หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ดอกโศก

ดอกโศก ตอนที่ 15

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
5 พฤษภาคม 2555 16:54 น.
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ดอกโศก ตอนที่ 15
        ดอกโศก ตอนที่ 15
       
       กลายเป็นว่าสมาชิกครอบครัวรัตนชาติพัลลภ รวมทั้งบริวารต่างเป็นห่วงมารวมกันอยู่พร้อมหน้า หลังรู้ข่าวทายาทคนโตของนายพลสุดเขตผู้ล่วงลับตกบันได
       
       เพ็ญพักตร์เดินเขยกๆ อยู่ต่อหน้าทุกคน ลองทดสอบว่าตัวเองเป็นอะไรมากหรือเปล่า เพราะรู้สึกว่าที่แขนก็เจ็บด้วย
       อุ๊ โอ๋ อ้น อยู่พร้อมแล้ว จิ๋วแม่ครัวอยู่หมดแล้ว
       พจน์ วิ่งเข้ามาเร็วรี่ สมตามเข้ามาด้วย“สมไปตามคุณพจน์เหรอ” เพ็ญพักตร์นั่งลง “นี่มันอะไรกัน ทำไมต้องบอกคนไปทั่วโลกอย่างนี้ ไม่ได้เป็นอะไรมาก” พอพูดขาดคำก็ทรุดฮวบลงไปเพราะขาที่เจ็บมากจนไม่มีแรง
       “ว้าย....” สุดสวยวิ่งเข้ามาจากข้างนอก “พี่เพ็ญ...พี่เพ็ญตกกะไดเหรอ”
       เฉลยวิ่งตามสุดสวยเข้ามาไปตามมานั่นเอง
       “อุ๊...อุ๊ตกด้วยหรือเปล่า”
       “โธ่น้าสวย เปล่าค่ะใครจะตกมาพร้อมกัน”
       “ก็เหลยบอกว่าทะเลาะกัน คิดว่าตกมาด้วยกัน เจ็บมั้ยพี่เพ็ญ เจ็บตรงไหน...ไหน...ตรงไหน” สุดสวยจะดูให้ได้
       “อย่า...อย่า สุดสวยเรียกหมอมาเถอะ สุดสวยอย่าจับแรง”
       “ไปโรงพยาบาลไม่ดีกว่าเหรอพี่เพ็ญ เอ็กซเรย์เถอะมีกระดูกร้าว...หรืออาจจะหัก” พจน์แนะนำ
       “ไม่ ฉันรู้ ไม่มีหักหรือร้าว” เพ็ญพักตร์จับขาอยู่ไปมา “ฉันเจ็บตามตัวตามแขนเนี่ย อยากได้ยาเท่านั้นไม่ต้องไปโรงพยาบาล คงเป็นกล้ามเนื้อที่...อาจจะ” ทำขาลองบิดไปมา “กระแทกแรง”
       “ไม่จริงหรอกพี่เพ็ญ เมื่อกี้พี่เพ็ญล้มไปเลย เนี้ย..ตรงนี้ตอนที่ชั้นเข้ามา” สุดสวยว่า
       “มันวูบๆ นิดๆ เท่านั้น ไหนใครมาพาไปห้องที...สมชั้นว่าแกไปรับหมอเม มาเลยดีกว่า อ้อ...พจน์แน่ะโทรไปซิว่าหมอว่างรึเปล่า”
       
       เวลาเดียวกัน ตระกูลเคาะประตูห้องเรียกปรียากมลอย่างห่วงใย
       “คุณ...ปรียากมล คุณเป็นยังไงบ้างเงียบ”
       เห็นยังเงียบ น้ำเสียงตระกูลร้อนรุ่มเป็นห่วงมากขึ้น
       “คุณ....เปิดประตูเถอะ เป็นอะไรมากรึเปล่า อย่าเงียบอย่างนี้”
       ปรียากมลเปิดออกมา สภาพหัวยุ่ง น้ำตาเป็นคราบ เปิดมาแล้วตัวเซซวนเหมือนคนไม่มีแรง
       “ปรียากมล” ตระกูลรีบเข้าไปประคองแนบชิด
       
