หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
26 กุมภาพันธ์ 2555 22:40 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22

 อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว  ตอนที่ 22 
       
       ดารกาเดินกลับเข้ามาในห้อง หยุดยืนอยู่ตรงกลางห้อง ด้วยสีหน้าหงุดหงิด
       
       “ใคร ! ใครบังอาจหลอกข้า”
       ดารกาหันไปทางกระจก เห็นเงากระจกสะท้อนกลับมาเป็นอสูรสดับ
       “พ่อบอกแล้วว่าได้กลิ่นแม่มด”
       “หมายความว่ามีแม่มดมาเพ่นพ่านอยู่ที่นี่” ดารกาอึ้ง
       “ลูกก็ต้องพอจะเดาออกแล้วว่ามันเป็นใคร...และไม่ได้มีตนเดียว พวกมันพากันเข้าเมืองมนุษย์เพื่อตามหาลูก”
       ภาพอสูรเลือนหายกลายเป็นเงาดารกาสะท้อนออกมา สีหน้าดูถมึงทึงน่ากลัว
       
       ภวัตนั่งดูอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับข่าวสารความเคลื่อนไหวทางการแพทย์ แนนนี่ปรากฏตัวขึ้น นั่งบนโต๊ะทำงานภวัต
       ภวัตกำลังเพลินๆ ตกใจจนแทบตกเก้าอี้ “แนนนี่”
       “สวัสดียามดึกค่ะ พี่ภวัต”
       ภวัตยังมีท่าทีลังเล “นี่เธอหายแล้วหรือ”
       “ด้วยฤทธิ์ยาของคุณยายค่ะ คุณยายได้ปรุงยาโดยใช้หนอนกระสือ 10 ตัว.....”
       แนนนี่ตั้งท่าจะอธิบาย ภวัตยกมือห้ามเพราะสยองส่วนผสม “พอแล้ว”
       แนนนี่ยื่นหน้ามาจ้องภวัต “ตอนที่ไม่สบาย แนนนี่ฝันถึงพี่ภวัตด้วย”
       ภวัตลุกขึ้น ทำเป็นไม่สนใจ “ไปนอนได้แล้ว”
       “แนนนี่ฝันว่าพี่ภวัตบอกรักแนนนี่”
       “ฝันเลอะเทอะ”
       “แล้วพี่ภวัตพูดจริงหรือเปล่าคะ”
       “แนนนี่ก็บอกว่าตัวเองฝัน”
       แนนนี่เอียงคอมองล้อๆ “แต่แนนนี่ว่าจริงน้า !”
       “ไปนอน”
       “พี่ภวัตต้องบอกก่อนว่ารักแนนนี่”
       “เราเป็นผู้หญิงเที่ยวบังคับให้ผู้ชายบอกรักได้ยังไง”
       “แนนนี่บอกพี่ภวัตคนเดียว ไม่ได้บอกใครสักหน่อย เร็วซิคะ ถ้าไม่บอกแนนนี่ก็ไม่ไป”
       “เหลวไหล”
       “ถ้าไม่บอก ก็แสดงว่าพี่ภวัตอยากให้แนนนี่อยู่”
       ภวัตสะดุ้ง รีบพูด “ก็ได้ พี่รักแนนนี่”
       “ขอบคุณค่ะ พรุ่งนี้เช้าพบกันนะคะ”
       แนนนี่ไหว้แล้วหายวับไป ภวัตยิ้มๆ ด้วยสีหน้าเอ็นดูรักใคร่
       
