หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ดอกโศก

ดอกโศก ตอนที่ 20

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
28 พฤษภาคม 2555 12:47 น.
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ดอกโศก ตอนที่ 20
        ดอกโศก ตอนที่ 20
       
       ดอกโศกหัวใจแตกสลายนอนซบหน้าแนบหมอน ร้องไห้เงียบๆ แล้วคิดอะไรบางอย่างได้ ตัดสินใจลุกขึ้นนั่ง
       
       สามคนยังคุยกันอยู่ในห้องวาดรูปต่อ สมใจฉุกคิดถึงคำพูดอัศนัย
       “คุณนัยบอกว่ารู้ว่าจะเสียดอกโศก แปลว่าจะปล่อยมันใช่มั้ย”
       สมปองคิดไปไกลกว่า “คุณจะกลับไปหาแม่มันเหรอ”
       อัศนัยหันขวับมาทางปอง “ปอง อย่าถามฉันอย่างนั้นอีก กลับไปหาปรียากมลไม่ใช่สิ่งสุดท้ายในโลกที่ฉันจะทำแต่ฉันจะไม่มีวันทำเลย...ยาย ผมรู้ว่าผมจะสูญเสียดอกโศก แต่ผมจะไม่ปล่อยดอกโศก เพราะนี่ไม่ใช่ความผิดของผม”
       “มันไม่ใช่ความผิดใคร พี่จิตต์เขาก็ไม่ผิดนะ” สมปองว่า
       “ใช่...ที่ผ่านมาปรียากมลไม่ผิด แต่ที่เขาจะทำต่อไป ...ฉันไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร ยายครับ”
       สมใจมองหน้าอัศนัย “ฮื่อ…”
       “ยายรู้จักลูกสาวยาย ยายคิดว่าเขาจะทำอะไรที่ถูกต้องมั้ยครับ”
       ยายสมใจอึ้ง....ตอบไม่ถูก
       “ก็ต้องคอยดูกันต่อไป คอยดูว่าแม่จะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรอีก....กลัวใจจริงเว้ย” สมปองฮึดฮัด
       ดอกโศกเดินลงบันไดมา เดินผ่านห้องวาดรูปไป หม่อนเดินตาม สามคนไม่เห็น
       หม่อนเรียกขึ้น “คุณนัย”
       สามคนลุกพรวด
       “โน่น...ไปโน่น....เอ๊อ...ไม่รู้จักมองคุณนัยนี่” หม่อนบุ้ยใบ้ไปทางดอกโศก
       สามคนวิ่งออกไป
       อัศนัยหันมาถามทุกคนอย่างเร็ว “ดอกโศกได้ยินมั้ย” อัศนัยวิ่งไปด้วยไม่ยอมหยุด
       หมื่นที่ยืนแอบๆ อยู่แถวนั้น “ไม่เหลือครับคุณนัย ยืนฟังอยู่ตั้งตะแรกเลย” หมื่นวิ่งตามไปด้วย
       
       อัศนัยฟาดหัวหมื่นเต็มแรง แล้วพุ่งทะยานออกไป
       
       ดอกโศกวิ่งมาจนเกือบถึงประตูแล้ว สมใจกับสมปองวิ่งตาม จังหวะหนึ่งสมใจสะดุดเหมือนจะหกล้ม สมปองประคอง
       อัศนัยวิ่งพรวดเหมือนกระโจนผ่านสองแม่ลูกไป จับตัวดอกโศกไว้ได้
       ดอกโศก เห็นหน้าอัศนัย ก็กรีดร้องเสียงดัง ดิ้นรนสุดขีด
       สมใจ กับสมปองยืนตะลึง
       “ยาย...ปอง” อัศนัยพยักหน้าเรียกสองคนให้มาช่วยรับ
       อัศนัยส่งดอกโศกให้สองคน
       ส่วนตัวเองถอยห่างออกมา ยายกับสมปองปลอบจนดอกโศกเงียบอยู่กับอกยาย
       อัศนัย เหมือนหัวใจขาดลอย ยายปลอบจนดอกโศกนิ่ง
       “กลับบ้าน ยายพาหนูกลับบ้าน หนูอยากกลับบ้าน” ดอกโศก
       “ไป...ยายพาไป ไม่ต้องร้องไห้นะ...นิ่งซะลูก...ปอง ไปเรียกแท็กซี่”
       สมปองขยับตัว
       หม่อนโมโหตบหลังหมื่นจนคะมำ
       หมื่นถามงงๆ “อะไรแม่”
       “ไปเอารถออก” หม่อนกระซิบดุ
       หมื่นกระโจนแผล็ว
       สมปองรีบบอก “ไม่ต้อง...เราจะไปแท็กซี่”
       “เอารถไปส่งดีกว่า” หม่อนท้วงด้วยหวังดี
       “โศกมันไม่ขึ้นหรอก เดี๋ยวก็กรี๊ดอีก”
       เสียงผู้คนยืนพูดกันไปมา
       
