หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แหม่มแก้มแดง

แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มีนาคม 2555 08:05 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป

แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 2

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 2

แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 2

แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 2

แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 2

 แหม่มแก้มแดง  ตอนที่ 2 
       
       ณภัทรเดินนำณดลเข้ามาในบ้าน ณดลเดินอย่างเชื่องช้าเพราะมองสำรวจไปรอบๆ ด้วยสายตาจับผิด เขามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นมีใครอยู่ในบ้าน ณดลหันไปที่หน้าบ้านก็เห็นอนามิกาลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเขาเข้ามาอย่างทุลักทุเล
       
       ณดลเสียงดังอย่างไม่พอใจ “นี่มันอะไรกัน ยัยอนามิกา”
       อนามิกางง “อ้าว...ก็...ลากกระเป๋ามาให้พี่ณดลไงคะ”
       ณดลทำเสียงดุ “เธอทำงี้ได้ไง”
       อนามิกายิ่งงงหนัก “เอ๊า...ทำไมล่ะคะ ก็ฉันอุตส่าห์ช่วยลากกระเป๋ามาให้”
       “เธอกำลังท้องกำลังไส้ ใครใช้ให้เธอต้องลากกระเป๋าไม่ทราบ ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” ณดลตำหนิ
       “ฉันก็แค่เห็นว่าพี่ณดลเพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ” อนามิกาเสียงอ่อย
       “เธอไม่ต้องมาวุ่นวายกับฉัน อ้อ! แล้วใครใช้ให้เธอเรียกฉันว่าพี่ ฉันยังไม่ได้ยอมรับเธอเป็นน้องสะใภ้ซักหน่อย ต่อไปนี้ เลิกเรียกฉันว่าพี่ได้แล้ว”
       “ค่ะ..พี่..เอ๊ย! คุณณดล”
       อนามิกาเหลือบมองณภัทร ณภัทรรีบแก้สถานการณ์
       “พี่เพิ่งมาถึง นั่งพักก่อนมั้ย เอ่อ..” ณภัทรหันมาพูดกับอนามิกา “ช่วยไปเอาน้ำให้พี่ณดลหน่อยสิจ๊ะ...เมียจ๋า”
       อนามิกาสะดุ้งกับคำว่า “เมีย” เธอมองณภัทรเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่พอณดลหันมา มองก็รีบทำสีหน้าปกติแล้วขานรับ
       “ได้ค่ะ...”
       “นี่หายไปไหนกันหมด” ณดลถาม
       อนามิกากับณภัทรขานรับพร้อมกัน “ว่าไงนะคะ / พี่ว่าไงนะ”
       “ฉันถามว่าคนอื่นๆ ไปไหนกันหมด”
       อนามิกากับณภัทรหันมามองหน้ากันอย่างงงๆ ว่าณดลรู้ได้ไง
       “พะ..พี่รู้ได้ไงว่ามีเพื่อนผมมาที่นี่” ณภัทรถาม
       “ฉันก็สังเกตเห็นจากตรงที่วางรองเท้าน่ะสิ มีรองเท้าวางอยู่ตั้งหลายคู่น่ะ” ณดลบอก
       ณภัทรหันมองมาหน้าอนามิกาแล้วต่างก็ขนลุกเกรียวกับความช่างสังเกตของณดล
       “โห...ยอมรับเลยพี่ ช่างจับผิด..เอ๊ย..ช่างสังเกตจริงๆ มีอีกสองคนน่ะ คงจะอยู่ในห้องกันหละมั้ง”
       
       อัธวุธอยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงกำลังเอาหูแนบฟังกับบานประตู พอได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับสะดุ้ง
       “ไอ๋หย๋าาา..ได้ยินแล้วอยากหมกตัวอยู่ในห้องนี้ ไม่อยากออกไปเลย” อัธวุธบอก
       “ทำไมเหรอพี่อัธวุธ” เมธาวีถาม
       “ก็อีตาพี่ณดลนี่สิ ท่าทางจะช่างจับผิดสุดๆ เฮ่อ..แต่เอาวะ สู้ๆ ยังไงเราก็ต้องออกไปสวัสดีพี่เค้ากันอยู่ดี”
       “เดี๋ยวๆ เมธาวีดูเรียบร้อยดีรึยัง” เมธาวีถาม
       “ก็โอนะ อ้อ..นี่นิดนึง” อัธวุธเอามือจัดทรงผมที่ปรกตาให้เมธาวี “แล้วฉันล่ะยะ”
       ผมเผ้าอัธวุธยังยุ่งเหยิง เมธาวีช่วยจัดแต่งให้ดูเรียบร้อยขึ้น
       
       ณดลนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ณภัทรนั่งอยู่ใกล้ๆ อนามิกายกน้ำดื่มมารินให้ด้วยความพยายามทำให้สมกับบทบาทน้องสะใภ้
       ณดลพูดเสียงแข็งโดยไม่มองหน้า “ขอบใจ”
       อนามิกาจะวางแก้วแต่ยังไม่ทันปล่อยมือ เธอก็อ้าปากหาวหวอดกว้างจนเกือบถึงหู อนามิการีบเอามือที่เพิ่งวางแก้วมาปิดปาก แล้วขยับมานั่งข้างณภัทรโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย
       ณดลเหล่มองอย่างจับผิด “ทำไมสายป่านนี้แล้วยังจะหาวอีก” ณดลหันมาถามณภัทร “เมื่อคืนนี่คงจะกินเหล้าเมาโต้รุ่งกันเลยสิใช่มั้ย”
       “เปล่าครับพี่” ณภัทรรีบตอบ
       “ไอ้ณภัทร แกกับเพื่อนเพิ่งเรียนจบ แล้วชวนกันมาปาร์ตี้ แกจะให้ฉันเชื่อว่าพวกแกกินน้ำเต้าหู้กันเรอะ”
       “ก็...เอ่อ...แค่คนละจิบน่ะพี่” ณภัทรอ้ำอึ้ง
       “ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”
       ณภัทรกับอนามิกาถอนใจอย่างโล่งอก แต่แล้วณดลก็ทักขึ้นมาอีก
       “เอ๊ะ..นั่นอะไร”
       ณดลลุกพรวดเดินไปที่โซฟาทันที ณภัทรกับอนามิกาหันมามองหน้ากันอย่างหวดผวา เพราะกลัวว่าจะโดนจับผิดอะไรอีก
       
       ณดลเดินมาที่โซฟา อนามิกากับณภัทรเดินตามมาอย่างกลัวๆ ว่าณดลจะจับผิดอะไรอีก
       “ตายแล้ว” อนามิกาสะกิดณภัทรแล้วชี้ไปที่ขวดแชมเปญที่ถูกซ่อนไว้ใต้โซฟาแต่ปากขวดโผล่มา
       อนามิกากับณภัทรหน้าแหยแล้วนึกในใจว่าตายแน่ๆ ณดลหยิบขวดแชมเปญขึ้นมาดู “อืม...แค่คนละจิบเนี่ยนะ”
       “แหม...เอ่อ...ก็แค่ขวดเดียวอ่ะ” ณภัทรหันไปพยักเพยิดกับอนามิกา
       พูดไม่ทันขาดคำ อนามิกาก็เดินไปเตะโดนปากขวดแชมเปญอีกขวดที่ยื่นโผล่พ้นโต๊ะเล็กๆ หน้าโซฟาจนเกิดเสียงดัง ณดลหันมาจิกตามองจับผิด
       อนามิกากับณภัทรเงยหน้ามายิ้มแหยๆ ให้ณดล ณดลหยิบขวดเปล่าทั้งสามขวดมาวางเรียงกันบนโต๊ะ อนามิกากับณภัทรนั่งเกร็งและมองณดลเหมือนผู้ต้องหาที่กำลังโดนสอบสวน อนามิกามีอาการพะอืดพะอมอย่างคนที่ยังแฮงค์โอเวอร์อยู่
       “อยู่กันกี่คนน่ะ” ณดลถาม
       อัธวุธกับเมธาวีเดินออกมาจากในห้อง “สวัสดีค่า / สวัสดีค่ะ”
       อัธวุธเห็นณดลแล้วก็ตาวาว เขารีบกระซิบบอกเมธาวี
       “เหย...อย่างหล่ออ้ะ น่ากินชะมัด”
       เมธาวีทุบอัธวุธ แล้วกระซิบตอบ “พี่อัธวุธ ไม่ใช่ตอนนี้ อย่าเพิ่งทะลึ่ง”
       อัธวุธกับเมธาวีเดินมายืนนอบน้อมอยู่ใกล้ๆ ณดล ณดลไม่พูดอะไรแต่จ้องทั้งสองด้วยหน้าดุ
       ณดลชี้ที่คน “อยู่กันสี่” แล้วเขาก็ชี้ที่ขวด “แต่นี่สาม” ณดลหันมาจ้องอนามิกาทันที
       อนามิกาสะอึก เธอมีท่าทีพะอืดพะอมรีบนั่งตัวตรงทันที
       ณดลพูดกับอนามิกา “นี่อย่าบอกนะว่า...” ณดลหันไปดุณภัทร “นี่แกไม่ห้ามเมียแกเลยเหรอ”
       ณภัทรงง “ห้ามอะไรเหรอพี่”
       ณดลฉุน “ยังมีหน้ามาย้อนถามฉันอีก เมียแกกำลังท้องอ่อนๆ แล้วแกให้เมียกินเหล้าเนี่ยนะ” ณดลหันมาพูดกับอนามิกา “เธอก็เหมือนกัน กำลังท้องกำลังไส้ ไม่รู้หรือไงว่าเค้าห้ามกินเหล้า”
       อนามิกายังคงพะอืดพะอมด้วยอาการแฮงค์โอเวอร์ “เอ่อ...คือ...ฉะ ฉันเปล่า”
       ณดลลุกพรวดขึ้น แล้วเดินมาตะคอกใส่หน้าอย่างเดือดดาล
       “เปล่าอะไรกัน ดูอาการก็รู้ ว่าเธอน่ะหนักกว่าเพื่อน รู้มั้ยว่ามีอีกชีวิตอยู่ในท้องของเธอ ทำอะไรก็รู้จักรับผิดชอบบ้าง รู้จักใช้สมองบ้าง”
       ณดลยังพูดไม่จบ อนามิกาก็โผเข้าไปหาณดลพร้อมกับอาเจียนใส่เสื้อของณดลไปเต็มๆ เมธาวีกับอัธวุธเห็นก็ถึงกับผงะ
       ณภัทรกุมศีรษะเหมือนโลกกำลังแตก อนามิกามองหน้าณดลแล้วทำหน้าแหยๆ อย่างรู้สึกผิด ณดลหน้าเหยเกด้วยความรังเกียจ
       
