หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 13

โดย MGR Online   
10 กันยายน 2555 05:16 น.
1 | 2 | 3  | หน้าถัดไป
หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 13
        หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 13
       
       
       ระบิลนอนหลับอยู่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าผ่า
       
       “คุณเนติ์ระวัง !”
       ระบิลตั้งสติมองผ่านหน้าต่างห้องไปรอบๆ เห็นด้านนอกมีฝนตกพรำ พร้อมกับฟ้าแล่บคะนองครืนๆ
       “เฮ้อ...ฝัน”
       ระบิลลุกจากที่นอนเดินไปที่หน้าต่างห้อง
       “อย่าให้ฝันร้ายของผมเป็นจริงเลย คุณต้องปลอดภัยนะครับคุณเนติ์”
       
       บริเวณกำแพงฝั่งบ้านอิสราวัชร ยศวีร์ย่อตัวลงที่พื้นเพื่อเป็นฐานให้เนติมาหย่อนตัวลงมา ยศวีร์มองไปรอบๆอย่างระวังตัว
       “ขอโทษนะดล”
       “สบายมากครับพี่เนติ์”
       เนติมากับยศวีร์ขยับตัวเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ ทั้งสองคนชะโงกมองไปที่ประตูรั้วเห็นลูกน้องอิทธิหาญ 2 คนนั่งหลับสัปหงกกันอยู่ที่เก้าอี้ สองพี่น้องหันมามองหน้ากันอย่างชอบใจ
       “เสร็จเรา”
       “ไป...”
       ทั้งสองขยับออกจากที่ซ่อนไปยังตัวบ้านอย่างรวดเร็ว
       
       ยศวีร์ค่อยๆปิดประตูด้านหลังเบาๆ พลางหันมายิ้มแล้วชูมีดพกเล็กๆให้เนติมาดูด้วยความภูมิใจ
       “นึกว่าจะไม่ได้ซะแล้ว”
       “ชั้นบนกับที่ๆคิดว่าคุณพ่อจะเก็บของไว้พี่หาหมดแล้ว เดี๋ยวเราไปที่ห้องเก็บของกันเลยนะ เผื่อจะอยู่ที่นั่น”
       ทั้งสองคนหยิบไฟฉายกระบอกเล็กๆขึ้นมาฉายส่องทางแล้วเดินออกไปทันที
       
