หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ดอกโศก

ดอกโศก ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
1 มิถุนายน 2555 12:17 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ดอกโศก ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์
        ดอกโศก ตอนที่ 21 อวสาน
       
       ภักดิ์ภูมิยืนคุยกับป้อม เสียงเบาๆ ขณะที่ดอกโศกนอนบนเก้าอี้ยาวหลับอยู่ สามคนอยู่ที่บ้านภักดิ์ภูมิ
       
       “แอนเจล่าออกจากงานไปนานแล้ว” ภักดิ์ภูมิบอก
       ป้อมพยักหน้ารับรู้ “อ๋อ....เหรอครับ”
       “คุณเป็นเพื่อน?” ภักดิ์ภูมิพูด เป็นเชิงถาม
       “เพื่อนตั้งแต่โศกยังเด็ก เราโตมาด้วยกันแต่ตอนโตไม่ค่อยได้พบกัน แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุด” ป้อมบอก
       “อ๋อ...ดีครับ แอนเจล่าเป็นคนขยัน ทำงานดี”
       “เขาดีใจมากที่ได้ทำงานกับคุณ เขาออกทำไมคุณทราบมั้ย”
       “อาจจะเป็นเพราะ....แฟนของแอนเจล่าที่ชื่ออัศนัย ไม่อยากให้เธอทำงาน”
       ป้อมนึกรู้ทันที “อ๋อ คุณนัย”
       “คุณรู้จัก?”
       “ผมรู้จัก” ป้อมมีสีหน้าเฉยลง “เขาก็ดี...เขารักโศก แต่บางครั้งก็รักมากไป”
       ภักดิ์ภูมิสีหน้าหมองลง ป้อมลอบมองจับกิริยา
       
       ในเวลาเดียวกัน สมหมายกระโจนลงจากเรือน วิ่งเตลิดออกมาพรวดเดียวถึงหน้าปากซอย ถามใครต่อใครจ้าละหวั่น ด้วยน้ำเสียงร้อนรน
       “พ่อ...พ่อ ใครเห็นพ่อมั่ง ป้าจาด เห็นตาหวังมั้ย พี่ปองล่ะ เห็นมั้ยว่ากลับมายัง”
       
