หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 5

โดย MGR Online   
17 สิงหาคม 2555 09:39 น.
หน้าที่แล้ว |   1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 5
        หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 5(ต่อ)
       
       บริเวณร้านขายต้นไม้ในย่านชานเมือง ต้นไม้และดอกไม้ตั้งเรียงอยู่มากมายดูสวยงาม ระบิลกำลังเดินเลือกต้นไม้อย่างเอาใจใส่ โดยมีเนติมาเดินอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก ระบิลชำเลืองมองเนติมาแล้วยิ้มอย่างเข้าใจ
       
       “ก็เมื่อกี้เขาโทรมาก็ไม่ยอมรับสาย แล้วก็มาเดินจิตตกอย่างเนี้ย นี่คุณ..อย่าเชื่อข่าวกอสซิปอะไรพวกนั้นเลยน่า คนเราไปไหนมาไหนด้วยกันได้เรื่องธรรมดาจะตาย คุณกับผมยังมาเดินซื้อต้นไม้ด้วยกันเลย”
       “จะไม่ให้ฉันคิดมากได้ยังไง ข่าวมันหนาหูขึ้นทุกวัน อีกอย่างพี่ศิวัชจะให้ฉันเป็นเลขา แต่ทุกวันนี้กิจกรรมของพี่ศิวัชตั้งหลายอย่างฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
       “เขาคงกลัวคุณเหนื่อยมั้ง ไหนจะเรื่องงาน ไหนจะเรื่องครอบครัวคุณอีก”
       “กลัวเหนื่อย หรือไม่อยากให้รู้กันแน่”
       เนติมาพูดด้วยความน้อยใจ ระบิลหยุดสนใจต้นไม้หันมามองเนติมายิ้มๆ ก่อนพูดอย่างใจเย็น
       “ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าความคิดของตัวเองหรอกนะ แล้วตอนนี้คุณกำลังโดนความคิดของตัวเองทำร้ายอยู่ แล้วก็บ่อยซะด้วย”
       “ก็มันน่าคิดมั้ยล่ะ เป็นนายๆก็คิด”
       ระบิลยิ้มไม่ยอมตอบอะไร ก่อนหันไปเห็นก้อนหินที่ใช้ประดับสวนก้อนเล็กๆที่วางขายอยู่ ระบิลหยิบขึ้นมาสองสามก้อน ก่อนเอื้อมมือไปจับมือของเนติมาขึ้นมา
       ระบิลเอาก้อนหินใส่มือเนติมาแล้วเอามือบีบมือเนติมาให้กำก้อนหินทันที เนติมาร้องลั่นก่อนรีบปล่อยก้อนหินลงพื้นทันที
       “โอ๊ย ! จะบ้าเหรอฉันเจ็บนะ”
       เนติมาเอามือตีระบิลอย่างหัวเสีย ระบิลยิ้มก่อนพูดอย่างใจเย็น
       “เห็นมั้ย ก้อนหินก็เหมือนทุกข์ที่ผมเอามาใส่มือคุณนั่นแหละ ถ้าคุณถือมันไว้ยิ่งบีบมันเท่าไหร่คุณยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น แค่คุณปล่อยมันซะก็จบ ไม่ต้องเจ็บ”
       “ไม่ต้องสอนฉันหรอกน่า ปรัชญานี้ฉันรู้”
       “รู้แต่ไม่เอาไปใช้ก็เหมือนมีดไม่ลับคมแหละคุณ”
       ระบิลพูดดักคอจนเนติมาชะงักพูดอะไรไม่ออก
       ระบิลยิ้มก่อนหันไปที่กระถางต้นไม้เล็กๆของร้านที่กำลังออกดอกสีสันสดใสสวยงาม ระบิลก้มลงไปหยิบขึ้นมาให้เนติมา ระบิลกระชับมือเนติมาให้ถือกระถางไว้
       “ของที่ทำให้เราสบายใจ ความจริงก็อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ทำไมไม่เอามันขึ้นมาเชยชมล่ะครับ”
       เนติมานิ่งฟังระบิลพูดอย่างใช้ความคิด ก่อนมองไปรอบๆเห็นต้นไม้ของร้านขายต้นไม้ที่วางเรียงกันเต็มพื้นที่ แต่ละต้นออกดอกสีสันสวยงาม เนติมายิ้มออกมาได้บ้างมองระบิลอย่างขอบคุณ
       “ฉันนี่แย่จังเลยเนอะ จิตตก ฟุ้งซ่าน จนนายต้องเตือนสติบ่อยๆ”
       “ก็คุณยังมีหัวใจนี่ครับ สำคัญตรงที่จิตตกเมื่อไหร่ ฟุ้งเมื่อไหร่ ก็เรียกกลับมาให้เร็วก็แล้วกัน”
       ระบิลชี้ดอกไม้แล้วถาม
       “เป็นไง ดอกนี่ถูกใจมั้ยครับ”
       เนติมามองกระถางต้นไม้ในมือของตัวและมองไปรอบๆอีกนิด ก่อนหันมาพยักหน้าให้กันอย่างยิ้มๆ
       “งั้นผมสั่งเลยนะ...พี่สาว”
       ระบิลพูดยิ้มๆ ก่อนเดินเข้าไปพูดกับเจ้าของร้านที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว
       เนติมามองตามระบิลที่กำลังยืนชี้สั่งต้นไม้ พูดคุยกับเจ้าของร้านอย่างเป็นกันเองแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้
       
