หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ บ่วง

บ่วง ตอนที่ 13

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 เมษายน 2555 06:06 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป

บ่วง ตอนที่ 13

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
บ่วง ตอนที่ 13

บ่วง ตอนที่ 13

บ่วง ตอนที่ 13

บ่วง ตอนที่ 13

บ่วง ตอนที่ 13
       
       ที่บ้านเดือนแรม...คณะจัดโต๊ะจีน วางโต๊ะจีนที่จัดแล้วประมาณห้าโต๊ะเรียบร้อย ใกล้เวลาอาหารออกมาแล้ว เดือนแรมเดินหัวเสียเข้ามา ตามด้วยดีดี้
       
       “โธ่โว้ย โธ่โว้ย โธ่โว้ย! เอ๊ะ โต๊ะพวกนี้อะไรเนี่ย”
       “โต๊ะจีนที่คุณนายสั่งมาไง” ดีดี้หันไปบอกบ๋อยที่เดินมาแล้วทักทาย “ซินเจียอยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้”
       “โต๊ะจีน แต่เป็นลาวครับ”
       “แฮะๆ ไม่งั้นจะขำหรือ อาหารเสร็จหรือยัง เอามาเลยๆ น้ำลายสอแล้ว”
       “นังทองดี!” เดือนแรมโกรธ
       “เออจริง คุณนายจัดเลี้ยงให้คุณรัมภากับคุณศามนที่หย่ากันแล้วนี่ไม่ได้หย่า จะมีแขกมาไหมเนี่ย”
       พูดไม่ทันขาดคำ น้อย แอน เจี๊ยบ เดินเรียงหน้าเข้ามา ชาวตลาดหลายคนตามมาด้วย
       “มาแล้วจ้า มาแล้ว นี่ไงล่ะ พวกเรามากันแล้ว” น้อยส่งเสียงดัง
       “ฉันไม่ได้เชิญพวกแกสักหน่อย” เดือนแรมมองไม่พอใจ
       “เอ๊า เชิญทั้งตลาดเว้นเราได้ไง ตอนแรกที่ว่าจะหย่า ก็ไม่อยากมาเหยียบหรอกนะ” เจี๊ยบแย้ง
       แอนเยาะเย้ย
       “แต่ตอนนี้ เรารู้กันหมดแล้วว่าไม่ได้หย่า รีบมากันใหญ่เลย เอ้าโว้ยนั่งๆๆอาหารเสิร์ฟเลยมา ออกมาเลย ออกมาให้หมดเลย”
       ชาวตลาดกลุ่มใหญ่นั่งลง
       “เอ๊า คุณนายก็นั่งสิ เวลาแบบนี้ต้องฉลองนะ ตำแหน่งอะไรนะ อ๋อ ตอนแรกจะฉลองตำแหน่งใหม่ เมียหลวง แต่สุดท้ายก็ตกกระป๋องลงมาที่ตำแหน่งเดิม ว่าที่เมียหลวง...ว่าที่...ว่าแล้วว่าอีก...ว่าแล้วก็ไม่ได้เป็นสักที”
       น้อยพูดอย่างสะใจ แล้วทั้งสามสาวก็พากันหัวเราะเยาะ
       “พูดซะยาว เรียกง่ายๆว่า อีเมียน้อย! นั่นแหล่ะ” เจี๊ยบสรุปหน้าตาเฉย
       “อีสามตัวนี่ มึงตาย”
       เดือนแรมบุกจะเข้าไปตบ แอนแปลกใจ เมื่อมองไปเห็นว่าใครเดินเข้ามา ทุกคนในที่นั้นมองไปเป็นตาเดียว เดือนแรมเลยชะงักมือไปด้วย
       “เอ๊ะ ... คุณรัมภา” แอนทัก
       “มาได้ไงวะ” เจี๊ยบสงสัย
       ทุกคนงุนงง รัมภาสีหน้ามั่นใจมองทุกคน รัมภามาในมาดใหม่ สู้คนมากกว่าเดิม ดีดี้หันไปถาม
       “นี่ คุณนาย เป็นบ้าไปแล้วหรือไง อย่าบอกนะว่ามางานนี้”
       “ค่ะ ฉันมางานนี้ ก็คุณเชิญฉันไม่ใช่หรือ”
       “อีรัมภา...นี่แก”
       เดือนแรมพูดไม่ออก รัมภาเดินไปบอกพวกชาวบ้าน ที่มองมาเป็นตาเดียว
       “เมื่อคราวที่แล้ว ที่สวนหลังตลาด พวกคุณมองฉันกับคุณเดือนแรมในฐานะเมียหลวง เมียน้อย บอกตรงๆ ฉันอายมาก วันนี้ฉันอยากมาสัมผัสความรู้สึกนั้นอีกครั้ง”
       รัมภามองไปรอบๆ ทดสอบตัวเองด้วยการมองทุกๆคน เผชิญหน้ากับสายตาชาวบ้าน
       “อืม...ที่จริงมันก็ไม่ถึงตายนี่นา”
       บุญสืบที่เดินตามมายิ้ม บอกดีดี้
       “นายกู เข้มแข็งแล้ว...พวกมึงตายแน่”
       “พวกเราไม่ได้อยากให้คุณอายนะ ผัวเราบางคนมันก็มีเมียน้อยเหมือนกัน” แอนบอก
       “ใช่ คนที่เราเกลียด อีพวกเมียน้อยต่างหาก” เจี๊ยบหันไปมองเดือนแรม
       รัมภาพยักหน้าเข้าใจ
