หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ตะวันทอแสง

ตะวันทอแสง ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กันยายน 2555 07:30 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ตะวันทอแสง ตอนที่ 1
       ตะวันทอแสง ตอนที่ 1
       
       ภายในสวนสวยของร้านอาหารหรูตอนค่ำวันนั้น ถูกใช้เป็นงานแต่งงานเล็กๆ ตกแต่งออกมาในบรรยากาศแสนอบอุ่น ‘รสา เรืองอรุณรอง’ เดินเข้ามาตรงหน้างาน ในชุดราตรีสั้นสีสดใส ไม่หวานจนเกินไปนัก ดูทะมัดทะแมง สดใส และโดดเด่นเกินใครๆ
       
       จังหวะนั้นเสียงของ ‘ชีวิน ภักดิ์ดำรง’ ดังขึ้น
       “รสา”
       รสาหันไปตามเสียงเรียก เห็นชีวินเดินมาหาในชุดสูทเก๋ ไม่เป็นทางการเกินไป แต่เท่กำลังดี
       “วิน”
       ชีวินเดินยิ้มร่าเข้ามาหาพลางบอกชม “สวยจัง”
       “ขอบใจ” รสาพูดพลางยิ้มรับ
       “เพื่อนๆ อยู่ข้างในกันหมดแล้วทุกคนรอรสอยู่”
       รสายิ้มพลางส่ายหน้าแล้วควงแขนชีวินแบบไม่คิดมาก ชีวินยิ้มแก้มปริเพราะหลงรักรสาอยู่ ทั้งสองคนเดินเข้าไปในงาน ...เสียงเพื่อนๆทักทายดังเข้ามา
       “รสๆ เฮ้ย ไอ้รสมาแล้วเว้ย”
       รสายิ้มให้เพื่อนๆ ชีวินยิ้มมีความสุข
       
       พนักงานเปิดประตูร้านอาหารแล้วโค้งคำนับให้ “ภคพงษ์ เถลิงยศ” ที่เดินเข้ามาคู่กับ “พักตร์วิมล พาเวลล์” ในชุดเซ็กซี่ เก๋ไก๋ แบรนด์เนมทั้งตัว แต่งหน้าเข้ม
       พักตร์วิมลยิ้มเชิดๆ เหมือนจะประกาศให้โลกรู้ว่าฉันเหนือกว่าผู้หญิงทุกคน
       ภคพงษ์เดินเข้าร้านอาหารด้วยบุคลิกอันสง่างาม สุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความถือตัว ความหล่อหรูดูเป็นผู้ดีของภคพงษ์แผ่กระจายไปทั่วงานจนสะกดทุกสายตาของคนในร้านอาหาร สาวๆ มองตามกันเป็นทาง พักตร์วิมลรีบถือวิสาสะแสดงความเป็นเจ้าของจับมือภคพงษ์มั่บ! ทันที
       ภคพงษ์ชะงักนิดๆ แล้วค่อยๆ คลายมือพักตร์วิมลออกอย่างสุภาพ ก่อนจะจับเปลี่ยนมาเป็นคล้องแขนแทน
       พักตร์วิมลชักสีหน้านิดๆ แอบเสียดายที่ภคพงษ์ไม่หลวมตัวให้จับมือ พักตร์วิมลควงแขนภคพงษ์แสดงความเป็นเจ้าของแล้วก็เดินเชิดเคียงคู่กันไปที่โต๊ะอาหาร
       
       ชีวินส่งแก้วเครื่องดื่มให้รสาที่กำลังยืนอยู่มุมหนึ่งของงาน
       “เห็นเม้าท์ไม่หยุดตั้งแต่มา คอคงจะแห้ง วินเอามาให้สองแก้วเลย”
       “รู้ใจที่สุด ขอบใจจ้ะ”
       รสารับมาทั้งสองแก้วแล้วก็ดื่มพรวดๆๆ จนหมดแก้วแรก
       “เอ้าๆ ใจเย็นๆ”
       รสาไม่ฟังเสียงยกอีกแก้วขึ้นดื่มตามทันที ชีวินเห็นแล้วก็ขำด้วยความเอ็นดู
       “ฮึๆๆ เบาๆ เดี๋ยวสำลัก”
       ชีวินพูดจบ รสาก็สำลักจริงๆ พรวด! แค้กๆๆ ในลำคอ
       “นั่นไง ว่าแล้ว”
       ชีวินรีบหันไปหยิบกระดาษมาเช็ดปากให้เพราะมือของรสาสองข้างถือแก้วน้ำอยู่พลางขำไปด้วย
       “เอ้าดูสิ อุตส่าห์แต่งหน้ามาสวยๆ เลอะหมดแล้ว ฮึๆๆๆ”
       รสายังไอแค้กๆๆ และยิ้มแห้งแล้วเจื่อนๆไปด้วยอาย ชีวินมองด้วยสายตาเอ็นดูทั้งสงสาร
       
