หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2555 17:16 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 3
       The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 3
       
       สุคนธรสเดินฉุนหนีออกมาจากในบ้าน แต่แล้วก็ต้องผงะเพราะมีสาวสวยสองคนยืนขวางอยู่หน้าอกแทบชนกัน สุคนธรสเห็นหน้าอกสองสาวก่อนจะเห็นหน้าซะอีก ต่างฝ่ายต่างตะลึงมองกันและกัน
       
       “เธอเป็นใคร”
       “เอ๊ะ ถามแปลกนะ แล้วพวกคุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาถาม”
       “เราเป็นเพื่อนสนิทไตรรัตน์ สนิทม้ากกกก...”
       สุคนธรสมองทั่วตัวสองสาวดูที่นมแล้วมองของตัวเอง แล้วรู้สึกเซ็งปนแค้น ทำหน้ากวนใส่
       “อ๋อ...เหรอ...”
       “ชั้นมาหาไตรรัตน์ เธอเรียกเขาให้หน่อยซิ”
       “พวกเธอเข้าไปเรียกเอง ชั้นไม่ใช่คนบ้านนี้” สุคนธรสบอกฉุนๆ บอลลูนป้องหูเพื่อน ยื่นหน้าไปกระซิบ
       “ชั้นว่า...รูปร่างหน้าตาอย่างนี้ มาขายประกันให้เจ๊หญิง...รึไง”
       “ช่าย...เพราะไตรรัตน์เค้าไม่มีรสนิยมเล่นกระดานโต้คลื่น จริงไหม ตะเอง...”
       “ว่าใครเป็นกระดาน”
       “คิดว่าใครล่ะ”
       สองสาวยืดอกประชัน สุคนธรสถูกกดดัน กำลังจะเข้าไปหาเรื่อง กรรัมภากับเนตรศิตางศุ์วิ่งตามออกมาดึงไว้พอดี
       “อะไรกันน่ะ มีปัญหาอะไรหรือรส”
       “ไม่มีอะไรหรอก แก้ม...นอกจากยัยสองคนนี้ดูถูกเหยียดหยามชั้นเกินไปแล้ว”
       “พวกเธอว่าอะไรเพื่อนชั้น” กรรัมภาเริ่มฉุนแทน เนตรศิตางศุ์จึงต้องดึงทั้งสองเอาไว้
       “เค้าจะว่าอะไรเราก็ช่าง ถ้าเราไม่รับซะอย่าง มันก็จะกลับไปเข้าตัวเค้าเอง”
       “เอิ่ม...แต่กรณีนี้ มันคงไม่ย้อนกลับไปเข้าตัวเค้าหรอก ในเมื่อ...เค้ายัดกันมาคนละหลายซี.ซี.ขนาดนี้ คาดว่าจะเป็นไซส์เอ็กซ์แอล”
       ไตรรัตน์วิ่งออกมาจากในบ้าน ไตรรัตน์อึ้งเมื่อเห็นแตงโมกับบอลลูน
       “แตงโม บอลลูน มาได้ไง”
       แตงโมรีบเข้าไปกอดแขนไตรรัตน์
       “ไตรรัตน์ขา...”
       บอลลูนกอดแขนอีกข้าง
       “เดี๋ยวนี้คุณชอบผู้หญิงประเภท สวยเรียบๆ...แล้วเหรอคะ”
       “นอกจากนายจะปากเสียแล้ว ยังชื่นชมการเล่นตุ๊กตายางเป่าลมอีกด้วย ขอให้รู้ไว้นะว่าที่มาเพราะพ่อนาย”
       เสี่ยจำเริญและเจ๊หญิงวิ่งตามออกมา
       “เจ้าไตร แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้พาผู้หญิง ที่แม่ไม่ได้อนุมัติเข้ามาในบ้าน” เจ๊หญิงต่อว่าไตรรัตน์
       “ผมเปล่านะ เค้ามาเอง”
       “พวกเธอรู้ไว้ด้วยนะ ว่าหนูรสกับเพื่อนๆ เป็นแขกที่ชั้นกับเสี่ยเชิญมาด้วยความเต็มใจ”
       “ถูก...”
       “ไตรรัตน์ขา...”
       “ไตรรัตน์ เข้าบ้าน”
       เสี่ยจำเริญล็อคคอลากไตรรัตน์เข้าย้าน แตงโมกับบอลลูนแค้น วี้ด ร้องเรียกไตรรัตน์ๆๆโหยหวน เจ๊หญิงจ้องสองสาวตาเป็นไฟ
       “คนที่จะเป็นลูกสะใภ้ของตลาดหญิงจำเริญได้ ต้องผ่านการเห็นชอบจากชั้นเท่านั้น”
       สองสาวเห็นหน้าเจ๊หญิงแล้วขยาด จูงกันถอยๆ ออกไป กลุ่มของสุคนธรสมองหน้ากันแล้วพูดพร้อมกัน
       “เจ้าของตลาด”
       
