หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 1
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2555 09:05 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
       The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 1
       
       บริเวณริมถนนใจกลางเมืองกรุงอันแสนวุ่นวายยามนั้น ญาณิน สาวสวยน่ารักดวงตาใสแป๋วแต่งตัวเซอร์สไตล์สาวโบฮีเมี่ยน ยืนครุ่นคิดในใจอยู่เพียงลำพัง
       
       “สัมผัสที่หกไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากจะมี ก็มีได้ มันคือพรสวรรค์ที่จัดสรรค์มาสู่บุคคลที่ถูกเลือกแล้วเท่านั้นแม้เราจะไม่ต้องการ และพยายามปฏิเสธมันสักเท่าใด ก็ไม่สามารถจะหนีพ้น ..มันมา..พร้อมกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ ที่แท้แล้วพวกเรา...คือผู้รับใช้...และผู้เสียสละ..มิใช่ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์อันใดทั้งนั้น”
       ระหว่างนั้นบนท้องถนนยังคงเต็มไปด้วยความจอแจ เสียงรถราและผู้คนดังอื้ออึง ญาณินยืนอยู่บนฟุธบาทหน้าศูนย์การค้าใหญ่ใจกลางเมือง ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านและการจราจรที่วุ่นวายสับสน
       ญาณินมองดูผู้คนที่สัญจรไปมา ไล่สายตาไปมองรถราที่แล่นขวักไขว่บนท้องถนน ทุกอย่างปกติ ญาณินค่อยๆ หลับตาลงแล้วคิดในใจ
       “หน้าที่ในการช่วยเหลือ ปลดปล่อย นำพาพวกเขาให้ พ้นทุกข์ เป็นอิสระจากบ่วงพันธนาการใดๆ ในโลกนี้ เพื่อไปสู่โลกหน้าอันสุขสงบ”
       
       ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องเรียนทำอาหาร คมมีดถูกกรีดลงไปบนชิ้นเนื้อสดๆ จนเห็นเลือดสีแดงไหลซึม ก่อนจะถูกนำไปใส่ลงในกระทะร้อนฉ่า มะเขือเทศเข้มข้นในกระป๋องถูกเทใส่ในกระทะสีแดงข้นดั่งเลือด นักเรียน 5-6 คนกำลังง่วนอยู่หน้าเตาของตัวเอง
       เนตรสิตางศุ์ สาวน้อยในชุดหวานน่ารักเหมือนตุ๊กตากำลังทำซอสพาสต้าอยู่ด้วยใบหน้าอ่อนโยนและมีความสุข เนตรสิตางศุ์หยิบมะเขือเทศขึ้นมาเตรียมจะผ่า เธอมองหามีดแต่ก็หาไม่เจอ แล้วสายตาก็เหมือนเหลือบเห็นอะไรแว่บๆ ผ่านหลังไป เนตรสิตางศุ์เหลียวมองตาม
       เด็กชายคนหนึ่งถือมีดเอาไว้ในมือ แล้ววิ่งหลุดออกไปนอกห้อง เนตรสิตางศุ์ตกใจรีบเดินตามไป
       “เอามีดมานะ! มันอันตราย!”
       
       เนตรสิตางศุ์วิ่งออกมาจากห้องเรียนแล้วมองหา เธอเห็นเด็กชายคนนั้นถือมีดวิ่งลับมุมทางเดินไป เนตรสิตางศุ์รีบไล่ตามไป เด็กชายวิ่งลงบันไดไปถึงชั้นล่าง มีคนเดินสวนขึ้นมา 2-3 คน
       “หยุดวิ่ง มันไม่ใช่ของเล่นนะ..ใครก็ได้จับเด็กคนนั้นที” เนตรสิตางศุ์ตะโกนลั่น
       คนที่เดินสวนขึ้นมามองเนตรสิตางศุ์อย่างงงๆ
       
       เด็กชายวิ่งมาถึงด้านหนึ่งซึ่งเป็นทางตัน เด็กชายจะวิ่งกลับ แต่เนตรสิตางศุ์วิ่งเข้ามาดักไว้ เด็กชายจนมุม
       “เอามีดคืนพี่มา”
       เนตรสิตางศุ์สืบเท้าก้าวเข้ามาหา
       เด็กชายถอยหนีพร้อมทั้งถือมีดยั่ว
       “เล่นของมีคมมันอันตรายนะคะ” เนตรสิตางศุ์บอก
       เนตรสิตางศุ์ก้าวเข้าไปหา เด็กชายถอยจนหลังติดกำแพง
       “ไม่มีทางไปแล้ว ขอมีดคืนนะคะ”
       เนตรสิตางศุ์ก้าวเข้าไปหาแล้วจะเข้าไปแย่งมีด แต่ยังไม่ถึงตัว ปรากฏว่าเด็กชายก้าวถอยหลังจนทะลุหายเข้าไปในกำแพง เหลือแต่มีดหล่นลงพื้น เนตรสิตางศุ์อึ้ง เธอหันกลับมาเห็นคนแถวนั้นมองเธออย่างงงๆ
       