       ภายในห้องเก็บของบ้านอิสรวัชร กองหนังสือ ตู้ โต๊ะที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นถูกเปิดรื้อจนหมด แต่ไม่พบ
       “พวกมันอาจทิ้งไปแล้วก็ได้นะครับพี่เนติ์”
       “ใช่..สิบปีแล้วนี่นะ งั้นกลับกันเถอะดล เราไม่ควรอยู่ที่นี่นาน”
       “ครับพี่เนติ์”
       ทั้งคู่มองไปรอบๆอย่างระมัดระวังแล้วเดินออกไปทันที
       เนติมากับดลเดินอย่างระวังตัว ดลเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้รีบรั้งเนติมาไว้ทันที
       “เดี๋ยวครับพี่เนติ์”
       “อะไรเหรอดล”
       ยศวีร์มองไปรอบๆบริเวณด้วยความคิดถึงภาพเก่าๆ
       “คิดถึงคุณพ่อ คุณแม่ จังเลยนะครับพี่เนติ์”
       “คุณพ่อ คุณแม่คงรอเราสองคนกลับมาอยู่ที่นี่ อีกไม่นานหรอกดลเราสองคนจะกลับมาเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆคืนมา”
       จังหวะเดียวกันเสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆก็ตีดังขึ้น เนติมาสะดุ้งเฮือก
       “โธ่..นาฬิกาเรือนนี้อีกแล้ว ตกใจหมดเลย”
       ยศวีร์หันไปมองนาฬิกาอย่างจำได้พลางเดินเข้าไปลูบคลำด้วยความผูกพัน
       “โชคดีนะครับที่พวกมันไม่ได้เอาไปทิ้ง นาฬิกาเรือนนี้คุณพ่อหวงมาเลยนะครับ”
       “ดลจำได้ด้วยเหรอ”
       “จำได้สิครับพี่เนติ์ ถึงตอนนั้นผมยังเด็ก แต่เวลาซนคุณพ่อชอบขู่ว่าจะจับผมขังในนี้”
       ยศวีร์ชี้ไปที่ตัวเรือนที่มีลูกตุ้มนาฬิกาแกว่งไปมาอยู่ในตู้ เนติมาอดยิ้มออกมาไม่ได้
       “คุณพ่อยังเคยเอาค่าขนมผมมาซ่อนไว้ในนี้เลยนะครับ”
       ยศวีร์พูดออกมาแล้วต้องชะงัก
       “พี่เนติ์ !”
       เนติมากับยศวีร์มองหน้าอย่างรู้กัน ก่อนที่ดลจะรีบเปิดตู้นาฬิกา แล้วเอื้อมมือล้วงควานหาขณะที่เนติมามองด้วยความลุ้นสลับกับมองไปรอบๆอย่างระวังตัว
       “เจอมั้ย...”
       “ยังเลยครับพี่เนติ์”
       ดลถอนใจนิดหนึ่งก่อนเอื้อมมือไปที่ด้านหลังลูกตุ้มนาฬิกา แล้วต้องชะงักแล้วขยับดึงเทปบันทึกเสียงขนาดเล็กออกมา
       “พี่เนติ์ดูนี่”
       “เทปบันทึกเสียงต้องเป็นเทปที่คุณพ่อบอกไว้แน่ๆเลยดล”
       “พี่เนติ์เก็บไว้นะครับ เรารีบกลับกันเถอะครับพี่เนติ์”
       เนติมารีบเอาเทปบันทึกเสียงเก็บใส่กระเป๋า ทั้งสองคนรู้สึกดีใจอย่างมาก ก่อนจะหันกลับออกไปต้องตกใจเมื่อเห็นลูกน้องคนที่ 1 เปิดประตูเข้ามาพอดี
       “เฮ้ย..ขโมยอะไรวะ..โอ๊ย !”
       ลูกน้องชักปืนขึ้นมา แต่ดลไวกว่าคว้าของใกล้มือปาใส่มือลูกน้องคนนั้นอย่างแม่นยำจนปืนหลุดมือ ลูกน้องคนนั้นพยายามโผเข้าไปหยิบปืนแต่ดลปราดเข้าแย่ง ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างไม่มีใครกลัวใคร
       “ดล !”
       ดลทำท่าจะเสียเปรียบ เนติมาหันไปเห็นไม้เบสบอลอันหนึ่งวางอยู่ใกล้ๆ เนติมาตัดสินใจตีไปที่หัวของลูกน้องคนนั้นทันทีจนลูกน้องล้มลงไปนอนหมดสติ
       “ดลเป็นไงบ้าง”
       “สบายมากครับพี่เนติ์”
       “งั้นไปเร็ว”
       เนติมาซึ่งถือไม้เบสบอลดึงน้องชายขึ้นมาแล้วพากันวิ่งออกไปจากตัวบ้านทันที ระหว่างที่กำลังวิ่งออกจากบ้าน ลูกน้องคนที่ 2 ก็ปราดสวนเข้ามาพอดี
       “เฮ้ย !”
       ยศวีร์ไม่รอท่ารีบฉวยไม้เบสบอลจากมือเนติมา แล้วตีเข้าใส่ลูกน้องคนนั้นทันที ลูกน้องหลบทันแล้วฉวยด้ามเสียมที่พิงไว้แถวนั้นตีใส่ดลจนดลเสียหลัก
       “ดลระวัง !”
       เนติมาร้องด้วยความตกใจ ขณะที่ยศวีร์กัดฟันกลับมาต่อสู้กับลูกน้องคนนั้นอย่างถึงพริกถึงขิง ก่อนยศวีร์จะจัดการกับลูกน้องจนสลบเหมือนกองอยู่ที่พื้นแล้วยืนหอบถอนใจอย่างโล่งอก
       ยศวีร์เอามือแตะเลือดที่ซึมอยู่ที่มุมปากเล็กน้อย
       “เก่งเหมือนกันนี่เรา เจ็บตรงไหนรึเปล่า”
       “นิดหน่อยครับพี่เนติ์ เรารีบกลับบ้านโน้นกันเถอะครับ”
       ดลกับเนติมายิ้มให้กันอย่างโล่งอกแล้ววิ่งออกไปทันที
       
