หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2555 15:32 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21

 คำชี้แจงทีมงาน  ละคร อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว จบ 21 ตอนทีวีนะจ๊ะ ไม่ใช่ 21 ตอนตามละครออนไลน์ หมายถึงว่า ตอนที่อัพให้อ่านอาจยาวไปถึง 23-24 ตอน โปรดรับทราบโดยทั่วกัน
       
       อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว  ตอนที่ 21
       
       ลูกโป่งและกระดาษสีรุ้ง นานาสีกระจายว่อนอย่างสวยงาม มีทั้งลอยขึ้นบ้างร่วงลงพื้นบ้างปะปนกันไป เสียงเปาะแปะของการดึงกล่องสายรุ้ง เสียงหัวเราะ เสียงคำอวยพร เสียงพูดต่างๆนาๆ ปนเปกัน และแม้จะฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่รับรู้ได้ว่าเป็นเสียงแห่งความสุขโดยแท้
       
       มุมหนึ่งในบริเวณงานปีเตอร์ไล่ดึงกระดาษสายรุ้งใส่แนนนี่ รัดเกล้าไล่ดึงใส่ดารกา โป่งกับธานียืนอยู่บนบันไดอะลูมิเนียมคนละด้าน กอดถังใส่ลูกปาคนละถังคอยซัดลูกปาขึ้นฟ้า บางลูกซัดใส่สาวๆ ที่วิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน
       ดารกาและแนนนี่วิ่งไปวนรอบภวัตบ้าง แข่ง แย่งกันทึ้งภวัตบ้าง แต่แนนนี่ยังไม่ทำอะไรจริงจังและรุนแรงกับดารกา เพราะบรรยากาศยังสนุกมากๆ
       ชิกเก้นกับไทเกอร์ก็พลอยสนุกสนานไปกับเขาด้วย วิ่งไล่กันชุลมุน แขกรุ่นใหญ่คนอื่นๆ ที่เหลือยืนยิ้มบ้างหัวเราะบ้างดูความสนุกสนาน ทาฮิร่า บานเย็นบาบาร่า ผาด และพร ดูแลโต๊ะอาหารคอยปาดลูกปาสายรุ้งทิ้งบ้าง
       จังหวะหนึ่งผาดกับพรโดนโป่งกับธานีแกล้งปาสายรุ้งใส่จนต้องวิ่งหนี เป็นภาพความสุข และความสนุกสนานที่อบอวนในมวลหมู่สมาชิกของสองบ้านทุกคนและทุกตัว
       
       ไม่มีใครเห็นว่าอีกมุมหนึ่ง มีร่างใครบางคนแขกที่ไม่ได้รับเชิญแอบดูภาพแห่งความสุข สนุกสนานอยู่ในมุมสลัวนอกรั้วบ้าน
       ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นมาลีที่เร้นตัวอยู่ในมุมสลัวนอกรั้ว แอบดูอยู่ แสงจากเสาไฟจับต้องใบหน้ามาลี เผยให้เห็นรอยยิ้มด้วยความสุขและตื้นตันฉายชัดทั่วใบหน้า
       สายตามาลีจ้องจับอยู่ที่ดารกาซึ่งเป็นจุดเด่นอยู่ในหมู่มวล ใบหน้าสวยหวาน ยิ้ม หัวเราะอย่างมีความสุขยามวิ่งหนีการถูกดึงสายรุ้งใส่ไปรอบๆ บางจังหวะก็ดึงสายรุ้งใส่คืนคนอื่นๆ บ้าง
       มาลีเป็นสุขจนน้ำตาซึม
       “สวยเหลือเกิน...ดารกาลูกแม่ สุขสันต์วันเกิดนะลูก”
       ในขณะที่ดารกากำลังเล่นสนุกสนานอยู่นั้น รู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ พอหันไปทางที่มาลีอยู่ เห็นแว่บๆว่า มาลีหลบวูบเข้าที่กำบัง
       ดารกาเริ่มหมดสนุก สังหรณ์ใจว่าร่างที่เห็นหากไม่ใช่มาลีก็คงเป็นสดับ ดารกาอารมณ์ขุ่น ไม่สนสายรุ้งและลูกปาที่ถูกดึงถูกโปรยใส่ หรือบางครั้งแนนนี่กับปีเตอร์วิ่งหนีเฉี่ยวไปบ้าง
       “เอ้า เป็นไรไปจ๊ะน้องดา” รัดเกล้าถามดารกา
       แนนนี่วิ่งหนีปีเตอร์มาอีกรอบ ชนดารกาอีก แต่ดารกาไม่ได้ใส่ใจแนนนี่ และจังหวะที่ถูกชน เป็นจังหวะที่มาลีโผล่หน้ามาแอบมองอีก เพราะนึกว่าดารกาคงไปแล้ว
       แม้ในความสลัวรางดารกาก็รู้ว่าเป็นมาลีอย่างแน่นอน
       มาลีตกใจรีบผลุบ วิ่งหนีไป เพราะกลัวลูกโกรธเอา ปากพร่ำรำพันไปตลอดทาง
       “ลูกจ๋า แม่ขอโทษ แม่ไม่ได้จะมาทำลายความสุข ของลูก แม่แค่อยากเห็นหน้าหนูในวันเกิดของหนู”
       ดารกาโกรธจนจี๊ด นัยน์ตาเปล่งประกาย เผลอปล่อยพลังออกมาโดยไม่รู้ตัว ฟ้าที่เงียบสงบ กลายเป็นเสียงฟ้าร้องฟ้าลั่นโครมครืนสนั่นขึ้นมา
       แนนนี่วิ่งมาเจอดารกาขวางอยู่อีก แนนนี่โกรธผลักดารกาสุดแรง จนร่างกระเด็นไป แต่ทว่าทั้งแนนและใครต่อใคร ยังไม่รู้สึกว่าผิดปกติ ตลอดเวลาที่มีเรื่องกระทบกระทั่งกัน ทั้งดารกาและแนนนี่ ต่างก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอปล่อยพลังออกมา
       “เอ๊ะพี่ดานี่ยังไง ขวางทางอยู่ได้” แนนนี่ผลักอีก
       ในท่าทีนิ่งเฉยดารกาโกรธจัด ปล่อยพลังอีก ฟ้ายิ่งร้องคำรามเสียงดังสนั่น พร้อมๆ กับพายุเริ่มกระหน่ำ
       แนนนี่โกรธที่ดารกาไม่หลีกแถมยังจ้องหน้า จึงกระทืบเท้า คราวนี้ฟ้ายิ่งกระหน่ำหนักขึ้น
       
       ระหว่างนั้นทาฮิร่า บาบาร่าในร่างบานเย็น ผาด และพรกำลังช่วยกันจุดเทียนที่เค้ก 2 ก้อน พลันเทียนดับวูบ ทาฮิร่ากับบาบาร่าสบตากัน รู้ว่าไม่ใช่เหตุธรรมดาแน่นอน
       
