หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ บ่วง

บ่วง ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 เมษายน 2555 05:53 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป

บ่วง ตอนที่ 10

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
บ่วง ตอนที่ 10

บ่วง ตอนที่ 10

บ่วง ตอนที่ 10

บ่วง ตอนที่ 10 (ต่อ)
       
       ในอดีต...แพงเดินเฉิดฉายเข้ามาหาพึ่งและติ่ง ที่ทำงานจำพวกเด็ดผักอยู่ในครัว นวลเดินตามมาในฐานะบ่าวผู้ภักดี
       
       “ฉันเอาเงินมาให้แม่” แพงยื่นให้
       “โห เท่าไหร่น่ะ” ติ่งเข้าไปใกล้แพง
       “เอ๊ะอีนี่ ห่างๆคุณแพงหน่อย” นวลตวาด
       ติ่งมองไม่พอใจ
       “เรียกคุณแพงเชียวหรือ จิ้งจกเปลี่ยนสีจริงนะเอ็ง เมื่อก่อนเกลียดนังแพงอย่างกับอะไรดี”
       นวลตบหน้าติ่งเปรี้ยง ติ่งตกใจมาก สีหน้านวลจงรักภักดีสุดจิตสุดใจ ดุติ่งจริงจังมาก จนติ่งกลัว
       “บอกให้เรียกคุณแพง...คุณแพง ไม่ได้ยินหรือ”
       “เงินที่ได้มาจากกองน้ำตาของผู้มีพระคุณ เอ็งอยากเอา เอาไปคนเดียวเถอะ ข้าไม่อยากตกนรกด้วย ข้าไม่อยากยุ่งกับเอ็ง”
       พึ่งเดินหนีไปทำงานมุมอื่นไม่สนใจแพง
       “เอ๊ะ แม่นี่ ฟังนะ ฉันน่ะกำลังท้องลูกคุณหลวง อีกหน่อยแม่ต้องมาช่วยฉันเลี้ยงลูกคุณหลวง แม่จะทิ้งฉัน ไม่ยุ่งกับฉันไม่ได้นะ”
       พึ่งชะงักไป ยอมหันมาสนใจแพง
       “เอ็งไปหาหมอมาแล้วหรือ”
       พึ่งถาม แพงส่ายหน้า
       “แล้วเอ็งรู้ได้ยังไง”
       “ประจำเดือนฉันไม่มา สองอาทิตย์แล้ว”
       “ประจำเดือนไม่มาแค่นี้ ไม่เห็นต้องท้องนี่”
       “ก็ฉันอยากกินของเปรี้ยวนี่ ฉันรู้เอง ฉันมั่นใจ ฉันท้องแน่ๆ”
       “คุณหลวงยังไม่มีลูก ครอบครัวคุณหลวงหรือแม้แต่ตัวคุณหลวงเอง จะต้องเห่อหลานคนแรกคนนี้” นวลบอกแล้วเดินไปเอาจานของดองจากตู้กับข้าว
       “ใช่ เด็กคนนี้แหล่ะ จะทำให้ทั้งฉันและแม่ สบายไปตลอดชีวิต เฮ้อ...ไม่รู้ทำไมฉันรู้สึกเสียด้วยสิ ว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กผู้ชาย ถึงขนาดนี้แล้ว แม่ยังจะดื้ออีกทำไมกัน”
       “ของที่คุณแพงชอบมาแล้วค่ะ”
       นวลยกจานของดองมาให้ เพ็ญเดินมาจากไหนไม่รู้มาแย่งไป
       “เอ๊ะ น้าเพ็ญ”
       เพ็ญยิ้มร้ายถือจานของดองเข้าไปใกล้ แกล้งทำท่านอบน้อมกับแพง