       ภายในห้องนั่งเล่น บ้านกันต์ของเช้าวันรุ่งขึ้น กันต์กำลังดูเทปบันทึกเสียงขนาดเล็กในมืออย่างพิจารณาก่อนคืนให้กับเนติมา
       “นี่คือชนวนหนึ่งที่ทำให้คุณวิเชียรกับคุณพรรณศรีต้องเสียชีวิต หนูเนติ์เก็บไว้ให้ดี ไม่รู้ว่าเครื่องของอายังใช้ได้อยู่รึเปล่า”
       เจือจันทร์เดินออกมาจากห้องด้านในพร้อมเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็ก เจือจันทร์ถอนใจอย่างเซ็งๆ พลางเอาเครื่องให้กันต์ดูพบว่าเครื่องแตกเป็นเสี่ยงๆแล้ว
       “เครื่องบันทึกเสียงของคุณหมดสภาพแล้วล่ะค่ะ”
       “เครื่องมันเก่ามากแล้วนี่คะ ตั้งแต่ขวัญเด็กๆแน่ะ”
       “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปหาที่ซ่อมให้เอง ถ้าซ่อมไม่ได้ก็จะลองเดินดูตามคลองถม น่าจะพอหาได้บ้าง” ผู้กำกับวิเชษฐ์บอก
       “อ้อไปด้วยนะจ๊ะพี่ดล”
       ยศวีร์ยิ้มรับอย่างเข้าใจ ขณะที่คำเที่ยงยิ้มอย่างมีความสุข
       “ความยุติธรรมกำลังเดินทางกลับมาสู่มือพวกเราแล้วนะครับ”
       “ป่านนี้เจ้าอิทธิหาญมันคงเต้นเป็นเจ้าเข้าที่โดนคุณเนติ์กับคุณดลเหยียบจมูกอย่างนี้ ผมอยากเห็นภาพนั้นจริงๆนะครับ”
       ผู้กำกับวิเชษฐ์พูดอย่างอารมณ์ดี ทุกคนต่างยิ้มออกมาเมื่อความหวังที่รอมานานเริ่มมีภาพชัดขึ้น
       
       ภายในบ้านพงษ์เลิศ ในเวลากลางวัน พงษ์เลิศเดินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
       “ก็ไม่เห็นต้องทำยังไง นิ่งๆไว้อดทนรอวันที่เราจะชำระแค้นพวกมันชุดใหญ่”
       “แต่พ่อ...”
       อิทธิหาญตามเข้ามาพูดด้วยความโมโห แต่พงษ์เลิศพยายามปราม
       “เฮ้อ..ก็ไม่มีอะไรหายไม่ใช่เหรอ สองคนพี่น้องนั่นมันคงอยากเข้ามาหาอะไรบางอย่าง แต่ถ้ามันไม่ได้อะไรไปก็ช่างมันเถอะน่า เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้พ่อว่าอย่าทำให้เสียงานใหญ่ดีกว่า”
       อิทธิหาญครุ่นคิดตามที่พงษ์เลิศพูด แล้วหันไปสั่งปานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
       “ปาน !”
       “ครับเสี่ย”
       “ไอ้สองตัวนั่น อย่าให้กูเห็นหน้าอีก รู้ใช่มั้ยว่าต้องทำยังไง”
       “ครับเสี่ย...”
       
       ปานรับคำอย่างรู้หน้าที่ว่า อิทธิหาญให้จัดการเก็บลูกน้องทั้งสองคนที่พลาดให้เนติมากับดลเข้าไปในบ้าน

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 13
         
       เช้าวันใหม่ ยศวีร์และอนงค์ในชุดนักศึกษากำลังคุยกับเนติมาที่ระเบียงบ้านกันต์
        
       “อย่าลืมเรื่องเครื่องบันทึกเทปนะดล”
       “ไม่ต้องห่วงครับพี่เนติ์ จะรีบซ่อมให้เร็วที่สุดครับ”
       “อ้อ..อย่าลืมเรื่องที่พี่พูดด้วยนะ พี่ไม่ได้บังคับ แต่ถือว่าขอร้องก็แล้วกัน”
       “ครับพี่เนติ์”
       เนติมาจะหันไปพูดกับอนงค์ทันที
       “อ้อก็เหมือนกัน ถึงอ้อจะไม่ใช่น้องแท้ๆของพี่ แต่พี่ก็เป็นห่วงอ้อเท่าๆกับดลนะจ๊ะ”
       “จ้ะพี่เนติ์”
       อนงค์รับคำอย่างไม่เต็มปากนัก เพราะเกรงใจเนติมาและยังอยากทำงานอยู่ เนติมายิ้มอย่างเบาใจขึ้นมาบ้าง
       “ไป..ออกไปพร้อมกันเลย เดี๋ยวพี่ไปส่งเราสองคนเอง”
       “ครับพี่เนติ์”
       เนติมาเดินนำออกไปยังรถที่จอดอยู่ทันที
       
       ภายในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เนติมาค่อยๆเปิดซองเอกสารออก แล้วหยิบเอกสารด้านในออกมาดู เนติมามองอย่างครุ่นคิด แผนที่ซึ่งอยู่ในมือนั้น เรียบร้อย ชัดเจน อ่านง่าย เป็นระเบียบ เห็นเป็นรูปถนน เพชรเกษม จ.เพชรบุรี ..ผ่านถนนสายเล็กๆ มีภูเขา คลอง และบริเวณที่ทำสัญลักษณ์เห็นเด่นชัด ว่า “บ้านสวนของระบิล”
       เนติมาครุ่นคิดตัดสินใจ
       “ถ้านายจะไล่ฉันก็ให้มันรู้ไป”
       
       ภายในห้องคนไข้พิเศษ นายพลทวีเดินเข้ามาพูดกับธำรงที่กึ่งนั่ง กึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้
       “แน่ใจเหรอครับว่าจะได้ผล ป่านนี้หนูเนติ์ยังไม่เดินทางไปบ้านคุณระบิลเลยนะครับ”
       
       ธำรงพูดยิ้มพูดอย่างใจเย็น
       “ท่านก็รู้ว่าคนอย่างผมไม่มีผลให้เก็บ ผมไม่ลงทุนปลูกแน่นอน เรื่องของความรักเอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่หรอกครับ”
       “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าคุณเนติ์กับลูกจ้าง อุ๊ย ! บอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างคุณระบิลจะเลิฟๆกัน”
       ปฏิพรรี่เข้ามายืนข้างๆนายพลทวีด้วยสีหน้าระรื่นด้วยความดีใจ นายพลทวีเอื้อมมือไปโอบไหล่ปฏิพรอย่างอารมณ์ดี
       “เราน่ะ เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวท่านนายกฯได้แล้วนะ”
       “แหม...ทำอย่างกับพี่ศิวัชจะยอมแน่ะค่ะ”
       ปฏิพรพูดอย่างอายๆ ธำรงหันไปยิ้มกับนายพลทวีอย่างเข้าใจกัน
       “ไม่ต้องห่วง เขาเกิดมาเพื่อเดินตามเส้นที่อาขีดให้เดินอยู่แล้ว ฮ่าๆ”
       นายพลทวีลูบหัวปฏิพรอย่างชอบใจ ขณะที่ปฏิพรยิ้มอย่างมีความสุขมาก
       
       ภายในร้านไอศกรีม อนงค์กำลังทานไอติมอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมามองยศวีร์ด้วยความตกใจ
       “อะไรนะจ๊ะ ! พี่ดลจะเลิกทำงานพิเศษ”
       “พี่ไม่อยากให้พี่เนติ์ไม่สบายใจ”
       “อ้อก็เหมือนกัน เลิกทำงานพิเศษได้แล้ว พี่เป็นห่วงอ้อนะ”
       “แหม..เป็นห่วงกันเป็นทอดๆเลยนะจ๊ะ พี่เนติ์เป็นห่วงพี่ดล พี่ดลเป็นห่วงอ้ออีกต่อ”
       “พี่เนติ์ห่วงพี่เพราะพี่เป็นน้องชาย แต่พี่ห่วงอ้อ เพราะว่าอ้อเป็น...”
       อ้อพูดแทรกทันที
       “เป็นน้องสาวพี่ดลอีกที”
       ยศวีร์ยิ้มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆและมองอนงค์ด้วยสายตาของความรัก
       “ไม่ใช่...”
       “อ้าว..ไม่รักน้องสาวเป็นอะไรล่ะจ๊ะ”
       ทั้งสองคนมองตากันนิ่งด้วยความรัก
       
       ภายในครัวของบ้านสวนระบิล ผักหลากหลายชนิดวางเรียงอยู่ในกระจาด มีเครื่องปรุงต่างๆในการทำอาหารวางเรียงติดๆกันอยู่อย่างเตรียมพร้อม เสียงเพลงลูกทุ่งเก่าๆจากวิทยุเครื่องเล็กๆที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ระบิลกำลังฮัมเพลงตามวิทยุเบาๆ ขณะที่กำลังปรุงแกงป่ากบอยู่ที่เตาอย่างอารมณ์ดี ระบิลใช้ทัพพีตักเนื้อกบขึ้นมาชิมนิดหนึ่งก่อนสูดปากเผ็ดสะใจในความอร่อย
       “อ่า..สุดยอดๆ”
       ระบิลหันไปหยิบใบมะกรูดฉีกใส่ตามลงไปในหม้อด้วยความชำนาญ ระบิลมองแกงป่าในหม้อที่กำลังเดือดปุดๆแล้วต้องชะงัก เมื่อคิดถึงเนติมาขึ้นมา
       