       “อสูรน้อยอายุครบ 21 ปี” บาบาร่ากับทาฮิร่าพูดขึ้นพร้อมกัน
       
       แนนนี่กับดารกายังโกรธใส่กัน ดารกาทำไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนถูกสิง
       จังหวะหนึ่งพลังของแนนนี่ กับดารกาปะทะกันเสียงดังเปรี้ยง กลายเป็นสายฟ้ารุนแรงฟาดเปรี้ยงลงกลางโต๊ะที่วางเค้ก โต๊ะหักกลาง เค้กสองก้อนหล่นแยกกันไปคนละทาง
       ไม่นานนักก็เกิดฝนตกหนักลงมาแบบฉับพลันทันใดราวกับฟ้าถล่ม สายฟ้าฟาดติดต่อกัน
       มวลหมู่สมาชิกสองบ้าน และอิงอรวิ่งหนีฝนไปทางตึก
       แนนนี่กับดารกายังยืนจดจ้องกันอยู่กลางสายฝน ราวกับจะเอาเป็นเอาตายกัน ปีเตอร์วิ่งมาฉุดแนนนี่ไป ภวัตฉุดดารกา วิ่งเข้าบ้านไป ฟ้าฟาดอีกเปรี้ยง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
       
       เช้าวันต่อมา จักรวาลนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องรับแขก ภวัตกับรัดเกล้ากำลังจะไปทำงาน
       จักรวาลบ่นออกมา “ธรรมชาติวิปริตแปรปรวนขึ้นทุกวัน หน้าหนาวกลับร้อน หน้าร้อนกลับกลายเป็นหน้าฝน”
       ภวัตเตรียมของจะไปทำงานพลางพูดพลาง
       “เพราะมนุษย์ไม่เคารพสิทธิของธรรมชาติ ไม่อยู่ร่วมกับธรรมชาติแบบพึ่งพากัน แต่อยู่แบบจะตัก
       ตวงเอาทุกอย่างจากธรรมชาติ”
       รัดเกล้าแหย่พี่ชายเล่น “หูย...หลวงพี่เทศน์ได้จับใจ”
       ภวัตเคาะหัวน้องสาวเบาๆ “เราแหละระวัง อาชีพอยู่ในข่ายก่อโลกร้อน”
       “อู๊ย... เชยหลุดโลกไปแล้วคุณหมอ งานของอิชั้นน่ะ Green interior design นะเจ้าคะ หนูเป็นมัณฑนากรสี
       เขียวมาตั้ง” รัดเกล้าลอยหน้าน่ารัก “นาน...แล้วเจ้าค่ะ
       ภวัตหันมาทำหน้าล้อ “อ๋อ...เหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย”
       ขณะที่จักรวาลมองลูกทั้งสองอย่างสุขใจ โป่งเดินเข้ามาพอดี
       “อาหารเช้าพร้อมแล้วครับ”
       จักรวาลลุกชวนลูกๆ “ไป”
       
       บาบาร่ากำลังเสกดอกไม้ใส่แจกันอยู่ในห้อง เมียงๆ มองๆ แล้วไม่ชอบใจ “ไม่งาม ไม่หอม ไม่ชอบ” เสกใหม่ คราวนี้ได้อย่างใจ “ค่อยยังชั่ว”
       ทาฮิร่าหายตัวมาพร้อมกับชิกเก้น โดยปากชิกเก้นคาบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอันจิ๋วมาด้วย ซึ่งแอบแฮ้ฟของธานีมาอีกที
       ชิกเก้นวางโน้ตบุ๊ก ทาฮิร่าเอามือแตะร่ายคาถาคืนสภาพให้ กลายเป็นโน้ตบุ๊กขนาดปกติ ทาฮิร่าทำมือร่ายคาถาอีก ฝาโน้ตบุ๊กเปิด
       บาบาร่ายืนมองว่าทาฮิร่ากับชิกเก้นจะทำอะไร ไทเกอร์มาด้อมๆ มองๆ ด้วย
       “จัดการ ชิกเก้น” ทาฮิร่าสั่ง
       ชิกเก้นสตาร์ทคอมพ์ รอสักครู่แล้วพิมพ์คีย์บอร์ด หาภาพต่างๆ ที่เซฟไว้ ไทเกอร์มองดูอย่างสนใจ
       ระหว่างนั้น จู่ๆ บาบาร่าก็พูดแทรกขัดจังหวะขึ้น “ลูกแก้วมีทำไมไม่ใช้”
       “ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์นะที่มีตกรุ่น แม่มดก็มี้” ไทเกอร์ได้ทีแขวะนายหญิงทันที
       “ไอ้ไทเกอร์ เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวแม่สาปให้ปากเป็นหินซะหรอก” หันมาถามทาฮิร่า “หายป่วยแล้วเหรอ”
       “หายแล้ว”
       พูดดีไม่เท่าไหร่บาบาร่าก็กัดแม่มดเพื่อนเลิฟเข้าให้ “เหี่ยวโทรมเนื้อหนังย่นไปเยอะนะ เอาไม่อยู่แล้วสิ สังขารน่ะ”
       ทาฮิร่ายัวะ ไม่ชอบให้ใครมาว่าแก่ “ของฉันธรรมชาติให้มายังไงก็เป็นไปตามธรรมชาติอย่างนั้น ไม่ได้วิ่งโบท็อกซ์ทุกสามเดือนหกเดือนเหมือนใครบางคนนี่”
       “นั่น แม่มดสองตนอยู่แผ่นดินเดียวกันได้ที่ไหน”
       “รวมถึงแมวสองตัวด้วย” ไทเกอร์พูดพร้อมกับมองเขม่นชิกเก้น
       ชิกเก้นกับไทเกอร์ประจันหน้าตั้งป้อมจะสู้กัน ขนค่อยๆ ฟูขู่กัน
       “เมี้ยวว ม้าวว” ชิกเก้นดุแบบตลกๆ ใส่ก่อน
       “แป๊วว ป๊าวว” ไทเกอร์ข่มขวัญ
       
       เวลาเดียวกันธานีอยู่ในชุดทำงาน ออกมาจากห้องทำงานที่บ้าน จะไปบริษัท เจอดารกาออกมาจากห้องพอดี
       “น้องดาเห็นโน้ตบุ๊กพี่บ้างมั้ย”
       “ไม่ค่ะ หายไปเหรอคะ” ดารกาถามพลางเอาของจากพี่ชายมาช่วยถือ
       “คงไม่หายหรอก พี่อาจลืมไว้ในรถหรือที่บริษัท”
       ดารกาแหย่เล่น “ลืมของไม่เป็นไรนะคะ อย่าลืมสาวคนนั้นก็แล้วกัน เรื่องใหญ่แน่”
       ธานีออกอาการเขินหน่อยๆ ใช้นิ้วเคาะหัวน้องเบาๆ “นี่แน่ะ ล้อพี่เหรอ”
       ธานีกอดคอดารกาเดินคุยกันอารมณ์ดี ลงข้างล่างไป เห็นความอบอุ่นพี่น้อง
       
