หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มณีแดนสรวง

มณีแดนสรวง ตอนที่ 16

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 สิงหาคม 2555 23:16 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มณีแดนสรวง ตอนที่ 16
        มณีแดนสรวง ตอนที่ 16
       
       ที่คฤหาสน์อสูรเวลานั้น...ยินเสียงร้องโอดครวญทรมานของอสุเรศดังลั่นออกมา ก่อนที่ตัวคฤหาสน์จะสั่นสะเทือน อัคราสูรกับจิตราสูรหัวทิ่มหัวตำล้มคะมำอยู่ในห้องโถง เพราะคฤหาสน์สั่นไหวอย่างกับโดนแผ่นดินไหว 7 ริคเตอร์ ข้าวของหล่นลงมาแตกกระจาย จิตราสูรหาที่ยึดเกาะสุดฤทธิ์
       
       “เจ้าบอกข้าทีไอ้อสูรหัวขี้เลื่อย ที่แผ่นดินสะเทือนอยู่ตอนนี้เป็น เพราะปลาอานนท์พลิกตัวฟาดหัวฟาดหางอยู่ที่มหานทีสีทันดร”
       “ข้าก็อยากคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาตื่นของปลาอานนท์ ที่แผ่นดินสะเทือนก็คง ไม่พ้นฝีมือพวกนางอสูรกำลังบำเรอกามอยู่กับนายท่าน”
       คฤหาสน์ยังสะเทือนไม่หยุด เสียงร้อง...อู้ววว์ของอสุเรศยิ่งโหยหวน สองอสูรหัวสั่นหัวคลอนก่อนทุกอย่างจะหยุด จิตราสูรโล่งใจ
       “หยุด...หยุดแล้ว นายท่านคงจะยอมให้พวกนางเสพสมจนหายอยาก”
       จิตราสูรพูดไม่ทันขาดคำเสียงอสุเรศที่อ่อนระโหยโรยแรงก็ดังแว่วเข้ามา
       “ช่วย...ช่วยข้าด้วย”
       สองสมุนหันไปเห็นอสุเรศขาสั่นพั่บๆ หน้าซีดจนเหลือง เดินเซจนตัวแทบจะตกลงมาจากบันได อัคราสูรตกใจ
       “นายท่าน !”
       
       นารีอยู่ที่คอนโดดูรายการโทรทัศน์ภาพข่าวรายงานการเปลี่ยนแปลงของอากาศบนโลก ที่มีทั้งภาพคลื่นสึนามิ ฝนตกหนัก น้ำท่วม ไฟป่า ดินโคลนถล่ม นารีบ่นงึมงำ
       “หมู่นี้บนโลกเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ มีแต่ภัยพิบัติรุนแรง แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั้งนั้น”
       ชิโลกับอุ้มสมมองภาพในจอทีวีที่มีภาพของมนุษย์ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ สองคนมองหน้ากันแล้ว ชิโลรู้สึกหนักใจเดินไปนั่งถอนใจอย่างเป็นกังวล นารีแปลกใจ
       “หนูชิโลเขาเป็นอะไรเหรออุ้มสม”
       “ชิโลเป็นกังวลเพราะภัยพิบัติที่เกิดขึ้น แม้ส่วนนึงจะเกิดจากน้ำมือมนุษย์เห็นแก่ตัวทำ ลายธรรมชาติ แต่อีกส่วนนึงก็มาจากสงครามของอสูรกับเทวดาที่กำลังเกิดขึ้น”
       นารีคิดๆ
       “เทวาสุรสงคราม ป้าจำได้จากไตรภูมิพระร่วง”
       อุ้มสมพยักหน้า
       “ใช่ครับ...ครั้งนึงเหล่าอสูรก็เคยอยู่ร่วมสวรรค์กับเทวดา แต่เพราะอสูรตั้งอยู่ในความมัว เมา ลุ่มหลงแต่กิเลศตัณหา องค์อัมรินทร์เห็นว่าไม่ควรให้พวกอสูรอยู่บนดาวดึงส์อีกจึง จับพวกอสูรโยนทิ้งลงมาจากสวรรค์”
       