       ระบิลขับรถมาอย่างอารมณ์ดี พลางหันไปมองเนติมาที่กำลังคุยโทรศัพท์อย่างมีความสุข
       “ไม่เป็นไรค่ะพี่ศิวัช เนติ์เข้าใจ พี่ศิวัชดูแลตัวเองดีๆนะคะ แล้วไงอีกสองวันเราเจอกัน”
       เนติมาวางสายโทรศัพท์พลางก้มมองแหวนที่ศิวัชสวมที่นิ้วก้อยซ้ายด้วยความโล่งใจ
       “คนเรานี่รอยยิ้มกับความสุข มันห่างกันนิดเดียวจริงๆเนอะ”
       “นายหมายความว่าไงเหรอ”
       เนติมาถามด้วยความสงสัย ระบิลยิ้มอย่างอารมณ์ดี
       “ก็วันก่อนยังไปช่วยกันหาเสียงจิ๊จ๊ะหวานจ๋อย พอมาวันนี้งอนตุ๊บป่อง ไม่ยอมรับสายคุณศิวัชเขาอยู่เลยนี่ครับ แต่เผลอแว๊บเดียวดันโทรไปหาเขาเองซะงั้น แถมยังหวานซะอู๊ย..น้ำตาลจะขึ้นตา นี่แหละน้าความรัก”
       “เวลาฉันมีความทุกข์นายก็ปลอบให้ฉันหายเศร้า แต่เวลาฉันหายเศร้านายก็มาแซว ตกลงนายจะเอายังไงกันแน่หา”
       เนติมาพูดด้วยความหมั่นไส้ ระบิลหัวเราะอารมณ์ดี
       “โธ่..ล้อเล่นน่าคุณ ผมไม่ใช่คนโรคจิตนะ ที่จะชอบเห็นคนรักเขาตีกันน่ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว กว่าจะรักกันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคุณ”
       เนติมายิ้มพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับระบิล เนติมานึกอะไรขึ้นมาได้
       “เออ..แล้วนี่เขาจะส่งต้นไม้ให้เราเมื่อไหร่เหรอ”
       “ตามหลังมาติดๆนี่ล่ะคุณ”
       ระบิลพูดพลางมองไปที่กระจกมองหลังแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อคันหนึ่งขับตามมา โดยมีลูกน้องอิทธิหาญสามคนนั่งอยู่ด้านใน ระบิลมองด้วยความสงสัย
       “นั่งดีๆนะคุณ”
       “มีอะไรเหรอ”
       
       ระบิลไม่ตอบอะไร แต่เท้าของระบิลเหยียบคันเร่งจนมิดเพื่อเร่งความเร็ว

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 5
        ระบิลขับรถเลี้ยวเข้ามาในถนนอีกเส้น โดยมีรถของลูกน้องอิทธิหาญเลี้ยวตามมาติดๆ เนติมาสีหน้าตื่นมองระบิลที่ขับรถด้วยสีหน้าจริงจัง
       