       พอแนนนี่ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องตัวเอง ชิกเก้นรีบรายงาน
       “คุณยายเพิ่งกลับคอนโดฯตะเกียงแก้วเมื่อกี้นี้เอง”
       “อ้าว ! เหรอ ... แนนนี่เลยยังไม่ได้ขอบคุณคุณยายเลย”
       “นางบอกว่ายังไม่ต้อง เพราะนางเคืองที่พอแนนนี่หายปุ๊บก็ไปรายงานตัวกับหมอภวัตปั๊บ แทนที่จะไปหานาง” ชิกเก้นแอบแขวะ
       แนนนี่รู้สึกผิด “แนนนี่ลืมคิดไป”
       “นั่นละ พรุ่งนี้เช้ารีบไปง้อเสียดีๆ...เพราะหมู่นี้นางชักจะใจน้อย...ชักจะ’ไรบ่อย ตามวัย...เวรก๊ำ... เวรกรรม”
       “แล้วตกลงใช่เสียงยายที่ปลอมเป็นพี่ภวัตหรือเปล่า”
       “จะมีใคร้...แนนนี่นอนผักผ่อนเถอะ... เพิ่งหายใหม่ๆ เดี๋ยวไข้กลับพรุ่งนี้เช้า ต้องกินยาถอนพิษอีกถ้วยนึง” ชิกเก้นบอกกำชับ
       “ขอบใจนะชิกเก้น”
       แนนนี่ล้มตัวลงนอน ชิกเก้นนอนหมอบที่ปลายเตียง
       
       ท้องฟ้ามืดครึ้ม บรรยากาศภายนอก มีเสียง ฟ้าฝนร้องครืนครัน ภวัตนอนหลับสนิท ที่หน้าต่างเห็นฟ้าแลบแปลบปลาบเข้ามา ภวัตรู้สึกเหมือนมีใครสักคืนมายืนมองอยู่ รู้สึกตัวลืมตาขึ้น สะดุ้งเฮือก
       
       จากแสงฟ้าแลบ ภวัตเห็นดารกายืนอยู่ปลายเท้า ภวัตขยี้อีกทีให้แน่ใจ ภาพดารกาหายไป
       ภวัตถอนใจโล่ง “ตาฝาดไปนั่นเอง”
       ภวัตหลับตาลง โดยไม่รู้ว่าดารกาแฝงตัวยืนอยู่ในความมืดมุมห้อง
       “ความรักคือจุดอ่อนของเจ้า เพราะฉะนั้น เจ้าต้องเลิกรัก” เสียงอสูรร้ายกล่าวเตือน
       “น้องดาจะตัดใจจากพี่ภวัตได้ยังไง”
       สีหน้าดารกาหม่นหมองเศร้าสร้อย ในขณะที่ด้านนอก ฝนฟ้าคะนองครืนครันน่ากลัวอยู่อย่างนั้น
       
       รุ่งเช้าวันต่อมา ดารกาและธานีนั่งทานอาหารเช้าด้วยกันโดยมีผาดคอยดูแลอยู่
       “อีกวันเดียวคุณแม่ก็กลับแล้ว น้องดาคิดถึงคุณแม่จังเลย” ดารกาว่า
       “เดี๋ยวพี่จะขึ้นไปดูแนนนี่หน่อย”
       “แนนนี่มาแล้วค่ะ” เสียงมาก่อนตัว
       ทุกคนหันไปมอง เห็นแนนนี่แต่งตัวชุดลำลองเดินเข้ามา
       ผาดมองอย่างแปลกใจ “หายแล้วหรือคะ คุณแนนนี่”
       “ค่ะ”
       “ไม่น่าเชื่อนะคะ เมื่อวานยังดูป่วยหนักอยู่เลย” ผาดแปลกใจอีก
       “ก็แนนนี่เป็นแม่มดนี่คะ แม่มดย่อมมีอิทธิฤทธิ์”
       แนนนี่ล้อผาดเล่น ดารกาเหลือบมองแนนนี่แว่บหนึ่ง แนนนี่เห็นยักคิ้วให้
       “พูดเป็นเล่น เราน่ะเรียนจบแล้วนะ”
       “จริงด้วย แนนนี่เรียนจบแล้ว แฮปปี้ มากๆ พูดแล้วแสนจะเวทนาพี่ดา”
       “โอ๊ย ! ไม่ต้องไปเวทนาเขาหรอก เขาเป็นหมอ”
       “เป็นอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับเป็นคนดี ใช่มั้ยคะ พี่ดา”
       ดารกายิ้มนิดๆ
       