       อัคราสูรกับจิตราสูรสองสมุนของอสุเรศประครองเจ้านายมานั่งพักแล้วช่วยบีบนวดเป็นการใหญ่ จิตราสูรถามอย่างห่วงๆ
       “ไหวมั้ยขอรับนายท่าน”
       อสุเรศโมโห
       “ไอ้...ไอ้เวร ข้าต้องถูกพวกนางทั้งสามบำเรอกามทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้แม้แต่จะยืนข้าก็ ไม่มีแรงแล้ว”
       จิตราสูรจ๋อยๆ
       “กระผมขอโทษขอรับ แต่นี่เป็นทางเดียวที่พวกนางจะพอใจ นายท่านต้องแข็งใจ ถ้าทำ ให้สมอยากไม่ได้ พวกนางก็คงไม่ยอมให้ท่านมีเมียเพิ่มอีก”
       อัคราสูรหนักใจ
       “แต่ข้าว่าแข็งใจอย่างเดียวคงช่วยไม่ได้”
       ระหว่างนั้นเสียงสามนางอสูรร้องเรียกผัวขาๆๆดังลั่นมาแต่ไกล โทสะเรียกนำมาก่อนเลย
       “ผัวขา อยู่ไหนเอ่ย”
       โมหะเรียกตาม
       “พี่อสุเรศ น้องยังไม่หนำใจ กลับมาหาน้องเร็วๆ”
       ราคะหันไปต่อว่า
       “นางโทสะโมหะ พวกเจ้าควรจะพอได้แล้ว คืนนี้ทั้งคืนถึงตาข้าบ้างที่จะต้องบำเรอท่านพี่”
       อัคราสูรตกใจ
       “ทั้งวันทั้งคืนจัดไปได้แค่สอง ยังเหลือนางราคะอีกตนหนึ่งเหรอขอรับนายท่าน”
       อสุเรศพยักหน้ารับตาปรือ
       “ข้า...ข้าจะไม่ไหวแล้ว”
       จิตราสูรมองเจ้านายอย่างสงสาร
       “เหลือใครไม่เหลือ ดันเหลือนางราคะปิดท้าย อดทนขอรับนายท่าน ถ้าอยากมีคุณนาย สี่เป็นนางฟ้า นายท่านต้องสู้พิสูจน์ให้พวกนางเห็นว่านายท่าน...พร้อม”
       จิตราสูรจับอสุเรศหันหลังกลับไปทางพวกสามนางอสูรที่ตามเข้ามาในชุดนอนสุดเซ็กซี่วาบหวิวโดยเฉพาะ นางราคะที่ก้าวออกมากระดิกนิ้วเรียกอย่างยั่วยวนสุดฤทธิ์
       “อยู่นี่เองท่านพี่…มามะ…มา น้องราคะเตรียมจัดหนักให้ท่านพี่แล้ว”
       นางราคะหัวเราะเสียงแหลม อสุเรศถึงกับผงะกลืนน้ำลายเอื๊อก
       “ชะ…ช่วย...ช่วยด้วย”
       
       ชิโลนั่งเงียบครุ่นคิด ส่วนอุ้มสมเล่ารายละเอียดเรื่องเทวสุรสงครามให้นารีฟัง
       “หลังจากพวกที่อสูรถูกเนรเทศให้ออกมาจากสวรรค์ ก็พากันมาสร้างเมืองใหม่ใต้เชิงเขา พระสุเมรุ โดยจำลองบ้านเมืองจากดาวดึงส์ทุกอย่าง บนสวรรค์มีต้นปาริกชาติ ที่พิภพ อสูรก็มีต้นปาฏลี”
       ชิโลเล่าต่อ
       “เมื่อดอกปาฏลีผลิบานพร้อมกับดอกปาริกชาติ เหล่าอสูรต่างพากันคิดถึงสวรรค์และ แค้นเคืองต่อองค์อัมรินทร์ จึงรวมพลยกทัพรบกับเทวดาเพราะต้องการยึดสวรรค์คืน”
       อุ้มสมเสริม
       “ภพภูมิของมนุษย์อยู่กึ่งกลางระหว่างสวรรค์กับอสูร เมื่อเกิดเทวาสุรสงครามจึงได้รับ ผลกระทบเป็นภัยพิบัติอย่างที่คุณป้าเห็น”
       นารีหน้าตื่น
       “หมายความว่าตอนนี้สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว”
       อุ้มสมพยักหน้ารับ นารีถามอย่างสงสัย
       “แล้วเมื่อไหร่จะจบ”
       “ทุกครั้งที่ผ่านมากินเวลาไม่นานและเทวดาก็มีชัยต่อพวกอสูร แต่ครั้งนี้...”
       อุ้มสมยังพูดไม่จบ ชิโลขัดขึ้นเสียก่อน
       “พอเถอะอุ้มสม เราไม่อยากพูดถึงอีก”
       ชิโลหน้าตามีแต่ความกังวลก่อนจะเดินออกจากห้องไป นารีสงสัย
       “หนูชิโล...เกิดอะไรขึ้น หนูชิโลเป็นอะไร”
       อุ้มสมถอนใจ
       “ชิโลกลัวว่าถ้ายังอยู่ที่โลกมนุษย์ต่อไป ตัวเองจะเป็นต้นเหตุให้พวกอสูรรบชนะเทวดา”
       นารีได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ
       