       ดอกโศกหันไปมองดูอัศนัย เห็นอัศนัยยืนพิงเสา ก้มหน้าดูปลายเท้าตัวเอง
       ดอกโศก สีหน้าผิดหวังเสียใจมาก
       เหมือนรู้ว่ามีคนมอง อัศนัย หันไปทางดอกโศก ดอกโศก ส่งสายตาต่อว่าสุดๆ
       อัศนัยเสียใจมาก
       ทุกคนเห็น ต่างอ้ำอึ้ง
       “แท็กซี่มาแล้วมั้ง” สมใจมองประตูบ้าน
       อัศนัยใจหายวาบ เดินเข้าไปหาดอกโศก
       ทว่าดอกโศกหันหลังให้ลากตัวเองออกไป
       “ไปนะคุณนัย” สมปองลา
       “ปอง”
       “คุณนัย ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ เขาช็อคเห็นป่ะล่ะ เดี๋ยวรอเขารู้สึกตัวก่อน ยังไม่รู้ว่าเขาจะเอาไง” สมปองบอก
       อัศนัยพยักหน้าหมดแรงแล้ว
       “คุณนัยฮะ” สมปองทำหน้าว่าอย่าห่วง จะดูแลให้
       อัศนัยได้แต่ยืนมอง
       ประตูใหญ่ช้าๆ เหมือนดวงตาอัศนัยที่มองทะลุผ่านประตู เข้าไปถึงหน้าดอกโศกในรถแท็กซี่สีหน้านิ่งสนิทแต่ช้ำไปทั้งหน้า
       อัศนัย จดจ้องเพ่งมองสีหน้าดอกโศก โศกสลด
       เศร้าหมองสุดๆ พอกันทั้งคู่
       
       อัศนัยเดินเข้าบ้านอย่างเร็วๆ ด้วยอาการซวนเซนิดๆ
       “คุณนัย” หม่อน กับหมื่น เรียกชื่อพร้อมกัน
       “ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นอะไร”
       
       อัศนัยเดินดุ่มไปอย่างร้าวรานใจ
       
       ปรียากมลเปิดประตูคอนโดเข้ามา สภาพเหมือนนกปีกหัก ปิดประตูดังกริ๊ก...ยืนพิงประตูนิ่งอยู่
       
       จากนั้นจึงเดินมานั่งที่โซฟาด้วยท่านั่งไม่ระวังกิริยา ทอดขา กางขา ครู่ต่อมาปรียากมลลุกมายืนมองทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง
       ปรียากมลมองไปอย่างเลื่อนลอย และยังอยู่ที่หน้าต่าง เอียงหัวซบขอบหน้าต่าง ตรงนี้ขอเสียงสะอื้นเบาๆ มากๆ แค่แว่วๆ ทั้งห้องเงียบกริบ
       สักครู่หนึ่งจึงกลับมานั่งแหมะที่โซฟา ทอดตัวแหงนหน้ามองสูงขึ้นไป พิงพนักเอนๆ ราวกับจะบอกว่าไม่อยากมองอะไรรอบตัวอีกแล้ว อยากหนีไปจากโลกนี้
       