       หมอเม นายแพทย์หนุ่มใหญ่อายุประมาณ 35 ปี เป็นศัลยแพทย์กระดูก หน้าตาสงบเรียบร้อย ใส่แว่นตา กำลังตรวจด้วยกรรมวิธีของหมอ ถามเพ็ญพักตร์เสียงเบาๆ ไปด้วยขณะที่ตรวจ “เจ็บมั้ย” เพ็ญพักตร์ตอบทำนอง “ขัดๆ ไม่เจ็บ”
       ครู่ต่อมาหมอเมก็พันแผลบริเวณข้อเท้าให้เพ็ญพักตร์จนเรียบร้อย ยึดไว้ด้วยที่ยึด
       “ผมคิดว่าไม่มีอะไรหักหรือร้าว ไม่อย่างนั้นคุณเพ็ญพักตร์จะปวดจนทนไม่ได้ อย่างนี้คงเป็น...” หมอเมอธิบายอาการด้วยศัพท์ทางการแพทย์ต่อให้เพ็ญพักตร์ฟังจนจบ
       “กี่วันครับที่ต้องพันผ้า” พจน์ถาม
       สุดสวยมานั่งใกล้ๆ ยิ้มแย้มกับหมอ “หลายวันเหรอคะหมอ ใช่มั้ยหมอเม หลายวันใช่มั้ยคะ”
       สุดสวยถามด้วยความเป็นห่วงเพ็ญพักตร์จริงๆ แต่ท่าทียิ้มแย้มเกินเหตุกับหมอ
       “ดูอาการก่อนครับ ผมจะมาอีกทีอีกซักสามวัน ผมเตรียมยามาแล้วเดี๋ยว” มองไปที่อ้น “อ้นตามอาหมอไปเอายา อาหมอจะอธิบายด้วยว่าทานยังไง”
       “ครับ....อาหมอ”
       
       ครู่ต่อมาอ้นถือถุงยาเดินกลับมา อุ๊กับโอ๋สองคนนั่งหน้าตึก
       “ยาถุงเบ้อเร่อเลย” อ้นเอ่ยขึ้น
       “อ้น...” อุ๊เรียกไว้ขณะอ้นเดินเข้ามาถึงแล้ว “รู้มั้ยว่าพ่อชั้นมีเมียน้อย”
       โอ๋อ้าปากค้าง “จริงเหรอพี่อุ๊”
       “เรื่องอย่างนี้หลอกกันได้เหรอ”
       อ้นดูจะเข้าใจปรุโปร่ง “ลุงตระกูลไม่อยู่บ้านแล้วใช่มั้ย”
       “ฮื่อ” อุ๊บอก ความเสียใจสะท้านขึ้นมาอีก ซบหน้าร้องไห้กับเข่าตนจนตัวโยน
       โอ๋ตาแดงๆ ตามไปด้วย คิดถึงตัวเองเสียพ่อไป
       อ้นโอบไหล่น้องโอ๋ไว้ รู้ว่าเพราะอะไรปลอบ “ไม่ร้องนะโอ๋”
       แต่เอาไม่อยู่ เพราะโอ๋ปล่อยของเลยทันที น้ำตาไหลพราก
       “เฮ้ย ไม่ให้ร้องนะ ไม่ใช่ให้ร้อง” เกย์วันทีนผมทองเกาหัว “งงใช่มั้ยชั้นก็งง” บ่นพึมพำ “หมายความว่าอย่าร้องไห้เท่านั้นแหละ เฮ้อ”
       “พี่อุ๊ตัวเองยังดียังมีแม่ โอ๋สิ...โอ๋ไม่มีทั้งแม่...” โอ๋สะอึกสะอื้นหนักขึ้น “ทั้งพ่อ”
       สามคนนิ่งไปด้วยความสะเทือนใจ อุ๊กับโอ๋สะอื้น ก้มหน้าก้มตาไม่อยากให้คนเห็น....อาย
       จู่ๆ อ้นก็ปิ๊งไอเดีย “พี่อุ๊โทรเรียกลุงตระกูลมาสิ บอกเลยว่าป้าเพ็ญตกกะได”
       คำพูดโดนใจกระแทกเข้าหน้าเพ็ญตระการเต็มแรง มองเห็นหนทางแล้ว
       