       ภคพงษ์เดินนำพักตร์วิมลมาที่โต๊ะริมหน้าต่าง มุมสวยแต่ยังไม่นั่ง ด้านหลังเห็นพนักงานกำลังใช้มือถือถ่ายรูปกับพักตร์วิมลกับแขกอย่างคึกคัก มีแขกอีกสามสี่คนยืนต่อคิวจะถ่ายรูปอยู่ข้างๆ
       ภคพงษ์ยืนอยู่ริมหน้าต่างมองทอดสายตาในสวนเห็นงานแต่งงาน ภคพงษ์มองไปเรื่อยๆ และก็หยุดที่รสาซึ่งยืนไอนิดหน่อยอยู่ที่มุมเดิมโดยมีชีวินคอยเช็ดปากให้ ภคพงษ์รู้สึกสะดุดตากับความสวยเป็นธรรมชาติของรสา
       เสียงพักตร์วิมลดังมาจากข้างหลัง
       “ขอโทษนะคะภัค พอดี แฟนละครน่ะค่ะ”
       พักตร์วิมลชะงักเมื่อเห็นงานก็มองเหล่ภคพงษ์แล้วโพล่งขึ้นอย่างตื่นเต้นจนออกนอกหน้า
       “งานแต่งงาน !...น่ารักจังเลยค่ะ”
       พักตร์วิมลรีบเดินมาสมทบ ระหว่างที่พักตร์วิมลยืนตื่นเต้นอยู่ ภคพงษ์ก็หันเบี่ยงตัวมานั่งที่โต๊ะอาหารที่อยู่ไม่ไกล ภคพงษ์เลื่อนเก้าอี้ให้อย่างสุภาพ
       “เชิญครับ”
       พักตร์วิมลหน้าเสียนิดๆ ที่ภคพงษ์ไม่สนใจเรื่องงานแต่งงานเลยจำใจเดินตามมานั่ง
       “ขอบคุณค่ะ”
       พักตร์วิมลนั่งลง ภคพงษ์เดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม ระหว่างที่ภคพงษ์เดินไป พักตร์วิมลแอบบ่นเบาๆ
       “รีบชิ่งเชียว!!”
       พอภคพงษ์นั่งปุ๊บ พักตร์วิมลแล้วก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแฉ่งได้อย่างรวดเร็วและแนบเนียนทันทีสมกับเป็นนักแสดง
       
       ที่ด้านนอกของร้านอาหาร ชีวินมองรสา
       “โอเครึยัง”
       รสาพยักหน้าแล้วบอก
       “โอละ..ขอบใจจ้ะ”
       เพื่อนๆ 2-3 คนเดินมาเห็นพอดี
       “รส วิน หลบมาสวีตกันที่นี่เอง” เพื่อนคนที่ 1 บอก
       เพื่อนทั้งสามคนเดินเข้ามาสมทบกับชีวินและรสา เพื่อนคนที่ 2 แซว
       “ว่าไงยัยรส เมื่อไหร่จะถึงคิวเธอกับวิน”
       ไม่รู้สิ..วินเค้าไม่เห็นมาขอสักที” รสาพูดเล่นๆพลางยิ้มขำ
       “แหม..ทำเป็นพูด ถ้าวินไปขอจริงๆ จะยอมแต่งเหรอ” ชีวินพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง
       รสายังไม่ทันจะตอบ เพื่อนแถวหน้าเวทีก็ตะโกนขึ้น
       “ใครกลัวขึ้นคานรีบรับดอกไม้ได้แล้วจ้า”
       เพื่อนที่ยืนอยู่กับรสารีบหันมาคว้าข้อมือรสา
       “รสไปเร็ว”
       “อ้าว..เฮ้ย!”
       รสาตกใจเล็กๆ แต่ก็ไหลไปตามแรงดึงของเพื่อนๆ ชีวินมองตามแอบลุ้น
        