       ค่ำแล้ว ปรียากมล กับตระกูล สองคนนั่งคุยกันในห้องคอนโด
       “ตกลงดอกโศกรู้แล้วว่าคุณเป็นแม่”
       ปรียากมลพยักหน้าเนือยๆ
       “แต่....ลูกก็ไม่รักแม่เหมือนกัน”
       ปรียากมลแค่นยิ้ม “รักก็บ้าแล้ว เขาไม่รักฉัน เหมือนฉันไม่รักเขานั่นแหละ”
       “ทำไมล่ะ คนเราเป็นแม่เป็นลูกกัน ทำไมไม่รักกัน” ตระกูลอดแปลกใจไม่ได้
       “งั้นฉันถามคุณ สมมุติวันหนึ่งมีคนเอาหลักฐานครบเลยนะ มาบอกอุ๊ไม่ใช่ลูกคุณ เขาพาอีกคนมาแล้วบอกคุณว่าลูกคุณคนนี้ต่างหาก คุณจะทำยังไง”
       ตระกูลอึ้งนิดๆ “ก็ยากเหมือนกัน”
       “คิดสิ”
       ตระกูลคิดตาม
       “คุณจะรักลูกคนใหม่ แล้วเลิกรักลูกคนเก่าเลยไม๊...เลิกรักอุ๊”
       “น่ากลัวจะทำไม่ได้”
       “จะทำไง ล่ะคุณ”
       “เอาลูกจริงมาเลี้ยง แต่ก็ผมยังรักอุ๊อยู่ยังเลี้ยงอุ๊อยู่”
       “คุณจะรักลูกคุณจริงไม๊ เทียบกับอุ๊”
       “ไม่เท่าอุ๊”
       “ไม่ใช่แค่ไม่เท่า....คุณจะไม่รัก ไม่ผูกพันหรอกกับคนใหม่”
       สองคนคุยกันเบาๆ
       “น่ากลัวใช่”
       “นั่นแหละ คำตอบว่าทำไมชั้นกับดอกโศก ....ถึงไม่รักกัน”
       “ผมเคยนึกว่ามันเป็นอัตโนมัติ พอรู้ว่าเป็นลูก.... ก็รักทันที เออ..ไม่ใช่นะ” ตระกูลว่า
       “ไม่ใช่หรอก ชั้นไม่เห็นจะอัตโนมัติเลย” ปรียากมลหัวเราะประชดนิดๆ ทั้งๆ ที่นัยน์ตาหมองจัด “ฉันไม่รักลูกหรืออาจจะพูดว่าฉันยังไม่ได้รักเค้า”
       “คุณไม่รักเค้าก็เลย ไม่ปล่อยผู้ชายให้เขา” ตระกูลพูดแทงทะลุหัวใจเลยทีเดียว
       ปรียาคิดตรึกตรองพยายามจะหาวิธีอธิบายยังไง
       “ก็ทำนองนั้น...” นัยน์ตาวาวขึ้น “อัศนัยเป็นแฟนฉันมานาน... นานมากจนฉันทนไม่ได้ที่เขาจะไปเป็นของผู้หญิงคนอื่น”
       
       วันต่อมา คืนนั้นตระกูลเปิดประตูเข้ามาในห้อง ไม่เห็นเมียน้อย เปิดห้องน้ำดู ก็ไม่เห็น ตระกูลกลับมานั่งที่เตียง แล้วหงายหลังลงไปเต็มแรง สีหน้าหมองๆ ตระกูลลืมตามองเพดาน
       ยินเสียงปรียากมลแว่วในหัว และเหตุการณ์เมื่อวันก่อนที่คอนโด
       “อัศนัยเป็นแฟนฉันมานาน ...นานมากจนฉันทนไม่ได้ที่เขาจะไปเป็นของผู้หญิงคนอื่น”
       ตระกูลถามคาดคั้น “แม้แต่ให้ลูกสาว”
       
       ตระกูลพลิกตัวมาอีกทาง นึกถึงคำพูดอีกประโยค
       “ใช่ แม้แต่ให้ลูกสาว”
       ตระกูลเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกพรวด ยืนขึ้น ตั้งท่าจะกลับ
       ประตูห้องเปิดออก เมียน้อยหอบของพะรุงพะรังเข้ามา
       “พี่...พี่ขา” เมียน้อยลิงโลด ดีใจทิ้งของทั้งหมด โผเข้าหาตระกูลกอดเต็มแรง
       “เดี๋ยว...ไปไหนมา”
       “กลับบ้านค่ะ”
       “กลับบ้าน...ทำไมฉันไม่รู้”
       “ก็...พี่ไม่มา”
       ตระกูลสงสัยไม่วาย “ทำไมต้องกลับ...กลับทำไม”
       “แม่ให้กลับค่ะ”
       “ก็นั่นแหละ กลับไปทำไม”
       “เค้าคิดถึงหนูค่ะ” เมียน้อยปด
       “ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดถึง ทำไมจะมาคิดถึงตอนนี้ ฉันไม่ชอบที่มาแล้วไม่เจอเธอ ฉันเลี้ยงเธอให้เต็มที่ ฉันต้องมาเจอเธอ ไม่มีแบบนี้อีก” ตระกูลสั่ง
       “ค่ะ”
       ตระกูลถอนใจยาว ความเศร้าเริ่มเข้ามากินใจอีก
       “พี่เป็นอะไรหรือคะ”
       “กลุ้มใจ”
       “หนูจะไปซื้อเบียร์” ไม่ถาม ไม่ซักให้รำคาญ เมียน้อยเอาใจตระกูลเต็มที่
       