       ณดลเข้ามาในห้องน้ำ เขาถอดเสื้อออกแล้วขยุ้มกองไว้บนอ่างน้ำหลังชักโครก ก่อนจะเปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้า แล้วเอาสองมือวักน้ำล้างหน้า ณดลถูหน้าด้วยความขยะแขยงที่โดนอนามิกาอาเจียนใส่
       ณดลเงยหน้ามองกระจกเหนืออ่างล้างหน้าแล้วบ่นอุบ
       “ทุเรศที่สุด นี่น้องชายฉันมันไปคว้าเอาเมียคนนี้มาจากไหนเนี่ย”
       ณดลก้มล้างหน้าอีกพอเงยหน้าขึ้นมามองกระจกอีกทีก็สะดุ้งตกใจจนร้องลั่น เพราะเขาเห็นอัธวุธยืนส่งยิ้มตาหวานเชื่อมอยู่ในกระจก
       “เฮ้ย...” ณดลหันไปมองอัธวุธ
       อัธวุธชูผ้าเช็ดตัว แล้วพูดเสียงออดอ้อน “ผ้าเช็ดตัวค่ะ...พี่ชาย”
       ณดลหันไปมองอัธวุธแล้วดึงผ้าเช็ดตัวออกจากมืออัธวุธอย่างไม่สบอารมณ์ อัธวุธผวาจนต้องถอยออกมา
       
       อนามิกานั่งหน้าซีดอยู่ที่โซฟา โดยมีเมธาวีคอยดูแล ส่วนอัธวุธก็รู้สึกเป็นห่วง
       “ไหวมั้ยเนี่ย ไปอ๊อกอีกรอบนึงมั้ย” เมธาวีถาม
       “ไม่แล้วแก...ฉันโอเคแล้ว” อนามิกาตอบ
       ณภัทรถือชาร้อนเดินเข้ามา
       “จิบชาร้อนๆ ก่อนอนามิกา จะได้หายแฮ๊งค์”
       “อุ๊ยตาย! สามีดูแลภริยา...ช่างเป็นชีวิตคู่ที่อบอุ่น น่าร้าก” อัธวุธแซว แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เพราะเห็นทุกคนหันมาจ้องแบบตำหนิที่ไม่รู้จักกาละเทศะ
       อนามิกาจิบชา ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆ หันไปเห็นณดลก็ต้องชะงัก เพราะณดลซึ่งเปลี่ยนเสื้อแล้วเดินมายืนมองด้วยหน้าเครียด
       อัธวุธหาข้ออ้างชิ่งทันที “เอ่อ...ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” อัธวุธรีบลุกหนี
       “เมธาวีว่าจะไปล้างจานให้พอดี” เมธาวีรีบลุกตาม
       อนามิกากับณภัทรมองอัธวุธกับเมธาวีที่เดินออกไป แล้วหันมามองหน้าณดลอย่างเกรงๆ
       ณดลพูดเสียงเข้มใส่อนามิกา “ไหนอธิบายมาซิ เธอท้องอยู่ แต่ดันกินเหล้า นี่เธอมีจิตสำนึกของการเป็นแม่คนบ้างมั้ย”
       “คือ...คือว่าฉัน...ฉันไม่ได้เมานะ” อนามิกาแก้ตัว
       “ไม่ได้เมา...แล้วที่อ้วกเลอะเทอะเมื่อกี้ล่ะ”
       “คือ..ฉะ ฉัน...ฉันแพ้ท้อง”
       ณภัทรสะดุ้งแล้วหันเหล่มองไปที่อนามิกาทันที
       “แพ้ท้อง?” ณดลทวนคำ
       “จริงๆ ฉันแพ้ท้อง ช่วงแพ้ท้องฉันก็อาเจียนแบบนี้แหละ” อนามิกาหันไปพยักเพยิดกับณภัทร “เน๊อะ...ฉันก็เป็นแบบนี้บ่อยๆ”
       “เอ่อ...ใช่ๆ” ณภัทรพูดกับพี่ชาย “อนามิกาเค้าก็แพ้ท้องอยู่บ่อยๆ น่ะพี่ณดล”
       ณดลตวาดน้องชายทันที “แกอยู่เฉยๆ” แล้วเขาก็หันมาพูดกับอนามิกา “คิดว่าฉันโง่เหรอ เลิกกินเหล้าได้แล้ว ก่อนที่เด็กในท้องมันจะเป็นอะไรไป”
       อนามิกาหน้าแหยอย่างคนที่ไปต่อไม่ได้
       “สงสัยคืนที่เธอได้กันจนท้อง ก็คงเพราะเธอเมาเละแบบนี้น่ะสิ” ณดลกล่าว
       อนามิกาได้ยินถึงกับฉุนกึก “ว่าไงนะ”
       “เธอก็ได้ยินแล้วนี่ ถ้าทำตัวอย่างงี้ก็ไม่ต่างกับพวกสาวใจแตก” ณดลว่าต่อ
       “ว่าไงนะ!” อนามิกาเริ่มฮึดฮัด “ไหนพูดอีกทีซิ ถ้าแน่จริงพูดอีกทีซิ”
       ณภัทรเห็นท่าไม่ดีเพราะรู้ว่าอนามิกาไม่ยอมคนเลยรีบเข้ามาขวาง เขาจับต้นแขนอนามิกา เพื่อปรามเธอ
       “ใจเย็นๆ ก่อนอนามิกา” ณภัทรหันมาพูดกับณดล “พี่ณดลเพิ่งมาเหนื่อยๆ พี่นอนพักก่อนมั้ย”
       ณภัทรปล่อยมือที่จับอนามิกามาดึงแขนณดลให้เดินไปที่ห้อง
       “นะพี่...เพิ่งมาถึง นอนซักตื่นก่อนดีกว่า พี่นอนห้องนี้นะ”
       ณภัทรดึงณดลให้เดินไป แต่ณดลยังเหลียวมามองหน้าอนามิกาอย่างไม่ถูกชะตา อนามิกาก็มองหน้าณดลพร้อมกับพยายามระงับอารมณ์เพื่อไม่ให้ด่าสวนออกไป
       