       บนดาดฟ้าของคอนโด บรรยากาศครึ้มๆ ชิโลยืนเหม่อมองขึ้นไปท้องฟ้า เมฆดำทะมึนเห็นสายฟ้าแล่บแปล๊บๆ
       “ท่านพ่อ พี่พรรณราย ชิโลรู้ว่าตอนนี้บนสวรรค์กำลังวุ่นวายเพราะสงคราม ชิโลสัญญา ถึงแม้ว่าจะเดือดร้อนมากแค่ไหน ชิโลก็จะไม่ขอร้องให้ท่านพ่อกับพี่ช่วยชิโล ชิโลจะแก้ ปัญหาให้ได้ และจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้สวรรค์อีก...”
       ชิโลรู้สึกเสียใจจนน้ำตาไหล ระหว่างนั้นสการตามขึ้นมา
       “ชิโล ขึ้นมาตะโกนโหวกเหวกอะไรข้างบนนี้”
       ชิโลชะงัก
       “ผู้กอง”
       “อารมณ์ไหนอีกเนี่ย หรือว่าเห็นฝนกำลังจะตกเลยอยากขึ้นมาเล่นเป็นนางเอกมิวสิควีดิโอ”
       ชิโลชักฉุน
       “ผู้กอง หยุดกระแหนะกระแหนฉันสักทีได้มั้ย ฉันจะขึ้นมาทำอะไรบนนี้มันก็ไม่ใช่ เรื่องของคุณ”
       “นี่...ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องเธอบ่อยๆหรอก แต่ฉันเห็นเธอเดินขึ้นมาบนนี้ทั้งๆที่ฝน กำลังจะตก ไม่อยากเห็นเธอขึ้นหน้าหนึ่งเพราะโดนฟ้าผ่าตาย เลยตามมาดูไม่ได้ ตามมาให้ด่า”
       “คนดีอย่างฉันไม่โดนฟ้าผ่าตายหรอก แต่ถ้าเป็น...” ชิโลมองสการ “คนบางคนล่ะก็...ไม่แน่”
       ชิโลเชอะใส่แล้วเดินกลับไปที่ประตูทางออกดาดฟ้า แต่ประตูเปิดจากข้างนอกไม่ได้ สการเดินบ่นตามมา
       “ฉันไม่ใช่คนโกหกเก่งอย่างเธอ และก็ไม่เคยสาบานอะไรพร่ำเพรื่อ เพราะฉะนั้นไม่มีทาง โดนฟ้าผ่าตายแน่ คอยดูนะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่สนใจเธออีก สาบาน”
       สการพูดไม่ทันขาดคำเสียงฟ้าผ่าดัง...เปรี้ยง!ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง
       “เฮ้ย!”
       สการมองฟ้าแล้วถึงกับงงรีบเอามือปิดปากตัวเอง ชิโลพยายามเปิดประตูไม่ได้เลยหันมาเหวี่ยงใส่
       “เปิดประตูให้ฉันนะผู้กอง”
       “ประตูไม่มีกุญแจล็อคอยากเปิดก็เปิดเอง”
       “อย่ามากวนฉันนะ ประตูมันเปิดไม่ออก”
       ชิโลพยายามจะเปิดประตู แต่ประตูเปิดไม่ออกจริงๆ สการเดินไปเปิดบ้างแต่เปิดไม่ออกก่อนจะนึกขึ้นได้
       “เวรแล้วไง ประตูเปิดได้แต่จากข้างใน”
       
       นารีถึงกับตบอกตกใจ เมื่ออุ้มสมเล่าเรื่องแผนการของอสุเรศให้ฟัง
       “หมายความว่า ถ้าอสุเรศจับชิโลไปขังไว้ที่พิภพอสูรได้ สวรรค์ก็อาจจะต้องแพ้พวกอสูร”
       อุ้มสมพยักหน้ารับ
       “แม้แต่โลกมนุษย์เองก็คงหนีไม่พ้นถูกพวกอสูรคุกคามด้วย”
       “แต่ตอนนี้ชิโลมีแก้ววิเศษปกป้องอยู่ พวกมันก็ทำอะไรชิโลไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”
       “แก้ววิเศษไม่ใช่ว่าจะทำลายไม่ได้ครับคุณป้า อสุเรศมันรู้ดี มันคงไม่อยู่เฉย ต้องคิดหา ทางทำลายแน่”
       นารีเป็นกังวลห่วงชิโล ระหว่างนั้นเสียงแหลมๆของมัดหมี่แทรกเข้ามา
       “สวัสดีค่ะคุณแม่ขา”
       “มัดหมี่”
       “มัดหมี่ต้องขอโทษด้วยค่ะที่เสียมารยาทเข้ามา พอดีมัดหมี่เคาะประตูเรียกชิโลที่ห้อง แล้วไม่มีใครอยู่ก็เลยมาถามหาชิโลว่าอยู่ที่นี่รึเปล่า”
       อุ้มสมสงสัย
       “คุณมีธุระอะไรกับชิโล”
       “คืออย่างนี้ค่ะคุณพี่ชายขา มัดหมี่รู้เรื่องที่ผู้กองกับคุณชิโลถูกไล่ยิง มัดหมี่ก็เลยอดเป็น ห่วงไม่ได้ ถ้าไม่ได้มาเยี่ยมคงนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ไม่สบายใจ”
       นารีจ้องหน้า
       “แต่ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะเป็นห่วงชิโลจริงๆ เพราะฉันยังจำได้ว่าเธอพยายามจะจับชิโล ส่งโรงพยาบาลบ้า”
       มัดหมี่ชะงักที่ถูกนารีแขวะเข้าเต็มๆ แอบหน้าตึงขมุบขมิบปากบ่น
       “ความจำดีเหลือเกินนะคุณแม่...ชิ”
       แล้วมัดหมีก็หันมาฉีกยิ้มแหลสุดฤทธิ์
       