       ด้านสมปองอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน ไม่สำเหนียกสักนิดว่าเกิดเรื่องร้ายกับแม่ และยังคงตั้งหน้าตั้งตาโบก...โบกสุดตัว พร้อมกับร้องเรียกรถราที่วิ่งอยู่ ด้วยเสียงดังลั่น
       “เชิญคร๊าบ..น้ำมันบริสุทธิ์ กลั่นอย่างดีคร๊าบ...เชิญคร๊าบ”
       รถยนต์คันหนึ่ง แล่นจะเลย เบรกดังเอี๊ยด แล้วถอยเข้าปั้ม
       สมปองโค้งแล้วโค้งอีก “ขอบคุณคร๊าบ...”
       มีรถแล่นมาอีกคัน สมปองโบก รถแล่นเลยไป สมปอง มองไปเห็นถนนว่าง จึงไปนั่งพัก ล้วงกระเป๋าแกะหมากฝรั่งมาใส่ปาก เอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวประจำตัวเช็ดตา พอจะลุก เจ้ยืนจ้อง
       “อ้าว...เจ้เกียว”
       เจ้จ้อง
       “มีอะไรเจ้”
       “ทำไมไม่ทำงาน” เจ้จ้องหน้าเขม็ง
       “ทำตลอดเพิ่งนั่งพักเนี่ย”
       “จ้างมาทำงานไม่ได้จ้างมานั่งพักนะ” เจ้ใส่ไม่ลดละ
       สมปองพยายามกลั้นสะกดอารมณ์ บอกดีๆ “ฉันเพิ่งพัก แค่สองสามนาที”
       “สองสามนาที รถแล่นผ่านไปเป็นสิบๆ คัน เสียโอกาสไปแค่ไหน” เจ้บอก
       สมปองฉุน สวนออกไป “อ้าว เจ้จะไม่ให้พักเลยเหรอ”
       “พักได้ แต่ตอนนี้มันรัดอาว” เจ้เดาะพูดฝรั่ง rush hour แต่สำเนียงไม่ผ่าน “มันเสียโอกาส”
       สมปอง งง “อะไรรัดอาว”
       “ก็.....รัดอาวน่ะ รถเยอะ เนี้ย ห้าโมงเย็นมันไม่ควรพัก รถผ่านไปตั้งหลายคัน” เจ้ว่า
       สมปอง เริ่มอารมณ์มากรุ่นๆ “ได้...ต่อไปฉันจะไม่พักตอนรัดอาวแล้ว”
       เจ้ไม่ยอมจบ ยังวอนต่อ “ไม่เห็นต้องให้บอกเลยน่าจะรู้ พักมากี่วันแล้วล่ะ ดีนะที่มาเห็นไม่งั้นจะเสียโอกาสไปอีกเท่าไหร่”
       “เจ้....เอายังไงอีก จะบ่นอะไรนักหนา”
       “อ้าว ทำไมฉันจะบ่นไม่ได้ ฉันเป็นคนเสียผลประโยชน์”
       สมปองฉุนขาด “มันมากมายนักเหรอฉันพักแค่นาทีสองนาที”
       “นาทีสองนาที แต่ทุกวันก็เป็นชั่วโมงเหมือนกัน ทำงานให้ชั้นฟรีเหรอเปล่าล่ะ ชั้นต้องจ้างแกไม่ใช่เหรอ” เจ้ตอกกลับไม่ไว้หน้า
       สมปองจ้องหน้า แล้วนิ่งไปอึดใจหนึ่ง
       “มองอะไร ฟังรู้เรื่องรึเปล่า ชั้นเสียค่าจ้างนะ”
       “ก็ไม่ต้องเสีย” สมปองตอกหน้ากลับ
       “หมายความว่าไง” เจ้งง ไม่เข้าใจ
       สมปองของขึ้นเต็มๆ “ก็หมายความว่าไม่ต้องเสียไงเว้ย....” เสียงดังลั่น
       เจ้ยังงง
       สมปองบอกชัดๆ “หมายความว่าชั้นลาออก....เข้าใจมั้ยอีเจ้ใจดำ” ถอดชุดเสือ ขว้างลงกับพื้นไม่แยแส เดินหนีไปต่อหน้าต่อตา
       เจ้โวยลั่น “เฮ้ย....หยุดนะเว้ย ทำงี้ได้ไง นึกจะออกก็ออก แล้วมาเก็บชุดเนี้ย ถอดโยนไว้งี้ได้ไง”
       วอนจะมีเรื่อง เดินตามกระชากไหล่ “ใครจะเก็บวะ”
       สมปองหงุดกึก หันมาจับมือเจ้ บีบแน่น
       “จ้างคนมาเก็บ....ค่าจ้าง...เอาค่าแรงวันนี้ของกูไป...กูไม่เอา ยกให้” สะบัดแขนเจ้แรงๆ จนเจ้เซหลุนๆ ไป
       สมปองเดินอย่างองอาจออกจากปั้มไป
       
       สมปองเดินมาจนถึงซอยปากทางเข้าบ้าน อารมณ์ปรี๊ดยังกรุ่นอยู่ บ่นพึมพำมาตลอดทาง
       “อีเจ้มึงใจดำ แล้วยังเสือก” พูดได้แค่ครึ่งคำ “โง่อีก”
       ป้าจาดเรียก ร้องบอก “เห็นไอ้หมายตามหาอยู่แน่ะ”
       สมปอง ชะงัก “เรื่องไร ป้าจาด”
       “ไม่รู้ พ่อเอ็งด้วยไปไหน” ป้าจาดมองไปเห็นสมหวังเรียกดังลั่น “ตาหวัง...เฮ้ย...ตาหวัง”
       สมปองเดินโคลงเคลงไป
       “มีอะไรป้า คิดถึงชั้นเรอะ”
       ป้าจาดเหน็บเอา “โธ่เอ๊ย....หน้ายังไม่อยากมอง โน่น ไอ้หมายตามหาอยู่”
       “ไม่ไปทำงานอีกแระ ไอ้หมายเดี๋ยวเหอะมึง” สมหวังพุ่งเข้าบ้านทันควัน
       