       ไตรรัตน์ถูกเสี่ยจำเริญและเจ๊หญิงลากแขนเข้าไปมุมนึง ไตรรัตน์กระซิบขู่ฟ่อ
       “ทำไมผมต้องขอโทษยัยทอมด้วย ผมไม่ขอโทษ”
       “หนูรสเป็นแขกของพ่อกับแม่ แกจะทำตัวเสียมารยาทไม่ได้”
       “เค้าอุตส่าห์ให้พระรอดมาคุ้มครองแก ยังไม่สำนึกบุญคุณเค้าอีก ขอโทษหนูรสเดี๋ยวนี้”
       ลับหลังเสี่ยจำเริญและเจ๊หญิง สุคนธรสแอบยักคิ้วกวนๆ ใส่ไตรรัตน์ ไตรรัตน์ตาลุก แค้นใจ
       “ไม่! ยังไงผมก็ไม่พูด” ไตรรัตน์เม้มปาก สุคนธรสได้ที ทำเป็นตีหน้าเศร้า
       “เสี่ยจำเริญ เจ๊หญิงคะ รสลาล่ะค่ะ...แก้ม เนตร ไป”
       เจ๊หญิงดึงหูไตรรัตน์
       “จะขอโทษมั้ย”
       “โอ๊ย เบาๆ หม่าม้าๆๆๆ” ไตรรัตน์ทนเจ็บไม่ไหว “ก็ได้ๆๆ ขอโทษก็ได้ ปล่อยๆๆๆ” เจ๊หญิงปล่อย ไตรรัตน์จำใจต้องพูด “โทษ...”
       “ถ้าไม่เต็มใจจะพูด ก็ไม่ต้องพูด” สุคนธรสทำเป็นจะไป “เสี่ยคะ เจ๊คะ หนูลา...”
       “พูดให้มันเต็มใจหน่อย”
       “ขอโทษ”
       “ห้วนมากกกกก”
       “ครับสิ ครับด้วย”
       “ฮึ่ยยย ขอโทษครับ”
       “ก้มหน้าทำไม...จะขอโทษก็ต้องมองตาด้วย จะได้รู้ว่าจริงใจ” สุคนธรสจ้องหน้าไตรรัตน์ แอบเยาะเย้ย ยักคิ้ว สะใจ “เอ้า พูดใหม่ ให้มันมาจากใจ ชัดๆ”
       “ขอโทษ..ครับ...”
       “หึๆๆ ฮ่าๆๆ โอเค เราไปกินข้าวกันเถอะค่ะ แก้ม เนตร ไปๆๆ เข้าบ้านๆ”
       สุคนธรสร่าเริง เข้าบ้านไป
       “แค้นนี้ต้องชำระแน่ยัยทอม”
       เจ๊หญิงเขกหัวไตรรัตน์
       “เรียกใครยัยทอม ห๊า”
       
       ไตรรัตน์จ๋อย

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 3
       ส่วนที่บ้านพักติณห์ ทนายสมชาติยกถ้วยกาแฟมาเสิร์ฟให้ติณห์
       
