หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สาวน้อย

สาวน้อย ตอนที่ ๒๑ - ๒๒

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2555 10:48 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
สาวน้อย ตอนที่ ๒๑ - ๒๒
       สาวน้อย ตอนที่ ๒๒ (ต่อ)
       ในเวลาต่อมา บริเวรทางเดินในสวนสาธารณะ นิดกับสรรค์มาเดินเล่นหลังจากซ้อมละครแล้ว สรรค์คืนแหวนให้
       “นี่ครับ แหวนของคุณที่ฝากผมไว้”
       นิดรับมาแล้วยิ้มเศร้า
       "แหวนวงนี้ เป็นแหวนที่ผู้ชายคนนึงให้ดิฉันไว้ เหมือนท้าวทุษยันต์ให้นางศกุนตลา"
       "ศิลปินที่วาดรูปคนนั้นใช่ไหมครับ"
       นิดพยักหน้า
       “ตอนที่ฉันอยู่ที่ทะเล ฉันเคยช่วยชายคนหนึ่งเอาไว้ ต่อมา...เราหมั้นหมายจะแต่งงานกัน แต่พ่อของเขาตามมาเจอตัว พาเขาและดิฉันมากรุงเทพ แล้วฉันก็ได้พบว่า เขามีคู่หมั้นแสนสวยอยู่แล้ว”
       “แล้วคุณนิดทำยังไงต่อไป” สรรค์ถาม
       สรรค์นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อที่ม้านั่ง นิดตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องบางตอน
       “โชคชะตาเล่นตลกทำให้เขาสูญเสียความจำ เขาลืมทุกอย่างไปหมด เขาบอกว่า เขาไม่เคยรู้จักดิฉันมาก่อน...”
       "เลวที่สุด แล้วพ่อของเขาล่ะ ทำไมคุณไม่อ้างพ่อของเขาเป็นพยาน"
       "คุณพระคนนั้นน่ะหรือคะ เขากลับเห็นเป็นโอกาสที่จะกำจัดสะใภ้ต่ำๆ คนนี้ให้พ้นทางไป"
       สรรค์ฟังแล้วสะเทือนใจ
       "คุณรู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ได้แกล้งทำ เพื่อ...เพื่อทอดทิ้งคุณ"
       "ทุกอย่างเป็นเพราะโชคชะตาจริงๆ ค่ะ เขาเป็นคนดียึดมั่นในความรัก ฉันเชื่ออย่างนั้น"
       “ชีวิตของคุณแปลกประหลาดเหลือเกิน แปลกแล้วก็น่าสงสารมาก”
       “แต่คุณห้ามเอาไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาดนะคะ”
       “ผมอยากรู้จริงๆ ว่าตอนนี้ เขาคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน”
       นิดมองสรรค์นิ่งพร้อมรอยยิ้มอันขมขื่น
       “เขาก็อยู่ในวงสังคมกรุงเทพนี่แหละค่ะ ดิฉันเองก็ยังเจอหน้าเขาอยู่ … แต่เขา เขากลับลืมความหลังได้สนิท เขาเห็นแหวนนี่เป็นสิบครั้งแล้ว เขาก็ยังจำดิฉันไม่ได้เลย”
       นิดพูดพลางมองแหวนในมือ เช่นเดียวกับสรรค์ที่มองแหวนในมือนิด
       
       ภาพอดีต เสียมสวมแหวนให้นิดที่บ้านบังกะโลว์เรือนหอบนเกาะวิมานน้อย
       
       สรรค์ผวารู้สึกปวดศรีษะจนต้องยกมือข้างหนึ่งคลึงขมับ
       “คุณเป็นอะไรไปคะ”
       “เมื่อกี้ผมเหมือนเห็นภาพอื่นซ้อนขึ้นมาแล้วก็ปวดหัวมาก”
       "คุณเห็นอะไรคะ"
       สรรค์มองหน้านิด แต่ไม่อยากพูด
       “ช่างมันเถอะครับ ...ผมไม่เป็นอะไรแล้ว”
       
