หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ตะวันทอแสง

ตะวันทอแสง ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2555 18:33 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ตะวันทอแสง ตอนที่ 2
       ตะวันทอแสง ตอนที่ 2 (ต่อ)
       
       รสาเดินบ่นออกมาที่หน้าบ้าน
       
       “ทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนสองวัน ยังไม่เหนื่อยเท่ากับมาคุยกับคนแบบนี้แค่ไม่กี่นาที”
       รสาถอนหายใจเฮือกใหญ่! ...เฮ่อ...
       พิทยาเดินตามมาเรียก “รส..ยัยรส”
       รสาหันมาแล้วก็ยกมือไหว้พิทยาที่บ้าจี้รับไหว้เหมือนกัน
       “ สวัสดีจ้ะ เฮ้ย... นี่เธอมายกมือไหว้ฉันทำไม”
       “รสขอโทษที่พูดแบบนั้นออกไป แต่..มันเหลือทนจริงๆค่ะ” รสาบอก
       “เฮ่อ..จริงๆ ก็โกรธอ่ะนะ แต่มันเป็นความโกรธบนความเข้าใจ ถ้าพี่เป็นคนพรีเซนต์เห็นลูกค้านั่งฟังไป หาวไป บางทีพี่อาจจะปรี๊สส! ยิ่งกว่ารสก็ได้”
       รสายิ้มนิดๆ .. พิทยาปลอบใจ
       “รสทำดีที่สุดแล้ว .. งานที่ออกแบบมาทั้งสวย ทั้งได้ประโยชน์ใช้สอย และที่สำคัญช่วยเค้าประหยัดไปตั้งเยอะ ก็อย่างที่รสว่า..ให้คุณภัคพิจารณาที่งานก็แล้วกัน ถ้าได้ก็ดี...แต่ถ้าไม่ได้....เราก็แค่หางานใหม่”
       รสาฟังแล้วก็แอบหวั่นๆใจบอกไม่ถูกว่าอยากจะให้เค้าชอบหรือไม่ชอบงานของตัวเอง ทั้งที่ไม่อยากได้งาน
       นี้ แต่รสาก็ยังแอบลุ้นๆอยู่ในใจ
       
       ภคพงษ์เปิดดูภาพแบบที่รสาทำไว้ในไอแพด เปิดดูอย่างพิจารณาทีละภาพ..ทีละภาพ เผด็จนั่งลุ้นอยู่ข้างๆ
       
       รสากับพิทยานั่งรอฟังผลอยู่ที่หน้าบ้านซึ่งเป็นมุมรับแขกเล็กๆ รสาลุ้นเงียบ แต่พิทยามีอาการลุ้นที่แสดงออกมากกว่า ทันใดนั้น...เผด็จเดินออกมาหาด้วยสีหน้าเครียด ในมือถือไอแพดออกมาด้วย
       พิทยาหันไปเห็นก่อน
       “คุณเผด็จมาแล้ว”
       รสาหันขวับไปดู ทั้งสองคนลุกขึ้น เผด็จสีหน้าเครียดมาหยุดยืนตรงหน้ารสาและส่งไอแพดคืนให้
       “ผมต้องขอบคุณคุณรสามากนะครับ ที่เสียเวลาทำงานแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนได้งานชิ้นนี้ออกมา”
       รสารับไอแพดมา เผด็จพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงนิ่งสลดปนอึกอักเล็กน้อย
       “ผมต้องแสดงความเสียใจด้วยนะครับ ที่คุณภัค...”
       รสากับพิทยาก้มหน้าพร้อมยอมรับความจริงที่งานนี้อาจจะไม่ผ่าน
       “ชอบงานคุณรสามาก !”
       รสาอึ้งยังก้มหน้าอยู่เหมือนเดิม แต่พิทยาเงยหน้าขวับ
       “บอกให้คุณรสาทำตามแบบที่เสนอมาโดยไม่มีการแก้ไขเลยครับ”
       รสาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแบบอึ้งๆ
       “จริงเหรอครับ” พิทยาถามย้ำ
       “ครับ... เสียใจด้วยนะครับคุณรส ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่สบายใจที่ต้องทำงานกับคุณภัค แต่คุณคงจะหนีไปไม่ได้แล้วล่ะครับ” เผด็จยิ้มอย่างดีใจ
       “เอ่อ...ค่ะ”
       เผด็จยิ้มแสดงความยินดี ขณะที่พิทยายิ้มดีใจอย่างแรง
       “งั้นพิทจะรีบกลับไปร่างสัญญา และทำใบเสนอราคามาเลยนะครับ”
       รสายังอึ้งอยู่ สัฯชาติญาณรู้สึกว่ามีคนมองมา รสาค่อยๆหันไปที่หน้าต่างบานใหญ่จากอีกฝั่งของตัวบ้าน เห็นภคพงษ์ยืนมองอยู่ พิทยากับเผด็จยังคุยกันอยู่
       “ครับ..หลังจากสัญญาเรียบร้อย ผมจะจ่ายเงินก้อนแรกให้เลย”
       “ด้วยความยินดีมากๆครับ”
       รสากับภคพงษ์มองตากันหนึ่งอึดใจ ก่อนที่ภคพงษ์จะเดินเลี่ยงเข้าบ้านไป ปล่อยให้รสายืนมึนอยู่ที่เดิมด้วย
       ความคิดไม่ถึง
       