       “ฉันก็ไม่เข้าใจนักว่าอายทำไม คงเหมือนคนเดี๋ยวนี้ คนดีขี้อาย คนชั่วหน้าด้าน หึ ไม่กล้าลุกให้คนนั่งบนรถเมล์เพราะกลัวคนมอง แต่คนที่นั่งแล้วปล่อยคนท้องยืน คนพวกนี้กลับไม่อาย นี่ก็เหมือนกัน ฉันเป็นเมียหลวง ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียน้อย คุณต่างหาก รู้จักอายเสียบ้าง !”
       รัมภาชี้หน้าด่าเดือนแรมตรงไปตรงมา ผิดกับรัมภาคนเดิม
       “มึงบ้าไปแล้วแน่ ที่คิดจะสู้กับคนอย่างกู”
       เดือนแรมเงื้อมือตบลงมา รัมภาหลบได้อย่างยอดเยี่ยม แล้วหันมาตบคืนสุดแรง แบบชนิดที่เรียกว่า เดือนแรมร่วงลงไปนั่งกองกับพื้น
       บุญสืบกระโดดตัวลอย เช่นเดียวกับพวก น้อย แอน เจี๊ยบ สะดุ้งเจ็บหน้าแทน แล้วร้องเย้
       “โฮ้ย สุดยอด จัดหนัก จัดเต็ม! เป็นไงล่ะ” น้อยสะใจมาก
       “เย้ คุณผู้หญิง เย้ คุณผู้หญิงตบคนเป็นแล้ว ไม่ใช่ตบธรรมดา ตบคว่ำเลย คว่ำเลยเห็นไหม ดูสิดู”
       บุญสืบเรียกดีดี้และทุกคน
       “นึกว่าตาฝาด...โอ้โห” แอนตื่นเต้น
       “เฮ้ย คุณภาเกิดวันที่เท่าไหร่ จะเอาไปแทงหวย” เจี๊ยบรีบถาม
       รัมภามองมือตัวเอง มั่นใจในตัวเองขึ้นมาก
       “ครั้งแรกของฉัน อืม ไม่เลวใช่ไหมคะคุณเดือนแรม”
       “ฮึ อีพวกมือใหม่หัดตบ สู้กูไม่ได้หรอก”
       เดือนแรมลุกขึ้นจะตบใหม่ เงื้อมือ แต่พวกแอน น้อย เจี๊ยบ เข้ามาช่วย ยกมือขู่
       “มือใหม่ก็จริง แต่มีพวกมือเก่าเข้าข้าง บังเอิญเขาอยู่ฝ่ายความถูกต้อง บอกแล้วไง คดีเมียหลวงเมียน้อย กฎหมายมาไม่ถึง แต่กฎหมู่ถึงแน่” แอนตบที่เท้าตัวเองเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าจะเล่นงานแบบไหน
       แอน น้อย เจี๊ยบ บุญสืบเข้ามาล้อมเดือนแรม เช่นเดียวกับพวกชาวบ้าน
       “มาเลยมา นี่ก็เย็นแล้ว จะได้ไม่ต้องไปแอโรบิก” น้อยขู่
       ทุกคนเดินเข้ามา เดือนแรมเลยต้องถอย
       “หนอย พวกมึงออกไปจากบ้านกูให้หมดเลยนะ ออกไป๊”
       “ฉันไม่ได้มาเพื่อใช้กำลังกับคุณ คนพวกนี้คือชุมชนที่ฉันอยู่ ฉันและลูกๆต้อง อ ยู่กับทุกๆคนไปอีกนาน ในเมื่อฉันหนีไม่ได้ ฉันก็ต้องอยู่ อยู่ให้ได้”
       รัมภามอง พูดกับเพื่อนบ้านทุกคน
       “เราทุกคนอยู่ข้างคุณค่ะ หากต้องการความช่วยเหลือ บอกมาได้นะคะ” เจี๊ยบบอก
       “ขอบคุณมากค่ะ ลานะคะทุกคน”
       รัมภายิ้มให้ โล่งใจ ต่อไปนี้จะไม่อาย ไม่กลัวเดือนแรมแล้ว เธอเดินออกไป บุญสืบยิ้มเยาะเดือนแรมแล้วเดินไป
       เดือนแรมแว๊ดใส่คนที่ยังยืนอยู่
       “ดี จะเลือกข้างอยู่กับอีรัมภาใช่ไหม งั้นกูไล่พวกมึงออกจากตลาดของกู พรุ่งนี้ ใครไม่ไปย้ายของ กูจะตามพังมันให้หมด”
       “ไม่ต้องไล่ ไม่แน่จริงไม่มา ฉันไปเจรจากับเฮียเส็งแล้ว เขาให้ค่าเช่าเราเท่ากับตลาดของแก เพราะฉะนั้นที่มาเนี่ย ส่วนใหญ่ไปตลาดเฮียเส็งหมดแล้วโว้ย” น้อยบอกทันที
       “ฮิ ฮิ หายไปตั้งครึ่งตลาด อยากรู้ มึงจะอยู่ยังไง” แอนเยอะเย้ย
       “กรรมติดจรวด ฟิ้ว”
       เจี๊ยบชี้มาที่เดือนแรม พวกสามสาวเยาะแล้วเดินจากไป พอดีกับคณะโต๊ะจีนเอาอาหารมาวางบนโต๊ะ
       “เฮียเส็งมันลดราคาหรือ...ไม่จริง” เดือนแรมช็อค งง
       น้อยหันมาบอก
       “อ้อ เกือบลืม คนชั่วมันบ้าเลือดแจกของ เราคนดีต้องเอาไว้ กินไปทิ้งไป ไม่เสียหลาย เฮ้ย หยิบๆ ติดไม้ติดมือไปกันคนละนิดคนละหน่อย”
       แอน น้อย เจี๊ยบ และชาวตลาดวิ่งกลับมา ยกจานอาหารคนละจานสองจานติดตัวไป เดือนแรมกับดีดี้ตกใจ เดือนแรมยืนเต้นกรี๊ดๆๆอยู่
       “อ๊าย อ๊าย อ๊าย...”
       “เฮ้ย ของคุณนาย เฮ้ยหยุดๆ...โฮ้ย เอาคืนมา เหลือให้ข้ามั่ง เฮ้ยโธ่โว้ย”
       ดีดี้งง ห้ามไม่ไหว
       
