แสบสลับขั้ว ตอนที่ 14

โดย MGR Online   
16 สิงหาคม 2555 18:16 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
แสบสลับขั้ว ตอนที่ 14
        แสบสลับขั้ว ตอนที่ 14
       
       ที่ห้องน้ำเพชรช่วงเวลาเดียวกันนั้น น้ำเพชรกระสับกระส่ายนอนไม่หลับ ในที่สุดก็ต้องลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไปด้านนอก น้ำเพชรถอนใจยาวแล้วเดินมาหยิบโทรศัพท์จะโทร.ออกแต่ชะงักถอนใจเฮือก
       
       “ป่านนี้ จะหลับแล้วหรือยังนะ ...”
       น้ำเพชรนิ่งคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจกดโทรออก เซียนนั่งพิงฝาห้องอยู่หยิบโทรศัพท์มาดูก่อนจะกดรับ
       “ยังไม่นอนอีกหรือ ...”
       “นอนแล้วค่ะ แต่ไม่หลับ...เอ้อ ...น้ำกังวลเรื่องวันพรุ่งนี้”
       “แรกๆ ผมก็กังวลเหมือนกัน แต่พอนึกถึงที่ยายปิ่นบอกว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสถึงเรื่องกรรม ... เรื่องความไม่เที่ยงแท้ แน่นอน ...เรื่องสติ...ผมก็เริ่มทำใจได้...อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด นี่กำลังจะทำสมาธิ”
       “อุ๊ย งั้นน้ำต้องขอโทษที่โทรมารบกวน”
       “ไม่เป็นไร ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วง....แต่คุณควรจะโทร.ไปให้กำลังใจนายเซียนด้วย เพราะเขาก็คงว้าวุ่นใจจนนอนไม่หลับเหมือนกัน”
       “ไม่เกี่ยวกับน้ำค่ะ” น้ำเพชรเสียงห้วนโดยไม่ตั้งใจ
       “เขารักคุณมาก คุณเป็นเพียงคนเดียวในโลกที่จะทำให้จิตใจเขาสอบได้”
       “แล้วสาย...เอ้อ...พิณโทรมาปลอบใจคุณปลาใหญ่หรือยังล่ะคะ” น้ำเพชรประชดถาม
       “เขาก็ใจแข็งใจเหมือนคุณนั่นแหละ”
       “คุณปลาใหญ่ทำสมาธิเถอะค่ะ...น้ำไม่รบกวนแล้ว” น้ำเพชรวางโทรศัพท์ น้ำตาไหลพรากออกมา “ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมคุณปลาใหญ่ถึงไม่รักน้ำ ... นังสายสะดือมันมีดีอะไรนอกจากความสามหาว แล้วมันก็ไม่ได้รักคุณปลาใหญ่สักหน่อยมันรักไอ้เซียน”
       “นายเซียนรักคุณ...” เสียงเซียนดังเข้ามาในความคิด
       “เออ! ไอ้เซียนรักฉัน ฉันรักปลาใหญ่ ปลาใหญ่รักสายพิณ ... สายพิณดันรักไอ้เซียน โลกนี้ชักจะบ้ากันใหญ่แล้ว บ้า ๆๆ”
       น้ำตาน้ำเพชรไหลพรากๆ ออกมา
       
       อีกด้านหนึ่งที่บ้านยายปิ่น ยายปิ่นกำลังสวดมนตร์ไปเรื่อยๆ เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับเสียงสายพิณดังขึ้น
       “ยาย...ขอพิณเข้าไปหน่อยได้มั้ยจ้ะ” ยายปิ่นลุกเดินไปเปิดประตู “พิณนอนไม่หลับ เป็นห่วงพี่เซียน”
       สายพิณปิดประตูแล้วเดินมานั่งใกล้ๆ ยาย
       “นอนไม่หลับก็สวดมนตร์ซิ”
       “มันไม่มีสมาธินะจ้ะ ...ไอ้ครั้นจะอธิษฐานว่าขอให้ความดีทุกอย่างที่พิณเคยทำมา จงดลบันดาลให้พี่เซียนปลอดภัย...พิณก็ไม่มีความดีอะไรสักนิด”
       “ที่พิณรู้ตัวอย่างนั้น มันก็เป็นความดีแล้ว นั่นคือเอ็งมีความรู้สึกตัว... มีสติ...”
       “สติไม่ดีน่ะซิ ยาย...ความจริงพิณก็พยายามทำตามที่ยายสอนเหมือนกันนะจ้ะ แต่มันไม่ค่อยตลอดรอดฝั่ง ...อย่างเมื่อเย็น พิณก็ไหว้แม่นังน้ำเน่า .... เอ๊ย น้ำเพชร ทั้งๆ ที่ความจริงก็ไม่อยากจะไหว้พ่อแม่ศัตรูหรอก”
       “ในเมื่อรู้ว่าอะไรดี ก็พยายามทำต่อไป”
       เสียงโทรศัพท์ดังมาจากห้องสายพิณ
       “สงสัยจะพี่เซียนโทรมา พิณไปก่อนนะจ้ะ ... ขอบคุณยายมาก”
       สายพิณกอดแล้วหอมแก้มยายปิ่นแล้วรีบออกไป ยายปิ่นมองตามพลางส่ายหน้าเอ็นดู
       