       ครู่ต่อมาตระกูลดื่มเบียร์จนถึงหยดสุดท้าย วางแก้วแรงๆ นอนลงไป
       เมียน้อยบีบนวดตั้งใจเต็มที่ ตอนนี้นางเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเบาบาง และตัวที่ใส่มาก็แขวนๆ พาดๆ อยู่แถวนั้น
       ตระกูลสะท้อนใจ มีเมียคนนี้ อย่างนี้ก็สบายดีอยู่แล้ว เบื่อเพ็ญพักตร์ก็มาที่นี่
       มือของเมียน้อยนวด จับ บีบ ระเรื่อยมาถึงบริเวณต้นขา มือตระกูลจับมือไว้ทันที
       เมียน้อยมองหน้ารู้แล้ว
       ตระกูลดึงตัวให้มานอนอิงแอบ พึมพำเบาๆ “ขอโทษที่วันนั้นฉันพูดไม่ดีกับเธอ”
       “หนูไม่เคยโกรธพี่...หนู...”
       “อะไร?”
       “ก็หนูเป็นเมียพี่แล้ว” เมียน้อยอ้อน
       นัยน์ตาตระกูลเจ็บลึก เพราะตอนนี้ปรียากมลก็เป็นแล้วเหมือนกัน
       
       “ผู้หญิงนี่คิดเหมือนกันทุกคนก็ดี” ตระกูลพึมพำเบาๆ

ดอกโศก ตอนที่ 20
        อัศนัยอยู่ในห้องวาดรูป กำลังจัดวางรูปภาพดอกโศก พิงอยู่ข้างฝาเรียงๆ กัน อย่างเป็นระเบียบ เท่ากันเป๊ะ อัศนัยวางรูปสุดท้ายลง ดูให้เรียงลำดับเท่ากันกับรูปเดิม สีหน้าอัศนัย ไตร่ตรองคิดหนัก
       
       โทรศัพท์มือถือดังขึ้น อัศนัยหยิบเห็นชื่อบนจอเป็นสมปองรีบรับ “ปอง ดอกโศกเป็นไง ”
       
       สมปองถึงบ้านแล้ว
       “คุณนัยฉันพาไปนอนแล้วตัวร้อนเหมือนเป็นไข้ แต่ฉันให้กินยาแล้ว ไม่ต้องห่วง พักผ่อนนะคุณนัยเดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน โอเค้?” วางหูทันที
       สมใจกอดเข่าเจ่าจุก หน้าซีดเซียว
       สมปองเดินมานั่งใกล้ๆ “แม่ก็เหมือนกัน”
       ยายสมใจก้มหน้าซับน้ำตาเงียบๆ
       “หยุดร้องไห้ซะมั่งเหอะแม่”
       สมใจกล้ำกลืน เช็ดน้ำตาไปมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างทุกข์ใจ
       “ปอง แกนึกถึงใจหลานแกสิต่อไปเนี้ย เรื่องนี้ต้องหลอกหลอนมันจนตายล่ะแกเอ๊ย”
       สมหวังหวังกับสมหมายนั่งอีกอีกทาง อยากรู้เรื่องราวมั่ง
       “เฮ้ย...มีอะไรกันบอกข้ามั่งสิวะ” สมหวังถาม
       สมหมายก็งงไม่แพ้กัน “นั่นสิแม่ ไอ้โศกเป็นอะไร”
       “เอาน่าพ่อ..เงียบๆ ก่อน เอ็งด้วยไอ้หมาย” สมปองบอก
       “ยายใจ มีอะไรกัน...ทำไมเล่าไม่ได้” สมหวังถามอีก
       “เห็นเราเป็นคนนอกเหรอแม่” สมหมายว่า
       สมใจถอนหายใจ ไม่รู้จะบอกยังไง “ไอ้โศกมันมีเรื่องเกี่ยวกะแม่นิดหน่อย แล้วฉันจะเล่าให้ฟังแล้วกันตาหวัง”
       “ก็ได้...รู้จักเหมือนกันนะเว้ย คำว่าเป็นห่วงน่ะ” สมหวังบอก
       ยายมองตาหวัง พยักหน้ารับรู้ ตาหวังลุกไป
       “มีเงินอู้ฟู่ รู้จักเป็นห่วงคนขึ้นมาเชียว” สมปองสัพยอก
       สมใจนิ่งไม่ตอบ ยกมือเช็ดน้ำตา สมปองหันมาดู
       “แม่ แต่ไอ้โศกมันเป็นเด็กที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่เด็กแล้ว วันนี้มันช็อค เดี๋ยวแม่ลองดูพรุ่งนี้สิ” สมปองปรารภ
       สมใจฉงน “ทำไม”
       “ชั้นว่า...ชั้นว่านะแม่ มันจะมาอีกแบบ ไม่เหมือนวันนี้เลยล่ะ”
       