       “เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราต้องรีบขนาดนี้”
       “มีคนตามเรามา”
       “อะไรนะ !”
       เนติมารีบหันไปดูกระจกมองข้างทันที แต่จังหวะเดียวกันที่ลูกน้องอิทธิหาญซึ่งอยู่ในรถอีกคันยิงปืนเข้าใส่ กระสุนโดนกระจกมองข้างด้านเนติมาแตกกระจาย ระบิลรีบหักพวงมาลัยไม่ให้เป็นเป้านิ่ง
       “ระวัง !”
       ระบิลเอื้อมมือไปกดสวิทช์ปรับพนักพิงของเนติมาให้เอนนอนลงอย่างรวดเร็ว เนติมาพยายามเงยหัวขึ้นมาแต่โดนระบิลกดลงไปอีก
       “ระวัง !”
       “คุณนั่นแหละระวัง อย่าเงยขึ้นมา เดี๋ยวก็โดนส่องหัวหรอก”
       เนติมามีสีหน้าตกใจ
       “ระวัง !”
       “ระวังอะไรอีก”
       “รถบรรทุก !”
       เนติมาชี้ไปข้างหน้าพลางพูดด้วยความร้อนรน ระบิลหันขวับไปมองด้านหน้าแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นรถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งสวนมาเพราะรถของเนติมาวิ่งกินเลนเข้าไป รถบรรทุกบีบแตรลั่น
       “เฮ้ย !”
       เนติมาเอามือขึ้นปิดตาด้วยความหวาดกลัว ระบิลหักพวงมาลัยหลบรถบรรทุกได้อย่างเฉียดฉิว เนติมาเปิดมือขึ้นมามองหน้าระบิลอย่างความโล่งอก ระบิลจะหันไปมองด้านหลัง เห็นรถของลูกน้องอิทธิหาญยังขับตามมาอยู่พร้อมยิงปืนเข้าใส่อีก กระสุนเฉียดไปมา
       “เอาไงดีล่ะ”
       “เรื่องอะไรให้มันล่อเป้าอยู่ล่ะคุณ”
       ระบิลหันไปเห็นถนนลูกรังที่อยู่ข้างหน้า ระบิลรีบเลี้ยวรถเข้าไปทันที
       ระบิลขับรถด้วยความรวดเร็ว เนติมาปรับเบาะขึ้นมานั่ง หันกลับไปมองด้านหลังเห็นฝุ่นลูกรังตลบ จนแทบไม่เห็นรถคันที่ตามมา
       “มองแทบไม่เห็นรถพวกนั้นเลย”
       “ก็เข้าทางเราสิครับ”
       ระบิลยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนเพิ่มความเร็วมากขึ้น
       “นายจะทำอะไร”
       เนติมาชักสีหน้าด้วยความสงสัย ระบิลยิ้มชอบใจ
       “ใช้ฝุ่นพรางตัวให้เราหนีไงคุณ ฮ่าๆ ไงฉลาดมั้ยๆ”
       ขณะที่ลูกน้องอิทธิหาญคนแรกขับรถ คนที่สองกับคนที่สามยื่นหน้าออกไปนอกรถเพื่อเล็งปืนยิงรถของเนติมา แต่ไม่ถนัดเพราะฝุ่นลูกรังฟุ้งตลบจนแทบไม่เห็นรถของเนติมา ลูกน้องทั้งสองคนสำลักฝุ่นจนต้องกลับเข้ามาในรถ
       “โอ๊ย..ไม่ไหวโว้ย ฝุ่นทั้งนั้น” ลูกน้องคนที่สองบอก
       “เฮ้ย..ทิ้งระยะหน่อยโว้ยจะสำลักฝุ่นตายอยู่แล้ว” ลูกน้องคนที่สามหันไปบอกลูกน้องที่ขับรถอยู่ ลูกน้องคนแรกถอนใจอย่างหงุดหงิด ก่อนผ่อนคันเร่งทันที
       ระบิลขับรถด้วยความเร็ว มองกระจกส่องหลังเห็นแต่ฝุ่นลูกรังฟุ้งโดยไม่เห็นรถของพวกลูกน้องอิทธิหาญแม้แต่เงา ระบิลยิ้มอย่างได้ใจ
       “เห็นมั้ย สติมา ปัญญามี ไม่ต้องออกแรงให้เสียเหงื่อ ฮ่าๆ...กินฝุ่นเป็นของว่างแล้วกันนะไอ้น้อง ฮ่าๆ”
       ระบิลหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เนติมามองไปทางถนนด้านหน้ารถแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นถนนซึ่งไม่ใช่ลูกรังอีกแล้ว
       “อุ๊ย..ทำไมไม่ใช่ถนนลูกรังแล้วล่ะ”
       ระบิลมองตามแล้วบอก
       “เฮ้ย ! เออ..สงสัยตรงโน้นไม่มีงบมั้งคุณ”
       เนติมาหันขวับไปมองด้านหลังเห็นรถของลูกน้องอิทธิหาญขับประชิดเข้ามาก็ตกใจ
       “พวกนั้นตามมาแล้ว”
       ลูกน้องอิทธิหาญยิงปืนเข้าใส่ กระสุนสามสี่นัดเฉียดตัวถังรถไปนิดเดียว ระบิลหักพวงมาลัยหลบ อย่างคล่องแคล่ว ระบิลเห็นลูกน้องอิทธิหาญสองคนที่เบี่ยงตัวออกมาจากตัวรถ เล็งปืนมา
       “หมอบลงไปคุณ !”
       ระบิลรีบเอื้อมมือไปกดหัวเนติมาให้ก้มต่ำลงไป
       “โอ๊ย ! อีกแล้วเหรอเนี่ย”
       “ถ้าไม่อยากหัวเป็นรู อย่าลุกขึ้นมาอีกนะ”
       ระบิลพูดพลางหยิบปืนประจำตัวออกมา เนติมามองด้วยความตกใจ
       “นายจะทำอะไร”
       “โธ่..ไม่ใช่งานวัดนะครับ จะได้เป็นเป้านิ่งให้มันสอยอยู่ข้างเดียว เอื้อมมือมาประคองพวงมาลัยให้ผมหน่อยเร็ว”
       “นายว่าไงนะ !”
       “อย่าถามมาก ทำตามที่ผมบอกเร็ว !”
       ระบิลพูดพลางคว้ามือเนติมา มาจับพวงมาลัยรถไว้ เนติมามองอย่างกลัวๆ
       “แต่ฉันมองไม่เห็นทาง”
       “ตรงนี้ทางตรง คุณจับไว้นิ่งๆ รับรองไม่พลาด”
       “แล้วนายล่ะ”
       “ผมก็ส่งลูกน้องไปเคลมค่าเสียหายกับพวกมันน่ะสิคุณ”
       