       ในขณะที่ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยตามร้านค้าข้างถนนใกล้ตึกออฟฟิศในเวลากลางวัน พ่อค้าขายซีดีเปิดเพลงเสียงดังเร้าใจ ป่าวประกาศเชิญชวน
       “ใครอยากเห็นผี เชิญทางนี้..แผ่นแท้ไม่ขาย แผ่นผีล้วนๆ” พ่อค้าตะโกนลั่น
       กรรณากำลังยกลังหนังสือหนักเทใส่แผงกองๆหนังสือมือสอง เธอมีท่าทางเหนื่อยอ่อน กรรณาปาดเหงื่อที่หน้าผากแต่แล้วอยู่ๆก็เกิดเสียงหวีดแหลมดังแทรกขึ้นมา กรรณาสะดุ้งเพราะรู้ว่าเป็นเสียงของอะไร
       “เพ่ๆๆ..เปิดเสียงดังอีกหน่อยได้ปะค้า” กรรณาบอกพ่อค้า
       ”จัดไป”
       กรรณาหันกลับมาที่แผง เธอจะยกลังหนังสือเทใส่แผงอีก แต่เห็นหนุ่มออฟฟิศคนหนึ่งกำลังยืนเลือกหนังสืออยู่ หนุ่มออฟฟิศคนนั้นยิ้มให้แล้วอ้าปากถามอะไรบางอย่าง แต่เสียงที่กรรณาได้ยินกลับเป็นเสียงคลื่นแทรกซ่าๆ สลับกับเสียงหวีดแหลม กรรณาแสบหูแล้วทำหน้าเหยเก
       “คุณครับ..เป็นอะไรครับ” หนุ่มออฟฟิศถาม
       ”เย้ย..เจ๊ย” กรรณาเอามือปิดหู “ได้ยินแระๆ..พอๆๆ ไม่ไหวแล้วอ่า”
       ”คุณ..เป็นอะไรของคุณครับ หนังสือนี่ลดกี่เปอร์เซ็นต์ครับ”
       กรรณาตะโกนลั่น “หา..ค่า..ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ค้า”
       หนุ่มออฟฟิศยืนเลือกหนังสือต่อไป โดยมีคนอื่นๆ เข้ามาเลือกซื้อด้วย กรรณาหันไปจ้องหนุ่มออฟฟิศที่เดินไปเดินมาพลางพยักหน้ารับรู้และรับฟังเสียงที่มาบรรยายให้ฟัง เสียงซ่ายังคงดังไม่หยุด และดังวนเวียนรอบๆ หูกรรณา มีเงารางๆ ของวิญญาณเข้ามาพูดข้างหูซ้ายทีขวาทีสลับไปมา กรรณาพยายามอดทนทั้งๆ ที่รู้สึกรำคาญ
       “อือ อือ อือ เข้าใจแระๆ ๆ เบาๆ ๆ ไม่ต้องตะโกนด๋ายป้ะ?”
       หนุ่มออฟฟิศเลือกหนังสือ2-3เล่มแล้วยื่นให้กรรณา
       “เท่าไหร่ครับ ถุงไม่ต้องนะครับ”
       กรรณายืนจ้องหน้าเขา
       “คุณครับ..” หนุ่มออฟฟิศเรียกซ้ำ
       กรรณายกมือขึ้นชี้หน้าแล้วจ้องตาเป๋ง “เพ่..เพ่ควรจะแต่งงานได้แล้วนะ”
       หนุ่มออฟฟิศงง กรรณาจ้องหน้าแล้วพูดต่อ “พ่อของเพ่ เค้าอยากเห็นเพ่เป็นฝั่งเป็นฝา..กับคุณ..เหม่เหม๋..แฟนของเพ่..แล้วเค้าก็ไม่โอ..ที่เพ่จะซื้อบ้านแถวรามอินทรา เค้าอยากให้เพ่กลับไปดูแลบ้านที่เพ่เกิดที่เชียงใหม่มากกว่า...ช่าย..”
       “พ่อ..” หนุ่มออฟฟิศทิ้งหนังสือทันที “คุณ..รู้ได้ยังไง..บ้า..บ้าชัดๆ”
       หนุ่มออฟฟิศมองกรรณาอย่างรังเกียจแล้วเดินหนีไป คนที่กำลังเลือกหนังสืออยู่ต่างก็พากันมองมาอย่างรังเกียจแล้วรีบเดินหนีออกไป
       กรรณายืนกอดอกแล้วยักไหล่ด้วยความเซ็งก่อนจะพูดกับตัวเอง
       
       “กระซิบกันจังๆ กระซิบแต่เรื่องส่วนตัวล้วนๆ ทีรางวัลที่หนึ่งที่เหนิ่งเจ็ดตัวตรงๆ อ่า..เคยมากระซิบกานบ้างป่าวเน้..เฮ้อ..”