       “อุ๊ยต๊าย ทายาทคนแรกของคุณหลวงชอบกินของพรรค์นี้หรือเจ้าคะ คุณแพง”
       “หา น้าเพ็ญก็เรียกนังแพงว่าคุณเหรอ” ติ่งตกใจ
       “เอ๊า ก็ต้องเรียกสิจ๊ะ เขาไม่ใช่นางบำเรอ ไม่ใช่นางโสเภณีแล้ว เอ็งไม่เรียกคุณแพงตอนนี้แล้วจะเรียกตอนไหน มีลูกให้คุณหลวงเชียวนะโว้ย…คุณแพงเจ้าขาอาหารว่างมาแล้วเจ้าค่ะ”
       แพงยิ้มอย่างพอใจ
       “ฮึ น้าเพ็ญนี่ฉลาด รู้ทางลมเป็นเยี่ยม ไปรับใช้ทำไมกับคุณหญิงอบเชย มารับใช้ฉันนี่ ฉันจะดูแลน้า ดูแลทุกคนให้ดียิ่งกว่าคุณหญิงอีก”
       “ฮู้ยจริงเจ้าค่ะ ดิฉันจะรับใช้อย่างดี เอาแบบถวายหัวเลย ถวายหัวยังไงรู้ไหมคะ นี่ไง!”
       เพ็ญยกจานของดองเทราดใส่หัวแพงเต็มๆ
       “อ๊าย นังเพ็ญ นี่มึง หนอย มึงตายเสียเถอะ”
       แพงตบเพ็ญเปรี้ยงกระเด็นไป แต่พอหันมา เจอคุณหญิงอบเชยมายืนอยู่ข้างหลัง คุณหญิงเข้าไปตบแพงเปรี้ยงเอาคืนแบบฉับพลันทันใด!!
       “อีคุณหญิง !”
       “ที่กูเข้ามานี่ เพราะจะมาดับฝันมึง! หมอเขายืนยันว่าคุณชื่นกลิ่นท้องได้สองเดือนว่าแล้ว คุณชื่นกลิ่นท้องได้ยินไหมอีแพง!”
       เพ็ญเข้าไปหัวเราะเยาะ
       “ฮะฮะฮ่า ฮะฮะฮ่า ขอหัวเราะคนชั่วให้สะใจหน่อยเถอะวะ”
       “คุณชื่นกลิ่นท้อง” แพงยังตะลึงอยู่
       “ใช่ คุณชื่นกลิ่นท้อง ทายาทของคุณหลวงมาเกิดกับคุณชื่นกลิ่นไม่ใช่มาเกิดกับคนเลวอย่างมึง คุณหลวงกับคุณชื่นกลิ่นทำบุญมาร่วมกัน ขนาดมีมารมาผจญ ก็ยังมีเด็กตามมาเกิด มาผูกพันคนทั้งสองเอาไว้ด้วยกันอีก อีแพงเอ๊ย ชะตามึงขาดแน่คราวนี้”
       “ไม่! ไม่จริง! แพงต่างหากที่ท้องลูกคุณหลวง”
       “เหรอ ประจำเดือนขาดเล็กๆน้อยๆ อยากกินของเปรี้ยวนิดๆหน่อยๆ เอ็งก็คิดแล้วหรือ ว่าเอ็งท้อง ถุย อีคนช่างฝัน ฝันกลางวัน คิดไปเองทั้งนั้น”
       “ไม่ ไม่จริง อีแพงจะไปหาหมอ จะไปตรวจ อีแพงต่างหากที่ตั้งท้อง ไม่ใช่คุณชื่น ไม่ใช่! นังนวล ไปตามไอ้มิ่งมาขับรถพาข้าไปสุขศาลา พาข้าไปเดี๋ยวนี้ !”
       “เจ้าค่ะ เดี๋ยวไปเลยเจ้าค่ะ ไปสุขศาลา ไปตรวจท้อง ไปตรวจท้อง”
       นวลรีบไปจัดการตามคำสั่ง
       “ฉันจะกลับมาพร้อมข่าวดี คอยดูไปแล้วกัน!”
       แพงรีบออกไป อบเชยและเพ็ญสะใจ แพงเดินเข้าไปนั่งที่ตอนหลังของรถหลวงภักดีบทมาลย์ โดยมีนวลเปิดประตูให้ รถเคลื่อนออกไป สีหน้าของนั้นมุ่งมั่น แต่ในใจแอบกังวล
       “ฉันท้องลูกคุณหลวง...ฉันท้องลูกคุณหลวง ไม่ใช่นางชื่น...ไม่ใช่นางชื่น”
       
