หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แรงเงา

แรงเงา ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 กันยายน 2555 04:37 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
แรงเงา ตอนที่ 1
        แรงเงา ตอนที่ 1
       
       บริเวณบึงบัวกว้างใหญ่แห่งนั้น บนเรือลำเล็กๆ ลำหนึ่งที่ถูกพายแล่นมา มีเด็กหญิงฝาแฝดอายุประมาณ 7-8 ขวบ คนหัวเรือนั้นเด็กหญิงผิวขาวใสแก้มอิ่ม ผมยาวตรงดำมันขลับ บนศีรษะสวมมงกุฎดอกไม้ที่ทำจากดอกไม้สีขาวหลายดอกเอาก้านกิ่งและใบสีเขียวสดขดเป็นวง
       
       ส่วนเด็กหญิงคนท้ายเรือที่กำลังพายอย่างแข็งแรง ผิวคล้ำใบหน้ามอมแมม รูปร่างผอมเกร็ง ผมหยิกตัดสั้นแค่คอ มีพลาสเตอร์แปะตามแขนขา และกำลังหน้าหงิกงออย่างไม่พอใจจนดูแทบไม่ออกว่าเป็นเด็กฝาแฝด
       “ไปทางนู้นอีกซี”
       มุตตา เด็กหญิงที่สวมมงกุฎดอกบัวบนศีรษะบอก
       “เฮอะ”
       มุนินทร์ แฝดผู้พี่ที่กำลังพายเรือแค่นเสียงแดกดัน แต่ก็พายไปให้ หัวเรือเข้าไปในกอบัวใกล้ๆ มุตตาเด็ดฝักบัว 2-3 ก้านมาวางกลางเรือที่มีดอกบัว ฝักบัวกองอยู่หลายก้าน
       “พอแล้ว ไปทางนู้นอีก” มุตตาบอก
       “ไม่ไป”
       “ต้องไปซี พ่อสั่งแล้วนะว่าต้องพายให้ตานั่ง”
       มุนินทร์แลบลิ้นใส่ “ไม่สน”
       “จะฟ้องพ่อ” มุตตาว่า
       “ไปก็ได้ แต่ต้องให้ฉันใส่มงกุฎก่อน” มุนินทร์มีข้อแลกเปลี่ยน
       มุตตาเอามือแตะมงกุฎดอกบัวบนผมด้วยท่าทางหวงแหน ก่อนจะบอก
       “ไม่เอา”
       “งก”
       “ไม่งก ของตา แม่ทำให้ตาคนเดียว”
       มุนินทร์กัดริมฝีปาก ตาวาวขึ้น เถียง “ไม่จริง แม่ให้แบ่งกันใส่”
       “ใครบอก แม่บอกให้ตาคนเดียว ไม่ให้ตัว เพราะตัวดื้อ เด็กดื้อ ไม่มีใครรักหรอก” มุตตาลอยหน้าลอยตาพูด มุนินทร์วางพายลงอย่างแรง ปากเม้ม ตาวาวจ้า
       “ไม่จริง”
       “จริง”
       “เอามา”
       มุนินทร์เข้ามาแย่งยื้อมงกุฎดอกไม้ มุตตาดิ้นรนไม่ยอม มุนินทร์สะบัดสุดแรงทำให้มุตตาเสียหลักตกน้ำดังตูม มุตตาร้องวี๊ดก่อนที่ร่างจะจมหายไป เหลือเพียงมงกุฎดอกไม้ลอยอยู่บนผิวน้ำ มุนินทร์ยืนเท้าสะเอวยิ้มอย่างสาแก่ใจ
       “ดี สม”
       มุนินทร์มองลงไปในน้ำ เห็นแต่ฟองอากาศผุดพรายก็ชะงัก หน้าเสีย
       
       เวลานั้น มุตตาตะเกียกตะกายอยู่ใต้น้ำ ดวงตาเบิกกว้าง แขนขากวักไกว แต่ร่างกลับจมดิ่งลง เสื้อผ้าที่ใส่โบกไหว ผมยาวแผ่สยายไป ฟองอากาศมากมายผุดพรายขึ้น
       
       ร่างมุตตาในวัยเด็กกลับกลายเป็นสาวผมยาวในชุดนอนบางพลิ้ว ร่างเธอจมดิ่งลงช้าๆ ผมยาวสยาย อาการดิ้นรนหายไป ดวงตาเบิกกว้างปราศจากชีวิตอีกต่อไป
       