       “ผมพร้อมแล้ว จะพรีเซ็นต์อะไร เชิญ”
       กรรณาเปิดจอไอแพดพร้อมจะเอาให้ติณห์ดู แต่หันมาเห็นญาณินที่ทำหน้ามุ่ย หมั่นไส้ท่าทีของติณห์ กรรณาต้องสะกิดให้เริ่ม
       “ยัยณิน เราต้องการงานนี้ ไม่งั้นบริษัทซิกธ์เซ้นซ์ของเราเจ๊งแน่...งดวีนเหวี่ยงสักวัน เข้าใจ๋”
       “รู้แล้วน่ะ” ญาณินบอกแล้วหันมาพูดกับติณห์ “ นี่ บอกก่อนนะว่า...นาย...เอ่อ คุณไม่ได้บอกความต้องการอะไรกับเราเลย ซึ่งไม่มีใครในโลกเค้าทำกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่พวกเราทำก็คือเอาแบบรีสอร์ทอันเดิม ที่เคยมีคนทำไว้ และคุณก็โอเคกับมันแล้ว มาปรับใหม่ให้เหมาะสมตามแนวทางของเรา” ติณห์จ้องหน้าญาณิน แล้วอมยิ้ม “มองอะไร”
       กรรณาจับแขนปรามเอาไว้
       “ยัยณิน... ลูกค้าคือพระเจ้า...” ญาณินสูดลมหายใจลึกๆ ตั้งใจจะพรีเซ็นต์งานให้จบๆ ไป “คุณติณห์ดูภาพ3Dของรีสอร์ท ที่เราออกแบบมาก่อน” กรรณาให้ดูภาพในคอม “ยัยณิน...อธิบายสิ”
       “คุณจะเห็นว่า...เราให้ความสำคัญกับการไหลเวียนของพลังงานบวก ให้ทุกอย่างลื่นไหล ผ่านถึงกันและกัน อย่างไม่มีอุปสรรค”
       “ผมไม่เก็ท”
       “มันคือหลักฮวงจุ้ยครับคุณติณห์ ทำให้ลื่นไหล ให้มังกรเหาะผ่านไปได้” ทนายสมชาติบอก
       “มังกร ดราก้อน?”..เกี่ยวอะไรกับดราก้อน?”
       “ก็...เอ่อ...”
       “มังกร เป็นสัญลักษณ์ที่ชาวจีนใช้แทนพลังงานที่ดี สิ่งที่เป็นมงคล เมื่อเราออกแบบให้ทุกอย่างเชื่อมต่อกันได้ สิ่งดีๆ ก็จะไหลไปทุกพื้นที่ของรีสอร์ท”
       “อ๋อ เก็ท แต่บางส่วนควรต้องมิดชิดนะ อย่างห้องน้ำ...ผมไม่อยากเปิดโอกาสให้พวกถ้ำมอง”
       “ชั้นไม่ใช่...” ญาณินเผลอหลุด ต้องรีบหุบปาก กรรณากับทนายสมชาติงงๆ ติณห์อมยิ้ม
       “แล้วเรือนไทยโบราณ คุณจะทำอะไรกับมัน”
       ติณห์ยิ้มๆเยาะๆ ญาณินหมั่นไส้ๆ
       “ยัยณิน... ลูกค้าคือพระเจ้า” กรรณากระซิบอีก ญาณินตั้งสติแล้วอธิบายต่อ
       “เราจะรักษาเรือนไทยไว้ ทำให้เป็นแลนด์มาร์คของรีสอร์ท เพราะเรือนไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งหัวใจ เป็นศูนย์กลางของพลังธรรมชาติที่หล่อหลอมรวมอยู่ในที่ดินผืนนี้ มันจะช่วยทำให้รีสอร์ทแห่งนี้เจริญรุ่ง...”
       อยู่ๆ เพ็ญนภาก็เดินเข้ามา
       “ที่เธอพูดมามีแต่ภูมิปัญญาโบราณคร่ำครึ ไม่มีอะไรพิสูจน์ได้สักอย่าง ติณห์เชื่อที่พวกนี้พูดด้วยเหรอ”
       “ขอโทษนะคะ คุณติณห์ เป็นเจ้าของรีสอร์ท ยังไม่พูดอะไรสักคำ”
       “เพนนีพูดถูก ผมต้องการคำอธิบายที่เป็นวิทยาศาสตร์” ญาณินนึกฉุน
       “ที่ชั้นออกแบบให้ทุกอย่างเชื่อมต่อลื่นไหล เพราะชั้นคำนึงถึงลม น้ำ และต้นไม้เป็นหลัก ลมช่วยให้อากาศไหลเวียน ไล่กลิ่นอับ แล้วยังนำพาออกซิเจนมาให้...น้ำก็ช่วยให้ความสดชื่นร่มเย็น เห็นแล้วผ่อนคลาย...ส่วนต้นไม้ก็ให้ร่มเงา กันฝุ่นกันฝน สร้างออกซิเจนให้ลมพัดไปเข้าปอดนาย...ทุกอย่างนี้ เพื่อความกลมกลืนกับธรรมชาติและประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน วิทยาศาสตร์พอหรือยัง”
       ติณห์มองญาณิน
       “แถได้หน้าไม่อาย แค่นี้ติณห์ก็น่าจะรู้แล้วนะว่าควรจ้างพวกนี้หรือเปล่า”
       “รีสอร์ทก็เหมือนคน อยากจะทำให้สวยยังไงก็ทำได้ ศัลยกรรมทีสองทีก็สวยได้ แต่...เรื่องของจิตวิญญาณ หรือจิตใจที่ดี มันสร้างกันไม่ได้”
       “ว่าใคร”
       “สิ่งที่พวกเราทำ ไม่ใช่แค่การออกแบบสิ่งที่สัมผัสจับต้องได้ แต่เราออกแบบไปถึงจิตวิญญาณของสถานที่ด้วย...ซึ่งถ้าคุณจะหลงแต่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ลืมหูลืมตา สวัสดี” ญาณินฉุน เดินมาปิดฝาจอคอมฯลง “จบการพรีเซ็นต์”
       