       ในเวลากลางคืน มารศรีเดินมาจากเรือนเล็กเห็นสรรค์เอางานมาทำที่โต๊ะกินข้าว มีตำราเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปะ , ศิลปะอินเดียโบราณ , การละครสันสกฤต . งานฉากละครภาษาอังกฤษมากมายหลายเล่ม มีทั้งที่เปิดกางซ้อนๆ ไว้ มีทั้งที่ใช้แถบกระดาษสีคั่น สรรค์ฟุบหลับคาโต๊ะหน้าซบบนกระดาษที่มีภาพร่างของฉากป่าและบรรณศาลาของเหล่าฤๅษี ป่านั้นกึ่งจริงกึ่งดีไซน์ มีการวาดแสงเป็นลำผ่านใบไม้ลงมา ภาพเหล่านั้นถูกวาดด้วยสีไม้ที่เต็มไปด้วยสีสัน
       มารศรีหยิบกระดาษทั้งปึกมาเลื่อนดูทีละแผ่น
       ภาพต่อไปเป็นภาพท่าน้ำ ภาพท้องพระโรงหัสดินาปุระ
       มารศรียิ้มแล้วรำพึง
       “นิด เวลาที่เธอรอคอยใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะ”
       
       ภายในโรงละครจันทร์กระจ่าง เวลากลางวัน บนเวทีโรงละคร สรรค์เดินไปมาบนเวทีในมือมีแปลนแผนผังของเวที นิดกับชดยืนดูอยู่ริมเวที ในมือชดมีภาพร่างฉากของสรรค์ ชดดูอย่างพอใจ นิดชะเง้อดูแล้วยิ้ม ส่วนด้านล่างของเวที บุญมาอยู่กับแก้ว บุญมาถือบทในมือพลิกๆ ดู
       "เรื่องนี้ไม่ค่อยจะมีบทเธอเลย"
       แก้วนั้นกำลังอินกับบทบาทที่ซ้อมมาหลายวันที่ผ่านมา จู่ๆ ก็พูดเป็นกลอน
       “เหตุไฉนเอื้อนเอ่ยอย่างนี้นี่ บทน้อยค่าตัวเพิ่มแหละยอดดี”
       บุญมานึกสนุก เลยต่อกลอนกับแก้ว
       "บทเป็นขี้ข้าของทุษยันต์"
       แก้วมองบุญมาอย่างนิยมยกย่อง
       “ทำไมหยาบคายถึงปานนี้ คำว่าขี้ฟังแล้วไม่สุขสันต์”
       “เห็นกินง่ายถ่ายคล่องอยู่ทุกวัน หรือว่าตัวเธอนั้นไม่ขี้เลย”
       บุญมามองแก้วพลางเอามืออุดจมูกราวแก้วมีกลิ่นระเหยออกจากรูขุมขน แก้วร้องวิ๊ด
       "อีคุณบุญมาบ้า"
       แก้วเข้าทุบอย่างเต็มแรงจนบุญมาวิ่งหนีออกไปหน้าโรงละคร แก้วร้องอย่าหนีนะแล้ววิ่งไล่ไป สรรค์กับนิดมองดูแล้วยิ้มให้กัน
       
       แก้ววิ่งตามบุญมาจากโรงละครที่มืดมาออกมายังล็อบบี้ชั้นบนที่สว่างกว่าก็ตาพร่า เห็นร่างสูงไหล่กว้างอยู่ข้างหน้าก็เข้าไปทุบหน้าอกผลั่ก
       “นี่แน่ะ มาหาว่าฉันมีตัวเหม็นเหรอ”
       ร่างนั้นรวบมือแก้วไว้ แก้วมองไปเห็นบุญมาที่ยืนงงอยู่ข้างๆ ไม่ใช่ตรงหน้า
       "แก้ว นังแก้วจริงๆ ด้วย"
       แก้วมองดูเห็นตรงหน้า เห็นเนื่องแต่งตัวหล่อแบบเข้ากรุง แต่ก็ยังบ้านนอกนิดๆ เนื่องทั้งแปลกใจและดีใจ
       "พี่เนื่อง พี่เนื่องมาได้ยังไง"
       แก้วกุมมือเนื่องเขย่า ยิ้มทั้งน้ำตาคลอ บุญมามองดูแล้วจ๋อยลงนิดหนึ่ง
       “ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าเอ็งมาอยู่นี่ได้ยังไง ข้าก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเอ็งต้องมาอยู่กับนิด"
       “ฮึ พี่เนื่องไม่รู้หรอกว่า กว่าฉันจะเจอนิดน่ะฉันลำบากเลือดตาแทบกระเด็นแค่ไหน"
       "เออ นี่ข้ามากับไอ้เชิดมัน"
       แก้วมองไปเห็นเชิดก้าวยาวๆ ตรงมาหา เชิดยิ้มให้แก้วอย่างดีใจ แก้วตาเหลือก
       “พี่เชิด พี่เชิดมาด้วย พี่สองคนรออยู่ตรงนี้นะอย่าเข้าไปในโรงละครนะ”
       "ทำไมวะ"
       “ข้างใน...ข้างในเขาแก้ผ้ากันอยู่ไม่มีใครนุ่งผ้าเลย” แก้วแกล้งโกหก
       เนื่องกับเชิดอ้าปากค้าง แก้ววิ่งผลุนผลันเข้าไป บุญมามองตามอย่างสงสัย
       “นี่มันโรงละครหรือระบำนายหรั่งวะ” (๒)
       