       กลางดึกคืนเดียวกัน อัศนัยนั่งเศร้าอยู่ในห้องนอน ทอดสายตามองไปข้างนอก สักครู่ก็ลุกเดินไปมา แล้วหยุดยืนนิ่ง...เศร้า ตรึกตรอง
       ก่อนจะมานั่งก้มหน้าอยู่ริมเตียง อยู่ในท่านั้นจนย่ำรุ่ง
       
       อัศนัยแต่งตัวเสร็จ เตรียมออกไปข้างนอก
       
       อัศนัยลงบันไดมาเร็วรี่ หม่อนยืนคอย
       “ป้าหม่อนตื่นทำไมเพิ่งตี 5
       “คอยเปิดประตูให้คุณนัย”
       อัศนัยนิ่งอึ้ง รับรู้จากสีหน้าหม่อนที่มองมาอย่างเห็นใจมากๆ อัศนัยเดินไปหยิบถุงยาที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งวางอยู่แถวนั้น
       “ขอบใจ” อัศนัยบอกพลางเหลือบมองหมื่น ที่ยืนแอบๆ เสาอยู่
       “รถจอดหน้าตึกแล้วฮะคุณนัย”
       
       แสงแรกของพระอาทิตย์ฉายส่องจากโค้งขอบฟ้าไกล
       อัศนัยนั่งอยู่เงียบๆ...คอย อยู่ที่หน้าบ้านสมใจ
       สมปองเปิดประตูออกมา หาวยาว เห็นอัศนัย กระโดดมาหา
       “ปอง...ดอกโศกเป็นไง” อัศนัยถาม
       “ยังไม่ตื่น เขานอนไม่หลับเห็นพลิกไปพลิกมา เพิ่งหลับไปตอนใกล้สว่างนี่เอง” สมปองบอก
       “ปอง...ขอพบได้มั้ย”
       “คุณนัย อยู่ห่างๆ ซักพักดีมั้ย”
       อัศนัยนิ่งงัน พูดไม่ออก ทำอะไรไม่ถูกสบตาสมปอง
       “ตอนนี้ถ้าเห็นคุณนัยคงเตลิดเลยล่ะฉันว่า” สมปองว่า
       อัศนัยพยักหน้ารับรู้
       “คุณนัยคิดยังไงล่ะ”
       อัศนัยส่ายหน้า ถอนใจเฮือกใหญ่ “อยากให้เป็นแค่ฝันไป”
       “คุณนัยเรื่องนี้ต้องเห็นใจโศกมันนะ”
       อัศนัย มองสมปองนิ่งสายตานั้นบ่งบอกว่าใจหาย สิ้นหวัง แต่ก็พยักหน้ารับรู้ ส่งถุงใหญ่ๆ 2 ถุงให้
       “อะไร” สมปองฉงน
       “ในนี้มียาหลายอย่าง แก้ไข้ แก้หวัด วิตามินซี ก็อย่างที่เคยให้มา พวกอาหารบำรุงสุขภาพ”
       สมปองรับไป อัศนัยยืนนิ่งอึดอัดอยู่สักครู่ ก็เดินก้มหน้าออกไป
       “มีอะไรจะโทร.บอกนะ” สมปองตะโกนบอก
       อัศนัยพยักหน้า ไม่หันมา
       
       อัศนัยตรงเข้าโรงงานแต่เช้าตรู ถึงออฟฟิศหนุ่มใหญ่นั่งนิ่ง สงบใจ แล้วดูเอกสาร เริ่มทำงาน บุรีเข้ามาทีท่าร้อนใจ
       “คุณนัย อ่านรายงานเชียงใหม่แล้วใช่มั้ยครับ เรื่องกลิ่นที่ไม่ค่อยดี”
       “กำลังจะอ่าน...” อัศนัยละหน้าจากเอกสารมองตาบุรี
       “ครับ...ผมตามเรื่องอยู่ท่าจะยุ่ง แต่คุณนัยไม่ต้องห่วงนะครับ เราตามเจอแน่”
       “ขอบคุณ” อัศนัยตอบห้วนสั้น จนบุรีแปลกใจ
       “คุณนัย เป็นอะไรไม่สบายรึเปล่าครับ”
       “เปล่าครับ...ไม่เป็นอะไร”
       