       ที่บ้านเสี่ยจำเริญ เจ๊หญิงเปิดฝาหม้ออาหารเป็นกระเพาะปลาน้ำแดงหม้อใหญ่ น่ากิน พวกสุคนธรสตาโตตื่นเต้น เห็นอาหารจีนหรูหราเต็มโต๊ะ
       “เลี้ยงอาหารดีไปหรือเปล่า” ไตรรัตน์ถามขึ้นมา
       “อาหารนี่ กับพระรอดกรุมหาวัน ที่หนูรสให้มาช่วยคุ้มครองชีวิตแก เทียบไม่ได้เลยสักนิด”
       “แกคือหนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่ของหนูรส”
       “ป๊า-ม้า เราเปลี่ยนเรื่องกันดีไหมครับ”
       “เสี่ยคะ เจ๊คะ...ไม่เป็นไรค่ะ หลวงปู่สอนว่าทำบุญอย่าหวังผล ใครไม่เห็นค่าก็อย่าไปบังคับเค้า”
       เสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิงหันมากดดันไตรรัตน์พร้อมกัน
       “เจ้าไตร...เห็นไหม”
       ไตรรัตน์จ้องสุคนธรส แล้วอยู่ๆ ยกมือไหว้ท่วมหัว
       “บุญคุณของคุณล้นฟ้าล้นดินมากๆ ผมซึ้งสุดยอด...ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก ขอบคุณที่สุดในโลก รับรองว่าจะไม่ลืมเลย”
       สาวๆ คิกคักกัน
       “เอ้าๆ ทานๆๆๆ”
       อยู่ๆ มีเสียงจานชามคว่ำโคล้งเคล้งๆ ดังมาจากชั้นบน ตามมาด้วยเสียงเสาวภาตะโกนลั่นบ้าน
       “ถ้าไม่อยากกินก็บอกดีๆ สิ ทำไมต้องทำอย่างนี้...ชั้นไม่ไหวแล้วนะ ต่อไปก็ให้ลูกรักอาม้ามาดูแลแล้วกัน”
       สามสาวในวงข้าวมึนงง
       “ไม่ต้องตกใจนะ ไม่มีอะไรหรอก” เจ๊หญิงบอกกับสามสาว เสาวภาเดินปึงปังเข้ามา “เสาวภา มีอะไรกับอาม้าอีก”
       “ชั้นไม่เอาแล้ว ต่อไปเจ้ดูแลอาม้าเองแล้วกัน อาม้าเกลียดชั้น อาม้าไม่ยอมพูดกับชั้น ชั้นทำดีให้ตายยังไงอาม้าก็มองไม่เห็น ใครเป็นลูกสะใภ้ก็ดูแลแม่ผัวตัวเองสิ ชั้นมันคนนอก...ไม่มีความเกี่ยวพันอะไรกันทั้งนั้น...ทำไมต้องใช้ให้ชั้นทำหน้าที่ด้วย”
       เสาวภาเดินฉุนออกไป
       “เดี๋ยว เสาวภา” เจ๊หญิงรีบตามเสาวภาออกไป พวกสุคนธรสอึ้ง งง เอาไงดี
       “เอ่อ พวกเรา...ขอตัวกลับก่อนดีกว่ามั้ย” เนตรศิตางศุ์บอกขึ้นมา
       “ชั้นขอโทษทีนะ อาตี๋...ขึ้นไปดูอาม่าหน่อย พาหนูรสกับเพื่อนๆ ไปกราบลาอาม่าด้วยก็ได้ เดี๋ยวป๊ากับม้าจะไปดูอาเสาวภาเอง ไปๆๆๆ”
       