       ที่พื้นดินใต้ต้นไม้ในสนามหน้าบ้าน มีกองไฟอยู่กองหนึ่ง คุณหญิงอบเชยถือถ้วยใส่พริกและเกลือ มองท้องฟ้า ทำพิธีสาปแช่ง
       “เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา เทพยดาอารักษ์ ขอให้ฟังคุณหญิงอบเชยคนนี้ ข้าขอสาปแช่ง นังแพงผู้มีจิตคิดคดทรยศ อกตัญญู ขอให้มันตกเลือด ขอให้มันแท้งลูก ขออย่าให้มีเด็กคนใดมาเกิดกับมัน”
       คุณหญิงซัดเกลือและพริกถ้วยแรกใส่กองไฟ ไฟเกิดปะทุขึ้น ด้วยความอาฆาต เพ็ญรับถ้วยไปตักพริกกับเกลือมาส่งให้อีก
       “ใส่ลงไปค่ะ ใส่ลงไปอีก เผาพริกเผาเกลือแช่งมัน สาปแช่งมัน ใส่ลงไปอีกค่ะ”
       “คนเลว กฎหมายบ้านเมืองเอาผิดไม่ได้ แต่อยากจะรู้นัก หากพวกมันถูกคนดีๆสาปแช่ง โดนทุกวี่ทุกวัน มันจะทานทนได้แค่ไหน คนพวกนี้ มันจะเจริญได้ยังไง ข้าขอสาปแช่งเอ็ง ข้าของสาปแช่งเอ็ง อย่าได้มีเด็กคนใดมาเกิดกับเอ็ง อย่าได้มี !”
       คุณหญิงสาดพริกกับเกลือใส่ลงไปอีก ไฟลุกโชน ท่ามกลางความอาฆาตของคุณหญิงและเพ็ญ
       
       ที่สุขศาลา...แพงซึ่งตรวจเรียบร้อยแล้ว นั่งรออยู่ ไม่นานนักหมอเดินเข้าห้องมาหา
       “เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ ฉันท้องใช่ไหม ท้องเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย” แพงถามร้อนรน
       “เสียใจด้วยค่ะ คุณไม่ได้ท้อง”
       “อะไรนะ” แพงช็อค
       “ประจำเดือนของผู้หญิงเป็นเรื่องไม่แน่นอนอยู่แล้ว บางครั้งอาจมาช้าไปบ้าง เป็นเดือนๆก็มี สาเหตุก็อาจจะมาจากความเครียด หรือการทานอาหารผิดสำแดง”
       “ไม่จริง หมอตรวจผิด หมอตรวจผิด! ฉันแพ้ท้องเห็นๆอยู่ ฉันอยากกินของเปรี้ยวทุกวัน ฉันท้องแน่ๆ”
       “คุณคงอยากมีลูกจนคิดไปเอง ก็เลยอยากทานของเปรี้ยว”
       แพงตบโต๊ะ
       “ไม่ ไม่จริง ฉันบอกแล้วไงว่าฉันท้อง!”
       “หมอตรวจจนแน่ใจแล้ว เสียใจด้วยนะคะ”
       “ไม่ ไม่ ไม่จริง !”
       แพงช็อค ตกใจ เสียใจ คิดไม่ถึง
       