       ณภัทรทั้งลากทั้งจูงแขนณดลเข้ามาในห้องนอนอีกห้องหนึ่งแล้วรีบปิดประตูทันที
       “นะพี่นะ เพิ่งบินมาไกลๆ นอนซักงีบก่อน แล้วพอตื่นมา ค่อยออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน” ณภัทรบอก
       “ก็ได้ๆ นี่ฉันถามแกตรงๆ นะ แกไปคว้ายัยเมียของแกคนนี้มาจากที่ไหน แล้วรู้หัวนอนปลายเท้าของเค้ามั้ย” ณดลถาม
       “พี่ณดล...ยังไงเค้าก็เป็นเมียผมนะครับ”
       “เออ...ฉันรู้...แต่ดูการทำตัวของเค้าสิ เชื่อฉัน แกควรจะเลิกกับผู้หญิงคนนี้ซะ ยัยนี่ก็แค่สาวรักสนุก พอเหล้าเข้าปากก็ปล่อยตัวปล่อยใจกับแก จนท้องโตขึ้นมาแบบนี้”
       “พี่ณดล! พี่หยุดด่าเมียผมซะทีได้มั้ยครับ”
       “ทำไมฉันจะด่าไม่ได้”
       “ก็...” ณภัทรพยายามหาข้ออ้าง “เอ่อ...อย่างน้อยเค้าก็เป็นแม่ของลูกผม”
       ณดลได้ยินน้องชายพูดแบบนั้นก็ถึงกับหยุดพูดทันที
       ณภัทรได้ทีก็รีบรุกต่อ “พี่ก็ลองคิดดูสิ ถ้ามีใครมาด่าแม่ของลูกพี่ พี่ก็ไม่ยอม ถูกมั้ย”
       “แต่ว่า...ฉันอยากให้แกลองคิดดูดีๆ อนาคตแกยังอีกไกล น้องแพรน่ะดีกว่าเมียคนนี้ของแกเยอะ แล้วอีกอย่างนะ...ฉันสังเกตเห็นอะไรอย่างนึงว่ะ”
       ณภัทรชักกลัวว่าณดลจะจับผิดอะไรได้ “อะไรเหรอพี่”
       “ฉันสังเกตว่าแกกับยัยอนามิกาเมียแก ดูยังไงก็ไม่เหมือนคู่รักกันเลย ถามจริงๆ เหอะ นี่แกกับเมียรักกันจริงๆ หรือเปล่า...หา?”
       ณภัทรเสียวสันหลังวาบ “กะ ก็ต้องจริงสิพี่ ทำไมพี่ถามอย่างงั้นล่ะ”
       “ก็มันดูเหมือนกับว่า แกไม่อยากจะหมั้นกับน้องแพร ก็เลยหายัยอนามิกามาเป็นเมียบังหน้าซะ”
       ณภัทรฝืนหัวเราะ ทั้งที่จะร้องไห้ “ฮะๆ ฮ่าๆๆๆ พี่เอาอะไรมาพูด อย่าลืมว่าเมียผมท้องอยู่นะพี่ เมียบังหน้าอะไรกัน ฮ่าๆๆ”
       ณดลพยักหน้าคล้ายจะเชื่อคำพูดของณภัทร ณภัทรหลบหน้า เขาหน้าซีดเพราะกลัวจะโดนจับได้
       