       เสียงสาวแท้สาวเทียมวี๊ดว้ายกระตู้วู้สนุกสนานดังล้ำออกมาจากสวน

ตะวันทอแสง ตอนที่ 1
       เสียงจากสวนทำให้พักตร์วิมลหันไปมองสาวๆ ที่กำลังอออยู่หน้าเวทีรอรับดอกไม้ ก่อนพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
       
       “เจ้าสาวกำลังจะโยนดอกไม้แล้วค่ะภัค”
       ภคพงษ์ไม่สนใจงานแต่งงาน แต่ยื่นรายการอาหารให้พนักงานหลังจากสั่งอาหารเรียบร้อย
       “เห็นพนักงานบอกว่าเป็นงานแต่งงานของพวกสถาปนิกกับอินทีเรีย งานก็เลยเก๋ๆ .. ถ้าแพตแต่งงาน แพตก็อยากจัดงานในสวนเหมือนกันนะคะ” พักตร์วิมลพูดพลางแอบเหล่มองภคพงษ์
       ภคพงษ์อมยิ้มนิดๆ เข้าใจจุดมุ่งหมายแต่ไม่ต่อความ พักตร์วิมลได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แอบเซ็งที่ภคพงษ์ไม่รับมุก
       ภายนอก … รสาพยายามจะยืนอยู่หน้าๆ แต่ก็โดนเบียดตกลงมาเรื่อย ชีวินยืนลุ้นพลางบอก
       “รส รับมาให้ได้นะ”
       “แหะๆ” รสายิ้มแห้งๆตอบ
       เจ้าสาวโยนดอกไม้
       คนแย่งช่อดอกไม้ที่ลอยมากันอย่างมากมาย แต่สุดท้ายมันก็ลอยมาอยู่ในมือรสา ตุ๊บ ! รสารับมาด้วยความอึ้ง เพื่อน ๆ หันมาแสดงความดีใจ
       “รส! ยัยรสได้ดอกไม้ !! รสดีใจด้วยนะ”
       ทั้งเพื่อนสาว เพื่อนเกย์แต่งแมน และเพื่อนผู้ชายต่างเข้ามาสวมกอดแสดงความยินดีกับรสากันอย่างคึกคัก
       เสียงดนตรี เสียงกรี๊ดกร๊าดดังจนภคพงษ์ต้องหันไปมองเห็นรสากอดกับเพื่อนผู้ชายที่มาแสดงความยินดีอย่างเป็นกันเอง กอดกับคนโน้นที คนนี้ทีอย่างมีความสุข สุดท้าย...รสากอดกับชีวินที่เดินมาแสดงความยินดี มองผ่านสายตาของภคพงษ์คิดว่า รสาเป็นสาวเปรี้ยวกอดกับผู้ชายไปทั่ว ภคพงษ์มีแววดูแคลนเล็กๆ ในความก๋ากั่นนั้น
       