       ระบิลเปิดกระจกแล้วเบี่ยงตัวออกไปนอกตัวถังรถ พร้อมวาดปืนไปด้านหลังทันที

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 5
        จังหวะต่อมาระบิลเหนี่ยวไกยิงปืนใส่รถของลูกน้องอิทธิหาญอย่างใจเย็น กระสุนสองนัดแรกเฉียดไปที่ตัวรถ ก่อนระบิลจะเล็งอีกครั้ง คราวนี้กระสุนเจาะเข้าที่ยางล้อหน้าอย่างแม่นยำ รถของลูกน้องอิทธิหาญส่ายไปมา ก่อนเสียหลักพุ่งชนกองวัสดุที่ตั้งอยู่ริมทางจนไปต่อไม่ได้
       
       “เช็คบิล ฮ่าๆ”
       ระบิลหัวเราะชอบใจ ก่อนดึงตัวกลับเข้ามาในรถพร้อมหันพูดกับเนติมา
       “เรียบร้อยคุณ”
       “ไหน...”
       เนติมาปล่อยพวงมาลัยรถแล้วลุกขึ้นหันไปมองรถของลูกน้องอิทธิหาญอย่างลืมตัว
       “คุณอย่าปล่อย !
       รถเสียหลักแถออกไปจนจะตกถนน ระบิลรีบคว้าพวงมาลัยรถแล้วเหยียบเบรกทันที
       “ว้าย !”
       เนติมาเสียหลักเพราะแรงเบรก โดนแรงเหวี่ยงจนตัวของทั้งคู่เข้าไปเบียดชิดกัน แก้มเนติมาเหวี่ยงไปโดนหน้าของระบิลอย่างจัง ระบิลกับเนติมาชะงักด้วยความตกใจ ก่อนทั้งคู่จะขยับตัวออกจากกันอย่างเขินๆ
       “เออ..ผมว่าเรารีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นตั้งหลักได้จะยุ่ง” ระบิลพูดอึกอัก
       เนติมาพยักหน้าอย่างอายๆ ก่อนระบิลจะรีบขับรถออกไป
       