       มุตตาผวาลุกขึ้นมาบนเตียง ใจสั่นระทึกจากความฝัน แล้วค่อยๆ สงบลง หันไปเปิดโคมไฟหัวเตียงเผยให้เห็นห้องนอนกว้างของบ้านที่ออกแนวบ้านปีกไม้แบบฝรั่งชนบท
       มุตตาเป็นสาวสวย ใบหน้างดงาม แต่ดวงตากลับมีแววเศร้าบางอย่าง มุตตาลุกขึ้นจากเตียงมานั่งหน้ากระจกเงา มองดูเงาสะท้อนในกระจกแล้วทอดสายตามองดูไซด์บอร์ดเตี้ยข้างๆ ที่มีรูปวัยเด็กของตัวเองมากมาย ประดับในกรอบรูปงดงาม อีกด้านของห้องเป็นชั้นหนังสือ โทรทัศน์และเครื่องเล่นดีวีดี บรรดาหนังสือในห้องล้วนออกแนวหนังสือพาฝันสำหรับผู้หญิง กับทั้งมีนิยายโรแมนซ์มากมายวางอยู่
       
       วันต่อมา นางพิณวัย 50 ปี หน้าตามีเค้าสวยอยู่ แต่งตัวงดงาม แต่ก็เห็นชัดว่าเป็นชาวบ้านที่เพิ่งจะร่ำรวยขึ้นมา ท่าทางคมเค็มปากจัดพอตัวนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ถัดไปคือนายแปลก สามีนางพิณที่วัยไล่เลี่ยกัน ท่าทางใจเย็น นั่งอยู่บนโซฟากำลังดูข่าวทางโทรทัศน์
       มุตตาเดินมาจากนอกตัวบ้านพลางถอดหมวกออก
       “ตา เช็คคอมพิ้วซี พี่เขาส่งอีแมวมาหรือยัง” พิณบอกลูกสาว
       “เขาเรียกอีเมล์” แปลก แย้ง
       “วุ้ยเหมือนกันแหละ ไง พี่เขาบอกว่าอะไร”
       มุตตาคลิกเปิดอ่านอีเมล์ แล้วสรุปความให้แม่ฟัง
       “บอกว่าทำธีซีสเสร็จแล้ว กำลังรอสอบดีเฟนซ์ค่ะ”
       “หา นั่นภาษาคนหรือ ทำไมฟังไม่รู้เรื่อง”
       “แปลว่ารายงานใหญ่เสร็จแล้ว รอสอบ ถามตอบกับอาจารย์ค่ะ”
       “งั้นอีกหน่อยก็กลับมาแล้วซี อุ๊ยดีใจจัง”
       “ไม่รู้ซีคะ”
       มุตตาตอบอย่างไม่พอใจนิดๆ แปลกยิ้มนิดๆ
       “ยายนินน่ะมันหัวดี เรียนอะไรก็ได้ทุน พ่อแม่ไม่เคยต้องควักเนื้อเลย”
       “ใช่ ไม่เหมือนแกนะยายตา แกน่ะกว่าจะจบ ต๊าย หมดเงินไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร”
       “ยังไงยายตาก็เรียนจบน่ะ”
       “เรียนมหาวิ'ลัยเอกชนแพงจะตาย ดีนะที่ยายนินหาเงินเก่ง ไม่งั้นแกก็ไม่จบหรอกนี่ถ้าไม่ได้พี่ แกก็คงไม่มีเงินมาทำไร่ดอกไม้ ต้องดักดานอยู่ร้านกาแฟนั่นไปจนตาย”
       “หนูรู้ค่ะ ว่าบุญคุณเขาท่วมหัวหนู”
       มุตตาหลุดปากพูดออกไป พิณตาเขียว
       “ต๊าย เขาเขอวอะไร เรียกพี่นินเดี๋ยวนี้นะ คงอิจฉาพี่เขาน่ะซี อยากเป็นอย่างเขาก็ต้องรู้จักทะเยอทะยานซียะ ไม่ใช่มาหมกปลาสลิดอยู่ท้ายไร่อย่างนี้”
       มุตตาลุกขึ้นเงียบๆ เดินเข้าห้องไป
       “แกนี่”
       “ต๊าย ว่าอะไรนิดอะไรหน่อย ก็มาเดินกระแทกตีนรดหัวแม่”
       “นี่ ลูกมันไม่ได้ทำอะไรอย่างแกพูดซักหน่อย”
       “แต่เรื่องมันอิจฉายายนินน่ะเรื่องจริงนะยะ”
       “แกนี่ แต่ก่อนก็เห่อแต่ยายตา หาเรื่องยายนินไม่เว้นแต่ละวัน” พิณอึ้งไป “มาตอนนี้ก็เห่อแต่ยายนิน ยายตาเลยกลายเป็นหมาหัวเน่า”
       “ฉันก็รักลูกเท่ากันน่ะแหละ”
       “แกแน่ใจหรือ”
       “ฉันก็แค่สอนให้มันดูอย่างพี่อย่างเชื้อ”
       “คนเราไม่เหมือนกัน มีกรรมมาต่างกัน จะให้เหมือนกันไม่ได้หรอก”
       