       บุญมามองเนื่องกับเชิดอบ่างสงสัยว่าเป็นใคร
       
       แก้ววิ่งสุดฝีเท้าเข้ามาหานิดที่ยืนคุยอยู่กับสรรค์และชด
       "แย่แล้ว แย่แล้ว" แก้วร้องโหวกเหวก
       "อะไรแย่ นังแก้ว" ชดถาม
       แก้วหอบตัวโยนแล้วกระซิบข้างหูนิด นิดฟังแล้วหน้าเปลี่ยนไป
       “พี่เชิด!”
       "มีอะไรหรือครับ"
       แก้วมองไปเยังทางเดินกลางโรงละคร บุญมาพาเนื่องกับเชิดมาไม่คุ้นกับความมืดเข้ามา
       “ว้าย มาแล้ว”
       นิดตกใจ รีบบอกแก้วก่อนจะดึงแขนเสื้อสรรค์
       “แก้วพาพี่ชดไปรับหน้าก่อน...คุณสรรค์มาทางนี้เถอะค่ะ"
       สรรค์งงเล็กน้อย แต่ก็เดินตามนิดไป เชิดและเนื่องเดินมาเห็นนิดกับสรรค์ในระยะไกลๆ
       นิดดึงมือสรรค์เข้ามาในหลืบ บุญมาพาเชิดและเนื่องมาถึงขอบเวที
       "วนิดาไปไหนละครับ"
       "เดี๋ยวก็มา"
       เชิดไม่ฟังใคร รีบปีนขึ้นเวทีแล้วเข้าไปในหลืบทันที
       
       นิดพาสรรค์เดินลัดเลาะมาตามกองฉาก เชิดเดินคลำทางตามมาอย่างงงๆ นิดจูงมือสรรค์เดินไปอย่างรวดเร็ว จนสรรค์รู้สึกแปลกใจ
       "อะไรหรือครับคุณน้อย"
       "ฉันมาส่งคุณขึ้นรถไงคะ คุณต้องกลับไปดูร้านไม่ใช่หรือ"
       เชิดเดินตามติดมา เห็นนิด สรรค์อยู่หลังกองฉากไวๆ นิดพาสรรค์มาถึงประตูเหล็กบานใหญ่แล้วเปิดออก สรรค์งงๆ
       “คุณน้อยครับ แต่ผมว่า...”
       นิดรีบผลักสรรค์ออกไป
       “ไว้เจอกันนะคะ”
       เชิดโผล่มามีกองฉากที่มีโครงเหล็ก โครงไม้และผ้าใบขวางอยู่ทำให้เห็นไม่ถนัด
       “นิด!”
       สรรค์หันมามองนิด นิดตกใจ เชิดก้าวพ้นแนวโครงฉากออกมาแล้วมองไปที่สรรค์แกับนิด นิดใจหายวาบ เชิดมองไป พลับ ประภา จิตราก้าวมาขวางบังสายตาไว้
       "อะไรกันยะ เร่อร่ามาจากไหนนี่" พลับว่า
       “นี่ไม่ใช่ที่สาธารณะนะจ๊ะ พ่อคุณ” ประภาบอก
       เชิดเริ่มออกอาการโกรธ ฮึดฮัดตามนิสัย นิดเข้ามาจับแขนเชิดแล้วยิ้มให้
       “นี่พี่เชิดจ๊ะ พี่ของนิดเอง พี่เชิดเคยดูแลนิดมาตั้งแต่เด็ก”
       เชิดมองดูนิดเห็นความงดงามยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ก็พูดไม่ออก
       "นิด"
       “พี่เชิดมาได้ยังไงกัน นี่พี่เนื่องมาด้วยหรือเปล่าจ๊ะ”
       นิดถามเป็นชุดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก เชิดชะเง้อชะแง้พยายามจะดูว่า คนที่มากับนิดเป็นใคร แต่ในเมื่อไม่เห็นก็เลิกสนใจ