       รสาเดินถือช่อดอกไม้มาหาชีวิน ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ชีวินยกนิ้วเหมือนจะบอกว่าเก่งมาก รสายิ้มรับ ทันใดนั้น
       เสียงของ พิทตี้ หรือ “พิทยา พิศเพลิน” ก็ดังขึ้น
       “ฉันมาช้าไม่ทันรับดอกไม้เหรอเนี่ย”
       รสากับชีวินหันไปเห็นพิทยาแต่งตัวเนี้ยบกริบเดินเข้ามาในงาน น้องๆในงานยกมือไหว้กันเป็นทาง
       “พี่พิทสวัสดีค่ะ / พี่พิทตี้หวัดดี้ / พี่พิททททท..ดีค่ะ / พี่พิท !”
       พิทยาเดินส่งยิ้มให้เหมือนดารากำลังเดินอยู่บนพรมแดง
       “สวัสดีจ้ะ สวัสดี”
       พิทยาเดินมาหารสากับชีวิน
       “ถ้าเอาผ้า7สี7ศอกมาผูกรอบพี่พิทคงกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยนะเนี่ย ยกมือไหว้กันทั้งงาน” ชีวินบอก
       “ใช่ ฉันเป็นทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วก็เป็นเจ้านายแกด้วยไงไอ้วิน !”
       “โอ๋... ผมพูดเล่นน่ะครับ”
       ชีวินสำนึกทำเป็นบีบนวดอย่างเอาใจแล้วพูดต่อ
       “อย่าโกรธเลยนะครับท่านหัวหน้า”
       พิทยาทำเคลิ้ม หันหลังให้ชีวินนวดหันหน้าไปทางภคพงษ์
       “ดีๆ นวดไปอย่าหยุด เออๆ นั่นแหละ ลงมาหน่อยสะบักๆ เอออออ...ดี”
       รสายิ้มๆแล้วส่ายหน้า
       พิทยาลืมตาขึ้นแล้วก็พูดขึ้นมาด้วยความตกใจ
       “อร้ายย!! นั่นมันคือ...”
       รสากับชีวินถึงกับมองตามด้วยความสงสัย
       “คืออะไร” รสาถาม
       “คือ แพต - พักตร์วิมล”
       รสามองด้วยความแปลกใจ พักตร์วิมลทานข้าวอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง พิทยาพูดต่อ
       “นางดังระดับซุป’ตาร์เลยนะจะบอกให้ คนที่ควงมาด้วยน่าจะเป็นไฮโซ เพราะเค้าชอบคบแต่พวกคนรวยๆ”
       “โอโห้ .. พี่พิทนี่สนใจข่าวเม้าท์ดาราตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” รสาอึ้งไม่คิดว่าพิทยาจะสนใจเรื่องพรรค์นี้
       “เลขาฉันรายงานทุกอย่าง แต่ไฮโซคนนี้ท่าทางคุ้นๆ น่าจะเป็นคนดัง แต่นึกไม่ออก”
       รสาหันไปมองอีกที เห็นภคพงษ์หันด้านข้าง แต่ยอมรับว่า ความหล่อทอเป็นประกาย
       “ดูท่าทางหยิ่งชะมัด นี่ถ้ารสต้องไปนั่งกินข้าวด้วยคงกลืนไม่ลง”
       รสาย่นจมูกใส่แล้วก็หันกลับอย่างไม่สนใจ พอหันกลับมา ภคพงษ์ก็หันมาเห็นรสายืนหันหลังอยู่เลยไม่ได้เห็นว่า ต่างคนต่างมองกันอยู่
       
       บริเวณหน้างานในตอนค่ำ รสาในอาการเพลียๆกับชีวินกำลังเดินอยู่เหมือนจะกลับ รสาเดินอย่างสบายใจ ชีวินมองแล้วก็อมยิ้ม รสาหันมาเห็นพอดี
       “คิดอะไร ทำไมมอง แล้วยิ้ม”
       “คิดถึงรสตอนเด็กๆ”
       “เหรอ คิดว่าไง”
       “ก็คิดว่า ผู้หญิงคนนี้แปลกดี มองใครก็มองตรงๆ ไม่มีการชำเลืองมอง แอบมอง หรือหลบตาใครเลย วิเคราะห์ได้ว่าเป็นคนที่มีพลังใจเข้มแข็งและบริสุทธิ์กว่าคนทั่วไป”
       “เกินไป..รสก็แค่เด็กบ้านนอก คนบ้านนอกเค้าก็มองตรงๆอย่างนี้ทั้งนั้น”
       “อ้อ..มีอีกอย่างนึง วินคิดว่ายัยคนนี้พูดเพราะดี มีหางเสียง แต่บทจะลุยใครขึ้นมา ก็ลุยไม่เลือก”
       รสาขำแล้วบอก
       “เดี๋ยวนี้ลดไปเยอะแล้ว กลัวคุณลูกค้ารับไม่ได้ คุณเจ้านายด่าตายเลย ไป! ดึกแล้ว กลับเหอะ”
       ทั้ง 2คนจะเดินออก แต่ชีวินนึกได้ ชะงักถาม
       
       “ดึกแล้วจะขับรถไหวมั้ย จะให้วินไปส่งหรือเปล่า แล้วพรุ่งนี้เช้าวินค่อยไปรับมาเอารถที่นี่”
       “อย่าเลย พรุ่งนี้รสต้องไประยองแต่เช้า วินไม่เปลี่ยนใจไปกับรสแน่เหรอ”
       รสาพูดแล้วเอาไหล่มาดันๆ
       “พิมเค้าถามถึงนะ”
       ชีวินมองหน้าอย่างรู้ทันแล้วก็ดึงผมหางม้าที่รสามัดรวบไว้ข้างหลัง
       “ไม่ต้องมาทำตัวเป็นแม่สื่อเลย”
       “โอ้ย”
       
        อีกมุมหนึ่งภคพงษ์เดินมาพอดี ภคพงษ์ปรายตาไปเห็นรสากับชีวินหยอกล้อกันอยู่ ก็เอ๊ะในใจอีกรอบว่า..ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ?