       ชิโลพยายามจะเปิดประตูทั้งเขย่าทั้งทุบ...ปังๆๆๆ
       “ช่วยด้วยค่ะ มีคนติดอยู่ข้างบนนี้ มีใครได้ยินมั้ย ช่วยด้วย”
       “อยู่ข้างบนนี้ ตะโกนไปใครจะได้ยินเธอ”
       “ผู้กอง...ถ้าไม่คิดจะช่วยกันก็อย่าขวาง” ชิโลหันไปตะโกนต่อ “อุ้มสม ได้ยินฉันมั้ย มาเปิด ประตูช่วยฉันที...อุ้มสม”
       “จะต้องเรียกให้คนอื่นมาช่วยทำไม ในเมื่อเธอทั้งเก่ง ทั้งแน่ เจอทั้งมือปืนทั้งมาเฟียไล่ ตามยังเอาตัวรอดได้ ประตูแค่นั้นคงกั้นเธอไม่ได้หรอก”
       ชิโลหัวเสียที่โดนสการแขวะไม่เลิก เลยผละจากประตูแล้วตรงเข้ามาที่เขา
       “ฉันเบื่อที่จะต่อปากต่อคำกับคุณแล้ว ผู้ชายอะไรดีแต่แขวะผู้หญิง เอามานี่เลย”
       ชิโลพยายามล้วงค้นตัวทำเอาสการตกใจจั๊กจี๊
       “นี่เธอทำอะไร อยู่ๆมาล้วง มาควัก มาจับอะไรฉัน มันจั๊กจี๋”
       “ฉันไม่ได้ทะลึ่งตึงตังกับคุณ ฉันจะเอามือถือ”
       สการจับมือหญิงสาวที่กำลังล้วงกระเป๋ากางเกงค้างไว้
       “ถ้ามือถือฉันใช้ได้ ฉันใช้โทรเรียกคนมา เปิดประตูให้ไปแล้ว”
       “ฉันไม่เชื่อ เอามานี่นะ อยู่ไหน”
       “ตามสบายอยากล้วงก็ล้วง ล้วงตามใจเลย”
       สการปล่อยมือแล้วให้ล้วงควานหามือถือในกระเป๋ากางเกง หญิงสาวล้วงแล้วขยับหน้าเข้าใกล้หน้าชายหนุ่ม ทั้งสองจ้องหน้ากัน ชิโลรู้สึกตัวเขินขยับออกห่างระหว่างนั้นฝนเริ่มตกลงมา
       “ฝนตกลงมาแล้ว หาที่หลบฝนแล้วรอให้คนขึ้นมาดีกว่า”
       “ไม่...ฉันไม่อยากอยู่กับคุณตามลำพัง”
       ชิโลเบือนหน้า สการไม่สนใจรีบเข้าไปดึงมือลากไปหลบฝนที่ชายคาแทงค์น้ำ
       “มือถือฉันแบตหมดใช้โทรเรียกใครมาช่วยไม่ได้หรอก เธอกับฉันต้องรออยู่บนนี้”
       ชิโลแกะมือสการแล้วเชิดหน้าทำเป็นไม่ฟัง
       “จะว่าไปฉันมาติดอยู่บนนี้กับเธอตามลำพังก็ดี เพราะฉันมีธุระสำคัญอยากจะคุยกับเธอ อยู่เหมือนกัน เขยิบไปหน่อยสิ ขอฉันหลบฝนด้วย”
       ชิโลทำเป็นไม่ได้ยิน
       “บอกให้เขยิบ ไปหน่อย”
       ชิโลยังทำไม่สนใจไม่ได้ยิน สการเลยผลักไหล่แรงๆจนหญิงสาวเซแล้วชายหนุ่มก็เข้าไปยืนเบียดหลบฝนด้วยกัน ชิโลหงุดหงิดโมโหขมุบขมิบด่า
       “ไม่มีมารยาท ลามก ทำร้ายผู้หญิง...บาป”
       สการหันขวับจ้องหน้า ชิโลรีบปิดปากหันหน้าหนีทำเป็นไม่ได้พูด สการมองๆแล้วนิ่งคิด ถึงสิ่งที่เขาได้รัยคำสั่งจากผู้การดำเกิง
       หลายวันที่ผ่านมา ทุกคนประชุมอยู่ในสำนักงานตำรวจ...ทั้งสการกับดรัณ เสียงดังฟังชัดพร้อมกันปฏิเสธผู้การดำเกิงทันทีที่ชิโลถูกเสนอให้เป็นสายสืบ
       “แต่ผมไม่เห็นด้วยครับท่าน”
       ผู้การดำเกิงมองสองคน
       “ประสานเสียงพร้อมกันเลยนะพวกคุณ ทำไมถึงไม่เห็นด้วยกับผม”
       ดรัณกับสการหันมามองหน้ากันไม่มีใครยอมพูด ตรีชฎาเลยเป็นคนอธิบาย
       “ดิฉันทราบค่ะท่าน คือผู้กองดรัณปิ๊งคุณชิโลอยู่ แต่คุณชิโลหันไปคบกับผู้กองสการ ก็เลยกลายเป็นรักสามเส้า ดิฉันแอบได้ยินพวกเขาเถียงกันเรื่องคุณชิโลบ่อยๆค่ะ”
       สการกับดรัณโพล่งออกมาพร้อมกัน
       “คุณตรีชฎา”
       ตรีชฎาสะดุ้งโหยงรีบขยับไปใกล้ผู้การดำเกิง สการรีบปฏิเสธ
       “ที่คุณตรีชฎาพูดมาไม่ใช่ความจริงครับท่าน”
       ดรัณหน้าเหวอ
       “อ้าวเฮ้ย! ตกลงแกไม่ได้คบกับคุณชิโล”
       สการรีบหันมา
       “คบอยู่เว้ย”
       “แต่แกเพิ่งตอบผู้การว่าเปล่า ตกลงจะเอายังไงกับคุณชิโลวะ ไอ้โลเล”
       ผู้การดำเกิงตัดบท
       “เอาล่ะๆ พวกคุณไม่ต้องเถียงกัน ภารกิจจัดการกับนายทองทิวเป็นเรื่องสำคัญที่ต้อง ปิดคดีให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นเก็บเรื่องส่วนตัวไว้ก่อน”
       ดรัณกับสการพากันเงียบ ผู้การดำเกิงหันไปพูดกับสการ
       “ผมเข้าใจคุณนะผู้กองสการ คุณยังเสียใจที่เสียดาบดารุณีไป แต่ผมจำเป็นต้องใช้คนนอก เพื่อป้องกันไม่ให้นายทองทิวรู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจ”
       สการพยายามแย้ง
       “ท่านครับ...แต่ชิโลยังมีเบื้องหลังที่เป็นปริศนาอีกหลายที่ผมยังสืบไม่หมด เธออาจจะ เกี่ยวข้องกับพวกมาเฟียอยู่ถึงได้โดนตามล่า เพราะฉะนั้นเสี่ยงเกินไปถ้าจะใช้เธอครับ”
       “แต่ถ้าเขาทำให้ตำรวจฝีมือดีอย่างคุณหัวปั่นได้ขนาดนั้น เขาก็เหมาะสมกับงานนี้ที่สุด หน้าที่คุณคือไปเกลี้ยกล่อมให้เขาร่วมมือกับเรา แลกกับอิสรภาพและความปลอดภัยที่ เราจะให้เขาได้”
       