สาวน้อย ตอนที่ ๒๑ - ๒๒
       บริเวณหน้าเวที แก้ว ชดกำลังโอภาปราศรัยกับเนื่อง บุญมายืนเตร่อยู่วงนอกรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน นิด เชิด โผล่เข้ามาพร้อมพลับ นิดโผเข้ากอดเนื่อง เนื่องถึงกับน้ำตาซึมลูบผมน้อง เนื่องผละออกแล้วพิศดู
       "นิดเอ๊ย สะสวยจนพี่เกือบจำไม่ได้"
       นิดยิ้ม แก้วสะกิดเนื่อง
       "แล้วฉันละพี่เนื่องสวยขึ้นบ้างไหม"
       "เอ็งน่ะยังไงก็ยังงั้น"
       "แปลว่าเคยสวยยังไงก็สวยยังงั้น"
       "แปลว่าเอ็งเคยกะปุกกะปุยยังไงก็กะปุกกะปุยอย่างงั้น"
       แก้วหน้าหงิก แต่เนื่องทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ บุญมาหัวเราะพรืดออกมา เชิดถามอย่างจริงจัง
       "นิด ทำไมถึงมาเล่นละครได้"
       "เรื่องมันยาวจ๊ะ แล้วไว้ฉันจะเล่าให้ฟัง"
       "ใช่ นี่ไปเตรียมแต่งตัวแต่งหน้าได้แล้ว เดี๋ยวจะล่าไปกันใหญ่" ชดบอก
       “เดี๋ยวพี่เนื่อง พี่เชิดไปกินข้าวกินปลาก่อนแล้วค่อยมาดูละคร แล้วพอเล่นละครเสร็จ ฉันกับนิดจะเล่าให้พี่ฟังทุกอย่างเลย" แก้วบอก
       แก้วกับนิดออกไป ชดเชิญเชิดและเนื่องไปอีกทาง
       "เชิญจ้ะ เชิญทางนี้"
       บุญมายืนเก้อๆมองตาม
       “ตกลงชื่อนิดหรือน้อยกันแน่ ถ้าชื่อนิด...หรือว่าจะคือนิด คนที่ยายแก้วเคยไปตามพระยาธรรมนูญมาช่วย”
       
       บริเวณแถวหน้า เชิดกับเนื่องสวมเสื้อสูทหรูทับเสื้อเชิร์ต พอกลมกลืนไปกับเหล่าไฮโซได้ เชิดกับเนื่องทึ่งและเพลิดเพลินกับการชมละคร บนเวทีนิดร้องเพลงกรายมือใส่อารมณ์ ดูงดงามเจิดจรัสจนเป็นที่ติดตาตรึงใจของเหล่าผู้ชม เชิดกับเนื่องนั่งชมอย่างซาบซึ้ง
       
       ในเวลากลางคืน ภายในโถงห้องบ้านเช่าของนิด รูป “ยามเศร้า” ติดเด่นอยู่กลางห้อง นิด แก้ว เนื่อง เชิดนั่งอยู่บนโซฟา
       "พี่เสียมไม่รอดจากการผ่าตัด เขาตายจากนิดไปตั้งแต่วันนั้น" นิดสร้างเรื่องราวบอก
       แก้วเหลือบดูนิดที่โกหก
       "โธ่เอ๋ย ไอ้เสียม ไม่น่า ท่าทางมันไม่ใช่คนอายุสั้นเลย" เนื่องว่า
       เชิดพลอยเศร้าใจไปกับนิดด้วย
       “พ่อพี่เสียมจะส่งฉันกลับสีชัง แต่ฉันไม่อยากให้แม่ผิดหวังเสียใจ ฉันเลยหางานทำในพระนคร" นิดว่า
       “แล้วก็เขียนจดหมายไปปดข้ากับแม่” เนื่องว่า
       "นั่นแหละ ที่ฉันเคยบอกพี่ว่าต้องมีอะไร แต่พี่ก็ไม่เชื่อ" แก้วว่า
       "แล้วทำไมนิดถึงมาเล่นละครได้"
       “ฉันบังเอิญเจอพี่ชดเข้าน่ะจ๊ะ พี่ชดเอาฉันมาหัดเล่นละครจนได้เล่นบทนำ แล้วก็โชคเข้าข้างเกิดโด่งดังขึ้นมา"
       เชิดฟังอย่างไตร่ตรอง เนื่องหัวเราะแบบคนไม่คิดมาก
       “รู้ไหม นังทับทิมมันคลั่งวนิดา วันๆ แต่งหน้า ทำผม แต่งตัวเป็นวนิดานั่งขายของอยู่ ... นี่ถ้ามันรู้นะ” เนื่องบอก
       แก้วหัวเราะแล้วพูดขึ้น
       “พี่เนื่องอย่าไปบอกมันนะ เอาไว้ฉันกับนิดจะไปหามัน เอาให้มันตกใจหงายหลังไปเลย”
       “แล้วเมื่อไหร่นิดกับแก้วถึงจะกลับสีชัง” เชิดถามอย่างจริงจัง
       “ตอนนี้ยังไม่ได้หรอกจ๊ะ แต่พี่เชิดกับพี่เนื่องบอกแม่ไม่ได้นะเรื่องพี่เสียมตาย”
       เชิดมองด้วยความสงสัย นิดพูดต่อ
       “พี่เชิด แก้วช่วยคิดหน่อยซีจ้ะว่าจะบอกแม่ยังไงดี"
       "ไม่เอาโกหกแม่น่ะบาป ให้นังแก้วมันคิดก็แล้วกัน" เนื่องบอก
       แก้วผลักเนื่องจนหัวทิ่มไป เชิดแอบมองนิดและยังคลางแคลงใจอะไรบางอย่าง
       