       ในเวลาเย็น พิทยา รสา ชีวิน คัพเค้ก และพนักงานอื่นๆ อีก 2-3 คนกำลังฉลองกันอยู่ในบริษัทลงหลักปักฐาน ขวดเชมเปญถูกเปิดออก ปรุ๊! ซ่า
       “ฉลองให้กับงานใหม่ของเรา ไชโยโห่” พิทยาเริ่ม...
       คัพเค้กและบรรดาเด็กๆลูกน้องรับหางเสียง “ฮิ้ววว...” กันอย่างสนุกสนาน
       พิทยารินเชมเปญแจกทุกคน รสายืนร่วมวงอยู่ด้วยใบหน้าครุ่นคิดจนชีวินหันมาทัก
       “รส..ไม่ดีใจเหรอ”
       “เฮ่อ..มันก็ดีใจ แต่มันดีใจแบบ..ไม่สุดไงไม่รู้”
       “คิดมาก...วินว่า การที่คุณภคพงษ์ยอมรับแบบของรสโดยไม่แก้แม้แต่นิดเดียว แสดงว่าเค้ายอมรับฝีมือรสในระดับหนึ่ง วินว่ามันน่าจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น”
       “แต่เราคิดว่า...ไม่น่าจะง่าย”
       รสายังคงกังวลกับสิ่งที่ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าคืออะไร ?
       
       เวลากลางวัน วันต่อมา ที่หน้าเรือนหลังเล็ก ปลี่ยนกำลังคุมคนงานทยอยขนของบางส่วนออกจากบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ บางส่วนถูกยกใส่รถกะบะเล็ก บรรยากาศของการก่อสร้างเริ่มขึ้น
       
       รสาอยู่ในชุดทะมัดทะแมงถือไอแพดและสมุดโน้ตหนึ่งเล่มเดินนั่ง วิศวกรวางงานระบบ 3 คนที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่
       เริ่มจากในห้องโถง รสาเปิดภาพในไอแพดพร้อมอธิบาย
       “ระบบไฟในบ้านต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เพราะชุดเดิมเก่ามาก รสขอเปลี่ยนเป็นระบบไฟหรี่ ปิดเปิดด้วยสวิตซ์สองทาง และมีแผงควบคุมกลางอยู่ที่หน้าบ้าน”
       รสาเดินไปพูดไปอยู่ในบริเวณทางเดินในบ้านกับวิศวกรทั้ง 3 คนที่เดินตามและจดรายละเอียด
       “ตอนที่ออกแบบระบบไฟ ลงสเปกเป็นหลอดประหยัดไฟทั้งหลังนะคะ”
       รสาเปิดประตูห้องน้ำเข้ามา อธิบายพลางชี้
       “ระบบประปาต้องเดินท่อน้ำใหม่ ท่อเดิมอยู่ผนังด้านนี้ สกัดและเปลี่ยนท่อใหม่ ส่วนระบบน้ำทิ้งจากเครื่องสุขภัณฑ์อยู่ที่พื้นไม่ต้องเปลี่ยนใช้จุดเดิม แต่เครื่องสุขภัณฑ์เปลี่ยนใหม่หมด รสจะเป็นคนเลือกเอง”
       วิศวกรระบบประปาจดรายละเอียด
       ภายในห้องจัดเลี้ยงอีกห้องหนึ่ง รสายืนอยู่กับวิศวกรชุดเดิม
       “ส่วนระบบปรับอากาศต้องทำใหม่หมด รสเลือกใช้ระบบวีอาร์วีที่ทางบริษัทเสนอมาเพราะประหยัดไฟ แล้วก็ช่วยลดจำนวนคอนเดนซิง ไม่ทำลายความสวยงามของตัวบ้าน เดี๋ยวรสจะพาไปดูจุดที่จะวางคอนเด็นซิ่งนะคะ”
       