       นลิณากับเกตนิการ์นั่งจิบชากันอยู่ที่ร้านชาริมถนนในกรุงลอนดอน นลิณาพูดโทรศัพท์มือถืออย่างอารมณ์ดี
       “นี่พี่นลิณาเองจ้ะน้องแพร ว่าไงจ๊ะว่าที่เจ้าสาว แหม...เล่นปาดหน้าพี่สาวกันอย่างงี้เลยน๊า...”
       
       แพรวากึ่งนั่งกึ่งนอนคุยโทรศัพท์อยู่ที่โซฟาในบ้านของเธอที่เมืองไทย
       “แหม..พี่นลิณาก็...แพรก็ไม่ได้อยากจะแซงนะคะ คุณพ่อตะหากที่จัดแจงทั้งหมด จะว่าไป...แพรเองก็ไม่ได้ถึงกับอยากจะรีบหมั้นรีบแต่งอะไรหรอกนะคะ”
       
       นลิณาคุยโทรศัพท์มือถือกับน้องสาวไปเรื่อยๆ เกตนิการ์นั่งจิบชาแล้วก็เงี่ยหูฟังไปด้วย
       “อย่าพูดอย่างงั้นสิแพร” นลิณาเอ่ยขึ้น “ณภัทรน่ะเค้าเป็นผู้ชายที่ดีมากๆ คนนึงเลยนะ ผู้ชายอย่างเงี้ย ขืนปล่อยไว้ ทำเป็นประมาท เดี๋ยวคนอื่นจะคาบไปกินซะ”
       เกตนิการ์ถึงกับสะอึกกับคำพูดของนลิณา
       “ยังไงพี่ก็ยินดีด้วยนะ อยู่ทางนี้ พี่จะคอยดูแลนายณภัทรให้”
       “พี่นลิณาจะดูแลใครกันแน่คะ แพรรู้น๊า” แพรวาพูดอย่างรู้ทันพี่สาวตัวเอง
       นลิณางง “รู้อะไร? น้องแพรพูดเรื่องอะไรเนี่ย พี่งงไปหมดแล้ว”
       “ก็แพรรู้ว่าพี่ณดลเพิ่งไปลอนดอน อย่าบอกนะว่าพี่นลิณาไม่รู้”
       นลิณาออกอาการดีใจอย่างคุมไม่อยู่ ทำเอาเกตนิการ์ที่กำลังยกชาขึ้นจิบแทบสำลัก
       “ก็ไม่รู้น่ะซี่ นี่น้องแพรไม่ได้แกล้งอำพี่ใช่มั้ย” นลิณาเสียงดังด้วยความดีใจ
       แพรวายิ้มอย่างรู้ทันพี่สาว “แหม...ไม่ค่อยเลยนะพี่ พอได้ยินชื่อพี่ณดลเข้าหน่อยหละ เสียงเปลี่ยนเป็นไปเลยนะ”
       นลิณายิ้มจนปากฉีก “เปลี่ยนไปยังไงจ๊า”
       “ก็เวลาคุยกับน้องสาวคนนี้ก็เนือยๆ แต่พอได้ยินชื่อพี่ณดล เสียงพี่นลิณาก็สดใสปิ๊งปั๊งขึ้นมา”
       “แหม..ไม่ได้สิ ก็น้องสาวสุดที่รักของพี่จ่อคิวจะแต่งงานแล้ว จะให้พี่อยู่เฉยๆ ได้ยังไง แล้วที่สำคัญ ผู้ชายอย่างคุณณดล ถ้าพี่ปล่อยให้หลุดมือไป ก็ต้องถือว่าโง่เต็มที” นลิณาหันมาพูดกับเกตนิการ์ “เธอว่ามะเกตนิการ์”
       “ใช่ๆ...ก็นายณภัทรน่ารักออกจะตาย” เกตนิการ์พูด
       “นายณภัทรอะไรยะ ฉันพูดถึงคุณณดลตะหาก”
       เกตนิการ์ตกใจที่เผลอหลุดปากออกไป “อุ้ย...เอ่อ...ใช่ๆ โทษที ฉันพูดผิดไป”
       นลิณาสีหน้ายิ้มแย้มแล้วคุยโทรศัพท์ต่อ ส่วนเกตนิการ์มองนลิณาอย่างมีลับลมคมใน
       