       เวลาต่อมาบาบาร่ากำลังจัดผลไม้วางลงในจานแก้ว ดารกาเดินเข้ามา แล้วหยุดมองซ้ายมองขวา
       “ป้าบานเย็นคะ”
       บาบาร่าดีใจ เดินเข้ามากอดด้วยความเอ็นดู “น้องดา..วันนี้ไม่ไปเรียนหรือคะ”
       “ไปค่ะ...แต่น้องดาแวะมาหาป้าบานเย็นก่อน วันนั้นป้าบานเย็นไม่ได้ทานเค้กวันเกิดน้องดา...น้องดาเลยเอามาชดใช้ให้ค่ะ”
       ดารกายื่นมือที่ไขว้หลังอยู่ ส่งกล่องคัพเค้กให้บาบาร่าบานเย็น
       “คัพเค้กค่ะ ... อร่อยที่สุด” ดารกาว่า
       “แม่คุณ หนูช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน ... มีน้ำใจกับป้าบานเย็นโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน”
       บาบาร่าปลื้มลืมโลก ไม่รู้สักนิดว่าใบหน้าดารกาขณะกอดนั้นยิ้มเยาะ
       บาบาร่ากอดดารกาอีก “ป้าขออวยพรให้หนูประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนานะจ้ะ ศัตรูของหนูจงพ่ายแพ้ พินาศยับเยิน”
       “ขอบพระคุณมากค่ะ น้องดาไม่ต้องการอะไรยิ่งไปกว่าพรของป้าบานเย็นแล้ว”
       “ป้ารู้ ...ป้าไม่เคยดูคนผิด หนูนี่แหละคือความหวัง...คือที่พึ่งพิงของญาติพี่น้อง รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆนะลูก”
       “ค่ะ”
       ใบหน้าบาบาร่าชื่นชมโสมนัส ในขณะที่ใบหน้าดารการเย้ยหยันในความเขลาของแม่มดบ้ายอ
       
       ภวัตกำลังนั่งอ่านเวชระเบียนคนไข้ในห้องพัก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
       ภวัตมองเบอร์อย่างแปลกใจก่อนจะกดรับสาย “ฮัลโหล”
       “ฮัลโหลครับ นี่หมอภวัต” ปีเตอร์โทร.มา
       “นั่นปีเตอรใช่มั้ย”
       “ใช่อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยครับ ... ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาพี่ภวัตในฐานะที่พี่ภวัตเป็นจิตแพทย์”
       “เอาซิ มาที่โรงพยาบาลเลย”
       “ผมอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วครับ”
       
       สองหนุ่มนัดเจอกันที่ร้านกาแฟ ในโรงพยาบาลบริกรยกกาแฟ และขนมปัง มาเสิร์ฟให้
       “ขอบคุณมากครับที่ ที่พี่หมอภวัตกรุณาให้ปีเตอร์พบเป็นส่วนตัวพี่ภวัตจะรับประทานอะไร ที่แพงๆ ก็ไม่ต้องเกรงใจปีเตอร์นะครับ ขนหน้าแข้งปีเตอร์ไม่ร่วงอยู่แล้ว” เรื่องเว่อร์ขอให้บอก
       “ขอบใจ แต่ไม่ต้อง พี่เลี้ยงน้องเอง”
       “แต่ปีเตอร์ไม่เคยให้ใครเลี้ยง มันเจ็บปวดมากทีเดียว”
       “มีอะไรก็ว่ามา” ภวัตมองหน้า ขณะยกกาแฟขึ้นจิบ
       “ปีเตอร์รักแนนนี่”
       ภวัตสำลักกาแฟพรวด
       “ปีเตอร์รักแนนนี่มานานแล้ว พอเรียนจบก็อยากจะแต่งงาน ปีเตอร์ยินดีทุ่มค่าสินสอด 10 ล้าน” ปีเตอร์ เว่อร์ได้อีก
       ภวัตขัดขึ้น “เงินไม่สำคัญสำหรับแนนนี่หรอก”
       “แล้วอะไรล่ะครับที่สำคัญ”
       “ความจริงใจ”
       “นั่นปีเตอร์ก็ให้เต็มร้อยอยู่แล้ว”
       “แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรัก”
       “ปีเตอร์น่ะรักแนนนี่ชัวร์ แต่ไม่รู้ว่าแนนนี่จะรักปีเตอร์หรือเปล่า” ปีเตอร์เว้นระยะไปอีกนิด “พี่หมอภวัตช่วยปีเตอร์หน่อยได้มั้ยครับ”
       