       รสาเดินนำไปด้วยความทะมัดทะแมง วิศวกรเดินตามไป

ตะวันทอแสง ตอนที่ 2
       นอกเรือนหลังเล็ก เผด็จเดินมาเห็นเปลี่ยนกับคนงานช่วยกันยกเฟอร์นิเจอร์บางส่วนขึ้นรถกะบะ เปลี่ยนเดินมาถามเผด็จ
       
       “คุณเผด็จจะให้ผมเอาของพวกนี้ไปไว้ที่ไหนครับ”
       เผด็จคิดนิดนึงแล้วบอก
       “เอาไปไว้ที่โรงเก็บของบ้านใหญ่ก่อน แล้วฉันจะถามคุณภัคอีกทีว่าจะเอาไปไว้ไหน”
       “ครับ”
       เปลี่ยนรับคำและรีบเดินไปที่รถกะบะ ขึ้นรถ และขับออกไป ในขณะที่เผด็จเดินเข้าไปในบ้าน
       
       รสากำลังคุยกับวิศวกรที่ห้องโถง
       “รสขอดูแบบแปลนของงานระบบทั้งหมดภายในอาทิตย์นี้นะคะ เพราะเจ้าของบ้านเร่งมาก”
       “ครับ”
       วิศวกรรับคำแล้วก็เดินออกไป เผด็จเดินสวนเข้ามา
       “คุณรสาเริ่มงานวันแรกเป็นยังไงบ้างครับ”
       “ยังไม่มีอะไรมากค่ะ รสให้วิศวกรงานระบบมารับงานเพื่อนำไปออกแบบ”
       “เหนื่อยหน่อยนะครับ คุณรส”
       “เหนื่อยงานไม่กลัวหรอกค่ะ”
       “กลัวเหนื่อยคนใช่มั้ยครับ”
       รสายิ้มนิดๆ แทนคำตอบ
       
       ในเวลาต่อมา รถของพักตร์วิมลแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านเถลิงยศราวกับเป็นเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะเดินลงมาจากรถและเดินเข้าบ้าน พักตร์วิมลเพ่งมองไปที่โรงเก็บของด้วยความอยากรู้
       รถกะบะกำลังขนของลงไปเก็บในห้องเก็บของ เปลี่ยนช่วยคนงานยก มีปุยนุ่นคอยยืนสาระแนอยู่ข้างๆ พักตร์วิมลเดินจิกเข้ามาแสดงความเป็นเจ้าของบ้าน แต่พอเปิดปากพูด ก็ทำเป็นเสียงว้าน..หวาน ราวกับเป็นนางเอก
       “ทำอะไรกันเหรอจ๊ะ”
       ปุยนุ่น เปลี่ยน และคนงานหันไปตามเสียง ปุยนุ่นยิ้มกว้างแล้ว รีบเข้าไปสาระแน ประจบสอพลอ
       “คุณพักตร์วิมล ! คุณแพตมาถึงนานหรือยังคะ ดื่มน้ำอะไรดีคะ เดี๋ยวปุยนุ่นไปเอามาให้ค่ะ”
       “ไม่เป็นไรจ้ะ แพตไม่อยากดื่ม แต่แพตอยากรู้ว่าทำอะไรกัน แล้วเฟอร์นิเจอร์พวกนี้มาจากไหน”
       พักตร์วิมลตีหน้าเป็นนางเอกแสนดีใส่อย่างแนบเนียน และนุ่มนวล
       
       รถของพักตร์วิมลมาจอดเทียบที่เรือนหลังเล็ก ก่อนลงจากรถ เชิดหน้าแสดงความเป็นเจ้าของ นางเอกสาวมองเข้าไปในบ้านด้วยความฮึกเหิมบางอย่าง
       