       ผู้การดำเกิงยืนยันคำสั่ง สการหนักใจ

มณีแดนสรวง ตอนที่ 16
        ทั้งสองยังอยู่บนดาดฟ้าฝนตกลงมาไม่ขาดสาย สการมองชิโลที่เริ่มหนาวสั่น เขารู้สึกสงสารและไม่อยากดึงเธอมาเสี่ยงชีวิตกับภารกิจเสี่ยงตาย
       “นี่...ถ้าหนาวก็มายืนใกล้ๆฉันสิ”
       “อยู่ใกล้คุณเนี่ยนะ ฉันออกไปตากฝนให้ปอดบวมยังปลอดภัยกว่าอีก”
       สการฉุนรีบดึงร่างของเธอมากอดไว้แน่น ชิโลตกใจ
       “ผู้กอง...ปล่อยฉันนะ ไหนสัญญากันแล้วไงว่าจะไม่ล่วงเกินฉัน”
       “ฉันไม่ได้คิดอยากจะทำอะไรเธอ แต่ถ้าเธอไม่สบายคนที่จะเดือดร้อนดูแลเธอคือแม่ฉัน”
       ชิโลดิ้น
       “ปล่อยนะ ฉันไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรอก”
       “แต่แม่ฉันรักเธอมาก ห่วงเธอทุกอย่างถ้าเกิดวันนึงเธอเป็นอะไรขึ้นมา แม่ฉันต้องเสียใจ และฉันเองก็คง...”
       สการพูดไปแล้วชะงักไม่พูดต่อ ชิโลมองเขาด้วยความสงสัย
       “ผู้กอง”
       “อยู่ใกล้ๆฉันแบบนี้แหละ เธอจะได้รู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง ในเมื่อฉันสัญญาว่าจะให้เกียรติ เธอ...ฉันก็จะไม่ผิดคำสัญญา”
       สการกอดชิโลแน่นทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงความเป็นห่วงที่เขาต้องการปกป้องเธอ ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย
       
       มัดหมี่พยายามทำตัวให้น่าสงสารสุดฤทธิ์
       “คุณแม่ขา มัดหมี่ต้องกราบขอโทษด้วยจริงๆ คุณพี่ชายด้วยนะคะ”
       มัดหมี่ทำน้ำตาคลอ กราบที่อกนารีแล้วรี่ไปซบหน้าแปะกราบที่อกอุ้มสมทำเอาอุ้มสมเกือบเคลิ้ม
       “เมื่อก่อนมัดหมี่ยอมรับว่าถูกความหึงหวงครอบงำ ทำให้หน้ามืดตามัวทำเรื่องที่ไม่น่า ให้อภัยลงไป แต่ตอนนี้มัดหมี่หันไปศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง”
       นารีอึ้ง
       “ศึกษาธรรมะ”
       “ค่ะคุณแม่...พอมัดหมี่ได้ลึกซึ้งถึงรสของพระธรรมมัดหมี่ก็จี๊ดถึงใจเลยค่ะคุณแม่ขา”
       นารีงงๆ
       “จี๊ดถึงใจอะไรของเธอ”
       “ก็คำสอนที่ว่าสวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจไงคะ เวลาที่มัดหมี่มีแต่ความเกลียดชัง มัดหมี่รู้สึกร้อนรุ่ม แต่พอได้อโหสิใจก็ร่มเย็นเหมือนน้ำเย็นๆมาเลี้ยงหัวใจ”
       อุ้มสมกับนารีมองมัดหมี่พร้อมกัน ยังไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่นัก
       “ผมรู้สึกเหมือนมีลิเกหลงโรงมาเล่นให้ดูยังไงก็ไม่รู้ครับคุณป้า”
       นารีมองหน้ามัดหมี่
       “แม่ขอเตือนนะมัดหมี่ การโกหกเป็นการผิดศีล ตายไปมีสิทธิ์เป็นเปรตเลยนะ”
       “ค่ะมัดหมี่ทราบ มัดหมี่ไม่ได้โกหกจริงๆ สาบานก็ได้ว่า มัดหมี่เป็นห่วงชิโลค่ะ”
       มัดหมี่ทำหน้าตาน่าเชื่อถือสุดฤทธิ์ แต่ข้างหลังแอบไขว้นิ้วชี้โกหกหน้าตาย
       