       ที่โรงเรียนสอนเต้นแห่งหนึ่ง นักเรียนเต้นหญิง 3-4 คนกำลังเต้นคัพเวอร์เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีอยู่ ทุกคนเต้นพร้อมเพรียง สวย สง่า เซ็กซี่ จนกระทั่งกลุ่มเต้นแปรแถวออกเผยให้เห็นว่ากรรัมภาก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งบล็อกกิ้งอันโดดเด่น
       
       ครูให้จังหวะพร้อมกับมองกรรัมภาอย่างชอบใจ
       “ดีมาก...ทุกคนเต้นได้ดีมาก ดีกว่าต้นฉบับซะอีก” ครูชม
       “แก้มเต้นเป็นยังไงบ้างคะครู” กรรัมภาถาม “พอจะใช้ได้บ้างไหมคะ” กรรัมภาถามอย่างถ่อมตัวเหมือนนางเอกในหนังเกาหลีทั้งๆ ที่ตัวเองเต้นเก่งสุดๆ
       “กร…เริ่ดที่สุด น่ารักมาก…เอ้อ กร เพื่อนครูเป็นโคลีโอกราฟเฟอร์ให้หนังมิวสิเคิลเกาหลีอยู่ เธอสนใจอยากไปลองออดิชั่นมั้ย”
       “หนังเกาหลี ที่จะมาถ่ายเมืองไทย ที่..ปาร์คจุนจี..เป็นพระเอกใช่มั้ยคะ..อร๊าย... เขินจังๆๆ ปาร์คจุนจีคือไอดอลของแก้มเองค่ะ..บ้าๆๆ ดีจัยจังๆๆๆๆ” กรรัมภาเผลอจับมือครู “ขอบคุณมากนะคะครู ครูเป็นคนดีมาก”
       ทันใด กรรัมภามองเห็นภาพครูสอนเต้นคนนั้นใช้มือนั้นผลักหญิงสาวคนหนึ่งลงไปที่เตียง หญิงสาวพยายามขัดขืน ครูตบหน้าหญิงสาวเต็มแรง จากนั้นภาพเก่าๆ ของครูที่เคยตบหญิงสาวมาเป็นสิบๆ คนก็ย้อนมาราวกับสายน้ำไหล
       กรรัมภาถึงกับผงะ ด้วยความตกใจเธอถึงกับเผลอตบหน้าครูแล้วด่าออกมา
       “ไอ้ซาดิสต์!!”
       
       อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ถ้วยกาแฟส่งควันร้อนระรวยบางเบาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นลอยฉุยขึ้นมา สุคนธรสกำลังสูดกลิ่นของกาแฟถ้วยนั้นอยู่ คนงานมากมายเข้ามาล้อมรอบพร้อมกับพูดต่อรอง
       “คุณรสค้าบ วันนี้สิ้นเดือนแล้วนะค้าบ”
       “รสไม่ใบ้หวยค่ะ” สุคนธรสบอกปัด
       “โธ่ คุณรส…นะค้าบๆๆๆๆ”
       สุคนธรสเดินหนีกลุ่มคนงานไป แต่แล้วอยู่ๆ เธอก็ชะงัก พวกคนงานดีใจนึกว่าเธอจะให้เลขเด็ด แต่สุคนธรสกลับทำจมูกฟุดฟิดเพราะได้กลิ่นอะไรบางอย่าง
       สุคนธรสเดินหาที่มาของกลิ่นนั้น จนกระทั่งจับทิศทางของกลิ่นได้
       “ซวยแล้วดิ…” สุคนธรสบ่นออกมา
       สุคนธรสกำลังจะเดินตามกลิ่นนั้นไป แต่อยู่ๆ เจ้านายก็เข้ามาขวาง
       “รส...จะไปไหน ลูกค้ามารอนานแล้ว เค้าจะคุยกับแกเรื่องแบบบ้าน เค้าอยากให้แก้ไขนิดหน่อย”
       “ลูกค้า...ให้เค้ารอไปก่อนนะคะ ตอนนี้ รสกำลังมีเรื่องด่วนค่ะ เรื่องคอขาดบาดตายด้วย” สุคนธรสทำจมูกฟุดฟิดต่อ
       “รส...รส...เป็นอะไรไปน่ะเธอ” เจ้านายถาม
       สุคนธสทำท่าเหมือนหมาที่ทำจมูกฟุดฟิดๆ ดมหากลิ่น เธอวิ่งวนรอบตัวเจ้านาย แล้ววิ่งผ่านไปทันที
       “เฮ้ย แกจะไปไหน ยัยรส” เจ้านายรีบวิ่งตาม
       ลูกค้าสาวสวยคนหนึ่งกำลังเดินตรวจดูสถานที่ไปรอบๆ อีกมุมหนึ่งบริเวณไซด์งาน ทันใดนั้นเองน๊อตของแผ่นไม้กระดานที่ใช้กันเศษหินเศษฝุ่นไม่ให้หล่นมาเบื้องล่างกำลังคลายตัวออก
       สุคนธรสเดินตามกลิ่นนั้นไปเร็วรี่ เธอรีบเดินเร็วขึ้นๆ จนกลายเป็นวิ่งในที่สุด ในขณะที่น็อตก็กำลังคลายตัวออกเรื่อยๆ ลูกค้าสาวกำลังเดินตรงไปยังบริเวณใต้ไม้แผ่นนั้น และเดินมาจนใกล้จะถึงใต้แผ่นไม้แผ่นนั้นอยู่รอมร่อ
       สุคนธรสวิ่งตามกลิ่นมาถึงแล้วรีบตะโกนเรียก “คุณคะ!!!”
       ลูกค้าสาวชะงักแล้วหยุดเดินแล้วหันกลับมามองสุคนธรส
       “อย่าเดินไป คุณกำลังมีอันตราย”
       “คะ?” ลูกค้าทำท่าเหมือนว่าไม่ได้ยิน
       “อย่าเดินไป..กลับมาเดี๋ยวนี้”
       “ค่ะ” ลูกค้าจะเดินต่อ
       สุคนธรสตกใจ เธอนึกขึ้นได้จึงรีบก้มลงเก็บหิน ในขณะที่น็อตกำลังคลายตัวออก จนแผ่นไม้หลุดร่วงออกมา สุคนธรสเขวี้ยงหินไปโดนหัวลูกค้าพอดี ลูกค้าหยุดกึกแล้วกุมหัวด้วยความเจ็บก่อนจะหันมามองสุคนธรส แผ่นไม้หล่นลงมาเฉียดหลังลูกค้าไปเพียงนิดเดียว
       สุคนธรสดีใจ กระโดดเหยงๆ ร้อง “เยส...” อย่างดีใจ
       ลูกค้าสาวยืนช็อก ทุกคนในบริเวณนั้นช็อกแล้วหันมามองสุคนธรสเพราะคิดว่าเธอบ้าไปแล้ว
       สุคนธรสรู้สึกตัวว่าตกเป็นเป้าสายตา หยุดกระโดดแล้วทำหน้าเจื่อนๆ จ๋อยไปในที่สุด
       
       ญาณินกำลังเอาเซ็ตเครื่องประดับที่ทำจากหินสีซึ่งมีทั้งสร้อยคอ แหวน กำไล และต่างหูมาวางใส่ในตู้โชว์ภายในร้านขายเครื่องประดับอย่างมีความสุข ทันใดนั้นก็มีเสียงเด็กชายดังขึ้น
       “ช่วยด้วย..ช่วย..ด้วย..”
       ญาณินหันไปมองตามเสียง เธอเห็นวัยรุ่นชายในสภาพถูกไฟคลอกทั้งตัวยืนอยู่ โดยที่ไฟนั้นไม่สามารถดับได้ เขาได้แต่ร้องครวญครางโดยไม่ขยับปากในลักษณะที่ทุกข์ทรมานและน่าเวทนา ญาณินเห็นดังนั้นก็ถึงกับผงะ
       
       “ช่วยผมด้วย…แม่ผม…แม่..”

       ซองเสนอราคาถูกยื่นมาวางบนโต๊ะตรงหน้าคุณหญิงสุดไฮโซซึ่งเป็นแม่ของชายวัยรุ่นคนนั้น
       
       “ซองเสนอราคาครับคุณหญิง” นักธุรกิจชายบอก
       คุณหญิงรับซองมาเปิดดู ข้างในซองมีเอกสารต่างๆ เธอเปิดดูผ่านๆ
       “ถ้าคุณหญิงช่วยให้บริษัทผมชนะการประมูลราคาสร้างถนนเส้นนั้น ผมรับรองว่าจะไม่ทำให้คุณหญิงผิดหวังครับ” นักธุรกิจบอก
       คุณหญิงเปิดไปเรื่อยๆ จนเจอเช็คเงินสดแทรกอยู่ เมื่อดูดีๆ พบว่าเช็คนั้นมีมูลค่ายี่สิบล้านบาทถ้วน คุณหยิงพูดออกมา “อืม..ไม่น่ามีปัญหาอะไร”
       
       ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกญาณินดังขึ้นจากทางด้านหลัง
       “คุณ..คุณ..”
       ญาณินนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานออกแบบ เธอเพิ่งได้สติตื่นจากภวังค์จึงกำลังงงๆมึนๆกับภาพที่ตัวเองเพิ่งเห็น ญาณินเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เรียกก็พบว่าคือคุณหญิงไฮโซคนนั้นนั่นเอง
       ญาณินผงะ “คุณ...”
       “เป็นอะไร จ้องหน้าชั้นยังกับเห็นผี..ได้ยินที่ชั้นถามมั้ย” คุณหญิงถาม
       “คะ..?”
       “คุณพร เจ้านายเธออยู่มั้ย ไปตามมาพบชั้นที”
       พรรีบวิ่งออกมาจากด้านในร้าน “คุณหญิงแอ๋ว สวัสดีค่ะ..เอ่อ คนนี้ ญาณินเป็นดีไซเนอร์คนใหม่ของพรเองค่ะ..แต่เครื่องเพชร คอลเลคชั่นที่พรส่งรูปให้คุณหญิงดู..ไม่ใช่ฝีมือคนนี้นะคะ..เป็นดีไซน์จากยุโรปค่ะ” พรพูดโกหก “รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวพรไปเอามาให้ชม”
       พรเดินกลับเข้าไปด้านในร้าน
       ญาณินจ้องหน้าคุณหญิงอย่างลังเลใจ “เอ่อ..”
       “จ้องหน้าชั้นทำไม” คุณหญิงถาม
       “เอ่อ” ญาณินพูดออกมาแบบตัดสินใจได้ “คุณผู้หญิงมีลูก..ลูกชายอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปี..เค้าเพิ่งเสียชีวิตไปแล้ว”
       “นี่..นี่..ทะ ทะ เธอ..” คุณหญิงตกใจจนปากสั่น
       ญาณินนิ่งแล้วตัดสินใจพูดต่อ
       ญาณินมองคุณหญิง ทีแรกเธอเห็นเป็นคุณหญิง แต่พอหลับตาเธอกลับเห็นภาพจิตของตัวเองหลุดออกจากร่าง พอญาณินมองข้ามไหล่คุณหญิงไปเธอก็เห็นวัยรุ่นชายที่ถูกไฟคลอกจากอีกมิติปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง จิตของญาณินเดินทะลุคุณหญิงผ่านเข้าไปมิตินั้น จิตญาณินเดินไปดูเด็กคนนั้นใกล้ๆ เธอสบตาและสื่อสารกันทางความรู้สึก
       จิตของญาณินกลับเข้าร่าง และกลับมามองคุณหญิง โดยที่วัยรุ่นชายคนนั้นหายไปแล้ว
       ญาณินจับมือคุณหญิงพร้อมทั้งมองอย่างขอร้อง “คุณหญิงคะ..ลูกชายคุณหญิง เค้าอยากให้คุณหญิงหยุดทำบุญให้เค้า เพราะเงินที่คุณหญิงหามาได้จากการโกงกิน หรือคอรัปชั่น มันเป็นเงินบาป ไม่บริสุทธิ์..เงินที่คุณหญิงใช้ทำบุญไปให้กับลูกชาย มันจึงร้อนดั่งไฟประลัยกันต์ เผาผลาญเค้าให้ทุกข์ทรมาน ไม่รู้จักจบจักสิ้น”
       ญาณินพูดไม่ทันจบ คุณหญิงก็ตบหน้าเธอดังฉาด
       “แก..นังปีศาจ..แกไม่ใช่คน!!!” คุณหญิงพูดด้วยตาแดงกำ่
       ญาณินอึ้งและรู้สึกเจ็บปวด คุณหญิงเริ่มกลัว เธอแตกตื่นแล้ววิ่งถอยหนีไป
       พรถือถาดเครื่องเพชรออกมาทันเห็นคุณหญิงตบญาณินพอดีก็ตกใจ
       “คุณหญิง..เดี๋ยวค่ะคุณหญิง..” พรหันมาต่อว่าญาณิน “แกไปพูดอะไรกับคุณหญิง..แกรู้มั้ยว่าเค้ากำลังจะซื้อเครื่องเพชรราคาสิบล้าน..แกเป็นบ้าอะไร ห๊า!!”
       