       ที่เรือนใหญ่...เพ็ญรู้เรื่องแล้วมารายงานกับคุณหญิง ซื่นกลิ่น และบัวสวรรค์ คุณหญิงปรบมือ ตบโต๊ะ หัวเราะลั่นสะใจสุดๆ บัวและชื่นกลิ่นนั่งอยู่ด้วย
       “ฮะฮะฮ่า สะใจ สะใจจริงๆ ฮะฮะฮ่า อีเพ็ญ...ข้ามีความสุขจริงๆโว้ย”
       “เพ็ญก็มีความสุขเจ้าค่ะ คุณชื่นขา อีแพงไม่ได้ท้อง คุณชื่นกลิ่นต่างหากที่มีบุพเพสันนิวาสกับคุณหลวง คุณหลวงจะต้องกลับมาหาคุณชื่น อย่าท้อใจไปนะคะ”
       เพ็ญพยายามให้กำลังใจ ชื่นกลิ่นยังไม่สบายใจ
       “แล้วถ้าเขาไม่มาล่ะ ชื่นจะทำยังไงคะคุณแม่”
       “ไม่มาก็ไม่ต้องมา ช่างมัน!” คุณหญิงประกาศทันที
       “คุณแม่!”
       คุณหญิงเข้าไปจับมือชื่น พูดให้ได้สติ
       “ไม่มีรักใดในโลกอบอุ่นใจไปกว่ารักของพ่อแม่ ชื่นกลิ่นรู้ไหม วันที่หนูเกิดมา แม่มีความสุขแค่ไหน”
       “คุณแม่!”
       “ทันทีที่แม่ทุกคนให้กำเนิดลูก โลกของแม่เหมือนเต็มบริบูรณ์ขึ้นมา ชีวิตมีค่า ชีวิตมีความหมาย ชีวิตของคนเป็นแม่ จะรู้จักรักที่สมบูรณ์ จนไม่อาจมีรักใดเสมอเหมือน”
       “ไม่มีรักใดเสมอเหมือน เพราะลูกของเราหรือคะ”
       คุณหญิงพยักหน้า
       “ใช่แล้ว ใครๆก็เข้าใจว่า ลูกเป็นคนดีขึ้นมาได้ เพราะคำสั่งสอนของพ่อแม่ เพราะมีรักของพ่อแม่ ลูกจึงไม่กล้าทำชั่ว แต่หากคิดให้ดี พ่อแม่ก็เป็นคนดีขึ้นมาได้ เพราะลูกเหมือนกัน”
       “เพราะพ่อแม่มีลูก พ่อแม่จึงเข้มแข็งยิ่งกว่าที่เคยทำ เป็นคนดีได้มากกว่าที่เคยเป็น เพราะลูกงั้นหรือคะ”
       คุณหญิงพยักหน้า บัวสวรรค์ยิ้มให้กำลังใจพี่สาว
       
       ชื่นกลิ่นมองอาหารบนโต๊ะสีหน้าพะอืดพะอม แค่ได้กลิ่นก็จะอ้วกอีกแล้ว คุณหญิงกับบัวสวรรค์นั่งคนละด้านให้กำลังใจ
       “เด็กในท้องของหนู กินข้าวกินน้ำผ่านจากตัวหนู ถ้าหนูไม่กิน เด็กคนนี้ก็ตาย” คุณหญิงชี้ที่ท้อง
       ชื่นกลิ่นเม้มปาก เกิดฮึด เอื้อมมือไปตักอาหาร กินเข้าไป พยายามสะกดอารมณ์อยากอ้วก บัวสวรรค์รีบหยิบผ้าเช็ดปากมาเตรียมให้ ทุกคนลุ้นว่าจะอ้วกไหม
       “ไหวไหมคะ”
       ชื่นกลิ่นพยักหน้า กลืนไป แล้วเริ่มกินเข้าไปอีก ชื่นกลิ่นเกิดกำลังใจที่จะดูแลตัวเอง คุณหญิงกับอบเชยยิ้มพอใจ
       
       คุณหญิงนำยาบำรุงครรภ์มาให้ชื่นกลิ่นกิน ชื่นกลิ่นมองยาหม้อในถ้วยบนถาด ที่วางตรงหน้า สีหน้าพะอืดพะอมอีก
       “พี่ชื่นกลิ่นไม่ชอบกินยา ขนาดยาเม็ดยังไม่กิน แล้วยาหม้อบำรุงครรภ์ เป็นชามๆแบบนี้ ต้องกินตั้งสามเวลา” บัวสวรรค์มองหน้าชื่นกลิ่นว่าจะเอาไง
       คุณหญิงพยายามให้แง่คิด
       “เด็กคนหนึ่งไม่มีพ่อได้ แต่ขาดแม่ไม่ได้ หนูเป็นลูกแหง่ของแม่ เพราะตั้งแต่เล็ก แม่อบเชยคนนี้จัดการทุกอย่างให้หนู แต่นับจากนี้เป็นต้นไป หนูต้องเป็นแม่คน เด็กคนนี้ต้องพึ่งแต่หนูคนเดียว เขาจะมีชีวิตเติบโตขึ้น ดีขึ้นมาหรือไม่ ขึ้นกับหนูคนเดียว”
       ชื่นกลิ่นพยักหน้ากับแม่ กลั้นใจ ดื่มยาหม้อชามนั้นเข้าไป
       