       ที่เรือนใหญ่...หล้าตบเข่าฉาดเมื่อบุญสืบมาเล่าวีรกรรมรัมภาให้ฟัง
       “เสียดายไม่ได้ไปเอง อยากเห็นหน้านังคุณนายตะวันฉายนักเชียว” หล้าบอก
       บุญสืบสะกิด
       “เดือนแรม มันชื่อเดือนแรม”
       หล้าพยักหน้างงๆ คำหันไปถามรัมภาที่นั่งยิ้มขำๆอยู่
       “ทำไมจู่ๆ คุณผู้หญิงถึงอยากไปลุยนังเดือนแรมนั่นล่ะคะ ไอ้เราเห็นคุณชอบนั่งสมาธิ ยังนึกว่าจะไปบวชชี”
       “คุณศามนไม่ได้ทิ้งฉันเพราะหมดรัก มีบางอย่างในบ้านหลังนี้”
       “บ้านหลังนี้ เอ บ้านหลังนี้นอกจากผีแล้ว ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ” บุญสืบพูดหน้าตาเฉย
       คำฟาดเข้าให้
       “ไฮ้ ไอ้บุญส่งพูดทำไม เดี๋ยวก็มาหรอก”
       “เอ หรือว่าที่คุณนังสมาธินี่ ได้ไปคุยกับผีแล้ว แล้วผีมันไม่หลอกคุณหรือครับ” หล้าถาม
       รัมภามีเรื่องครุ่นคิดถึงแผนการต่อไปตลอดเวลา นั่งคิดไปเรื่อยๆ
       “จริงสิ ถ้าฉันเลือกเดินทางนี้ คงไม่ใช่แต่คน ที่ฉันต้องเอาชนะ ฉันยังต้องสู้กับ....”
       โทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ เหล่าคนใช้ สะดุ้งโหยง ร้องออกมา
       “ฮึ่ย”
       รัมภาขำสามคนที่เข้ามานั่งชิดกันอัตโนมัติ
       “ก็แค่โทรศัพท์น่ะ”
       รัมภากดรับสาย ไม่มีใครพูดสายด้วย รัมภางง ต้องเรียกสองสามครั้ง
       “สวัสดีค่ะ...ฮัลโหล... ฮัลโหล”
       เสียงแพงหัวเราะหึๆๆดังขึ้น รัมภาตกใจทิ้งโทรศัพท์
       “คุณผู้หญิง มีอะไรหรือเปล่าครับ” บุญสืบถาม
       รัมภาหวาดหวั่น มองไปรอบๆ รู้สึกหนาวๆพิกล! ทันใดแพง พุ่งมายืนข้างหลัง
       “สู้กับคนน่ะง่าย สู้กับผี สู้กับความกลัวในใจ แกชนะก็ยอดคนแล้วอีรัมภา!”
       รัมภากลืนน้ำลายกลัวขึ้นมา ไม่เห็นแต่รู้สึกได้ เช่นเดียวกับหล้า คำ และบุญสืบ ที่มองหน้ากัน หวาดๆ
       