       สายพิณรีบกลับเข้าห้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ใบหน้าที่เตรียมจะดีใจของสายพิณสลดลงทันทีเมื่อเห็นชื่อปลาใหญ่ ปรากฏบนจอ
       “ไม่รู้จะโทรมาทำไมหนักหนา” สายพิณตัดสายทันที แล้วลงนอน “ทีคนอยากให้โทร ไม่รู้จักโทร”
       สายพิณพลิกตัวหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีก แววตาครุ่นคิด
       เซียนนั่งมองโทรศัพท์ครู่หนึ่งแล้วทำท่าจะกดต่อ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจวางลง
       “โทรไปอีก ก็คงไม่รับอีก”
       เซียนลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างเปิดออกไปรับลม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเซียนหันมามองแล้วเดินไปหยิบขึ้นมาดู
       เซียนยิ้มนิดๆ ขณะกดรับ
       “นึกว่าคุณหลับแล้ว”
       “โทรมาทำไม” สายพิณถามเสียงห้วน
       “อยากได้กำลังใจนิดหน่อย”
       “อ๋อ! ขอให้นาย...” สายพิณตวาดจะแช่งแต่นึกได้เสียงอ่อนลง “ปลอดภัยก็แล้วกัน พี่เซียนของฉันจะได้ปลอดภัยด้วย”
       “ก็ยังดี...ขอบคุณ”
       เซียนปิดโทรศัพท์แล้ววางลง
       “หน็อยแน่ะ บังอาจปิดโทรศัพท์ใส่ฉัน เฮอะ แบบนี้จ้างก็ไม่แต่งงานด้วยหรอก” สายพิณชะงัก “บ้าจริง ทำไมถึงพูดออกมาได้ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในหัวสักนิด”
       สายพิณล้มตัวลงนอนอย่างหงุดหงิด
       
       ภายในห้องปลาใหญ่ ปลาใหญ่กำลังนอนคว่ำหลับสนิทมีผ้าห่มห่มอยู่ ลูกบิดประตูเหมือนถูกไขกุญแจดังคลิ๊กเบาๆ แล้วค่อยๆ ถูกหมุนให้ประตูค่อยๆ เปิดออก ร่างๆ หนึ่งก้าวเข้ามา ในมือมีมีดคมเป็นเงาวับน่ากลัว ร่างๆ นั้นก้าวเข้าสู่แสงไฟสลัวจึงเห็นว่าเป็นเขียว เขียวค่อยๆ ย่องมาที่เตียงแล้วชูมีดขึ้นเตรียมจ้องแทงปลาใหญ่พลิกตัวกลับมา...ผ้าห่มเปิด...เผยให้เห็นหน้าอกทั้งแผงจนถึงท้องเป็นแผลเน่า มีน้ำหนองซึมออกมาดูน่ากลัวและน่าสยดสยองเขียวเห็นอย่างนี้ถึงกับร้องลั่น
       “เฮ้ย ผีหลอก”
       ปลาใหญ่ตกใจตื่น แล้วตกใจเช่นกันที่เห็นเขียว
       “เฮ้ย”
       เขียวลนลานออกจากห้องไป ปลาใหญ่ตกตะลึงครู่หนึ่งแล้วรีบลุกขึ้นตามออกไปดู
       ปลาใหญ่เดินแกมวิ่งออกมาแล้วมองตรวจดูจนทั่วแต่บริเวณนั้นไม่มีแม้แต่เงาผู้บุกรุก ปลาใหญ่เดินไปชะโงกดูที่ระเบียงบริเวณนั้นก็ไม่มีใครเช่นกันสีหน้าปลาใคร่ครวญครุ่นคิด
       เขียวหนีลงมาด้านล่างแล้วเหลียวซ้ายแลขวา ปกรณ์กระชากแขนดึงออกไปข้างนอกโดยเขียวยังคงมีสีหน้าตื่นตกใจ
       “ผะ...ผะ...ผี”
       
       ปกรณ์ดึงเขียวมาหลบมุมอยู่บริเวณหลังบ้านขณะที่เขียวยังปากคอสั่นด้วยความตกใจกลัว
       “ผะ...ผะ...ผี...ผีหลอกจริงๆ พี่ บรื๋อ ...อ...น่ากลัวที่สุดเลย”
       “ผีบ้าผีบอที่ไหน”
       “มัน ... มันนอนอยู่บนเตียง น้ำหนองเยิ้ม เหม็นเน่า”
       “แล้วไอ้ปลาใหญ่”
       “บอกแล้วว่าผมเจอผี ! ไม่เห็นมีคนสักคน ห้องนั้นมีผีสิง โอย...ขนลุกไปหมด”
       ปกรณ์มีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด
       