       พิณค้อนขวับ

แรงเงา ตอนที่ 1
        มุตตานอนอ่านนิยายอยู่บนเตียง หน้าปกเห็นรูปหนุ่มหล่อร้ายกำลังก้มลงจูบสาวน้อยที่แหงนเงยผ้าหลุดลุ่ย ชื่อเรื่องบอกชัดว่าเป็นโรแมนซ์บาดจิต
       
       มุตตาไม่สบายใจจนไม่มีสมาธิ เธอปิดหนังสือลง แล้วนอนหงายหน้ามองดูเพดานห้องอย่างครุ่นคิด ที่ขื่อใหญ่บนเพดาน โมบายสีสวยหมุนวงช้าๆ ตามแรงลม ส่งเสียงกรุ๋งกริ๋ง
       
       มุตตาถือขวดน้ำเดินมาตามทางเดินชั้นบน ผ่านหน้าห้องหนึ่งที่เปิดประตูแง้มอยู่ มุตตาเยี่ยมหน้าเข้าไปซึ่งห้องนี้เป็นห้องพระ และแปลกนั่งคุกเข่าเพิ่งสวดมนต์เสร็จกำลังกรวดน้ำ มุตตาเยี่ยมหน้ามาดู
       “ขออุทิศบุญกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินท่านไว้ ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ท่านอยู่ภพภูมิใดขอให้ได้รับผลบุญ และอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย” แปลกเงยหน้าขึ้น มุตตาเดินเข้ามานั่งข้างพ่อ “มาสวดมนต์หรือลูก”
       “ค่ะ”
       “สวดแล้วอย่าลืมแผ่เมตตานะลูก อ้อ ก่อนแผ่เมตตาให้ขออโหสิกรรมซะก่อน”
       “อโหสิกรรมกับใครคะ”
       “ก็คนที่เขาทำไม่ดีกับเรา คนที่เราทำไม่ดีกับเขาหรือให้เจ้ากรรมนายเวรน่ะลูก”
       “เจ้ากรรมนายเวรน่ะ มีจริงหรือคะ”
       “กรรมมีจริง ผลแห่งกรรมมีจริง เจ้ากรรมนายเวรก็น่าจะมีจริงเหมือนกันนะลูก”
       มุตตาทำหน้ากลัว
       “เจ้ากรรมนายเวรนี่คือผีที่ตามอาฆาตเราใช่ไหมคะ น่ากลัวจัง”
       “ที่น่ากลัวจริงๆ คือเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นคนต่างหากลูก” มุตตานิ่งฟัง
       
       เจนภพ หนุ่มใหญ่วัย 40 ปี แต่ดูแลตัวเองจนดูเหมือนอ่อนวัยกว่านั้นเป็น 10 ปี ใบหน้าคมสันหล่อเหลา ดวงตาเป็นประกาย มีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด เขายืนอยู่บนโพเดียมทางด้านหนึ่งของเวที โดยจอฉายภาพบนเวทีก็ฉายภาพใบหน้าขนาดใหญ่ไปด้วย
       “การสัมมนาของกองเราในครั้งนี้ จุดประสงค์ไม่ใช่เพียงความรู้ แต่เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของบุคลากรของกองเรา”
       ทางด้านล่างเป็นแถวเก้าอี้เรียงรายของผู้เข้าร่วมการสัมมนา บรรดาข้าราชการกองในชุดลำลองนั่งอยู่เป็นทิวแถว วีกิจ แจงจิต อรพิม ทิพอาภา ปริม ประสิทธิ์ชัยนั่งอยู่ด้วย ทุกคนมองดูเจนภพอย่างยอมรับนับถือทั้งภูมิรู้และเสน่ห์ส่วนตัว แต่บรรดาข้าราชการหญิงหลายนางกลับมีอาการเคลิบเคลิ้มเกินงาม โดยเฉพาะที่เก้าอี้ทางด้านหน้าสุด มีข้าราชการสาว ไม่สะสวยนัก สวมแว่น เกล้ามวย แต่งชุดขาวล้วนราวแม่ชี มองดูเจนภพนิ่ง ปากเผยอ เธอชื่อวิมาลา
       เจนภพมองมายังวิมาลา ตาเป็นประกายแว่บหนึ่ง วิมาลาพลันขยับขาเปลี่ยนข้างที่ไขว่ห้าง เจนภพยิ้มมุมปาก วิมาลาเอาปากกามากัดเล่นดูน่าสยองใจ เจนภพมอง แจงจิตเลขาสาวใหญ่ไร้ความงามของเจนภพ เหล่ดูท่าทีของทั้งคู่ เริ่มสังหรณ์ใจ
       