       สมปองอารมณ์ค้าง เข้าบ้านมาตะโกนถามน้องชาย
       “มีอะไรไอ้หมาย พูดให้สวยๆนะมึง วันนี้กูอารมณ์ไม่จอยเว้ย พูดผิดหูล่ะก็มีเรื่องถึงสวรรค์เลยมึง”
       สมหมายหันมาตาแดงช้ำ “พี่ปอง”
       สมปองชะงัก ร้อยวันพันปี ไม่เคยเป็น “อะไร....อ้าว แม่เป็นไร”
       “พี่ปอง ชั้นว่าแม่แกตายแล้ว” สมหมายสะอื้นเฮือก
       “ไอ้หมาย...ไอ้บ้า” สมปองไม่เชื่อ เบิ๊ดกะโหลก “ปากหรือนั่น” แต่ขณะที่พูดหน้าเหยเกแล้ว เพราะเห็นแม่นอนเงียบ และนิ่ง
       สมหมายก้มหน้าซุกกับเข่า ร้องไห้เงียบๆ
       “แม่” สมปองครางเบาๆ เข้าไปจ้อง หน้าตาเบี้ยวบูด ไม่กล้าดูแม่ เข้าไปจับมือ “แม่...แม่จ๋า”
       ทว่าสมใจยังนอนเงียบกริบ
       สมปองผวา “แม่...”
       สมหมายบอก “แม่นอนเงียบตั้งนานแล้ว...แม่ตายแล้วพี่ปอง”
       สมปองจับมือแม่ “แม่...ได้ยินมั้ย” คราวนี้เสียงดังขึ้น “แม่”
       สมหวังวิ่งเข้ามา “ไอ้ปอง เสียงดังซะขนาดนี้มึงอยู่วังรึไงวะ เดี๋ยวก็โดนปาหลังคาหรอก”
       สมหมายร้องไห้โฮ “พ่อ แม่ตายแล้ว”
       สมปองสะอื้นแล้ว
       
       “ฮะ...ว่าไงนะ” สมหวังหันไปมองสมใจ “เฮ้ย ตายได้ไง อะไรวะอยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาตาย ไม่เคยมี มีแต่ในละครเว้ย”
       “นี่ไง...แม่ไง” สมหมายบอก
       สมปองหันมาบอก “พ่อ....แม่เงียบเลย เรียกไม่ขยับ”
       “ดูซิยังหายใจรึเปล่า ไอ้พวกนี้โง่จริง” สมหวังบุกพรวดเข้าไปดู ไปจ้องสมใจ จ้องแบบแหยงๆ เหมือนกัน “ยายใจ...ยายใจ”
       สมหวังเอามืออังที่จมูก หน้านิ่วคิ้วขมวด
       สมปองร้อนรนไปหมดแล้ว “พ่อ”
       สมหวัง โพล่งขึ้น “เฮ้ย ยังมีลม แกอังซินังปอง ข้าว่าลมมันพัดนี่ไงขนนิ้วข้ายังกระดิกๆ”
       สมปองอังตามอย่างตั้งใจ เอียงคอ หรี่ตา หันมาด่าน้อง “ไอ้หมาย ไอ้บ้า แม่ยังไม่ตายเว้ย”
       
       ไวเท่าความคิดสมหวังอุ้มร่างสมใจ พรวดออกจากบ้าน
       สมปอง ตาม ร้องสั่งสมหมายที่อึ้งคาที่อยู่ “ไอ้หมาย....ไอ้โง่...มานี่”
       สมหมายยังเงอะงะอยู่ที่ประตูบ้าน
       “ไปตามแท็กซี่สิวะ” สมปองตะโกนบอก
       สมหมายกระโจนพรวด ภักดิ์ภูมิมาถึงพร้อมดอกโศกพอดี ป้อมก็มาด้วย
       “น้าปอง ยายเป็นอะไร”
       “ยายสลบเป็นอะไรไม่รู้กำลังจะพาไปโรงพยาบาล”
       ภักดิ์ภูมิรีบบอก “ไปรถผมครับ”
       