       เช้าวันรุ่งขึ้นสมศรีเก็บจานชามที่กินแล้วออกไป สมทรงยกถาดกาแฟกับน้ำผลไม้เข้ามาเสิร์ฟ
       “เดี๋ยวฉันไปดูที่ห้องมันเอง”
       เกริกก้องบอกเมื่อรู้เรื่องจากปกรณ์
       “ระวังนะคะ คุณพ่อ... ปลาใหญ่มันอาจจะเลี้ยงผี” รัญญาบอก
       “ฮื้อ ผีไม่มีในโลกหรอก”
       “จันทร์ไปด้วยค่ะ”
       “ผมเองดีกว่าครับ คุณก้อง ทุกคนจะได้ไปทำงาน” ปกรณ์รับอาสา
       “ฉันอยากดูให้เห็นกับตา”
       
       ขณะนั้นปลาใหญ่กำลังใช้ผ้าพันรอบอกมาจนถึงท้อง
       “เอาละ อย่าลามปามป๊ะป๋าอีกนะ หนู...ทีนี้ก็ฉีดน้ำหอมประโคมเข้าไป” ปลาใหญ่หยิบน้ำหอมฉีดบริเวณผ้าจนชุ่ม
       “ค่อยยังชั่ว”
       เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงเกริกก้อง
       “ปลาใหญ่ ...ปลาใหญ่...ยังอยู่หรือเปล่า”
       “ยังอยู่ดีมีความสุขครับ คุณอาบ่อง ... บ๊อง”
       ปลาใหญ่พูดพลางหยิบเสื้อมาสวมมองกระจกดูความเรียบร้อย
       “เปิดประตูหน่อย”
       “รอเดี๋ยวครับ”
       
       ประตูห้องปลาใหญ่เปิดออก ปลาใหญ่เดินออกมาแล้วยิ้มกว้าง
       “จ๊ะเอ๋”
       ปกรณ์และเกริกก้อง ทำจมูกฟุดฟิด
       “นี่แกตกอ่างน้ำหอมเรอะ”
       ขณะที่เกริกก้องถามปลาใหญ่ ปกรณ์ขยับตัวชะโงกมองในห้อง ปลาใหญ่เหลือบมองท่าทีของปกรณ์แว่บหนึ่งเป็นระยะๆ
       “คุณอาชอบน้ำหอมกลิ่นนี้มั้ยครับ ผมซื้อมา 20 ขวดเดี๋ยวจะแบ่งให้ขวดนึง”
       “ไม่ต้อง ฉันแวะมาเตือนว่าเช้านี้แกอย่าเข้าห้องทำงานผิดล่ะ”
       “อ๋อ ผมไม่ไปทำงานแล้วครับ”
       “ถ้ายังงั้น แกก็ไม่มีเงินเดือน เพราะฉันจะไม่จ่ายเงินให้แกมานั่งกินนอนกิน”
       “อีกอ๋อนึง! ถ้าคุณอาไม่จ่าย ผมก็จะขายคฤหาสน์นี้ คงได้หลายร้อยล้านอยู่กินไปอีก 35 ชาติก็ไม่หมด”
       “แกไม่มีสิทธิ์”
       “อะไรได้ ผมมีสิทธิ์เต็มที่เชียวละ เพราะในพินัยกรรมระบุว่าบ้านนี้เป็นของผมแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย”
       “ไอ้เซียน”
       “ไม่มีใครเขาเชื่อคุณอาหรอกว่า ผมคือไอ้เซียน ผมเองยังไม่เชื่อเลยเพราะส่องกระจกดูทีไร ก็เห็นแต่ปลาใหญ่และถ้าคุณอาป่าวประกาศออกไปใครๆ เขาก็จะคิดว่าคุณอาบ้า...คุณกรณ์สนใจอะไรในห้องผมหรือครับดูจั๊ง... เอ๊ะ”
       ปลาใหญ่หันไปถามปกรณ์ ปกรณ์ทำเป็นตกใจ
       “เอ๊ะ เมื่อคืนนี้มีคนเข้ามาในห้องคุณปลาใหญ่หรือครับ”
       “ใช่ แต่ผมเสกคาถาไล่มันออกไปแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ ทั้ง 2 ท่าน ผมมีธุระ”
       ปลาใหญ่เดินไป เกริกก้องกับปกรณ์มองตามอย่างอาฆาต
       
       ที่บ้านน้ำเพชรกิมฮวยและเติมศักดิ์กำลังนั่งกินข้าวต้มปลากัน
       “นี่มันข้าวต้มอะไรฮึ ! อาฮวย”
       “ข้าวต้มปลาเก๋า”
       “อั๊วไม่เห็นมีปลาซักกะชิ้น”
       “ของอั๊วมี 1 ชิ้น”
       “แล้วของอั๊วไปไหน”
       “มันกระโดดลงมาอยู่ในชามอั๊วไง” น้ำเพชรแต่งตัวทะมัดทะแมงเดินลงบันไดมา “อ้าว อาน้ำ วันนี้ไม่ไปทำงานเรอะไง”
       “ค่ะ น้ำมีธุระอื่น”
       น้ำเพชรพูดพลางรีบเดินออกไป
       “ไปซะแระ เลยอดกินข้าวต้มเปล่าๆเลย”
       “ลื้อหมายความว่ายังไง อาเติม”
       “ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ ข้าวต้มวิญญาณปลา”
       