       สายใจกำลังยกผลไม้ลอยแก้วใส่โหลสวยหรูมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร เปลี่ยนกับปุยนุ่น วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาในบ้าน
       “ป้า...ป้า...เกิดเรื่องแล้ว”
       สายใจยกมือห้ามบอก
       “ยังไม่ต้องเล่า ชั้นกำลังเตรียมของว่างให้คุณหนู นังปุยนุ่นไปเรียนคุณหนูว่าของว่างเรียบร้อยแล้ว”
       “นังปุยอย่าเพิ่งไป เดี๋ยวสิป้า..ฟังฉันก่อน แป๊บเดียว”
       สายใจหันมาเอ็ด
       “ไอ้เปลี่ยน เอ็งเป็นอะไรของเอ็ง ไหนว่ามาสิ มีเรื่องอะไร ถ้าไม่สำคัญเอ็งโดนแน่”
       “ก็..นังปุยนุ่นน่ะสิดันไปบอกคุณแพตว่า คุณภัคกำลังซ่อมแซมเรือนหลังเล็ก เค้าก็เลยรีบขับรถไปดู ฉันก็กลัวว่าถ้าไปเจอคุณรสา แล้วเห็นว่า คนมาทำบ้านให้คุณภัคเป็นผู้หญิงแถมยังสวยอีก มีหวังอาละวาดเละแน่”
       “นังปุยนุ่น แล้วเอ็งไปบอกเค้าทำไมหะ”
       ปุยนุ่นหน้าจ๋อยๆ
       “ฉันลืมตัวอ่ะ..เห็นดาราแล้วมันหน้ามืด ใจสั่น เค้าถามอะไรก็บอกหมด แต่คุณเผด็จอยู่กับคุณรสาไม่ใช่เหรอคะ คุณเผด็จคงจะช่วยคุณรสาได้”
       ทันใดนั้นเสียงเผด็จก็ดังเข้ามา
       “นินทาอะไรฉันหะ”
       ทั้งสามคนหันไป เผด็จเดินยิ้มเข้ามา
       “คุณเผด็จ !” ทั้งสามคนร้องเรียกขึ้นพร้อมกัน
       
       พักตร์วิมลเดินเข้ามาในเรือนหลังเล็กพร้อมกับกวาดสายไปรอบๆบ้าน ด้วยความชอบ เก่าแต่ก็ยังสวย พักตร์
       วิมลเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนมาถึงที่บริเวณโถง พักตร์วิมลได้ยินเสียงกึกกักๆ เหมือนมีคนเดิน หันขวับไปแล้วก็
       ขมวดคิ้ว
       พักตร์วิมลเห็นรสากำลังยืนสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม รสาดูสวย เก๋ ฉลาดกว่ามาก พักตร์วิมลเห็นแล้วก็ไม่พอใจ ตวาดเสียงดัง
       “เธอเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
       รสาสะดุ้งนิดๆ เงยหน้าขึ้นเห็นพักตร์วิมลยืนสวยจิกอยู่ข้างหน้า สองคนมองหน้ากัน
       รสาจำได้ทันที ...พักตร์วิมลเคยนั่งกินข้าวกับภคพงษ์ ตอนที่เจอกันครั้งแรก
       
       เผด็จหน้าเครียดเล็กน้อยขึ้นมาทันทีแล้วถาม
       “แล้วนี่คุณพักตร์วิมลไปนานหรือยัง”
       ปุยนุ่นยืนอึกอักๆ สายใจตอบแทน
       “ไม่นานค่ะ อาจจะสวนกับคุณเผด็จเมื่อกี้ก็ได้ค่ะ”
       เผด็จคิด สายใจแสดงความเห็นอย่างสุภาพ
       “ป้าว่าคุณเผด็จไปดูสักหน่อยดีกว่านะคะ ก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”
       ทันใดนั้นเสียงภคพงษ์ก็ดังขึ้น
       
       “เรื่องใหญ่อะไร”

ตะวันทอแสง ตอนที่ 2
       ภายในเรือนหลังเล็ก พักตร์วิมลจิก วีนใส่รสา
       
       “ฉันถามว่าเธอเป็นใคร ไม่ได้ยินหรือไง”
       รสาตั้งหลักระงับอารมณ์เซ็ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
       “ฉันเป็นมัณฑนากร”
       “หน้าอย่างเธอเนี่ยนะ มัณฑนากร”
       “หน้าอย่างฉันนี่ล่ะค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อสอบถามไปที่บริษัทฉันได้ ฉันไปทำงานก่อนนะคะ”
       “เดี๋ยว ! ในเมื่อเธอเป็นมัณฑนากร ฉันขอดูแบบบ้านหลังนี้หน่อย หน้าตาเหมือนเพิ่งจบออกแบบมั่วหรือเปล่าก็ไม่รู้”
       รสาชักสีหน้านิดๆด้วยความเอือม
       “ฉันคงให้คุณดูไม่ได้”
       “นี่เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ” พักตร์วิมลส่งเสียงเข้มจิก
       “ฉันไม่ได้ขัด ฉันแค่ไม่ทำตาม”
       พักตร์วิมลจี๊ด...อ้าปากจะด่าต่อ รสาแย้งขึ้น
       “ฉันจะให้คุณดูได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของบ้านเท่านั้น”
       “แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร?”
       “ไม่ทราบค่ะ”
       พักตร์วิมลตาโตเป็นไข่ห่านด้วยความโกรธ จ้องรสาแบบอยากจะกินหัวมัน ว้าย...นังบ้านนอกไม่รู้จักฉัน !!
       เปลี่ยนขับรถกอล์ฟปราดเข้ามาจอดที่หน้าเรือนหลังเล็กด้วยความรวดเร็ว ภคพงษ์ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้านอย่างไม่รีบร้อนจนเสียกริยา แต่ก็ดูออกมาว่าร้อนใจ เปลี่ยนกำลังจะลงรถตามไป ปุยนุ่นปั่นจักรยานมาจอดท้ายรถกอล์ฟ ปุยนุ่นหอบแฮ่ก แทบจะขาดใจตาย
       “ไอ้ปะ..เปลี่ยน..เปลี่ยน...ระ..รอด้วย”
       เปลี่ยนหันมาพูดด้วยความสมเพช
       “รอไม่ได้ ฉันต้องรีบตามคุณภัคเข้าไปก่อน”
       เปลี่ยนรีบวิ่งตามไป ปุยนุ่นยังเกาะรถอยู่ หอบแฮ่ก ภคพงษ์เดินนำเข้าไปในบ้าน
       