       บริเวณระเบียงบ้านเช่า มีเสื่อปูพร้อมฟูกบาง ผ้าปูสะอาดเอี่ยม เชิดกับเนื่องอาบน้ำแต่งตัว เนื่องปะแป้งลายพร้อย แก้วลากพัดลมยีอีมาให้เปิดส่ายให้ทั้งสองคนก่อนจะนั่งลงด้วย
       “เฮ้อ สงสารนิดมัน ต้องมาตกพุ่มม่ายตั้งแต่เด็กแค่นี้เอง” เนื่องว่า
       เชิดตาเป็นประกายแวบหนึ่งเหมือนดีใจ แล้วนิ่งไม่ตอบ เนื่องนิ่วหน้าถาม
       “ทำไมเงียบจังวะ เชิด”
       "หรือพี่เชิดดีใจที่นายเสียมตาย"
       “ใครจะไปคิดอย่างนั้นได้ ข้าแค่เป็นห่วง ว่าจะบอกแม่นิ่มยังไงเท่านั้นละ”
       เชิดหาว แล้วพูดต่อ
       “ข้าง่วงแล้ว ข้านอนก่อนล่ะ”
       เชิดตัดบทล้มตัวลงนอนตะแคงแล้วครุ่นคิด แก้วกับเนื่องยังนั่งคุยกันอยู่
       
       บริเวณท่าเรือวัดพระยาไกร เรือกลไฟติดเครื่องรออยู่ บรรดาผู้โดยสารทยอยขึ้นเรือ เนื่องและเชิดสวมชุดใหม่แต่งตัวหล่อ ในมือมีกระเป๋าเดินทางใหม่เอี่ยมใบใหญ่คนละใบ มีตะกร้าใส่ผลไม้ขนมราคาแพง มีถุงผ้าตัดเสื้อพะรุงพะรัง นิดสวมแว่นตาดำมีผ้าคลุมผม แก้วแต่งกางเกงตามเคย คนขับรถยืนอยู่ข้างหลัง เรือเปิดหวูดเตือน
       "พี่ต้องไปแล้วล่ะ" เนื่องบอก
       “โชคดีนะจ้ะพี่เนื่อง ฝากพี่ดูแม่แทนฉันด้วย” นิดบอก
       "เออ ข้าก็ดูอยู่ทุกวัน ตีกันแทบทุกวัน"
       เนื่องถอยไป เชิดก้าวมาลานิดมองอย่างผูกผันห่วงใย
       "ใจจริง พี่อยากอยู่ดูแลนิดที่นี่ เมืองกรุงให้เจริญยังไงแต่จิตใจคนอาจไม่เจริญเหมือนตึกรามก็ได้"
       “ฉันรู้จ๊ะพี่เชิด แต่ทุกที่ก็มีคนดีคนชั่วปนกันทั้งนั้น” นิดว่า
       "นิดดูแลตัวเองให้ดีๆ"
       “จ้ะ นิดฝากพี่เชิดช่วยพี่เนื่องดูแลแม่ด้วย”
       "นิดไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ว่าบุกน้ำลุยไฟพี่ทำให้นิดได้ทุกอย่าง" เชิดบอก
       นิดยิ้มละไม เชิดมองนิดด้วยสายตารักหมดใจ แต่นิดมองเชิดประหนึ่งน้องสาวกับพี่ชาย
       