       นายกับบ่าวทั้งสองคู่ต่างจ้องมอง โน้ตบุ๊กของธานี
       “เจ้าชิกเก้น อย่ามาซ่าใส่แมวของฉันนะ” บาบาร่าเอ็ดชิกเก้นเสียงเขียว
       “เจ้าไทกอ... อย่าทำตัวเป็นอันธพาลเจ้าถิ่นนะ” ทาฮิร่าเอามั่ง แต่เรียกผิดเป็นนิสัย
       “เย้ยยย ไทเกอร์เปล่าเป็นไทกอ”
       บาบาร่ายัวะแทน “ อ้าว ว่าแมวฉันเหรอ”
       บาบาร่าลุกพรวด ทาฮิร่าลุกด้วย สองนางพรวดเข้าเผชิญหน้าจมูกแทบชนกัน
       “สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดจะเกิดปัญหา ใครพูดไว้น้อ” ชิกเก้นเตือนสองแม่มดผู้เรืองเดชแห่งเมืองเวทย์
       ทาฮิร่าค่อยๆ อ่อนลง ถอยไปนั่ง บาบาร่าถอยไปนั่งด้วย
       “ขอโทษ ฉันไม่ได้มาชวนทะเลาะ”
       ชิกเก้นใช้ขาหน้าหันคอมพ์ให้บาบาร่า ขาชิกเก้นคอยกดแสดงภาพทีละภาพไปด้วย
       เป็นเหตุเภทภัยที่เกิดขึ้นทั่วโลก อันเนื่องมาจาก อายุครบรอบ 21 ปีของอสูรน้อย
       ภาพภูเขาไฟปะทุ ระเบิดรุนแรงมากยามค่ำคืน ลาวาไหลเต็มพื้น
       ภาพก้อนน้ำแข็งยักษ์ขั้วโลก (glacier) ละลายถล่มลงทะเลตอนกลางวัน
       ภาพแผ่นดินไหวตอนกลางวัน เห็นรอยแยกลึกน่ากลัวมาก และกำลังวิ่งไปตลอดแนว
       คลื่นยักษ์ซัดถล่มเมืองตอนกลางคืน
       กลางวัน แต่ฟ้ามืดครึ้ม เกิดพายุทรายเต็มท้องฟ้า และกลบเมืองทั้งเมืองกำลังจะมิด
       
       พอดูจบทาฮิร่าก็เอ่ยขึ้นเสียงซีเรียส “เห็นแล้วใช่มั้ยว่าเกิดอาเพศไปทั่วโลกมนุษย์”
       บาบาร่าเริ่มหนักใจ “เห็น”
       “เป็นสัญญาณเตือนว่ายุคกาลีกำลังจะมาถึง” ทาฮิร่าว่า
       “อสูรกำลังเตรียมทำลายล้างทุกเผ่าพันธุ์” บาบาร่าบอก
       “ใช่ เราไม่มีเวลาทะเลาะไร้สาระกันอีกแล้ว” ทาฮิร่าพูดเตือนสติ
       “ถูก” ชิกเก้นกับไทเกอร์พูดขึ้นพร้อมกัน
       ทาฮิร่าหมั่นไส้ร่ายคาถาใส่ชิกเก้น บาบาร่าก็ว่าคาถาใส่ไทเกอร์ สองแม่มดเอ่ยขึ้น
       “จะคุยงาน” ทาฮิร่าว่า
       “ไม่ต้องการลูกคู่” บาบาร่าบอก
       แมวขาเมาท์สองตัวหายไปได้ยินแต่เสียงร้อง “จ๊ากกก” พร้อมๆ กัน
       
       นาฬิกาในบ้านบอกเวลาสิบโมงนิดๆ รัดเกล้ายังอยู่ในชุดทำงาน โหย่งตัวเดินผ่านนาฬิกา เหลือบมองนิดหนึ่งแบบเคยชิน บ่นกับตัวเอง
       “สายป่านนี้คงไม่เจอ”
       รัดเกล้าหมายถึงธานี ที่ตัวเองหลบหน้า หลังโดนจีบสายฟ้าแลบต่อหนปัทมน
       รัดเกล้าออกมานอกตัวบ้าน โป่งวิ่งมาเปิดประตูให้ ประตูเปิดกว้าง ทว่ารถธานีพุ่งเข้ามาอุดทางออกไว้
       “โอ๊ยโย่” โป่งตกใจ อุทานกับตัวเอง “ขับรถได้ใจเหมือนกันนิคุณธานี”
       รัดเกล้ารีบหันหลังกลับจะหนีเข้าตึก ทั้งเขินทั้งฉุน หน้าตาเหยเก
       “อึ๊ย มาทำไมเนี่ย อุตส่าห์ออกสายแล้วยังเจออีก”
       รัดเกล้าตั้งท่าจะวิ่ง เสียงหวานเยิ้มของธานีดังลอยมา
       “ที่รักจ๋า รถอยู่ทางนี้จ้ะ ไม่ใช่ทางนั้น”
       ว่ารัดเกล้าเหวอแล้ว โป่งเหวอมากกว่า
       “ฮะ ไปที่รักจ๋ากันตอนไหนเนี่ย ทำไม ’จารย์แนนนี่ไม่มีส่งซิกกันมั่ง”
       รัดเกล้ายังไม่ยอมหันตามสั่ง ตะโกนเสียงเบาๆ “อีพี่ธานีบ้า บ้าๆๆๆๆๆ อายแทบเป็นลมแล้วเนี่ย”
       มือของธานีดึงทุกสรรพสิ่งที่รัดเกล้าถืออยู่ไป รัดเกล้าดึงรั้งไว้ ธานีไม่ยอมปล่อย รัดเกล้ากับธานียื่นหน้ามาชิดใกล้ เกือบเหมือนจะหอมแก้ม
       “อย่าดื้อสิจ๊ะที่รัก”
       รัดเกล้าตกใจตาโต ตัวแข็งทื่อ ไม่ยอมหัน กลัวจมูกธานีโดนแก้ม แล้วนึกได้ เอนหน้าหนีไปอีกทาง
       ธานีหัวเราะชอบใจ แตะแขนรัดเกล้า “ไป”
       รัดเกล้าเดินตัวตรงแข็งทื่อตามไป โป่งอมยิ้มมองตาม รัดเกล้าไม่กล้ามองโป่ง
       