       ตกดึก ญาณินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในร้านคาเฟ่อย่างสุดเซ็ง
       “เฮ้อ..”
       สุคนธรสที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็มีอาการคล้ายๆกัน เธอมองหน้ากับญาณินแบบพอจะเดาเรื่องของอีกฝ่ายได้ ก่อนจะพูดเรื่องของตัวเองออกมาคล้ายต้งการบอกว่าเรื่องของตนน่าสมเพชกว่า
       “ชั้นถูกไล่ออก เพราะ...” ญาณินเริ่มพูด
       สุคนธรสพูโขัดทันที “ชั้นช่วยให้คนรอดตาย แต่ชั้นกลายเป็นนังแม่มดในสายตาของเจ้านาย”
       สุคนธรสกับญาณินต่างก็มีน้ำตาคลอ ทั้งสองแปะมือกันแบบละเหี่ยๆ ใจแล้วถอนหายใจ
       “เราเสมอกัน..” ทั้งสองพูด
       “ร้องไห้ง่ายๆ” สุคนธรสพูด
       “กับเรื่องเดิมๆ” ญาณินพูดต่อ
       เนตรสิตางศุ์กับกรรัมภาเดินเข้ามาในร้านพร้อมกัน กรรัมภาถือถุงช้อปปิ้งมาเต็มสองมือด้วยท่าทางร่าเริง ทั้งสองก้าวมาลงนั่งร่วมโต๊ะด้วย
       “เนตรต้องเปลี่ยนที่เรียนทำอาหารอีกแล้ว” เนตรสิตางศุ์เล่า
       สุคนธรสพูดข่ม “แต่ชั้นกับญาณินกลายเป็นปีศาจแม่มดหมอผีในสายตาเจ้านาย แล้วก็โดนไล่ออก”
       “อ้าว!!” เนตรสิตางศุ์ร้องออกมา
       กรรัมภา ท้าวสะเอวแล้วส่ายหน้า “พวกหล่อนเลิกเล่นเกมใครน่าสงสารที่สุดชนะ! ซะทีได้มั้ยฮะ?..ใครจะมองเรายังไงก็ช่าง..อย่าได้แคร์ เริ่ดๆเชิ่ดๆเข้าไว้”
       กรรณาลากตระกร้ารถเข็นที่มีถุงกระสอบปุ๋ยลายสายรุ้งเข้ามาในร้าน “ใครจะไปเชิดเก่งเท่าแกล่ะยัยแก้ม ยัยลูกคุณหนูไฮโซเซเลบริตี้ เธอมันไม่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่แระนี่ อยากได้อะไร เธอก็รูดปื๊ดๆแล้วให้พ่อแม่จ่าย”
       “กรรณา เธอแหละ” กรรัมภาพูด “เลิกดูถูกคนรวยซะทีได้มั้ย ถึงชั้นจะรวย ชั้นก็คนนะ”
       พนักงานเดินเข้ามาพูดกับกรรณา “คุณครับ ที่นี่ห้ามเข้ามาขายของนะครับ”
       “อ่าวๆๆ..ถึงชั้นจะจนชั้นก็คนเหมือนกันเน้.. เพ่มาเป็นลูกค้านะน้อง..ไม่ได้มาขายของ ป้าดดดแหล่วๆๆๆ...” กรรณาบ่น
       พนักงานงงที่เจอกรรณาวีนใส่
       ญาณินพูดกับพนักงาน “พวกเราเป็นเพื่อนแก๊งเดียวกันค่ะ แตกต่างแต่ไม่แตกแยกไงคะ”
       กรรัมภาพูดกับพนักงานกึ่งประชด “น้ำส้มคั้นมา 5 แก้วดีกว่านะคะ”
       
       พนักงานขอโทษขอโพยแล้วเดินไป

       ญาณินหันกลับมาพบว่าพวกเพื่อนๆแต่ละคนนั่งกันอย่างห่อเหี่ยวก็พูดกับเพื่อนๆ
       
       “พอๆๆๆ เลิกคิดมาก เราไม่ใช่ตัวประหลาด เราไม่ได้ฆ่าใครตาย เรามีแต่ช่วยคน ช่วยผะ..” ญาณินจะพูดว่าผี แต่ก็ยั้งปากทัน “เอ่อ..ช่วยอดีตคน..ให้มีความสุข พ้นทุกข์ เพราะมันคือภารกิจที่คนมีบุญเท่านั้นถึงจะได้รับ เราต้องภาคภูมิใจสิ”
       เพื่อนทุกคนยังคงห่อเหี่ยวอยู่แล้วก็บ่นออกมา “มีบุญเนี่ยนะ”
       “เฮ้อ มีแต่พวกเราเท่านั้นที่เข้าใจกัน” เนตรสิตางศุ์บอก
       ทุกคนรับพร้อมกัน “ช่าย”
       ทุกคนนั่งอย่างห่อเหี่ยวแล้วก็นิ่งเงียบกันไป แล้วอยู่ๆ ทุกคนก็หันมาพูดพร้อมกัน
       “นึกออกแล้ว!!!”
       “ในเมื่อทำงานกับคนอื่นแล้วมีปัญหา เราก็มาทำกับคนที่เข้าใจกันและกัน” ญาณินบอก
       “เราจะมีกิจการของพวกเราเอง!!!” ห้าสาวพูดพร้อมกัน
       กลุ่มสาวเฮลั่นแล้วก็กรี๊ดกร๊าดดีใจที่ใจตรงกัน ทุกคนร่าเริงดีใจจนโต๊ะอื่นหันมามอง
       กรรณาพูดเบาลงเพราะเกรงใจโต๊ะอื่น “แล้วเราจะทำกิจการไรอะ”
       “ร้านอาหาร” เนตรสิตางศุ์บอก
       4สาวพูดพร้อมกัน “ไม่!!!!”
       “ทัวร์เกาหลี” กรรัมภาพูดขึ้น
       4สาวพูดพร้อมกัน “ไม่!!!!”
       “ต้องเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสนใจและมีความรู้” กรรณาบอก
       “บริษัทออกแบบและตกแต่งภายใน” ญาณินเสนอ
       ทุกคนพูดออกมาแทบจะพร้อมกัน “ตกลง เห็นด้วย”
       ทั้ง 5สาวดีใจกันสุดๆ จนผู้คนภายในร้านหันมามองกันหมด 5สาวชะงักแล้วมองสวนกลับไปที่คนในร้าน
       “มองอะไรคะ- มีปัญหาไรปะ- อะไรไม่ทราบ” ทั้งห้าสาวถาม
       
