาม ทองดีชื่นชม
       “โห...เจ๊...เดินสวยเหมือนนางแบบเลย”
       วันดีเชิด
       “ใช่สิยะ สมัยก่อน...”
       เมย์นึกได้
       “ใช่ฉันรู้แล้ว ตอนเจ๊สาวๆ น่ะเจ๊เคยเป็นนางแบบมาก่อนใช่ม๊าเรื่องนี้ฉันได้ยินมาหลายรอบแล้วละ”
       วันดีค้อน
       “เออ...รู้แล้วก็ดี เอาหล่อน ลองเดินซิ เฮ้อ...เหนื่อย นี่ถ้าคุณมิตรไม่ขอร้องนะ จ้างให้ฉันก็ไม่สอนหล่อน นังเด็กหัวทึบ”
       ทองดีได้ยินชื่อมิตร แล้วมีกำลังใจเธอตั้งใจซ้อม แล้วเดินไปเดินกลับ หนังสือหล่นไม่รู้กี่รอบ วันดีเอาไม้เรียวตีขา จนในที่สุดทองดีเดินได้เรียบร้อยสวยงามโดยหนังสือไม่หล่นจากหัว วันดีตบมือให้
       “ใช้ได้...ทีนีตาหล่อนแล้ว แม่เมย์”
       ทองดีหันไปมองหน้าเมย์เหรอหรา เมย์รีบจูงมือทองดีมานั่งที่โต๊ะมองหน้านิ่ง จนทองดีสงสัย
       “เธอจ้องหน้าฉันทำไมหรือ มีอะไรเปื้อน”
       “เปล่า...นั่งเฉยๆ ฉันจะสอนเธอแต่งหน้า”
       ทองดีนั่งนิ่ง เมย์เปิดกระเป๋าเครื่องสำอาง เห็นเครื่องสำอางเรียงรายเต็มกระเป๋า ทองดีหยิบขวดโน้นขวดนี้ขึ้นมาดมอย่างอยากรู้
       “นี่มันอะไรเนี่ย หลายอย่างจัง ต้องใช้ทุกอย่างเลยหรือ”
       “เริ่มต้นจาก รองพื้นก่อน”
       เมย์หยิบรองพื้นขึ้นมา แล้วลงมือแต่งหน้าอย่างจริงจัง...เมย์หยิบแปรงปัดแก้ม นี่นั่นโน่นขึ้นมาแต่งหน้าทองดี สักพัก เมย์หยุดยืนมองหน้าแล้วยิ้ม หมุนโต๊ะให้หันไปมองกระจก ทองดีตะลึง
       “โหย...สวยจังเลย เธอเก่งจังเลยเมย์ เราแทบจะจำตัวเองไม่ได้เลยนะเนี่ย”
       วันดียักไหล่
       “พื้นๆ แต่ก็พอได้ ทีนี้เธอก็พร้อมแล้วนะ แม่ทองประกาย”
       ทองดีงงๆ
       “พร้อมสำหรับอะไรคะ”
       “อ้าว...หล่อนก็พร้อมจะเป็นผู้หญิงนั่งดริ้งค์น่ะสิ แบบนี้วันนึงคงได้ หลายดริ้งค์แหละ แต่คงไม่เท่าสมัยฉันสาวๆหรอก”
       ทองดีผุดลุกขึ้นยืนทันที
       “แต่ฉันไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงแบบนั้นนี่นา”
       ทองดีวิ่งพรวดพราด สวนกับมิตรที่เดินเข้าพอดี พอเจอหน้ากัน ทองดีสะบัดหน้าหนี รีบวิ่งออกไป มิตรรีบวิ่งตามไปทันที วันดีหมั่นไส้
       “แหม...นังนี่ ทำเป็นเล่นตัว ถ้าฉันสาวกว่านี้ซัก 20 ปีล่ะก็ รู้เรื่องเชียวแก”
       “ทองประกายยังเด็กนัก เจ๊อย่าไปว่ามันเลย”
       เมย์มองตามทองดีกับมิตรไปอย่างไม่สบายใจ
       
       ทองดีเดินหนี มิตรตามมาทัน คว้ามือไว้
       “อ้าวเป็นอะไรไปน่ะ ทองประกาย”
       “ฉันไม่อยากเรียนแล้ว”
       “ทำไมล่ะ...ไหนว่าอยากก้าวหน้าไม่ใช่หรือ”
       “ใช่...แต่ไอ้ที่คุณให้ทองเรียนรู้น่ะ เพื่อจะไปเป็นผู้หญิงนั่งดริ้งค์ไม่ใช่ก้าวหน้าซักหน่อย”
       มิตรหัวเราะขำ จนทองดีหงุดหงิด
       “หัวเราะอะไร คุณขำทองใช่มั๊ย ทองมันโง่ ไม่รู้ทันคุณใช่มั๊ย”
       “เปล่า...ใครบอกเธอ ว่าฉันจะให้เธอไปนั่งดริ้งค์ เธอไม่โง่หรอก อืมม...ไม่ว่าเธอจะไปเป็นเด็กนังดริงค์ หรือเป็นโคโยตี้ก็ตาม เธอต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคม แล้วไอ้ที่สอนไปน่ะ มันจำเป็นสำหรับการที่จะอยู่ในสังคม”
       ทองดีงง
       “นี่คุณหมายถึงอะไรเนี่ย...ทองงงไปหมดแล้ว”
       “ฟังนะ ทองประกาย...เธอจำได้มั๊ย ที่มีปัญหากับแขกคราวนั้นน่ะ เป็นเพราะเธอไม่รู้วิธีการที่จะเอาตัวรอดจากแขกพวกนั้น แบบนิ่มนวล ถ้าเธอเรียนรู้วิธีการพวกนี้ เธอก็จะแก้ปัญหาได้สบายๆ เข้าใจหรือยัง”
       “อ้าว...แล้วทำไมคุณมิตรไม่บอกทองง่ายๆ แบบนั้นล่ะคะ ปล่อยให้ทองโวยวาย ทองอายนะเนี่ย”
       มิตรยิ้ม
       “ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วนี่ ฉันจะพาเธอไปที่นึง เธอว่างหรือเปล่า”
       ทองดีดีใจสุดระงับ
       “ว่างค่ะว่าง ทองอยากไปกับคุณมิตรค่ะ”
       
       ทองดีดีใจโดดไปเกาะแขน มิตรมองยิ้มๆ เธอนึกได้ปล่อยมือจากแขนเขาแล้วยิ้มเขิน
       
       อ่านต่อตอนที่ 6

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ทองประกายแสด ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
ทองประกายแสด ตอนที่ 14
ทองประกายแสด ตอนที่ 13
ทองประกายแสด ตอนที่ 12
ทองประกายแสด ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
8 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014