       ไม่นานหลังจากนั้น ธานีอมยิ้มขำอยู่ขับรถ รัดเกล้านั่งตัวลีบชิดประตู ไม่กล้ามองธานี สักครู่ธานีจึงเอ่ยขึ้น
       “เหลือเชื่อ ทอมมีความรักแล้วกลายเป็นผู้หญิงสงบเสงี่ยมไปเลยแฮะ”
       รัดเกล้าฉุน เริ่มค่อยๆ คืนฟื้นสภาพสาวจอมเฮี้ยว แต่ยังข่มใจ ยังไม่ออกฤทธิ์
       ธานีพูดต่อ “เมื่อก่อนเห็นเกือบจะโดดนั่งตักยังไม่รู้สึกอะไร ความรักดีอย่างนี้นี่เอง”
       รัดเกล้าไม่ทนอีกแล้ว หันขวับมาหมายจะบีบคอธานี “จะสั่นประสาทกันไปถึงไหน อีพี่ธานีบ้า”
       ธานีตกใจ เผลอจนรถส่าย รัดเกล้าเหวอ
       “ฮึ้ยๆๆๆ ขับรถอยู่นะ ยังอยากแต่งงานอยู่นะ ยังไม่อยากตายคู่ตอนนี้”
       “ใครจะแต่งด้วย”
       
       “ไม่รู้ละ ต่อไปนี้จะขับรถรับส่งทุกวัน จะกินข้าวด้วยทุกวัน จะไม่มีสักวันที่เราอยู่ในสายตาก็ให้รู้ไป”
       รัดเกล้าเงียบ เขินจัด ธานีมองอย่างเอ็นดู พูดเสียงจริงจังขึ้น “เราคบกันนะ”
       รัดเกล้ายิ่งแทบอยากจะซุกหน้าหลบกับกระจก ทั้งเขิน ทั้งดีใจ กลั้นยิ้มแทบไม่ได้ ใจเต้นแรง
       “นะ” ธานีทอดระยะไปอีกนิด เสียงนุ่มนวลขึ้น อยู่ในโหมดอารมณ์อ่อนหวาน ซะงั้น “พี่มีหน้าที่การงานพอจะเป็นหน้าเป็นตาเกล้าได้แล้ว รับผิดชอบครอบครัวไม่ให้เกล้าลำบากได้ แต่พี่อยากให้เกล้ามั่นใจว่าพี่คือคนที่เกล้าสามารถจะอยู่ด้วยได้ไปจนแก่เฒ่า...” นิ่งทอดระยะอีกนิด “ได้มั้ยเกล้า”
       รัดเกล้าไม่ตอบ ยังคงเขิน นั่งเบียดประตู หันหน้าออกนอกรถ นิ้วหนึ่งขูดกระจกขึ้นลงถี่ๆ ระบายความเขินอาย
       
       ด้านแนนนี่อยู่ที่บ้าน กำลังออกเดินตามหาทาฮิร่าอย่างอารมณ์ดี
       “ยาย...ยาย.จ๋า... คุณยายจอมแก่น หายไข้ปุ๊บออกเที่ยวปั๊บเลย ไปเมืองเวทมนตร์หรือเปล่า”
       ดารกาเดินเข้ามาเห็นแนนนี่ และเห็นว่าบ้านช่องเงียบเชียบ จึงรีบตามแนนนี่ไป อย่างประสงค์ร้าย
       แนนนี่ไม่รู้ตัว ยังเดินกระโดดโลดเต้นลั้ลลาไปทางห้องพระ ดารการีบวิ่งตาม รู้ว่าตัวเองเข้าห้องพระไม่ได้ จรดฝีเท้าวิ่งเสียงเบามาก ไม่ให้แนนนี่ได้ยิน
       แนนนี่กำลังจะเข้าสู่เขตแดนแห่งพุทธคุณ ดารกาทะลึ่งพรวดเข้ามากำลังจะกระชากตัวแนนนี่
       จังหวะนั้นแสงที่เหรียญห้อยคอแนนสว่างวาบ แนนนี่รู้สึกเย็นในจุดที่เหรียญสัมผัสเนื้อกาย
       ดารกาตั้งท่าจะคว้าคอแนนนี่ แนนนี่รู้ได้ว่ามีบางคนอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ได้หันมาดูว่าเป็นใคร แนนนี่หมุนตัวเหวี่ยงแขนสุดแรงเกิด ร่างดารกากระเด็นอย่างแรง ด้วยพลังในตัวแนนนี่เพิ่มมากขึ้นเมื่อตอนอายุครบ 21 ปี!!
       ดารกากระเด็นไปไกลมาก จนสุดทางที่อีกด้านหนึ่ง
       แนนนี่หันมองมา และยังอยู่ในท่าเตรียมพร้อมป้องกันตัวเอง สีหน้าเข้มขรึมอย่างเอาเรื่อง
       ร่างดารกาลอยไปกระแทกผนังสุดแรง จนผนังแตก...ร้าวไล่เป็นทางยาว
       
       ครั้นพอแนนนี่เห็นว่าเป็นดารกา ก็เมินเฉย ไม่คิดแม้แต่จะช่วย แต่สีหน้ายังเอาเรื่องขณะเดินไปที่ดารกา
       ดารกาโดนกระแทกจนสะเทือนไปทั้งร่าง แต่ไม่เจ็บมากเพราะพลังอสูรต้านรับไว้
       ดารกานึกไม่ถึง ว่าพลังในตัวแนนนี่จะร้ายกาจขนาดนี้
       “นังแนนนี่ แกมีพลังขนาดนี้ได้ยังไง แกเป็นใครหรือเป็นอะไรกัน” ดารกาพึมพำในใจ
       พอแนนนี่มาถึง ยืนจังก้าไม่สนใจจะช่วย ดารกาแสร้งทำเป็นเจ็บสาหัส
       “แนนนี่ทำไมทำพี่ขนาดนี้”
       “ช่วยไม่ได้ พี่ดาอยากลอบมาข้างหลังแนนนี่โดยไม่ให้เสียง”
       “ช่วยพี่ด้วย...”
       “ไม่ช่วย แนนนี่ว่าพี่ดาไม่ใช่คนธรรมดา”
       ถูกด่าอย่างรู้ทัน ดารกาแอบตาลุกวาวอย่างร้ายกาจ ออกมาแว่บหนึ่ง
       “เป็นคนทั่วไปโดนแบบนี้คอหักตายไปแล้ว ไม่ตายอย่างน้อยก็สลบฟื้นมาก็นอนเป็นผัก”
       ดารกาแสร้งเจ็บต่อ “พี่ไปทำอะไรให้แนนนี่ แนนนี่ถึงขนาดจะเอาชีวิตพี่”
       “พี่ดาทำให้แนนนี่เกลียดไง แล้วก็ไม่ต้องมาแอ๊บ ลุกขึ้นมาได้แล้ว”
       แนนนี่เดินลอยหน้าเข้าห้องพระไป
       ดารกาผุดลุกยืนทันใด โกรธจัดนัยน์ตาแดงฉาน
       ดารกาแค้นจะแทบระเบิดออกมา แตทำได้เพียงคำรามเสียงอยู่ในลำคอ “นังแนนนี่”
       