       ชิโลยังอยู่ในอ้อมกอดของสการในขณะที่สายฝนเริ่มซาจนหยุดตก หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นและใจเต้นตึกตัก หลับตาพริ้มซบหน้าที่แผ่นอกของชายหนุ่มเคลิ้มมีความสุขอยู่นานก่อนจะนึกขึ้นได้ด้วยคำพูดของตัวเองเมื่อก่อนหน้านี้
       ‘ผู้กองสการเป็นน้องชายของเรา...ความรักที่เรามีให้เขาก็เหมือนกับที่เรารักคุณนารี รักที่เขาเป็นครอบครัวเดียวกับเรา’
       ชิโลลืมตาโพลง แล้วรีบผลักสการออก
       “ฝนหยุดแล้ว ฉันหายหนาวแล้วด้วย ไม่ต้องมาอยู่ใกล้ฉันอีก”
       ชิโลดันตัวสการออกไปให้ห่างๆส่วนตัวเองก็ถอยไปยืนซะไกล
       “เธอเป็นอะไร ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้กลัวเวลาฉันเข้าใกล้เธอนัก”
       “ฉันเป็นผู้หญิงคุณเป็นผู้ชาย การอยู่ใกล้กันมากมันก็ไม่สมควรอยู่แล้ว”
       สการมองสงสัยเพราะเห็นชิโลไม่กล้าสบตา
       “พูดแบบนี้แสดงว่าเธอกลัวใจตัวเองใช่มั้ย”
       ชิโลสะดุ้งเฮือก...
       “ฉันเป็นตำรวจนะ เคยอบรมการจับสังเกตพฤติกรรมมา ท่าทางเธอแบบนั้นบอกให้รู้ว่า...”
       สการยังพูดไม่ทันขาดคำ ชิโลก็ปรี่เข้าไปตบปากเขาทันที...เพี๊ยะ สการสะดุ้งโหยงตกใจ
       “นี่เธอตบปากฉันทำไม”
       “ก็ตบปากสั่งสอนให้หยุดพูดไร้สาระน่ะสิ”
       “ไร้สาระตรงไหน...ฉันพูดตามหลักวิชาการ”
       “ยังจะพูดอีก อยากโดนฉันสั่งสอนอีกใช่มั้ย”
       ชิโลเงื้อมือเอาจริง สการรีบปิดปากตัวเอง
       “พูดธุระของคุณมาได้แล้ว”
       “โอเคๆ ก็ได้ ฉันได้รับมอบหมายจากท่านผู้การ ให้มาเจรจากับเธอ ถ้าเธอสนใจร่วม งานกับตำรวจ เธอจะเป็นอิสระ ไม่ต้องโดนฉันไล่จับอีก”
       ชิโลชะงักมองหน้าสการด้วยความสงสัย
       
       ดรัณเดินไปเดินมาอยู่ในบ้านอย่างหนักอกหนักใจ
       “ไอ้แซม...ป่านนี้ทำไมมันยังไม่ติดต่อกลับมาอีกวะ แล้วคุณชิโลจะรับงานเสี่ยงๆแบบนี้รึ เปล่าวะ โอ๊ย...เครียดเว้ย เอาไงดีเนี่ย”
       ดรัณหันมาคิดๆๆๆแล้วตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
       
       ชิโลมองสการอย่างสงสัย
       “คุณอยากให้ฉันเป็นสายสืบ เข้าไปสืบหาหลักฐานจับนายทองทิว”
       “ท่านผู้การเห็นความสามารถของเธอ เลยสนใจอยากให้เธอทำงานให้แลกกับอิสรภาพ และสัญญาว่าจะช่วยปกป้องเธอจากพวกมาเฟียที่ไล่ล่าเธออยู่”
       “พวกคุณเข้าใจฉันผิดกันไปใหญ่แล้ว ฉันไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร และฉันก็ไม่ ได้โดนมาเฟียที่ไหนตามล่า”
       “เธอยังยืนยันว่าเธอเป็นนางฟ้า ถูกไล่ลงมาจากสวรรค์ มีพวกยักษ์พวกมารคอยตามล่า โอเคเลย...ฉันเชื่อเธอแล้ว ฉันจะไปรายงานผู้การว่าเธอไม่มีคุณสมบัติพอ”
       ชิโลงง
       “เดี๋ยว !ทำไมตอนนี้คุณถึงเชื่อฉันง่ายนัก ทั้งๆที่ฉันพูดเรื่องนี้กับคุณมาไม่รู้กี่ร้อยกี่ พันครั้ง แต่คุณก็ไม่เคยเชื่อ”
       สการนิ่งไป
       “บอกฉันมานะผู้กอง คุณไม่ได้เชื่อเรื่องที่ฉันพูดจริงๆ ยังไงคุณก็คิดว่าฉันแต่งเรื่องโกหก”
       สการสวน
       “ใช่...ฉันไม่เคยเชื่อหรอกว่าเธอเป็นนางฟ้าตกลงมาจากสวรรค์ เพราะฉะนั้นฉันจะ ไม่ยอมให้ผู้การส่งคนบ้าไปทำภารกิจสำคัญ ส่งไปก็ตายเปล่าๆ”
       สการพูดจบปุ๊บมือถือในกระเป๋ากางเกงก็ส่งเสียงดัง ชิโลอึ้งไปทันที
       “เสียงโทรศัพท์”
       สการชะงักรีบล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาเห็นเป็นชื่อดรัณ
       “ไอ้เวรเอ้ย โทรมาทำไมตอนนี้วะ”
       สการรีบปิดสาย ชิโลหน้าตึงโกรธมาก
       “คุณโกหกฉัน ไหนบอกว่าโทรศัพท์ใช้โทรตามอุ้มสมขึ้นมาช่วยไม่ได้ไง”
       สการหน้าเสีย
       “เอ่อ…คือ…”
       