       ภายในห้องครัวบ้านกันต์ หม้อแกงที่มีแกงป่าสีแดงข้นเข้มด้วยเครื่องแกง กำลังเดือดปุดๆอยู่ในเตา ระบิลกำลังฉีกใบมะกรูดลงในหม้อแกง เนติมาเดินเข้ามาจากด้านหลัง ชะโงกมองผ่านไหล่ระบิลเข้ามามองด้วยความสนใจ
       “หือ..แกงป่านี่ หอมจังเลย”
       “สนมั้ยครับ”
       ระบิลพูดยิ้มอย่างอารมณ์ดี เนติมายิ่งรู้สึกสนใจมากขึ้นทันที
       “สนๆ อยู่ที่ฝรั่งเศสไม่เคยได้ทานเลย ทานได้รึยังล่ะ”
       “ไหวเหรอ เผ็ดนะคุณ”
       “ไม่รู้จักซะแล้ว ฉันเนี่ยแชมป์กินเผ็ดในหมู่คนไทยที่ฝรั่งเศสเลยนะ”
       เนติมาลอยหน้าลอยพูดอย่างมั่นใจ ระบิลยิ้มพลางใช้ช้อนตักแกงใส่ถ้วยเล็กๆยื่นให้เนติมา “ชิมดูครับ อย่าให้เสียฟอร์มแชมป์นะ”
       เนติมายิ้มมองระบิลอย่างท้าทาย ก่อนใช้ช้อนตัดแกงใส่ปากแล้วรู้สึกถูกใจในรสชาติมาก
       “หืม..อร่อยจัง เนื้อไก่นี่ก็นุ่มจังเลยเนอะ”
       “ใครว่าเนื้อไก่ล่ะคุณ”
       เนติมาชะงักมองระบิลด้วยความสงสัย ระบิลยิ้มอารมณ์ดีก่อนชี้ไปที่ชามใบหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆ เห็นกบตัวอ้วนใหญ่ 4-5 ตัวอยู่ด้านใน เนติมามองด้วยความตกใจ
       “กบ !”
       “ไซส์ใหญ่คัดพิเศษ อร่อยจนน่องไก่ชิดซ้ายเลยใช่มั้ยคุณ”
       เนติมาหน้าเจื่อนพะอืดพะอมคลื่นไส้เพราะไม่เคยทานเนื้อกบขยับจะวิ้งไปคายทิ้ง แต่ระบิลรีบเอื้อมมือไปปิดปากเนติมาทันที
       “อย่าคายทิ้งนะกว่าผมจะหาตัวอ้วนๆขนาดนี้ได้ยากนะ”
       เนติมาพยายามดิ้นส่งสายตาเป็นเชิงขอร้อง แต่ระบิลลอยหน้าลอยตาพูดกวนๆ
       “กลืนลงไปเดี๋ยวนี้เลยนะคุณ...กลืน”
       เนติมาส่ายหน้าอีก พลางแกล้งใช้มืออีกข้างหยิบตะเกียบขึ้นมาทำท่าจะล้วงเข้าไปในปากเนติมา
       “จะกลืนเองหรือจะให้ผมช่วย กลืน !”
       เนติมาส่ายหน้าด้วยความตกใจพลางส่งสายตาดุให้ระบิล
       “กลืน...”
       เนติมาพยายามกล้ำกลืนฝืนทนกลืนเนื้อกบลงคงไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะพยายามส่งเสียงบอกพร้อมกับแกะมือระบิลที่ปิดปากอยู่ออกด้วย
       “ปล่อยได้แล้ว กลืนแล้ว”
       “ติดใจล่ะสิ”
       เนติมาเงื้อมือตีระบิลด้วยความหมั่นไส้
       “ติดใจเหรอ นี่ไงติดใจ”
       “โอ๊ย..คุณ เจ็บนะ
       “รู้สึกเจ็บด้วยเหรอ ดี..ฉันจะได้ตีนายให้ตายเลย เสร็จฉันแน่นายระบิล”
       “โอ๊ย..คุณ ผมไม่ใช่แมลงวันนะ มาเลย...แน่จริงตีให้โดน โอ๊ย..เจ็บ !”
       เนติมาคว้าไม้ตีแมลงวันที่อยู่ใกล้มือ ไล่ตีระบิลที่ทั้งปัดป้อง เบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่วพลางวิ่งไปรอบๆครัวอย่างอารมณ์ดี
       