       เย็นวันนั้น...รัมภานั่งทานข้าวกับลูกๆ ที่ลูกกรงหน้าต่างบ้าน มีเสียงกริ๊ก เพราะแพงใช้แหวนที่นิ้วตีที่ลูกกรงดังกริ๊กๆๆ
       “เสียงอะไรคะแม่” ไลล่าถาม
       รัมภาพยายามอดทน รู้ว่าเป็นเสียงจากอะไร พยายามจะตั้งสติให้ได้
       “ทานข้าวเถอะนะลูก เดี๋ยวไปดูการ์ตูนกัน”
       ที่หน้าต่างบานอื่น ก็มีเสียงกริ๊กๆๆ ขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
       “กริ๊กๆๆๆ” รัสตี้เลียนเสียงที่ตนได้ยิน
       “รัสตี้ หยุดนะ” รัมภาดุ
       “ไลล่าก็ได้ยินนี่นา แล้วตกลงมันเสียงอะไรล่ะครับหม่ามี้”
       รัมภาอึ้งไป รู้ว่ามันเริ่มขึ้นแล้ว...
       
       ค่ำคืนนั้น...รัมภานอนกับลูกทั้งสอง ทั้งหมดหลับไปแล้ว เสียงโซ่ตรวนเคลื่อนมาตามทางเดินในบ้าน รัมภาลืมตาตื่น ได้ยินเสียงแล้ว เสียงโซ่ตรวนมาหยุดอยู่หน้าห้อง รัมภาเหงื่อแตกมองที่ประตูอย่างหวั่นหวาด พยายามบอกตัวเอง...
       “นี่บ้านฉัน นี่ชีวิตฉัน ฉันต้องอยู่ให้ได้...”
       รัมภาทำสมาธิ เริ่มสวดมนต์
       “อิติปิโส ภควา อะระหังสัมมา...”
       แพงยืนอยู่หน้าห้อง ขยับโซ่ตรวนให้เกิดเสียงแกรกๆ เพื่อข่มขวัญรัมภาอย่างใจเย็น แพงหัวเราะหึๆ
       “อีรัมภา กูอยู่อย่างคนเป็นบ้า มึงกับลูกต้องเป็นบ้าเหมือนกู ฮึ อีคุณหญิงอบเชยมันพูดว่าอะไรนะ ความตายไม่น่ากลัว แต่เจ็บปวดเกือบตาย แล้วไม่ตาย นี่สิน่ากลัว ฮะฮะฮ่า!”
       รัมภา นอนปิดหู เพราะเสียงยังดังแกรกๆให้ได้ยินอยู่หน้าห้อง เธอรู้สึกทรมานเหลือเกิน จะนอนก็นอนไม่หลับ
       