       ไม่นานหลังจากนั้น ภักดิ์ภูมิ ดอกโศก และครอบครัวสมอยู่ภายในห้องฉุกเฉินกันพร้อมหน้า ยืนอยู่ต่อหน้าร่างสมใจที่นอนนิ่งบนเตียงคนไข้...สมใจสิ้นใจแล้ว
       หมอเจ้าของไข้ตรวจเป็นครั้งสุดท้าย แตะจับชีพจร มองดูเครื่องวัดหัวใจ จอเครื่องขึ้นเป็นเส้นตรง
       ดอกโศก หน้าไม่มีสีเลือด ทุกคนจ้องมอง
       หมอเงยหน้าขึ้น สีหน้าบอกทุกคนว่ายายไม่อยู่แล้ว
       สีหน้านั้นกระแทกเข้าหน้าดอกโศกเต็มๆ
       ดอกโศกสั่นสะท้านไปทั้งตัว สั่นจนเห็นได้ถนัด ช็อค ยังไม่มีน้ำตา
       สมปองกัดฟันแน่น จนเกร็งไปทั้งหน้า
       สมหวัง ก็เหมือนกัน
       สมหมายใบหน้าอึดๆๆ แต่แล้วในที่สุดก็ระเบิด “แม่...แม่” สมหมายร้องไห้โฮ เสียงดังก้อง หน้าตาบูดเบี้ยวไปหมด
       สมปอง กอดปลอบใจน้องชาย สมหมายยังร้องอยู่อย่างนั้น สมปองกอดน้องแน่นขึ้น เหมือนผู้ชายปลอบผู้ชาย กอดไปตบไหล่ไป
       “ไปลาแม่” สมปองลากสมหมายไปกราบแม่ สมหมายกราบที่เท้า สมปองกราบที่หน้าอก พลางบอก “แม่...แม่ไปดีๆ ไม่ต้องห่วงไอ้โศก หนูดูแลให้” สมปองกระซิบบอกแม่ “ไปดีๆ นะแม่ แม่ตายสบาย ไม่เจ็บเลยใช่มั้ยแม่ โศก ลายาย” สมปองถอยออกมา
       ดอกโศกยังยืนช็อคอยู่ นัยน์ตาเหมือนยังรวบรวมสติ
       สมหวังเดินเร็วรี่ ปรี่เข้าไปหา ก้มลงจูบหน้าผากสมใจ นิ่งนาน น้ำตาหยดลงบนแก้มแหมะ “ยายใจฉันไม่ดีกะแก แต่แก....แกดีกะชั้นทุกที อโหสิให้ฉันด้วย”
       สมปองมองหลาน เวทนานัก แล้วเดินเข้าไปกอด กระซิบบอกข้างหู “ยายตายแล้ว”
       ดอกโศกมองสมปอง ขมวดคิ้วจนผูกกัน “น้าปอง”
       สมปองบอกย้ำ “ยายหัวใจวาย ไม่อยู่กะเราแล้วนะ”
       ดอกโศกพยักหน้ารับรู้ “ทำไมล่ะ น้าปอง ทำไมยายถึงหัวใจวาย”
       สมปองไม่ตอบ บอกย้ำ “ไปลายายก่อน เดี๋ยวเขาต้องพายายไปห้องเย็น”
       “ห้องเย็น” ดอกโศกครางเบาๆ
       สมปองพาดอกโศกไปที่ยาย ภักดิ์ภูมิมองตามด้วยความสงสารดอกโศกจับจิต
       ดอกโศกยืนมองยายด้วยสายตาที่รวบรวมความรู้สึกได้แล้ว “ยาย”
       ใบหน้าสมใจอิ่มเอิบ เหมือนคนหลับ
       ดอกโศกเข้าไปกอดยาย แนบหน้ากับหน้ายาย พูดกระซิบ “ยาย ทำไมยายทิ้งหนูไป ทำไมไม่อยู่กับหนูยายไม่ลาหนูด้วยซ้ำ” ดอกโศกซบหน้าน้ำตาเริ่มมาเป็นริ้วๆ แล้วไหลพรากๆ
       ภักดิ์ภูมิมองด้วยใจรอนๆ สงสารเหลือเกิน
       ดอกโศกหันมามองตา มองสมหมาย มองสมปอง สายตาอ้างว้าง ว้าเหว่เหลือแสน “ยาย” หันกลับไปหายายแล้วช้อนตัวยายมาแนบอก โถมตัวกอดยายเต็มแรง “ยาย....ยายกลับมานะ กลับมาหาหนู” น้ำเสียงตอนนี้สั่นสะท้าน ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ยายอย่าไปไหนนะ ยาย ยายกลับมา...อย่าตายนะยาย ยายไม่ตายนะ”
       ทุกคนเงียบกริบ น้ำตาไหลซึมกันทั่วหน้า
       สมปองมีท่าทีเศร้า แต่พยายามกดข่มไว้ไม่อยากเศร้าให้ใครเห็น ไม่อยากร้องไห้แต่ในที่สุดก็ทนไม่ได้ ปาดน้ำตาแรงๆ แล้วเดินหุนหันออกจากห้อง
       หยิบโทรศัพท์ออกมามองโทรศัพท์ด้วยสีหน้าตรึกตรอง