       ระบิลยืนยิ้มอยู่หน้าหม้อแกงเมื่อนึกถึงเนติมา ก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงประกาศข่าวจากวิทยุดังแทรกเพลงลูกทุ่งขึ้นมา
       “ต่อไปเป็นข่าวสั้นต้นชั่วโมง หลังจากนายศิวัช กิตติธร นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งปลดพรรคร่วมรัฐบาลในสัดส่วนของกลุ่มท่านนายพงษ์เลิศออก รวมถึงปลดข้าราชการที่เชื่อว่านายพงษ์เลิศสนับสนุนอยู่ออกหลายตำแหน่ง ถือว่าเป็นการล้างบางครั้งใหญ่ อีกทั้งรัฐบาลยังเป็นโจทย์ฟ้องเอาผิดบุคคลทั้งหมดในข้อหากระทำผิดต่อแผ่นดินอีกหลายคดี...”
       ระบิลครุ่นคิดตามข่าวที่ได้ฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจเพราะรู้ว่าพงษ์เลิศ อิทธิหาญและพวกไม่ยอมให้โดนกระทำฝ่ายเดียวแน่
       “เหมือนเป็นข่าวดี แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือทำให้หมาจนตรอก”
       
       ภายในร้านฟาสต์ฟู้ด เอิง โมเดลลิ่งกำลังพูดกับยศวีร์และอนงค์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะด้วยสีหน้าตกใจ
       “ตายแล้ว ไม่ได้นะอ้อ”
       “แต่อ้อทำงานต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆนะจ๊ะ”
       อนงค์พูดอย่างรู้สึกผิด ขณะที่ยศวีร์รีบช่วยอธิบายทันที
       “เราเกรงใจพี่สาวเราน่ะครับ”
       “ขอโทษนะจ๊ะพี่เอิงที่อ้อรับปากงานพี่เอิงไว้ตั้งหลายงาน แต่อ้อกลับผิดคำพูด”
       เอิง โมเดลลิ่งถอนใจออกมาด้วยความหนักใจ
       “งานอื่นไม่เท่าไหร่หรอกอ้อ แต่งานเปิดตัวรีสอร์ตใหม่ของคุณอิทธินี่สิ พี่เซ็นสัญญากับเขาไว้แล้ว อ้อก็รู้ว่าคุณอิทธิระบุว่า พริตตี้งานนี้ต้องมีอ้อด้วย ช่วยพี่อีกสักครั้งนะอ้อ ไม่งั้นพี่แย่แน่”
       
       ยศวีร์ครุ่นคิดอย่างตัดสินใจด้วยความไม่สบายใจ
        
       อ่านต่อตอนต่อไป เวลา 17.00น.

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 13
        ภายในบ้านพงศ์เลิศ อิทธิหาญกำลังคุยโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าจริงจัง
        
       “ดีมาก ยังไงก็ห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะงานนี้เด็กคนนั้นคือนางเอก เข้าใจมั้ย”
       อิทธิหาญวางสายด้วยสีหน้ามั่นใจในการกระทำของตนมาก
       พงษ์เลิศเข้ามามองอิทธิหาญด้วยสีหน้าครุ่นคิด
       “แน่ใจนะว่าจะได้ผล”
       “แน่ใจสิครับพ่อ ได้ผลมากกว่าแผนของพ่อแน่นอน ผมก็จะเอาทุกอย่างคืนมา แล้วก็จะยัดเยียดความหายนะให้กับพวกมัน”
       “ระวังเราจะเดือดร้อนมากกว่าที่เป็นอยู่”
       พงษ์เลิศพูดอย่างคนมีประสบการณ์ อิทธิหาญแค่นหัวเราะก่อนพูดออกมาอย่างมีเลศนัย
       “มันไม่มีอะไรเดือดร้อนมากกว่าที่กำลังโดนอยู่นี่แล้วล่ะพ่อ ผมจะเอาความรักเป็นเครื่องมือ เพราะพวกมันดีเกินกว่าที่จะยอมเห็นคนที่ตัวเองรักเป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตา”
       พงษ์เลิศครุ่นคิดตามที่อิทธิหาญพูด แววตาของพงษ์เลิศเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
       