       คล้อยหลังดารกาเดินออกไป ทาฮิร่าเดินออกมาจากที่ซ่อนด้านหลัง เลยไม่เห็นว่าดารกาคั่งแค้นจนนัยน์ตาเป็นสีแดงฉาน และไม่ได้ยินสิ่งที่ดารกาพูด
       สีหน้าทาฮิร่าขรึมลงอีกขณะมองตามดากา แล้วหายตัววับไปทันที
       
       แนนนี่ยืนพิงประตูห้องพระ ด้วยสีหน้าหวาดหวั่นแต่ไม่ถึงกับกลัว นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะมีพลังมากมายเกินมนุษย์ จังหวะหนึ่งแนนนี่มองไปที่โต๊ะหมู่บูชา ค่อยๆ ยกสองมือขึ้นมอง
       “นี่เรามีพลังมหาศาลขนาดนี้เลยเหรอ ความเป็นอสูรของเรามันเริ่มจะออกมาให้ใครๆรู้แล้วเหรอ ทำไงดีเนี่ย” แนนนี่นิ่งคิด “คิดไม่ออก ไปรอยายในตะเกียงแก้วดีกว่า”
       แนนนี่หายตัวไป พร้อมกับที่ทาฮิร่าปรากฏตัวออกมา ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
       “พลังอสูรของหลานจะมากจนประมาณไม่ได้เมื่อหลานอายุครบ 22” น้ำเสียงหวั่นใจมาก แบบใจหาย ใจจะขาดอยู่รอนๆ “นี่ยายจะช่วยหลานยังไงดี เมืองเวทมนตร์จะล่มสลายเพราะหลานยายหรือนี่”
       
       ดารกายืนอยู่หน้ากระจก เห็นเงาในกระจกเป็นอสูรสดับจ้องอยู่แล้ว
       “ไม่ต้องกังวลไป พลังมันยังไม่อยู่ตัว และหากมันเป็นอสูรอีกตนหนึ่ง เมื่อมันอายุครบ 22 มันจะเป็นพวกเรา” สดับบอก
       “แต่ลูกเกลียดมัน” ดารกาสบถ
       “จำไว้ จะทำงานใหญ่ต้องเป็นพวกได้แม้แต่กับคนที่เราเกลียดหรือคนที่เกลียดเรา” สดับปลอบแกมเตือนสติ
       “ลูกจะทำได้หรือ”
       “ถึงวันนั้นเจ้าจะรู้เอง”
       เงาอสูรสดับหายไป นัยน์ตาดารกาวาวโรจน์ด้วยแรงแค้น
       “ฉันไม่มีวันเป็นพวกกับแก..นังแนนนี่ ถึงวันนั้นฉันจะฆ่าแก”
       
       ในเวลาต่อมาแนนนี่นั่งอ่านตำราเรียนอยู่ในตะเกียงแก้ว ดูตั้งอกตั้งใจมาก
       “ตั้งแต่เห็นกันมาก็ครั้งนี้แหละที่คุณเธอตั้งใจท่องหนังสือสอบ” ชิกเก้นแขวะเอา
       “อย่ากวนสมาธิแนนนี่น่าชิกเก้น ครั้งนี้แนนนี่สอบเรียนจบนะ แนนนี่จะเอาเกียรตินิยม”
       “มีได้กับเขาด้วยเหรอเกียรตินิยมน่ะ นี่แมวฝันไปหรือเปล่า” ชิกเก้นร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ
       จังหวะนั้นทาฮิร่าปรากฏตัวขึ้นมา แนนนี่ทิ้งหนังสือโครม กระโดดถึงตัวยาย
       “ยาย แนนนี่รอตั้งนาน”
       “นั่น...น้าน...น่าน เธอแค่อ่านตำราฆ่าเวลารอยายนั่นเอง เวรก๊ำ...เวรกรรม” ชิกเก้นบ่นอุบ
       “จะถามเรื่องพลังใช่มั้ย”
       แนนนี่พยักหน้า มีแววหวั่นไหวกับการเปลี่ยนแปลงฉับพลันอยู่พอประมาณ
       “มันเป็นไปตามการเติบโตของหลาน”
       “ของอสูร” แนนนี่ตกตะลึง
       “จะว่างั้นก็ได้ แต่มันจะไม่มาบ่อย จะยังไม่ติดตัวหลาน จนกว่า...”
       “จนกว่าอะไรจ๊ะยาย”
       ทาฮิร่ายังไม่ตอบ รู้ว่าเดี๋ยวแนนนี่ก็พูดอย่างอื่นตามนิสัยใจเร็ว
       “แนนนี่กลัวแนนนี่ไปฆ่าคน วันนี้แนนนี่ก็เล่นงานยัยพี่ดาไป”
       ทาฮิร่าคิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ต้องการให้หลานสบายใจไว้ก่อน
       “ยายว่าแนนนี่มีพลังแห่งความดีอยู่ ความดีจะช่วยแนนนี่ได้ ยายก็จะช่วย”
       แนนนี่ได้ฟังก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น “ช่วยแนนนี่นะคะยาย แนนนี่ไม่อยากฆ่าใคร”
       ทาฮิร่ายิ้มรับ
       “ท่องหนังสือสอบได้สบายใจและ” แนนนี่กระโดดไปที่หนังสือเลย
       ทาฮิร่าซ่อนสีหน้ากังวลใจ ไม่ให้หลานเห็น
       
       หลังเที่ยงก่อนบ่ายวันต่อมา ปัทมนกำลังอ่าน นสพ.ธุรกิจ อยู่ในห้องรับแขก เสียงแนนนี่ก็เอ็ดตะโรดังลั่นเข้ามาก่อนตัวจะโผล่มา
       “เย้ๆๆ ไช โย้โย้โย้โย้”
       ปัทมนสะดุ้งหันไปมองสีหน้าขำๆ คุ้นชินกับนิสัยแก่นเซี้ยวของลูกสาวคนเล็ก
       
