หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ตะวันทอแสง

ตะวันทอแสง ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กันยายน 2555 23:12 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ตะวันทอแสง ตอนที่ 4
        ตะวันทอแสง ตอนที่ 4
       
       ในวันต่อมา ภาพของภคพงษ์และยูโฮะที่โอมแอบถ่ายตอนกินข้าวอยู่ในมือยูโฮะ ยูโฮะยัดรูปใส่ซองแล้วส่งเช็คให้โอม สองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่กองถ่ายมิวสิค ในมุมปลอดภัยแห่งหนึ่ง
       
        “นี่เป็นค่าเสียเวลานะคะพี่ ส่วนรูปยูโฮะขอเก็บไว้เอง”
        “อ้าว แต่ยูโฮะบอกจะให้พี่เอารูปไปลงหนังสือ บอกอเค้าก็รออยู่นะเนี่ย”
        “ให้ลงไม่ได้ค่ะ พี่ภัคเค้าไม่แฮปปี้ แถมยังบอกว่าถ้ารูปชุดนี้หลุดออกไปเลิกคบ”
        “เฮ้ย ไฮโซพวกนี้ เค้าก็ขู่ไปงั้น ไม่ทำจริงหรอก”
        “พี่ภัคทำจริงแน่ ยูโฮะไม่อยากเสี่ยง เอาเป็นว่ารูปพวกนี้ยูโฮะขอแล้วกัน ส่วนเงินนี้ให้พิเศษถือว่าเป็นค่าเสียเวลา อย่าลืมนะพี่ห้ามให้รูปหลุดออกไปเด็ดขาด แล้วรูปในกล้องพี่ก็ลบด้วยนะอย่าลืมล่ะ”
        ยูโฮะพูดจบก็รีบวิ่งไปเข้าฉาก ถ่ายเอ็มวีต่อ โอมคิดแล้วหยิบกล้องมากดดูภาพแล้วก็คิดอย่างเจ้าเล่ห์
       
        ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา รูปในกล้องอยู่ในมือของพักตร์วิมลที่ยิ้มร้ายอยู่
        “ถ้ารูปนี้หลุดออกไป ภัคจะเลิกกับนังเด็กนั่นเหรอ”
        โอมตอบอย่างสอพลอ
        “เห็นยูโฮะว่ายังงั้นน่ะ แต่พี่เสียดายรูป อุตส่าห์ถ่ายมาได้แล้ว ดันไม่ได้ลง เสียดายจริงๆ ถ้ามีใครเอาไปลงเล่มอื่นก็ยังดี”
        พักตร์วิมลรู้ทันแล้วบอก
        “ถ้าแพตขอซื้อรูปแล้วเอาไปลงเล่มอื่น พี่จะขายหรือเปล่า”
        โอมทำเป็นชะงัก แล้วก็ยิ้ม
        “มันก็ขึ้นอยู่กับราคาว่าคุ้มเสี่ยงหรือเปล่า”
        พักตร์วิมลหยิบสมุดเช็คมาเขียนแล้วส่งให้ โอมเห็นตัวเลขถึงกับตาวาว รีบถอดเมมโมรี่การ์ดให้ทั้งแผ่น
        “พี่ให้หมดเลย แต่แพตอย่าบอกว่าเอามาจากพี่แล้วกัน ถ้ายูโฮะถามพี่ก็จะบอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่รู้ว่ามันหลุดออกไปได้ยังไง”
        “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ แพตไม่ทำให้พี่เดือดร้อนอยู่แล้ว ส่วนนังเด็กนั่นจะเดือดร้อนหรือเปล่า...เดี๋ยวก็รู้”
        พักตร์วิมลยิ้มร้ายหวังว่า ทางกำจัดยูโฮะครั้งนี้ ต้องสำเร็จ
       