       รถยุโรปหรูแล่นมาตามถนนเลียบหน้าผา ต่ำลงไปชายทะเล รถนั้นแล่นเร็วปรู๊ดปร๊าด นพนภาอยู่หลังพวงมาลัยกำลังขับรถอย่างเร็ว เนตรนภิศนั่งตัวเกร็งอยู่ข้างๆ นพนภาเป็นสาวใหญ่วัย 38 ปี ดูคมเข้มคล่องแคล่ว เนตรนภิศเด็กกว่าพี่สาวเพียง 2 ปี ดูสวยหวาน อ่อนๆ แต่ดูไม่จริงใจบางอย่าง
       “ทำไมขับเร็วอย่างนี้ล่ะคะ พี่นภา”
       “ฉันจะได้ไปทันกินข้าวกลางวันกับผัวฉันน่ะซี”
       “เขาเลิกสัมมนากันเย็นๆ ไม่ใช่หรือคะ เรารีบไปตั้งแต่เที่ยงก็ต้องไปแขวนอยู่ทั้งวันซีคะ”
       นพนภาถลึงตาใส่ เนตรนภิศคอหด
       “แขวนอะไร ระหว่างรอก็ไปช็อปปิ้งก่อนก็ได้นี่ยะ นังนภิศ แกไม่น่าโง่เลย”
       “ก็เวลาพี่นภาเป็นเงินเป็นทองไม่ใช่หรือคะ หนูก็กลัวพี่เสียเวลาไปเปล่าๆ”
       “เสียเวลาก็ดีกว่าเสียผัว เขาเรียกใช้เวลาคุณภาพย่ะ ผัวเมียกันมันต้องเติมหวานเป็นระยะ แกเองน่ะแหละ ไม่เห็นจะดูแลผัวแกเลย”
       เนตรนภิศยิ้มภาคภูมิใจ
       “ก็คุณอมรน่ะสามีในโอวาทน่ะซีคะ เรื่องเจ้าชู้น่ะไม่มีเลย ไม่เหมือนพี่ภพผัวพี่”
       “ไม่จริงย่ะ ภพไม่มีเรื่องกะอีพวกดอกส้มดอกชมพูมาเกือบปีแล้ว”
       “ก็เพราะไม่มีโอกาสน่ะซีคะ เพราะพี่นภาวางสายสืบไว้ตั้งกี่คน ยิ่งตอนนี้ก็เพิ่มตากิจเข้าไปอีก แต่ถ้าพี่นภาเผลอ หรือสายลับของพี่ทำงานหย่อนยานล่ะก็...พี่ภพต้องก่อวีรกามขึ้นมาอีกแน่ๆ ค่ะ”
       เนตรนภิศพูดไม่มีเบรก นพนภายิ่งคิดยิ่งเห็นจริงจึงโกรธจนพาล
       “นังนภิศ หุบปาก ไม่งั้นฉันจะจอดรถตบแกเดี๋ยวนี้แหละ” เนตรนภิศหน้าเผือดตัวลีบลงครึ่งหนึ่ง นพนภาตาวาว ยิ่งเหยียบคันเร่งหนักขึ้น “แกอย่ามาเสี้ยม ฉันเชื่อใจผัวฉัน”
       