       แนนนี่กระโดดโลดเต้นมาที่ปัทมน แล้วยังกระโดดอยู่อย่างนั้น ปีเตอร์เดินอมยิ้มขำๆ ตามมา ทั้งคู่อยู่ในชุดนักศึกษาทั้งสองคน
       “สอบไล่เสร็จแค่เนี้ย โดดเป็นกุ้งเต้นเชียว นั่งสิจ๊ะปีเตอร์”
       “ขอบคุณครับ”
       “เพราะไม่ใช่แค่สอบเสร็จค่ะ แต่เท่ากับแนนนี่เรียนจบหางานทำ และจะมีรายได้มาช่วยครอบครัวแล้ว เย้” ไม่พูดเปล่าแนนนี่ทำท่าปอมปอมน่ารักๆ ทำปากเป็นเสียงเข้าจังหวะไปด้วย
       “เงินเดือนปริญญาตรีเริ่มต้นหมื่นห้าเนี่ยนะ หล่นไปในกองเงินของคุณแม่ปัทมน ก็หาไม่เจอแล้ว” ปีเตอร์บ่น
       แนนนี่ไม่ใส่ใจ ยังเต้นยุกยิกต่อ ก่อนที่จะหยุด “ก็ช่างสิ แต่ก็เป็นเงิน ที่แนนนี่หาเองได้หละ ภูมิใจอะ รู้จักมั้ย-ภูมิใจ แล้วที่สำคัญ..” หน้าตาออกหน้าออกตา เย้ยอย่างผู้ชนะ “แนนนี่ได้ทำงานก่อนยัยพี่ดา แนนนี่ชนะ แนนนี่ชนะเลิศ.... ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า โฮะๆ”
       ปัทมนยิ้มอย่างเอือมระอาแต่เจือความเอ็นดู
       “ก็ยังคงคอยกัดพี่น้องดาอยู่ตามเคย” ปีเตอร์ว่า
       “แน่น้อน จะตามจิกตามกัดทุกชาติ-ทุกชาติไปเลยด้วย”
       “เรียบจบแล้ว กำลังจะมีงานทำ ก็เท่ากับเป็นผู้ใหญ่แล้วนะลูก เลิกร้ายกับพี่เขาได้แล้ว” ปัทมนแซวลูกสาว
       แนนทำท่าล้อเล่นใส่แม่ “ยากอะค่ะ มันอยู่ในสายเลือด”
       
       ระหว่างนั้นดารกาเดินเข้ามา เพิ่งกลับจากเรียน สีหน้าดูเหนื่อยๆ ดารกายกมือไหว้ปัทมน
       แนนนี่เห็นถลาไปหา ยื่นหน้ายิ้มเย้ยทันที “คุณน้องแนนนี่สอบไล่เสร็จแล้วนะคะคุณพี่น้องดา จะหางานทำแล้ว ต่อไปนี้ข้าวทุกเม็ดที่คุณพี่น้องดารับประทาน จะมีเงินของคุณน้องแนนนี่อยู่ด้วย”
       ปัทมนส่ายหน้าคิดในใจเห็นทีว่าต้องปรามบ้างแล้ว แต่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงแบบนุ่มนวลตามบุคลิก
       “มากไปแล้วจ้ะแนนนี่ ถามแม่ก่อนมั้ยว่าแม่จะให้แนนนี่ลงเงินค่ากับข้าวด้วยหรือเปล่า”
       แนนนี่หน้าแตก แต่ท่าทางก็ใช่จะยอม หน้ารั้นอย่างเอาแต่ใจ
       ดารกาพูดเสียงนิ่มนวลเป็นคนแสนดีอย่างเคย “พี่ยินดีด้วยนะ”
       “ไม่ต้องมายินดี พี่ดาไม่ได้ยินดีจริงๆหรอก อยากให้แนนนี่สอบตกจะตาย”
       ดารกาไม่ต่อปากด้วย เดินต่อเพื่อจะขึ้นไปข้างบน
       “เดี๋ยวลงมาทานของว่างกันนะจ๊ะน้องดา”
       “วันนี้น้องดาขอตัวค่ะคุณแม่ พรุ่งนี้น้องดาต้องสอบยากมาก”
       “จ้ะ” ปัทมนยิ้มพร้อมกับอวยพร “ขอให้สอบได้คะแนนดีนะลูก”
       ดารกายกมือไหว้ “ขอบพระคุณค่ะ” แล้วเดินขึ้นห้องไป
       แนนนี่พึมพำเบาๆ “ขอให้สอบตก”
       ปัทมนเห็นอาการก็รู้ทัน ทั้งที่ไม่ได้ยิน “แนนนี่... คิดอะไรแม่รู้นะจ๊ะ”
       แนนนี่ทำลอยหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่กับตัวเอง
       
       พอเข้ามาในห้อง ดารกาวางกระแทกตำราเรียนลงบนโต๊ะอย่างแรง ด้วยความแค้นใจ
       “นังแนนนี่ รอฉันสอบเสร็จก่อน ฉันจะจัดการแก”
       ดารกาวางกระเป๋า มองผ่านไปที่กองหนังสือเรียนแบบไม่จงใจ แล้วชะงัก อึ้งไป
       เมื่อเห็นตำราแพทย์เล่มบน มีกระดาษพับครึ่งสอดอยู่ ปลายกระดาษแลบออกมานิดหนึ่ง
       ดวงตาของดารกาบ่งบอกถึงความสับสน รู้ว่ากระดาษแผ่นนั้นคืออะไร ความรู้สึกดี-ชั่ว ตีกันปั่นป่วนอยู่ภายในใจ สักครู่จึงดึงกระดาษนั้นออกมาช้าๆ
       ดารกาเปิดกระดาษแผ่นนั้นคลี่ออกช้าๆ อ่านด้วยน้ำเสียงเบาและเศร้า
       “Hippocratic Oath... คำปฏิญาณตนของแพทย์...” ดารกาสะเทือนใจหนัก หน้าเศร้าลงแต่ยังไม่มีน้ำตา “...เมื่อฉันเป็นแพทย์... นี่คือจริยธรรมแห่งวิชาชีพแพทย์... แต่ฉันเป็น...ฉันเป็น...” เสียงดารกาแหบหายลงไปในลำคอก่อนจะหลุดคำว่า “...อสูร...” ออกมา
       กระดาษแผ่นนั้นหล่นจากมือดารกา ร่วงลงไปที่พื้นห้อง ดารการู้สึกรันทดหดหู่ในใจมาก น้ำตาเอ่อขึ้นมาช้าๆ
       