       เวลาเดียวกันปรียากมลมีสีหน้าจริงจังขณะพูดขึ้น “ฉันมีสองเรื่องจะบอกคุณ”
       ตระกูลถามอยากให้ปรียากมลผ่อนคลาย “โอเค แต่จะให้ฟังแบบไหน ฟังเฉยๆ หรือฟังแล้วปลอบด้วย”
       “อย่าพูดเล่น เรื่องแรกคือ ฉันรักอัศนัยไม่ได้รักคุณ”
       ตระกูลนิ่งงันไป สีหน้าเจ็บปวดลึก...เจ็บจริงๆ
       “ขอโทษนะคุณตระกูล” ปรียากมลรับรู้ความรู้สึกนั้น
       “เรื่องที่สองล่ะ”
       “เรื่องที่สองก็คือดอกโศกน่ะเป็น....”
       ปรียากมลจะบอกว่าดอกโศกเป็นลูกสาวตน เสียงโทรศัพท์ตระกูลดังขัดขึ้นก่อน
       ตระกูลรับสาย กดเสียงไมค์ในเครื่องฟังไม่ได้ยกขึ้นรับ “ฮัลโหล”
       “คุณพ่อคุณแม่ตกกะได”
       เสียงอุ๊ดังก้องห้อง เหมือนคนกำลังร้องไห้ไปด้วย
       
       ปรียากมลเปิดประตู ตระกูลวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปรียากมลจับแขนคว้าหมับ ปรียากมลหน้าหมองนิดๆ “คุณเองก็ยังรักคุณเพ็ญพักตร์เค้านี่”
       ตระกูลสีหน้าเครียดจัด พูดเสียงกังวานจริงจังมาก “ผมรักคุณปรียากมล คุณก็รู้อย่าพูดเป็นอื่นเลย”
       ตระกูลเดินไปอย่างรวดเร็ว
       
       อุ๊ อ้น และโอ๋ สามคนยังนั่งกระจ๊องหง่อง อยู่ที่บันไดตึก
       มีเสียงแตรรถดังที่หน้าประตูใหญ่ อุ๊ลุกพรวด มองไปเห็นคนเปิดประตูวิ่งผ่านไป
       อุ๊ ยืนหันหลัง ตัวสั่น ใจสั่น อ้นถาม โอ๋ถามพร้อมกัน “เป็นอะไร”
       เสียงรถแล่นมาจอด มีเสียงปิดประตูรถ
       อุ๊หันไป “คุณพ่อ” โผเข้ากอดตระกูลอย่างแรง สะอึกสะอื้นออกมา “ทำไมทิ้งอุ๊ไป..อุ๊คิดถึงคุณพ่อ...ทิ้งอุ๊ไปทำไม”
       ตระกูลกอดปลอบโยน นัยน์ตาแดงๆ เหมือนกัน โอ๋นั้นจ้องสองพ่อลูกแล้วร้องไห้อ้นปลอบโยน
       