       หลังจากสัมมนาเสร็จ เจนภพกลับเข้าห้องพักขณะที่เจนภพสวมเสื้อคลุมอาบน้ำก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เจนภพเดินไปเปิดประตู วิมาลาเข้ามา
       “ผ.อ.คะ วิมีงานมาให้เซ็นค่ะ”
       วิมาลาถอดแว่นโยนไป แล้วคลี่ผมมวยสะบัดไปมา มองเจนภพตาเยิ้ม เจนภพยิ้ม
       นพนภาเดินฉับๆ เข้ามาที่ล็อบบี้ของโรงแรม เห็นวีกิจอยู่กับประสิทธิ์ชัย
       “ตากิจ ตาวีกิจ”
       วีกิจหันมา ประสิทธิ์ชัยยกมือไหว้นพนภา นพนภารับไหว้
       “อ้าว อานภา มาได้ยังไงครับนี่”
       “ก็มารับอาภพของเธอน่ะซี นัดกันตอนเย็นๆ แต่อาเสร็จธุระเร็วก็เลยมาก่อนนี่เธอสองคนทำไมไม่เข้าสัมมนา มาทำอะไรอยู่ตรงนี้”
       “ปิดสัมมนาไปตั้งแต่เช้าแล้วฮะ ตอนนี้เป็นช่วงฟรีไทม์ฮะ”
       “เอ๊ะ ทำไมภพบอกเลิกสัมมนาเย็นๆ”
       แจงจิต อรพิม ทิพอาภา ปริมเดินมาสมทบ ทั้งสี่นางไหว้นพนภา นพนภาไม่รับไหว้มองแจงจิตตาเขียว
       “ฮะ คุณแจงจิต”
       “ตามกำหนดการน่ะเลิกเย็นค่ะ แต่เป็นที่รู้กันว่าสัมมนาวันสุดท้าย เป็นวันช็อปปิ้งค่ะ” แจงจิตบอก
       “เออดี แค่เช้าชามเย็นชามยังไม่พอ” บรรดาข้าราชการทำหน้าเรี่ยไปตามกัน เนตรนภิศเพิ่งยุรยาตรมาสบทบ
       “แล้วนี่ภพอยู่ไหน”
       “เมื่อกี้หนูเห็นกลับขึ้นไปที่ห้องพักค่ะ”
       “คง คงไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามังคะ”
       “แล้วหล่อนสองคนสาระแนรู้ได้ยังไง คอยตามดูก้นผัวฉันอยู่หรือ”
       อรพิมสะดุ้ง ทิพอาภาหน้าซีดจะเป็นลม
       “ไม่ได้ตามดูค่ะ”
       “แต่มันเห็นเองค่ะ”
       สองสาวบอก
       “พี่นภาขา อย่ามาเสียเวลาอยู่เลยค่ะ ขึ้นไปดูเถอะค่ะ เผื่อพี่ภพจะกินข้าวต้มกลางวัน โดยไม่รอพี่นภาอยู่”
       
       นพนภาตาวาววับ เนตรนภิศหุบปากทันที บรรดาคนอื่นๆ เริ่มกลัวแทน

แรงเงา ตอนที่ 1
        เจนภพนอนเปลือยอกอยู่บนเตียง วิมาลานอนซบอยู่กับอกกว้าง พลางเอานิ้วเขี่ยไปมา เจนภพขยับตัวอย่างจั๊กจี้ พลางหัวเราะเบาๆ
       
       “ผ.อ.ขา”
       “อะไรหรือ”
       “วิเบื่อเหลือเกินค่ะที่เราต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนี้”
       เจนภพยิ้มไม่สนใจนัก เพราะทุกนางก็พูดแบบนี้หมด
       “แล้ววิจะให้ทำยังไงล่ะจ๊ะ”
       “เราก็ไปไหนต่อไหนกันบ้างซีคะ ไปกินข้าว ไปฟังเพลงบ้าง ไม่ใช่วันๆ ก็เห็นแต่เพดานห้องกับพรมปูพื้นแบบนี้”
       “โธ่ อย่าเพิ่งคิดมากซีจ๊ะ วิก็รู้ว่าหูตาของนภาเขามีมากขนาดไหน”
       
       นพนภากดมือถือรัว เนตรนภิศแอบสะใจ
       “บ้าจริง ทำไมภพต้องปิดมือถือด้วยนะ”
       “ดีแล้วล่ะค่ะ พี่นภาจะโทรไปให้รู้ตัวก่อนทำไม”
       นพนภาเห็นด้วยแล้วยิ่งโกรธ เลยค้อนเนตรนภิศตาคว่ำ
       
       วิมาลาลุกขึ้นนั่งบนเตียง เอียงตัวมองเจนภพ
       “ผ.อ.ขา”
       “อะไรอีกล่ะจ๊ะ”
       “วิไม่อยากแต่งตัวแบบนี้อีกแล้ว วิไม่อยากใส่แว่น ไม่อยากเกล้ามวย ไม่อยากแต่งตัวเป็นแม่ชีแบบนี้อีกแล้ว”
       “ไม่เหมือนแม่ชีซักหน่อย เหมือนบรรณารักษ์ในหนังเอวีต่างหาก”
       “แหม ผ.อ. วิอยากใส่บิ๊กอาย อยาก...ว๊าย”
       เสียงเคาะประตูดังขึ้น วิมาลาสะดุ้ง
       “คงรูมเซอร์วิสน่ะ ดี กินอะไรกันก่อน” เจนภพลุกขึ้นจากเตียง “เดี๋ยวจะได้เซ็นงานกันอีกรอบ”
       วิมาลาหัวเราะระริก เจนภพมองดูตาแมวแล้วตาเหลือก เอามือปิดปากไม่ให้ร้อง
       “อะไรคะ”
       “นพนภา”
       เจนภพกระซิบบอก วิมาลากระโจนพรวดขึ้นยืนเก้กังบนเตียง เจนภพมองหาทางทำลายร่องรอย
       