       แนนนี่และปีเตอร์เดินออกจากตึกพร้อมกัน เดินคุยกันไป ในขณะที่แนนนี่จะไปส่งปีเตอร์
       “แล้วปีเตอร์กะว่าจะทำงานอะไร”
       ปีเตอร์พูดเสียงตกใจ เพราะเรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในความคิดเลย “ทำงาน ??? อย่างปีเตอร์ต้องทำงานด้วยเหรอ เงินของบ้านปีเตอร์ใช้ไปเผาทำกงเต้กไปทุกวันก็ไม่มีวันหมดอยู่แล้ว”
       “ปีเตอร์จะทำตัวไร้สาระไปตลอดชีวิตเหรอ ไม่อยากทำตัวเป็นประโยชน์กับสังคมมั่งเหรอ”
       “แนนนี่จะให้ปีเตอร์ทำอะไร แนนนี่สั่งมาเลย ปีเตอร์ทำตามหมด”
       “งั้นสั่งให้ไปตาย”
       “ได้เลย จัดให้เดี๋ยวนี้”
       แนนนี่ขำกับท่าทีจริงจังของปีเตอร์ ที่พร้อมจะทำทุกอย่างที่เธอสั่ง “บ้าจริงๆปีเตอร์ ปีเตอร์ตายแล้วแนนนี่จะมีใครดีเท่านี้เป็นเพื่อน”
       ปีเตอร์เป็นปลื้มสุดๆ ลงนั่งคุกเข่าจับมือแนนนี่ ในท่าเดียวกับที่ชายหนุ่มขอหญิงคนรักแต่งงาน
       “เฮ้ย ทำไร” แนนนี่ยังคงปล่อยให้ปีเตอร์จับมืออยู่
       “ขอแต่งงาน”
       “ไปขอกับคุณแม่ปัทมนโน่น” แนนนี่โบ้ย
       ปีเตอร์รีบหยิบมือถือออกมา “ปีเตอร์จะโทรบอกปะป๊ากับหม่าม้าบินมาเดี๋ยวนี้เลย
       แนนนี่ขำกิ๊ก ดึงมือถือไป “ปีเตอร์กับแนนนี่แต่งงานกัน มีหวังลูกออกมาเป็นซุปเป้อร์ไฮเปอร์ มีเราสองคนนี่ประเทศไทยก็หนักใจแย่แล้ว อย่าทำร้ายประเทศไทยไปกว่านี้เลย”
       ปีเตอร์รู้อยู่เต็มอกตล๊อดๆ ว่าแนนนี่คิดจะชิ่งหนี
       “แนนนี่จะพูดยังไง มันก็แปลว่าแนนนี่ปฏิเสธปีเตอร์อยู่ดีนั่นละ ทำไงปีเตอร์จะได้อยู่ใกล้แนนนี่ตลอดวัน
       ตลอดคืนล่ะ”
       พอก้าวถึงรถแนนนี่เปิดประตูให้ปีเตอร์ ทำท่าเชิญให้ปีเตอร์ขึ้น
       “ไปทำงานกับแนนนี่สิ...“ ไม่ทันจะได้พูดต่อ
       “ตกลง” ปีเตอร์ตอบทันที
       ดารกายืนอยู่ที่หน้าต่าง มองภาพที่แนนนี่กับปีเตอร์หัวเราะกันอย่างมีความสุข ด้วยความสะเทือนใจ ที่ตัวเองต้องเก็บกดทุกอย่าง ไม่มีความสุขเหมือนคนอื่นเขา
       
       เวลาต่อมา มาลีนั่งก้มหน้าก้มตาขอดเกล็ดปลาช่อนตัวงามอยู่กับพื้นแผงปลา สักครู่มีเท้าผู้หญิงก้าวมาหยุดตรงหน้ามาลี รองเท้าสวยสะอาด มาลีชะงักมือ มองรองเท้า แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองข้างบนจนไปหยุดที่ใบหน้า เป็นดารกากำลังยิ้มอ่อนโยนมาให้มาลี
       มาลีทั้งตกใจ และดีใจ จนเผลอทำที่ขอดเกล็ดปลาหล่นจากมือ
       “ลูก” นึกได้ “เอ้อ คุณหนู”
       ดารกานั่งลง ไม่มีท่าทีรังเกียจ และดูจริงใจมาก เหมือนเป็นดารกาคนใหม่ และไม่หลุดภาพสาวแสนดีเลย
       จริงๆ แล้วดารกามาเพื่อจะหลอกล่อถามประวัติชีวิตตัวเอง นอกจากนี้ ยังจะมาหาใครสักคนเป็นที่พึ่ง เนื่องจากเหงาและอ้างว้างเหลือแสนที่เห็นแนนนี่และใครคนอื่นต่างก็มีความสุขอย่างคนปกติทั่วไป
       ในขณะที่ดารกาต้องเก็บกด ปิดบังสถานภาพอสูรของตัวเอง
       “ว้าย อย่านั่งตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวเลอะหมด” มาลีร้องอย่างตกใจที่เห็นดารกานั่งลงอย่างไม่ถือตัว
       ดารกาบอกเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็นไรค่ะ...แม่”
       พอได้ยินคำว่าแม่จากปากลูกครั้งแรก...มาลีตกใจระคนดีใจ ทำนบน้ำตาแตก
       “แม่...? ลูกเรียกแม่ว่าแม่”
       “ค่ะ” ดารกาทอดน้ำเสียงอ่อนโยน “แม่...”
       มาลีร้องไห้โฮ ยกมือป้ายน้ำตา ยื่นมือจะจับมือดา แล้วชะงัก เพราะมือตัวเองเลอะมาก ดารกาเป็นฝ่ายจับมือมาลีมากุมไว้อย่างไม่รังเกียจ มาลีตื้นตัน ยิ่งร้องไห้หนัก แทบพูดอะไรไม่ออก
       “ลูก... ลูก... ฮือๆ”
       ดารกามองหน้ามาลี แล้วเช็ดน้ำตาให้มาลีแผ่วเบา
       “หนูจะไม่บอก...” ชะงักนิดหนึ่ง “...พ่อ..นะคะว่าแม่เรียกหนูว่าลูก”
       มาลีตกใจนึกถึงตอนที่สดับเคยขู่ว่าจะฆ่าทิ้ง “ไม่ ไม่นะ ลูกอย่าบอกมันนะ”
       
       “แม่ยังขายของไม่หมดเหรอคะ” ดารกาถามขึ้นมา
       มาลีดีใจ อยากจะเอาใจลูกสาว “แม่เลิกเดี๋ยวนี้ก็ได้จ้ะ ฝากเพื่อนขายได้” พลางหันไปตะโกนเรียก “นังใจ
       “อะไร” ใจเพื่อนแม่ค้าตะโกนถาม
       “ฝากขายปลาต่อทีนะ ฉันจะพาลุ..” มาลีเกือบจะหลุดคำว่า ลูก “...คุณหนูไปธุระ”
       แม่ค้าใจขายไปพูดไป “เออ... ขายได้เท่าไหร่ฉันเอาหมด”
       “เอาไปเลย ฉันยกให้ วันนี้ฉันมีความสุข” มาลียิ้มแป้น
       ใจขำ “อีบ้า”
       มาลีเอาปลาช่อนที่ทำค้างอยู่ใส่ถุง วักน้ำในถังล้างมือนิดหน่อย เช็ดมือกับชายเสื้อ แล้วออกเดินไปกับดารกา เดินพูดกันไป
       “กิน..เอ๊ย...ทานข้าวกับแม่นะลูก เดี๋ยวแม่แกงส้มปลาช่อนให้ รับรองอร่อยเด็ด พ่อเขาชอบนักละ”
       สองคนเดินเคียงกันไป บรรดาแม่ค้ามองมาอย่างชื่นชมความสวยหวานของดารกา
       “ใครน่ะมาลี สวยประกวดนางงามได้เลยนะ” เพื่อนแม่ค้าถาม
       มาลีไม่คิดจะตอบ มองดารกา ในอาการปลื้มสุดๆ ดารกายิ้มให้แม่ค้าคนนั้นอย่างเป็นมิตร
       “พ่ออยู่บ้านมั้ยคะ”
       “ไม่อยู่ ไปบ่อน คงกลับสว่างโน่นละ เรานอนคุยกันทั้งคืนยังได้”
       