       ชิโลปึงปังปั้นปึ่งเข้ามาในห้อง สการตามมาพยายามอธิบาย
       “ชิโล !ฟังฉันก่อน...ชิโล”
       ชิโลไม่ฟังงอนเข้าห้องนอนปิดประตูดัง...ปัง
       “ชิโล...ชิโล”
       อุ้มสมหันมาบอก
       “ผู้กองครับ ผมว่ากลับห้องไปเถอะ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หาอะไรอุ่นๆดื่ม หวัดจะ ได้ไม่ถามหา”
       “แต่ฉันยังคุยธุระกับชิโลไม่เสร็จ”
       “อารมณ์แบบนี้ผมว่า เขาไม่อยากคุยกับผู้กองแล้ว เชิญครับ”
       สการนิ่งไปคงต้องทำอย่างที่อุ้มสมว่า
       
       วันใหม่...มัดหมี่จิกหน้าวีนสุดฤทธิ์ ขณะที่อยู่ต่อหน้าสิริสุดา กับเอิงเอย
       “นังชิโลบ้า พวกเธอรู้มั้ยนอกจากมันจะเล่นของ ทำคุณไสยให้ผู้กองหลงแล้ว มันยังมี มารยาทำเป็นเล่นตัวปั่นหัวให้ผู้กอง หายใจเข้าก็เป็นมัน หายใจออกก็เป็นมันอีก โอ๊ย...นึกถึงหน้ามันแล้ว...จี๊ดขึ้นเลย”
       สิริสุดาตัดบท
       “พอได้แล้ว ฉันไม่ได้อยากฟังเธอมานั่งจี๊ดขึ้นสมอง ฉันอยากรู้แค่ว่าเธอหาโอกาสเข้า ใกล้นังชิโลได้รึยัง”
       “ยัง”
       สิริสุดาลุกพรวด
       “มัดหมี่...เพราะเธอมัวแต่ไปจี๊ดๆๆอยู่นั่นแหละ แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะจัด การกับสร้อยของมันได้”
       “ฉันไม่ได้มาเป็นลูกน้องเธอนะ ที่ฉันร่วมมือกับเธอเพราะเรามีศัตรูคนเดียวกัน”
       เอิงเอยขัดขึ้น
       “แต่ยัยสิยังหาโอกาสเข้าไปตีสนิทกับนังชิโลไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็มีแต่เธอ”
       มัดหมี่ยิ้มหยัน
       “หาโอกาสไม่ได้ หรือว่าความหยิ่งทระนงของเธอมันยังค้ำคออยู่”
       สิริสุดาหันขวับมองมัดหมี่ทันที
       “ถ้าเธอยังเอาแต่เริ่ดๆเชิ่ดๆจิกหัวใช้แต่คนอื่นอยู่แบบนี้ ระวังเถอะนังชิโลจะปั่นหัวผู้กอง ดรัณให้หลงมันจนหัวปักหัวปำ จนลืมว่ามีผู้หญิงชื่อสิริสุดาอยู่บนโลกนี้”
       สิริสุดาปรี๊ดขึ้น ระหว่างนั้นคนใช้เข้ามา
       “คุณหนูสิคะ คุณผู้ชายให้มาตาม ได้เวลาต้องไปแล้วค่ะ”
       “ฉันรู้แล้ว” สิริสุดาหันมาที่มัดหมี่ “วันนี้ฉันยุ่งมากต้องตามคุณป๋าไปต้อนรับท่านชีคอาเหม็ด เพื่อนของคุณป๋าที่สนามบิน ระหว่างนี้พวกเธอก็สุมหัวกันไปก่อนว่าจะเล่นงานนังชิโล ยังไง หวังว่าฉันกลับมาแล้วคงมีอะไรคืบหน้า”
       สิริสุดาเชิดหน้าเดินออกไป มัดหมี่ถึงกับอึ้ง
       “นี่ฉันไม่ใช่ลูกจ้างเธอนะ”
       เอิงเอยปรามๆ
       “เอาน่ามัดหมี่ เธอก็รู้ว่าอีกไม่นานคุณป๋ายัยสิจะบิ๊กเบิ้มขนาดไหน ถ้าทำให้ยัยสิพอใจได้ เผลอๆ เธออาจจะได้สถานีเคเบิ้ลสักช่องไว้บริหารเองก็ได้นะ”
       มัดหมี่ชะงักไปหันมาสนใจ
       