       เวลาเดียวกันดอกโศก แต่งตัวเรียบร้อยจะออกไปเรียน
       สมปองเข้ามา “โศก...จะไปไหน”
       “ไปเรียน” ดอกโศกตอบเสียงเรียบท่าทีนิ่ง
       “เฮ้ย...ยังตัวร้อนอยู่เลย”
       “กินยาแล้ว”
       “อย่าไปเลย” สมปองขอร้อง
       ดอกโศกมองสมปองนิ่งๆ แล้วหยิบหนังสือ หยิบกระเป๋าเดินออกไปไม่พูดไม่จา
       สมปองหยิบมือถือโทร.ออก
       “คุณนัย เขาไปเรียน แต่...อย่าตามนะคุณนัยฉันขอร้อง”
       
       อัศนัยรับสายอยู่ในห้องทำงาน ฟังสมปองแล้วนิ่งไปอึดใจ
       “ไม่...ไม่ตาม ขอบใจนะปอง”
       
       อีกวันหนึ่งอัศนัยวาดรูปดอกโศกวันที่หัวใจสลาย กิริยาซมซานและน้ำตาเต็มหน้า วาดไป พอเริ่มคิดถึงมากเข้าก็วาดไม่ออก อัศนัยพยายามตั้งสติ วาดใหม่
       หม่อนเดินเข้ามาหา พูดด้วยสองสามคำ อัศนัยส่ายหน้า หม่อนแตะมือเบาๆ มองขอร้อง
       
       ครู่ต่อมาหมื่นวางถ้วยน้ำชาร้อนๆ ให้ ขณะที่หม่อนหยิบช้อนซุปส่งให้ อัศนัยรับมาตักซุปกิน 1 ช้อน 2 ช้อน พอช้อนที่สาม ชายหนุ่มนิ่ง อยู่สักครู่ วางช้อนเบาๆ แล้วลุกขึ้น เดินไปเลย
       
       หลายวันต่อมา
       ดอกโศกเดินออกมา ถือหนังสือจะไปเรียน อัศนัยยืนมองจนดอกโศกเดินไปจนลับตา
       สมปองตามออกมา ดอกโศกคอยอยู่
       “น้าปอง...ช่วยโทรบอกคุณนัย...”
       “จริงเหรอโศก” สมปองดีใจ
       “หนูพร้อมจะพูดแล้ว ให้คุณนัยไปที่เดิม”
       “โศก...ตกลง...คิดยังไง” เห็นท่าทีของหลานสาว สมปองนึกสงสัยขึ้นมา
       “น้าปองคิดว่าหนูจะคิดอะไรได้หลายอย่างเหรอ”
       สมปองหน้าเสียมาก
       ดอกโศกสำทับก่อนไป “เย็นนี้นะน้าปอง”
       
       
       
เย็นนั้นตรงบริเวณริมน้ำที่สองคนเคยมาประจำ ดอกโศกนั่งสงบนิ่ง รอคอย อัศนัยเดินมาด้านหลัง มองภาพตรงหน้า แล้วใจจะขาดรอนๆ ชายหนุ่มเห็นดอกโศกก้มหน้า เหมือนกำลังเช็ดน้ำตาอยู่
       
        อัศนัยเรียก “ดอกโศก”
        ดอกโศกหันมา ยิ้มนิดๆ ไหว้ท่าทีปกติ “สวัสดีค่ะ คุณนัย”
        “ดอกโศก...โธ่ ดอกโศก อย่าเป็นอย่างนี้เลยนะ”
        “คุณนัย ดอกโศกจะมาพบคุณนัยเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปเราจะไม่พบกันอีก” ดอกโศกพูดเหมือนผ่านการคิดมาจนตกผลึกแล้ว
       อัศนัยจะพูด ดอกโศกรู้ชิงพูดต่อ
        “ขอร้องค่ะคุณนัย ถ้ารักดอกโศกจริง ขอให้เป็นอย่างที่ดอกโศกขอ...บอกคุณนัยไว้อย่างหนึ่งว่านอกจากนั้นทุกอย่างจะเหมือนเดิม ดอกโศกรักคุณนัยยังไงก็จะรักอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง จะรักตลอดไป”
       ในน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่ดวงตานั้นเล่า เจ็บยิ่งกว่าเจ็บ
       อัศนัยไม่มีแรงพูดต่อไปแล้ว ยืนนิ่งเหมือนตาย
       ดอกโศก ยืนนิ่ง
        “ดอกโศก จะฆ่าคุณนัยหรือ”
        “ฆ่าคุณนัยเหมือนดอกโศกฆ่าตัวเอง...” ดอกโศกบอก มองตาอัศนัยนิ่ง “เรายังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปค่ะ”
       อัศนัยสุดปัญญาจะทัดทานแล้ว
       สองคนยืนนิ่งอัดอั้นกันทั้งคู่
       