       ที่บ้านลุงป่อง ครรชิตกำลังเปิดหลังเซียนดูบาดแผล
       “ไม่รู้ว่าเป็นอุปทานหรือเปล่า ผมว่าวันนี้แผลดีขึ้น แล้วกลิ่นก็น้อยมาก”
       ครรชิตยังพูดไม่ทันขาดคำ ลุงป่องซึ่งมีมาสค์คาดจมูกเดินออกมาจากห้องแล้วบ่นแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว
       “กลิ่นลอยเข้าไปถึงในห้อง”
       ครรชิตหน้าเหยๆ ขณะที่เซียนตบไหล่ครรชิตราวกับจะขอบใจ
       “ขอบใจที่พยายามให้กำลังใจผมตลอด”
       “ผมพูดอะไรผิดไปเรอะ”
       เสียงมอเตอร์ไซค์แล่นมาจอด
       “นายเซียนคงมาแล้ว”
       สายพิณเดินเข้ามาพร้อมถุงข้าวและกับข้าว
       “หิวกันหรือยัง ลุงป่อง ไปเอาจานเอาชามมาซิ”
       ลุงป่องเดินออกไป แล้วหันหน้ากลับมา
       “ฉันขอแยกไปกินต่างหากนะ”
       “ไม่ต้องหรอกลุง ผมแยกดีกว่า ... ปัญหามันอยู่ที่ผม”
       เซียนบอกแล้วเดินไปที่ประตู
       “คุณปลาใหญ่ ผมไปด้วย”
       “ไม่ต้อง”
       “แล้วนายไม่กินข้าวเรอะ”
       “ไม่หิว”
       เซียนเดินออกไป
       “ตาป่อง โอ้ว่าปากหนอปาก ฉันอยากจะชกนัก” ครรชิตต่อว่าลุงป่อง
       “ก็ฉันกินไม่ลงจริงๆ นี่”
       ลุงป่องบอกแล้วเดินไปหยิบจานชามมาใส่ข้าว
       
       เซียนหลบออกมานั่งทอดสายตาไปข้างหน้าอย่างเศร้าๆ สายพิณเดินเข้ามามือถือจานใส่ข้าววางกับมาด้วย
       สายพิณมองท่าทีนั้นเงียบๆ ครู่หนึ่ง แล้วเดินมานั่งตรงหน้าเซียนพร้อมส่งจานให้
       “เอ้า”
       “ขอบใจ แต่บอกแล้วว่าไม่หิว”
       “ไม่หิวก็ต้องกิน”
       เซียนสบตาพิณราวกับจะหยั่งความรู้สึก
       “ห่วงนายเซียนละซิ”
       “ใช่”
       เซียนรับจานข้าวมาตักกิน ขณะที่สายพิณนั่งมองอยู่
       “ไม่ต้องมานั่งเฝ้าหรอก ยังไงผมก็จะกินจนหมดเพื่อร่างกายของนายเซียน” เซียนประชด สายพิณนั่งเหยียดขาอย่างสบายใจ
       “พอฉันไป เดี๋ยวนายก็เทข้าวทิ้งหมด”
       “ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น บอกว่าจะกินให้หมด ก็หมายความว่าจะกินให้หมด”
       “แต่ฉันก็ยังอยากคอยสังเกตการณ์อยู่ดี”
       “ไม่เหม็นเน่าผมเรอะไง”
       “พอทนได้ กลิ่นยังไม่แรงจัดนักแบบนี้ประมาณตายได้วันเดียว”
       “ขอบใจที่บอก แล้วคุณ ...”
       “ฉันกินมาจากที่ร้านแล้ว”
       เซียนกินข้าวไปเงียบๆ
       