ตะวันทอแสง ตอนที่ 1
       รสากับชีวินยืนคุยกันอยู่ที่เดิม รสารู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่จึงหันมา รสากับภคพงษ์สบตากันหนึ่งแว่บก่อนหันหลังกลับไปพลางเชิดหน้านิดๆ ด้วยแววตาถือตัวและแอบดูแคลนเล็กๆ
       
       ส่วนรสามองแล้วเกิดความรู้สึกขัดใจ ขัดตา ขัดความรู้สึกขึ้นมาทันที รสาเบ้ปากนิดๆ พูดเบาๆ
       “หล่อตายล่ะ!”
       รสารู้สึกไม่ถูกชะตากับชายไฮโซแปลกหน้าอย่างแรง
       
       เช้าวันต่อมา รถของรสาวิ่งมาจอดที่หน้าเกสต์เฮ้าส์บ้านป้าอาภรณ์ ขณะนั้นแขกฝรั่งเดินอยู่กับอาภรณ์ที่กำลังส่งภาษาอังกฤษสำเนียงบ้านๆ พร้อมคำแปล
       “ไอวิลโชว์ยู อะ รูม นะคะ เดี๋ยวจะพาไปดูห้องค่ะ”
       ขณะที่อาภรณ์กำลังเดินนำแขกไปก็เหลือบมาเห็นรสาเดินถือกระเป๋าลงจากรถพอดี อาภรณ์รีบทัก
       “รส !”
       “จ๋า”
       อาภรณ์หันมาทางลูกค้าบอก
       “เว้ท อะ มินิท รอนิดนึงนะคะ จะไประยองแล้วใช่มั้ย” อาภรณ์พูดพลางเดินมาหา
       “จ้ะ”
       “ป้ามีไส้กรอกหมูแฮมจะฝากไปให้หนูพิม พร้อมกับวิมลเค้าหน่อย ป้าวางไว้ในรถแล้ว ฝากบอกว่าเจ้าเนี้ยอร่อย เผื่อเค้าชิมแล้วติดใจ อยากจะเอาไปขายที่รีสอร์ทก็บอกมาได้ ป้าจะขอราคาพิเศษให้”
       “ได้จ้ะ”
       รสาจะเดินไป อาภรณ์นึกขึ้นได้
       “เออๆ ลูกค้าเค้าชมว่าบ้านเราสวยมากเลยนะ ป้าก็บอกว่าหลานสาว เป็นคนออกแบบทั้งหมดเลย อุ้ย..ชมกันใหญ่”
       “ขอบคุณค่ะ รสไปก่อนนะจ้ะ สวัสดีจ้ะ”
       “จ้า.. ขับรถดีๆนะลูก”
       รสาขับรถออกไป อาภรณ์มองตามด้วยความรัก
       
       จังหวัดระยองในเวลากลางวัน ที่บ้านพร้อมรีสอร์ต บรรยากาศสดใส ท้องทะเลสวยงาม “วิมล เทียบศีล” กำลังตากปลาที่ตะแกรงอยู่หน้าครัว ส่วน “พร้อม” ผู้เป็นสามีกำลังนั่งจัดอุปกรณ์ดำน้ำอยู่ใต้บ้านที่ทำเป็นล๊อบบี้
       รสาแล่นรถเข้ามาในบริเวณรีสอร์ต
       พิมพรรณ ลูกสาวพร้อมกับวิมลกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆพร้อมก็ตะโกนขึ้น
       “พ่อ แม่ รสมาแล้วจ้ะ !”
       พิมพรรณกำลังจะเดินไปรับ ห้าวโผล่ขึ้นมาจากในครัว ใส่เสื้อกล้าม กางเกงเล ผิวคล้ำเข้มส่งเสียงสดใสเรียก
       “รส !”
       ห้าววิ่งปาดหน้าพิมพรรณ รีบไปต้อนรับรสาทันที
       “อ้าว..พี่ห้าว.. มาจากไหนเนี่ย”
       ห้าววิ่งมารับรสาที่ลานจอดรถด้วยความตื่นเต้นร่าเริง
       