       อนามิกาเดินมึนๆ มาตามถนนในกรุงลอนดอน ณภัทรเดินประกบข้าง โดยมีเมธาวีกับอัธวุธหอบกระเป๋าเสื้อผ้าและถุงช็อปปิ้งใส่เสื้อผ้าเดินตามมา
       “นังอัธวุธแหละตัวดี บังคับชนแก้วอยู่ได้” อนามิกาบ่น “เดี๋ยวชน...เดี๋ยวชน ไม่รู้อะไรนักหนา โอ๊ย...ฉันยังแฮ๊งค์ไม่หายเลยเนี่ย มึนชะมัด ขอตัวกลับก่อนได้มั้ย”
       “ไม่ได้นะ พี่ณดลท่าทางไม่ค่อยเชื่อว่าเราเป็นแฟนกัน เราต้องสร้างหลักฐานหลอกๆ ให้สมจริงว่าเรารักกันมานานแล้ว” ณภัทรบอก
       “ฟังแล้วงงแฮะ หลักฐานหลอกๆ แต่ดันให้สมจริง” เมธาวียังตามไม่ทัน
       “ก็แบบนี้ไง ก็แค่ไปหาวิวสวยๆ ถ่ายรูปคู่หวานแหววแบบคนเป็นแฟนกัน ไปหลายๆ ที่ ถ่ายมุมโน้นที มุมนี้ที แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไปเรื่อยให้ เหมือนกับว่าถ่ายคนละวันไรงี้” อัธวุธอธิบาย
       “เข้าใจแล้ว...ประมาณว่าพอเอารูปมาใส่อัลบั้มหรือใส่กรอบปั๊บ ก็จะดูเนียนเหมือนเป็นคู่รักที่รักกันมาน๊านนานใช่มั้ย อุ๊ย...นี่ไง...มุมนี้เลย ถ่ายกับป้ายนี่แหละ” เมธาวีเสนอ
       ณภัทรกับอนามิกายืนถ่ายรูปคู่กันกับป้ายชื่อถนนที่บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นลอนดอน อัธวุธช่วยจัดเสื้อผ้าให้ทั้งสองเหมือนเป็นสไตลิสต์ ส่วนเมธาวีเป็นคนถือกล้องถ่ายรูป
       “เอาละนะ...หนึ่ง..สอง”
       อัธวุธรีบแทรกขึ้น “เดี๋ยวๆๆๆ คู่รักอะไรยะยืนห่างกันเป็นศอก แล้วนี่ถ่ายรูปกับแฟนหรือถ่ายกับบรรพบุรุษยะ หน้าตาไร้อารมณ์สวีทมากๆ ยิ้มหน่อยสิ...ยิ้มให้มันสดชื่นหน่อย” อัธวุธจับมือณภัทรมาโอบที่เอวอนามิกา “มือน่ะโอบเอวไว้”
       อนามิกากระโดดออกแล้วรีบโวยณภัทร “เฮ้ย...ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้มั้ง”
       “อู๊ย...อย่าบ่นได้มั้ยยะ” อัธวุธบอก “จะมาทำรักนวลอะไรตอนนี้ ยิ่งในรูปเธอดูรักกันมากเท่าไหร่ พี่ณดลก็จะยิ่งเชื่อเรามากขึ้นเท่านั้น หรืออยากจะโดนจับได้”
       “ไม่อ่ะ...งั้นก็ได้ มา..รีบๆ ถ่ายให้เสร็จไป” อนามิกาหันไปดุณภัทร “โอบเฉยๆ ห้ามแต๊ะอั๋งฉันเด็ดขาดนะ”
       “จ้า” ณภัทรรับคำ แล้วเขาก็โอบเอวอนามิกามาแนบชิด อนามิกาสะดุ้งเล็กๆ ที่ณภัทรฉวยโอกาส เสียงชัตเตอร์ดังหนึ่งครั้ง แล้วรูปคู่ระหว่างทั้งสองก็ปรากฏขึ้น
       
       ณดลยังคงนอนหลับอยู่บนเตียง สักพักเขาก็ค่อยๆ ลืมตาตื่น พอหันไปอีกด้านเขาก็ต้องร้องด้วยความตกใจเพราะเห็นคนนั่งบนเตียงกำลังโน้มศีรษะลงมา ณดลผลักไปตามสัญชาตญาณทันที “เฮ้ย!!”
       เสียงร้อง “ว๊ายย!!” ดังขึ้น ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งร่วงไปกองที่ข้างเตียง ส่วนณดลยังงงๆก่อนจะเพ่งสายตามองไป เขาเห็นนลิณาค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าเหยเก
       “นลิณา!” ณดลตกใจ
       “ค่ะ...สวัสดีค่ะ คุณณดล” นลิณาทักทาย
       ณดลขยับลุกขึ้น “นลิณามาได้ไงเนี่ย”
       “นลิณามากับเกตนิการ์น่ะค่ะ ก็เดินเข้ามาตามปกติ ประตูบ้านไม่ได้ล็อกนี่คะ”
       “ออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่ามั้ย นี่มันห้องนอน” ณดลจะเดินออกไปแต่นลิณาเอามือยันอกณดลไว้ “นลิณาไม่ถือหรอกค่ะ คุณณดลทำไมจู่ๆ นึกจะมาก็มา ไม่บอกกันล่วงหน้าเลยล่ะคะ”
       “ผมเองก็มาแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่ทันได้บอกใครซักคนเหมือนกัน” ณดลบอก
       “มีเรื่องอะไรด่วนขนาดนั้นเหรอคะ”
       “ก็ไม่เชิงหรอกนะ ผมก็แค่อยากมาเยี่ยมเจ้าณภัทร กับเมียมันน่ะ”
       นลิณางง “เมีย...เมียนายณภัทร หมายถึงน้องแพรของนลิณาน่ะเหรอคะ”
       “เปล่า...อ้าว! นี่อย่าบอกนะว่านลิณาไม่รู้ว่าไอ้ณภัทรมีเมียอยู่ที่นี่” ณดลแปลกใจ
       นลิณาตาเหลือกทันที “นายณภัทรมีเมียที่นี่”
       “ก็ใช่น่ะสิ ที่ชื่ออนามิกาไง”
       นลิณาได้ยินชื่อก็ถึงกับช็อกจนอ้าปากค้าง
       “นลิณา...คุณเป็นอะไรไปน่ะ”
       