       บริเวณตึกร้างชานเมือง ลูกน้องอิทธิหาญลงมาจากรถด้วยความสะบักสะบอม บ้างหัวแตก บ้างมีรอยฟกช้ำ
       “โอย...ไม่น่าพลาดเลย อูย..เจ็บ” ลูกน้องคนแรกบอก
       “โชคดีเท่าไหร่แล้ววะ ที่มันยิงใส่รถ เก็บปากไว้แก้ตัวกับเสี่ยดีๆเถอะมึง” ลูกน้องคนที่สองว่า
       ลูกน้องอีกคนมองเห็นรถของอิทธิหาญวิ่งเข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว
       “เฮ้ย!”
       ลูกน้องอิทธิหาญทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ปานที่นั่งอยู่ข้างคนขับกดกระจกลงมองลูกน้องทั้งสามคนด้วยสีหน้านิ่ง อิทธิหาญกดกระจกเลื่อนลงมา อมยิ้มมองลูกน้องทั้งสามคนอย่างใจเย็น
       ลูกน้องทั้งหมดสีหน้าเจื่อนไปทันที
       “เออ..เสี่ย เสี่ยตามมาด้วยเหรอครับ”
       “กูก็ตามมาดูศพพวกมันน่ะสิวะ แต่ดูสารรูปมึงแล้ว สงสัยกูมาเสียเที่ยว”
       ลูกน้องทั้งหมดรีบยกมือไหว้อิทธิหาญทันที
       “ขอโทษครับเสี่ย พวกผมขอแก้ตัวอีกทีนะครับ” ลูกน้องคนที่สามบอก
       “รับรองว่า...”
       ยังไม่ทันที่ลูกน้องคนแรกจะพูดอะไรต่อ ปานก็ชักปืนขึ้นมายิงใส่ลูกน้องอิทธิหาญทั้งสามคนอย่างแม่นยำจนร่วงลงไปสิ้นใจตายทันที
       ปานพูดเบาๆ
       “กูเตือนพวกมึงแล้วว่าอย่าพลาด”
       ปานพูดด้วยสีหน้านิ่ง พร้อมเก็บปืนทันที อิทธิหาญมองร่างของลูกน้องตนเองอย่างไม่เห็นคุณค่า ก่อนสายตาอิทธิหาญจะเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดขึ้นทันที
       “ให้มันรู้ไปว่าพวกมึงจะปฏิเสธความตายที่กูยื่นให้สักกี่น้ำ...กลับ !”
       อิทธิหาญกดกระจกเลื่อนขึ้น ก่อนรถจะวิ่งออกไป
       
       ภายในห้องครัวบ้านกันต์ เวลากลางคืน ระบิลกำลังทำอาหาร โดยมีเนติมากับผู้กำกับวิเชษฐ์คอยช่วยเป็นลูกมือ
       เนติมากำลังอ่านข่าวจากไอแพดด้วยความสงสัย
       “พบศพชายสามคน ถูกยิงตายข้างรถที่เกิดอุบัติเหตุ ตายปริศนา”
       เนติมาหันไปพูดกับวิเชษฐ์
       “นี่มันสามคนที่ไล่ยิงฉันเมื่อกี้นี่คะ”
       “ทำงานไม่สำเร็จ ไม่ก็ฆ่าปิดปากน่ะครับ”
       วิเชษฐ์พูดกับระบิล
       “ความจริงนายน่ารวบตัวพวกมันไว้ก่อน เราจะได้สาวถึงตัวบงการ”
       “โอ๊ย..ไม่ต้องสาวก็รู้ครับพี่ว่าพวกมันเป็นใคร แค่รั้วกั้นแค่นี้แหละครับ”
       ผู้กำกับวิเชษฐ์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ระบิลหันมาพูดกับเนติมา
       “รถคุณที่เอาไปเปลี่ยนกระจก พรุ่งนี้ได้นะครับ”
       เนติมาพยักหน้ายิ้มๆ ยังรู้สึกทำตัวไม่ถูกกับเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้
       “เออ..พี่เชษฐ์ เรื่องขนมที่พี่จะสั่งเรียบร้อยนะครับ” ระบิลบอก
       “เรียบร้อย รับรองไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง” วิเชษฐ์ว่า
       ผู้กำกับวิเชษฐ์ยิ้มอย่างมั่นใจ เจือจันทร์เดินเข้ามาในห้องครัวด้วยสีหน้าสงสัย ก่อนพูดบ่นไปเรื่อย
       “ใครสั่งต้นไม้รึเปล่า เขามาส่งเนี่ยตั้งเยอะแยะ อย่างจะเอาไปขายที่ไหน”
       