       เสี่ยจำเริญตามเจ๊หญิงไป ไตรรัตน์ถึงกับเซ็ง

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 3
       เสาวภาเดินเข้ามาในครัว ร้องไห้พยายามตั้งสติ เจ๊หญิงกับเสี่ยจำเริญตามเข้ามา เสี่ยจำเริญมองเสาวภาแล้วหลบตา หน้าซีด เศร้า
       
       “เสาวภา...ถ้าเธอเหนื่อย ไปเที่ยวพักผ่อนบ้างก็ได้นะ เดี๋ยวเจ้ดูแลอาม่าให้เอง”
       “ทำไมคนที่ไม่มีใคร คนที่ไม่มีความสุข ต้องเป็นชั้นด้วย...คนที่ควรจะต้องมีสภาพแบบนี้ ต้องเป็นเจ้ ไม่ใช่ชั้น...เชิญไปมีความสุขกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ขโมยชั้นไปเถอะ”
       เสาวภาเดินหนีไป
       “เสาวภา”
       เจ๊หญิงเซ็ง เสี่ยจำเริญก้มหน้า
       
       สามสาวเดินตามไตรรัตน์มาจะขึ้นชั้นบนของบ้าน
       “เฮ้อ มาวันแรกก็แจ็กพ็อตแตกเลย” ไตรรัตน์บอก
       “พูดงี้ หาว่าพวกชั้นเป็นตัวซวยเหรอ เรื่องของครอบครัวนาย เกี่ยวอะไรกับพวกชั้น” แต่แล้วสุคนธรสก็ผงะ ย่นจมูก “ฮื้ยยย”
       “อะไร เป็นไร”
       “ไม่ต้องยุ่ง เดินไป”
       ไตรรัตน์เดินนำต่อไป กรรัมภารีบเข้ามาถามสุคนธรสทันที
       “แกได้กลิ่นเหรอ”
       “อื้อ”
       “กลิ่นเป็นไงรส”
       “เออ...กลิ่นแปลกๆ อ่ะ ผสมปนเป ข้างบนต้องมีอะไรแน่ๆ”
       ไตรรัตน์ ได้ยินที่สาวๆ เม้าท์กัน
       “ไม่ต้องมาตลกเลย เท้าผมสะอาด ผมล้างเท้าทุกวัน ไม่มีกลิ่นอับกลิ่นเน่าแน่ๆ อย่ามาหาเรื่องกัน”
       ไตรรัตน์มาหยุดที่หน้าห้องอาม่า
       “ชั้นไม่ได้ว่านาย” สุคนธรสตามมาที่หน้าห้อง ได้กลิ่นแรงมากขึ้น “หื้ยยย”
       “เป็นอะไรของคุณ” สุคนธรสกับกรรัมภาทำหน้าสยองๆ ไตรรัตน์ไม่สนใจ หันไปเคาะประตูห้องอาม่า “อาม่าครับ ผมเองครับ ผมพาเพื่อนมาไหว้อาม่าครับ”
       ระหว่างนั้นสามสาวซุบซิบกัน
       “ชั้นได้กลิ่นผสมปนเปกันระหว่างความดีกับความชั่ว ความรักกับความชัง”
       “แสดงว่าห้องนี้ไม่ได้มีวิญญาณแค่ดวงเดียวใช่ไหม”
       ไตรรัตน์หันมาหาสาวๆ
       “ไปๆๆ เข้าไปลาคุณย่าผม แล้วก็กลับๆไปซะ”
       ไตรรัตน์บอกแล้วเปิดประตูเข้าไป
       