       เวลาผ่านไป
       ดอกโศกกลับมาอยู่กับยายแล้ว ดอกโศกนัยน์ตาช้ำนั่งสงบนิ่ง นึกถึงเรื่องเมื่อครู่นี้
       อัศนัย ยืนกอดอกหันหลังให้ดอกโศก สองคนพูดกันอยู่นานแล้ว
       “คุณนัย”
       อัศนัยยังไม่ขยับตัว
       “คุณนัยคะ ดอกโศกจะไปช่วยยายขายขนมค่ะ ป่านนี้คงกำลังยุ่งมาก...”
       “ดอกโศก” อัศนัยขัดขึ้นมา “คุณนัยเสียดอกโศกไปไม่ได้อย่าทำอย่างนั้นเลยคุณนัยยอมไม่ได้บอกไว้เลย”
       ดอกโศกนิ่งสนิท
       “ดอกโศก” อัศนัยใจรอนๆ รู้จักดอกโศกดีว่าท่าทางแบบนี้...ยากมาก “ดอกโศกจ๋า....จะให้คุณนัยพูดอีกสักกี่ครั้งว่า....ว่า...”
       ดอกโศกต่อให้ด้วยความเจ็บปวดเหลือแสน “ว่าไม่เป็นไร แม่กับลูก มีผู้ชายคนเดียวกัน ไม่เป็นไร....หรือคะ”
       “ดอกโศก...” อัศนัยครางครวญ
       “ทำไมคุณนัยถึงอยากให้ดอกโศกขึ้นชื่อว่า...” เงยหน้ามองนัยน์ตาช้ำล้ำลึก พูดถ้อยคำที่ไม่คิดว่าจะได้ใช้ในชีวิตนี้ “มีสามีคนเดียวกับแม่”
       อัศนัยนิ่งงันไปชั่วขณะ พยายามรวบรวมกำลังใจเพื่อที่จะพูดนุ่มนวลที่สุด
       “คุณนัยรู้ว่าดอกโศกเชื่อคุณนัย ว่าคุณนัยไม่มีอะไรเกินเลยกับปรียากมล ใช่มั้ย ...ดอกโศกเชื่อคุณนัยใช่มั้ย”
       “ค่ะ....ดอกโศกเชื่อคุณนัย เพราะคุณนัยไม่เคยหลอก คุณนัยพูดจริงทุกครั้ง”
       “เชื่อใช่มั้ย”
       “เชื่อค่ะ”
       อัศนัยพยายามควบคุมคำพูด เนิบ ช้า หวังจะโน้มน้าวจิตใจ “ถ้าเชื่อ แล้วดอกโศกจะกลัวทำไม มันไม่ใช่อย่างที่ดอกโศกพูดเมื่อกี้ ....มันไม่ใช่นี่ ใช่มั้ย”
       ดอกโศกนิ่ง คิดใคร่ครวญ
       “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่มีใครผิด มันเป็นไปตาม...ตามเหตุการณ์ เราไม่ได้ตั้งใจให้เกิด”
       ดอกโศกมองหน้าเป็นคำถาม
       “หมายความว่า ไม่ใช่คุณนัยรักอยู่กับแม่แล้วหันมารักลูก มันเกิดขึ้นคนละเวลา คุณนัยกับ...แม่ของดอกโศกเป็นเรื่องอดีต ที่เกิดขึ้นนานมาแล้ว คุณนัยกับดอกโศกก็เป็นชีวิตของเราสองคนที่ผูกพันกันมานานจนเรารักกัน”
       ดอกโศกยังนิ่งฟัง
       “แล้วตอนนี้ ....เรื่องของเขาก็ผ่านไปแล้ว เขาจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเราอีก”
       “แต่เขาเป็นแม่ของดอกโศก” ดอกโศกยิ้มหยันๆ “ดอกโศกเชื่อว่าเขาจะบอกกับใครๆ อีกมากมายถ้าดอกโศกแต่งงานกับคุณนัย”
       อัศนัยอึ้งมาก
       “ดอกโศกมองดูแม่...แม่ไม่คิดว่าดอกโศกเป็นลูกหรอกค่ะ คุณนัย”
       อัศนัยฟัง
       “แต่ก็เหมือน....เหมือนที่ดอกโศกไม่คิดว่าเขาเป็นแม่ หรืออย่างน้อยก็ยังไม่คิดตอนนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ถึงจะ....” น้ำเสียงสั่นแล้ว “คิดได้...”
       อัศนัย นิ่งฟัง
       “ถ้าถึงวันนั้น ดอกโศก คงไม่มีความสุขเลยถ้าแต่งงานกับคุณนัย”
       อัศนัยสิ้นหวัง หน้านิ่งไปอีก พูดอะไรไม่ออก
       “ไปช่วยยายขายขนมนะคะ” ดอกโศกขยับตัวจะไป “คุณนัย...” เห็นอีกฝ่ายยังนิ่ง “ดอกโศกไปนะคะ”
       อัศนัยถามออกมา “ดอกโศกสงสารคุณนัยบ้างไหม”
       ดอกโศกกล้ำกลืนความรู้สึก มองนัยน์ตาช้ำมาก
       “คุณนัยไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ ทำไมคุณนัยต้องเสียดอกโศกไป”
       “คุณนัยกลับบ้านเถอะค่ะ บ่ายมากแล้ว.... ดอกโศกจะไปช่วยยายขายขนม”
       อัศนัยพยักหน้า ..แต่ยังไม่ขยับ ดอกโศกจ้องมองอัศนัยสักครู่
       ดอกโศกหันหลังหลับ เดินจากมา น้ำตาที่อุตส่าห์สะกดกลั้นรื้นขึ้นเต็มตา
       พ้นจากอัศนัยมา ดอกโศกหันกลับไปดู
       