        ในเวลากลางวัน ภคพงษ์เดินเข้ามาในเรือนหลังเล็ก สำรวจงานที่รสาทำไปแล้วบางส่วน ภคพงษ์เดินมาจนถึงห้องนอนของตัวเองแล้วก็นึกได้ เดินไปที่ตู้แต่ไม่เจอกล่องของที่เคยเก็บไว้ ภคพงษ์คิด
       
        รสากำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ที่ชายหาด โทรศัพท์มือถือดัง รสาหยุดวิ่งแล้วหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกง
       พอเห็นเชื่อภคพงษ์ก็แปลกใจ
        “โทร.มาวันอาทิตย์เนี่ยนะ สวัสดีค่ะ”
        ภคพงษ์ทำเสียงเข้ม
        “ผมมีเรื่องงานจะถาม”
        รสาท้าวเอว หอบนิดๆ
        “วันนี้วันอาทิตย์นะคะ รออีกสักวันค่อยถามไม่ได้เหรอคะ”
        ภคพงษ์ตอบเสียงขรึม
        “ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก”
        รสาถอนใจเบาๆ แล้วก็ตอบกลับไป
        “เชิญค่ะ”
        ภคพงษ์ยิ้มนิดๆที่เอาชนะได้
        “ผมอยากทราบว่า..กล่องใส่ของสีเงินที่อยู่ในตู้ห้องนอนของผม มันหายไปไหน”
        รสาอึ้ง ปล่อยมือจากที่ท้าวเอว
        “เรื่องแค่นี้เนี่ยนะคะ”
        ภคพงษ์ตอบหน้านิ่งๆ แต่แอบกวน
        “มันอาจจะเป็นเรื่องเล็ก สำหรับคุณ แต่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม ถ้าไม่จำเป็นผมคงไม่โทร.มารบกวนในวันหยุด”
        รสาส่ายหน้าแล้วก็ตอบ
        “ดิฉันนำไปฝากไว้กับป้าใจ เพราะเกรงว่าจะหายระหว่างการเคลื่อนย้ายตู้ ส่วนของตกแต่งบ้านเล็กๆน้อยๆเช่นกรอบรูป ดิฉันนำใส่กล่องและฝากไว้กับป้าใจเช่นกันค่ะ”
        รสาร่ายยาว และปิดท้าย
        “ไม่ทราบว่ามีคำถามอื่นอีกมั้ยคะ”
        ภคพงษ์ตอบเสียงนิ่งๆ พลางเดินไปที่หน้าต่าง ใบหน้าของภคพงษ์ดูผ่อนคลายขึ้น
        “มี ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่”
        รสาชะงักนิดๆ เดาอารมณ์ไม่ออก แล้วก็ตอบไป
        “กำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ค่ะ”
        “แล้วจะกลับมากรุงเทพเมื่อไหร่”
        “เย็นนี้ค่ะ”
        “กลับมายังไง”
        รสาชะงักอีกที
        “ไม่ทราบว่าเกี่ยวกับเรื่องงานยังไงคะ”
        ภคพงษ์ยิ้มอย่างรู้ทันแล้วก็ตอบแอบกวน
        “เกี่ยวสิ ผมอยากแน่ใจว่าคุณกลับมาถึงกรุงเทพโดยปลอดภัย ผมจะได้มั่นใจว่าคุณจะมาทำงานให้ผมแต่เช้า”
        รสาตอบด้วยความมั่นใจ
        “คุณไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันไปทำงานให้คุณได้ในวันพรุ่งนี้แน่ๆ ตั้งแต่เช้าตามเวลางาน”
        ภคพงษ์ตัดบท
        “ดี..อย่ามาสายล่ะ คุณมีงานอีกมากที่ต้องทำ ผมหมดคำถามแล้ว เชิญคุณออกกำลังกายต่อได้”
        ภคพงษ์วางสายพร้อมรอยยิ้มนิดๆ ในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมการสนทนา
       