       วันต่อมาอนุกูล วรรณศิกา และพัชนีมานั่งทานอาหารที่ร้านอาหารด้วยกัน พัชนีเล่าเรื่องรัมภาให้ทุกคนฟัง เพราะรู้มาจากรัมภา
       “โดนผีหลอกหรือ ผีประเภทไหน ชนิดที่ตามติดคนมาได้ไหม แล้วถ้าเราเป็น เพื่อนคุณรัมภา มันจะหลอกเผื่อมาถึงเราไหม ไม่ได้กลัวหรอกนะ ผีน่ะชอบหลอกนางเอก นางร้ายอย่างฉัน ไม่โดนหรอก ฉันรู้อยู่แล้ว แค่ถามเฉยๆ”
       วรรณศิกาถามอย่างอยากรู้มาก อนุกูลมองอย่างรำคาญ
       “กลัวทำไม อย่างคุณ มีหน้าตาเป็นอาวุธอยู่แล้ว ผีกับโจร ไม่ต้องไปกลัว”
       วรรณศิกาตีหัวนุกูลเปรี้ยง
       “นี่แน่ะ”
       “เฮ้ย ตีหัวเจ้านายอีกแล้ว อะไรวะ เดี๋ยวคนเห็นพอดี”
       อนุกูลมองซ้ายมองขวากลัวลูกน้องมาเห็น ค้อนๆ วรรณศิกายักไหล่
       “คุณภาบอกว่า เธอขอดูเหตุการณ์สักระยะ ตอนนี้เธอจนตรอกแล้ว เธอไม่ยอมหย่า เธอมีแต่ต้องเผชิญหน้าสู้” พัชนีเล่า
       “ว้า...คุณภา ไม่ได้หย่า”
       พัชนีตีแขนอนุกูล อนุกูลเจ็บแต่ก็ดีใจ คว้ามือเธอมาจับ
       “เฮ้ย หึงเป็นด้วย...บาปนะ ผิดศีลข้อหก”
       “บ้า ศีลมีที่ไหนข้อหก” พัชนีงอนหน้าง้ำ
       “น่ารักจริง น่าร้ากก”
       อนุกูลเห็นเธองอนยิ่งชอบ จับแก้มพัชนีอย่างเอ็นดู หยอกเย้า วรรณศิกาแว๊ดใส่
       “โฮ้ยพอๆ สเต็กฉันจืดหมด นี่พี่ถามหน่อยเถอะนะหนูพัช คุณรัมภาคิดจะสู้มัน ก็ดีหรอกนะ แต่สู้กับผีเนี่ย จะเอาอะไรไปสู้ แล้วไหนจะเด็กสองคนนั้นอีก พูดตรงๆเลยนะ เกิดมันจับหักคอหมดทั้งสามคนจะทำยังไง”
       “เฮ้ยดูละครมากไปหรือเปล่า คุณวรรณ พูดซะน่ากลัว” อนุกูลแย้ง
       “ที่จริงพัชก็คิดเหมือนพี่วรรณ” พัชนีบอกทันที
       “เอ๊า”
       “ที่คุณรัมภาเล่าน่ะ เหมือนแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น แค่ออเดิร์ฟก่อนจะถึงจานหลัก แค่สัญญาณเตือนก่อนจะถึง ของจริงชุดใหญ่”
       อนุกูลกับวรรณศิกา ฟังแล้วหน้าซีด กลัวแทน...
       