       บริเวณสวนหย่อมบ้านกันต์ ต้นไม้ ดอกไม้ประดับหลายต้นตั้งเรียงกันอยู่หลายต้น เนติมาเดินออกมามองต้นไม้ที่เรียงรายกันอยู่ด้วยความสงสัย
       “สั่งมาตั้งเยอะแยะ จัดยังไงถูกเนี่ย”
       “จัดไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็เสร็จคุณ” เสียงระบิลดังเข้ามา
       “อุ๊ย !”
       เนติมาสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อเห็นระบิลเปลือยท่อนบนเหงื่อท่วมตัว โผล่ขึ้นจากพุ่มไม้ในมุมมืด พร้อมเสียมขุดดินในมือ เนติมาถอนใจอย่างโล่งอก
       “โธ่เอ๊ย..ตกใจหมดเลย”
       
       “คุณมีเรื่องอะไรให้ผมทำรึเปล่าครับ”

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 5
        ระบิลยิ้มเดินเข้ามาหา เนติมารู้สึกแปลกๆ ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที
       
       “เออ..ไม่มีอะไร งั้น..ฉันขึ้นไปนอนก่อนนะ”
       ระบิลเรียกไว้ “เออ..เดี๋ยวครับ”
       เนติมาจะเดินเข้าไปในบ้าน แต่ต้องชะงักเพราะระบิลเรียกไว้ เนติมาค่อยๆหันกลับมาอย่างลังเล ระบิลอึกอักอยู่นิดหนึ่งก่อนยิ้มเจื่อนตัดสินใจพูดออกมา
       “เมื่อกลางวัน ผมขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
       “ไม่เป็นไร ก็..มันเป็นอุบัติเหตุนี่”
       “แต่ผมไม่ค่อยสบายใจ”
       “สบายใจเถอะน่า ฉันไม่ได้โกรธอะไรนายซะหน่อย”
       “แต่ตั้งแต่กลับมา ผมยังไม่เห็นคุณยิ้มให้ผมเลยนะ” ระบิลพูดอย่างไม่คิดอะไรมาก
       เนติมาหันมาพูดด้วยอารมณ์ทั้งฉุนทั้งอาย
       “แล้วจะให้ฉันยิ้มดีใจเหรอไงที่โดนนายหอมแก้มเหรอไง..คนบ้า !”
       เนติมาตีต้นแขนระบิลเต็มแรงแล้วรีบเดินเข้าบ้านไปทันที
       “โอ๊ย..คุณ เจ็บนะ !...อ้าว..เดี๋ยวสิคุณ อะไรเนี่ยบอกไม่โกรธ แต่ฟาดซะเต็มเหนี่ยวเลย คุณ..อูย มือหนักชะมัด”
       ระบิลเอามือลูบต้นแขนที่โดนตีด้วยความเจ็บ มองตามเนติมาไปอย่างไม่เข้าใจ
       เนติมาเดินเข้ามาในห้องด้วยความหงุดหงิด ปากก็บ่นไปเรื่อย
       “คนบ้า..ฉันก็อายเป็นเหมือนกันนะ”
       เนติมาหยุดยืนถอนใจเฮือกใหญ่ รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
       เหตุการณ์ในรถแว่บเข้ามา
       เนติมาเสียหลักเพราะแรงเบรก โดนแรงเหวี่ยงจนตัวของทั้งคู่เข้าไปเบียดชิดกัน แก้มเนติมาเหวี่ยงไปโดนหน้าของระบิลอย่างจัง ระบิลกับเนติมาชะงักด้วยความตกใจ ก่อนทั้งคู่จะขยับตัวออกจากกันอย่างเขินๆจนทำอะไรไม่ถูก
       เนติมารีบเอามือถูแก้มที่โดนระบิลหอมอย่างไม่ตั้งใจด้วยความหงุดหงิด
       “ตาบ้าเอ๊ย..ขนลุกไปหมดเลย”
       เนติมาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อนจะไปอาบน้ำ แต่อดไม่ได้ที่จะมองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นระบิลกำลังขุดดินปลูกต้นไม้อยู่ในความมืดอย่างขยันขันแข็ง เนติมาเริ่มอารมณ์เย็นลง แล้วถอนใจมองระบิลอย่างเข้าใจมากขึ้น
       