       ปลาใหญ่ขับรถเข้ามาจอดใต้ร่มไม้ น้ำเพชรซึ่งหลบมุมอยู่เดินออกไปหา
       “นี่มารับผมหรือครับ คุณน้ำเพชร”
       “เปล่า ...ฉันมาคอยดูให้เห็นกับตาว่า นายจะเบี้ยวหรือเปล่า”
       “พูดซะเสียกำลังใจเลย”
       “ไปได้แล้ว”
       ทั้งคู่เดินมาที่วินมอเตอร์ไซค์
       “ไอ้มอม! ไอ้ป๋อง ฝากรถด้วยนะ”
       “ไม่รับฝาก ไอ้พวกคนลืมตัวเหมือนวัวลืมตีน”
       “เฮ้ย ไอ้ป๋อง อย่าว่าเพื่อนยังงั้น ...จอดไว้นั่นแหละ ไม่ต้องเป็นห่วง ใครมาขโมยข้าจะทำเป็นไม่เห็น”
       “เฮ้ย”
       “แหม นึกว่าคุณมอมเลิกเจ็บแค้นซะแล้ว” ป๋องบอกอย่างชอบอกชอบใจ
       น้ำเพชรเปิดกระเป๋าด้วยสีหน้ารำคาญแล้วหยิบเงินส่งใบละ 500 ให้ทั้ง 2 คน
       “นี่ค่าเฝ้ารถ”
       “คุณน้ำเพชร นี่คุณน้ำเพชรคิดว่าพวกผมเป็นคนเห็นแก่เงินเรอะ”
       “งั้นต้องขอโทษที่เข้าใจผิด” น้ำเพชรจะเก็บเงินมอมรีบคว้าไว้ทันที
       “ไม่ผิด เข้าใจถูกเป๊ะเลย จะไปไหนก็ไปผมกับไอ้ป๋องจะเฝ้ารถให้”
       “ไปเลย ไม่ต้องเป็นห่วง”
       “ช่วยพาไปส่งที่บ้านลุงป่องด้วย”
       มอมกับป๋องลุกขึ้นมาที่มอเตอร์ไซค์อย่างกระฉับกระเฉง
        
       ปลาใหญ่และน้ำเพชรขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์แล่นพาเข้าไปในซอย

แสบสลับขั้ว ตอนที่ 14
        ภายในบ้านลุงป่อง ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า น้ำเพชรหยิบขวดยาขึ้นมาให้ปลาใหญ่กับเซียน
       
       “นี่ค่ะ...ยานอนหลับ ปริมาณเท่านี้จะทำให้ทั้งคุณปลาใหญ่กับนายเซียนหมดสติไป...”
       “ใครบอก” สายพิณถาม
       “ฉัน Search ดูในเน็ต”
       “แล้วทำไมไม่ตีหัวแบบเดิมล่ะ ฉันอุตส่าห์เตรียมไม้อันเบ้อเริ่มมาด้วยถ้ายังไม่สลบก็ยังก้อนหินเป็นแผนบี”
       ทุกคนในที่นั้นทำหน้าสยอง
       “หนูพิณ ขอบใจที่มีแผนเอแผนบีพร้อม แต่ลุงว่าเอาแผน ก.ไก่ ของหนูน้ำดีกว่า” ครรชิตบอก
       “แล้วแผนหนูมันไม่ดีตรงไหน”
       “เราเห็นพ้องต้องกันว่า การตีหรือฟาดหัว อาจจะทำให้ร่างกายที่เริ่มจะเน่าของคุณปลาใหญ่กับนายเซียนเน่าเร็วยิ่งขึ้น บาดแผลที่หัวอาจจะทำปฏิกิริยากับแผลที่ตัวได้...”
       “คุณน้ำฉลาดจัง” ปลาใหญ่บอกอย่างชื่นชม สายพิณหันมาเอาเรื่องทันที
       “พี่เซียนจะว่า พิณโง่ใช่มั้ย”
       “ผมเห็นด้วย” เซียนบอก
       “ไอ้ปลาใหญ่”
       “อย่าเรียกคุณปลาใหญ่ว่าไอ้ ...”
       “เอาละ เราจะเริ่มลงมือกันเลยจะได้ไม่เสียเวลา…คุณปลาใหญ่พร้อมไหมครับ” ครรชิตรีบขัดก่อนที่สองสาวจะเปิดฉากทะเลาะกัน
       “พร้อม” เซียนบอก
       “นายเซียนล่ะ” ครรชิตหันไปถามปลาใหญ่
       “บอกตามตรงนะ ไม่ค่อยพร้อม... มันหวิวๆ ยังไงก็ไม่รู้”
       “ถ้าหวิวก็เปิดดูแผลตัวเองซิว่าเน่าไปถึงไหนแล้ว แถมตอนนี้ยังมีกลิ่นอีก” น้ำเพชรบอก
       “เฮ้ !อย่ามาขมขู่พี่เซียนนะ ก็ได้ แล้วถ้าเผื่อ 2 คนนี่กินยาแล้วเกิดตายจริงๆ ล่ะ ใครจะรับผิดชอบ”
       สายพิณถามขึ้นมา ทุกคนเงียบกันไปหมด
       “ผมเอง” เซียนบอก ทุกคนมองเซียน “ผมจะเขียนจดหมายลาตายเอาไว้ ... แล้วนายล่ะ” เซียนหันไปถามปลาใหญ่
       “ฉะ...ฉัน ...ฉันด้วยเรอะ”
       “ใช่ เพื่อป้องกันทุกคนที่พยายามช่วยเรา”
       ปลาใหญ่มองทางโน้นทางนี้อย่างลังเล
       “ฉะ...ฉะ...ฉัน”
       “พี่เซียน ! ถ้าพี่ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ พิณไม่ยอมให้ใครบังคับพี่เด็ดขาด”
       “แต่เราตกลงกันแล้ว”
       “ตกลงแต่ไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ พี่เซียนจะเลิกเมื่อไหร่ก็ได้”
       น้ำเพชรหันหลังเดินออกไป
       “คุณน้ำเพชร” ปลาใหญ่จะตามแต่สายพิณดึงแขนไว้
       “อย่าทำเพราะเห็นแก่มันนะ พี่เซียน”
       แขนปลาใหญ่ห้อยร่องแร่งเหมือนถูกฉีกออกมา ทุกคนตกตะลึง
       