ดอกโศก ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์
        เวลาเดียวกันอัศนัยกำลังอ่านรายงานลับที่บุรีนำมาให้
       
       “พี่บุรี น่ากลัวต้องให้เชียงใหม่ฟ้องเถอะ” อัศนัยพูดเป็นเชิงหารือ
       “คุณตระกูลโดนหนักนะคุณนัย เพราะผู้ตรวจบัญชีสารภาพว่าเขาทำให้คุณตระกูลที่กรุงเทพฯ ด้วย” บุรีบอก
       อัศนัยถอนใจ “พี่บุรี เรานี่นั่งเป็นไอ้งั่งอยู่ได้ไง”
       “ไม่เคยเฉลียวใจเลย คุณเพ็ญพักตร์รู้รึเปล่าเนี่ย”
       “ผมว่าไม่รู้หรอก” อัศนัยมั่นใจ เสียงโทรศัพท์ดัง อัศนัยรีบรับ “ฮัลโหล ปอง...” ฟังแล้ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกใจ “อะไรนะปอง อยู่โรงพยาบาลไหน”
       
       ทุกคนรอร่างไร้วิญญาณของสมใจอยู่ที่หน้าหน้าห้องดับจิต ในโรงพยาบาลแห่งนั้นด้วยใบหน้าหมองเศร้า
       สมหวังกระซิบถามสมปอง “ทำไมช้าเขาทำอะไรอยู่”
       “เขาทำความสะอาด...ฉีดยา”
       ภักดิ์ภูมิอยู่กับดอกโศก ปลอบดอกโศกด้วยกิริยาสงสารสุดๆ
       “แอนเจล่าครับ” ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ “ไปนั่งตรงโน้นมั้ย”
       ดอกโศกส่ายหน้า
       “คุณยายไปสบายๆ ไม่เจ็บไม่ปวด แอนเจล่าต้องทำใจนะครับ”
       ดอกโศกพยักหน้า
       “ถึงเวลาของคุณยาย ถ้าแอนเจล่าร้องไห้มากๆ คุณยายจะเป็นห่วงจะไปไม่เป็นสุขนะครับ”
       ดอกโศกครวญคราง “ยายไปไม่ลาแอนเจล่าเลย”
       “ดีแล้ว คุณยายไปทันทีอย่างนี้ จิตใจไม่พะวงถึงใคร ไปก็ไปได้ไกลนะแอนเจล่าครับ...”
       
       ดอกโศกไหว้ แล้วรับผ้าเช็ดหน้ามา
       อัศนัยอยู่ไกลออกไปจากตรงนั้น เพ่งมองด้วยสายตาหมองเศร้าสุดๆ เห็นสองคนใกล้ชิดกันเหลือเกิน
       “อย่าร้องไห้อีกเลยนะครับจะไม่สบาย”
       ดอกโศกพยักหน้า พยายามกล้ำกลืน ภักดิ์ภูมิ จ้องอย่างใจละลาย สงสารมาก
       ภักดิ์ภูมิ ถามทุกคน “หิวมั้ยครับ ผมคิดว่าอีกนานคงจะเกินชั่วโมง จะไปทานอะไรก่อนมั้ยครับ”
       ทุกคนไม่ไป
       “ผมจะไปหาน้ำมาให้ ดื่มอะไรเย็นๆ หน่อย”
       ภักดิ์ภูมิเดินออก เจออัศนัยพอดี ต่างคนต่างจ้องกัน วุ่นวายใจทั้งคู่
       สมปองหันไปเห็น “คุณนัย”
       ดอกโศกหันขวับมา สบตากันแรงๆ กับอัศนัย ดอกโศกก้าวมาก้าวหนึ่งแล้วหยุด ภักดิ์ภูมิ ซึ่งเดินห่างออกมา หน้าหมอง เหลียวมองเห็นชัดด้วยสายตาตัวเองว่า ดอกโศกดีใจที่เห็นอัศนัยมา
       อัศนัยเดินเข้าไปหาดอกโศก
       ภักดิ์ภูมิหยุด แล้วหันไปมอง
       