        รสาวางสายไปแล้วก็ส่ายหัวนิดๆ แอบหงุดหงิดเล็กน้อย
        “อะไรของเค้าเนี่ย จอมบงการขนานแท้ เฮ่อ”
        รสาเก็บโทรศัพท์ เสียงพิมพรรณเรียกดังขึ้น
        “รส รส !”
        รสาหันไปตามเสียงเรียกเห็นพิมพรรณยืนโบกมืออยู่พร้อมกับตะโกนมาว่า
        “ใกล้เวลานัดแล้วนะ”
       
        “เวลานัด เออใช่”

ตะวันทอแสง ตอนที่ 4
        รถของวาริชแล่นเข้าจอด วาริชลงจากรถด้วยใบหน้าสดใส ยิ้มอย่างสุภาพ พิมพรรณยิ้มต้อนรับยืนอยู่ข้างรสา
       
        “ผมมาเร็วไปหรือเปล่าครับ”
        “ไม่หรอกค่ะ รสจ๊ะ..นี่วาริช...วาริชคะ นี่รสค่ะ รสเป็นทั้งเพื่อนสนิท เป็นพี่สาว เป็นน้องสาว เป็นทุกอย่างของพิมเลยค่ะ”
        วาริชเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
        “คือ พ่อแม่ของรสกับพ่อแม่พิมเป็นเพื่อนสนิทกัน พอพ่อแม่รสเสียชีวิต อาพร้อมกับอาวิมลก็เลยรับรสมาอุปการะน่ะค่ะ” รสาบอก
        “อ๋อ...สวัสดีครับ”
        “สวัสดีค่ะ เห็นพิมบอกว่าคุณอยากจะทำรีสอร์ตที่ระยองเหรอคะ”
        “ก็มองๆอยู่น่ะครับ ถ้ามีความเป็นไปได้ก็อยากทำ พิมเค้าใจดีก็เลยอนุญาตให้ผมมาดูงานที่นี่”
        วาริชมองพิมพรรณแล้วส่งสายตาหวานซึ้ง พิมพรรณยิ้มรับอย่างอายๆ รสามองแล้วก็ต้องขัดขึ้น
        “พิมจ้ะ รสว่าพาวาริชไปแนะนำให้รู้จักกับอาพร้อม อาวิมล ก่อนดีมั๊ยจ้ะ สองคนนั้นจะได้ไม่งง”
        พิมพรรณหันมาทางวาริชแล้วบอก
        “จริงด้วย วาริชคะ เดี๋ยวพิมแนะนำให้รู้จักกับคุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่ชายพิมก่อนนะคะ แล้วเราค่อยเดินดูรอบๆกัน”
        รสาเดินนำไป
        “เชิญค่ะ”
        พิมพรรณกำลังจะเดินตามไป วาริชเรียกไว้
        “พิมครับ พ่อแม่พิม ท่าน...ดุหรือเปล่าครับ”
        “โอ้ย ไม่เลยค่ะ พ่อแม่พิมใจดีมากๆ”
        พิมพรรณตอบด้วยความมั่นใจ
       