       น้ำเพชรเดินจ้ำๆ ออกมา มอมขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งชาวบ้านแถวนั้นพอดีน้ำเพชรจึงโบกมือเรียก
       “นายมอม ไปส่งฉันหน่อย”
       “ได้เลยครับ”
       เสียงโทรศัพท์น้ำเพชรดังขึ้น น้ำเพชรหยิบขึ้นมากดปิดแล้วขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์มอมขับรถออกไป
       
       ที่บ้านลุงป่องสายพิณกำลังขวางปลาใหญ่ไว้ไม่ให้ออกไป น้ำตาสายพิณไหลด้วยความน้อยใจ
       “ถอยไปนะ พิณ” ปลาใหญ่บอกขณะที่แขนข้างหนึ่งประคองอีกแขนหนึ่งไว้ “พี่จะไปตามคุณน้ำ”
       “ไม่ !พิณไม่ให้พี่ไปเด็ดขาด ดูสารรูปตัวเองซิ แขนจะหลุดอยู่แล้วยังจะเป็นห่วงเป็นใยมันอีก”
       “ก็เพราะใครล่ะ พิณนั่นแหละทำให้เรื่องมันยุ่ง”
       “เออ! พิณมันเลว”
       “สายพิณ”
       “ไม่ต้องมายุ่ง แกก็อีกคนนึง...” สายพิณตวาดใส่เซียน
       “ผมไปเกี่ยวอะไรด้วย”
       “ยังจะมีหน้ามาถาม แกนั่นแหละตัวดีเลย ใครจะเอายังไงก็เอา ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว”
       สายพิณปิดหน้าร้องไห้วิ่งออกไป ทุกคนนิ่งเงียบงันกันไปหมด สุดท้ายแล้วลุงป่องเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเป็นงานเป็นการ
       “ไอ้เซียน เอ็งนั่นแหละเป็นคนผิด”
       “ผมน่ะเรอะ” ปลาใหญ่ย้อนถาม
       “เออ” ลุงป่องกับครรชิตบอกออกมาพร้อมกัน
       “นายกลับไปได้แล้วและก็ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ฉันขอไล่นายในนามของชาวชุมชนพัฒนาสู่สุขาวดี” เซียนบอก
       “นายไล่ฉัน ลุงป่อง”
       “ฉันเห็นด้วย ... เชิญแกกลับไปอยู่บนกองเงินกองทองของของคนอื่นเถอะแล้วถ้าบังเอิญเห็นฉันตามข้างถนนที่ไหนก็กรุณาอย่าทัก เพราะฉันอับอายเหลือเกินถ้ามีใครรู้ว่าฉันรู้จักแก”
       “ไป แกอยากชื่อปลาใหญ่ก็เอาไปเลย ฉันยกให้ฉันก็จะเป็นนายเซียนเต็มตัวเสียที”
       “ขอแจมบ้าง ไปซิ ทำไมไม่ไปล่ะ”
       ปลาใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งร้องไห้ออกมา
       “ไม่ไปโว้ย คนจะตายอยู่แล้ว ยังจะไล่ให้ไปไหนอีก”
       ทุกคนมองปลาใหญ่ด้วยสายตาประณามเต็มที่
       
       น้ำเพชรกลับบ้านและเดินเข้าห้องมาอย่างรวดเร็ว โดยกิมฮวยตามมาหยุดที่บันไดล่าง
       “อาน้ำ ลื้อเป็นอะไร บอกหม่าม้าซิ”
       น้ำเพชรหันกลับมาแล้วกางแขนออก 2 ข้าง
       “น้ำสบายที่สุดในโลกเลยค่ะหม่าม้า สบายจนไม่รู้จะเปรียบกับนรกขุมไหนดี หม่าม้าไม่ต้องห่วงเลยนะคะ โอ๊ย...แฮปปี้ซะเหลือเกิ๊น”
       น้ำเพชรเข้าห้องแล้วปิดประตู
       “ไอ๊หยา สบายยังกับขุมนรก เอ๊ะ เดี๋ยวนี้นรกสบายแล้วเหรอวะทำไมอั๊วเพิ่งรู้”
       