       ภายในห้องรับแขกบ้านอัศนัย ทีวีเปิดอยู่เป็นรายการข่าวค่ำ
       อัศนัยกับดอกโศกนั่งอยู่ห่างกันพอสมควร ดอกโศกกำลังอ่านหนังสือ
       อัศนัยชำเลืองมองดอกโศกตลอดเวลา แล้วตัดสินใจเรียก “ดอกโศก”
       “คะ” ดอกโศกเหลียวมอง
       “มานั่งใกล้ๆ ดีกว่า”
       ดอกโศกแย้ง “ทำไมคะนั่งนี่ดีแล้ว”
       “คิดถึง” อัศนัยยิ้มในตา
       ดอกโศกกำลังเปิดหนังสือหยุดชะงักทันที
       อัศนัยน์ตามองทีวี ปากพร่ำ “คิดถึง...คิดถึง...คิดถึง...นั่งซะไกล”
       ดอกโศก ก้มลงอ่านหนังสือต่อ แต่หน้ายิ้มพราย
       “เอ้อ...” อัศนัยนึกบางอย่างออก “ฟังเพลงนี้ดีกว่า คุณนัยเปิดให้ฟัง”
       ดอกโศกท้วง “น่าจะกลับได้แล้วนะคะ”
       “เดี๋ยว...ฟังก่อน”
       อัศนัยเปิดแผ่นเสียง เสียงเพลงดอกโศก ของเพ็ญศรี พุ่มชูศรี แว่วหวาน ดอกโศกนิ่งฟัง รู้สึกว่าเพราะ
       อัศนัยอธิบายค่อยๆ “เพลงเก่ามากคนร้องชื่อนี้ไง”
       ดอกโศกบอกเบาๆ “เพ็ญศรี”
       อัศนัยต่อให้ “พุ่มชูศรี”
       “ดอกโศกรู้จักเพลงนี้ค่ะ ยายเคยร้องให้ฟัง”
       “รู้จักหน้าเขามั้ย”
       “ไม่รู้จักค่ะ” มองปกแผ่นเสียงแล้วบอก “สวย”
       อัศนัยมองจ้องดอกโศก “ใช่...สวย”
       “คนสมัยก่อนสวยธรรมชาติ ดูสิคะไม่มีศัลยกรรมเลย”
       “คนสมัยนี้ก็สวยธรรมชาติ”
       ดอกโศกสะดุดหูทันที...นิ่งครู่หนึ่งหันกลับมา อัศนัยโผล่หน้ามา แก้มชนจมูกพอดี
       อัศนัยสูดความหอมเต็มปอด “ชื่นใจ...อย่าโกรธคุณนัยนะคนดี”
       “ไม่โกรธค่ะ รู้อยู่แล้ว”
       “ว่า...”
       “ว่า ถ้าหันไปก็โดน...อย่างนี้”
       อัศนัยหัวเราะชอบใจมาก ขยี้จมูกถามเบาๆ แล้วถาม “ทำไม...ฮึ”
       “ก็เพราะ....” ดอกโศกทอดเสียงค้างไว้
       อัศนัยคาดคั้น “เพราะอะไร”
       “เพราะรู้ว่าคุณนัยอยากให้หัน”
       อัศนัยขำอีก “ทีอย่างนี้ล่ะไม่ดื้อ” พึมพำเบาๆ
       ดอกโศกนิ่งไปอึดใจ พยายามไม่ตอบโต้ต่อความ แต่ไม่สำเร็จ จึงหันมาหยิกเบาๆ ที่แขน ตาก็มองตา
       “ไม่เจ็บ” อัศนัยบอก
       ดอกโศกหยิกแรงมากขึ้น
       อัศนัยยั่ว “เก๊าะ...ยังไม่เจ็บ แต่แรงกว่านี้มีจูบ”
       ดอกโศกลงแรงเพิ่มขึ้นอีก
       “ฮั่นแน่...” อัศนัยชี้หน้า “อยากให้คุณนัย...”
       ดอกโศกปล่อยมือ “กลับบ้านเถอะค่ะ ป่านนี้ยายคอยแล้ว กี่ทุ่ม” ดูนาฬิกาสวยๆ ของตัวเอง “ตายแล้ว” รีบขยับตัว
       
       อัศนัยคว้าแขนให้ลงมานั่งตัก กอดไว้ทั้งตัว ทำเสียงอืออาอ้อนไม่อยากให้กลับ “กลับแล้วคิดถึง”
       ดอกโศกเอี้ยวตัวกอดไปรอบคออัศนัย แล้วก้มลงจูบที่แก้มเบาๆ
       สองคนต่างมีสีหน้าที่ซาบซึ้ง ดอกโศกถอนริมฝีปากออก สองมืออัศนัยประคองหน้าดอกโศกไว้
       ตามองตา ใกล้กันที่สุด
       “ไม่ว่าคุณนัยจะเคยรักใครมาก็ตาม ดอกโศกเป็นคนสุดท้าย ไม่มีวันรักใครอีกจนตาย” อัศนัยให้คำมั่น
       ดอกโศกสีหน้าอ่อนละมุนละไมมาก เอ่ยขึ้น “น่าเสียดาย”
       อัศนัยมอง นึกสงสัย “เสียดายอะไร”
       “เสียดายที่ไม่เหมือนคุณนัย เพราะดอกโศกจะมีรักแรก...แล้วก็รักสุดท้าย...กับคนๆ เดียว”
       อัศนัยคิดนิดหนึ่ง แล้วอ้าปากหัวเราะเสียงดัง ชอบใจเป็นที่สุด
       