       ภายในโรงละคร เวลากลางคืน ละครเรื่อง ศกุนตลา กำลังเล่นอยู่บนเวที
       ฉากป่า ต้นไม้ด้านหนึ่งสูงใหญ่ กลางเวทีเป็นสวนดอกไม้ซึ่งมีซุ้มไม้ออกดอกพราว อีกด้านของฉากเป็นบรรณศาลาอาศรมฤๅษี เห็นควันกองกูณฑ์บูชาขึ้นเป็นสาย ด้านหลังเขียนเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ท้องฟ้าเล่นสีสันกันอย่างสวยงาม
       ในโรงละคร ผู้ชมแน่นจนถึงกับมีเก้าอี้เสริม ผู้คนแต่งตัวงดงาม
       แถวหน้า สรรค์ บุญมา เสวก อนงค์ รตี นั่งกันเป็นแถว สรรค์ชี้ชวนบุญมาให้ดูฉากด้วยความปลื้มในผลงานตัวเอง
       บริเวณหลืบเวที มารศรี หลวงจันทรและชดในชุดนางพราหมณีแก่ดูอยู่ พลับยืนอยู่อีกมุม คอยลุ้นระทึก
       ไฟค่อยๆ สว่างที่บริเวณสวนดอกไม้ซุ้มไม้ นิด ประภา จิตรา ในชุดขาวล้วน ประดับผม คอ ข้อมือ ด้วยดอกไม้สดต่างสีสันอยู่ในสวน ประภา จิตราถือเสียมน้อยพรวนดินอยู่ นิดเอามือเชยพวงดอกไม้ที่ซุ้ม พลางร้องเพลง
       “รื่นรื่นชื่นกลิ่นมัลลิกา หอมชื่นนาสาเกษมสันต์ รื่นรื่นสุรภีผสมกัน กลิ่นสุคันธ์เย็นฉ่ำช่ำใจ"
       สรรค์ยิ้มมองดูนิดอย่างเริ่มผูกพัน เสวกอ้าปากหวอ อนงค์ดูแบบจะก๊อปท่ายกมือตามกรายไปโดนรตีผัวะ รตีหยิก ส่วนบุญมากลับสอดส่ายสายตาหา
       ไฟสว่างขึ้นที่พุ่มไม้ราวป่า แก้วในชุดมหาดเล็กคนสนิทเขียนหนวดเรียวโผล่มา พูดยักคอ
       “นาร้าย นารายณ์”
       คนดูฮาครืน บุญมาอ่อนใจ
       “ใต้ฝ่าพระบาท ทอดพระเนตรทิศนั้นเถิดเจ้าข้า”
       ทมในบททุษยันต์สวมชุดเกราะหนัง โพกผมแบบมาล่าสัตว์ไม่ใช่เครื่องละคร ดูหล่อเท่โผล่ขึ้น บรรดาคนดูหญิงฮือฮา สมัครใจอยากเล่นดนตรีไทยกันค่อนโรง อนงค์ รตี คิกคัก
       “นี่หรือบุตรีพระดาบส งามหมดหาใครจะเปรียบได้” ทมพูดตามบท
       สรรค์มองดูนิดที่กำลังปลิดใบไม้แห้งทิ้ง เสียงทมราวแทนความรู้สึกสรรค์
       “ควรหรือพระบิดาท่านใช้ มารดต้นไม้พรวนดิน”

สาวน้อย ตอนที่ ๒๑ - ๒๒
       ที่ใต้ซุ้มไม้เลื้อย บริเวณแท่นหิน นิดอิงแอบอยู่กับทม ทมถอดแหวนออกจากนิ้ว มันคือแหวนพลอยของเสียมที่สะท้อนแสงไฟพราวพร่างอยู่บนเวที
       สรรค์เพ่งมองดู อนงค์กับรตีถึงกับเคลิบเคลิ้มไป
       “ยากจริงจริงต้องทิ้งน้องไว้ ครั้งจะอยู่ต่อไปก็ขัดขวาง พี่ขอให้แหวนไว้แก่นวลนาง เพื่อดูต่างหน้าผัวผู้ตัวไกล"
       ทมสวมแหวนให้นิด นิดกรายมือมองตรงมาสบตากับสรรค์ สรรค์ยิ้มตอบนิด
       
       ดนตรีเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นเคร่งเครียด ฉากท้องพระโรงเซทเพียงมุมแคบ ทมทรงเครื่องกษัตริย์เต็มที่นั่งบัลลังก์สูง กำลังโกรธเกรี้ยวชี้นิ้วด่า แก้ว ข้าเฝ้าอื่นๆ รายรอบ
       