       ไตรรัตน์เปิดประตูเข้ามาในห้อง อาม่านอนนิ่งบนเตียง จมูกของสุคนธรสได้กลิ่นรุนแรงมากถึงกับย่นจมูก เอามือมาปิดแบบอัตโนมัติ เนตรศิตางศุ์มองเข้าไปในห้องถึงกับผงะหงายหลังดีที่สุคนธรสยืนอยู่ข้างหลังพอดีเธอจึงไม่ล้มลง
       “เขากำลังจะฆ่าอาม่า”
       เนตรศิตางศุ์บอก
       “อะไร ใคร” ไตรรัตน์ถามอย่างแปลกใจ
       “เขานั่งทับร่างของอาม่าอยู่ แต่มีวิญญาณอีกดวงคอยรั้งเขาเอาไว้” เนตรศิตางศุ์บอก
       “นี่มันอะไรกัน” ไตรรัตน์โวยขึ้นด้วยสีหน้าเครียด แล้วหันกลับไปมองในห้อง อาม่านอนลืมตาอยู่ สีหน้าอึดอัด
       เหมือนหายใจไม่ออก หันหน้าไปมาแต่ไม่ถึงกับดิ้น ไตรรัตน์รีบเข้าไปดูอาม่า “อาม่าครับ...อาม่าเป็นอะไรครับ...อาม่า”
       อาม่าเริ่มตาเหลือก อ้าปากพะงาบๆ เหมือนจะพูด แต่ไม่มีเสียงออกมา สุคนธรสสูดจมูกรุนแรง
       “ต้องมีอะไรแน่ๆ” สุคนธรสล้วงหาของในย่าม “นายไตวาย...ถอยออกมา”
       “จะทำอะไร”
       “ถอยออกมาก่อนเถอะน่า เชื่อพวกชั้นเถอะ”
       กรรัมภาตามเข้าไปในห้องดึงไตรรัตน์ให้ออกมา แต่อยู่ๆ อาม่ายกมือขึ้นคว้าแขนกรรัมภา หมับ แล้วกรรัมภาก็เห็นร่างของผีไอ้มิ่งปรากฎขึ้นมาตรงหน้า แยกเขี้ยวจ่ออยู่ที่หน้า กรรัมภาช็อคผงะ กระเด้งถอยออก
       “ว้าย”
       เนตรศิตางศุ์มองอยู่ ช็อค ยืนตัวสั่นเทิ้ม เนตรศิตางศุ์เห็นผีไอ้มิ่งกำลังนั่งคร่อมอาม่าอยู่ พยายามจะบีบคอ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเลือดแห้งกรัง ทั้งยังมีรอยกระสุน 3 รอยฝังอยู่ที่ขมับด้านซ้าย เสื้อเชิ้ตเขาขาดกะรุ่งกะริ่งและมีรูพรุนเต็มไปหมด ส่วนอีกร่างเป็นผีอากงคอยดึงรั้งมือวิญญาณร้ายนั้นไม่ให้ทำร้ายอาม่าได้ง่ายๆ
       “แกเห็นอะไรยัยเนตร”
       “ผี...ผีกำลังนั่งทับอาม่า เค้าจะบีบคอฆ่าอาม่า แต่...แต่มี” เนตรศิตางศุ์มองไปที่ภาพอากงที่ติดข้างฝาอยู่ “ วิญญาณคนนั้นพยายามรั้งเอาไว้อยู่...ชั้นอ่านปากเขาได้ว่า ช่วยด้วย”
       ร่างของอากงวูบไหวไปมาราวกับไฟฉายที่พลังงานอ่อน
       “ผีอะไร พวกเธอพูดเรื่องอะไรกัน” ไตรรัตน์ถามอย่างสงสัย
       “นายอยู่เฉยๆ เถอะ” สุคนธรสผลักไตรรัตน์ออก แล้วหยิบมีดหมอในย่ามออกมา ทันทีที่เห็นมีดหมอผีไอ้มิ่งก็หันมาจ้องสุคนธรส แยกเขี้ยวคำรามขู่ เนตรศิตางศุ์บรรยายสิ่งที่เห็น
       “ยัยรส ระวัง มันหันมาจ้องจะเล่นงานแกแล้ว มันพูดว่า...” เนตรศิตางศุ์ชะงักนิดนึง อ่านปากผีไอ้มิ่ง “มันพูดว่า พวกมึง...อย่ายุ่ง...ไม่...งั้นกูจะ...ฆ่าพวกมึงด้วย”
       พูดเสร็จเนตรศิตางศุ์ก็เข่าอ่อนหมดแรงทรุดลงไปกับพื้น มีกรรัมภาคอยช่วยพยุง
       “เฮ้ย นั่นเธอจะทำอะไร”
       กรรัมภารั้งไตรรัตน์เอาไว้
       “พวกเรากำลังช่วยอาม่านายอยู่”
       