       เวลาต่อมา แนนนี่อยู่ในสวนกับภวัตผุดลุกขึ้น ปรี๊ดสุดขีด
       “เขาให้พี่ภวัตมาพูด แล้วพี่ภวัตก็พูด”
       “ปีเตอร์มาขอความช่วยเหลือ พี่ก็ต้องให้อยู่แล้ว”
       “แนนนี่ไม่ชอบพ่อสื่อ”
       “พี่ไม่....” ภวัตอึกอัก
       “บอกมาคำเดียว พี่ภวัตต้องการให้แนนนี่เป็นแฟนกับปีเตอร์หรือเปล่า”
       ภวัตอึ้ง นิ่งไป
       “ว่าไงคะ”
       “ใครจะรักใครชอบใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องของพี่ แนนนี่ไม่ชอบพ่อสื่อ พี่ก็ไม่ได้อยากเป็นพ่อสื่อให้ใคร”
       
       สีหน้าภวัตเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
       
       ............................................
       
       อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22(ต่อ) 
       
       แนนนี่กลับขึ้นห้องยังหงุดหงิดไม่หาย ที่ภวัตมาทำตัวเป็นพ่อสื่อให้ปีเตอร์ แถมยิ่งคิดก็ยิ่งยัวะที่ต่อมายังเสียรู้ภวัตอีก
       “อีตาพี่ภวัต เจ้าเล่ห์สุดๆ ไม่นึกเลยว่าจะเจ้าเล่ห์เป็นกับเขาด้วย”
       
       เวลาเดียวกันภวัตรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจ ที่หลอกแนนนี่ได้สำเร็จ และตัวเองก็ไม่ต้องเป็นพ่อสื่อ
       “นึกว่าพี่เป็นมนุษย์ธรรมดาแล้วจะเก่งสู้แม่มดไม่ได้หรือไงแนนนี่...พี่ก็ต้องเป็นตัวแทนของอัจฉริยะเมืองมนุษย์บ้างซี้....”
       ภวัตยิ้มขำๆ เมื่อนึกถึงเรื่องที่คุยกับแนนนี่
       
       เวลานั้นทั้งสองคนคุยกันอยู่ในสวนหลังบ้าน สีหน้าภวัตจากที่เครียดๆ อยู่ เหมือนคิดอะไรออกมาได้ ค่อยๆ คลายเครียดลง
       “เอางี้ แนนนี่”
       “เอาไง”
       “นี่ ให้พี่พูดเองโดยไม่ต้องถามสวนได้มั้ย”
       “ไม่ได้”
       “งั้นก็ไม่พูด” ภวัตทำท่าหงุดหงิด
       “งั้นก็ไม่ถาม...” แนนนี่ทิ้งระยะ “...ก็ได้.......ค่ะ”
       