       อุ้มสมตาโตมองกระป๋องเมล็ดทานตะวันอบสมุนไพรในมือสการ
       “เมล็ดทานตะวันอบสมุนไพร ของโปรดของนายใช่มั้ยอุ้มสม”
       “ชะ...ใช่...แต่...แต่ว่าเบื่อแล้ว ไม่ชอบกินของซ้ำๆ”
       “งั้นลองรสใหม่มั้ย เมล็ดทานตะวันรสต้มยำพริกเผา”
       อุ้มสมตาลุก
       “รสต้มยำ!”
       อุ้มสมรีบคว้ากระป๋องแกะเปิดฝาออกทันที สการได้โอกาสจะเข้าไปหาชิโลในห้องแต่อุ้มสมรีบเอามาคืนสการ
       “คืนครับผู้กอง ช่วงนี้ผมกินเผ็ดไม่ได้ ร้อนในปากเป็นแผล”
       สการดันให้
       “เอาเก็บไว้กินเมื่อไหร่ก็ได้”
       อุ้มสมดันคืน
       “ไม่ครับ ขอบคุณมาก ผู้กองควรจะไปทำงานได้แล้ว ยังไงชิโลก็ไม่ออกมาพบ ผู้กอง เพราะเมื่อคืนชิโลตากฝนจนเป็นหวัด ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้”
       สการถอนใจ
       “ก็ได้...ฝากบอกชิโลแล้วกันว่าเรื่องเมื่อคืนฉันขอโทษ”
       สการดึงกระป๋องเมล็ดทานตะวันออกจากมืออุ้มสม แต่โดนอุ้มสมจับไว้แน่น สการมองหน้าเขม็ง อุ้มสมเลยต้องปล่อยมือมองสการที่ถือกระป๋องเมล็ดทานตะวันไปอย่างเสียดาย
       “รสต้มยำพริกเผาด้วย...เสียดายจัง”
       อุ้มสมไปเคาะประตูเรียก
       “ชิโล...ผู้กองไปแล้ว...ชิโล”
       ชิโลเปิดประตูออกมา อุ้มสมผงะตกใจ เพราะหน้าชิโลโทรมมากแถมยังมีทิชชู่ม้วนเป็นแท่งอุดรูจมูกสองข้าง
       “โธ่เอ้ย...ชิโล นี่เจ้าทำอะไร เล่นเอาเราตกใจหมด”
       “ก็เราเป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอมีเสมหะ จะให้หน้าเราสวยเด้งปากแดงได้ไง”
       ชิโลพูดไปก็ทำท่าจะจาม...ฮัด...ฮัด...อุ้มสมรีบเอามือปากชิโล
       “หยุดนะ...ห้ามจามใส่เราเด็ดขาด”
       ชิโลอู้อี้ถาม
       “ทำไม”
       “ก็ถ้าเราติดหวัดจากเจ้า เราจะไม่มีโอกาสได้อยู่กับเจ้าอีก พวกมนุษย์จะต้องตามล่าฆ่า เราแล้วจับเราฝังกลบ”
       “ทำไม”
       “ก็พวกมนุษย์กลัวไข้หวัดนกกันน่ะสิ ระบาดขึ้นมาที ทั้งเป็ด ทั้งไก่ ทั้งนก ถูกฆ่าตายเป็น เบือ เรายังไม่อยากตายแบบนั้น”
       ชิโลพยักหน้ารับหงึกๆ
       “เรา…เราเข้าใจแล้ว”
       อุ้มสมลดมือลง ชิโลกลั้นฮัดชิ้วได้ แล้วยกมือทำนิ้วโอเค
       “ทีนี้เจ้าก็ต้องเล่าให้เราฟังมาได้แล้วว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น”
       ชิโลมองอุ้มสมแล้วครุ่นคิดหนักใจ
       
       บ้านเรือนไทยหรูหราตกแต่งอย่างดีในบรรยากาศสวนร่มรื่น...บนเรือนไทยทองทิวกับสิริสุดาพาชีคอาเหม็ดเข้ามาชมสถานที่ที่จัดไว้สำหรับรับรอง ชีคอาเหม็ดมหาเศรษฐีเจ้าของบ่อน้ำมันจากตะวันออกกลาง แต่งตัวสูทอย่างดีภูมิฐาน ดูจะชอบเรือนไทยมาก สิริสุดาหันไปถามพ่อ
       “โรงแรมห้าดาวหกดาวใจกลางเมืองก็มี ทำไมไม่พาเพื่อนป๋าไปพักที่นั่นคะ มาพักทำไม นอกเมืองกลางสวนริมคลองแบบนี้”
       “ท่านชีคชอบความเป็นไทย ทั้งอาหารไทย บ้านทรงไทย และวิถีชีวิตของไทย”
       “โดยเฉพาะผู้หญิงไทย ผมชอบมากที่สุดครับ”
       ชีคอาเหม็ดเข้ามาเสริมและมองสิริสุดาด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ยแสดงความเจ้าชู้ ทองทิวต้องกระแอมดักคอ
       “ท่านต้องการอะไรก็บอกได้เลยนะครับ คนของผมพร้อมจะบริการอย่างดีที่สุด”
       “คุณก็รู้ว่าผมมาที่นี่ต้องการอะไรมากที่สุด”
       ทองทิวรับคำแล้วหันไปพยักหน้ากับสาโรจน์อย่างมีลับลมคมนัย สิริสุดาเห็นแล้วรู้สึกสงสัย

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มณีแดนสรวง ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์
มณีแดนสรวง, ตอนที่ 19
มณีแดนสรวง ตอนที่ 18
มณีแดนสรวง ตอนที่ 17
มณีแดนสรวง ตอนที่ 16
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้อ่านล่วงหน้าแล้ว ดีใจ ขอบคุณมากค่ะ ^____^
กอหญ้า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณค่ะ
งุงิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณมากนะคะทีลงล่วงหน้าให้ ..
รักจุ๊บๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014