       “เจอมีดหมอหลวงพ่อเดิมหน่อยเป็นไร”

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 3
       สุคนธรสถือมีดเดินจะเข้าใกล้อาม่า สุคนธรสชี้ปลายมีดหมอไปที่วิญญาณไอ้มิ่ง มันรีบผละออกจากร่างอาม่าไปจนลอยติดกำแพง แต่ยังพยายามแยกเขี้ยวขู่เธอ แต่อยู่ๆ ไตรรัตน์ก็พุ่งเข้ามาขวางสุคนธรส บิดมือ แล้วแย่งมีดมาถือเอาไว้เอง
       
       “เฮ้ย! นายทำบ้าอะไร เอามีดมา”
       ทันใดผีไอ้มิ่งก็อาศัยจังหวะนั้น พุ่งพรวดมาเล่นงานสุคนธรสทันที
       “ยัยรส ระวัง”
       เนตรศิตางศุ์เห็นผีไอ้มิ่งพุ่งเข้ามาหาสุคนธรสบีบและกัดที่ต้นคอ หมายเอาชีวิต สุคนธรสถึงขั้นเซผวาไปกระแทกกำแพง
       “อ๊ากกกก”
       เกิดรอยช้ำที่ต้นคอสุคนธรสขึ้นมา ไตรรัตน์งงที่เห็นสุคนธรสกระเด็นไปติดกำแพงเอง พยายามดิ้นสู้กับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น หน้าเชิด เหมือนถูกบีบต้นคอ
       “พวกเธอเป็นบ้าอะไรกันเนี่ย”
       สุคนธรสตาเหลือก หายใจไม่ออก มีเลือดไหลออกมาจากต้นคอ
       “คืนมีดให้ยัยรสเดี๋ยวนี้” กรรัมภาบอก
       “พวกเธอต้องเป็นบ้าแน่ๆ ไม่ก็โรคจิต พกมีดเข้ามาในบ้านชั้นทำไม คิดจะทำอะไร”
       “ยัยรสกำลังจะตายอยู่แล้ว ยังจะให้อธิบายอะไรตอนนี้อีก คืนมีดให้ยัยรสเร็วๆ” สุคนธรสล้มลงไปกับพื้น ทุรนทุราย “แย่แล้ว...” เนตรศิตางศุ์หันไปที่อากง “คุณตา...คุณตาช่วยด้วยค่ะ”
       ไตรรัตน์มองตามไปที่ตำแหน่งที่เนตรศิตางศุ์มอง
       “คุณตา อะไร”
       ไตรรัตน์ถอยไปชิดกำแพง แต่แล้วอยู่ๆ กรอบรูปอากงที่ติดอยู่บนฝาผนังหล่นใส่หัวไตรรัตน์เต็มๆ
       “โอ๊ย”
       ไตรรัตน์ทรุดล้ม มีดหล่น กรรัมภารีบเข้าไปหยิบมีดแล้วสไลด์มีดไปกับพื้นไปให้สุคนธรส สุคนธรสคว้ามีดเอาไว้ได้ ฮึดสุดแรงเอามีดปักลงไปที่ตำแหน่งกลางหน้าอก ผีไอ้มิ่งอ้าปากกว้าง กรีดร้องยาว สุคนธรสสวดมนต์ในใจพร้อมมือที่ยังคงถือมีดปักคาอกใส่ผีไอ้มิ่งอยู่
       “สักกะสะ วชิราวุธัง ยะมัสสะ นัยนาวุธัง...” ผีไอ้มิ่งกรีดร้องโหยหวนราวกับมีเพลิงจากขุมนรกมาแผดเผา
       “ขออัญเชิญอาวุธของพระอินทร์ พระยะมัสสะ อาฬะวกะยักษ์และท้าวเวสุวัณลงมาประทับอยู่ในมีดเพื่อเพิ่มอานุภาพเป็นเท่าทวีคูณ”
       ทันใดร่างของผีไอ้มิ่งบิดเบี้ยวผิดรูป มีเสียงครางฮึ่มๆ อย่างน่ากลัวดังระงมก่อนจะค่อยๆ ปรากฏเงาดำ ทะมึนผุดขึ้นมาจากพื้น ก่อนที่เงาดำจะดึงร่างของมันจมลงสู่พื้นห้อง
       ในห้องเก็บโกศสำนักหมอผีสมคิด โกศอันนึงแตกโพละ ฝุ่นกระจาย ควันบางอย่าง รวมตัว พุ่งหายไปทางช่องลมรวดเร็ว
       