       เห็นอัศนัยนั่งนิ่งงัน กิริยาหมดสิ้นความหวังใดๆ ในหัวใจแล้ว
       
       อีกวันหนึ่ง ปรียากมลอยู่ในห้องที่คอนโด มองโทรศัพท์อย่างรอคอย เวลาเดียวกันนั้นอัศนัยทำงานอยู่ในออฟฟิศ
       ปรียากมล ยังคงคอยอยู่อย่างนั้น ขณะที่อัศนัยนั่งอ่านแฟ้มงานที่โต๊ะ พยายามตั้งมั่น มีสมาธิในการทำงาน
       
       บุรีรอฟังอยู่ โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะ ...ดัง
       อัศนัยเอ่ยขึ้นไม่สนใจเสียงมือถือดัง เพราะรู้ว่าเป็นใครโทร.มา “โอเค พี่บุรี...ผมตรวจทั้งหมดแล้ว คิดว่าน่าจะเสนอราคาเป็นขั้นบันไดถ้าเขาสั่ง 500 ชุด 1,000 ชุด หรือมากกว่านั้น คิดกำไร net แล้วลดไปห้าเปอร์เซ็นต์”
       “ครับคุณนัย” บุรีรับคำ ตามองโทรศัพท์ที่ดังอยู่
       อัศนัยไม่สน เซ็นเอกสาร แล้วส่งให้บุรี
       “คุณนัย” สายตาบุรียังจ้องมองโทรศัพท์มือถือไม่วางตา
       “เรียบร้อยแล้ว พี่บุรีส่งไปได้เลย หมดเขตหรือยัง”
       “สิ้นเดือนครับ คุณนัยไม่รับโทรศัพท์หรือครับ”
       อัศนัยหยิบโทรศัพท์ส่งให้บุรีเฉยเลย “พี่บุรีรับสิ” แล้วเดินออกจากห้องไปทันที
       บุรีงวยงง ดูหน้าจอ เห็นเป็นชื่อปรียากมล
       อยากรับ แต่ตัดใจไม่รับดีกว่า วางไว้บนโต๊ะอย่างเดิม
       
       ปรียากมล กดปิดโทรศัพท์อย่างแรง ความแค้นพลุ่งขึ้นมาเต็มอก เงื้อสุดแขนแล้วปาไปสุดแรงเกิด ปัดทุกสิ่งอย่างตรงนั้นกระจัดกระจาย
       
       อ่านต่อหน้าที่ 2
       


1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดอกโศก ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)
ดอกโศก ตอนที่ 20
ดอกโศก ตอนที่ 19
ดอกโศก ตอนที่ 18
ดอกโศก ตอนที่ 17
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 71 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 32 คน
46 %
ไม่เห็นด้วย 39 คน
54 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015