       นพนภาตบประตูเปรี้ยงๆ หน้านิ่วคิ้วขมวด เนตรนภิศลอบยิ้มสะใจ
       “ภพๆ ทำไมไม่เปิดประตู ภพ”
       “คงกำลังติดพันกระสันรัดมั้งคะ”
       “นังนภิศ”
       ประตูเปิดออก เจนภพสวมเสื้อกางเกงเรียบร้อย ตาปรือ หาวหวอดมาเปิด
       “อ้าว นภา ทำไมมาแต่วันแบบนี้”
       “จะมาดูคุณสัมมนาไงคะ นี่มัวทำอะไรอยู่”
       “ขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็เผลอหลับไป คุณมาเร็วก็ดีแล้วไปกินข้าวกันเถอะผมหิวแล้ว”
       เจนภพตีบทแตก นพนภามีอาการเชื่อ
       “ไปก็ไปซีคะ” เจนภพโล่งอกวูบเดินออกจากประตู นพนภาเห็นอาการโล่งใจนั้น “เดี๋ยวค่ะ”
       “อะไร”
       “ฉันปวดฉี่ ขอเข้าไปฉี่ก่อน”
       “โธ่ ไปฉี่ข้างล่างก็ได้ ที่ห้องอาหารก็ได้”
       ทันใดนพนภาก็ปาดเจนภพเซไป ก้าวเข้าไปในห้อง
       
       นพนภาก้าวพรวดเข้ามาในห้อง เจนภพ เนตรนภิศตามเข้ามา นพนภามองดูห้องด้วยสายตาเหยี่ยว สภาพห้องดูเรียบร้อยแม้แต่ที่นอนก็คลุมดิบดี
       “อะไรอีกล่ะคุณ”
       “เปล่า แค่ฉันกลัวนังนภิศจะฉี่ราด ไปซี”
       เนตรนภิศจัดแจงไปห้องน้ำ นพนภาเดินดูเตียง
       “ไหนบอกเผลอหลับ ทำไมคลุมเตียงเรียบร้อย”
       “ก็นอนบนผ้าคลุมน่ะซี” นพนภากระชากผ้าคลุมเตียงออก ขึ้นไปนั่งคุกเข่าดูเจนภพประชด “ทำไม ไม่ดมดูเลยล่ะคุณ”
       “ไม่ต้องมาท้าฉัน”
       นพนภาก้าวลงจากเตียงไปเดินดูรอบๆ เปิดตามตู้เสื้อผ้า เจนภพใจหาย นพนภาดูท่าที ยิ้มเยาะ กระชากตู้เปิดออกเห็นตู้ว่างเปล่า นพนภาผิดหวัง เจนภพแอบยิ้มนิดๆ เนตรนภิศเดินออกมาจากห้องน้ำ
       “ในห้องน้ำก็ไม่มีค่ะ พี่นภา”
       “ไหนบอกว่าจะมาฉี่ ไม่มีอะไร”
       “ไม่มีทิชชู่ไงคะ”
       นพนภามีท่าทีผ่อนคลายลง
       “เอาเถอะ แกก็สะบัดๆ เอา อุ๊ย ฉันก็หิวข้าวเหมือนกัน ไปกันเถอะภพ”
       นพนภาเข้ามากอดแขนเจนภพมองอย่างรักใคร่ เจนภพยิ่งโล่งใจทำงอนกลบเกลื่อน
       “เอ้า ไม่พิสูจน์หลักฐานกันแล้วหรือ”
       “แหม...เอ๊ะ” นพนภามองดูซอกคอเจนภพ “นี่อะไร เหมือนรอยเล็บ”
       เจนภพตะปบคอ
       “เมื่อวานแรลลี่หาอาร์ซี โดนกิ่งไม้มันเกี่ยวน่ะ”
       นพนภาตาขวางขึ้นมาใหม่
       “หาอาร์ซีเหรอ นี่แน่ะ”
       นพนภาฉีกเสื้อเจนภพควากกระชากทึ้ง เจนภพร้องเฮ้ย เสื้อขาดแคว่ก กระดุมกระจาย
       “นี่คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือ”
       นพนภาดูตามอก หลัง ซอกคอ เจนภพเบี่ยงไปเบี่ยงมา
       “เออ ใครมีผัวแบบคุณก็ต้องบ้าทั้งนั้นแหละ”
       “ไม่ต้องหาแล้วค่ะพี่นภา” เนตรนภิศบอก
       “ทำไม”
       “หนูเจออาร์ซีแล้วซีคะ”
       เนตรนภิศชูบราเซียร์ลูกไม้สีแดงฉาดฉานขึ้น เจนภพผงะ
       “อ๊าย อีหน้าด้าน นี่แรลลี่กันไปกี่ด่านแล้วล่ะ”
       นพนภาวิ่งหารอบห้องแล้วนึกออก รูดประตูกระจกบานเลื่อนออกไปที่ระเบียง
       