        พร้อมนั่งหน้าบึ้ง ข้างๆมีห้าวยืนหน้าขรึม ดูแล้วดุมากๆ วิมลนั่งอยู่ข้างๆ ถัดไปเป็นรสา วาริชกับพิมพรรณนั่งอยู่อีกฝั่ง เผชิญหน้ากันสุดๆ วาริชนั่งตัวลีบ หันมากระซิบกับพิมพรรณที่นั่งอยู่ข้างๆ
        “แน่ใจนะครับว่าไม่ดุ”
        พิมพรรณยิ้มแห้งๆ พร้อมมองหน้าวาริชแล้วพูด
        “ทำรีสอร์ตไม่ใช่จะทำง่ายๆ เพิ่งจะย้ายมาจากจังหวัดอื่น แน่ใจเหรอว่าอยากจะทำจริงๆ”
        “หรือว่าหาเรื่องตีสนิทพิม” ห้าวถาม
        วาริชสะดุ้ง มองหน้าห้าวด้วยแววตาแอบเคืองๆ พิมพรรณรีบหันมาเอ็ดห้าว
        “พี่ห้าว..ทำไมพูดแบบนี้ เสียมารยาท”
        ห้าวทำเป็นลอยหน้าไม่สนใจ
        “ผมทราบครับว่ามันไม่ง่าย แต่มันเป็นความฝันที่ผมอยากทำให้มันสำเร็จ แต่จะว่าไป..ทำมาหากินสมัยนี้ก็ไม่มีอะไรง่ายทั้งนั้น”
        พิมพรรณยิ้มถูกใจในคำพูดก่อนหันมาทางพร้อม
        “ที่วาริชมาวันนี้ก็แค่จะมาขอดูสถานที่รอบๆ ส่วนจะทำหรือไม่ทำ ทำได้หรือไม่ได้ ปล่อยให้เค้าคิดเองดีกว่านะคะ” พิมพรรณว่า
        “พิมพูดก็ถูกนะพ่อ แค่เค้าขอมาดูที่ ก็ให้เค้าดูไป เราเองก็ไม่มีความลับอะไร นะพ่อ” วิมลว่า
        พร้อมยังหน้าบึ้งอยู่ แต่พยักหน้าอนุญาต “อื้อ” วาริชมองวิมลแล้วก็ยิ้มๆ เริ่มจับทางบ้านนี้ถูกว่า ต้องเข้าทางแม่ พร้อมหันมาทางรสา
        “รสเดินไปเป็นเพื่อนพิมด้วยแล้วกันนะ”
        “จ้ะ”
        วาริชสังเกตเห็นความไว้วางใจและความสนิทสนมระหว่างพิมพรรณและรสา เสียงห้าวแทรกเข้ามา
        “พี่ไปด้วย”
        พิมพรรณรีบห้ามทันที
        “ไม่ต้องหรอกจ้ะ พี่ห้าวอยู่ช่วยแม่ทำกับข้าวเหอะ จะเที่ยงแล้ว เดี๋ยวลูกค้าไม่มีข้าวกิน พิมกับรสดูแลวาริชเอง” พิมพรรณว่าพลางหันมาทางรสาและวาริชบอก
        “ไปรส ...เชิญค่ะ”
        วาริชยิ้มรับอย่างสุภาพ
        “ขอตัวนะครับ”
        พร้อมนั่งคอแข็งไม่รับรู้ วิมลยิ้มรับนิดๆ ห้าวมองตามด้วยความไม่วางใจ พิมพรรณ รสา ลุกพาวาริชไปชมสถานที่
       
        ภายในบ้าน ห้าววางตะแกรงผักอย่างแรงแล้วพูดขึ้น
        “ผมรู้สึกไม่ถูกชะตากับไอ้หมอนี่ยังไงก็ไม่รู้”
        พร้อมสนับสนุนทันที
        “ข้าเห็นด้วย”
        วิมลส่ายหน้าพร้อมกับหยิบตะแกรงผักมาเตรียมทำกับข้าว พร้อมพูดต่อ
        “มันดูพูดจาดีปากหวานผิดปกติ แววตามันก็กรุ้มกริ่มยังไงไม่รู้ ดูแล้วขัดตา”
        “เห็นเค้าเป็นผู้ชายมาสนิทสนมกับลูกสาวแล้วอคติหรือเปล่าพ่อ” วิมลว่า
        พร้อมส่ายหน้าบอกไม่ถูก วิมลหันมาสรุป
        “เอาน่า..เค้าอาจจะแค่อยากจะมาดูงานเฉยๆ มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ คิดมาก”
       
        วิมลสรุปแบบคนมองโลกในแง่ดี

ตะวันทอแสง ตอนที่ 4
        พิมพรรณพาวาริชสำรวจบ้านพักต่างๆในรีสอร์ต มีรสาคอยช่วยอธิบายและให้เดินตามอยู่ไม่ห่าง วาริชมองดูรอบๆ อย่างใช้ความคิดดูจริงจังมากมาย
       