       ภวัตหยิบกระดาษกับไม้บรรทัดมา แนนนี่มองงงๆ ว่าจะเอามาทำอะไร ภวัตเอาไม้บรรทัดทาบแล้วฉีกกระดาษ
       แนนนี่มอง นึกไม่ออกว่าภวัตจะทำอะไรของเขา
       ภวัตเอาไม้บรรทัดทาบแล้วฉีกกระดาษเป็นแผ่นเล็กๆ เท่ากัน 2 ชิ้น แนนนี่ดูยังไงก็ดูไม่ออก ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว
       “จะทำอะไรคะ”
       ภวัตมองด้วยสีหน้าระอาแกมขำในความใจร้อนของแนนนี่ “ถามอีกแล้ว”
       แนนนี่ใช้สองนิ้วจากสองมือจับปากตัวเองปิด จนปากเป็นแบบปากเป็ด ทำเป็นเมินทองนองว่า...ไม่ถามก็ได้
       “จะทำฉลากให้แนนนี่จับ” ภวัตบอก
       แนนนี่ได้ยินก็โวยทันที มือยังหนีบปากเป็นเป็ดอยู่ “จับฉลาก” ปล่อยมือจากปาก “จะเป็นพ่อสื่อหรือไม่เป็นพ่อสื่อเกี่ยวอะไรกับจับฉลากด้วยคะ”
       “พี่จะทำฉลากสองใบ ใบนึงเขียนว่าเป็นพ่อสื่อ” ภวัตอธิบาย
       แนนนี่พอจะนึกออก รีบพูดต่อทันที “หากแนนนี่จับได้ใบที่เขียนว่าเป็นพ่อสื่อ แนนนี่ต้องยอม
       ให้พี่ภวัตเป็นพ่อสื่อ”
       “ถูกต้อง” ภวัตว่า
       แนนนี่แอบทำตาวิบวับเป็นประกาย หมายจะโกงโดยใช้เวทมนตร์ ภวัตรู้ทัน
       “แนนนี่หันหลังสิ แล้วห้ามใช้เวทมนตร์เปลี่ยนข้อความในฉลากด้วย”
       “ก็ได้ค่ะ”
       แนนนี่หันหลังให้ ภวัตหันไปอีกทาง ขยับตัวยุกยิกๆ แต่ไม่เห็นว่าทำอะไร แนนนี่หลับตาทำปากขมุบขมิบร่ายคาถา
       ภวัตแอบขำ ไม่ให้แนนนี่ได้ยิน “ไม่มีทางเลยที่แม่มดน้อยแนนนี่จะไม่ใช้เวทมนตร์”
       แนนนี่ร่ายคาถาเสร็จ ยิ้มเจ้าเล่ห์กับตัวเอง
       “ทำไมช้าจัง เสร็จหรือยังคะ หันไปได้หรือยังคะ”
       ภวัตม้วนฉลากใบหนึ่งเสร็จแล้ว กำลังม้วนฉลากใบที่สอง แต่ยังไม่เห็นอะไรในฉลาก
       ภวัตหันกลับมาหาแนน “หันมาได้แล้วจ้ะ”
       แนนนี่หันมา ภวัตยื่นมือให้แนนนี่จับฉลาก แนนนี่ชี้ฉลากสองใบกลับไปกลับมา สีหน้ามั่นใจมาก เพราะว่าคาถาสั่งไปแล้ว
       “เอ๊...จะเลือกใบไหนดีน้า”
       ภวัตอมยิ้ม มองแนนนี่อย่างรู้ทัน
       แนนนี่หยิบ “ใบนี้ละกัน”
       “ให้เปิดเองเลย เดี๋ยวจะว่าพี่แอบสลับ”
       
       แนนนี่คลี่ฉลากช้าๆ ขยับนิ้วทีละจึ๊ก ละจึ๊ก ยิ้มยั่วภวัตไปด้วย ภวัตยิ้มตอบ รออย่างใจเย็น
       แนนนี่มั่นมาก ยิ้มอย่างผู้ชนะโดยไม่ดูกระดาษ “แถ่น แทน แท้น...” เสียงดังอย่างมั่นใจเกินร้อย “ไม่เป็นพ่อสื่อ”
       แนนนี่หันฉลากให้ภวัตดู พร้อมกับเต้นหย็องแหย็งด้วยความดีใจ
       “เย้ ไม่ต้องรำคาญพ่อสื่อแล้ว เย้ๆๆๆ”
       “แน่ใจเหรอ”
       แนนนี่ชะงัก มองภวัตเขม็ง ภวัตยิ้มให้ แนนนี่นึกสังหรณ์ใจขึ้นมา ดูกระดาษ แล้วเหวอ
       “ฮึ้ย เป็นงี้ไปได้ไง”
       ภวัตขำ
       แนนนี่อ่านฉลากออกเสียง
       “ยายเด็กขี้โกง พี่ไม่ได้เขียนอะไรให้ใครที่ไม่รักษาคำพูดเป่าคาถาใส่หรอก พี่แค่ไม่อยากเสียคำพูด เลยให้กระดาษพูดแทน”
       แนนนี่ตาลุกวาวใส่ภวัต ในขณะที่ภวัตยิ้มกริ่ม จับมือแนนนี่เอาฉลากอีกใบใส่มือ
       “อ้ะ ให้อีกใบ”
       แนนนี่รีบเปิดดู “ฮึ้ย เขียนเหมือนกันเลย”
       ภวัตอมยิ้ม
       “อย่างนี้พี่ภวัตยืมมือแนนนี่ปฏิเสธแทนนี่”
       ภวัตอมยิ้ม ไม่ตอบ
       