       นพนภาก้าวออกไปลมพัดกรูเกรียวมาจนผมปลิว นพนภากวาดตามองไม่เห็นใคร เจนภพหน้าซีดก้าวตามมา เนตรนภิศตามติด
       “ไหน มันอยู่ไหน”
       “ก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่มีใคร”
       “ฉันไม่เชื่อ”
       
       ตรงทางที่เชื่อมไปยังระเบียงห้องต่างๆ วิมาลายืนเขย่งตัวลีบเล็กแนบตัวตึก

แรงเงา ตอนที่ 1
        ตรงบริเวณสระว่ายน้ำของโรงแรม มีแขกไทยและเทศพอประมาณ ที่เก้าอี้ริมสระ แหม่มนางหนึ่งนอนคว่ำให้หมอนวดนวดกำลังพลิกตัวมานอนหงายมองขึ้นไป
       
       “โอว์ มายก็อด” แหม่มร้องออกมาอย่างตกใจ
       “อะไรคะ แหม่ม”
       “มีคนจะกระโดดตึก”
       หมอนวดร้องอุทาน แหม่มลุกขึ้นชูไม้ชูมือ ครู่เดียว รปภ. 2 นายก็วิ่งมา คนทั้งสระว่ายน้ำร้องฮือฮามาชี้ชวนกัน
       
       นพนภาเต้นเร่าๆ อยู่ตรงระเบียงห้องพัก
       “เอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน”
       เนตรนภิศชูบราเซียร์
       “อย่างนี้มัน 39 คัพดีเลยนะคะ”
       “ไหน อีคัพดีอยู่ที่ไหน”
       “ไม่มี”
       เสียงเอะอะข้างล่างดังขึ้นมา นพนภาชะโงกลงไปดู เนตรนภิศชะโงกตาม คนข้างล่างชี้โบ๊ชี้เบ๊ขึ้นมา นพนภาหันขวับไปดูเห็นแนวคอนกรีตมีอกในเสื้อยื่นมาพ้นแนวคอนกรีต
       “อีคัพดี” วิมาลาสะดุ้งเฮือก พยายามหดอกแต่นมไม่เป็นใจ “นังหน้าด้าน ไม่ต้องมาหดนม มานี่นะ”
       “ไปก็โง่ซี”
       วิมาลาบอก เจนภพหมดแรง นพนภาหันไปฟาดเจนภพผัวะๆ เจนภพปัดป้อง
       “พี่นภามันหนีแล้วค่ะ” เนตรนภิศบอกเมื่อเห็นวิมาลาคุกเข่าลงคลานสี่ตีนไปยังห้องข้างๆ
       “แก”
       ทันใดนพนภาก็ไต่พรวดตามไป เจนภพอึ้งไปคว้าไม่ทัน
       “เฮ้ย นภา”
       “ว้าย พี่นภา”
       นพนภาคลานตามวิมาลาไป แล้วสลัดรองเท้าออก รองเท้าตกลงไป
       รองเท้าเนตรนภาตกลงมากลางสระว่ายน้ำ บรรดาไทยฝรั่งมุงร้องกันเอ็ดอึง รปภ.เป่านกหวีดปริ๊ดๆ วิ่งวุ่น บางคนเอากล้อง เอามือถือมาถ่าย
       
       ที่ระเบียงห้องพักของโรงแรม ลมพัดมากรูเกรียว วิมาลาคลานกระดืบไป นพนภาคลานตามอย่างไม่ย่อท้อ
       “แกจะหนีไปไหน นี่แน่ะ”
       นพนภาคว้าข้อเท้าวิมาลาไว้
       “ปล่อยนะ”
       วิมาลาสะบัดสุดแรง นพนภาตัวเอียงวูบ มือคว้ากระถางไม้ประดับ
       “เฮ้ย”
       “วี๊ด พี่นภา”
       เจนภพกับเนตรนภิศร้องอย่างตกใจ คนข้างล่างร้องกันสุดเสียง กระถางต้นไม้ตกมาแตก ดินกระจายเต็บขอบสระ
       นพนภาทรงตัวได้ใหม่ หน้าซีดกลัวตายแล้วยิ่งโกรธ
       “อีคัพดี แกจะฆ่าฉันเหรอ”
       วิมาลาไต่ไปถึงระเบียงอีกห้อง กระโดดลงไป นพนภาไต่ตามติด
       