       พอเข้ามาในห้องน้ำเพชรยืนพิงประตูแบบพยายามระงับอกระงับใจสุดขีดที่จะไม่กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธสุดๆ ผสมเครียด มือน้ำเพชรกำแน่นแล้วค่อยๆ คลายออก น้ำเพชรลืมตาขึ้นช้าๆ
       “ต้องมีสติ...สติ...เมื่อมีสติ...ปัญญาก็จะเกิด” น้ำเพชรเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนเตียง “เพราะอีนังสายสะดือคนเดียว”
       มือน้ำเพชรเริ่มสั่น น้ำเพชรพยายามบีบมือไว้แน่น “หมัดตัดสายสะดือจะทำงานอีกแล้ว หยุดซิ บอกให้หยุด ฉันอยู่คนเดียวเห็นมั้ย”
       ในที่สุดมือก็ค่อยๆ คลายลง น้ำเพชรเดินมาทรุดตัวลงนั่งเสยผมแล้วนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะเปิดเครื่องดู แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ
       “แล้วคุณปลาใหญ่ล่ะ คุณปลาใหญ่ไม่ใช่คนผิดสักหน่อย”
       น้ำเพชรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเครื่อง ที่จอโทรศัพท์มี Missed call เต็มไปหมด น้ำเพชรกำลังจะกดโทรแต่มีสัญญาณโทรเข้าดังขึ้นก่อนน้ำเพชรกดรับ
       “เป็นยังไงบ้างคะ คุณลุง ... อ๋อ ...ได้ค่ะ”
       น้ำเพชรเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วสะพายเดินออกไปใหม่
       
       น้ำเพชรเดินออกมา เติมศักดิ์สะกิดให้กิมฮวยดู
       “อ้าว อาน้ำ นั่นลื้อจะไปไหน”
       “ไปธุระคะ หม่าม้าอย่าเพิ่งถามอะไรน้ำเลยนะคะ”
       น้ำเพชรรีบเดินออกไป ทุกคนชะเง้อมองตาม
       
       น้ำเพชรขับรถเข้ามาจอด ครรชิตเปิดประตูรถอีกคันออกมา
       “หนูน้ำ เข้ามาคุยกันในรถดีกว่า คุณปลาใหญ่อยู่ในรถ” น้ำเพชรเดินเข้ามา ครรชิตเปิดประตูด้านหลังให้ น้ำเพชรขึ้นไปนั่งแล้วปิดประตู ครรชิตขึ้นด้านคนขับ
       “น้ำต้องขอโทษที่หุนหันผลันแล่นออกมาก่อน”
       “ไม่เป็นไร ความจริงสายพิณไม่ควรจะเอะอะโวยวาย” เซียนบอก
       “แล้วยังงี้ คุณปลาใหญ่ยังจะแต่งงานกับเขาอีกหรือคะ” ความเงียบน่าอึดอัดเข้าปกคลุมในรถทันที “ขอประทานโทษค่ะ...น้ำเป็นคนปากพล่อยอย่างนี้เอง”
       “คนชอบคุณก็มี แต่คุณไม่ชอบเขาเอง”
       “ถ้าคุณปลาใหญ่หมายถึงไอ้เซียนละก็ ...”
       “นายเซียนกำลังลำบาก” เซียนขัดขึ้น น้ำเพชรชะงัก
       “หมายความว่ายังไงคะ”
       เซียนเหลือบสบตาครรชิต
       “ลำบากมากทีเดียว ลำบากคนเดียวไม่พอ ยังอาจจะพาคุณปลาใหญ่แย่ไปด้วย”
       น้ำเพชรมองหน้า 2 คนสลับกันราวกับจะรอคำตอบ
       -
       เซียนเดินเข้ามาในบ้านลุงป่องติดตามด้วยน้ำเพชรและครรชิต ลุงป่องเดินออกมาจากห้องนอนแล้วปิดประตูมือไม้เปื้อนเลือดและน้ำหนอง
       “นายเซียนเป็นยังไง”
       “ตายหรือยัง”
       “ร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือคะ”
       “อยากรู้ก็เข้าไปดูเลยคุณ ผมขอไปล้างมือก่อน เหม็นสาบพิลึก”
       ลุงป่องเดินออกไป น้ำเพชรมองตามแล้วหันมามองเซียนและครรชิต
       “เข้าไปดูซิ” เซียนบอก
       “คุณปลาใหญ่กับคุณลุงไม่เข้าไปดูด้วยกันหรือคะ”
       “แค่ดูตัวเองผมก็จะแย่อยู่แล้ว”
       น้ำเพชรเดินไปที่ประตู ค่อยๆ ผลักเข้าไป เซียนและครรชิตมองตาม
       
       ภายในห้องปลาใหญ่นอนห่มผ้าในความสลัวเพราะหน้าต่างปิดหมด น้ำเพชรเดินเข้ามาแล้วถึงกับหยุดกึกพร้อมกับยกมืออุดจมูก ปลาใหญ่หันมามอง
       “คุณน้ำหรือครับ”
       “เออ”
       “ขอบคุณเหลือเกินที่มา ...”
       “ฉันก็ไม่ได้อยากจะมานักหรอก”
       “ผมรู้ ถึงได้ให้ปลาใหญ่มันไปตาม”
       “นายจะเรียก คนอื่นให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม”
       “ได้ครับ...” ปลาใหญ่ค่อยๆ ลุกขึ้น มือจับแขนอีกข้างไว้ “ผมถึงได้ให้คุณปลาใหญ่ไปกราบเรียนเชิญ”
       “นั่นแขนนายเป็นอะไรน่ะ”
       ปลาใหญ่เอามือออก น้ำเพชรเบิกตากว้างเมื่อเห็นแขนปลาใหญ่ห้อยต่องแต่ง
       