       หลายวันต่อมา ชื่นกลิ่นลงมาเดินออกกำลังกาย มีบัวสวรรค์คอยประคองเดิน คุณหญิงเดินตามมาห่างๆ ชื่นกลิ่นเศร้า เมื่อมองไปที่นั่งเล่นที่เก้าอี้สนามที่ตนเองเคยนั่งเล่นกับคุณหลวง
       คุณหญิง กับบัวสวรรค์มองชื่นกลิ่นอย่างเข้าใจ
       “หนูต้องเข้มแข็งนะชื่นกลิ่น จะอ่อนแอ อ่อนต่อโลกอีกไม่ได้แล้ว พอกันทีกับการนอนร้องไห้เศร้าโศกเสียใจเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว พอกันทีกับการเป็นลูกแหง่ที่ไม่สิ้นสุด หนูต้องเข้มแข็ง ถึงเวลาเข้มแข็งแล้วนะลูก!”
       ชื่นกลิ่นพยักหน้า กลืนน้ำตาเข้าไปในอก ไม่ให้ไหลออกมาอีก เริ่มมีความเข้มแข็งขึ้น
       “ค่ะ หนูจะคิดถึงลูกทุกครั้งที่จะร้องไห้ ลูกจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของหนู หนูจะไม่ร้องไห้อีก!”
       
       ปัจจุบัน...รัมภาฟังคุณหญิงอบเชยเล่าอย่างตั้งใจ...
       “หนูจำความรู้สึกในวันไหนได้ไหม วันที่หนูรู้ว่าหนูเป็นแม่คน แม่ของเด็กแฝด”
       รัมภาเริ่มได้สติ พยักหน้ารับ
       “เพราะพ่อแม่มีลูก เราจึงเข้มแข็งยิ่งกว่าที่เคยทำ เป็นคนดีได้มากกว่าที่เคยเป็น”
       “ในเมื่อจำได้แล้ว...หนูรู้หรือยัง ในเวลาเช่นนี้ หนูจะรอดเพราะใคร”
       รัมภามองหน้าคุณหญิง เริ่มรับรู้และเป็นปกติมากขึ้น กำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆ คุณหญิงเห็นอย่างนั้นก็คลายความกังวลลง เล่าเรื่องอดีตให้ฟังต่อว่า เมื่อครั้งที่ชื่นกลิ่นท้อง เกิดเรื่องปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง...
       
       ในอดีต...หลวงภักดีบทมาลย์ เดินออกมามองหาในบริเวณบ้าน พลางร้องเรียก
       “แพง...แพงอยู่ไหนน่ะ...แพง”
       กล้าเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีโมโหมาก
       “มัวแต่เรียกหานางบำเรอทำไมกัน ทั้งๆที่เมียคนสวย แม่ของลูกคุณหลวงกำลังนอนรอคุณอยู่บนตึกนั่น”
       “แม่ของลูก?”
       “ใช่ ลูกของคุณ คุณชื่นกลิ่นท้องลูกของคุณ หมาแมว มันยังไม่ทิ้งลูกของมัน ถ้าคนเป็นถึงคุณหลวงอย่างคุณยังไม่รู้จักคิด ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
       หลวงภักดีอึ้งไป เมื่อรู้ว่าเมียท้อง
       