       หกเดือนผ่านไป ณ รีสอร์ทของติณห์ที่จังหวัดกาญจนบุรี แสงแดดยามเช้าส่องลอดใบไม้ลงมากระบตัวบ้านบนเนินเขาของติณห์ บรรยากาศยามเช้าเงียบสงบๆ แต่แล้วอยู่ๆก็มีเสียงคนงานกลุ่มนึงตะโกนลั่นป่า
       ติณห์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จยังไม่ได้สวมเสื้อรีบถือเสื้อเดินออกมาที่ระเบียง เขามองไปยังทิศทางของเสียง ที่เป็นสถานที่ก่อสร้างรีสอร์ทเบื้องล่าง ติณห์เห็นส่วนยอดของรถแบ็กโฮถูกยกสูงขึ้นมา
       “อะเก๊น? อีกแล้วเหรอ” ติณห์ตกใจ
       คนงาน2-3คนวิ่งหนีผ่านหน้าบ้านพักของติณห์ หัวหน้าคนงานวิ่งมาหยุดหน้าบ้านติณห์แล้วตะโกนลั่น
       “ไม่เอาแล้วๆ ผีๆๆ ผีคนแก่ ดุยิ่งกว่าหมา เฮี้ยนที่สุด กรี๊ด”
       ติณห์สั่งการด้วยความเด็ดขาด “ห้ามไปเด็ดขาด คุณซายน์คอนแทร็ค..เซ็นสัญญากะผมแล้ว ถ้าคุณทำงานไม่สำเร็จ คุณต้องเสียตัว!!!”
       “ห๊า!! เสียตัว..เสียตัวกะคุณติณห์เนี่ยนะ” คนงานตกใจ
       “เอ๊ย ไม่ใช่เสียตัว” ติณห์นิ่งคิดคำภาษาไทย “เสียตังค์ๆๆ ตังค์ มันนี่ คุณต้องจ่ายเงิน เงินๆ ..จ่ายเงินปรับ!!”
       “อ้อ..เสียเงินค่าปรับก็ยอมล่ะครับ ดีกว่าหัวโกร๋นแบบนี้”
       พูดจบพวกคนงานก็วิ่งหนีออกไปหมด
       “เฮ้ย...หยุด!! Stop!!โว้ย...แล้วเมื่อไหร่รีสอร์ทไอจะสร้างเสร็จเนี่ย กอชชชช...”
       