       รสายังยืนอยู่ที่เดิมด้วยความเบื่อหน่าย ในขณะที่พักตร์วิมลเชิดหนักกว่าเดิม
       “มองหน้าชั้นให้ดี แล้วใช้สมองที่อาจจะมีไม่มากนัก ทบทวนดูอีกทีสิ ว่าฉันเป็นใคร”
       รสาเบื่อหนักกว่าเดิม
       “ฉันมีเรื่องสำคัญมากกว่านี้ที่ต้องทำ..ขอโทษนะคะ”
       รสากำลังจะหันไป พักตร์วิมลปรี๊ดขึ้นมาทันที แผดเสียงลั่น!!!
       “ฉันชื่อพักตร์วิมลเป็นแฟนของภคพงษ์ !”
       ที่หน้าห้อง ภคพงษ์เดินมาได้ยินพอดีก็ชะงักหยุดเดินแล้วก็ยกมือขึ้นห้าม เปลี่ยนที่วิ่งตามมารีบหยุดทันที เปลี่ยนชะงักเท้าเบรกแทบไม่ทัน เปลี่ยนทรุดนั่งลงที่พื้นอยู่ห่างจากภคพงษ์เล็กน้อย
       รสาไม่ตื่นเต้น พักตร์วิมลยังแสดงอิทธิฤทธิ์ต่อไป
       “ภคพงษ์เป็นเจ้าของบ้านนี้ ฉันเป็นแฟนเค้าก็เท่ากับเป็นเจ้าของบ้านเหมือนกัน”
       พักตร์วิมลเดินกรีดมือเข้ามา
       “เอาแบบบ้านมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้ !”
       รสามองหน้าพักตร์วิมลด้วยความเอือมระอา แต่ไม่ยอมยื่นให้ ที่หน้าห้อง..ภคพงษ์รอฟังว่ารสาจะว่ายังไง
       ปุยนุ่นวิ่งหอบมา เปลี่ยนรีบหันมาจุ๊ปากให้หยุด ปุยนุ่นเบรกเอี๊ยดแล้วก็ทรุดนั่งที่พื้นแอบฟังอยู่ข้างๆเปลี่ยน
       รสามองหน้าพักตร์วิมลแล้วก็พูดเสียงเข้ม
       “ถึงคุณจะเป็นแฟนเจ้าของบ้าน ฉันก็ให้คุณดูไม่ได้ เพราะบริษัทของเราทำสัญญากับคุณภคพงษ์ ไม่ใช่คุณภคพงษ์และแฟนเพราะฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องทำตามความต้องการของคุณ”
       พักตร์พิมลตาโตเป็นไข่ห่าน อ้าปากค้างอย่างอึ้ง พูดไม่ออก ภคพงษ์ที่ยืนฟังอยู่อย่างเงียบๆ แอบอมยิ้มนิดๆ
       รสาพูดต่ออย่างฉะฉาน ไม่กลัว
       “ที่ฉันทำแบบนี้เพราะต้องการรักษาผลประโยชน์ให้แฟนคุณ เพราะถ้าฉันยอมให้ผู้หญิงทุกคนที่อ้างว่าเป็นแฟนคุณภคพงษ์ดูแบบหรือแก้แบบ มันคงจะวุ่นวายมาก”
       ภคพงษ์ยิ้มมากขึ้นนิดนึง..พอใจกับคำตอบ เปลี่ยนกับปุยนุ่นค่อยๆหันมามองภคพงษ์ด้วยความแปลกใจ
       