       ชื่นกลิ่นร่างกายแข็งแรงขึ้น นั่งทานข้าวกับบัวสวรรค์ โดยไม่ต้องให้ป้อนแล้ว ชื่นกลิ่นจับท้องตัวเอง เพื่อบอกกับลูก สีหน้ายิ้มแย้มขึ้น
       “ลูกจ๋า แม่จะกินข้าว แม่จะบำรุงเลี้ยงดูหนู อย่าเกเรกับแม่นะลูก”
       ชื่นกลิ่นตักอาหารเข้าปาก บัวสวรรค์ยิ้มพอใจ
       “ทานเยอะๆนะหลานน้า กินเยอะๆ”
       บัวสวรรค์มองไปที่ประตู
       “เสียงคนมา สงสัยคุณอามา คุณอาต้องดีใจ ที่พี่ชื่นทานข้าวได้เยอะ”
       หลวงภักดีเดินเข้ามา ทั้งชื่นกลิ่นและบัวสวรรค์ตะลึง
       “คุณหลวง” ชื่นกลิ่นยิ้มดีใจ
       บัวสวรรค์ก็ดีใจรีบวางช้อนลุกขึ้น ไม่กินแล้ว
       “คุณหลวงมา...เอ้อ บัวออกไปข้างนอกก่อนนะคะ”
       บัวสวรรค์ออกไป หลวงภักดีสีหน้าเจื่อนเศร้าๆ เดินเข้ามาหา
       “เจ็บตรงไหนไหม”
       ชื่นกลิ่นส่ายหน้า
       “เอ้อ ไม่ใช่เจ็บสินะ เขาเรียกแพ้ท้องใช่ไหม”
       “มีอยู่บ้างค่ะ มีอาเจียน บางครั้งก็เวียนหัว”
       “ลูก ลูกของพี่ อยู่ในนี้หรือ” หลวงภักดีมองที่ท้อง
       ชื่นกลิ่นพยักหน้า
       “ให้พี่ป้อนนะ”
       หลวงภักดีนั่งลงป้อนอาหาร ชื่นกลิ่นกินเข้าไปน้ำตาร่วงออกมา จับมือเขาไว้
       “คุณหลวงกลับมาหาน้อง กลับมาหาน้องแล้วน้องไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะ”
       หลวงภักดีเช็ดน้ำตาให้
       “อย่าร้องไห้เพราะคนเลวอย่างพี่ อย่าร้องเลย”
       “คุณหลวงของชื่น” ชื่นกลิ่นโผเข้ากอด
       “พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ”
       สองกอดกัน เอาหัวชนกัน ร้องไห้ทั้งคู่ ความรักกลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งซื่นกลิ่นก็ไม่อาจรู้ได้ว่าอีกนานแค่ไหน
       
       รัมภาฟังเรื่องราวอย่างตื่นเต้น...
       “คุณหลวงกลับมาหาคุณชื่นกลิ่นจริงๆหรือคะ แล้วคุณไสยที่แพงทำไว้ล่ะคะ”
       “ไม่มีใครรู้ว่าทำไม วันนั้นคุณหลวงจู่ๆก็มา บางทีมนตรามืดดำอาจพ่ายแพ้ต่อวิญญาณบริสุทธิ์ดุจผ้าขาวของเด็กน้อย”
       “เพราะลูกเป็นห่วง...เป็นบ่วงร้อยรัดพ่อแม่เอาไว้ให้เดินไปสู่ความดี ความเจริญที่ยิ่งๆขึ้นไป”
       “มันเป็นอย่างนั้นเสมอ เป็นมาทุกยุคทุกสมัย หนูกับศามน มีบุพเพสันนิวาสต่อกัน แม้ผ่านเวลากี่ชาติภพ มีอุปสรรคอย่างไร สุดท้ายก็ยังมาเกิดร่วมกัน เป็นคู่ผัวตัวเมีย สิ่งนี้ล่ะที่นังผีแพงมันแค้นใจนัก”
       “หนูจะต้องไม่อ่อนแอ หนูจะต้องชนะเท่านั้น หนูกับรัสตี้และไลล่า ไม่มีทางอื่นนอกไปจากลุกขึ้นสู้กับผีตนนั้น ลุกขึ้นสู้เท่านั้น”
       รัมภาพยายามรวบรวมกำลังใจขึ้นมาใหม่
       