       สองแม่ลูกช่วยกันล้างแก้วเช็ดแก้ว อยู่ที่แพนทรี ได้ยินเสียงหัวเราะของอัศนัยดังก้องมา
       สองแม่ลูกหยุดทำงาน...ฟัง อย่างสนใจ
       “โห...หัวเราะยังกะวิทยุ...อะไรนะแม่ที่แม่ชอบพูด” หมื่นถาม
       “แปดหลอด...วิทยุแปดหลอด” หม่อนบอก
       หมื่นสงสัยไม่วาย “ทำไมต้องแปด”
       หม่อนบอกส่งๆ “เพราะมันไม่ได้เจ็ดหรือเก้า”
       หมื่นมองหน้า “แม่.....มุขเหรอ”
       “เปล่า...ถ่านไฟฉายไม่ใช่มุขหรอก มุขอะไรของแกไอ้หมื่น” หม่อนว่า
       “อะไรถ่านไฟฉาย เอ๊อ...แม่พูดอะไรสับสนป๊ะ”
       “ถ่านที่ใส่วิทยุไงวะ ใส่แปดก้อนเสียงมันเลยดัง” หม่อนบอกเสียงดัง
       “อ้าว..ของจริงเหรอเนี่ย อุ๊ยนึกว่าส่งมุข..เฮ้ย เสียงหัวเราะเงียบไปแล้ว...สงสัย” หมื่นพูดพลางยิ้มกริ่ม
       ระหว่างนั้นอัศนัยพาดอกโศกมาทางด้านหลัง สองแม่ลูกเม้าท์เพลิน ยังไม่เห็น
       “สงสัยอะไร” หม่อนซัก
       “สงสัยว่ากำลัง....” หมื่นจัดเต็ม ราวกับผู้เชี่ยวชาญ ทำเสียง ออกอาการ จบด้วยการเอานิ้วชี้สองข้างมาชนกัน “อ้าวแม่ไปไหนล่ะ”
       หม่อนเห็นอัศนัยกับดอกโศกแล้ว เดินไปเลย หน้าตาเฉย
       “แม่...อะไรวะ ไม่อยากรู้เหรอว่าสงสัยอะไร”
       “อยากรู้สิ” เสียงอัศนัยถามขึ้น
       “อยากรู้ก็...” รู้แล้วว่าที่แม่ไปเพราะเห็นอัศนัยอยู่ด้านหลัง เสียงอ่อยลง “ก็มาสิ...แฮ่ะ..แฮ่ะ จะบอกให้” หมื่นค่อยๆ หันมาเผชิญหน้า
       “ทะลึ่งนะแก”
       “เปล่าทะลึ่ง”
       “แล้วอะไร”
       “เอ้อ...” หมื่นอึกอัก
       “ว่าไง” อัศนัยคาดคั้น
       “ก็....คือว่า”
       “สงสัยว่าหนูจะกลับหรือยัง มาตั้งนานแล้ว.....ใช่มั้ย น้าหมื่น” ดอกโศกช่วยหาทางออกให้
       “ครับ” หมื่นรับเสียงดังฟังชัด
       “ไอ้สิบพันไป เอารถออกฉันจะไปส่งดอกโศก”
       “คันใหญ่นะครับ หมื่นขับเอง คุณนัยนั่งหลังจะได้....” หมื่นต่อคำ
       “วอนรึแก”
       “ครับ...ไม่วอนครับ” หมื่นวิ่งจู๊ดหายแวบไปทันที
       
       หม่อนคอยอยู่ที่หน้าตึก สองคนเดินเคียงกันออกมา ดอกโศกไหว้ลาหม่อน
       “คุณหนู.....” หม่อนโผเข้าเข้าไปกอด ตื้นตันนัก มองหน้าดอกโศกอย่างซาบซึ้ง “ดีใจจริงๆ นะคะ บ้านนี้จะคึกคัก...มีเสียงเด็กร้องเดี๋ยวป้าเลี้ยงให้”
       ดอกโศกซึ่งยิ้มรับหม่อนแต่แรก พอฟังคำแม่บ้านผู้อารีถึงกับหน้าเหวอเลย อัศนัยเหล่หม่อน แต่ดูจะไม่เป็นผล
       “ป้าจะคอยอีกซัก 5 - 6 ปี ก็คอยได้” ทำเสียงกระซิบกระซาบอีก “ไม่ต้องกลัวคนอื่นนะคะ ป้าจะคอยกันท่าให้ รับรองไม่เคยหรอกค่ะ คุณนัยของป้า” ลดเสียงเบาลง “ยังบริสุทธิ์ค่ะ”
       อัศนัยอยู่ใกล้ได้ยิน รีบปราม “ป้าหม่อน”
       “คะ” หม่อนทำหน้าเป็น
       “ผมรับรองตัวเองได้ ไม่ต้องลำบากหรอกป้า” อัศนัยว่ายิ้มๆ
       “ค้า......ยังกะน่าเชื่อนักนี่ ถ้าไม่มีป้าน่ะ”
       “ถ้าไม่มีป้าหนูก็ไม่เชื่อค่ะ ลานะคะ” ดอกโศกไหว้อีกที
       “เป็นอย่างนั้นไป” อัศนัยเย้า
       