       พิมพรรณอธิบายอย่างอารมณ์ดี ยิ้มแย้มหัวเราะให้กันอย่างสนิทสนม รสามองดูทั้งสองคนแล้วเริ่มรู้สึกถึงความพิเศษบางอย่าง
       
        พิมพรรณเดินๆอยู่เกิดสะดุดเข้ากับขอบประตูจะล้ม รสาพุ่งเข้าไปรับแต่ช้าเกินไป วาริชพุ่งเข้าไปรับก่อน วาริช
       ประคองพิมพรรณไว้ พิมพรรณออกอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด ค่อยๆดึงตัวออก รสามองอาการของพิมพรรณแล้วค่อยข้างมั่นใจว่าชอบวาริชแน่ๆ
        ในเวลาต่อมา พิมพรรณเดินมาส่งวาริชที่หน้ารีสอร์ต
        “ผมต้องขอบคุณพิมมากนะครับที่พาชมซะรอบเลย”
        “ด้วยความยินดีค่ะ ถ้าวาริชต้องการให้ช่วยอะไรอีกก็บอกได้นะคะ”
        “ขอบคุณครับ เอ้อ ผมมีเรื่องสงสัยน่ะครับ”
        “เรื่องอะไรคะ”
        “เพื่อนพิม...รสน่ะครับ ดูเค้าสนิทสนมกับครอบครัวพิมมากเลยนะครับ”
        “แน่นอนค่ะ รสเป็นเหมือนสมาชิกอีกคนของครอบครัวเรา อย่างที่พิมบอกน่ะค่ะ รสเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นทุกอย่างของพิมค่ะ”
        วาริชทำเป็นพูดลอยๆ
        “ผมอยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง .. เป็นทุกอย่างของพิม”
        พิมพรรณชะงักแล้วก็อาย หลบตาไม่พูดอะไรต่อ วาริชอมยิ้มนิดๆ ด้วยความพอใจ ก่อนจะหันไปหยิบกล่องของขวัญในรถมาส่งให้พิมพรรณ
        “สำหรับพิมครับ”
        “เนื่องในโอกาสอะไรคะ”
        “ตอบแทนที่มีน้ำใจกับผมมาตลอด ผมเพิ่งย้ายมาจากที่อื่น รู้สึกไม่โดดเดี่ยวก็เพราะรู้จักกับพิม ไหนๆก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ผมไม่อยากอ้อมค้อม ผมถามพิมตรงๆเลยแล้วกัน..ถ้าผมขอคบกับพิม พิมจะยอมหรือเปล่า”
        พิมพรรณตกใจ
        “คบ”
        “คือยังไม่ต้องเป็นแฟน เพราะมันอาจจะเร็วเกินไป แต่ขอพิมให้โอกาสได้ศึกษาดูนิสัยใจคอกันมากกว่าเป็นเพื่อนจะได้หรือเปล่า”
        พิมพรรณลังเลไม่แน่ใจเพราะฉุกละหุกคิดไม่ทัน วาริชเหมือนรู้ใจพูดขึ้นเองว่า
        “พิมยังไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้นะครับ เอาเป็นว่า ถ้าพิมยินดีรับข้อเสนอ ขอให้พิมใช้ของที่ผมให้ในกล่องนี้ แทนคำตอบว่าตกลง”
        วาริชยิ้มแสนดี พิมพรรณยิ้มรับอย่างอายๆ ไม่กล้าสบตาแล้วก้มมองกล่องของขวัญที่อยู่ในมือ
       