       ในเวลาต่อมา ระบิลในสภาพเหงื่อโทรมร่างกำลังขุดดินลงไม้ดอกที่กำลังออกดอกสะพรั่ง เนติมายื่นขวดน้ำดื่มมาให้ พลางพูดอย่างรู้สึกผิด
       “หิวน้ำมั้ยอ่ะ”
       ระบิลยิ้มก่อนรับน้ำมาเปิดดื่มด้วยความกระหาย
       “เฮ้อ..ค่อยยังชั่ว ขอบคุณนะครับ อย่างนี้ค่อยชื่นใจหน่อยแสดงว่าคุณไม่ได้โกรธผม”
       ระบิลพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนหันไปปลูกต้นไม้ต่อ เนติมาลงนั่งที่ม้านั่งใกล้ๆพูดด้วยสีหน้าเจื่อน
       “เออ..เมื่อกี้นายเจ็บมั้ยอ่ะ ฉันขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
       “ผมไม่ได้ตั้งใจ คุณก็ไม่ได้ตั้งใจ งั้นเราหายกัน โอเค๊”
       “อืม..โอเคก็ได้ นี่..ให้ฉันช่วยมั้ย”
       “โอ๊ยๆๆ อยู่ตรงนั้นแหละดีแล้วครับ อย่ามาช่วยให้งานผมช้าลงเลย”
       เนติมานึกหมั่นไส้
       “นี่..หาเรื่องเจ็บตัวอีกแล้วใช่มั้ย”
       “ก็จริงๆนี่ครับ ครั้งที่แล้วกวาดใบไม้สองที มือคุณยังพองไปสามวันเลย ผมทำเองได้ครับ ผมว่าคุณขึ้นไปพักผ่อนดีกว่านะ อย่ามานั่งเฝ้าผมเลยยุงกัดเปล่าๆ” ระบิลพูดยิ้มๆ
       เนติมามองไปรอบๆบริเวณอย่างรู้สึกเป็นห่วง
       “นายทำไหวแน่เหรอ ถ้าไม่ไหวไม่ต้องก็ได้นะ”
       “ไหวสิคุณ คุณไปนอนเถอะครับไม่ต้องห่วงผม..นะครับ”
       เนติมาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเดินกลับไปยังอดหันมามองระบิลด้วยความเป็นห่วง ระบิลที่กำลังขุดดินปลูกต้นไม้อยู่เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เนติมา
       ระบิลยิ้มมองตามเนติมาอย่างรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน
       