       สามคนหัวเราะกันเบาๆ หม่อนนั้นถูกใจนัก สีหน้าเบิกบานมาก
       
       คืนนั้น ขณะที่เพ็ญพักตร์นอนลืมตามองเพดานเหมือนคิดอะไรอยู่ สุดสวยเข้ามาแล้วเอ่ยขึ้น
       “พี่เพ็ญ ตระกูลเขามานะ”
       สีหน้าเพ็ญพักตร์ดีใจแวบหนึ่ง แล้วกลับเป็นอย่างเดิม
       “มาตั้งนานแล้ว อยู่ข้างล่าง คงแบบว่าอายพี่เพ็ญไม่กล้าขึ้นมา” สุดสวยว่าต่อ
       เพ็ญพักตร์แปลกใจนิดๆ “อายเรื่องอะไร”
       สุดสวยบอกหน้าเฉย “อ้าว ตัวไปมีเมียน้อยไม่อายเหรอ”
       เพ็ญพักตร์อึ้ง “เอ้ะ รู้ได้ไง”
       “รู้สิ จริงป๊ะล่ะ”
       เพ็ญพักตร์ พลิกตัวหันหลังให้ โบกมือให้น้องสาวไปได้
       “ไล่เหรอพี่เพ็ญ”
       “ไม่ต้องเฝ้าพี่จะหลับล่ะ ขอบใจนะสุดสวย”
       “โอเค ไปนะพี่เพ็ญ พรุ่งนี้ก็หายเจ็บแล้วล่ะ พี่เพ็ญน่ะอึดจะตาย” สุดสวยบอกแล้วเดินออกไป
       ฟังแล้วเพ็ญพักตร์ เบ้หน้าใส่วาจานั้น แล้วกลับมาเศร้าตามเดิม
       
       มือตระกูลแตะที่แขนเบาๆ เพ็ญพักตร์หันขวับมาทันที
       “คุณเพ็ญ”
       “มาทำไม” น้ำเสียงเพ็ญพักตร์ฉุน
       “เป็นไงมั่ง ทำไมคุณเดินไม่ระวัง...หมอเมว่าไงบ้าง”
       “ไม่เป็นไรมากเค้าให้ยาไว้แล้ว”
       “อุ๊ตกใจมาก”
       เพ็ญพักตร์อึ้ง คาดไม่ถึง “อุ๊โทร.ไปบอกเหรอ”
       “ครับ ลูกตกใจเป็นห่วงคุณ ผมก็ไม่อยู่แกก็เลย...”
       ตระกูลพูดไม่ทันจบ เพ็ญพักตร์สวนคำทันที “โทร.บอกให้คุณกลับมาอยู่ที่นี่
       ตระกูลนิ่งไป
       “คุณจะไม่มาก็ได้ตามสบาย ถ้าอยู่กับทางนั้นมีความสุขก็อยู่ไป ฉันทำใจได้แล้ว”
       ตระกูลนิ่งอึ้ง คิดถึงวาจาเสียแทงใจของปรียากมลขึ้นมา “ฉันรักอัศนัยไม่ได้รักคุณ”
       ตระกูลบอกออกไป “ผมจะกลับมา..... สงสารลูก”
       เพ็ญพักตร์มองเพดานแน่วแน่ สีหน้าบ่งบอกว่ารู้...รู้ว่าตระกูลกลับมาเพราะเงิน
       “คืนนี้ผมจะกลับไปก่อน พรุ่งนี้เช้าผมจะไปพบหมอเมแล้วถึงจะมานี่” แตะแขนเบาๆ “ไปนะคุณเพ็ญ” แล้วเดินไป
       “ฉันจะทำเรื่องบัตรเครดิตให้คุณใหม่” ตระกูลยืนนิ่ง “บัตรเสริมของคุณฉันยกเลิกไปแล้ว”
       เพ็ญพักตร์พูดออกไปด้วยสีหน้าเจ็บปวด
       
       ตระกูลก็เจ็บช้ำเหมือนกัน ไม่มีทางเลือก เดินออกไป
       
       อ่านต่อหน้า 2 พรุ่งนี้ เวลา 9.30 น.

1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดอกโศก ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)
ดอกโศก ตอนที่ 20
ดอกโศก ตอนที่ 19
ดอกโศก ตอนที่ 18
ดอกโศก ตอนที่ 17
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 67 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 57 คน
86 %
ไม่เห็นด้วย 10 คน
14 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015