       ภายในห้องทำงานของนายกรัฐมนตรีในเวลากลางวันของวันใหม่ ศิวัชนั่งอ่านจดหมายฉบับหนึ่งด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเนติมาที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
       “เนติ์จะลาพักร้อนไปไหนจ๊ะ”
       “ก็ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะพี่ศิวัช เนติ์แค่เหนื่อย เนติ์อยากพัก”
       ศิวัชตัดสินใจพูดออกมา
       “งั้น..เราไปปารีสกันมั้ย”
       “ท่านนายกฯจะไปได้เหรอคะ”
       เนติมาพูดออกมาด้วยความข่มขื่นใจ ศิวัชรู้ตัวดีทุกอย่างรีบลุกมาหาพลางเอื้อมมือไปกุมมือเนติมาทันที
       “เนติ์...”
       “ท่านนายกฯมีภารกิจที่สำคัญมากมายต้องทำ อีกอย่างตั้งแต่คุณตี้เข้ามาช่วยงานที่ทำเนียบ งานของเนติ์ก็ดูจะน้อยลงอยู่แล้ว”
       “เนติ์ พี่...”
       เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งศิวัชและเนติมาหันไปเห็นปฏิพรเปิดประตูเข้ามาส่งยิ้มหวาน
       “พี่ศิวัช..สวัสดีค่ะคุณเนติ์”
       ปฏิพรหันไปทักทายเนติมาอย่างพอเป็นพิธี ขณะที่เนติมาขยับดึงมือออกจากมือศิวัชที่กุมอยู่ทันที ทำเอาศิวัชหน้าเจื่อนไป ปฏิพรรีบเปิดแท็บเล็ตที่ถือมาด้วยรายงานศิวัชอย่างคล่องแคล่ว เหมือนต้องการบอกกับเนติมาถึงการยึดหน้าที่กลายๆ
       “บ่ายนี้พี่ศิวัชมีประชุมกับตัวแทนสมัชชาเกษตรกร ส่วนตอนเย็นมีงานเลี้ยงตัวแทนประเทศยุโรป..เดือนนี้คิวเต็มเอี้ยดเลย แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ตี้จะช่วยไปเป็นกำลังใจให้พี่ศิวัชทุกที่เลยค่ะ”
       “เออ...น้องตี้ พี่ว่าไม่ต้อง...”
       “คุณอาธำรงสั่งให้ตี้ดูแลพี่ศิวัชอย่างใกล้ชิดค่ะ” ปฏิพรพูดแทรก
       ปฏิพรยิ้มพลางกระแซะเข้าไปยืนเบียดศิวัช จนเนติมาต้องเบือนหน้าหนีด้วยความระอาใจ
       “เนติ์...”
       เนติมาหันมาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
       “ไม่เป็นไรค่ะ เนติ์เข้าใจ เนติ์ขอตัวก่อนนะคะ”
       เนติมาฝืนยิ้มให้ศิวัชกับปฏิพรแล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันที ปฏิพรรีบคว้ามือศิวัชที่กำลังจะเดินตามไปแล้วรีบพูดอ้อนทันที
       “เนติ์ !”
       “พี่ศิวัชขา...พี่ศิวัชต้องรีบไปงานแล้วนะคะ”
       ศิวัชถอนใจออกมาด้วยความหนักใจ ปฏิพรมองศิวัชแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข มั่นใจขึ้นมาทุกขณะที่จะได้ครอบครองศิวัช
       เนติมาเดินออกมาจากห้องนายกรัฐมนตรีไปยืนน้ำตาคลอเบ้าพิงบานประตูอย่างหมดเรี่ยวแรงก่อนตัดใจยกมือขึ้นปาดน้ำตาสูดหายใจลึกเรียกสติคืนมา
       
       ภายในห้องนอนของเนติมาในเวลากลางคืน เนติมามองกระเป๋าเสื้อผ้าด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ก่อนหันไปหยิบกระดาษแผนที่บ้านสวนระบิลซึ่งธำรงให้ขึ้นมาดู เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เนติมารีบเก็บแผนที่ใส่ในกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วรีบยกกระเป๋าเสื้อผ้าเก็บในตู้เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบวิ่งไปเปิดประตูห้อง
       ยศวีร์และอนงค์ยืนอยู่หน้าห้อง
       “อ้าว..ดล อ้อ”
       “ทำอะไรอยู่เหรอครับพี่เนติ์”
       “ก็..เคลียร์งานนิดหน่อยน่ะจ้ะ อ่านหนังสือซะดึกเลยนะจ๊ะอ้อ”
       เนติมารีบพูดตัดบท เมื่อเห็นอนงค์ถือหนังสือเรียนสามสี่เล่มอยู่ในมือ
       “จ้ะพี่เนติ์ อ่านจนหนังสือจะอ่านอ้ออยู่แล้วล่ะจ้ะ”
       “ผมก็เลยต้องเดินขึ้นมาส่งนี่แหละครับ กลัวไปหลับกลางทางแถวครัว แถวบันไดโน่น”
       “เว่อร์..น่าพี่ดล”
       อนงค์ชักศอกใส่ท้องดลอย่างทีเล่นทีจริง ทำเอาทั้งสามคนยิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี
       