        ภายในห้องนอนของพิมพรรณเวลากลางวัน กล่องของขวัญที่วางอยู่บนเตียงถูกพิมพรรณเปิดออก ภายในเป็นชุดเดรสสำหรับใส่ทำงานเก๋ๆ น่ารักมาก พิมพรรณหยิบขึ้นมาดูด้วยความชื่นชมพลางสะดุดที่ยี่ห้อ
        “สวยจัง..รสนิยมดีใช้ได้นะเนี่ย โห...ของแพงซะด้วย”
        พิมพรรณยกชุดขึ้นมาดูด้วยความพอใจแล้วลุกขึ้นยืนเอาชุดมาทาบกับตัว ส่องที่หน้ากระจกพร้อมกับยิ้มไป
       มาอย่างอายๆ แต่ก็รู้สึกดีใจ รสาเดินมาเห็นพอดีก็สะดุดหยุดมอง เห็นกล่อง เห็นชุด เห็นพิมพรรณมีความสุข แล้วก็เข้าใจทันที
       
        เย็นวันเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของรีสอร์ตพร้อม ห้าวพูดกับรสาด้วยความแปลกใจ
        “พิมน่าจะมีใจให้ไอ้หน้าหนวดนั่นจริงๆเหรอ”
        “มันเป็นความเห็นจากมุมมองของรสคนเดียว มันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้”
        ห้าวคิดหนัก
        “แต่พี่เชื่อในสายตารส พี่ก็ว่าแล้ว ไอ้เนี่ยดูมันเป็นคนฉลาดพูด ปากหวาน ยัยพิมถึงได้เคลิ้ม”
        “รสว่าตอนนี้คงต้องปล่อยไปก่อน ถ้าเราไปวุ่นวายก้าวก่ายมากๆ จะพาลปิดบัง แล้วก็ไม่เล่าให้ฟัง เราต้องไว้ใจพิมนะพี่ห้าว”
        “พี่ไว้ใจพิม แต่พี่ไม่ไว้ใจไอ้หน้าหนวดนั่น แต่รสไม่ต้องกังวล กลับไปทำงานเถอะ ที่เหลือทางนี้พี่จะคอยดูเอง ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล พี่จะรีบโทร.หา แล้วนี่ รสจะกลับกรุงเทพยังไง ให้พี่ไปส่งหรือเปล่า”
        “ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวเพื่อนรสมารับ”
        ห้าวชะงัก ถามตรงๆ ด้วยความอยากรู้
        “เพื่อน ผู้หญิงหรือผู้ชาย”
       
        รถชีวินแล่นเข้ามาจอด พร้อมเดินลงมาด้วยรอยยิ้มเบิกบานสุดๆ รสายืนรออยู่พร้อมกับสัมภาระมีกระเป๋า และถุงใส่กะปิ ปลาหมึก ห้าวยืนกอดตั้งป้อมไม่พอใจ พร้อม วิมลเดินมาสมทบ พิมพรรณเดินตามลงมาจากบ้าน ชีวินยกมือไหว้พร้อมและวิมลด้วยความสนิทสนม
        “อาพร้อม อาวิมล สวัสดีครับ”
        “ดีจ้า” พร้อมและวิมลรับไหว้
        ชีวินหันมาทางห้าว
        “พี่ห้าวสวัสดีครับ”
        “กองไว้ตรงนั้น ขี้เกียจรับ ตอนกลับก็เอาคืนไปด้วย”
        ห้าวแอบกวน ชีวินสะดุ้งร้อง “อ้าว”
        พิมพรรณพูดแทรกขึ้นก่อนเปลี่ยนเรื่อง
        “พี่ห้าวเค้าล้อเล่นน่ะ วินเป็นไงบ้าง ไม่ได้เจอกันนานเลย งานยุ่งเหรอ”
        “ก็ยุ่งเหมือนกัน แล้วพิมล่ะเป็นไงบ้าง หน้าตาสดใสขึ้นนะ”
        พิมพรรณยิ้มแล้วถ่อมตัว
        “ไม่หรอก วินคงขับรถมาเหนื่อยๆ เลยตาพร่ามัว”
        ห้าวได้ทีสอดขึ้นทันที
        “ใช่..แบบนี้อันตรายนะ ให้พี่ขับไปส่งดีกว่า”
        “เอ่อ..แต่ผมไม่ได้เหนื่อยนะครับ สายตาก็ปกติ รสไว้ใจได้รับรองว่าปลอดภัยแน่นอน”
        “รสไว้ใจวินอยู่แล้ว พี่ห้าวเค้าแค่แซวเล่นน่ะ”
        ห้าวอ้าปากจะเถียง พิมดึงแขนไว้ ห้าวเลยจำใจไม่ต่อปากต่อคำ วิมลตัดบท
        “อาว่ารีบไปเถอะ มัวแต่ล้อเล่นแซวกันไปมา เดี๋ยวก็มืดพอดี”
       