       ภายในห้องนอน ขวัญชนกเพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ก่อนเดินไปมองที่ปฏิทินตั้งโต๊ะแล้วหน้าสลดลงเล็กน้อยพลางพึมพำว่า
       “ก็แค่วันหนึ่งเท่านั้น”
       ขวัญชนกพูดด้วยความเศร้าก่อนเดินไปที่หน้าต่างผ้าม่านปิดอยู่ ขวัญชนกกำลังจะเอื้อมมือไปแหวกผ้าม่านมองออกไปด้านนอก เบื้องล่าง... ขวัญชนกเห็นสวนหย่อมหน้าบ้านเต็มไปด้วยแปลงดอกไม้หลากสีสันสวยงามหลายแปลง ขวัญชนกมองภาพงดงามตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เสียงเคาะประตูดังเข้ามา ขวัญชนกหันขวับไปมองทันที
       “คุณแม่เหรอคะ”
       ไม่มีเสียงตอบ ขวัญชนกชักสีหน้าด้วยความสงสัย ก่อนเดินไปที่ประตูห้อง
       “เนติ์เหรอจ๊ะ”
       ไม่มีเสียงตอบอีก ขวัญชนกนิ่งคิดอยู่นิดหนึ่งแล้วตัดสินใจค่อยๆเปิดประตูแล้วต้องแปลกใจเมื่อพบเจือจันทร์ถือช่อดอกไม้ช่อโต พร้อมด้วยระบิลกับเนติมายืนยิ้มอยู่ข้างๆ ระบิลกับเนติมาพูดพร้อมกัน
       “สุขสันต์วันเกิดจ้ะขวัญ / สุขสันต์วันเกิดครับคุณขวัญ”
       “นี่อะไรเหรอคะคุณแม่”
       “วันนี้เมื่อหลายปีมาแล้ว แม่ให้กำเนิดเด็กผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งออกมา แล้วเด็กคนนั้นก็โตขึ้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ...วันเกิดลูกปีนี้ แม่ขอมอบชีวิตใหม่ให้ลูกอีกครั้งนะขวัญ” เจือจันทร์พูดและยิ้มฝืนความเศร้า
       “หมายความว่ายังไงคะคุณแม่”
       “ยินดีต้อนรับสู่โลกภายนอกอีกครั้งนะจ๊ะขวัญ” เนติมาบอก
       “อะไรนะ !”
       ขวัญชนกตกใจ ระบิลกับเนติมายิ้มให้อย่างใจเย็น
       “เห็นสวนดอกไม้ข้างนอกแล้วใช่มั้ยครับ”
       “คุณระบิลเป็นคนเอามา ปลูกมาจัดเองกับมือทั้งคืนเลยนะ”
       “อาจเหมือนผักชีโรยหน้าไปนิด แต่ก็ทำสุดฝีมือนะครับ เออ..คุณขวัญจะไม่ลงไปดูสักหน่อยเหรอครับ” ระบิลถาม
       “แต่...”
       ขวัญชนกหลบตาระบิลอย่างลังเล ระบิลพูดด้วยความอ่อนโยน
       “ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วนะครับ มีแต่พวกเราทั้งนั้น วันนี้วันเกิดคุณขวัญเป็นวันดีที่จะได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆซะทีนะครับ”
       “นะลูก”
       เจือจันทร์พยายามช่วยกล่อม ขวัญชนกคิดอย่างตัดสินใจจนเกือบขยับเดินไปข้างล่างอยู่แล้ว แต่ผู้กำกับวิเชษฐ์ก็เดินขึ้นมาพอดี
       “ขนมเค้กพร้อมแล้ว ขอโทษทีรถติด…”
       ขวัญชนกชะงักด้วยความตกใจ ขณะที่ผู้กำกับวิเชษฐ์ก็ตกลึงเมื่อเห็นขวัญชนกอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก
       “น้องขวัญ…”
       ผู้กำกับวิเชษฐ์พยายามพูดอย่างเป็นมิตร แต่ขวัญชนกสะดุ้งด้วยความกลัวพลางขยับจะเดินกลับเข้าไปในห้อง แต่เนติมารีบรั้งไว้ทันที
       “ขวัญไม่ต้องกลัว นี่ผู้กำกับวิเชษฐ์ไง ผู้กำกับเป็นคนดีนะ”
       “แต่…”
       ระบิลรีบขยับไปพูดอย่างหนักแน่น
       “คุณขวัญฟังผมนะครับ ไม่มีอะไรน่ากลัวทั้งนั้น มีแต่พวกเรา ทุกคนหวังดีแล้วก็พร้อมที่จะปกป้องคุณขวัญนะครับ”
       ขวัญชนกมองอย่างลังเล เห็นเนติมา ผู้กำกับวิเชษฐ์ เจือจันทร์ ยิ้มอย่างให้กำลังใจ ระบิลพูดด้วยรอยยิ้ม
       “ที่สำคัญข้างล่าง ยังมีคนพิเศษอีกคน รอคุณขวัญออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่นะครับ” ระบิลบอก
       
       ขวัญชนกชะงักนิ่งครุ่นคิดตามที่ระบิลพูด

จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
67 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
33 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017