       รสายังยืนอยู่ที่เดิมด้วยความเบื่อหน่าย พักตร์วิมลกรี๊ดลั่น ตัวสั่นเป็นผีเข้า
       “นี่หล่อนหาว่าฉันแอบอ้างเป็นแฟนภัคหรือไงหะ”
       “ฉันแค่พูดตามความเป็นจริง ถ้าคุณอยากจะดูแบบจริงๆ ก็กรุณาไปขอดูจากแฟนคุณ เพราะเค้าเองก็มีอีกหนึ่งชุด แต่ถ้ามาขอจากฉัน..ฉันคงให้ไม่ได้.. ขอตัวก่อนนะคะ ฉันเสียเวลามากแล้ว”
       รสาหันหลังให้พักตร์วิมล พักตร์วิมลปรี๊ส! ขึ้นทันที
       “เธอไม่มีสิทธิ์หันหลังให้ฉัน”
       รสาส่ายหน้าไม่สนใจ เดินไปทำงานต่อ
       “ส่งแบบมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ !”
       พักตร์วิมลกัดฟันกรอดแล้วก็พุ่งเข้ามากระชากไอแพดออกไปจากมือรสา
       “ฉันบอกให้ส่งมาให้ฉัน เอามานี่”
       รสาตกใจรีบกอดไอแพดไว้แน่น พักตร์วิมลดึงมาอย่างรุนแรงและไร้มารยาท
       “นี่คุณจะทำอะไร”
       “เอามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้นะ เอามาสิ”
       ทันใดนั้นเสียงภคพงษ์ก็ดังขึ้น
       “พอได้แล้ว !”
       พักตร์วิมลตกใจชะงักกึก ภคพงษ์เดินเข้ามาหน้าเคร่งขรึม
       “ผมไม่ชอบความวุ่นวาย!”
       รสาชะงักนิดๆ พักตร์วิมลหน้าเสียแล้วก็รีบปรับอารมณ์แสดงละครอย่างมืออาชีพ
       “ภัคคะ.. คุณกำลังเข้าใจผิดนะคะ แพตไม่ได้สร้างความวุ่นวาย แต่แพตทำไปด้วยความหวังดี แพตอยากจะช่วยคุณนะคะ”
       รสาปรายตามามองพักตร์วิมล แววตาไม่วางใจ พักตร์วิมลบีบเสียงให้ดูเป็นคนดี
       “คือว่า..แพตพอจะมีความรู้เรื่องการออกแบบอยู่บ้าง อาจจะไม่ได้เรียนมาโดยตรง แต่ตอนเรียนการแสดง ก็ต้องเรียนการออกแบบฉากละครด้วย”
       รสาหันมามองหน้าพักตร์วิมลมากกว่าเดิม ตาโตขึ้นเล็กน้อย...ออกแบบฉากละครเนี่ยนะ
       “แพตก็เลยคิดว่า.. ถ้าได้ดูแบบบ้านอาจจะช่วยคุณได้ ที่จริงถ้ามัณฑนากรของคุณให้แพตดูแบบดีๆ เรื่องมันก็ไม่วุ่นวายแบบนี้”
       รสาเลิกคิ้ว...
       “เป็นความผิดของฉันเหรอเนี่ย”
       พักตร์วิมลทำหน้านางเอ๊ก..นางเอก
       “เธออาจจะไม่อยากยอมรับ แต่ ใช่จ้ะ เธอผิด!” พักตร์วิมลจงใจตอกย้ำด้วยการกดน้ำเสียง
       รสาหันมาทางภคพงษ์ที่ยืนเฉยไม่พูดอะไร พร้อมกับเลิกคิ้วนิดๆ เหมือนอยากจะรู้ว่ารสาจะทำยังไง .. รสายิ่งแค้นหันมาทางพักตร์วิมล
       “ได้ค่ะ ในเมื่อคุณโยนความผิดมาให้ฉัน และเจ้าของบ้านก็เหมือนจะเห็นด้วย งั้นก็เอาไปเลย” รสาพูดพลางส่งไอแพดให้แล้วพูดต่อ
       “ถ้าอยากจะแก้ไขอะไรก็เชิญ เพราะคุณเองก็มีความรู้การออกแบบฉากละครซะด้วย คงไม่จำเป็นต้องจ้างฉัน!”
       ภคพงษ์ปรายตามามองหน้ารสา พักตร์วิมลเบ้ปากนิดๆ ยิ้มเยาะ รับชัยชนะ รสายืนยันกับภัคพงษ์ตามที่พูด
       “ตอนนี้คุณมีมัณฑนากรใหม่แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันขอถอนตัว”
       รสาประกาศชัด แววตาแข็งกร้าว ภคพงษ์มองหน้ารสา..ท้าทายกันทางสายตา
       