       แนนนี่หน้าแตกที่เสียรู้ แต่ไม่ได้โกรธที่ถูกยืมมือ ออกจะสบายใจขึ้นนิดๆที่ภวัตไม่ต้องเป็นพ่อสื่อ
       แนนนี่เต้นเร่าๆ ทั้งขำทั้งยัวะที่เสียรู้แถมโดนว่า
       “ว่าแต่เขาขี้โกงตัวเองก็ขี้โกงเหมือนกัน เจ้าเล่ห์สุดๆ ทำเราหน้าแตก ฮึ่ เดี๋ยวก่อน..รอก่อน..งานนี้มีเอาคืน ทั้งนายปีเตอร์ทั้งพ่อสื่อตัวดีเลย”
       
       พอทาฮิร่ารู้เรื่องจากปากบาบาร่าก็รู้สึกวิตก ในขณะที่บาบาร่าหงุดหงิดกับท่าทีอีกฝ่าย
       “เธอไปหลุดปากเรื่องเมืองเวทมนตร์กับดารกาได้ยังไง”
       “ก็มันหลุดไปแล้ว เธอจะว่าฉันไปอีกสามพันปีก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ แล้วคุณหนูน้องดาก็เป็นคนดี ไว้ใจได้ ไม่พูดเรื่องนี้กับใครหรอก”
       ทาฮิร่ารู้สึกสมเพชบาบาร่า ตัดสินใจพูดขึ้น “ฉันกำลังสงสัยว่าดารกาเป็นอสูร”
       บาบาร่าผุดลุกขึ้นยืนทันทีทันใด พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง อย่างไม่มีวันเชื่อคำพูดทาฮิร่า
       “ไม่จริง! น้องดาไม่ใช่อสูรแน่นอน เขาไม่มีกลิ่นอสูร ยายแนนนี่หลานเธอนั่นละเป็นอสูร อย่าป้ายความผิดให้น้องดาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจากหลานตัวเองเลยย่ะ ไม่สำเร็จหรอก ความจริงคือความจริง”
       ทาฮิร่าอึ้งไปชั่วขณะ เพราะตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าแนนนี่ไม่ใช่อสูร
       “ใครจะเป็นอสูรไม่เป็นอสูรไว้รอพิสูจน์กัน แต่เธอไม่ควรพูดเรื่องเมืองเวทมนต์กับใครอีกต่อไปแล้ว จะนำอันตรายสู่เมืองของเรา”
       คราวนี้บาบาร่าพูดไม่ออกไปเหมือนกัน แต่รู้สึกหงุดหงิดจึงประชดแบบพาลพะโล
       “ฉันผิดอีกจนได้สินะ”
       ทาฮิร่ารู้สึกปลง ที่บาบาร่า ช่างไม่สำนึก “เฮ้อ”
       บาบาร่ายิ่งหงุดหงิด “อย่ามาถอนหายใจใส่ฉันนะ”
       ทาฮิร่าไม่อยากทะเลาะด้วยแล้ว ทำท่าจะหายตัวไป บาบาร่าเรียกไว้
       “เดี๋ยว”
       ทาฮิร่ารอฟัง
       “ก่อนจะถึงวันอสูรน้อยอายุครบ 22 ปี เธอจะว่าไงกับอสูรตัวพ่อ” บาบาร่าถามความเห็น
       “ฉันยังคิดไม่ออก เธอลองช่วยคิดบ้างสิ”
       ทาฮิร่าหายตัวไป
       บาบาร่ายัวะกึ่งจิตตกๆ “รู้ว่าฉันไม่ชอบใช้สมอง ใช้แล้วปวดหัว ยังจะแกล้งลอยแพฉันอีกยัยทาฮิร่า”
       ไทเกอร์โผล่มาเห็นด้วยกับทาฮิร่า “ก็ใช้ซะบ้างสินาย ไม่ใช้สมองเดี๋ยวเป็นอัลไซเม่อร์นะ”
       “หัวฉันไปหนักหัวแกหรือไง ฮะ จุ้นตลอด”
       ไทเกอร์บ่นกับตัวเอง “ไทเกอร์หวังดียังโดนอีก”
       