        “จ้ะ งั้นรสไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”

ตะวันทอแสง ตอนที่ 4
        รสายกมือไหว้พร้อมกับวิมลก่อนจะหันมาทางพิมพรรณ แล้วคุยกันสองคน
       
        “พิม...ถ้าต้องการคำปรึกษา รีบโทร.หารสทันทีเลยนะ ห้ามเกรงใจรู้หรือเปล่า”
        พิมพรรณยิ้มกว้าง
        “รู้จ้ะ เดินทางกลับดีๆหล่ะ...ขับรถดีๆนะจ้ะ”
        “ขอบใจจ้ะ” ชีวินบอกแล้วหันมาไหว้พร้อมกับวิมล
        “ผมลาล่ะครับ สวัสดีครับ”
        พร้อมรับไหว้แล้วบอก
        “ดีๆ ขับรถดีๆ”
        “บุญรักษาลูก” วิมลบอก
        ชีวินหันมาจะหยิบกระเป๋ารสา
        “วินช่วย”
        ห้าวแทรกมือเข้ามาดึงไปต่อหน้าต่อตา
        “ไม่ต้อง”
        ห้าวยักคิ้วกวนๆ แล้วก็หันมาทางรสา
        “ไปจ้ะ เดี๋ยวพี่ถือกระเป๋าไปให้เอง”
        รสายิ้มรับแล้วก็เดินไปที่รถ ชีวินถึงกับยืนงงก่อนหันมายิ้มให้พร้อม วิมลและพิมพรรณ ก่อนจะรีบเดินตามรสาและห้าวไปทันที
       
        รถชีวินแล่นมาบนถนนริมหาด ภายในรถชีวินคิดๆ แล้วก็ตัดสินใจถามรสา
        “รส.. ปุยนุ่นบอกว่า เมื่อวานเจ้านายรสเค้าขับรถมาส่งที่ระยองจริงเหรอ”
        รสาตอบ “อือ” แบบไม่คิดมาก
        “แล้วทำไมเค้าต้องมาส่งด้วย เค้าบอกหรือเปล่า”
        “ไม่ได้บอก แต่ถ้าให้เดา คงอยากเอาชนะ แล้วก็แกล้งให้เราอึดอัดเล่น”
        “ลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ”
        “ก็คนรวย ไม่มีอะไรทำ หาเรื่องแกล้งคนอื่นไปวันๆ”
        “แน่ใจนะว่าไม่มีเหตุผลอื่น”
        ชีวินพูดจบ รสายังไม่ทันจะได้พูดอะไร โทรศัพท์ก็ดังขึ้น รสาหยิบมาดูที่หน้าจอขึ้นชื่อ ภคพงษ์ รสาบ่นๆ
        “อีกแล้วเหรอ..มีปัญหาอะไรอีกนะ”
        “ใครเหรอ”
       
        ภคพงษ์ยืนอยู่มุมหนึ่งของบ้าน .. รอสายด้วยความสุขุม
       
        “เมื่อเช้าก็โทร.มาเรื่องงาน นี่ก็โทร.มาอีกแล้ว วันอาทิตย์แท้ๆ”
        รสาไม่รับแล้วก็ปล่อยให้เป็นมิสคอลไป
       