       ห้องพักหรูอีกห้อง นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น 2 ผัวเมีย สวมปิจามานอนบนเตียง ดูทีวีจอยักษ์ภาพในจอกำลังมีมวยไทย
       “ไทย บ็อกซิ่ง”
       “ไฮ้”
       ทันใดวิมาลาวิ่งถลามาหน้าทีวี นพนภาตามมาจิกหัว วิมาลาร้องวี๊ดหมุนคว้างมา นพนภาตบผัวะวิมาลาปัดป้อง สองผัวเมียชาวญี่ปุ่นงุนงงเป็นไก่ตาแตก สองผัวเมียเขม้นมองแล้วหันมามองหน้ากัน นพนภาตบผัวะ วิมาลาล้มลงที่พื้น นพนภาขึ้นคร่อม
       “แก อีหน้าด้าน แกเป็นใคร อีคัพดี” วิมาลาร้องลั่น ยกมือป้องหน้า นพนภายุดมือไว้เพิ่งได้เห็นหน้าชัดๆ “แก อี อีวิมาลา ต๊ายอีเคร่งศีล”
       วิมาลาได้จังหวะยันนพนภาถลาล้ม วิ่งตะกายหนีออกไป นพนภาลุกวิ่งตาม สองผัวเมียชะเง้อมองตาม แล้วมองหน้ากันงงๆ
       
       ที่ล็อบบี้โรงแรม ทัวร์นักท่องเที่ยวกำลังเข้าเช็คอิน ไกด์ทัวร์ชี้ชวนให้ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง
       “นี่คือภาพความเป็นอยู่อย่างไทย แสดงถึงวิถีชีวิตอันร่มเย็น รักสงบ ปรองดอง ไร้ความขัดแย้ง แหก”
       ไกด์ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นวิมาลาวิ่งเสื้อขาดออกมาจากลิฟต์ นพนภาตามติดจิกผม วิมาลาฮึดสู้หันไปตบ สองนางจิกหัวซึ่งกันและกัน ดึงทึ้งเสื้อผ้าขาดแควกลงไปดิ้นกลิ้งเกลือกกันที่พื้น ผ้าเปิดชะเวิกชะวากนักท่องเที่ยวฮือฮา คว้ากล้องมาถ่าย มีตั้งแต่มือถือ กล้องปัญญาอ่อน ไปจนถึงกล้องดีวีดีไฮเอนด์ วีกิจ ประสิทธิ์ชัย แจงจิต อรพิม ทิพอาภา ปริมวิ่งมาดู
       “อานภา”
       “ตบกับใครวะ”
       “หน้าคุ้นๆ”
       “ว้าย ใช่หรือ นี่มัน”
       “ใช่ย่ะ แม่วิมาลา”
       “ว้าย แกถือศีลแปดไม่ใช่หรือคะ”
       ประตูลิฟต์อีกตัวเปิดออก เจนภพกับเนตรนภิศตามมา
       “หยุดนะ พอดี” เจนภพร้องห้ามแต่นพนภาไม่ยอมหยุด
       “อีแม่ชีทุศีล แกแตกไปกี่รอบแล้วล่ะ ศีลน่ะ”
       “พี่นภาหนูช่วยค่ะ”
       เนตรนภิศทะเล่อทะล่าเข้าไป วิมาลาตบผัวะเนตรนภิศล้มคว่ำ นพนภาเข้าจิกผมต่อ เจนภพหันมาเห็น
       วีกิจ
       “เฮ้ย นายกิจช่วยหน่อย”
       “ฮะ อาภพ”
       เจนภพเข้าล็อคนพนภา วีกิจเข้าล็อควิมาลาดึงห่างจากกัน สองนางดิ้นเร่าๆ ยื่นเท้าถีบกันพัลวัน
       “ปล่อยฉัน ฉันจะตบมัน”
       “หล่อนมีมือคนเดียวหรือยะ”
       
       บรรดานักท่องเที่ยวยังคงถ่ายรูปกันอย่างเมามัน
        
       อ่ า น ต่ อ ห น้ า  2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แรงเงา ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
แรงเงา ตอนที่ 17
แรงเงา ตอนที่ 16
แรงเงา ตอนที่ 15
แรงเงา ตอนที่ 14
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
7 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าเป็นคู่พระ-นางแบบหงส์สะบัดลายเราจะชอบมากกกกก
แงงง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014