       แนนนี่นัดปีเตอร์ที่ร้านน้ำแข็งไส พอเจอหน้าก็เปิดฉากต่อว่าปีเตอร์ฉอดๆ ทันที
       “ปีเตอร์หมิ่นน้ำใจแนนนี่มากนะ เห็นกันอยู่เกือบจะวันละ 24 ชั่วโมง มีอะไรแทนที่จะพูดกับแนนนี่เอง กลับไปวานคนอื่นพูดแทน”
       “คนอื่นที่ไหน ก็พี่ภวัต แนนนี่ก็รู้จักดีน่ะ” ปีเตอร์พูดเสียงอ่อยๆ
       “อย่าแถ”
       ปีเตอร์รีบอ้อน “ก็ปีเตอร์พูดเองแล้วแนนนี่ไม่ยอมรับข้อเสนอสักทีนี่ ปีเตอร์ก็ต้องหาตัวช่วยสิ”
       “ต่อจากนี้ไปหยุดขอความรักแนนนี่ หยุดขอแนนนี่แต่งงาน ไม่งั้นแนนนี่จะไล่ออกจากความเป็นเพื่อน เข้าใจ๋ ?” แนนนี่เสียงซีเรียส
       ปีเตอร์รีบเปลี่ยนเรื่อง จะไม่ยอมตอบรับ “เออ วันที่เราสองคนกินขนมของพี่ หมอภวัตแล้วเกือบตายน่ะ เราหายได้ยังไงล่ะแนนนี่”
       แนนนี่ดันเผลอออกนอกเรื่องด้วย “กินยาของยาย”
       “ปีเตอร์ก็กินเหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
       “ฮื่อม์ ปีเตอร์ก็กิน ยายบริการดิลิเวอรี่ไปกรอกปากปีเตอร์ถึงโรงพยาบาลเลย”
       “ยาไร”
       “ยาที่ปรุงจากหนอนกระสือ 10 ตัว” แนนนี่บอกอย่างภาคภูมิใจ
       ปีเตอร์สำลักพรวด วิ่งเข้าห้องน้ำไปอ้วก
       แนนนี่ตามจิก “นี่ ไม่ต้องมาทำเนียน ตอบมาว่าเข้าใจที่แนนนี่พูดมั้ย”
       “คนใจร้าย ให้กินหนอนแล้วยังขู่เข็ญทำร้ายจิตใจกันอีก” ปีเตอร์ครวญ
       “ตอบมา” แนนนี่คาดคั้น
       ปีเตอร์ตอบแบบงอนๆ “เข้าใจก็ได้ แล้วจะขอแต่งงานกับแนนนี่ได้อีกเมื่อไหร่”
       “แน่ะ พูดไม่รู้ฟัง เดี๋ยวเอาหนอนกระสือให้กินอีกหรอก หรือไม่ก็...ตาย”
       แนนนี่ไล่ตี ปีเตอร์วิ่งหนี
       