       เกตนิการ์นั่งรอเพื่อนอยู่ที่โซฟาในบ้านณภัทร ทันใดนั้น นลิณาก็จูงข้อมือณดลเดินจ้ำมาหาเธอ
       “ถามยัยเกตนิการ์ดูก็ได้ค่ะคุณณดล ว่ามันเป็นเรื่องจริงมั้ย”
       เกตนิการ์งง “ถามอะไรเหรอ”
       “คุณณดลน่ะสิ เค้าบอกว่านายณภัทรกับยัยอนามิกาเป็น...เป็นผัวเมียกัน”
       “หา!...” เกตนิการ์ตกใจแล้วหันมองหน้าณดลนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขำออกมา “ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ นายณภัทรกับยัยอนามิกาเนี่ยนะ”
       “ไม่ใช่แค่นั้นนะ พวกคุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่ายัยอนามิกาท้องแล้ว” ณดลบอก
       นลิณากับเกตนิการ์ตาโต “หา!!?”
       “นี่คุณสองคนไม่รู้จริงๆ เหรอ เค้าท้องตั้งสองเดือนแล้วนะ” ณดลพูดต่อ
       นลิณากับเกตนิการ์มองหน้ากันอย่างงงๆ
       เกตนิการ์เริ่มใจเสีย “ปะ เป็นไปได้เหรอเนี่ย”
       นลิณาหันมาพูดกับณดล “คุณณดลแน่ใจเหรอคะ ว่ายัยอนามิกาท้องจริงๆ”
       “คนท้องก็คือคนท้องนะนลิณา มีท้องจริงๆ ท้องปลอมๆ ด้วยเหรอ” ณดลงง
       “มีสิคะ คุณณดลอย่าเพิ่งแน่ใจ เราสองคนยืนยันได้ว่านายณภัทรกับยัยอนามิกาไม่ได้เป็นแฟนกัน แล้วก็ไม่น่าจะเคย...จะเคย...จึ๊กกึ๋ยกันแน่ๆ” นลิณาบอก
       “แล้วไอ้ณภัทรมันจะต้องโกหกพี่ชายตัวเองทำไม” ณดลชักสงสัย
       “ก็เป็นไปได้ว่านายณภัทรไม่อยากกลับไปหมั้นกับน้องแพร ก็เลยกุเรื่องขึ้น” นลิณาบอก
       ณดลเริ่มคล้อยตาม “อืม...น่าคิดแฮะ”
       “หรือไม่งั้น ยัยอนามิกาก็หวังจะจับนายณภัทร เพราะหวังสมบัติ” เกตนิการ์เดา
       ณดลก็คล้อยตามอีก “อืม...ก็เป็นไปได้นะ”
       “เกตนิการ์ว่ามันน่าจะมีลับลมคมในบางอย่างนะคะ”
       “เชื่อนลิณาเถอะค่ะ คุณณดล งานนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ”
       ณดลครุ่นคิดเพราะเริ่มเห็นคล้อยกับนลิณา
       