       บริเวณสวนหย่อม ผู้กำกับวิเชษฐ์กำลังใช้เสียมด้ามเล็กพรวนดินแปลงดอกไม้ที่ระบิลปลูกไว้ ด้วยความตั้งใจพลางพูดกับขวัญชนก
       “ขอโทษนะครับที่มาพรวนดินให้ซะดึกเลย บังเอิญช่วงนี้งานยุ่งนิดหน่อยน่ะครับ”
       ขวัญชนกนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ มองผู้กำกับวิเชษฐ์ด้วยความเกรงใจ
       “ความจริงขวัญทำเองก็ได้นะคะ ที่อยากเก็บเอาไว้ก็เพราะไม่อยากให้คุณระบิลเสียความตั้งใจน่ะค่ะ”
       “นายระบิลรู้เข้าคงดีใจนะครับ แต่ที่สำคัญกว่านั้นถ้าต้นไม้พวกนี้ยังผลิดอกออกใบอยู่ คนในบ้านหลังนี้ก็จะได้มีชีวิตชีวา มีความสุขมากๆไงครับ”
       ผู้กำกับวิเชษฐ์พูดยิ้มๆพร้อมกับหันไปมองหน้าขวัญชนก
       “แต่ผู้กำกับให้ลูกน้องทำก็ได้นี่คะ ขวัญเกรงใจ”
       “ถ้าผมตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างเพื่อสิ่งที่ผมรัก ผมจะลงมือทำด้วยมือของผมเอง ถึงผลของมันอาจไม่ดีที่สุด”
       ผู้กำกับวิเชษฐ์หันไปยิ้มให้ขวัญชนก ก่อนจะพูดออกมาอย่างอบอุ่นและจริงใจ
       “แต่ความรู้สึกทางใจมันมีค่าที่สุดครับ”
       ขวัญชนกชะงักอึ้งเมื่อรู้สึกว่าผู้กำกับวิเชษฐ์บอกความในใจเป็นนัยออกมา ขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์มือถือของผู้กำกับวิเชษฐ์ก็ดังขึ้น
       ผู้กำกับวิเชษฐ์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นชื่อของระบิลขึ้นบนหน้าจอ
       “ระบิล !”
       ผู้กำกับวิเชษฐ์เดินพูดโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
       “ฉันโทรหาแกตั้งหลายครั้ง ทำไมไม่รับสายวะ บางวันก็ปิดเครื่องดื้อๆ กะไม่ติดต่อกับโลกภายนอกแล้วรึไง”
       ระบิลถอนใจ
       “โธ่..พี่เชษฐ์ก็รู้นี่ครับ”
       “แต่แกก็รับสายฉันได้นี่หว่า อ้อ..แกคงเห็นมิสคอลคุณเนติ์แล้วใช่มั้ย”
       “เห็นครับพี่”
       “คุณเนติ์คงโทรหาแกมากกว่าฉันเป็นร้อยครั้งได้มั้ง เขาห่วงแกมากนะ”
       ระบิลถอนใจอีก
       “ผมก็เป็นห่วงคุณเนติ์ครับพี่ ยิ่งรู้ข่าวเรื่องคุณศิวัชเล่นงานพวกนายพงษ์เลิศแล้วยิ่งห่วง ตอนนี้คุณเนติ์เป็นไงบ้างครับพี่”
       ผู้กำกับวิเชษฐ์หันไปมองขวัญชนกที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆด้วยความอยากรู้ ก่อนผู้กำกับวิเชษฐ์จะพูดโทรศัพท์ต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
       “ก็ซึมๆไป ไม่น่าเชื่อนะว่า แกจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกกับคนเข้มแข็งอย่างคุณเนติ์ได้ขนาดนี้”
       ระบิลนิ่งฟังปลายสายด้วยสีหน้าสลดลง
       “ยังไงผมจะติดต่อไปอีกทีนะครับ สวัสดีครับ”
       ระบิลวางสายโทรศัพท์ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองดวงดาวที่พราวอยู่เต็มท้องฟ้า
       
       “เวลาจะทำให้คุณลืม ผมก็แค่คนผ่านเข้ามาในชีวิตคุณเท่านั้น”
        
       อ่านต่อหน้า 2 

จำนวนคนโหวต 17 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 16 คน
95 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
5 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017