       สุคนธรสค่อยๆ ลุกนั่งหอบ รอดตายหวุดหวิด
       “ปลอดภัยแล้ว”
       “มันบ้าอะไนเนี่ย” ไตรรัตน์ถาม สุคนธรสหันมาจ้องไตรรัตน์แค้นๆ
       “แกทำชั้นเกือบตายแล้วรู้มั้ย” สุคนธรสลุกจะพุ่งเข้าใส่ “ไอ้บ้าเอ๊...ย...”
       สุคนธรสพูดไม่ทันจบ ก็ล้มลง โลกหมุนติ้วจนแข้งขาอ่อนแรง ไตรรัตน์รับเอาไว้ได้พอดี ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน ไตรรัตน์มึนงง สุคนธรสอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน หลังจากปกป้องเพื่อนๆ มานานแสนนาน เธอจึงซึมซับความอบอุ่นจนผล็อยหลับไปในที่สุด
       
       ห้องทำพิธีสำนักหมอผีสมคิด หมอผีสมคิดกำลังบริกรรมคาถาก่อนจะลืมตาแบมือให้หญิงสาวที่นั่งพนมมืออยู่ตรงหน้า ในมือหมอผีสมคิดมีเครื่องรางรูปกา
       “ผมปลุกเสกให้เป็นพิเศษแล้ว...ทุกครั้ง ที่คุณไปเจรจาค้าขาย ให้สวมท่านไว้ แล้วพอคุณแตะตัวลูกค้า เค้าจะยอมซื้อทุกอย่างที่คุณเสนอ...”
       “จริงเหรอคะ...ท่านหมอ”
       “ลองสวมดู...ผมจะให้คุณได้สัมผัสกับพลังของท่าน”
       หญิงสาวกำลังจะสวม อยู่ๆ มีคนมาทุบประตูจากด้านนอกส่งเสียงเรียก
       “อาจารย์ๆๆ”
       เสียงหาญกับกล้า หมอผีสมคิดท่าทางหัวเสียลุกไปเปิดประตู
       “ไอ้หาญ ไอ้กล้า ข้าบอกแล้วไงว่าทำพิธีอยู่ ห้ามรบกวน”
       “เรื่องสำคัญมากครับ”
       หมอผีสมคิดแปลกใจ
       
       หมอผีสมคิดมาที่ห้องเก็บโกศจึงพบสภาพโกศที่แตกยับ
       “ไอ้มิ่งมันลงนรกไปแล้ว”
       “ผีไอ้มิ่ง มือปืนใจเหี้ยม ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือตายเป็นผี มันไม่เคยทำงานพลาด”
       “ไอ้พวกที่เมืองกาญยังไม่ได้คิดบัญชี ยังมีเรื่องไอ้พวกนี้อีก”
       “ต้องเป็นฝีมือไอ้ไตรรัตน์ลูกชายเจ๊หญิงแน่...ไอ้นี่มันหัวนอก มันไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ มันอยากลองดีกับอาจารย์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
       “มันคงจะไปได้ของดีที่ไหนมา หรือจะเป็นคนเดียวกับที่ให้พระรอดมัน”
       “พระรอดเหรอ...แต่ไอ้ไตรรัตน์มันอาจไม่รอดก็ได้มันมีของดีนักใช่ไหม เดี๋ยวจะจัดของดียิ่งกว่าผีไอ้มิ่งให้สิบเท่า”
       
       แววตาหมอผีสมคิดฉายความแค้น คิดจัดการกับไตรรัตน์

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 20
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 19
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 18
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 17
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 16 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้า
ไพลิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014