       สายพิณมาหาหมอแม่นที่บ้านเพื่อขอให้ช่วยเซียน
       “นะจ๊ะ ยาย...ยายช่วยพี่เซียนหน่อยนะ พิณมองไม่เห็นใครอีกแล้วนอกจากยาย”
       “แล้วเจ้ากระหังกับนังกระสือล่ะ”
       “ป้ากระสือแกพูดมาก ... เดี๋ยวก็ได้ป่าวประกาศไปหมด คนอื่นเขาก็จะรังเกียจพี่เซียน”
       “ถ้ามีค่าตอบแทน ข้าก็ตกลง”
       “แหม ยาย...”
       “ข้ายังต้องกินต้องใช้นี่หว่า”
       “มีอยู่แล้วละ ตอนนี้พี่เซียนเขารวย”
       “รวยเงินคนอื่นน่ะซิ”
       หมอแม่นลุกขึ้น สายพิณช่วยประคองเอาอกเอาใจ
       
       น้ำเพชรเดินหน้าซีดจะเป็นลมออกมาแล้วทรุดตัวลงนั่งพลางหยิบยาดมในกระเป๋าขึ้นมาดม
       “เป็นยังไงบ้าง”
       เซียนถาม น้ำเพชรเบือนหน้ามามองปลาใหญ่น้ำตาคลอ
       “แผลคุณปลาใหญ่ก็ลามมาถึงหัวไหล่แล้วเหมือนกันใช่ไหมคะ” เซียนพยักหน้า
       “เนื้อตรงนั้นเริ่มเปื่อยยุ่ย สายพิณดึงนิดเดียว แขนนายเซียนซึ่งที่จริงเป็นแขนผมถึงได้จะขาดออกมา”
       “แต่โชคดีที่แขนคุณปลาใหญ่ไม่หลุด...ดีแล้ว ต่อไปนี้ ถ้าพวกนั้นมาขอเปลี่ยนร่างเดิม คุณปลาใหญ่ก็อย่ายอม”
       สายพิณพาหมอแม่นเข้ามาด้วยสีหน้าเหมือนจะเจื่อนนิดๆ ทุกคนหันมามอง
       “พิณพาหมอแม่นมาแล้ว”
       “เจ้าเซียนอยู่ที่ไหน”
       
       หมอแม่นเข้ามาในห้องทรุดตัวลงจับแขนและหัวไหล่ปลาใหญ่
       “โอ๊ย! เบาๆหน่อยซิ” ปลาใหญ่ร้องลั่น
       “อย่าจับแรงซิยาย” สายพิณบอก
       “งั้นเอ็งก็จับเองซิ...เจ็บเรอะ ไอ้เซียน”
       “พูดเพราะๆ หน่อยยาย”
       หมอแม่นหันมามองสายพิณ ถอนใจเฮือกอย่างรำคาญ
       “จุ้น” น้ำเพชรต่อว่าสายพิณอย่างอดรนทนไม่ได้
       “อะไรนะ”
       “ฉันว่าแกจุ้น”
       “แกจุ้นมากกว่า”
       “แกจุ้นมากที่สุด”
       “แก”
       “โว้ย...ย ออกไปจุ้นข้างนอกไป๊” หมอแม่นตวาด
       “พี่เซียนเป็นแฟนฉัน”
       “สายพิณ ... ช่วยออกไปก่อน”
       “พิณจะออกก็ต่อเมื่อนังน้ำเน่าออกไปด้วย”
       “ออกไปทั้งคู่เลย วุ่นวายกันนัก”
       “ผมอยากให้คุณน้ำอยู่ด้วย”
       “พี่เซียน”
       “อยู่กันไปเถอะ อยู่กันให้แขนห้อยเลย”
       น้ำเพชรบอกแล้วเดินออกไป
       “คุณน้ำเพชร”
       “ช่างเขาเถอะน่า พี่เซียน”
       หมอแม่นเก็บของใส่กระเป๋า แล้วลุกเดินไปที่ประตู
       “ยาย ยายจะไปไหน”
       ปลาใหญ่กับสายพิณถามออกมาพร้อมกัน
       “จะกลับว่ะ รำคาญ”
       สายพิณ รีบดึงแขนหมอแม่นไว้แน่น
       “ยายจ๋า พิณขอโทษ ... ต่อไปนี้พิณจะไม่พูด จะเงียบให้เหมือนกับอยู่ในป่าช้าเลย”
       
       “ถ้าทำให้ข้ารำคาญอีกละก็ คราวนี้ไปโลด”

จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017