        ภคพงษ์ยืนอยู่มุมเดิม..คิด แล้วไม่ยอมแพ้ กดโทร.ออกอีกที..ดูสิจะรับหรือเปล่า ท้าทายกันสุดๆ
       
        โทรศัพท์มือถือรสาดังขึ้นมาอีก รสาหยิบมาดู
        “คนเค้าไม่รับยังโทร.มาอีก”
        “รสก็ลองรับดูสิ เผื่อว่าเค้าจะโทร.มาเรื่องงานอีกก็ได้ ถ้าไม่รับอีกรอบ เดี๋ยวก็เป็นเรื่องถึงคุณเผด็จ หรือไม่ก็พี่พิตตี้แน่ๆ” ชีวินว่า
        รสาคิดๆแล้วก็ยอม
        “จริงด้วย”
        รสาตัดสินใจกดรับ
        “สวัสดีค่ะ”
       
        ภคพงษ์นั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน คุยโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี
        “ผมมีเรื่องสงสัย เกี่ยวกับงานที่คุณทำ”
        รสาตอบด้วยน้ำเสียงระวังท่าที
        “เชิญถามมาได้เลยค่ะ”
        ภคพงษ์ยิ้มๆแล้วบอก
        “ผมไม่สะดวกคุยทางโทรศัพท์ ไม่ทราบว่าคุณออกจากระยองมาหรือยัง จะให้เปลี่ยนขับรถไปรับหรือเปล่า”
        รสาตอบด้วยความเกรงใจ
        “ไม่ต้องหรอกค่ะ ดิฉันออกมาแล้ว ชีวิน .. เอ่อ เพื่อนดิฉัน สถาปนิกที่ออกแบบสวนให้คุณน่ะค่ะ เค้าขับรถมารับ”
        ภคพงษ์ชะงักนิดๆ หน้าขรึมลงเล็กน้อย น้ำเสียงจริงจังขึ้น
        “แล้วพรุ่งนี้คุณจะเข้ามาทำงานกี่โมง”
        รสายังไม่ทันตอบ ภคพงษ์ก็พูดสวนออกมาทางโทรศัพท์
        “ผมขอให้คุณเข้ามาแต่เช้า ผมมีเรื่องงานจะคุยด้วย”
        รสาตอบด้วยความอึดอัด) ได้ค่ะ ดิฉันจะไปถึงไม่เกิน 8 โมงเช้า คิดว่าน่าจะเช้าพอนะคะ สวัสดีค่ะ
        รสาวางสายไป หงุดหงิดนิดๆ ภคพงษ์วางสายตามด้วยสีหน้าไม่พอใจที่รู้ว่าชีวินไปรับ
       
        รสาส่ายหน้าเก็บโทรศัพท์ด้วยความเซ็งๆแล้วบ่น
        “พวกเศรษฐี ชอบเอาแต่ใจ”
        ชีวินหันมาถาม
        “ดูคุณภคพงษ์เค้าจะสนใจรสมากเป็นพิเศษนะ”
        “เพราะรสไม่ยอมเค้ามั้ง ก็เลยอยากจะเอาชนะ ถ้าสั่งเราได้ บังคับเราได้ เค้าคงดีใจ”
        ชีวินฟังคิดตาม แต่ไม่เห็นด้วย รสาสรุป
        “รสว่าอย่าไปสนใจเค้ามากเลย แค่ทำงานด้วยกัน อีกไม่นานพองานเสร็จก็คงไม่ได้เจอกันแล้ว”
       
        ชีวินนิ่งเงียบ แต่รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆว่ามันจะไม่จบง่ายๆ

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
ตะวันทอแสง ตอนที่ 13
ตะวันทอแสง ตอนที่ 12
ตะวันทอแสง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 20 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 20 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใหม่ น่ารัก
ชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014