       เวลาเดียวกัน บาบาร่ากำลังเสกเปลี่ยนสีดอกไม้ในแจกันเป็นสีต่างๆ ไปมา แต่ยังไม่ถูกใจสักที
       “เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ดอกไม้เครียดหมด” ไทเกอร์ว่า
       “ใช่เรื่องของแกมั้ย เครียดก็เรื่องของดอกไม้”
       จังหวะนั้น ดารกายิ้มสดใสเข้ามา ไทเกอร์รีบหลบไป บาบาร่าชะงักไปหน่อยหันมายิ้มทักทาย
       “คุณหนูน้องดา เชิญนั่งคะ”
       “น้องดามาเรื่องเมืองวิเศษที่วันก่อนเรากำลังจะไปกันอะค่ะ”
       บาบาร่าเริ่มยุกยิกนิดๆ คิดหาทางบ่ายเบี่ยง
       “วันนี้น้องดาว่าง ป้าบานเย็นพาน้องดาไปนะคะ”
       “เอ่อ...คือ...เอ่อ..” บาบาร่าอึกอัก
       ดารกามองหน้าบาบาร่าอย่างจริงใจแน่วแน่ แววตามีริ้วรอยบังคับนิดๆ แต่ยังปั้นหน้ายิ้มสวย
       “เรามีเวลาอีกนานกว่างานลุงจักรกับพี่ภวัตพี่เกล้าจะเลิกงาน หรือถ้ากลับไม่ทัน น้องดาจะพูดให้เองค่ะ”
       “เอ่อ...คือ...ป้าอยากจะสารภาพว่า...จริงๆแล้ว...ป้าเองก็ไม่เคยไปค่ะ แฮ่ะๆ”
       วูบหนึ่งดารการู้สึกผิดหวัง ทำทีเป็นโกรธหน้าบึ้ง “อ้าว”
       “ป้าฟังผู้เฒ่าผู้แก่เล่าแค่นั้นเอง แฮ่ะๆ มันคงเป็นนิทานอย่างที่คุณหนูน้องดาว่าจริงแหละค่ะ แฮ่ะๆ แฮ่ะๆ ป้าขอโทษด้วยนะคะที่โกหก แหะๆ แหะๆ” บาบาร่ากลบเกลื่อน กลัวโดนจับได้ “ป้าขอตัวไปเอาเสื้อผ้าคุณๆ ที่ร้านซัก
       แห้งก่อนะคะ”
       บาบาร่ารีบเดินไปทันที ดารกาผิดหวังสุดๆ
       “ไม่อยากจะเชื่อ ฉันว่าครั้งนี้ยัยป้าบานเย็นโกหกมากกว่า อยากรู้นักว่าใครมายุ”
       พอเห็นดารกาเดินกลับไป บาบาร่าค่อยๆ โผล่หน้ามาจากที่ซ่อน แอบมอง สีหน้ายังกังวล
       “แล้วจะมาอีกมั้ยเนี่ย”
       
       พอใช้บาบาร่าไม่สำเร็จ ดารกากลับมาที่ห้องพยายามเพ่งสมาธิ นึกที่ตั้งเมืองเวทมนตร์ พร้อมกับนึกถึงตอนที่ที่ตัวเองจดบันทึกพิกัดที่ตั้ง แต่กลับเห็นแบบไม่ค่อยปะติดปะต่อ
       ดารกาเดินงุ่นง่านมาถึงบริเวณหน้าต่าง หงุดหงิดไม่หายที่คิดไม่ออก
       “โอ๊ย” ดารกาโมโหตัวเอง “นึกที่ตั้งเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก”
       ดารกากอดอกพิงกรอบหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปภายนอก ไม่ได้ตั้งใจจะมองหา
       จู่ๆ ก็เกิดฟ้าแลบอยู่ที่ขอบฟ้าไกลๆ เห็นคล้ายอาคารแปลกตาอยู่ในแสงฟ้านั้น
       ดารกาชะงักกึก ตั้งใจเพ่งดู “เมืองเวทมนตร์หรือเปล่า”
       ดารกาเขม้นมองที่ขอบฟ้าตาแทบไม่กระพริบ ทันใดนั้นเกิดฟ้าแลบอีกครั้ง คราวนี้ภาพเมืองเวทมนต์ปรากฏค่อนข้างชัดเจน ดารกามั่นใจ และดีใจสุดๆ “เมืองเวทมนต์จริงๆ ด้วย” ดารกาผุดยิ้มอย่างอาฆาตมาดร้ายออกมา
       “แกมาเมืองมนุษย์มาตามล่าฉันใช่มั้ยนังแม่มด ฉันก็จะตามล่าแกถึงถิ่นเลย”
       
       ฟ้าแลบอีกครั้ง ดารกาหันขวับมองเขม็ง ภาพเมืองเวทมนตร์ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งในกรอบสายตาของดารกา
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 23
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 22
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 21
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 177 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 162 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 15 คน
8 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015