       ที่เรือนใหญ่...รัมภานั่งอยู่กับลูกๆ รัสตี้วาดรูป ไลล่านั่งทำการบ้าน บุญสืบเอาเครื่องดื่มมาให้ ทันใดลมปลิวเข้ามา ที่ม่านปลิวไสว รัมภาระแวงมองม่าน มองขื่อ
       “มองอะไรครับ อย่าบอกนะว่าเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น” บุญสืบถามอย่างใจคอไม่ดี
       “ความกลัวเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของตัวเราเอง เราต้องไม่ขยายการปรุงแต่งนั้น”
       รัมภาพยายามบอกตัวเอง
       “เชื่อครับเชื่อ...แต่ทำไม่ได้”
       บุญสืบเดินไป ด้วยอาการหวาดๆมองซ้ายมองขวา รัมภาหันไปดูการบ้านไลล่า
       “เขียนตัวตรงๆสวยๆสิลูก เอาใหม่ๆ นั่นต้องอย่างนั้น เอ๊ะ แล้วรัสตี้ไม่มีการบ้านหรือ มัวแต่วาดรูปเล่น เอ๊ะ รูปอะไรน่ะ”
       รัมภาเห็นรูปที่รัสตี้วาด เป็นรูปน่ากลัว หัวคนที่แอบซ่อนอยู่หลังม่าน!
       รัสตี้มองไปที่ม่าน หน้านิ่ง ราวกับประจัญสายตากับใครบางคนที่ม่านนั้น รัมภามองตามไปที่ม่านเช่นกัน แต่ไม่เห็นอะไร
       “แม่หนูกลัว” ไลล่าบอก
       รัมภาเข้าไปเขย่ารัสตี้อย่างโมโห
       “หนูต้องหายจากโรคบ้าๆนี้เสียทีนะรัสตี้ ถ้าหนูยังเพ้อเจ้ออย่างนี้ แม่กับไลล่าจะเป็นยังไงรู้ไหม”
       รัสตี้หน้าเฉยโกรธ หลายครั้งเขามีเซ้นส์และมองเห็นมันจริงๆ
       “ผมวาดรูปตามที่เห็น ผีผู้หญิงคนนี้อยู่กับเรา แม่ก็เห็นบ่อยๆ ทำไมถึงว่าผมโกหกล่ะครับ”
       รัสตี้พูดเบื่อๆ กลัวจนขี้เกียจจะกลัวแล้ว แพงอยู่ที่ม่านจริงๆ ตามที่รัสตี้วาดไม่ผิด แพงยิ้มพร้อมกับหัวเราะหึๆ แล้วแพงก็มองไปที่สมุดการบ้านของไลล่า ครู่หนึ่งไลล่าร้องกรี๊ด เมื่อเห็นรอยขีดฆ่าน่ากลัวที่เกิดขึ้นทีละเส้นจนเต็มหน้ากระดาษ
       “ไลล่า ร้องทำไมลูก ร้องทำไม” รัมภาร้องถามอย่างตกใจ
       “สมุดการบ้านหนู ใครเขียน ใครเขียน ฮือๆๆ”
       รัสตี้โวยขึ้นก่อน
       “นั่นไง จะว่าผมเขียนอีกไหม ผีเขียน ผีเขียนทั้งนั้น”
       ไลล่าร้องไห้เดินเข้ามากอดรัมภาที่ประหวั่นมองไปรอบๆ ไม่เห็นผี แต่บรรยากาศเต็มไปด้วยผี น่ากลัวเหลือเกิน
       “แม่ แม่ ไลล่ากลัว ไลล่ากลัว”
       ไลล่าร้องไห้หนัก รัมภามองไปรอบๆกลัวมากเหมือนกัน
       
       บุญสืบเดินกลับมาหาแม่กับพ่อ ที่อยู่ในครัว...
       “ฮึ่ย...เครียด” บุญสืบบ่น
       “เป็นอะไร เครียดอะไรวะ” หล้าถาม
       “อยู่ในบ้านที่มีผีตามอาฆาต จะกินจะเดินต้องคอยหันซ้ายหันขวา ข้าว่าข้าต้องเป็นบ้าก่อนแน่” คำบ่นขึ้นมาก่อน เพราะรู้ว่าบุญสืบหงุดหงิดเรื่องอะไร
       “จริง...เป็นบ้าหมู่ด้วย บ้ากันทั่วหน้าทั้งนายทั้งบ่าว ทั้งเด็กทั้งคนแก่ เฮ้อ” หล้าบอกเครียดๆเช่นกัน
       
       รัมภาเดินแยกมานั่งที่มุมหนึ่ง ว้าวุ่นใจ ยกมือพนม
       “คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกที ตัวลูกจะเป็นตายร้ายดีอะไรก็ได้ แต่อย่าให้เขาทำอะไรรัสตี้ ไลล่าเลย”
       ทันใดเสียงเพล้งดังจากในบ้าน ตามด้วยเสียงกรี๊ดของไลล่า
       “กรี๊ด”
       “ไลล่าลูกแม่”
       รัมภารีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ขณะที่ไลล่ายืนตกใจมองรูปคู่แฝดที่ตกลงมาจากโต๊ะ กรอบกระจกแตก กระจายอยู่บนพื้น รูปใบนั้นค่อยๆขาด ในลักษณะอาการเหมือนมีคนมาฉีกที่คอของเด็กแฝด ต่อหน้าต่อตาไลล่า
       แคว่กช้าๆ จนคอขาด !
       รัมภาวิ่งเข้ามาเห็นไลล่า ยืนเต้นเร่าๆ ร้องกรี๊ดๆอยู่
       “รูป... รูปหนู ไม่มีหัว หัวขาดไป!”
       “ยืนเฉยๆ เดี๋ยวเศษกระจกบาด ลูกหยุด ยืนเฉยๆก่อน” รัมภาร้องบอก
       “ไลล่าจะเดินไปห้องน้ำ แล้วรูปก็ตกมา แล้วใครก็ไม่รู้ฉีก...หนูมองไม่เห็น ฮือ หม่ามี้ ไลล่ากลัว!”
       รัมภากอดไลล่าไว้ มองภาพที่ไม่มีหัว แล้วสะเทือนใจกับคำขู่ของแพงอย่างยิ่ง
       