       อนามิกา ณภัทร เมธาวี และอัธวุธเดินมาถึงบริเวณที่มีตู้โทรศัพท์สีแดงสไตล์ย้อนยุคในลอนดอน
       “ตรงนี้มะ ตู้โทรศัพท์ก็สวยดีนะ” เมธาวีเสนอแล้วหันไปทางอัธวุธ “แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยดีกว่า จะได้ดูเหมือนว่าถ่ายคนละวันกับเมื่อตะกี้”
       “ได๋ค่า” อัธวุธรีบรื้อเสื้อผ้าในถุง
       “เดี๋ยวก่อนนะ ไอ้ฉันน่ะเป็นผู้ชาย จะถอดจะใส่ตรงไหนฉันไม่เกี่ยง แต่ว่าแล้วอนามิกาล่ะ” ณภัทรถาม
       “ขอบใจนะที่ยังอุตส่าห์นึกถึงหัวจิตหัวใจฉันบ้าง” อนามิกาหันไปทางอัธวุธ “ไม่เหมือนใครบางคน”
       อัธวุธยิ้มแหยๆ เขาเลือกเสื้อผ้ามาได้แล้วก็เดินเข้าไปหาอนามิกา
       “ฉันก็ตั้งใจจะเซฟให้แกย่ะ อย่าเพิ่งด่า” อัธวุธจูงมืออนามิกาให้เดินเข้าตู้โทรศัพท์ “จะยากตรงไหนล่ะยะ ก็นี่แหละ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า”
       “เฮ้ย..เอาจริงดิ ในเนี้ยนะ ฉันไม่เอาด้วยหละย่ะ เดี๋ยวก็ได้เป็นตากุ้งยิงกันทั้งลอนดอนหรอก” อนามิกาปฏิเสธ
       “ไม่หรอกน่า” อัธวุธพยักหน้าเรียกเมธาวีและณภัทร “มาพวกเรา ทำตามฉันนะ”
       อัธวุธส่งชุดกระโปรงให้คนละชุด แล้วเขาก็เอาชุดในมือตัวเองขึ้นมากางปิดด้านหนึ่งของตู้โทรศัพท์ไว้ เมธาวีกับณภัทรพยักหน้าแล้วก็ยกชุดขึ้นมาปิดคนละฝั่ง ส่วนอีกฝั่งอัธวุธก็ใช้อีกมือถือชุดปิดไว้เช่นกัน
       อนามิกาเห็นว่าผ้าล้อมรอบตู้โทรศัพท์ก็สบายใจขึ้น แต่ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ
       “เร็วสิยะ รีบๆ เข้า ฉันเมื่อย!” อัธวุธเร่ง
       อนามิกาพยักหน้าหงึกๆ อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็เกรงใจเพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงเพื่อน
       เวลาผ่านไป อนามิกาเปลี่ยนชุดมาถ่ายรูปคู่กับณภัทร โดยมีอัธวุธคอยจัดท่าทางให้ ส่วนเมธาวีก็เป็นตากล้อง อนามิกาไม่ค่อยอยากทำท่าหวานชื่นแบบคู่รัก อัธวุธจึงต้องจัดท่าทาง ทั้งผลักทั้งดันให้ทั้งคู่เบียดใกล้ชิดกัน ทั้งจับมุมปากให้ยิ้มและจับแขนทั้งสองให้โอบกัน
       อัธวุธจับมือทั้งสองให้ชูเหนือศีรษะมาจรดกันเป็นรูปหัวใจ แต่อนามิกาไม่ยอมทำตาม เมธาวีโวยให้เร็วๆ อนามิกาเลยยอมทำแล้วฝืนยิ้ม เมธาวีกดชัทเตอร์ได้ภาพคู่รักที่หน้าอนามิกาดูเหมือนคนฝืนยิ้ม
       
       นลิณาเดินควงณดลมาตามทางเดินในกรุงลอนดอน เธอพยายามเบียดตัวเข้าไปใกล้ชิดณดลให้มากที่สุด
       “แหม...อุตส่าห์มาไกลจากกรุงเทพฯ จะมัวนอนอุดอู้อยู่บ้านทำไมล่ะคะ” นลิณาบอก
       ณดลหยุดยกกล้องขึ้นถ่ายภาพวิวและสถาปัตยกรรมข้างทาง นลิณายังเดินพล่ามต่อไปคนเดียว
       “...ลอนดอนมีอะไรดีๆ เยอะแยะ ยิ่งคนชอบถ่ายรูปอย่างคุณณดล รับรองว่าจะต้องหลงรักที่นี่เลยหละค่ะ คุณณดลว่าไหม...คะ...อ้าว!”
       นลิณาหันไปแล้วก็ไม่เห็นว่าณดลเดินตามมา เธอหันกลับไปเห็นณดลหยุดยืนถ่ายรูปอยู่ นลิณาจึงเดินย้อนกลับไปออดอ้อน
       “แหม...ถ่ายแต่สถานที่มันจะไปสวยอะไร นลิณาเป็นนางแบบให้ดีกว่านะคะ” นลิณาโพสต์ท่า “ถ่ายเลยสิคะ”
       “เอ่อ..จริงๆ ผมชอบถ่ายภาพวิว ภาพสถานที่มากกว่าภาพคนน่ะ”
       นลิณาทำหน้าบูดเหมือนงอน
       “ก็ได้ๆ เดี๋ยวถ่ายให้ เอาหละนะ” ณดลยกกล้องขึ้นเตรียมถ่าย
       
        จากหน้าบูดบึ้งนลิณาเปลี่ยนเป็นยิ้มโพสท่าสวยทันที
       
        อ่านต่อหน้า 2 

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 13
แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 12
แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 11
แหม่มแก้มแดง ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014