       "ชะชะเก่งแท้แม่ตัวการ องค์พยานของเจ้าลืมเอามา"
       ที่พื้น นิดอยู่กับชด ประภา จิตรา นิดทรงเครื่องราชธิดา ประภา จิตราเครื่องพระพี่เลี้ยง ชดเป็นนางพราหมณีที่พาศกุนตลามาเข้าเฝ้า มีนักแสดงชายเล่นเป็นพราหมณ์อีกคนอยู่ด้วย นิดยกมือค้างเพราะแหวนหายไป นิดส่ายหน้าผิดหวังอย่างไม่เข้าใจ
       ทมลุกพรวดขึ้นยืนชี้นิ้วตรงมาที่นิด
       “เจ้าอยากได้ราชาเป็นสามี จึงแสร้งแต่งวาทีเหิมกล้า”
       บรรดาผู้คนนิ่งอึ้งตาจ้องเป๋ง ผู้ชายสงสาร บรรดาผู้หญิงก็อินถึงกับกัดริมฝีปาก
       “รูปร่างกระทัดรัดไม่ขัดตา เสียแต่บ้ากามาไม่มีอาย
       สรรค์ เสวก บุญมาสะดุ้ง อนงค์ รตี ร้องว้าย
       นิดลุกขึ้นช้าๆ เผชิญหน้ากับทม
       “เช่นนั้นหรือ เช่นนั้นหรือ โอ้ว่าเช่นนั้นหรือพระฤๅสาย พระองค์เองไม่มียางอาย พูดง่ายย้อนยอกกลอกวาจา"
       คนดูร้องฮือฮาที่ศกุนตลาปากจัด ทมโกรธจะก้าวลงแต่แก้วยึดขาไว้ นิดยิ้มเยาะ
       “โอหังบังอาจหยาบใหญ่ จงไปให้พ้นหน้าข้า”
       “ขอทรงพระเจริญเถิดราชา ข้าขอลาแต่บัดนี้ไป”
       
       นิดหมุนตัววิ่งออกมายังฉากด้านหน้า ฉากป่าต้นไม้ใหญ่เลื่อนจาก 2 ข้างของเวทีออกมา เปลี่ยนฉากเป็นฉากป่าทันที คนดูฮือฮากันยกใหญ่
       นิดก้าวมาผู้เดียวแล้วทรุดลงร้องไห้ยื่นมือมาเบื้องหน้า ดวงตาเหมือนจ้องมาที่สรรค์ ร้องเพลง “ยังรักยังรอ” เสียงหวานเศร้า
       สรรค์ใจหายวูบวับ นิดน้ำตานองหน้า สรรค์รู้สึกปวดหัวหนึบขึ้นมา เสียงเพลงของนิดกังวานก้อง
       เมื่อละคร “ศกุนตลา” จบ ผู้ชมลุกขึ้นยืนปรบมือกึกก้องทั้งโรง สรรค์เหมือนตื่นจากภวังค์ ลุกขึ้นปรบมือตามคนอื่น
       ...ม่านปิด นักแสดงออกมาช่วงเคอร์เทนคอลล์ คนดูยืนปรบมือทั้งโรง บ้างก็โยนดอกไม้ขึ้นไปบนเวที เสวกเอาช่อดอกไม้ให้นิด
       นิดกลายเป็นภาพนิ่งขนาดใหญ่ในหน้าบันเทิงของหนังสือพิมพ์ มีคำโปรย ศกุนตลาสุดยอดละครเวที วนิดาสุดยอดศิลปิน
       ในห้องอัดจานเสียง นิดร้องเพลงอัดแผ่นเสียงอยู่
       ในห้องถ่ายรูป นิดถือตลับแป้งทำแตะๆ หน้า มีช่างภาพถ่ายรูป
       ในสวนดอกไม้ นิดถ่ายแฟชั่น บุญมาเป็นคนถ่ายรูป
       ที่ร้านทับทิม ตลาดหน้าด่าน นิตยสารปกวนิดาศกุนตลายังมีขายอยู่ ทับทิมแต่งแขกยืนหมุนตัวเต้นระบำอยู่ นางแสยืนด่าลูกสาว ทับทิมทรงตัวไม่อยู่ชนแม่ล้มคว่ำไป
       