       รสาลงจากรถแล้วเดินมาเปิดท้ายเตรียมยกของลง ทันใดนั้น มือของห้าวก็เอื้อมมาสะกิดไหล่ด้านซ้าย รสาหันไปทางซ้าย ไม่มีใคร ห้าวยืนอยู่ด้านขวา อมยิ้มขำๆ แล้วก็แกล้งดึงผมหางม้าของรสาที่มัดรวบไว้ด้านหลัง ตึ้ก ! จนรสาตกใจ
       “อุ้ย พี่ห้าว !”
       รสาใช้ศอกถองเข้าที่ท้องห้าวที่ยังยืนหันหลังอยู่ ปั๊ก !
       “โอ้ย !” ห้าวร้องด้วยความจุก
       รสาหันมาแล้วก็ล็อกคอห้าว ก่อนจะจับทุ่มอย่างรวดเร็วอย่างสนิทสนมและเป็นกันเอง พลั่ก !! จนห้าวลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น ทั้งเจ็บ ทั้งชอบใจ ห้าวส่งเสียงอ้อน
       “โห...รส โหดจัง !! แกล้งพี่ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่สงสารบ้างหรือไง”
       “รสป้องกันตัวนะ พี่ห้าวนั่นแหละ แกล้งรสก่อน” รสายิ้มขำๆ
       พิมพรรณเดินมาแล้วก็ส่ายหน้า
       “สองคนนี้เล่นเป็นเด็กๆอีกแล้ว...รสรีบเข้าบ้านเถอะจ้ะ พ่อกับแม่รออยู่ พี่ห้าวยกของรสตามมาด้วยนะจ๊ะ ไปรส”
       รสาดินตามแรงลากของพิมพรรณ แต่ยังหันมาบอกกับห้าว
       “พี่ห้าว ขอบคุณมากนะคะ”
       “จ้า...”
       ห้าวมองตามรสากับพิมพรรณที่เดินไป แล้วเลิกสำออย ลุกขึ้น ไม่มีวี่แววของความเจ็บแม้แต่น้อย ห้าวมอง
       ตาม รสาแล้วก็อมยิ้มนิดๆ อย่างมีความสุข
       
       รสายกมือไหว้ พร้อมและวิมล โดยมีพิมพรรณนั่งอยู่ใกล้ๆ
       “อาพร้อม อาวิมลสวัสดีค่ะ ป้าภรณ์ฝากไส้กรอกกับหมูแฮมมาให้ชิมค่ะ”
       ห้าวกุลีกุจอวางถุงไส้กรอก หมูแฮมถูกวางไว้บนโต๊ะ
       “พี่ภรณ์โทร.บอกบอกอาแล้วจ้ะ ขอบใจนะที่เป็นธุระขนมาให้ ห้าวเอาไปแช่ไว้ในตู้เย็นไป วางไว้ร้อนๆเดี๋ยวเสีย” วิมลบอก
       “ได้จ้ะ อ้อ..งั้นมื้อกลางวันนี้ฉันจะทอดไส้กรอกแล้วเอาแฮมมายำดีมั้ยจ๊ะ”
       “เออดีๆ งั้นแกรีบทำเลย ข้าเริ่มหิวแล้ว” พร้อมบอก
       “แป๊บนึงนะ รสหิวยังจ๊ะ” ห้าวหันมาถามรสาเสียงหวาน
       “นิดนึง”
       “งั้นพี่จะรีบเลย ไม่เกิน 15 นาที”
       ห้าวรีบเดินถือของเข้าห้องครัวไปอย่างกระตือรือร้น พิมพรรณหันมาทางรสา
       “ระหว่างรอพี่ห้าวทำกับข้าว เราไปเม้าท์กันดีกว่ารส”
       พิมพรรณพูดจบก็ลากรสาไปทันที พร้อมมองตามอย่างงงๆ
       “อ้าวๆๆ แล้วจะไปเม้าท์อะไรกันที่ไหน ทำไมไม่คุยตรงนี้หล่ะ หะ” พร้อมถาม
       “เอาน่าพ่อ..เด็กๆเค้าก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวคุยกันบ้าง เค้าก็ไม่อยากให้เรารู้ทุกเรื่องหรอก”
        