       รถแท็กซี่วิ่งพาเด็กสองคนที่นั่งหลังไปโรงพยาบาล สักพักมือถือดังขึ้น เพื่อนของแท็กซี่คนนี้โทรมา บอกว่ามีอุบัติเหตุข้างหน้า
       “เอ้าเหรอ ข้างหน้านี้เหรอ เออๆขอบใจโว้ย”
       คนขับแท็กซี่วางสาย แล้วเลี้ยวขวากลับรถ
       “กลับรถทำไมครับ จะไปไหน”
       “เพื่อนโทรมาบอก รถชนกันถนนข้างหน้า ต้องเลี้ยวเข้าทางลัดในหมู่บ้านนี้แหละ”
       คนขับแท็กซี่เลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง รัสตี้ครุ่นคิดระแวง เพราะเป็นเด็กที่มีอาการประสาทหลอนเมื่อเครียด และเป็นโรคคิดมาก เป็นทุนเดิมอยู่ รัสตี้พึมพำเบา มองคนขับแท็กซี่ระแวง
       “โกหก...โกหกเรา”
       
       หน้าเรือนใหญ่...บุญสืบถือไฟฉาย กลับจากไปหาเด็กๆที่สวน หล้าลงมาจากบนบ้าน เดินมาเจอกันที่หน้าบ้าน
       “เจอไหม”
       “ไม่เห็นเจอเลย หาจนทั่ว ทั้งใต้โต๊ะ ตู้เตียง ข้าหาหมดแล้ว”
       “ที่สวนก็ไม่มี ฉันก็ดูจนทั่วแล้ว”
       ขณะเดียวกัน คำเร่งเท้ามา มืออุ้มพระพุทธรูปแบบตั้งในบ้าน เร่งเดินเข้ามาสมทบ
       “แม่ที่เรือนเล็กอ่ะ ... เป็นไง” บุญสืบมองพระ แล้วสะดุ้ง “เฮ้ย ถือไปอย่างนี้เลยหรือ”
       “หาองค์เล็กๆไม่ทัน เลยอัญเชิญไปทั้งองค์เลย ท่านจะได้มองให้ทั่วไง ว่ามีผีอยู่ตรงไหนบ้าง...ที่เรือนเล็ก ปิดไฟนอนกันแล้ว ไม่รู้มันจะรีบนอนอะไรกันนักหนา ลูกเต้าหายไปทั้งคน ไม่สนใจสักนิด”
       “แปลว่าไม่มีคุณหนูที่เรือนเล็กหรือ”
       “เขาไม่ได้ล็อคบ้าน ข้าเดินดูทั่วแล้ว ไม่มีจริงๆ” คำบอก
       “คุณหนูหนีออกจากบ้านจริงๆด้วย ฮือทำไงดี ทำไงดี” บุญสืบคร่ำครวญ
       
       ที่ห้องประชุม...อนุกูล ยืนคุยกับ พัชนีและวรรณศิกา ขณะที่พนักงานนั่งอ่านเอกสาร คุยงานห่างไป
       “อะไรนะ เด็กแฝดหายออกไปจากบ้านหรือ หาทั่วหรือยัง หายไปเล่นที่ไหนหรือเปล่า” อนุกูลถามร้อนใจ
       “ยายคำกับตาหล้า หากันทั่วแล้วค่ะ บุญสืบเขาบอกว่าเงินค่ากับข้าวหายไปด้วย เขาเลยสงสัยว่า เด็กๆจะ เอ้อ หนีออกจากบ้าน” พัชนีบอก
       “หนีออกจากบ้าน...ไม่ได้แล้ว ไปเร็ว”
       อนุกูลขยับจะออกไป วรรณศิการีบห้าม
       “เดี๋ยวๆ แล้วคุณสองคนนี้ล่ะคะ”
       อนุกูลตัดสินใจทันที
       “คุณพรหมกับคุณชัยมาจากต่างจังหวัด คุณพาเขาไปที่โรงแรมที่เราจองไว้ ดูแลเขาให้ดีนะ บอกเขาว่าผมมีธุระด่วน พรุ่งนี้ค่อยคุยงานต่อ”
       “โอเค งั้นหนูพัชไปช่วยกันกับคุณนุ ทางนี้พี่จัดการเอง” วรรณศิการีบบอก
       พัชนีกับอนุกูลรีบเก็บเอกสาร หยิบของออกไปทันที
       