       เปลี่ยนกับปุยนุ่นเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่หน้าห้อง พอได้ยินว่ารสาจะถอนตัว ทั้งสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ตะวันทอแสง ตอนที่ 2
       รสากับภคพงษ์ยังประสานสายตาแบบไม่มีใครยอมใคร พักตร์วิมลแทรกขึ้นมาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
       
       “ถอนตัวก็ดี คนหัวแข็งอย่างเธอทำงานด้วยก็เหนื่อยเปล่า ว่านิดว่าหน่อยก็ไม่ได้ เพิ่งจบแล้วยังจะมาอวดเก่ง ฉันกับภัคไม่ง้อ เชอะ! ”
       รสาสะท้านในใจเล็กๆ อารมณ์พุ่ง แต่พยายามระงับไว้ก่อนคุมเสียงไม่ให้สั่นเพราะความโกรธ
       “หมดธุระแล้ว..ดิฉันกลับล่ะ”
       รสากำลังจะหันไปหยิบกระเป๋าเพื่อกลับบ้าน พักตร์วิมลยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ
       “เดี๋ยว ! ยังไปไม่ได้” ภคพงษ์พูดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
       รสาชะงั กรอกตาด้วยความเซ็ง ภคพงษ์หันมาดึงไอแพดไปจากมือพักตร์วิมลทันทีเดินเอาไปให้รสา
       “ทำงานของคุณให้จบ ผมถึงจะยอมให้คุณไป”
       ภคพงษ์ยิ้มนิดๆที่มุมปาก รสาแปลกใจ พักตร์วิมลแทบกรี๊ดแล้วพูดเสียงแข็ง
       “ภัคคะ !”
       ภคพงษ์ หันมาทางพักตร์วิมลแล้วบอก
       “แพต ! ต่อไปนี้ ถ้าผมไม่อนุญาต ห้ามคุณมาที่นี่”
       พักตร์วิมลผงะหน้าเสีย
       “ภัค”
       ภคพงษ์ ส่งเสียงดังเรียก “เปลี่ยน !”
       เปลี่ยนสะดุ้ง
       “คะ..ค้าบ”
       เปลี่ยนรีบวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้อง ปุยนุ่นชะเง้อมองอย่างอยากรู้
       “คุณภัคเรียกผมมีอะไรครับ”
       ภคพงษ์หันมาสั่ง
       “พาคุณแพตไปที่เรือนใหญ่”
       “ครับ !”
       พักตร์วิมลช็อกกัดฟันกรอด แล้วก็พูดออกมาด้วยความแค้นและไม่เข้าใจ
       “ไม่ต้องค่ะ แพตไปเองได้ !”
       พูดจบแล้วพักตร์วิมลก็เดินย่างสามขุมเข้ามารสาแล้วก็พูดเบาๆแบบได้ยินกันสองคน
       “ฉันไม่ยอมจบแค่นี้แน่”
       พักตร์วิมลมองหน้ารสาเหยียดๆ แล้วก็สะบัดหน้าใส่ เดินจิกส้นสูงออกไป รสามองตามนิดๆ ไม่หวั่นไหว แต่เพลียใจ เปลี่ยนมองเลิ่กลั่กๆ ภคพงษ์โบกมือไล่ให้ออกไป เปลี่ยนก้มหน้ารับแล้วก็รีบเดินตามพักตร์วิมลออกไป ในห้องเหลือรสาและภคพงษ์สองคน
       
       พักตร์วิมลเดินจิกส้นออกมาจากห้องด้วยความหงุดหงิดอย่างแรง ปุยนุ่นมองตามด้วยความเกรงๆ ก้มหน้าไม่กล้าสู้ตา เปลี่ยนรีบเดินพรวดพราดตามมาเรียกและรีบลากปุยนุ่นให้ตามพักตร์วิมล
       “ไปได้แล้ว..เร็ว”
       