       วิมลว่าพร้อมส่ายหน้าไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่อยากขัด

ตะวันทอแสง ตอนที่ 1
       รสานั่งคุยในอิริยาบถสบายๆ เหมือนอยู่บ้านตัวเอง พิมพรรณวางแก้วน้ำไว้ให้รสา
       
       “น้ำจ้ะ”
       “ขอบใจจ้ะ”
       “รสจะอยู่กี่วัน”
       “สองวันเอง วันจันทร์มีงานแต่เช้า”
       “โห..นึกว่าจะอยู่ได้นานๆ มีเรื่องจะเล่าให้ฟังเยอะแยะเลย”
       “ตั้งสองวันหนึ่งคืนจะเล่าไม่จบหรือไงจ้ะ “ รสาถาม
       “ก็คิดถึงนี่อยากให้รสกลับมาบ่อยๆ ตั้งแต่รสเริ่มทำงานจริงๆจังๆไม่ค่อยกลับมาเลย พิมเง้า เหงา”
       “พิมก็เข้าไปหารสที่กรุงเทพก็ได้นี่ รสพาเที่ยว จะได้ไม่เหงา”
       “โหย..รสก็รู้ พิมทำงานที่โรงเรียน 5 วัน ยิ่งตอนนี้ห้องสมุดจะติดตั้งระบบคอมพ์ใหม่ พิมก็ต้องอยู่เย็น เสาร์อาทิตย์ก็ต้องช่วยพ่อแม่ดูรีสอร์ตไปไม่ได้แน่เลย”
       “งั้นรสจะลองขอพี่พิทหอบงานมาทำที่นี่บ้างจะได้กลับมาอยู่กับพิมได้บ่อยขึ้น ดีมั้ย”
       พิมพรรณยิ้มแล้วก็จับมือรสาด้วยความซาบซึ้ง
       “ขอบใจจ้ะ รสเนี่ยน่ารักที่สุดเลย พิมดีใจที่พ่อแม่รับรสมาอุปการะ พิมเหมือนมีทุกอย่าง มีทั้งเพื่อน มีพี่สาว แล้วก็มีน้องสาวด้วย ถ้าบ้านนี้ไม่มีรส พิมต้องเหงามากๆแน่เลย”
       รสาจับมือพิมพรรณแล้วบอก
       “รสก็โชคดีที่ได้มาอยู่บ้านนี้...พิมก็เป็นทุกอย่างของรสเหมือนกัน”
       พิมพรรณกับรสามองกันด้วยความเอื้ออาทร
       ทันใดนั้นเสียงแตรก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน รสากับพิมพรรณหันไปมองด้วยความแปลกใจ
       
       เรือเร็วตั้งตระหง่านอยู่บนรถลากแล่นเข้ามาจอดที่หน้าลานบ้าน คนขับรถกับคนงานอีกคน
       ช่วยกันปลดล็อคที่ลากเรือเร็วเพื่อเตรียมลากไปทะเล พร้อม วิมล กับห้าวยืนคุมอยู่
       “ห้าว พาเค้าไปที่ทางเดินลงหาดแล้วเอาเรือลงเลย”
       “จ้ะ มาทางนี้เลยพี่!”
       ห้าวช่วยกันลากเรือเตรียมลงทะเล รสากับพิมพรรณเดินเข้ามาถามพ่อกับแม่
       “เรือใหม่เหรอจ้ะ “
       “อืม พอดีได้ของเพื่อนมา ราคาถูก มีคนบอกว่า ตอนนี้พวกนักท่องเที่ยวกำลังชอบเล่นพวกเวกบง เวกบอร์ด อะไรเนี่ย แล้วเพื่อนอาก็จะซื้อชุดใหม่เลยโละชุดเก่ามาให้ อาเลยเอามาลองดู” พร้อมบอก
       “ห้ามก็ไม่ฟัง งก เห็นว่าถูกก็ซื้อมาก่อน แล้วไงหล่ะ...ยังไม่มีใครเล่นเป็นเลยเนี่ย ไม่รู้จะทำยังไง” วิมลบอก
       “รสเล่นเป็นจ้ะ”
       รสาพูดขึ้น ทุกคนหันมามอง
       “ที่กรุงเทพเค้าเล่นในบึง รสกับเพื่อนๆที่ทำงานเคยไปลองเล่น รสว่าเล่นกับทะเลก็น่าจะเหมือนกัน เดี๋ยวรสลองเล่นให้ดูจ้ะ”
       “แน่ใจนะรส” พิมพรรณถาม
       รสาไม่ตอบแต่ยิ้มมั่นใจ
       เสียงเจ็ทสกีในทะเลดัง...เข้ามา
       