       อนุกูลกับพัชนีมาที่รถ ขณะที่กำลังจะขึ้นรถ พัชนีรีบถาม
       “เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว แล้วเราจะเริ่มไปหาเด็กที่ไหนก่อนคะ”
       “อืม จริงด้วย เราต้องคิดแทนเด็กแฝดว่า ทำไมเขาถึงหนีออกจากบ้าน ที่ไหนที่เขาอยากไปมากที่สุด”
       “เขาสองคนบ่นอยู่แต่คิดถึงพ่อกับแม่ ถ้าอย่างนั้นก็…”
       นึกได้พร้อมกัน
       “โรงพยาบาล!”
       ทั้งสองรีบขึ้นรถไปทันที
       
       ที่โรงพยาบาล..
       อนุกูลกับพัชนียืนคุยกับพยาบาลที่หน้าห้องรัมภาที่หลับสนิทบนเตียง
       “วันนี้คุณรัมภาหลับตลอดเลยค่ะ หลับทั้งวันไม่ตื่นเลย ดิฉันไม่เห็นมีใครมาเยี่ยมนะคะ” พยาบาลบอก
       “เด็กๆไม่ได้มาหาแม่เขาหรือคะ” พัชนีถาม พยาบาลส่ายหน้า
       “อาจจะยังมาไม่ถึง เขาต้องมาที่นี่ ไม่มีที่อื่นหรอก” อนุกูลบอกอย่างมั่นใจ
       “แล้วนี่ จะทำยังไงต่อดีคะ”
       “ตามรอยเส้นทาง จากที่โรงพยาบาลนี่ กลับไปที่บ้านของเด็กๆไปเร็ว”
       อนุกูลกับพัชนีออกไป จิตของคุณหญิงยืนอยู่กับจิตของรัมภา ได้ยินทั้งหมดไปด้วย
       “ลูก... ลูกหนู”
       จิตของรัมภามองไปที่ร่างของตัวเองที่นอนอยู่ ทันใดรัมภาตื่นขึ้นทันที เรียกชื่อลูกออกมา
       “รัสตี้ ไลล่า”
       “เอ้าคุณตื่นแล้วหรือคะ”
       พยาบาลเข้าไปดูแลรัมภา ที่มีแต่สายตากังวลคิดถึงลูก
       
       อนุกูลขับรถตามหาเด็กไปอย่างช้าๆ พลางสั่ง
       “คุณคอยมองสองข้างทางไว้นะ มองหารถแท็กซี่ทุกคัน มองตามข้างทางแล้วก็ป้ายรถเมล์”
       “โอเคค่ะ” พัชนีมองข้างๆอย่างตั้งใจ
       ขณะเดียวกัน แท็กซี่ขับมาถึงตรงที่เปลี่ยว เป็นหมู่บ้านสร้างไม่เสร็จ มีพงหญ้า กลางซอย ที่ใช้เป็นทางลัดออกถนนอีกด้านหนึ่ง รถเกิดเสียดับกลางคัน
       “เอ๊า เป็นอะไรขึ้นมาวะ”
       เด็กสองคนเริ่มประหวั่นมองซ้ายขวาไม่มีรถ มีแต่บ้านที่สร้างไม่เสร็จ ร้างๆ ไม่มีคนผ่านไปมา ไม่มีคนแถวนั้น
       “หมู่บ้านแถวนี้ ทำไมเงียบจัง”
       รัสตี้จับตามองแท็กซี่ระวังตัว
       ภาพในจินตนาการเกิดขึ้นอีกครั้ง คนขับแท็กซี่จอดรถ แล้วเดินลงไปจากรถ แล้วเดินมาเปิดประตูหลัง คนขับแท็กซี่หน้าแดง ตาแดงเหมือนยักษ์ พร้อมควักปืนยาวออกมาจ่อขู่
       “เอาเงินมา เอาเกมมา ไม่งั้นเอ็งตาย!”
       รัสตี้ตาเหลือกมอง กลัวมาก
       
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
บ่วง ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
บ่วง ตอนที่ 13
บ่วง ตอนที่ 12
บ่วง ตอนที่ 11
บ่วง ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 14 คน
94 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
6 %
ความคิดเห็นที่ 3 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันนี้อัพจนจบตอนไม่ได้หรอคะ กำลังสนุก มาทีละนิด เอง
kaaa
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อัพช้าจังค้ารอตั้งนานเเน่ะขอตอนหนัเร็วๆได้ไหมค้า
พีรดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014