       “ดอกโศก” อัศนัยเรียกเสียงอ่อน
       ดอกโศกไหว้ทัก “คุณนัย”
       “ดอกโศก...ดอกโศก” อัศนัยอัดอั้น พูดอะไรไม่ออก
       ดอกโศกก้มหน้านิ่ง
       ความรู้สึกในใจอัศนัยนามนี้กดดันสุดๆ อ้าแขนออกแล้วกอดทันที กอดปลอบใจ
       “ดอกโศก เข้มแข็งนะคนดีของคุณนัยอย่าให้ยายเป็นห่วง”
       ดอกโศกนิ่งอยู่กับอก สะอื้นนิดๆ
       “ดอกโศก โธ่...ทำไมละนี่ มันเกิดอะไรขึ้น”
       “ยายหัวใจวาย” ดอกโศกบอกด้วยน้ำเสียงสะอื้น
       “ยายแข็งแรง หัวใจวายได้ไง”
       ดอกโศกส่ายหน้าไม่รู้พยายามดึงตัวออก แต่อัศนัยไม่ยอมปล่อย
       “คุณนัยเป็นห่วงดอกโศกเหลือเกิน ดอกโศกเข้มแข็งอย่างที่เคยเข้มแข็งนะ”
       “ปล่อยเถอะค่ะ ดอกโศกจะไปหาน้าปอง”
       อัศนัย กอดแรงๆ สีหน้าร้าวรานใจเมื่อคิดว่าดอกโศกไม่ใช่คนเดิมแล้ว
       ภักดิ์ภูมิ ยังคงยืนมองอยู่ แต่แล้วในที่สุด ก็ตัดสินใจหันหลังกลับ เดินไปเงียบๆ
       
       บ่ายวันนั้นที่วัดแห่งหนึ่ง ควันลอยขึ้นเป็นสาย ร่างสมใจถูกเผาบนเมรุ ควันลอยวนอยู่เหนือปล่องไฟ หมดทุกข์ หมดโศกไปอีกหนึ่งชีวิตแล้ว
       
       หลายวันต่อมา เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปรียากมลเดินมาเปิดให้ เห็นสมปองยืนอยู่ สมหมายอยู่ด้านหลังไหว้ปรียากมล
       ปรียากมลไม่ทันสังเกตว่าสองพี่น้องสวมชุดดำ “เข้ามาสิ....หมายเข้ามา”
       สมหมายเข้ามามองไปรอบๆ อย่างทึ่ง
       สมปองเข้ามา ไปนั่งที่โซฟา สีหน้าเฉยสนิท
       “ดื่มอะไร แกกินกาแฟหรือน้ำหวาน...หมายกินอะไร นั่งสิแก”
       สมปองยังนิ่ง ไม่มองปรียากมล สมหมายนั่ง ขย่มเก้าอี้นิดๆ นุ่มจริงอะไรจริง
       “เอ๊า แกจะบ้าหรือปอง มาถึงไม่พูดไม่จา” ปรียากมลมองสมปองพลางขมวดคิ้ว “แต่งชุดดำทำไม ไปงานศพหรือใครตาย”
       สมปองเปลี่ยนสายตามาที่ปรียากมล มองแบบทะลุทะลวง
       “ปอง”
       สมปองพูดทันที “แม่ตายแล้ว”
       ปรียากมลช็อคเล็กๆ แต่คุมสติ “เมื่อไหร่”
       “เมื่อไหร่....เมื่อไหร่น่ะเหรอ” ความคั่งแค้นในใจสมปองพลุ่งขึ้นมาแล้ว ตะโกนใส่หน้า “ถามทำไม ฆ่าแม่แล้วยังไม่รู้เหรอว่าเมื่อไหร่”
       ปรียากมลถามกลับน้ำเสียงเย็นสนิท “แกหมายความว่ายังไง...ฉันฆ่าแม่ หมายความว่าไง”
       “อย่างนั้นนั่นแหละ ตรงๆ พี่เป็นคนฆ่าแม่” สมปองย้ำ
       ปรียากมลตวาด “แกออกไปจากห้องชั้นเลย มีอย่างเหรอมาพูดจาบ้าบอคอแตก...เป็นบ้าไปรึเปล่า ฮะ นังปอง แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ”
       สมปอง หันมาทางน้องชาย “ไอ้หมาย”
       “แม่ตายวันที่พี่ไปที่บ้าน แม่แกเป็นโรคหัวใจอยู่แต่ไม่มีใครรู้”
       สมปองพูดต่อ “ไปราวีลูก แม่ห้ามเท่าไหร่ไม่ฟัง แม่วิ่งตามออกมาขอร้องก็ไม่ฟังแม่วิ่งตามจนแกตาย”
       ปรียากมล นิ่งไปอึดใจ “แล้วชั้นตั้งใจเหรอ ถ้าแม่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจชั้นจะรู้มั้ย”
       