       ค่ำคืนนั้น...รัมภากอดลูกทั้งสองเอาไว้ กล่อมลูกนอน
       “นอนซะนะลูก นอนซะ ฟังนะ... เราเป็นฝ่ายถูกต้อง เราต้องปลอดภัย เราต้องไม่เป็นอะไร เราจะไม่ยอมแพ้ หลับตาซะลูก นอนซะ”
       เด็กทั้งสองหลับตา พยายามข่มตาให้หลับ ขณะเดียวกัน คำ หล้า และบุญสืบกลับมาใหม่หลังจากปิดบ้านไปแล้ว ทั้งสามเดินเข้ามาแบบเป็นแถวเกาะกันแน่น
       “ก็บอกแล้วว่าอย่าลืมทิ้งของไว้ในบ้านนี้” บุญสืบบ่น
       “โธ่ ก็คนมันลืม ถ้าจำได้ จะเรียกว่าลืมไหมล่ะ” คำย้อน
       “ที่จริง แค่มือถือ พรุ่งนี้ค่อยมาเอาก็ได้” หล้าเซ็งๆ
       “ไม่ได้ พรุ่งนี้หวยออก เดี๋ยวอีเจิดมันจะโทรมาบอกเลข เดี๋ยวไม่ทัน”
       “ต้องปลุกกันมาหมดบ้านด้วย โฮ้ย” บุญสืบโวย
       “ทีเอ็งจะเข้าห้องน้ำ ยังให้แม่เข้าไปยืนเป็นเพื่อนเลย แค่นี้ พูดมาก”
       ทั้งสามเกาะเป็นแถว ค่อยๆเข้ามากลางห้องโถง สักพัก เสียงหัวเราะหึๆดังมา ตามด้วยเสียงโซ่ตรวนดังขึ้นที่พื้น สามคนเบ้หน้า
       “เสียงอะไรวะ” คำตกใจ
       “คำถามพื้นๆ ไม่เห็นต้องถาม” หล้าพูด
       และแล้วก็ไฟดับพรึบ! ทั้งหมดสะดุ้งโหยง ร้องจ๊ากดังลั่น ยิ่งกอดกันแน่น หลับตามิด ครางฮือๆ
       “ไฟดับอีกแล้ว ทำไงดี...ทำไงดี” บุญสืบร้องถาม
       “ฟิวส์ขาดไง...ฟิวส์ขาดเหมือนเคยนั่นแหล่ะ” หล้าพยายามพูดให้เป็นเรื่องปกติ
       รัมภาที่นอนอยู่ข้างๆลูกที่หลับไปหมดแล้ว ไม่ได้คิดอย่างนั้น เธอรู้สึกสังหรณ์ใจ
       “ไม่...ไม่ใช่ไฟดับธรรมดา”
       ที่กลุ่มของบุญสืบไฟในบ้านมีอาการประหลาดติดๆดับๆ
       “โฮ้ย ไฟเป็นอะไรไปอีก รีบหามือถือเถอะแม่ รีบๆหยิบ รีบๆไป” บุญสืบบอก
       “เออๆ”
       คำยื่นมือออกไปเพื่อหยิบมือถือที่วางอยู่แถวนั้น เลือดหยดลงมาจากบนเพดานลงมาที่มือของคำ
       สองสามหยด
       “น้ำอะไรวะเหนียวๆ”
       บุญสืบเงยหน้าขึ้นมอง แพงนั่งอยู่บนขื่อบ้าน มองลงมาอย่างน่ากลัว ท่ามกลางไฟติดๆดับๆ ร่างของแพงก็ติดๆดับๆ บางจังหวะก็ปรากฏตัวขึ้น บางจังหวะก็หายไป น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
       “ผี ๆๆ ผีอยู่ตรงนั้น” บุญสืบตะโกนลั่น “จ๊าก”
       รัมภาได้ยินเสียงพวกบุญสืบ รีบวิ่งออกมาจากห้องนอนทันที ขณะที่บุญสืบ หล้า และคำวิ่งกระจัดกระจายไปตามมุมต่างๆในบ้าน ในความมืด
       หล้าวิ่งไปชนเสาเปรี้ยงล้มครืน เจ็บหัว ลงไปนั่ง คำวิ่งไปสะดุ้งพรม หกล้มลงพื้นเจ็บก้นกบ
       “โอ๊ย”
       บุญสืบวิ่งไปจะลงบันได แพงพุ่งมาผลักบุญสืบอย่างแรง บุญสืบตกบันไดหลายขั้นลงไปเจ็บหัวอยู่ที่ชานพัก
       “เอ็งสามคนไปซะจากบ้านนี้ ไม่งั้นข้าจะเอาให้ตายข้าต้องการให้พวกมันอยู่อย่างเดียวดาย เหมือนที่ข้าเคยอยู่”
       รัมภาวิ่งมาเห็นพอดี ตะโกนลั่น
       “บุญสืบ”
       เสียงหัวเราะร่าของแพงดังขึ้น
       “ฮะฮะฮ่า ฮะฮะฮ่า”
       รัมภามองไป ไฟติดๆดับๆ ขึ้นมาอีก รัมภาเห็นร่างของแพงวับหายเป็นจังหวะ
       “แพง...ผียายแพง”
       “วันนี้ วันตายยย...”
       แพงยิ้มดุใส่รัมภา พุ่งร่างเข้ามาหา แต่วิญญาณคุณหญิงอบเชย พุ่งเข้ามาขวาง แล้วผลักแพงกระเจิงไป
       “อีอบเชย!”
       “อย่าคิดมาแตะต้องลูกและหลานกู”
       “อีนี่ไม่เคยเข็ด”
       แพงพ่นน้ำหมากใส่เป็นไฟเผา คุณหญิงหลับตาแล้วนิ่ง ไม่เจ็บปวด
       “เอ๊ะ”
       “แม่ชื่นกลิ่นภาวนา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กูทุกวัน มึงทำอะไรกูไม่ได้อีกต่อไป”
       แพงงงครู่หนึ่งแล้วคิดได้
       “ทำมึงเจ็บไม่ได้ แต่ขังมึงได้ก็พอแล้ว”
       แพงมองไปที่คุณหญิง ฉับพลัน โซ่ของแพงมารัดตัวคุณหญิงไว้ให้อยู่กับที่ รัมภามองเห็นทุกอย่าง
       “คุณแม่”
       คุณหญิงดิ้นไม่หลุด
       “อีแพง ปล่อยกูนะ”
       “อีชื่นกลิ่น เอ็งอยากอยู่บ้านนี้นักหรือ ได้...นับจากนี้ ทุกคืน ทุกวัน เอ็งกับลูกจะอยู่กับความกลัว จนต้องกลายเป็นบ้า บ้าจนตายโหงตายห่าไป เหมือนกับข้า”
       แพงพุ่งมาประจันหน้า หน้าชนหน้า ตาชนตา รัมภากรี๊ด!
       “ไม่ ไม่”
       รัมภาวิ่งกลับไปที่ห้องนอน
       “โธ่ลูกแม่ อีแพงปล่อยข้านะ บอกให้ปล่อย”
       คุณหญิงพยายามขยับตัว แต่ไม่หลุดจากโซ่ที่พันธนาการอยู่
       “ฮะฮะฮ่าๆ” แพงหัวเราะสะใจ
       