       ภายในเรือน รสาเบือนหน้าหนีจากภคพงษ์ไม่พูดไม่จา หันหลังจะกลับไปทำงานต่อ
       “ต่อไปอย่าทำเหมือนเด็กๆแบบนี้อีก” ภคพงษ์พูดขึ้น
       รสาชะงักกึกหันขวับมาด้วยหน้าตาไม่พอใจ
       “ทำตัวเหมือนเด็ก”
       “ใช่ เอะอะ ไม่พอใจ ก็ขอถอนตัว ขอลาออก ทำตัวไม่สมกับเป็นมืออาชีพ”
       รสาโกรธจนหน้าแดง
       “ถ้าคุณคิดว่า ดิฉันไม่เป็นมืออาชีพ คุณไม่จำเป็นต้องจ้างดิฉันก็ได้นะคะ”
       “นิสัยชอบท้าทาย ข่มขู่แบบนี้ ... ก็เลิกได้แล้ว”
       รสาสะอึก
       “เพราะไม่ว่าคุณจะท้าทายยังไง ... ผมก็ไม่เลิกจ้างคุณ !”
       ภคพงษ์ยิ้มนิดๆ โชว์เหนือ แล้วก็เดินออกไป รสามองตามด้วยความหงุดหงิด
       
       บริเวณมุมสายใจ เผด็จพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ
       “แล้วคุณพักตร์วิมลเธอก็ยอมแพ้เนี่ยนะ”
       ปุยนุ่นกับเปลี่ยนรีบรายงานด้วยความสาระแน เผด็จและสายใจฟังด้วยความสนใจ
       “ใช่ครับ ผมเองก็แปลกใจ แต่ผมว่า..คุณพักตร์วิมลแกคงเกรงๆ เพราะคุณภัคเธอพูดแบบจริงจังมากๆเลยนะครับ” เปลี่ยนว่า
       “ถึงว่า..ตอนคุณพักตร์วิมลเดินออกมา หน้าเงี้ยะคว่ำเป็นกาละมังบุบเลยค่ะ” ปุยนุ่นบอก
       “นี่นังปุย ไม่ต้องมาแจ๋นออกความเห็น ที่เรื่องมันบานปลายแบบนี้ก็เพราะหล่อน ถ้าไม่ปากมากพูดจาไม่มีหูรูด เรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้” สายใจว่า
       ปุยนุ่นหน้าจ๋อย
       “ปุยนุ่นขอโทษ ปุยนุ่นผิดไปแล้ว”
       “ไม่ต้องเลย สำนึกได้แป๊บเดียว เดี๋ยวก็ปากมากอีกตามเคย”
       ปุยนุ่นก้มหน้างุดอย่างรู้ตัว พร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ
       “แหะๆ”
       สายใจส่ายหน้าไม่ได้ดั่งใจ เผด็จคิดๆแล้วก็พูดออกมา
       “แต่อย่างน้อย มันก็ทำให้เราเห็นว่า คุณรสารับมือกับเรื่องแบบนี้ได้ ฉันเองก็จะได้สบายใจ เพราะ..กว่าจะจบงานนี้เห็นทีจะต้องเจออีกเยอะ !”
       เผด็จทำนายอย่างมั่นใจ สายใจพยักหน้านิดๆอย่างเห็นด้วย และรู้สึกเห็นใจรสา
       
       พักตร์วิมลยืนรออยู่ในห้องนั่งเล่น สีหน้าตาบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะรีบลบหน้าทำหน้าทันทีเมื่อภคพงษ์เดินเข้ามา
       “ภัคคะ...”
       “ผมเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้คุณคงต้องไปชอปปิ้งคนเดียว ขอโทษด้วย”
       ภคพงษ์พูดอย่างสุภาพแล้วก็เดินเลี่ยงขึ้นบ้านไปอย่างเฉยชา พักตร์วิมลแทบคลั่ง
       “ภัคคะ ภัค ภัค”
       ภคพงษ์เดินจากไปอย่างไม่ไยดี พักตร์วิมลแทบอยากจะร้องกรี๊ดออกมาเหมือนในละคร แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่ยืนปากสั่นด้วยความโกรธ
       “ภัคเป็นอะไร เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้”
       พักตร์วิมลคิดแล้วก็เอะใจ ...
       “เดี๋ยว ! ยังไปไม่ได้”
       ภคพงษ์หันมาดึงไอแพดไปจากมือพักตร์วิมลมายื่นให้รสา
       “ทำงานของคุณให้จบ ผมถึงจะยอมให้คุณไป”
       ภคพงษ์อมยิ้มนิดๆ
       พักตร์วิมลกัดฟันด้วยความแค้น หึงและหวงทันที
       “หรือว่า...จะเป็นเพราะมัน อีนังติสท์แตก!”
       
       พักตร์วิมลจิกหางตาอย่างน่ากลัว

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
ตะวันทอแสง ตอนที่ 13
ตะวันทอแสง ตอนที่ 12
ตะวันทอแสง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014