       บริเวณหน้าโรงแรมหรูในเวลาต่อมา ภคพงษ์กำลังขี่เจทสกีอยู่อย่างเท่ในทะเล บริเวณริมหาดมีผู้หญิงชื่อ “ยูมิโกะ สุชิยะ” หรือ เรียกสั้นๆว่า “ยูโฮะ”ที่อยู่ในชุดลำลองเกาลี้ เกาหลี เดินมาหยุดในจุดที่คิดว่า ภคพงษ์น่าจะมองเห็น แล้วก็ยิ้มแล้วโบกมืออย่างคุ้นเคยให้สุดฤทธิ์ ทันใดนั้นเสียงสาวๆข้างๆที่ยืนดูภคพงษ์อยู่ก็ร้องกรี๊ดกร๊าดขึ้นมา
       “อ๊ายย..ใครอ่ะแก ดาราหรือเปล่า” ขากรี๊ดคนแรกว่า
       “ขนาดเห็นไกลๆ ยังรู้เลยว่าหล่ออ่ะ !” ขากรี๊ดคนที่สองบอก
       ยูโฮะชะงักกึก หุบยิ้ม หันขวับมาที่บรรดาขากรี๊ดทันทีที่เป็นแกงค์เพื่อนสาว 2-3คน กำลังใช้กล้องซูมไปที่ภคพงษ์ด้วยความสนใจอย่างแรง ยูโฮะหันขวับกลับมาด้วยความเซ็งก่อนมองไปที่ภคพงษ์ด้วยความหวง
       ภคพงษ์ขี่เจ็ทสกีไกลออกไป ยูโฮะมองด้วยความแปลกใจ
       “พี่ภัคจะไปไหนของเค้า”
       ภคพงษ์ขี่เจ็ทสกีตัดคลื่นออกไปอีกฝั่งหนึ่งของชายหาดอย่างรวดเร็ว
       
       กุญแจเรือถูกบิดสตาร์ทส่งเสียงดังกระหึ่ม พิมพรรณเกาะอยู่ท้ายเรือเร็ว พลางตะโกนถาม
       “รส ! พร้อมมั้ย”
       รสาสวมชุดว่ายน้ำขาสั้น ทับด้วยเสื้อชูชีพเวทสูทแขนกุด ดูเท่ๆทะมัดทะแมง รัดผมรวบไปข้างหลัง รสานั่งอยู่ในน้ำทะเลริมหาด ขาสวมเวกบอร์ด เตรียมออกตัว รสาตะโกนกลับมาด้วยความมั่นใจ
       “พร้อม !”
       พิมพรรณหันมาทางห้าวที่ทำหน้าที่คุมเรือ ห้าวใส่กางเกงว่ายน้ำขาสั้นถึงเข่า เปลือยท่อนบน เห็นกล้ามล่ำสัน
       “พี่ห้าว...แน่ใจนะว่าขับได้” พิมพรรณถาม
       “ได้สิ...เค้าให้คู่มือมาด้วย อ่านไปขับไปสบายมาก”
       พิมพรรณตกใจ
       “หะ อ่านไปขับไปเนี่ยนะ”
       พิมพรรณพูดยังไม่ทันจบ ห้าวก็ออกเรืออย่างเร็ว พรวดออกไปจนพิมพรรณหน้าหงายเซเกือบตกเรือ
       “ว้ายย !”
       
       ห้าวจับพวงมาลัยเรือแน่น มีสมุดคู่มือวางอยู่ข้างๆ เรือแล่นไปข้างหน้า ปรื้นน!

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
ตะวันทอแสง ตอนที่ 13
ตะวันทอแสง ตอนที่ 12
ตะวันทอแสง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 25 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 22 คน
88 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
12 %
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใหม่ น่ารัก
ชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014