       
       อ่านต่อ หน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
บ่วง ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
บ่วง ตอนที่ 13
บ่วง ตอนที่ 12
บ่วง ตอนที่ 11
บ่วง ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 36 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 35 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
2 %
ความคิดเห็นที่ 1 +26 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอวันละตอนได้ไหมคะ รอน๊านนาน กลังมันเลย
ขอเถอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องนี้ช่อง 3 ทำดีมากชอบมากเลยมีคติสอนใจด้วย
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในความมันสะใจ ก็ยังแทรกคำสอนดีๆ สาธุ สาธุ สาธุ
คน ไม่ใช่ มนุษย์ คนหนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รออ่านอยู่อ่ะค่ะ -.-"
ลงช้าจังงง T^T
อยากอ่านใจจะขาดแว้วเนี่ยยย >_<
grace_gassbee@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงวันละตอนเถอะนะคะ กำลังสนุกเลย ลงวันละหน้าอารมณ์สดุดมากเลยค่ะ นะคะๆ
ได้โปรดเถอะค่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบคำสอนที่อยู่ในละครเรื่องนี้
อ่านง่ายแต่มันทำยาก ยากมากๆ ทำแทบไม่ได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +26 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอวันละตอนได้ไหมคะ รอน๊านนาน กลังมันเลย
ขอเถอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014