       “แล้วไปราวีลูกทำไม มันไม่สู้แล้ว จะเอาอะไรก็เอาไป จะเอาใครไปเป็นผัวมันก็ให้แล้ว ไปราวีทำไม”
       ปรียากมลเถียงแทบไม่ออกแล้ว “ใครบอกแกว่าชั้นไปราวีมัน ฉันจะไป...”
       สมปอง ไม่สนใจฟัง “ไปด่าไปว่ามันถึงตัวมันยังพูดได้ว่าไม่ไปราวี เฮอะอีคนใจดำ มึงน่ะใจดำยิ่งกว่าอีกา” ความคั่งแค้นแน่นอก พูดใส่หน้าเสียงสั่น “จำไว้เลยว่ามึงฆ่าแม่ มึงฆ่าลูกตายไปคนหนึ่งแล้ว มึงยังฆ่าแม่อีกคน นรกขุมไหนถึงจะพอใส่ตัวมึง ฮะ อีปรียากมล เฮอะปรียากมล เปลี่ยนจากสุดจิตต์...ทุเรศ เปลี่ยนซื่อซะเพราะแต่ใจเลวสิ้นดี”
       ปรียากมลพยายามกลั้นอารมณ์ แต่อัดอั้นเต็มทีแล้ว ตวาดเสียงต่ำ “หยุด...อย่าด่าว่าชั้นอีกไม่งั้นเรียก รปภ.มาจับตัวโยนออกไปเลย”
       “เออ กูไม่กลัวหรอก มาเลย”
       “พี่จิตต์...พี่น่ะ ฆ่าแม่จริงๆ ฉันน่ะเห็นทุกอย่าง แม่แกวิ่งตามจนหมดแรงชั้นเรียกพี่จิตต์พี่ก็ไม่หัน...พี่...ฆ่าแม่” สมหมายพูดย้ำ เสียงสั่นน้ำตาคลอ
       “หมาย...ชั้นจะเป็นยังไงก็ไม่เคยคิดฆ่าแม่”
       “พี่...พี่นั่นแหละ ฮือ...ฮือ” สมหมายครวญคร่ำ
       “พอแล้วไอ้หมาย คนอย่างนี้มันไม่มีวันยอมรับ คนบาป...บาปอย่างนี้ถึงนรกแน่”
       สมปองควักกระดาษมาโยนใส่หน้าปรียากมล “แม่เขียนไว้อ่านซะ จะได้รู้ว่าคนอย่างมึงน่ะไม่มีทั้งลูกไม่มีทั้งแม่น่ะ ถูกที่สุด” ฉวยย่ามที่วางไว้บนโต๊ะ “ไปไอ้หมาย”
       
       สองคนออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยปรียากมลยืนนิ่ง อึ้ง อยู่อย่างนั้น
       
       อ่านต่อหน้า 2 เวลา 17.00 น.

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดอกโศก ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)
ดอกโศก ตอนที่ 20
ดอกโศก ตอนที่ 19
ดอกโศก ตอนที่ 18
ดอกโศก ตอนที่ 17
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 353 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 113 คน
33 %
ไม่เห็นด้วย 240 คน
67 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015