       มาลีบอกด้วยสีหน้าเคยชิน น้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย
       
       อ่านต่อหน้า 2 เรียบเรียงเสร็จ อัพต่อทันที

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 23
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 86 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 80 คน
94 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
6 %
ความคิดเห็นที่ 6 +29 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หนูว่านะ คนแต่ง แต่งเรื่อง แบบ ยังไงไม่รู้อะ ตรงประโยคนี้อะ “แต่พวกเราก็ยังหาตำราวิธีฆ่าอสูรน้อยไม่เจอ” ทาฮิร่าเศร้า
สองแม่มดกลุ้มหนัก

คือแบบว่ายังไงอะ เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วที่ดูในทีวีอะ ยายคุณยายทาฮิร่า ลืมไปแล้วไง ว่าแนนนี่บอกว่า ตัวเองกำลังเรียนอสูรพิลาภอยู่อะ แล้วยายคุณยายก็ตื่นเต้นๆใหญ่เลย บอกว่าตำราอสูรพิลาภมันหายไปเป็นร้อยกว่าปี ต้องท่องจำให้ดีๆ แล้วชิกเก้นก็บอกว่า ถ้างั้นแนนนี่ก็ไม่ใช่อสูร เพราะตำรามาหาแนนนี่เอง เนี่ย แล้วไง๊ยังเข้าใจว่าแนนนี่เป็นอสูรอีกอะ แล้วก็ยังบอกกับบาบ่าร่าอีกด้วยอะว่า แต่พวกเราก็ยังหาตำราวิธีฆ่าอสูรน้อยไม่เจอ แอบว่า โอ๊ะ หงุดหงิดกับเนื้อเรื่องเล็กน้อย แบบยังไงอะ คนแต่งเค้าลืมรึไง ว่าตอนไหนแต่งไว้ยังไงอะ
poklok
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหร่ หน้า3จะมาคะ รีบอัพลงไวๆนะคะ
รออ่านต่ออยู่ค่ะ ขอบคุณมากๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปลี่ยนเป็น อ่านต่อตอนที่ 22 ณ บัด นาว ด้วยได้มั๊ยคะ ^ ^
sweetylemon
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบอกว่าสวดยอดมากเลยค่ะ
nikom0001@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปลี่ยนเป็น อ่านต่อตอนที่ 22 ณ บัด นาว ด้วยได้มั๊ยคะ ^ ^
sweetylemon
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหร่ หน้า3จะมาคะ รีบอัพลงไวๆนะคะ
รออ่านต่ออยู่ค่ะ ขอบคุณมากๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอจนจะลงแดงแล้วค่าา
TT
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความเห็นที่ 6 ก็คุณยายจะไม่แน่ใจว่าแนนนี่จะเป็นอสูร หรือว่าเป็นแม่มด
่ีjunjang_nic@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมาก
ครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +30 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หนูว่านะ คนแต่ง แต่งเรื่อง แบบ ยังไงไม่รู้อะ ตรงประโยคนี้อะ “แต่พวกเราก็ยังหาตำราวิธีฆ่าอสูรน้อยไม่เจอ” ทาฮิร่าเศร้า
สองแม่มดกลุ้มหนัก

คือแบบว่ายังไงอะ เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วที่ดูในทีวีอะ ยายคุณยายทาฮิร่า ลืมไปแล้วไง ว่าแนนนี่บอกว่า ตัวเองกำลังเรียนอสูรพิลาภอยู่อะ แล้วยายคุณยายก็ตื่นเต้นๆใหญ่เลย บอกว่าตำราอสูรพิลาภมันหายไปเป็นร้อยกว่าปี ต้องท่องจำให้ดีๆ แล้วชิกเก้นก็บอกว่า ถ้างั้นแนนนี่ก็ไม่ใช่อสูร เพราะตำรามาหาแนนนี่เอง เนี่ย แล้วไง๊ยังเข้าใจว่าแนนนี่เป็นอสูรอีกอะ แล้วก็ยังบอกกับบาบ่าร่าอีกด้วยอะว่า แต่พวกเราก็ยังหาตำราวิธีฆ่าอสูรน้อยไม่เจอ แอบว่า โอ๊ะ หงุดหงิดกับเนื้อเรื่องเล็กน้อย แบบยังไงอะ คนแต่งเค้าลืมรึไง ว่าตอนไหนแต่งไว้ยังไงอะ
poklok
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนแต่งไม่ผิดหรอกค่ะ แต่มาผิดตรงที่คนเขียนบทมากกว่า เพราะเราซื้อวรรณกรรมเขามาอ่านแล้วก็สนุกดีไม่มีปัญหาอะไร แต่คนเขียนบทนี่สิไม่รู้จะอธิบายยังไง ภาคก่อนๆทำออกมาดีมากก็คงไปอยู่ช่อง 3 กันหมดแล้ว เหลือแต่คนเขียนบทที่ปวกเปียกมาก เราว่าเขาไม่รอบคอบอ่ะ แล้วก็คงไม่ได้ดูภาคก่อนๆด้วยมั้ง เพราะชิกเก้นไม่ได้เรียกยายทาฮิร่าว่าเจ้านายซักหน่อย ถ้าทีมที่ทำภาคก่อนๆมาร่วมกันสร้างก็คงจะดีสิเนอะ
ขอระบาย
 
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รีบๆอัพน่ะค่ะ รออ่านอยู่ค่ะ
ขอบคุณมากๆ
IMAGE
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แนนี่กับพี่ภวัตน่ารักมาก =')
ครุคริ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฮืออออ นึกว่าจะได้อ่านตอนจบแล้วซะอีก แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ครุคริ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณมากค่ะที่อัพตอนที่ 21 แล้วรออ่านหน้า 2 ต่อค่ะ มาเร็วๆ นะ แฟนคลับรออยู่จ้า
bussayamas boonsanit
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014