       เย็นวันใหม่ อนงค์ รตี เดินมาจากคนละทาง ทั้งคู่สวมรองเท้าส้นสูงเดินฉับๆ มา ชายผ้าวูบวับ สุวลีแต่งตัวสวยพิเศษนั่งอยู่บนโซฟาในบ้านเนาวรัตน์ เสวกเดินมาทัก
       “ไหนคุณน้องบอกว่าวันนี้จะออกไปงานเลี้ยงกับเพื่อน”
       สุวลีหน้านิ่วบอก
       “น้องก็รออยู่นี่ไงคะ ไม่รู้แม่สองคนมัวแต่งองค์ทรงเครื่องอะไรกันอยู่ ทำไมป่านนี้ยังไม่มา"
       “มาแล้วจ้า / ไอ’ม เฮียร์” รตีกับอนงค์พูดทักทาย
       อนงค์ และรตีพรวดมาจากคนละด้านแล้วชะงักกึก ทั้งคู่แต่งชุดแขกอลังการเหมือนกันแต่คนหนึ่งเขียว คนหนึ่งแดง
       สุวลีหน้าบึ้งถึงกับพูดไม่ออก เสวกหัวเราะพรืด
       "นังบ้า ทำไมไม่บอกฉันก่อน" อนงค์ว่า
       “ทีหล่อนก็ยังไม่บอกฉันเลยนี่ยะ” รตีบอก
       ทั้งสองนางลงนั่งข้างสุวลี
       "ขอโทษนะจ๊ะ สุ ที่ให้เธอรอ" รตีว่า
       “มัวแต่แต่งตัวเป็นศกุนตลาอยู่” เสวกบอก
       “แต่งเป็นวนิดาต่างหาก” อนงค์บอก
       สุวลีลุกพรวดอย่างขัดใจ
       “พอที บอกแล้วไงว่าฉันไม่อยากได้ยินชื่อนี้”
       สุวลีจะเดินขึ้นข้างบน
       "อ้าว จะไปไหนล่ะ ยายสุ" รตีทัก
       “ฉันไม่อยากเดินกับคนบ้า เธอสองคนจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันไม่ไปแล้ว”
       สุวลีพูดอย่างโกรธจัด เสวกตามเอาใจ
       “คุณน้องแต่งตัวเสียสวยจะไม่ไปได้ยังไง .. เจ้าสรรค์ล่ะ เจ้าสรรค์ว่างไหม ให้มันไปกับคุณน้อง”
       สุวลียิ่งโกรธเป็นสองเท่า
       “ไม่ว่างค่ะ! บอกว่าฉากละครศกุนตลามีปัญหา ต้องรีบไปดูตอนนี้ ชีวิตของสุวุ่นวายไปหมดแล้ว เพราะละครบ้าๆ เรื่องเดียว"
       สุวลีเดินตัวตรงไปยังประตู ผ่านแจกันดอกไม้ที่วางไว้ สุวลีหยุดนิ่ง แล้วผลักแจกันล้มแตกกระจายแทบเท้า ทุกคนร้องอุทาน สุวลีเดินออกไปอย่างไม่แยแส
       
       จบตอนที่ ๒๒
       
       หมายเหตุ - ผู้เรียบเรียง
       
       ๑ “...ชื่อนั้นสำคัญไฉนที่เรียกว่ากุหลาบนั้น ถึงจะเรียกว่าอย่างอื่นก็หอมชื่นอยู่ดุจกัน...” - พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแปลจากความ “What's in a name? that which we call a rose By any other name would smell as sweet;” ในบทละครโศกนาฎกรรมเรื่อง “โรเมโอ จูเลียต” ของ วิลเลียม เชกสเปียร์
       
       ๒ ระบำนายหรั่ง - เป็นระบำโป๊ยุคโบราณของนายหรั่ง เรืองนามแสดงอยู่ที่เก้าชั้น เยาวราช

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สาวน้อย ตอนที่ ๓๑ (จบตอน)
สาวน้อย ตอนที่ ๒๙ - ๓๐
สาวน้อย ตอนที่ ๒๗ - ๒๘
สาวน้อย ตอนที่ ๒๕ - ๒๖
สาวน้อย ตอนที่ ๒๓ - ๒๔
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 47 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 45 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
4 %
ความคิดเห็นที่ 7 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณน่ะ เราอยู่ต่างประเทศไม่มีโอกาสได้ไปซื้อหรืออ่านเรื่องย่อหรอก มีเว็บเนี้ยเว็บเดียวแหล่ะ ที่มีให้อ่าน ไม่งั้นก็ลลแดงตายไปแล้ว-____-;ขอบใจน่ะ
คนไม่เรื่องมาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอนานไปหรือเปล่า เรื่องอื่นเค้าอัพเดทวันต่อวัน เรื่องนี้ข้ามวันแล้วยังไม่มาเพิ่มซักตอน เฮ้อ...
รอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ให้ความสำคัญกับคนรออ่านเลย ใจร้าย
ลงวันละ 2 หน้าทุกวันก็ยังดี
คนรออ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงให้ไวๆๆหน่อยไม่ได้หรอค่ะ รอมาหลายวันแล้ว ลงทีละนิดอยุ่ได้
sawitreegif@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงแค่หางอึ่ง ยังจะไม่อัฟทุกวันอีก ต่อไปนี้ิกอ่านของเมเนเจอร์เหอะ ลีลามากกกกก ไปเซเว่นดีกว่า ซื้อเรื่องย่อ
ไม่อ่านละ รำคาญ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014