       เพนนีสวมรองเท้าส้นสูงสีแดงก้าวมาตามทางในบริเวณบ้านพักของติณห์ จนกระทั่งพบติณห์ที่ยืนรออยู่ที่สนามหญ้าด้านหลังบ้าน
       “ติณห์!!!”
       เพนนีสวมแว่นดำใหญ่ ชุดแส็คสีแดงสั้นเป็นเกาะอกเข้ารูป รองเท้าส้นสูงของเธอแหลมแดง ผมยาวทำสีหยักยาว เพนนีสวมหมวกปีกกว้างแดงทาปากแดงสดใบหน้าขาวผ่อง
       “เพนนี..” ติณห์เรียก
       เพนนีพูดอย่างห่วงใย “เพนนีได้ยินเสียงคนงานร้อง เจอผีคุณหลวงอีกแล้วสิ..เฮี้ยนจริงๆเลย..ติณห์เป็นอะไรหรือเปล่า..ไม่ต้องตกใจนะคะ โอ๋ๆๆ ขวัญเอ๋ยขวัญมา” เพนนีเข้ามากอด
       “ผมโอเคเพนนี” ติณห์ดึงตัวเพนนีออกอย่างนุ่มนวล
       “ติณห์” เพนนีเข้ามาคล้องแขนเขาไว้ “เพนนีว่าติณห์อย่านอนที่นี่อีกเลย มันอันตราย ติณห์ไปนอนที่รีสอร์ทคุณพ่อเพนนีเถอะนะ อยู่ติดกันนี่เอง”
       “มันไม่มีอะไรหรอกเพนนี”
       “ไม่มีได้ไงคะ คนงานกี่ชุดๆก็เผ่นแน่บ! ติณห์ยังจะไม่เชื่อเรื่องผีอีก”
       “ไม่มีผี ไม่มีวิญญาณ โนไลฟ์ อาฟเตอร์เดธ..พอเราตายแล้วทุกอย่างก็จบ..ถ้ามีผีจริง ทำไมสองเดือนกว่าที่ผมกลับมาอยู่ที่นี่ ผมไม่เคยเจอ”
       “ก็ติณห์ไม่มีเซ้นซ์ไง” เพนนีตอบ
       “ผมไม่นอนเซ้นซ์ตังหาก..เพนนีก็อย่านอนเซ้นซ์..เหลวไหลไร้สาระ..ไปกับเค้าด้วยเลย ผมยังไม่เห็นหมาบ้านผมมันโดนผีหลอกหนีไปเลย”
       ทันใดนั้น กำนันพงษ์ในชุดสุภาพและสะอาดสะอ้านก็เดินเข้ามา
       “คนงานหนีไปอีกแล้วเหรอครับคุณติณห์”
       “กำนันพงษ์”
       “รายที่สี่แล้วนะครับ” กำนันพงษ์บอก
       “ผมฝากกำนันไปบอกเค้าด้วย ถ้าไม่กลับมาทำงานให้เสร็จ ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญา..แล้วผมก็คงต้องรบกวนกำนันก็ช่วยหาผู้รับหมาคนใหม่ให้ด้วย”
       “ผู้รับเหมาค่ะ” เพนนีช่วยแก้ให้
       “ผู้รับเมา” ติณห์พูด
       “เหมา”
       “ช่างเถอะ!! หาให้ผมด้วยแล้วกัน”
       “เรื่องเรียกค่าเสียหาย ไม่มีปัญหาครับ แต่เรื่องหาทีมผู้รับเหมาใหม่เนี่ย คงจะยาก” กำนันพงษ์บอก
       “วาย? คุณคือผู้กว้างยาวในตำบลนี้ ไม่ใช่รึ”
       “โธ่ ผู้กว้างขวางครับ..ไม่ใช่กว้างยาว..คุณติณห์ครับ..ผู้รับเหมาทั้งสี่เจ้าที่คุณจ้างมา เผ่นหนีไปเพราะโดนผีหลอกเหมือนกันหมด..ตอนนี้ ข่าวนี้ดังไปทั่วเมืองกาญแล้ว..คงไม่มีผู้รับเหมาคนไหน กล้าเข้ามาทำงานที่นี่อีก ให้ผมหาหมอผีมาก่อนดีกว่ามั้ย” กำนันพงษ์บอก
       ติณห์งง “หมอผี?”
       “ผมไม่ได้งมงายนะครับคุณติณห์..แต่..วิญญาณคุณหลวงพิชัยภักดี..คุณตาคุณติณห์ ..ท่านหวงที่ของท่านจริงๆ”
       “ว้อท!!! คุณตาเหรอ” ติณห์เครียด “ไม่..ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับคุณตา มันคือการสะกดจิตหมู่ มันเป็นเรื่องไซโคโลจี้ทั้งนั้น”
       
       ติณห์ถึงกับของขึ้น ทุกคนนิ่งเงียบ

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 20
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 19
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 18
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 17
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 40 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 39 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
2 %
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากเลยทั้งภาค2ภาค1เลยชอบกรรณามากๆเบย
boyunda@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชุดนิยายของนักเขียนสนพ.นี้ ถ้าอ่านจริงๆ จะคลื่นไส้มาก ภาษาในเชิงวรรณศิลป์มีน้อยถึงน้อยมาก พล๊อตเองก็เป็นพล๊อตดาษๆ ดื่นๆ ไม่ได้มีอะไรเลย หนำซ้ำยังมีบทรักชนิดโจ๋งครึ่มเฉียดคำว่าลามกโดยไม่จำเป็น จนน่าตกใจว่าเป็นหนังสือที่เด็กๆ อ่านกันเยอะมากได้ยังไง ไม่มีใครคิดจะกวดขันเลยหรือ
แต่มาดังได้เพราะริเริ่มเขียนด้วยกันเป็นซีรีส์และได้ดาราจากละครชุด 4 หัวใจแห่งขุนเขา ช่วยให้คนดูจิ้นจนฟินยิ่งกว่าอ่านหนังสือ
อ่านแล้วเสียดายเงิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012